♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 285,160 Views

  • 3,092 Comments

  • 11,661 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    2,542

    Overall
    285,160

ตอนที่ 6 : บท05 l "มอบรุ่น"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 435 ครั้ง
    17 ส.ค. 60


Cr. Pic [Pinterest]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ



บท05 l “มอบรุ่น”

 

อะไรนะ คณะนายเลิกรับน้องแล้วเหรอ ทำไมคณะเรายังรับน้องอยู่อีกอ่ะ เสียงของเดียร์บ่นกับพี่ชายฝาแฝดที่นอนเหยียดยาวบนโซฟาพร้อมกับอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนไปด้วย

 

เราจะรู้ไหม ก็พี่เขาให้รุ่นมาแล้ว ไม่มีกิจกรรมรับน้องแล้ว แต่ก็อาจจะมีนัดบ้างบางวัน คนที่นอนอยู่ละสายตาจากหนังสือมามองน้องชายที่นั่งหน้าบูดหน้าบึ้งอยู่บนพรมที่ปูตรงหน้าโซฟา

 

ไม่เห็นยุติธรรมเลย มหาลัยเดียวกันแท้ๆ ทำไมถึงรับน้องไม่เหมือนกันล่ะ ของเรานะช่วงนี้พี่วินัยลงทุกวันเลย จะพาขึ้นไปทำกิจกรรมข้างบนก็ต้องให้ปิดตาเดินขึ้นบันได ให้ตะโกนบอกเพื่อนต่อๆ ว่ามีบันได มีบันได แถมพี่วินัยก็เล่นหนักตลอด แล้วรู้ไหม สัญลักษณ์ชั้นปีเนี่ยเราทำมาอันที่สิบได้แล้ว ไม่ผ่านตลอดเลย! พูดไปก็หยิบป้ายที่คล้องอยู่บนคอชูให้พี่ชายดู คิดดูดิ ใช้ปากกาคนละเบอร์ก็ผิด เขียนเติมอะไรมากกว่าคนอื่นหน่อยก็ผิด บอกว่านี่เหรอความสามัคคีของคุณ ความเป็นหนึ่งเดียวกันของคุณ! แถมยังจะมาขู่ตัดรุ่นพี่ปีสองอีก

 

วันไหนพี่ปีสี่ปีห้ามาดู ก็มาตำหนิพวกเราบอกว่าการแสดงที่แสดงให้พี่ๆ ดูน่ะมันเหมาะสมแล้วเหรอ ทำกันได้แค่นี้เหรอ ตอนแสดงพี่ๆ ก็ออกจะหัวเราะชอบใจ แต่ทำไมพี่วินัยต้องมาหาเรื่องว่าด้วยก็ไม่รู้!

 

งานที่อาจารย์สั่งก็เยอะอยู่แล้ว เรียนก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ยังต้องมาเจอพี่วินัยตะโกนปาวๆ ทุกเย็นอีก! เราล่ะเหม็นขี้หน้าพี่วินัยทุกคนเลย โดยเฉพาะ!”

 

“โดยเฉพาะคนที่สั่งลงโทษนั่งม้าเราตอนเราวิ่งชน” ฮาร์ทต่อประโยคของน้องชาย ในหนึ่งวันเขาจะได้ยินน้องชายบ่นแบบนี้ไม่ต่ำกว่าสองรอบ จนเขาจำประโยคปิดท้ายได้ขึ้นใจแล้ว มาห้องนี้ตอนสามทุ่ม นี่จะห้าทุ่มนายยังบ่นไม่หยุดเลยเดียร์ แล้วไอ้ประโยคเมื่อกี้น่ะ เราฟังวันละสองสามรอบ จนมันจะตามไปหลอกหลอนเราในฝันแล้ว

 

เดียร์เบ้ปากทำปากยื่นใส่พี่ชาย อีกฝ่ายก็แค่ส่ายหน้ายกมือขึ้นยีผมน้อง เอาขนมไปเก็บแล้วก็กลับห้องไปอาบน้ำนอนได้แล้ว พรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่หรือไง

 

คืนนี้เรานอนนี่ได้ป่ะ ไม่อยากกลับห้องแล้วอ่ะ มองหน้าพี่ชายพร้อมกับทำตาปริบๆ เหมือนจะอ้อนให้คนมองถอนหายใจ

 

ฮาร์ทชี้นิ้วไปที่ยังส่วนครัวก่อนจะตอบ เอาขนมไปเก็บแล้วก็ไปอาบน้ำ จะได้มานอน

 

คนฟังยิ้มร่าก่อนจะหอบขนมที่กองอยู่บนตักไปเก็บเอาไว้ในตู้ในส่วนครัวก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องนอนพี่ชาย ถือวิสาสะหยิบผ้าขนหนู รวมไปถึงเสื้อผ้ามาก่อนจะหอบเข้าไปอาบน้ำ

 

ไม่นานก็ออกจากห้องน้ำแบบตัวหอมฉุยพร้อมนอนเต็มที่ โผล่หน้าออกมาจากห้องนอนกวักมือเรียกพี่ชายที่กำลังเก็บหนังสือให้เข้ามานอน ก่อนจะกระโดดไปที่เตียงสะบัดผ้าห่มคลุมตัวเองเสร็จสรรพพร้อมนอนเสียเหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของห้องอย่างไรอย่างนั้น

 

สบายมากไหม กอดอกมองฝาแฝดตัวเองที่นอนห่มผ้าอยู่บนเตียง

 

สบายดิ มานอนมาพรุ่งนี้มีเรียนแต่เช้า ตบที่นอนปุๆ เรียก

 

ฮาร์ทส่ายหน้ากับท่าทางสบายอารมณ์ของน้องชายก่อนจะขึ้นไปนอนข้างๆ และพอล้มตัวลงนอนขาหนักๆ ของน้องชายก็พาดมาที่เอวทันที เลยต้องยื่นมือไปดีดหน้าผากเจ้าน้องสายตัวแสบไปหนึ่งทีจนเจ้าตัวร้องโวยวาย

 

“ไม่ได้แรงขนาดนั้นไหม เวอร์จริงๆ เลย”

 

พอได้ยินฮาร์ทพูดแบบนั้น เดียร์ก็หัวเราะชอบใจก่อนจะขยับตัวนอนดีๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงขดตัวซุกอยู่ข้างๆ พี่ชายอยู่ดี ตั้งแต่เด็กๆ แล้วถ้านอนด้วยกันเดียร์มักจะมานอนชิดๆ แบบนี้ แล้วก็ขดซุกอยู่ข้างๆ เอาหัวมาชนแขนบ้าง ซบแขนบ้าง ทั้งๆ ที่เวลานอนคนเดียวก็นอนปกติเหมือนคนทั่วไปได้

 

ฮาร์ทหยิบโทรศัพท์มากดเข้าแอพที่เชื่อมต่อระบบไฟเพื่อปิดไฟภายในห้อง ก่อนจะเปิดเพลงคลอเพื่อกล่อมทั้งตัวเองแล้วก็น้องชาย พฤติกรรมที่ต้องเปิดเพลงฟังตอนนอนน่าจะติดมาตั้งแต่ตอนยังอยู่ในท้องมัมมี๊ เพราะมัมมี๊เคยเล่าให้ฟังว่าตอนท้องจะเปิดเพลงทุกคืนเพื่อกล่อมเขาทั้งสองคนให้นอน หรือแม้แต่ตอนคลอดแล้วก็ยังทำอยู่ มันเลยเหมือนเป็นความเคยชิดที่ติดมาตั้งแต่ตอนยังเด็กๆ

 

เพราะมีดนตรีคอยกล่อมนอน ไม่นานทั้งเดียร์แล้วก็ฮาร์ทก็หลับสนิท พักผ่อนกันหลังจากผ่านการเรียนและรับน้องมาแล้วทั้งวัน

 

 

 

 

 

“เดี๋ยวอาจารย์จะให้งานไป เป็นงานกลุ่มนะ จะกลุ่มละกี่คนก็ได้แล้วแต่เลยไม่บังคับ งานก็คือให้ตัดโมเดลโครงสร้างบ้านไม้มาส่ง ซึ่งรูปแบบของบ้านก็ให้ดีไซน์กันมาเองเลยว่าจะทำแบบไหน สำคัญที่ว่าในงานนั้นโครงสร้างถูกต้องแล้วก็ครบถ้วนหรือเปล่า” เสียงของอาจารย์ที่สอนวิชาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมพูดอยู่หน้าชั้นหลังจากที่เนื้อหาในการสอนของวันนี้หมดลงแล้ว “กำหนดส่งคืออีกสองอาทิตย์นะทุกคน วันนี้ก็แยกย้ายได้”

 

“ขอบคุณค่ะ / ครับ” เสียงครืดคราดของเก้าอี้ที่ครูดไปกับพื้นห้องดังขึ้นแทบจะพร้อมๆ กันเมื่ออาจารย์ปล่อย

 

เดียร์ ทัชแล้วก็หินผาที่นั่งอยู่มุมห้องด้านหลังยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเพื่อรอให้เพื่อนคนอื่นๆ ทยอยออกจากห้องกันไปก่อนเพราะจะได้ไม่ต้องไปยืนออกันอยู่หน้าลิฟต์

 

“ตอนนี้มีงานต้องทำกี่งานแล้ววะ” เดียร์หันมาถามหลังจากที่เก็บของลงกระเป๋าแล้วเรียบร้อย ก่อนจะแนบหน้าตัวเองลงบนกระเป๋าเป้ใบโปรด

 

“ก็มีตัดโมเดลอันนี้ แล้วก็ออกแบบโลโก้ประจำตัว แล้วก็... วาดภาพ สามงานละมั้ง ใช่ไหมวะ” ทัชตอบก่อนจะหันไปถามกับหินผาอีกที

 

“อือ สามงานนั่นแหละ โลโก้ส่งวันศุกร์ วาดภาพส่งวันอังคารหน้า อย่างนั้นก็ทำสองงานนี้กันให้เรียบร้อยก่อนแล้วกัน แล้วค่อยมาตัดโมเดลกัน ช่วยๆ กันสามคนไม่กี่วันก็คงเสร็จ” หินผาว่า เขาเป็นเหมือนคนคอยจัดการทุกอย่างภายในกลุ่ม จัดตารางให้แต่ละคนว่าจะทำอะไรก่อน ทำอะไรหลัง และมีงานไหนให้ทำอะไร ส่งวันไหนบ้าง ต้องคอยบอกคอยเตือนเป็นประจำ

 

แต่ถ้าจะให้พูดตรงๆ ก็คงเหมือนกับเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่ต้องคอยดูแลนั่นแหละนะ

 

เพื่อนใหม่สองคนเหมือนจะโต แต่ก็ยังเป็นเด็กโดยเฉพาะกับเดียร์ที่ดูเหมือนเด็กๆ ให้ต้องคอยดูแล คอยเป็นห่วงเป็นประจำ

 

“เชี่ย! อย่ามายุ่งกับของกู” หินผาละจากความคิดของตัวเองมามองเพื่อนทั้งสองคนเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของเดียร์

 

เดียร์แยกเขี้ยวใส่ทัช พร้อมทำตาขวางใส่เสร็จสรรพ มือก็กอดกระเป๋าเอาไว้แน่นอย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายแย่งไปได้แน่นอน

 

“เถียงอะไรกันอีกแล้ว”

 

“ไอ้ทัชมันจะมาแย่งพวงกุญแจอ่ะดิ นิสัยเสีย” หันมาฟ้องหินผาทันทีก่อนจะหันไปย่นจมูกใส่เพื่อนสนิทของตัวเอง ทัชทำเพียงแค่หัวเราะกับท่าทางของเพื่อนเตี้ย

 

“เด็กน้อยสัส ห้อยพวงกุญแจ กูเห็นมึงห้อยมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก จนตอนนี้ก็ยังตัวกะเปี๊ยกก็ยังจะห้อยอยู่” พูดจบก็หัวเราะกับคำพูดของตัวเองให้เพื่อนตัวกะเปี๊ยกแยกเขี้ยวอีกรอบ นึกอยากจะเข้าไปกัดให้จมเขี้ยวสักที

 

“เรื่องของกูไหมหล่ะ” ทำหน้าบูดหน้าบึ้งใส่ “อันนี้มันของสำคัญโว้ย”

 

พวงกุญแจตุ๊กตาหมีที่ห้อยติดกระเป๋าตลอด ไม่ว่าจะเปลี่ยนกระเป๋าไปกี่ใบก็ต้องย้ายเจ้าหมีน้อยตัวนี้ไปห้อยด้วยทุกครั้ง เป็นของที่ติดตัวมาตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็กน้อยแล้ว ไม่ได้มีใครซื้อให้ แต่มีคนให้มา แต่เขาเองก็จำไม่ได้แล้วว่าคนให้หน้าตาเป็นอย่างไรเพราะตอนนั้นเขาเพิ่งจะสี่ห้าขวบเอง แด๊ดเล่าให้ฟังว่าเขาหนีมัมไปเล่นที่สวนสาธารณะแล้วก็หลงทาง ได้คนคนหนึ่งมาช่วยเอาไว้ เหมือนจะอายุมากกว่า แล้วพี่คนนั้นก็ให้พวงกุญแจอันนี้มา เขาก็เลยพกติดตัวเอาไว้ตลอด

 

“สรุปจนป่านนี้มึงก็ยังไม่เคยเจอเจ้าของพวงกุญแจอันนี้ใช่ไหม” ทัชถาม เขาเคยได้ยินเดียร์เล่าเรื่องที่ไปที่มาของพวงกุญแจให้ฟัง

 

“ใช่ กูเคยให้แด๊ดพาไปที่ร้านนั้นอีกบ่อยๆ นะ แต่ก็ไม่เคยเจอเลย สวนทางกันตลอด ทั้งๆ ที่ก็น่าจะเจอได้ง่ายๆ แท้ๆ เพราะพี่เขาเป็นลูกชายเจ้าของร้านแล้วก็ไปอยู่ที่ร้านบ่อยมาก”

 

“พวงกุญแจดูคุ้นๆ เหมือนจะเคยเห็นที่ไหนสักที่” หินผาว่าพลางมองพวงกุญแจที่ห้อยติดกระเป๋าของเดียร์เอาไว้ เขารู้สึกว่าเหมือนจะเคยเห็นพวงกุญแจหมีลักษณะนี้มาก่อน แต่ไม่แน่ใจว่าเห็นที่ไหน

 

“เคยเห็นที่ไหน ร้านขายของเหรอ”

 

หินผาส่ายหน้า “ไม่อ่ะ ไม่ใช่ที่ร้านขายของแน่ๆ แต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน หรือไม่ก็อาจจะเห็นแบบที่มันขายทั่วไปก็ได้ เพราะกูเองก็จำไม่ได้เหมือนกัน”

 

“ช่างมันเถอะ ถ้ามีโอกาสก็คงได้เจอเองแหละ” เดียร์บอกปัด ก่อนที่พวกเขาทั้งสามคนจะพากันเดินออกจากห้องเรียนหลังจากที่นั่งแช่กันอยู่นานแล้ว

 

ยังมีเวลาอยู่เกือบสองชั่วโมงถึงจะถึงเวลานัดของรุ่นพี่ปีสอง พวกเขาเลยไปหาอะไรกินกันก่อนไม่รู้ว่าวันนี้จะเลิกกี่โมง จะเจอหนักหน่วงแค่ไหน ยังไงก็ขอเติมพลังเอาไว้ก่อนแล้วกัน

 

เมื่อใกล้ถึงเวลานัดของพี่ปีสองทั้งสามคนก็เดินมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เมื่อเห็นว่าเริ่มมีเพื่อนทยอยมากันแล้วก็เดินไปรวมกลุ่มเพื่อรอพี่ปีสอง พอพี่ๆ มาก็จัดแถวตอน พวกผู้หญิงนั่งข้างหน้า พวกผู้ชายนั่งข้างหลังเหมือนทุกครั้ง

 

กว่าจะมากันครบก็ใช้เวลาไปไม่น้อย เลยเวลาที่นัดกับพวกพี่ปีสามไปแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง เดียร์เห็นแววโดนลงโทษลอยมาแต่ไกล แต่จะโทษเพื่อนๆ ก็ไม่ได้ เพราะบางคนก็มีเรียนต่อ กว่าจะเลิกเรียนแล้วเดินมาถึงคณะก็ต้องใช้เวลา

 

น้องๆ ครับ เร่งนิดหนึ่งครับสายมาครึ่งชั่วโมงแล้วเนอะ เริ่มนับจำนวนกันเลยครับ พี่โอว่าก่อนจะบอกให้น้องผู้หญิงที่นั่งคนแรกเริ่มนับจำนวน

 

เสียงปีหนึ่งนับจำนวนดังไปทั่วจนกระทั่งถึงคนสุดท้ายที่ลุกขึ้นยืนและร้องบอกเสียงดังเพื่อให้เพื่อนๆ รวมไปถึงรุ่นพี่ได้ยิน ทั้งหมด หนึ่งร้อยห้าสิบห้าคนครับ!

 

เกือบจะครบตามจำนวนนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่ครบ แต่อย่างน้อยก็มากกว่าจำนวนคนที่พี่วินัยขอเอาไว้ว่าให้ครบหนึ่งร้อยยี่สิบคน ไม่ต้องถูกลงโทษเรื่องคนไม่มาเข้ารับน้องแล้วละนะ

 

โอเคครับ เดี๋ยวพวกพี่จะพาขึ้นไปข้างบนกัน พี่ๆ แจก...

 

ปีหนึ่งก้มหน้า!!! ยังไม่ทันที่พี่นัทจะพูดจบประโยค เสียงตะโกนก้องของพี่วินัยก็ดังแทรกขึ้น ทำเอาน้องปีหนึ่งหลายคนสะดุ้งเพราะไม่ทันระวังตัว ก่อนจะพากันก้มหน้าลงตามคำสั่งของพี่

 

ก้มหน้าลงไปครับ ผมบอกให้ก้มไงครับ จะเงยหน้าขึ้นมาทำไมครับ

 

วันนี้มากันกี่คนครับ

 

หนึ่งร้อยห้าสิบห้าคนครับ / ค่ะ ปีหนึ่งตะโกนออกมาเกือบจะพร้อมกันเพื่อตอบคำถามของพี่วินัย

 

ผมขอเอาไว้หนึ่งร้อยยี่สิบคน แต่พี่ปีสองของคุณสัญญากับพวกผมว่าจะพาน้องๆ ของพวกเขามาให้ได้หนึ่งร้อยแปดสิบคน แล้วเมื่อวานก็คุยกันไว้แล้วนี่ครับว่าถ้าไม่ได้อย่างที่พูด ปีสองโดนลงโทษ ไข่เจียวว่า หันไปมองเหล่าพี่ปีสองที่ยืนอยู่รอบๆ

 

ปีสองมาเข้าแถวด้านหน้าครับ! สิ้นคำพูดของดิว ปีสองก็รีบรุดมาเข้าแถวกันทันที

 

“ไหนครับ... ที่บอกว่าจะพาน้องๆ มาให้ได้ร้อยแปดสิบคน” กันต์หันไปหาปีสองแล้วถาม “พวกคุณรักน้องของพวกคุณมากไม่ใช่เหรอครับ แล้วก็คิดว่าน้องเขาก็รักพวกคุณเหมือนกัน แต่ทำไมเท่าที่ดู... ไม่ใช่เลยละครับ”

 

ปีสองไม่มีใครพูดอะไรออกมา ปีหนึ่งเองก็ไม่กล้าพูดอะไรได้แต่ก้มหน้าลงตามคำสั่งของพี่วินัย เพราะเพียงแค่เหลือบตาขึ้นมองก็จะมีเสียงตะโกนว่าให้ก้มหน้าลงไปดังมาทันที

 

“ปีสอง... นั่งม้าครับ” กันต์สั่งเสียงเรียบ บรรดาปีสองก็ขยับเว้นช่องว่างแล้วก็นั่งม้าทันทีตามคำสั่งลงโทษของพี่วินัย

 

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ เป็นความเงียบที่กดดันมากทีเดียว พี่วินัยไม่มีใครพูดอะไร นอกจากยืนดูปีสองที่กำลังโดนสั่งลงโทษให้นั่งม้า ปีหนึ่งก็ทำได้แค่ก้มหน้าลงไม่มีสิทธิจะเงยหน้าขึ้นมอง เวลาผ่านไปห้านาที ปีสองหลายคนเริ่มเซเพราะนั่งม้านาน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครพูดบ่นอะไร แต่ละคนขยับเข้ามาใกล้กัน มือที่ยื่นมาด้านหน้าเปลี่ยนเป็นโอบเพื่อนข้างๆ เอาไว้เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

 

“ขออนุญาตครับ!” เจ ที่เป็นหัวหน้าชั้นปีหนึ่งชูมือขึ้นแล้วตะโกนขออนุญาต พี่วินัยมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนที่ดิวจะอนุญาตให้อีกฝ่ายพูด

 

“ผมจิรนันท์ พูลทรัพย์ ชื่อเล่น เจ รหัส 6000434 ครับ! ผมขออนุญาตรับโทษแทนรุ่นพี่ปีสองครับ”

 

“ทำไมต้องรับโทษแทนครับ คุณไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ คุณสัญญากับพวกผมเอาไว้ว่าร้อยยี่สิบคนซึ่งพวกคุณก็ทำได้นี่ คนที่ทำไม่ได้คือปีสองต่างหากล่ะ” ป่าไม้หันไปพูดกับน้องปีหนึ่งที่ยืนขึ้น

 

“ผม...”

 

“ถ้าไม่มีอะไรอีกก็นั่งลงไปครับ”

 

“ขออนุญาตครับ!

 

“ขออนุญาตค่ะ!

 

พอมีหนึ่งคนที่เริ่ม ก็มีคนที่สองที่สามตามมา จนกลายเป็นว่าปีหนึ่งทุกคนยกมือขออนุญาตกันหมด จนกันต์ต้องตวาดเสียงดังให้ปีหนึ่งเงียบลงและสั่งก้มหน้า

 

“ดี! พวกคุณดูรักแล้วก็สามัคคีกันดีมาก อย่างนั้นผมก็จะพิสูจน์ดูว่าพวกคุณรักแล้วก็สามัคคีกันจริงหรือเปล่า” กันต์ว่า “ปีสามครับ ช่วยปีหนึ่งปิดตาหน่อยครับ”

 

บรรดาพี่ปีสามที่ยืนอยู่รอบๆ ขยับเข้ามาใกล้ ใช้ผ้าปิดตาที่ปีสองให้น้องๆ เอาไว้แล้วปิดตาน้องปีหนึ่งเอาไว้ กันต์หันไปมองปีสองก่อนจะสั่งยกเลิกบทลงโทษ ชี้เรียกหน่วยพยาบาลให้เข้ามาดูแลแล้วก็พาปีสองไปนั่งพักที่ข้างๆ

 

“ปีหนึ่งลุกขึ้นครับ” ดิวสั่ง ปีหนึ่งค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้น ค่อนข้างลำบากเพราะตาโดนปิดเอาไว้แล้ว และพอยืนกันได้ทุกคนก็จับมือกันทันทีอย่างที่ทำทุกครั้ง

 

“ปีสาม ไปครับ”

 

พี่ปีสามเดินเข้ามาประจำหัวแถวแต่ละแถว ก่อนจะเริ่มพาปีหนึ่งแถวแรกให้เดิน ก่อนจะเรียงต่อกันไปเรื่อยๆ “เจออะไรบอกเพื่อนด้วยครับ จะให้เพื่อนสะดุดล้มหรือยังไงกันครับ”

 

“ข้างหน้ามีขั้นบันได”

 

“ข้างหน้ามีขั้นบันได”

 

เสียงตะโกนต่อๆ กันของปีหนึ่งดังไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงท้ายแถว หัวแถวเจออะไรก็ร้องบอกไล่ไป มือของทุกคนจับกันเอาไว้ไม่ปล่อย

 

“ขอโทษนะครับ พี่ขอเดินไปหน่อยครับ” พี่ปีสามเดินเข้าไปหาปีหนึ่งที่ยืนจำมือกันอยู่ก่อนจะขอผ่านไป “ขอผ่านไปหน่อยครับ”

 

เมื่อปีหนึ่งตรงนั้นไม่ยอมปล่อยมือกันก็พูดอีกรอบแต่ก็ยังไม่มีใครยอมปล่อยมือ ซึ่งนั่นก็เรียกรอยยิ้มพอใจให้กับปีสามได้เป็นอย่างดี

 

นักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ยังคงเดินเรียงแถวไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่ารุ่นพี่จะพาไปที่ไหน หรือจะหยุดเดินเมื่อไหร่ ปีหนึ่งถูกสั่งให้ถอดผ้าปิดตาอีกครั้งตอนที่ทุกคนมาเข้าแถวเรียบร้อยแล้ว แต่เพราะรอบๆ นั้นมืดเกินกว่าจะมองเห็นได้ว่าอยู่ตรงไหน แต่ที่พวกเขายืนอยู่นั้นเป็นลานโล่งๆ ที่ล้อมด้วยอาคารเรียน

 

“ปีสองมักจะมาพูดกับพวกผมว่าให้พวกผมรับพวกคุณเป็นรุ่นน้อง ผมก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าพวกคุณเหมาะจะเป็นรุ่นน้องของผมหรือเปล่า” พี่วินัยที่ยืนกระจายอยู่รอบๆ ร้องบอก “และผมคิดว่าผมให้โอกาสพวกคุณมากมากแล้วด้วย”

 

“ปีหนึ่ง! พร้อม!” พอได้ยินแบบนั้นปีหนึ่งก็ขยับตัวเตรียมพร้อมกันทันที เพราะมันเป็นคำสั่งเพื่อให้พวกเขาเตรียมบูม

 

“พร้อม!” ปีหนึ่งตะโกนรับ ก่อนจะบูมออกมาพร้อมกันอย่างเป็นจังหวะด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง

 

คำสั่งเดิมถูกสั่งวนซ้ำไปซ้ำมา ปีหนึ่งได้แต่ก้มหน้าแล้วร้องบูมจนเสียงแทบจะแหบแห้งไปหมด กันต์หันมองรอบๆ เพื่อดูความเรียบร้อย

 

Architect! Architect! Architecture!!

 

ปีหนึ่งร้องออกมาพร้อมกันเป็นรอบที่สามสิบ หลายคนถึงกับเอามือยันเข่าตัวเองเอาไว้เพราะรู้สึกเหนื่อยกับการบูมในแต่ละครั้งที่ใช้เสียงค่อนข้างมาก บางคนที่ไม่ไหวก็ถูกพี่ฝ่ายพยาบาลพาออกไปนั่งพักข้างนอก

 

ความเงียบโรยตัวอีกครั้งหลังจากที่การบูมครั้งที่สามสิบจบลง ปีหนึ่งมองหน้ากันอย่างแปลกใจเพราะทุกอย่างมันเงียบมากจริงๆ

 

ก่อนที่ความมืดนั้นจะค่อยๆ สว่างขึ้นเรียกสายตาของปีหนึ่งทุกคนให้หันไปมองด้านหน้า สถูปขนาดใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของคณะค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากดวงไฟ เริ่มจากแถวล่างสุดที่เป็นฐานของสถูปจนถึงแถวบนสุดที่เป็นจุดยอด

 

“สถ.! พร้อม!!!” เสียงตะโกนดังมาอีกรอบ พร้อมกับเสียงตอบรับที่ดังไปทั่วจนปีหนึ่งยังตกใจ ไฟรอบๆ เริ่มสว่างทำให้เห็นว่าบริเวณนี้ไม่ได้มีแค่ปีหนึ่ง และปีสามเท่านั้น แต่ยังมีพี่ปีสอง รวมไปถึงปีสี่ ปีห้าและรุ่นพี่ที่จบไปแล้ว

 

เสียงบูมของเหล่ารุ่นพี่ทุกชั้นปีตะโกนออกมาพร้อมกัน กระดาษสีขาวถูกโปรยลงมาจากระเบียงชั้นบนอาคารรอบๆ

 

“ยินดีต้อนรับ สถ.30 เสียงของกันต์ หัวหน้าพี่วินัยพูดกับน้องปีหนึ่ง พร้อมกับเสียงเฮของพี่ๆ ที่ดังขึ้นพร้อมกัน กระดาษสีขาวยังคงถูกโปรยปรายลงมาไม่หยุด รุนพี่กลุ่มหนึ่งที่กำลังเล่นไฟเล่น ลากมันเป็นตัวอักษรที่สามารถอ่านได้ว่า สถ.30

 

เดียร์หันไปมองเพื่อนทั้งสองคนอย่างงงๆ ทั้งๆ ที่ปากยิ้มกว้าง “หมายความว่ายังไงวะ...”

 

“หมายความว่า... พวกเราได้รุ่นแล้ว ใช่ไหมวะ” ทัชพูดออกมา ปีหนึ่งคนอื่นๆ เองก็เหมือนจะคิดกันออก เสียงร้องตะโกนดีใจเริ่มดังขึ้นทีละคนสองคน จนกลายเป็นหนึ่งเดียวทั้งหมด






ต่อค่ะ 100%






เอาละครับน้องๆ ทุกคน เดี๋ยวพวกพี่มีของจะให้นะครับ ทุกคนนั่งลงก่อนเนอะ พี่นัทตะโกนบอกน้องๆ ทุกคน พวกพี่ปีสองกลับมาทำหน้าที่ตามเดิมแล้ว และพอมองไปรอบๆ ก็เห็นพี่ๆ ชั้นปีอื่นอยู่เต็มไปหมด แต่พวกเขามองไม่เห็นพี่วินัยแล้ว

 

พรุ่งนี้หกโมงเย็นเราเจอกันที่เดิมนะครับ เพราะนอกจากของในวันนี้แล้ว พรุ่งนี้พี่ๆ ยังมีของอยากจะให้อีก ขอให้มากันเยอะๆ นะครับ เพราะถ้าน้องๆ ไม่มากัน คงมีคนเสียใจมากๆ แน่นอนครับ พี่โอบอกกับทุกคน

 

พี่ต๊อบกับพี่ปีสองคนอื่นๆ เดินมาด้านหน้า ในมือถือซองอะไรสักอย่างมาด้วย

 

พี่จะเรียกทีละคนนะครับให้มารับของ แล้วก็ไปรับกระเป๋าจากพี่ๆ ด้านหลังต่อแล้วก็กลับได้เลยนะครับ พี่ต๊อบว่าก่อนจะเริ่มเรียกน้องๆ ด้วยรหัสนักศึกษาทีละคนให้ไปรับของ

 

ใช้เวลาไม่นานน้องปีหนึ่งทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ เดียร์ยืนรอเพื่อนอีกสองคนก่อนจะพากันเดินกลับไปที่รถ พร้อมกับมองของในมือไปด้วย

 

กูเปิดดูเลยดีกว่า อยากรู้ว่าเป็นอะไร เดียร์ว่าก่อนจะเปิดซองสีน้ำตาลในมือ มองผ่านๆ เหมือนกับซองเอกสาร แต่แตกต่างจากซองทั่วๆ ไปก็ตรงลายบนซองเนี่ยแหละ เป็นตัวการ์ตูนหน้าตาน่ารัก ตาโตๆ แก้มป่องๆ ใส่ชุดนักศึกษามีผ้าสีน้ำตาลพาดอยู่ตั้งแต่ช่วงไหล่ลงมาเขียนเอาไว้ว่า ถาปัตย์

 

พอมองของเพื่อนอีกสองคนก็มี แต่หน้าตาตัวการ์ตูนไม่เหมือนกัน พอมองดีๆ แล้วเหมือน... มึงว่าการ์ตูนนี่คือพวกเราเปล่าวะ

 

หินผากับทัชเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยืนมุงกันสามคนดูรูปการ์ตูนบนซอง พอมองดีๆ แล้วก็ใช่จริงด้วน เป็นเหมือนการ์ตูนล้อเลียนพวกเขา แต่หน้าตาน่ารักมาก

 

เออว่ะ จริงด้วย อย่างนี้ของคนอื่นๆ ก็เป็นรูปการ์ตูนตัวเองดิวะ ใช่ไหม

 

ก็คงจะใช่นะ พี่เขาคงวาดให้ตามคาแลคเตอร์แต่ละคนละมั้ง หินผาว่า

 

สุดยอดอ่ะ เดียร์ร้องออกมา วาดทุกคน แล้ววาดโคตรเก่งอ่ะ คิดดูดิชั้นปีเรามีตั้งเกือบสองร้อยคน

 

เออ... ใครเป็นคนวาดวะเนี่ย

 

หินผาไหวไหล่อย่างก็ไม่รู้เหมือนกัน พวกเขาเลยจัดการเปิดซองออกดู พอหยิบของข้างในออกมาก็ตาโต เพราะว่ามันเป็นสัญลักษณ์ชั้นปีของพวกเขาทุกแบบ ทุกอัน มีทั้งอันที่พวกพี่ๆ ทำให้ อันที่พวกเขาทำแล้วก็โดนยึดไป รวมไปถึงสมุดเพลงด้วย ของทุกอย่างที่โดนยึดอยู่ในนี้ทั้งหมด

 

อันนี้... ไม่ใช่ว่าโดนเผาไปแล้วเหรอวะ ทัชว่าพร้อมกับยิ้มป้ายชื่อที่พวกเขาได้จากรุ่นพี่มา

 

ก็วันนั้นพวกเขาทุกคนเห็นกับตาว่าพี่วินัยเผามันทิ้งไปแล้วนี่...

 

ไม่ได้เผาหรอก ที่เห็นนั่นน่ะหลอก กล่องที่ใส่ป้ายอันนี้จริงๆ ถูกเปลี่ยนไปตอนที่พี่ปีสามเตรียมไฟ แล้วที่เห็นว่าโดนเผาน่ะ มันเป็นกระดาษที่ไม่ได้ใช้แล้วต่างหาก เสียงของพี่โอที่ดังขึ้นจากด้านหลังเรียกให้ทั้งสามคนหันไปมอง

 

จริงเหรอครับ

 

จริงสิ ถ้าไม่จริงมันจะมาอยู่ในมือของน้องๆ ได้ยังไงกัน พี่นัทยิ้ม

 

หลังจากที่ยึดมา ทำเป็นทิ้งก็แยกเอาออกไป แล้วพวกพี่ๆ ก็เอามาแยกตามรายชื่อ เพื่อคืนมันให้น้องๆ ในวันนี้นี่แหละ ของทุกชิ้นเลย

 

ขอบคุณนะครับ ที่ทำอันนี้ให้ เดียร์ว่าพร้อมกับชูซองในมือ

 

แต่พี่โอส่ายหน้า ไม่ใช่ปีสองหรอกที่ทำ ส่วนว่าใครทำ... พรุ่งนี้เย็นก็อย่าลืมมาตามที่นัดนะ แล้วจะได้รู้ว่าใครทำให้ ว่าใครกันที่รักพวกน้องๆ ยิ่งกว่าพวกพี่

 

ไปๆ กลับไปพักกันได้แล้วล่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะ

 

ครับพี่ สวัสดีครับ พวกเดียร์บอกลาพี่ๆ ทั้งสามคนก่อนจะเดินกลับไปที่รถ

 

หินผาแยกไปอีกคันแล้วขับกลับไปที่หอพักของตัวเอง ส่วนเดียร์กับทัชก็กลับคอนโดด้วยกัน และถ้าทุกคนหันมามองด้านหลัง ก็จะเห็นพี่ๆ กลุ่มหนึ่งคอยเดินตาม ขับรถตามเพื่อไปส่งน้องๆ ทุกคนถึงที่พัก

 

 

 

 

 

ดึกมากแล้วแต่เหล่านักศึกษาปีสองและปีสามยังคงอยู่ช่วยกันทำความสะอาดบริเวณที่มอบรุ่นให้น้องๆ เก็บไฟน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เก็บกวาดเศษกระดาษนี่สิงานหนัก เพราะไม่ใช่น้อยๆ เลยที่พวกเขาเอามาโปรย ตอนถ่ายรูปออกมาน่ะสวยมาก แต่ตอนตามเก็บนี่สิ ไม่สวยเลย

 

พวกสาวๆ น่ะกลับกันไปได้แล้ว ดึกมากแล้วนะ ดิวบอกกับเพื่อนๆ และน้องๆ ที่เป็นผู้หญิง เอาจริงๆ เขาก็บอกมาหลายรอบแล้วแต่ก็ไม่มีใครยอมกลับไปสักคนเดียว

 

เดี๋ยวก็เสร็จแล้วนี่คะ พวกหนูอยู่ช่วยจนเสร็จดีกว่า น้องปีสองตะโกนบอกมา ตามด้วยเสียงของสาวๆ คนอื่น

 

โอเคๆ ตามใจๆ ถ้าพรุ่งนี้ตาดำ หน้าคล้ำจะมาโทษกันไม่ได้นะเออ ดิวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนที่พวกเขาจะลงมือเก็บกวาดกันต่อ

 

กว่าจะเสร็จก็เกือบตีสองแล้ว พวกผู้ชายเลยอาสาไปส่งสาวๆ ที่หอพัก ดูแลกันจนแน่ใจว่าทุกคนถึงห้องแล้วถึงได้แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน

 

กันต์หยิบกล้องของตัวเองขึ้นมากดดูรูปหลังจากที่กลับมาถึงห้องอาบน้ำอะไรเรียบร้อยแล้ว เป็นภาพที่เขาถ่ายเอาไว้ตอนมอบรุ่นให้กับปีหนึ่ง ภาพน้องๆ ที่ร้องตะโกนอย่างดีใจโดยมีกระดาษสีขาวโปรยลงมา สีหน้าของแต่ละคนแม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็มีความสุข

 

ภาพของเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ยิ้มแย้มไปกับการเห็นปีหนึ่งร้องดีใจ ตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเอารูปพวกนี้ส่งให้กับเพื่อนๆ ทุกคน แล้วค่อยให้พวกนั่นเอารูปไปแจกจ่ายกันต่อเอง

 

หันดูเวลาอีกทีเป็นเวลาตีสามกว่าเกือบจะตีสี่แล้ว เจ้าตัวถึงได้วางกล้องลงที่ข้างเตียงเพื่อเตรียมตัวเข้านอน โชคดีที่พรุ่งนี้ไม่มีเรียน คงได้นอนยาวอย่างสบายๆ ละนะ

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเป็นรอบที่สองในตอนใกล้เที่ยงวันปลุกให้คนที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียงหลังใหญ่ ผ้าห่มนุ่มๆ และเหล่าตุ๊กตาหลายตัวตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย

 

กันต์คว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะกดรับเมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของเพื่อนในกลุ่ม

 

ว่าไงวะ

 

[ไอ้เหนือเดือน ยังไม่ตื่นอีกเหรอวะ] เสียงของไข่เจียวดังมาจากปลายสาย

 

ตื่นเพราะมึงเนี่ย มีอะไร

 

[ได้เวลาถอดรูปเงาะป่าแล้วครับ เจอกันที่สยามในอีกสองชั่วโมงนะมึง รีบๆ มา กูโทรบอกไอ้พวกที่เหลือแล้ว]

 

คนฟังขมวดคิ้ว มึง... ถ่อไปถึงสยามแล้วก็ต้องรีบกลับมาดูน้องเนี่ยนะ

 

[เออ ก็ร้านประจำพวกเราอยู่นั่นนี่หว่า เร็วๆ นะโว้ย!!!!] มันว่าเสียงดังแล้วก็ตัดสายไป ให้คนทางนี้มองอย่างหงุดหงิด

 

วางโทรศัพท์เอาไว้บนเตียง หันไปมองตุ๊กตาหมีที่นั่งยิ้มมองเขาอยู่ก็คว้ามากอดเต็มรักหนึ่งทีแล้วจึงเดินลากท้าวเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปตามนัดของไอ้เพื่อนบ้า

 

ใช้เวลาอยู่ไม่นานก็ออกมาอย่างหล่อเฟี้ยวถ้าไม่มีหนวดเครารุงรังละก็นะ แต่อีกไม่นานเงาะก็จะถอดรูปแล้ว คว้าเอากระเป๋ากับโทรศัพท์มายัดใส่กระเป๋าสะพายใบเล็ก เห็นว่าพวกเพื่อนๆ เองก็กำลังจะออกจากหอเหมือนกัน

 

เขาลงลิฟต์ไปยังชั้นจอดรถของคอนโด ตอนที่ลิฟต์กำลังจะปิดก็ถูกกดเปิดอีกครั้ง เขามองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ เพ่งมองคนที่เดินเข้ามาในลิฟต์ อีกฝ่ายเองก็มองมาที่เขาเหมือนกัน

 

ตั้งใจจะเอ่ยต่อว่าที่เจอหน้ารุ่นพี่แล้วไม่ไหว้ แต่พอมองดีๆ ถึงได้เห็นว่าคนตรงหน้านี้แม้จะหน้าเหมือนเด็กปีหนึ่งในคณะเขา แต่ความรู้สึกบอกว่าไม่ใช่ พอมองสำรวจถึงได้เห็นจุดต่างของทั้งสองคน เด็กปีหนึ่งคนนั้นตาโตและเป็นสีน้ำตาล แต่เด็กคนนี้ตาเรียวกว่าและเป็นสีฟ้าอมเทา

 

คิดได้อย่างเดียวว่า... เด็กปีหนึ่งนั่นคงมีพี่น้องที่หน้าเหมือนกันมาก หรือไม่ก็เป็นฝาแฝดกัน เขาเลยไม่ได้คิดจะทักหรือพูดอะไรออกไป

 

กันต์เดินแยกไปอีกทางเพื่อไปยังที่รถของเขาจอดอยู่ ก่อนจะขับออกจากคอนโดเพื่อเข้าไปในเมืองตามนัดของเพื่อนตัวดี

 

โชคดีที่รถไม่ติด แต่ระยะทางก็ไม่ใช่ใกล้ๆ เลยใช้เวลาไปไม่น้อยกว่าจะมาถึง วนหาที่จอดรถอีกเกือบห้านาทีถึงจะได้ที่จอด

 

หยิบโทรศัพท์ออกมาดูว่ามีใครถึงแล้วบ้าง เห็นป่าไม้ส่งมาว่าถึงแล้ว ให้ไปเจอกันที่ร้านตัดผมร้านประจำเลย แม้จะหิว แต่เมื่อเพื่อนไปรออยู่ที่นั่นแล้วก็ได้แต่เดินไปที่ร้าน เอาไว้ค่อยหาอะไรกินทีเดียวก็ได้

 

“ว้าย! น้องกันต์~ ทำไมเถื่อนขนาดนี้คะเนี่ย” เสียงของเจ้าของร้านตัดผมร้องออกมาทันทีที่เห็นลูกค้าประจำของเขาเดินเข้ามาในร้าน

 

“เจ๊จูดี้ สวัสดีครับ” กันต์ยกมือไหว้สวัดสดีเจ้าของร้าน

 

“ค่า ดูสุดหล่อพี่มาแต่ละคนเถื่อนๆ ทั้งนั้นเลย มานี่เลยค่ะ เดี๋ยวเจ๊จะแปลงโฉมให้เองนะคะ” เจ๊จูดี้ว่าก่อนจะคว้าแขนกันต์ให้เดินตามไปยังส่วนสระผม

 

คนอื่นๆ ในกลุ่มทยอยมากันจนครบ ก็พอดีกับที่ป่าไม้แล้วก็กันต์แปลงโฉมเสร็จเรียบร้อย ถอดรูปคนเถื่อนออกไปจนหมดแบบจำแทบไม่ได้เลย

 

ผมเผ้าที่เคยยาวจนรวบได้ก็ถูกตัดจนสั้น หนวดเคราก็ถูกโกนจนใบหน้าคมคายนั้นเกลี้ยงเกลากลับมาหล่อกันเหมือนเดิมสลัดคาบพี่วินัยหน้าเหี้ยมไปทันที หลังจากที่กลับมาหล่อเหลากันเหมือนเดิมครบทุกคนแล้วก็พากันยกโขยงไปหาอะไรกินกันซึ่งก็เป็นทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวันในตอนบ่ายๆ กันไป

 

“วันนี้สรุปแนะนำตัวพี่วินัยใช่ไหม” ป่าไม้ถามขึ้นมาระหว่างจิ้มสเต็กชิ้นโตเข้าปาก

 

ดิวพยักหน้ารับคำถามของเพื่อน “ใช่ แล้วก็จะมีเปิดวีดีโอที่ถ่ายเอาไว้ด้วยน่ะ กินเสร็จก็คงต้องกลับกันแล้วหล่ะ เดี๋ยวรถจะติดแล้วจะกลับไปไม่ทันกว่าจะไปถึงอีก”

 

จัดการอาหารจานโตกันเรียบร้อยก็แยกกันไปที่รถของตัวเองเพื่อที่จะได้ขับกลับไปที่มหา’ลัย กว่าจะฝ่ารถติดกลับไปถึงก็ถึงเวลานัดของน้องๆ ปีหนึ่งพอดี พวกเขาเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ปีสามที่สตูดิโอฯของคณะ ส่วนปีหนึ่งยังคงนั่งเข้าแถวอยู่ข้างล่างแล้วเดี๋ยวปีสองจะเป็นฝ่ายพาขึ้นมาบนห้องนี้เอง

 

นั่งคุยเล่นกันไป ก่อนที่ปีสองจะวิ่งขึ้นมาบอกว่ากำลังพาน้องๆ ขึ้นมา พวกบรรดาปีสามถึงได้แยกย้ายไปอยู่ด้านหลังผ้าสีดำที่กางขึงเอาไว้สามด้าน น้องๆ ยังคงถูกปิดตาเหมือนทุกครั้งที่พาขึ้นมาที่ห้องนี้ รอจนกระทั่งปีหนึ่งนั่งกันเรียบร้อยแล้วถึงได้เดินไปปิดไฟภายในห้อง พวกปีสองเองก็ถอยมาอยู่ด้านหลังผ้าเช่นกัน

 

ทุกอย่างในห้องเงียบสงบ ก่อนที่ภาพและเสียงของวีดีโอที่ฉายอยู่บนจอโปรเจคเตอร์จะปรากฏและดังขึ้นมา

 

เสียงเพลง เสียงร้องเพลงดังออกมาจากลำโพงให้ปีหนึ่งหันซ้ายหันขวาแต่ก็ยังไม่มีใครกล้าถอดผ้าที่ปิดตาอยู่ออก เสียงพูดคุยเฮฮายังคงดังต่อไป ก่อนที่...

 

‘ปีหนึ่งครับ... เปิดตากันได้แล้วละครับ’

 

เหล่าน้องๆ ปีหนึ่งพากันถอดผ้าปิดตา ทุกอย่างในห้องยังตกอยู่ในความมืด มีเพียงแค่ภาพที่ฉายอยู่บนจอโปรเจคเตอร์ด้านหน้าเท่านั้น

 

‘สวัสดีครับปีหนึ่ง พี่ชื่อไปป์ครับ ก่อนอื่นเลยพี่คงต้องบอกว่าต้อนรับน้องๆ สถ.30 ทุกคนนะครับ’ ภาพของรุ่นพี่ปีสองที่จำได้ว่าเป็นเดือนคณะกำลังถือไมค์ของเล่นเด็กแล้วสวมบทบาทเหมือนเป็นพิธีกร

 

‘บอกก่อนเลยว่าวันที่เรามาถ่ายกันนี้เป็นช่วงก่อนที่จะเปิดเทอม ส่วนพี่จะพาไปดูอะไรนั้นก็ตามพี่มาเลยครับ’ ภาพของพี่ไปป์ที่เดินเข้าไปในอาคาร ก่อนที่กล้องจะจับภาพของคนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งที่นั่งล้อมวงกันอยู่

 

‘โอ๊ะ! นั่นพี่ๆ ปีสามครับ มาทำอะไรกันวันหยุดแบบนี้นะ เราไปแอบดูกันดีกว่าครับ’

 

บรรดาปีสามที่นั่งล้อมวงกันอยู่กำลังช่วยกันออกแบบแล้วก็ตัดกระดาษ บางคนก็วาดรูป บางคนก็ติดกาวผูกเชือก พอเสร็จก็เห็นเป็นป้ายชื่ออันแรกที่พี่ปีสองมอบให้กับน้องๆ เมื่อวันที่มาปฐมนิเทศ

 

‘ของต้อนรับให้น้องๆ ปีหนึ่งเหรอครับ’

 

‘ใช่แล้วจ้า ก็หวังว่าน้องๆ เขาจะชอบละเนอะ’

 

ภาพตัดไปอีกครั้ง คราวนี้เป็นภาพการรับน้องที่เกิดขึ้นหลังจากที่เปิดเทอมแล้ว ไม่รู้ว่าพี่ๆ แอบถ่ายกันตอนไหน เป็นภาพตอนที่พี่ๆ ปีสองกำลังปล่อยน้องกลับ ซึ่งเป็นภาพจากทางด้านหลัง แต่สิ่งที่ทำให้น้องๆ สนใจกันก็คงเป็นภาพของรุ่นพี่ที่ตามไปส่งแบบเงียบๆ

 

“พี่แกตามไปส่งทุกวันเลยเหรอวะ” เดียร์เอี้ยวตัวไปคุยกับทัชแล้วก็หินผา

 

“คงจะใช่นะ เหมือนเคยเห็นอยู่สองสามรอบขับรถตามกูมา แต่ตอนนั้นคิดว่าพวกพี่เขาอยู่หอเดียวกันเลยไม่ได้สนใจอะไร” หินผาตอบพลางมองไปรอบๆ ห้อง

 

“นั่นตอนเผาป้ายนี่” เสียงของทัชเรียกความสนใจของเดียร์และหินผาให้กลับไปมองที่จออีกครั้ง เป็นภาพของพี่วินัยที่กำลังจุดไฟเผากระดาษ ก่อนที่พวกพี่วินัยจะพากันเดินขึ้นไปบนห้อง บทสนทนาเกี่ยวกับการรับน้องรวมไปถึงการถามถึงปี๊ปที่ใส่ป้ายชื่อของน้องๆ ภาพตอนที่พี่วินัยช่วยกันแยกป้ายชื่อของแต่ละคนเก็บใส่ซองเอาไว้

 

และความสงสัยของเดียร์ก็ถูกไขให้กระจ่างว่าใครกันที่เป็นคนวาดรูปลงบนซองสีน้ำตาลที่เขาได้มาเมื่อวาน พี่วินัยหน้าโหดที่กำลังนั่งดูรูปน้องแต่ละคนแล้วก็วาดออกมาทีละคน ทีละคน จนครบทุกคน

 

สุดท้ายเป็นภาพของพี่วินัยทุกคนที่นั่งเรียงกันตรงบันไดหน้าคณะ

 

‘ปีหนึ่งครับ ผมมีอะไรจะขอกับพวกคุณ’

 

“ขอพวกผมเป็นพี่ของพวกคุณได้หรือเปล่า”

 

ภายในห้องค่อยๆ สว่างขึ้นแต่สว่างขึ้นเพราะแสงเทียนที่พี่ๆ ปีสามรวมไปถึงปีสองเดินออกมาจากหลังผ้าสีดำที่ขึงเอาไว้ ในมือของพี่ปีสามถือเทียนเล็กๆ คนละเล่ม พร้อมกับเสียงร้องเพลงของคณะดังขึ้นพร้อมๆ กัน

 

เทียนในมือของพี่ๆ ถูกส่งต่อให้น้องปีหนึ่งที่นั่งอยู่ “เทียนคือความสว่างที่สามารถทำให้ห้องมืดๆ สว่างไสวขึ้นมาได้ พวกพี่เลยอยากจะมอบแสงสว่างนี้ให้กับน้องๆ และก็ขอให้แสงสว่างนี้อยู่กับน้องๆ ทุกคนตลอดไป”

 

เหล่าบรรดาพี่วินัยเดินไปรวมกันอยู่ด้านหน้าแต่เพราะใบหน้าที่แตกต่างไปจากเดิมทำให้เหล่าน้องๆ มองอย่างแปลกใจว่าคนตรงหน้านั้นคือใคร

 

“ขอพวกผมเป็นพี่ของพวกคุณได้หรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มที่ไม่มีการตะคอก ตะโกนดังออกมาจากเหล่าพี่วินัยด้านหน้า

 

น้องปีหนึ่งหันมองหน้ากันก่อนที่ใครคนหนึ่งจะตะโกนขึ้นมาแล้วทุกคนก็ตะโกนออกมาพร้อมกัน

 

“ได้ค่ะ / ครับ!!”

 

สิ้นเสียงตะโกนของปีหนึ่งไฟในห้องก็ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงท่อนสุดท้ายของเพลงคณะดังขึ้น

 

“ยินดีต้อนรับสถ. 30 อย่างเป็นทางการครับ”

 

“เอาละครับ ทีนี้น้องๆ ก็รู้กันแล้วเนอะว่าอะไรเป็นอะไร ของขวัญทุกชิ้นใครเป็นคนทำให้ และทุกอย่างที่พี่ๆ ทำไปเพื่ออะไร” พี่โอเดินมาข้างหน้าแล้วพูดกับรุ่นน้อง

 

ก่อนที่พี่นัทและพี่ต๊อบที่เดินตามมาจะพูดต่อ “อย่างนั้นเรามารู้จักกับพี่ปีสามอย่างเป็นทางการดีกว่า”

 

“พี่ปีสามแนะนำตัวกับน้องๆ หน่อยคร้าบ~”

 

พี่ปีสามคนหนึ่งก้าวออกมาจากแถวที่ยืนเรียงกันอยู่รอบๆ แล้วพูดแนะนำตัวก่อนจะก้าวถอยหลังกลับไป และพี่คนถัดไปก็ก้าวออกมาแนะนำตัวแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนวนครบทุกคน เหลือเพียงพี่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าเท่านั้น

 

พอไฟในห้องเปิดจนสว่างและได้เห็นใบหน้าของพี่ๆ ที่ยืนอยู่ด้านหน้าชัดเจนเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันทีโดยเฉพาะจากน้องผู้หญิง

 

“ปีหนึ่งเงียบ!!” เสียงตะโกนดังมาจากพี่คนด้านหน้าทำเอาน้องๆ เงียบเสียงกันทันที “ใครให้พวกคุณพูดครับ”

 

ผลัวะ!!

 

ฝ่ามือเน้นๆ ของไข่เจียวตบลงที่หัวของกันต์จนอีกฝ่ายหน้าทิ่ม กันต์หันไปมองเพื่อนสนิทอย่างเคืองๆ เหมือนจะถามกันว่ามาตบหัวทำไม

 

“มึงจะว้ากลงทำไหม! น้องกลัวหมดแล้วเนี่ย”

 

กันต์จิ๊ปากอย่างหงุดหงิดก่อนจะถอนกลับไปยืนด้านหลังแทน พี่นัทหัวเราะก่อนจะปรบมือเรียกความสนใจจากน้องปีหนึ่ง “ต่อมาก็มาถึงบุคคลสำคัญของคณะเราแล้วเนอะ เริ่มจากคนแรกเลยครับ”

 

ที่จอโปรเจคเตอร์ด้านหลังขึ้นรูปของพี่วินัยคนแรก ไข่เจียวก้าวขึ้นไปยืนด้านหน้า “สวัสดีครับ พี่ชื่อไข่เจียวครับ เป็นพี่วินัยปีสามครับผม”

 

ไข่เจียวถอยหลังไป ป่าไม้ก้าวขึ้นมาแทนพร้อมกับภาพบนจอที่เปลี่ยนตาม “สวัสดีครับ พี่ชื่อป่าไม้ครับ ถึงแม้จะชื่อป่าไม้แต่ก็ไม่ได้ไม้ป่าเดียวกันนะครับ เป็นพี่วินัยปีสามครับผม”

 

น้องหลายคนต่างหัวเราะไปกับคำแนะนำตัวของป่าไม้ พี่วินัยอีกสี่ห้าคนก็เดินมาแนะนำตัวกันทีคนละ จนเหลือเพียงสองคนสุดท้าย ดิวหันไปมองเพื่อนนิดก่อนจะเดินออกไปด้านหน้า เสียงกรี๊ดแบบพยายามจะกลั้นเอาไว้ของน้องผู้หญิงดังมาให้ได้ยิน ยิ่งตอนที่ดิวเผยรอยยิ้มอบอุ่นออกมาก็ยิ่งมีเสียงเล็ดลอดออกมามากขึ้น

 

“สวัสดีครับน้องๆ ทุกคน พี่ชื่อดิวครับ เป็นพี่วินัยปีสาม” ภาพบนจอด้านหลังกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าแม้ว่าจะเพ่งมองดีๆ จนเห็นจุดคล้ายกันแต่ก็แยกต่างกันอย่างกับเป็นคนละคนเลยทีเดียว

 

“เป็นเดือนคณะปีสามด้วยค่า~!” เสียงของพี่ป๋อมแป๋ม พี่วินัยร่างใหญ่แต่ใจสาวน้อยร้องออกมาจนน้องผู้หญิงปีหนึ่งฮือฮาและส่งเสียงกันยกใหญ่

 

ดิวหัวเราะแก้เขินก่อนจะถอนออกไป เหลือเพียงคนสุดท้ายคนเดียวที่พอเก้าออกมาพี่ๆ ปีสองและปีสามก็ร้องแซวกันใหญ่ มีแกนนำคือพี่ป๋อมแป๋มที่เอาแต่ร้อง “ผัวขา ผัวขา” กับสามหัวโจกพี่โอ พี่นัทและพี่ต๊อบ

 

“เชี่ย... โคตรหล่ออ่ะ ขนาดกูเป็นผู้ชายยังต้องชมอ่ะมึง หล่อกว่าพี่คนเมื่อกี้ที่เป็นเดือนอีก แล้วทำไมพี่แกไม่ได้เป็นเดือนวะ” ทัชเอี้ยวตัวมาคุยกับเพื่อน

 

“นี่ไง... เหนือเดือนของคณะสถา’ปัตย์ ที่สาวๆ พูดถึง” หินผาตอบ

 

“หา! แล้วมึงรู้ได้ไงวะ” เดียร์หันไปมองพร้อมกับหรี่ตาลง “ไม่ใช่ว่าเดี๋ยวมึงจะลุกขึ้นยืนแล้วแนะนำตัวว่าเป็นพี่นงพี่เนียนหรอกนะ”

 

หินผาดีดหน้าผากเพื่อนตัวเล็กไปที “จะใช่ได้ยังไง! เปิดเทอมมากี่เดือนแล้วถ้ากูเป็นพี่เนียนกูได้สอบตกแน่ บัตรนักศึกษากูมึงก็เห็น ไม่มีใครลงทุนปลอมถึงขนาดบัตรแล้วมานั่งเรียนกับปีหนึ่งจนจะครึ่งเทอมหรอก”

 

“อ้าว! แต่มึงดูรู้เรื่องพวกพี่ๆ เขาดี”

 

“เอาไว้กูเล่าให้ฟัง”

 

“สวัสดีครับ” ทั้งสามคนหันไปสนใจคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าอีกครั้ง “พี่ชื่อกันต์ครับ เป็น...”

 

“เดี๋ยวนะ... อย่าบอกนะว่าคนนี้เป็น...” เดียร์หรี่ตามองพี่คนที่ยืนอยู่ข้างหน้า ภาพของพี่วินัยหน้าโหดที่ชอบยืนเก๊กหล่อ พูดเสียงนิ่งย้อนเข้ามาในหัว รวมไปถึงตอนที่ตนโดนสั่งลงโทษนั่งม้า

 

“ไอ้พี่วินัยหน้าเหี้ยม / หัวหน้าพี่วินัยครับ”

 

เสียงน้องๆ พูดคุยกันเซ็งแซ่ไปหมดเมื่อได้ยินคำแนะนำตัวของพี่หน้าตาหล่อๆ คนนี้ เพราะมันช่างดูแตกต่างกันมากเหลือเกิน หัวหน้าพี่วินัยที่น้องๆ เห็นมาตลอดคือคนหน้าตาโหดๆ ชอบทำหน้านิ่ง หน้าบึ้งตลอดเวลา พูดสั้นๆ ห้วนๆ แต่พี่คนนี้ที่ยืนแนะนำตัวอยู่ทั้งหน้าตาดี ยิ้มง่ายเพราะตั้งแต่ออกมาก็ระบายยิ้มแจกน้องๆ ไม่หยุด

 

“เป็นเหนือเดือนแห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ด้วยค่า~!” พี่ป๋อมแป๋มกรี๊ดออกมาอีกรอบพร้อมกับเสียงของเพื่อนและปีสองที่พากันเป่าปากยกใหญ่

 

“แล้วก็... เป็นคนวาดรูปทุกรูปที่อยู่บนซองที่พี่ๆ แจกให้เมื่อวานด้วยครับ” พี่นัทพูด

 

ดูเหมือนว่าการเปิดตัวพี่วินัยครั้งนี้จะสร้างความตกใจให้กับน้องปีหนึ่งไม่น้อยเลยทีเดียว






************************************************

ได้รุ่นอย่างเป็นทางการ พี่กันต์ถอดรูปเรียบร้อย หล่อเหลาเหมือนเดิม พี่เหนือเดือนจะคืนสู่บัลลังก์แล้วค่า เตรียมชูป้ายไฟพี่กันต์ได้เลย ไหนใครทีมใคร ชูป้ายไฟคนไหนไหนบอกฟางหน่อย อยากจะรู้ว่าเรื่องนี้ใครได้คะแนนนิยมดีกว่ากันระหว่าง พี่กันต์ หรือ น้องเดียร์ ส่วนใครอยากจะให้พวกเขารักกันแล้วนี่อดใจรอหน่อยนะคะ พวกเขายังไม่ได้สนิทสนมกันเลย รอนิด รอเนอะ ^^

 

อ๋อ... เนื้อหาการเรียนการสอน การรับน้องเนี่ย อย่างที่แจ้งใน ปล. ค่ะ บางช่วงบางตอนฟางเอามาจากที่ฟางเคยเจอ ซึ่งนั่นมันผ่านมา 7 ปีกว่าแล้วอ่ะ แน่นอนว่าจำไม่ได้ทั้งหมด ก็เอาเท่าที่จำได้คร่าวๆ มาค่ะ บางช่วงบางส่วนก็แต่งขึ้นมาเอง แต่ฟางก็ดีใจนะคะที่หลายๆ คนอินไปกับฉากการมอบรุ่นของน้องๆ คือตอนฟางอยู่ปีหนึ่ง ฟางก็ประทับใจตอนมอบรุ่นนี่แหละค่ะ ฟางก็เลยยกความประทับใจตรงนั้นมาใส่ในนิยายเรื่องนี้ แล้วก็ดีใจมากค่ะที่หลายๆ คนชอบ

 

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

อ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 435 ครั้ง

75 ความคิดเห็น

  1. #3029 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:11
    ดีใจกับน้องได้รุ่นแล้ว
    #3029
    0
  2. #2972 n_ndeerr (@n_ndeerr) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 13:55
    อารมคล้ายๆโซตัสเลยยย /หนูอินนน
    #2972
    0
  3. #2908 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:49
    พี่กันต์ถอดรูปปปป
    #2908
    0
  4. #2789 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:50
    ซึ้งใจพี่เหนือเดือนเหลือเกิน
    #2789
    0
  5. #2713 G_D_G_errard (@G_D_G_errard) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 21:18
    ทีมพี่เหนือเดือนค่ะ
    #2713
    0
  6. #2410 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 09:55
    น้องเดียร์ได้รุ่นแล้ว เหลือแค่พี่รหัสแล้วทีนี้
    #2410
    0
  7. #1854 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 17:16
    เปิดตัวพี่กันต์อย่างเป็นทางการแล้วววว รอลุ้นพี่กันต์จะอ่อยน้องยังไงเลย ดูท่าทางน้องจะแค้นคนพี่ซะด้วยซิ 55555555555
    #1854
    0
  8. #1582 penpuk-sky (@penpuk-fang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 06:58
    อ่านมาจนถึงตอนนีแล้วแบบ มันเหมือนกับเพื่อนที่เคยเรียนมข.เล่าให้ฟังเลยว่าระบบคล้ายๆแบบนี้อ่ะ ยิ่งประโยคที่บอกว่าจะได้รว่าใครที่รักน้องมากกว่าพี่ปีสองนี่ยิ่งแบบ ฮืออออ
    #1582
    0
  9. #1488 Chanky123 (@kyukie137) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 17:59
    พี่ฟางคะ สลัดคราบ ต้องเขียนแบบนี้รึเปล่าคะ
    #1488
    0
  10. #1484 C.Clover (@khun_mali) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 00:54
    พี่น้องกันต์เท่มากกกก
    #1484
    0
  11. #1312 TheMcCer (@mukurolovely) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 02:38
    อ่านตอนนี้แล้วนึกถึงตอนอยู่ปีหนึ่ง แล้วรับน้องเลยย ฮือออ น้ำตาซึม
    #1312
    0
  12. #1090 Y'O'Y (@bboonnisa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:07
    รับเป็นรุ่นน้องแล้ว...มีพี่รหัสกันยังอ่ะ..
    #1090
    0
  13. #641 tarn_teuky (@tarn_teuky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 00:23
    อ่านแล้วนึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองรับน้องอะ แนวๆเดียวกันเลย
    #641
    0
  14. #633 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 09:59
    วาดเองหมดเกือบสองร้อยอะนะ จะหล่อไปไหนนนงี่รักตายเลยอะะะเขิน
    #633
    0
  15. #348 Gammmmmmmmmm (@Gammmmmmmmmm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 01:09
    เปิดตัวพระเอกอย่างเป็นทางการ ~
    #348
    0
  16. #333 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 22:10
    คิดถึงบรรยากาศรับน้องเลยค่ะ สนุกมากเลยค่ะ
    #333
    0
  17. #331 My_omyim (@omyimm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 11:37
    พี่เหนือเดือนนนนน
    #331
    0
  18. #330 nutwu (@nutwu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 09:57
    โอ้ยยน่ารัก???
    #330
    0
  19. วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 13:11
    พ่อเงาะกันถอดรูปแล้วสินะ เล่นเอาช็อกกันไปเป็นแถบแถบ
    #329
    0
  20. #328 phone0719 (@phone0719) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 10:06
    งื้ออออออ><
    #328
    0
  21. #327 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 08:47
    งื้อออออออ อยากมีพี่วินัยหล่อๆแบบนี้บ้าง แต่ถ้าจะให้ดี ควรเป็นแฟนเราด้วย 555 มโนเข้าไป
    #327
    0
  22. #325 Hitomi Ooy (@lmoshil) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 00:51
    ชอบบบบ ชอบโมเม้นท์เปิดตัวพี่ว้าก มีความอิน 555555 #ทีม...... ยังไม่เลือกดีกว่า ขอเนื้อเรื่องประกอบการตัดสินใจอีกสัก3-4ตอนได้มั้ยคะ 555555
    #325
    0
  23. #324 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:34
    #ทีมพ่อ รายงานตัวค่ะ ทั้งพ่อคินทั้งแด๊ดดี้ควอตซ์ เลย
    #324
    0
  24. #323 February Asce (@mira_asce) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:33
    พร้อมเต๊าะน้องเดียร์แล้วจ้าาา
    #323
    0
  25. #322 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 19:56
    ก็เป็นการเปิดตัวที่ซึ้งดีอ่ะครับ
    #322
    0