♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 285,638 Views

  • 3,093 Comments

  • 11,674 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,020

    Overall
    285,638

ตอนที่ 7 : บท06 l "พี่เหนือเดือน"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 435 ครั้ง
    5 ก.ย. 60

Cr. Pic [Pinterest]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ







บท06 l “พี่เหนือเดือน”

 

เหล่าปีหนึ่งต่างทยอยเดินออกจากห้องเรียนหลังจากที่หมดคาบเรียนแล้ว สภาพแต่ละคนดูเหมือนกับผ่านสมรภูมิรบมาอย่างไรอย่างนั้น คงเป็นเพราะอาจารย์ที่นึกคึกให้ทำควิซแบบกะทันหันทำเอาทุกคนไม่ทันตั้งตัวเลยออกจากห้องมาด้วยสภาพที่ไม่ต่างกันนัก

 

“แบบนี้ก็ได้เหรอ... สอบกันกะทันหันแบบนี้” เดียร์พูดเสียงอ่อย สองมือเกาะแขนเพื่อนทั้งสองคนเอาไว้ด้วยท่าทางอ่อนแรง “นี่ขนาดยังให้ช่วยกันทำ ช่วยกันหาคำตอบได้นะเนี่ย”

 

“มึงนี่ก็เวอร์จริง” ทัชหันไปว่า แต่สภาพของเจ้าตัวก็ดูตาลอยๆ ไม่ต่างกัน จะมีก็แต่หินผาที่ดูเป็นผู้เป็นคนปกติที่สุด

 

หินผาหัวเราะกับท่าทางของสองเพื่อนสนิทก่อนจะกึ่งพากึ่งลากทั้งสองคนลงลิฟต์เพื่อไปโรงอาหาร ปล่อยเพื่อนทั้งสองคนให้พักสมองจากการสอบที่ผ่านมาส่วนตัวเขาเองก็เดินไปซื้อเครื่องดื่มเย็นๆ มาบริการให้ วันนี้มีเรียนอีกทีก็บ่ายสาม ตอนนี้เพิ่งจะเที่ยงยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงให้พักผ่อน

 

พวกเขาผลัดกันไปซื้อข้าวเพราะเวลาแบบนี้ถ้าพร้อมใจกันลุกไปหมดเกรงว่าจะโต๊ะที่นั่งกันอยู่อาจจะอันตรธานไปได้

 

“เอ่อ! ไหนว่าจะเล่าให้ฟัง” อยู่ๆ เดียร์ก็พูดขึ้นมาทำเอาอีกสองคนทำหน้างง “ก็ที่มึงบอกว่าจะเล่าให้ฟังไง วันนั้นน่ะ บนสตูฯน่ะ”

 

“เออ ใช่” ทัชเองก็เหมือนจะจำได้แต่คนที่ยังงงอยู่ก็คงเป็นหินผา “มึงบอกว่ามึงไม่ใช่พี่เนียน แต่มึงรู้เรื่องพวกพี่วินัยเยอะมาก แล้วก็บอกว่าจะเล่าให้พวกกูฟังไง”

 

คราวนี้หินผานึกออกพยักหน้ารับกับคำพูดของเพื่อน “ที่จริงก็ไม่มีอะไรมากหรอก จำได้ใช่ไหมที่กูบอกว่ามีพี่ชายน่ะ พี่กูก็เรียนอยู่ที่นี่กูก็เลยรู้เรื่องมาบ้างเพราะตอนปีหนึ่งพี่ชอบบ่นให้ฟัง แต่พอพี่มันรู้ว่ากูเข้ามาเรียนที่นี่มันก็ไม่ได้เล่าอะไรอีก กูรู้แค่ว่าพวกพี่วินัยเขามีเหตุผลในการทำอะไรแต่ละอย่าง แต่กูก็ไม่รู้ว่าพวกเราจะโดนอะไร เพราะกูกับพี่อยู่คนละหอกัน แล้วมันก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังคงกลัวว่ากูจะหลุดปากออกไป”

 

“พี่มึงนี่ใครวะ”

 

“พี่กูก็...”

 

“ไอ้หิน” ยังไม่ทันที่หินผาจะได้พูดต่อเสียงเรียกเจ้าตัวก็ดังขึ้นเสียก่อนเรียกสายตาของทั้งสามคนให้หันไปมอง พร้อมกับเสียงซุบซิบที่ดังจากรอบๆ “แม่บอกว่าโทรหามึงไม่ติด”

 

เจ้าของชื่อตาโตขึ้นนิดก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู “เผลอไปปิดเครื่องตอนไหนไม่รู้ว่ะ เดี๋ยวผมโทรกลับหาแม่เอง”

 

“เอ่อๆ แล้วนี่ไม่มีเรียนแล้วเหรอวะ” อีกฝ่ายถามพร้อมกับเดินมาใกล้มากขึ้นพร้อมกับเพื่อนๆ ในกลุ่มก่อนจะถือวิสาสะนั่งที่โต๊ะแบบไม่ถามความคิดเห็นของคนที่นั่งอยู่ก่อน

 

“มีตอนบ่ายสามพี่ แล้วพี่อ่ะ”

 

“พวกกูมีเรียนบ่ายสอง”

 

“อ่า... จริงสิ ทัช เดียร์ นี่พี่ป่าไม้ พวกมึงก็รู้จักอยู่แล้วเนอะ พี่ชายของกูเอง” หินผาหันไปแนะนำคนข้างๆ ให้เพื่อนรู้จัก “พี่คนอื่นมึงก็รู้จักอยู่แล้วละนะ พี่ไข่เจียว พี่ดิวแล้วก็พี่กันต์เป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันกับพี่ชายกู”

 

เดียร์กับทัชลอบกลืนน้ำลายพลางหันมองพี่ๆ แต่ละคนที่มานั่งร่วมโต๊ะ เป็นพี่ปีสามก็ว่าเกร็งแล้ว แต่นี่เหล่าพี่วินัยทั้งนั้น เลยได้แต่ยิ้มแหยๆ แล้วก็ยกมือไหว้กันไป

 

“เฮ้ย! ไม่ต้องเกร็งกันขนาดนั้นก็ได้ เลิกรับน้องแล้ว ไม่มีลงวินัยแล้ว” ไข่เจียวว่ายกมือตบไหล่ทัชที่นั่งอยู่ข้างๆ หัวเราะเอิ้กอ้ากชอบใจที่เห็นน้องปีหนึ่งนั่งตัวเกร็ง

 

“เออ ไม่ต้องเกร็งแล้ว พวกกูไม่สั่งลงโทษแล้วน่า” ป่าไม้ยักคิ้วให้

 

ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ก็ใช่ว่าจะลดความเกร็งลงได้ง่ายๆ เสียที่ไหนกัน ถ้าพวกพี่เขาเป็นพี่ฝ่ายพยาบาลหรือฝ่ายสันทนาการจะไม่ว่าเลย แต่นี่คือพี่วินัยตัวโหดๆ ทั้งนั้น ภาพตอนที่พี่แกยืนหน้าโหดตะคอกเอาตะคอกเอายังตามหลอกหลอนอยู่เลย แล้วจะให้เลิกเกร็งนี่นะ ขอเวลาทำใจสักพักเถอะ

 

“พี่กันต์ที่คณะเลิกรับน้องแล้วเหรอคะ” เสียงของผู้หญิงที่ดังขึ้นเรียกสายตาทุกคนบนโต๊ะให้หันไปมองรวมไปถึงเจ้าของชื่อด้วย

 

กันต์พยักหน้ารับกับคำถามของน้องผู้หญิง

 

“มิน่าล่ะ ตัดผมโกนหนวดแล้วหล่อเหมือนเดิมแล้ว นี่ค่ะ พวกเราซื้อขนมมาฝาก ทานกันให้อร่อยนะคะ” หนึ้งในนั้นพูดพร้อมกับยื่นถุงขนมถุงใหญ่มาให้

 

“ขอบคุณครับ” กันต์ว่า ส่วนป่าไม้ก็ยื่นมือไปรับถุงนั้นมาไว้เองแล้วส่งยิ้มไปให้ ทำเอาสาวๆ ที่เดินมาทักกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่แล้วก็พากันเดินออกไป

 

“มาแล้วคร้าบ มาแล้ว พี่เหนือเดือนกลับมามีอิทธิพลต่อสาวๆ อีกรอบแล้วครับหลังจากเรตติ้งตกไปเพราะไว้หนวดไว้เครามาหลายเดือน” ไข่เจียวแซวทันทีที่สาวๆ เดินออกไป โดยมีเพื่อนคนอื่นๆ โห่ฮิ้วรับ

 

“เพ้อเจ้อ!” เจ้าของฉายาเหนือเดือนว่าแค่นั้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่ดังพอดีขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นใครโทรมาก็ยิ้มกว้างทันที “ว่าไงคะน้องแพร ไม่เรียนเหรอ”

 

“อ่ะๆ น้องแพรคนสวยโทรมาเหรอ ไหนมาคุยบ้าง” ไข่เจียวกับป่าไม้แทบจะพุ่งเข้ามาแย่งโทรศัพท์ ให้คนที่กำลังคุยกับน้องสาวสุดที่รักอยู่หันมามองตาขวาง

 

กันต์ยกนิ้วชี้หน้าเพื่อนรักทั้งสองก่อนจะแยกออกไปคุยโทรศัพท์ ไม่วายมีเสียงของไข่เจียวตะโกนแทรกเข้าไปในสาย “น้องแพรคนสวย~ พี่ไข่เจียวยังว่างนะ”

 

“พวกมึงนี่นะ รักษามาดพี่วินัยหน่อยไหม เด็กพวกนี้งงเป็นไก่ตาแตกแล้วเนี่ย” ดิวว่าขำๆ ไม่ได้จริงจังอะไรพลางมองไปทางเดียร์กับทัชที่มองพวกเขาไม่วางตา

 

กับหินผาไม่เท่าไหร่เพราะเจ้านี่เป็นน้องของป่าไม้ แน่นอนว่ารู้จักสนิทสนมกับพวกเขาอยู่แล้ว มันเลยรู้ว่านิสัยที่แท้จริงของพวกเขาน่ะเป็นอย่างไร ผิดกับเด็กปีหนึ่งอีกสองคนที่เห็นแต่พวกเขาในมาดของพี่วินัยแสนโหด พอมาเจอลุคบ้าๆ บอๆ ก็ตาโตแทบถลนออกจากเบ้า

 

“ทำใจให้ชินนะน้องนะ” ไข่เจียวหันมายิ้มให้ “เอาจริงๆ แล้วพวกพี่ก็ไม่ได้โหดอะไร ที่จริงก็ไม่ได้อยากจะว้ากจะอะไรด้วย พอหมดรับน้องก็เลยปล่อยเลย ไม่ทำมาดเข้มต่อ”

 

“อ่า... ครับ” เดียร์และทัชได้แต่พยักหน้ารับ ผิดกับหินผาที่ส่งยิ้มมาให้เพราะรู้นิสัยของรุ่นพี่แต่ละคนเป็นอย่างดี

 

“เอ่อ... ว่าแต่พี่ครับ ‘เหนือเดือน’ อะไรนั่นหมายถึงพี่คนเมื่อกี้เหรอ” เดียร์ถามพลางชี้ไปทางกันต์ที่เดินแยกไปคุยโทรศัพท์กับน้องสาว ท่าทางยิ้มแย้มอย่างมีความสุขที่สาวๆ ได้ยินก็ใจหายกันไปหมดเพราะคงมีไม่น้อยที่เข้าใจผิดไปว่าอีกฝ่ายกำลังคุยกับคนรัก ไม่ใช่น้องสาว

 

“ใช่แล้วล่ะน้อง... เราชื่ออะไรนะ พี่จำได้แต่ว่าเราเป็นเด็กปีหนึ่งที่ชอบวิ่งชนพี่วินัย” ไข่เจียวพยักหน้าก่อนจะถามชื่ออีกฝ่ายแทนเพราะนึกชื่อรุ่นน้องคนนี้ไม่ออก แต่ถ้าถามว่ารู้จักไหมแน่นอนว่ารู้จัก เพราะทั้งสามคนเป็นคนที่โดดเด่นมากในชั้นปีหนึ่ง ไหนจะเป็นเพื่อนของน้องชายเพื่อนสนิทอีก แต่ดันจำชื่อไม่ได้เพราะวีรกรรมของเจ้าเด็กคนนี้คือวิ่งชนพี่วินัยเลยจำได้กันแบบนี้แทน

 

“เดียร์ ส่วนอีกคนก็ทัช” เป็นหินผาที่แนะนำเพื่อนทั้งสองคนแทน ส่วนเด็กปีหนึ่งที่ชอบวิ่งชนพี่วินัยก็ได้แต่ยิ้มแหยตอนที่ได้ยินแล้วไหนจะมีพี่ดิวที่หันมามองแล้วยิ้มขำๆ อีก

 

“เอ่อๆ น้องเดียร์ โอเค พวกพี่จะจำเอาไว้นะ” ไข่เจียวตีมือ ยกนิ้วจิ้มที่ขมับของตัวเองเหมือนกับว่าการทำแบบนั้นจะทำให้สามารถจำชื่อรุ่นน้องได้แม่นยำขึ้น “มาต่อเรื่องเหนือเดือน ไอ้หมอนั่นแหละเจ้าของฉายา ‘เหนือเดือน แห่ง ถา’ปัตย์’ ผู้โด่งดัง”

 

“เหนือเดือนคืออะไรเหรอพี่” เป็นทัชที่ถามบ้างเพราะรู้สึกสนใจกับชื่อนี้

 

“เหนือเดือน ก็คือ คนที่หล่อกว่าเดือนไง พูดง่ายๆ ก็คือ มันหล่อกว่าพี่” เดือนคณะปีสามบอก “จริงๆ แล้วพวกรุ่นพี่ตั้งใจจะส่งมันไปประกวดเดือนแต่มันไม่ยอมไป บอกหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ประกวด แล้วมันก็โยนมาให้พี่ไปประกวดแทน พวกพี่ก็เลยเรียกมันว่า เหนือเดือน คือหล่อ ดูดีกว่าคนที่เป็นเดือนนั่นแหละ”

 

ทั้งเดียร์และทัชต่างก็พยักหน้ารับกับคำบอกเล่าของเดือนปีสาม พร้อมกับมองดิวและกันต์ที่กำลังเดินกลับมาที่โต๊ะสลับกันไปมา จะบอกว่ากันต์หล่อกว่า หรือดิวหล่อกว่าก็บอกไม่ถูกเพราะแต่ละคนก็หล่อด้วยกันทั้งนั้นแม้จะหล่อกันคนละแบบก็เถอะ เสน่ห์ของทั้งคู่ก็แตกต่างกัน แต่ออร่ารอบๆ ตัวดิวดูนุ่มๆ และน่าเข้าใกล้มากกว่าอีกคน

 

เดียร์แทบอยากจะยกมือกุมหัวเพราะคิดจริงจังกับเรื่องเหนือเดือนจนแทบจะปวดหัว สุดท้ายก็ต้องสะบัดความคิดนี้ออกไป เพราะไม่ว่าอย่างไร... คนที่ได้ชื่อว่า ‘เหนือเดือน’ ก็คือพี่วินัยที่สั่งลงโทษเขาอยู่ดี!

 

หลังจากที่กันต์เดินกลับมาพวกพี่ๆ ก็แยกย้ายกันไปซื้อข้าวตอนนี้ทั้งโต๊ะเลยเหลือแต่พวกเขาสามคน เดียร์กับทัชหันไปมองเพื่อนใหม่ของตัวเอง

 

“สรุป... พี่ชายของมึงคือพี่ป่าไม้ พี่วินัย...” ทัชว่าพลางมองไปรอบๆ เพื่อดูให้แน่ใจว่าคนที่กำลังพูดถึงไม่ได้อยู่ใกล้ในระยะที่ได้ยิน

 

หินผาพยักหน้ายืนยันกับคำถามของเพื่อน “ใช่แล้วล่ะ กูเลยรู้อะไรบ้างนิดหน่อยไง พวกมึงไม่ต้องเกร็งไปหรอก พวกพี่มันไม่ได้โหดจริงหรอก นิสัยก็อย่างที่มึงเห็นเมื่อกี้นี่แหละ”

 

“เออ... กูจะพยายามไม่เกร็งแล้วกันนะมึง” ทัชว่า เออออไปกับเพื่อนก่อนจะหันไปหาเพื่อนรักที่นั่งอยู่ข้างๆ “แล้วมึงอ่ะ ยังอคติกับพี่วินัยสุดโหดของมึงอยู่อีกไหม”

 

เดียร์หันมาแยกเขี้ยวย่นจมูกใส่ “ของกูบ้าไรมึง! แล้วกูบอกกี่รอบแล้วว่ากูไม่ได้อคติ ไม่ได้อคติ”

 

“ไม่ได้อคติ แต่แค่เหม็นขี้หน้าเขา เห็นพี่เขาก็แยกเขี้ยวใส่ตลอด ไอ้ฮาร์ทยังบอกกับกูเลยว่ามันต้องนั่งฟังมึงบ่นเรื่องพี่เขาทุกวันจนมันแทบจะจำสคริปบทของมึงได้ทุกประโยค”

 

“ก็ถ้าเป็นมึงโดนสั่งลงโทษแบบนั้นบ้างล่ะ มึงจะยิ้นลัลลาไหม” เดียร์เองก็เถียงกลับอย่างไม่ลดละเหมือนกัน

 

“ยังไม่เลิกบ่นอีกเหรอ” หินผาถามเพราะไม่ค่อยได้ยินเพื่อนพูดถึงเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินยิ่งช่วงวันแรกๆ หลังจากที่เดียร์โดนสั่งลงโทษเขาได้ยินเจ้าตัวบ่นงุ้งงิ้งทั้งวัน

 

“ไม่อยากจะพูด” ทัชหันกลับมาหาหินผาทันที แล้วคนไม่อยากจะพูดก็เริ่มต้นเผาเพื่อนตัวเอง “มึงไม่ได้อยู่คอนโดเดียวกับมันไง ไม่ได้คอยขับรถรับส่งมันไง มึงเลยไม่ได้ยิน แต่กูนี่มึ๊ง! กูนี่ขับรถรับส่ง อยู่คอนโดเดียวกัน มันบ่นทุกวันเรื่องพี่วินัย บางทีนะมึงไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำแม่งยังวกเข้ามาพูดได้”

 

หินผาหัวเราะเมื่อได้ยินทัชเล่า ส่วนคนที่กำลังโดนเพื่อนนินทาระยะเผาขนก็นั่งหน้าบูดหน้าบึ้ง หน้าตาอยากจะพุ่งเข้ามาบีบคอคนเล่ามาก

 

“ก็กูโดนสั่งลงโทษนี่!”

 

“แต่มึงก็ยอมรับผิดเองไหมล่ะ” ทัชหันไปพูด “มึงเองก็วิ่งไปชนพี่เขาไหมล่ะ”

 

“แล้วต้องลงโทษกันขนาดนั้นหรือไงล่ะวะ”

 

“แต่มึงก็ได้ยินแล้วนี่ว่าเพาะอะไรพี่เขาถึงสั่งลงโทษมึงน่ะ” ทัชยกมือบีบหูเพื่อนตัวเอง “ได้ยินกับหูเองเลยนี่ว่าพี่เขาตั้งใจจะสอนมึงว่าให้มึงหยุดดูแล้วก็ช่วยเหลือคนที่มึงวิ่งชน กูถึงได้บอกไงว่ามึงมันอคติ”

 

“กูไม่ได้อคติโว้ย!” คนที่เชื่อมั่นในตัวเองว่าไม่ได้อคติก็ยังคงยืนยันแบบนั้น “มึงก็เห็นว่ากูไม่ได้อคติกับพี่วินัยคนอื่นๆ สักหน่อย”

 

“เออ กูเห็น กับพี่คนอื่นๆ น่ะมึงไม่อคติหรอก แต่มึงน่ะ อคติอยู่คนเดียว”

 

“กูไม่ได้อคติ กูแค่หมั่นไส้เฉยๆ โว้ย!” เดียร์ว่า “ชอบทำเป็นเก๊ก ยืนนิ่งๆ เดินนิ่งๆ ทำเป็นดุเสียงนิ่ง เวลายืนก็ชอบยืนกอดอกมองนิ่งๆ จะทำอะไรก็ทำเป็นนิ่งหมด กูเลยหมั่นไส้ มึงเข้าใจไหม กูไม่ได้อคติ”

 

“คุณหมั่นไส้ผมเหรอ”

 

“ก็ใช่!...” เสียงหายไปในลำคอเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนที่พูดประโยคเมื่อครู่ไม่ใช่เพื่อนของตัวเองที่นั่งอยู่ข้างๆ เพราะเสียงเหมือนจะดังมาจากด้านหลัง แล้วไอ้ทัชก็คงไม่แทนประโยคนั้นว่าผมหรอก

 

เดียร์หันไปมองด้านหลัง เห็นคนที่ว่าอยู่เมื่อครู่ยืนถือจานข้าวมองเขาอยู่ ด้านหลังมีพี่ๆ คนอื่นยกมือกุมท้องหัวเราะกันอย่างชอบใจ เดียร์ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอรู้สึกลำคอแห้งผาดไปหมด น้ำลายก็เหนียวหนืดติดคอ เลยต้องคว้าแก้วน้ำมาดูดน้ำอึกๆ พอเหลือบตาขึ้นมองก็ยังเห็นพี่วินัยถอดรูปมองมาอยู่ ก็อยากจะสะดุ้งอยู่หรอก แต่ก็ไม่อยากทำตัวเหมือนคนกลัวไง เดี๋ยวอีกฝ่ายจะได้ใจ คิดว่าเขาจะกลัว

 

บอกเลยว่าลูกแด๊ดดี๊ควอตซ์กับมัมมี๊น้ำเหนือไม่มีกลัวหรอก!

 

กันต์มองเด็กปีหนึ่งที่ตอนแรกก็เหมือนจะกลัวเขาอยู่หรอก แต่ตอนนี้กลับมาจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้เสียอย่างนั้น ตาโตกลมสีน้ำตาลนั้นมองเขาแทบไม่กระพริบ ปลายจมูกเชิดบ่งบอกว่าเป็นเด็กดื้ออย่างแน่นอน เห็นแล้วอยากจะยกมือบีบจมูกนั้นสักที ส่วนไอ้เพื่อนตัวดีด้านหลังก็หัวเราะไม่หยุด ไม่รู้จะหัวเราะอะไรของมันกัน

 

“ผมคงน่าหมั่นไส้มากเลยอย่างนั้นสินะ” กันต์ว่า เขาทิ้งตัวลังนั่งข้างน้องของเพื่อนสนิท ก็ตรงข้ามกับเด็กปีหนึ่งนั่นแหละ

 

เดียร์ย่นจมูกใส่ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป

 

“ผมก็หวังว่าคงไม่มีเด็กปีหนึ่งบางคนแถวนี้เที่ยวไปวิ่งชนใครต่อใครอีกก็แล้วกัน”

 

“คิดว่าผมอยากจะวิ่งชนพี่หรือไงล่ะ ใครจะบ้าอยากวิ่งชนคนอื่นกัน” พอได้ยินแบบนั้นเดียร์ก็เถียงกลับทันที

 

กันต์เงยหน้าขึ้นมอง “ก็เด็กปีหนึ่งอย่างคุณไง ที่ดูแล้วน่าจะชอบวิ่งชนคนอื่นไปทั่ว”

 

“มึง... ใจเย็น...” ทัชรั้งเพื่อนตัวเองเอาไว้เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักเหมือนจะมีควันออกหู

 

เดียร์ได้แต่ส่งเสียงฮึมฮำในลำคอ แยกเขี้ยวใส่คนตรงข้ามไปทีแต่อีกฝ่ายไม่เห็นเพราะมัวแต่สนใจกับอาหารตรงหน้า ผิดกับคนอื่นๆ ที่ร่วมโต๊ะด้วยเห็นอย่างชัดเจน

 

“อ้าว! มึงจะไปไหนเนี่ย” ทัชร้องถามเมื่อเห็นเดียร์ลุกออกจากโต๊ะ

 

“ไปซื้อ ‘คุณหมี’ มากิน!”

 

เจ้าตัวหันมาพูดก่อนจะเดินจ้ำๆ ออกไป ทัชได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะหันมายกมือไหว้พวกพี่ๆ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ “ขอโทษด้วยนะครับ มันก็พูดไปอย่างนั้นแหละไม่ได้อะไรหรอก พี่อย่าไปถือสาอะไรมันเลยนะ”

 

ป่าไม้ยกมือโบกไปมาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ไม่ได้โกรธอะไรหรอก ตลกดีๆ นี่มีมวยถูกคู่แล้วนะเนี่ย” พูดแล้วก็หัวเราะชอบใจ

 

“มึงมันบ้า” กันต์หันไปว่าเพื่อนตัวเอง ก่อนจะหันไปมองตามเส้นทางที่เด็กปีหนึ่งเดินจ้ำหนีไป

 

“ว่าแต่เมื่อกี้มันบอกจะไปไหนนะ” หินผาถามเพราะไม่แน่ใจว่าฟังไม่ชัดหรือเพื่อนของเขาพูดไม่รู้เรื่องกันแน่

 

“อ๋อ... มันบอกจะไปซื้อคุณหมีมากิน” คำตอบของทัชทำเอากันต์ที่กำลังตักข้าวกินชะงักไปทันที พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง ฟังทัชพูดอธิบายเพิ่มเติมเมื่อเห็นว่าแต่ละคนไม่เข้าใจ “เจลลี่ที่เป็นรูปหมีไง มันเรียกคุณหมี แต่เอาจริงๆ มันเรียกของทุกอย่างที่เป็นรูปหมีว่าคุณหมีหมดนั่นแหละ”

 

“แล้วทำไมถึงเรียกหมีว่าคุณหมี” กันต์ถามออกไป

 

ทัชส่ายหน้า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับพี่ แต่ได้ยินมันเรียกแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ตอนแรกเหมือนมันจะใช้เรียกอะไรสักอย่างนี่แหละ ตอนหลังมันเรียกหมีทุกอย่างเป็นคุณหมีหมด ไม่ว่าจะขนมรูปหมี ตุ๊กตาหมี เจลลี่ ขนาดเสื้อรูปหมีมันยังเรียกเสื้อคุณหมีเลย”

 

กันต์พยักหน้ากับคำตอบของทัช หันไปมองคนที่กำลังก้มๆ เงยๆ หยิบขนมอยู่ในเซ่เว่น ทั้งๆ ที่คนในนั้นก็มีตั้งหลายคนแต่ก็แปลกดีที่พอเขามองไปก็เห็นเด็กปีหนึ่งคนนั้นพอดี

 

‘วันนี้น้องเขามาหาน้องกันต์ด้วยนะ เพิ่งกลับไปไม่นานนี้เอง แล้วก็ซื้อคุณหมีกลับไปด้วย’

 

‘ทำไมน้องกันต์ไม่ได้เจอน้องตัวเล็กสักทีละครับ’

 

‘นั่นน่ะสิ พ่อคินก็ยังคิดเลยว่าทำไมไม่ได้เจอกันสักที น้องเขาก็มาบ่อยแต่ดันไม่เคยได้เจอกันเลย’

 

‘แล้วน้องตัวเล็กชอบคุณหมีไหมครับ’

 

‘ชอบสิครับ น้องเขาบอกว่าคุณหมีอร่อยมาก ซื้อกลับไปตั้งสองชิ้น’

 

“กันต์... กันต์! ไอ้เชี่ยกันต์!”

 

กันต์สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงตะโกนที่อยู่ใกล้หู หันไปมองเพื่อนตัวเองทันที “อะไรของมึง”

 

“มึงสิครับ อะไรครับ เป็นอะไร กูเรียกตั้งหลายรอบแล้วเอาแต่เหม่ออะไรวะ ไปได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปเรียนไม่ทันหรอกมึง” ไข่เจียวว่า

 

“อ่อ... อือๆ โอเค” เจ้าตัวรับคำ คว้ากระเป๋ามาสะพาย ถือจานไปเก็บเอาไว้ที่เก็บจานแล้วเดินตามเพื่อนๆ ไป เผลอคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกินข้าวเสร็จตอนไหน เด็กปีหนึ่งนั่นกลับมานั่งที่โต๊ะตั้งแต่เมื่อไหร่

 

“แล้วเมื่อกี้มึงคิดอะไรอยู่” ดิวหันมาถาม

 

“ไม่มีอะไร... แค่นึกถึงน้องตัวเล็กเฉยๆ” กันต์ตอบ เขากับดิวรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ และอีกฝ่ายก็แทบจะรู้เรื่องของเขาทุกอย่าง พอตอบไปแบบนั้นดิวก็เข้าใจในทันทีว่าหมายถึงเรื่องอะไรก็เลยไม่ได้ถามอะไรต่อ





* * * ต่อค่ะ 100% * * *




เดียร์ไม่คิดเลยว่าพี่วินัยหน้าโหดที่เจ้าตัวนึกหมั่นไส้ทุกครั้งที่นึกถึงจะเป็นที่ชื่นชอบมากขนาดนี้ หลายวันมานี้ไม่ว่าจะเดินไปไหนมาไหน จะอยู่ส่วนไหนของมหา’ลัย หรือแม้แต่ร้านอาหารก็มักจะได้ยินคนพูดถึง ‘เหนือเดือน’ ตลอด ได้ยินบ่อยจนแทบอยากจะเบ้ปากใส่แล้ว

 

“ทำไมคนถึงได้พูดแต่เหนือเดือนๆ กันเต็มไปหมด นี่... เขาดังมากเลยเหรอ” เดียร์พูดก่อนจะหันไปถามคนที่น่าจะตอบคำถามเขาได้อย่างหินผา

 

หินผาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ก่อนจะพยักหน้ารับ “ดัง ดังมาตั้งแต่ตอนเข้าเรียนปีหนึ่งแล้ว”

 

“ทำไมอ่ะ เขาแก้ผ้ามาเรียนวันแรกเหรอถึงได้ดัง มีแต่คนพูดถึง” ทั้งน้ำเสียง ทั้งคำพูดมาเต็มแบบที่ทัชและหินผาฟังก็รับรู้ได้ทันทีว่าเพื่อนของเขาคงนึกหมั่นไส้รุ่นพี่คนนั้นอีกแล้ว

 

“มึงนี่ก็นะ...” ทัชเขกหัวเพื่อนไปที มันหมั่นไส้รุ่นพี่เขา ส่วนตัวเขาเองก็หมั่นไส้มันเหมือนกัน

 

“หึ... พี่กันต์เขาไม่ได้แก้ผ้ามาเรียน แต่เขาเป็นคนเพอร์เฟค รูปหล่อ บ้านรวย เรียนดี กีฬาเด่น ประวัติเสียก็ไม่ค่อยมี”

 

ยิ่งฟังก็ยิ่งนึกหมั่นไส้จนต้องเบ้ปาก “กูก็เพอร์เฟคหรอก รูปจะมองหล่อก็หล่อ จะมองน่ารักก็ดูดี บ้านกูก็รวย นี่ไม่อยากจะอวด กีฬากูก็ได้ เรียนกูก็ดีเถอะ”

 

เพื่อนทั้งสองคนได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางของเดียร์ ก่อนจะพยักหน้าเออออรับคำของอีกฝ่าย “ก็นั่นแหละ เพราะแบบนั้นพี่เขาก็เลยดัง ที่จริงกลุ่มนี้ก็ดังหมดนั่นแหละ ไหนจะพี่ดิวที่เป็นเดือนคณะ พี่ไข่เจียวเห็นแบบนั้นก็เป็นคนคุยสนุก เข้ากับคนง่ายเลยมีคนรู้จักไปทั่ว แล้วก็ยังมีพี่ผู้หญิงอีกสองคนที่เป็นทั้งดาวแล้วก็รองดาวปีสาม พอรวมกลุ่มกันทีไรเลยเด่นทุกที”

 

“ก็จริง แต่ละคนเหมือนกับคัดหน้าตาทั้งนั้น” ทัชพยักหน้ากับคำพูดของหินผา

 

คนในกลุ่มของพี่วินัยนั้นพอโกนหนวดโกนเคราแล้วแต่ละคนนี่หน้าตาดีด้วยกันทั้งนั้น คงไม่แปลกหรอกที่จะเป็นที่รู้จักของคนในมหา’ลัย

 

“กูก็หล่อเถอะ” เดียร์ยังไม่วายพูด “อีกอย่างกูว่า... เขาก็ไม่ได้หล่อขนาดนั้นไหมวะ ไม่รู้ทำไมผู้หญิงถึงได้ชอบกันนักกันหนา กูว่ามาชอบกูยังจะดีกว่าอีก”

 

“มึงนี่ก็กล้าเอาตัวเองไปเทียบเขาเนอะ” ทัชส่ายหน้า

 

คนที่กล้าเอาตัวเองไปเทียบหันมามองทันที หน้าตาเอาเรื่องอย่างที่สุด “ทำไมกูจะไม่กล้าห๊ะ”

 

“อือหือ... ยังจะกล้าถาม” ทัชยื่นนิ้วมาจิ้มหน้าผากเพื่อนทันที “มึงก็ลองเทียบดู เอาแค่ความสูง... มึงก็เทียบเขาไม่ได้แล้วเดียร์ ลองมึงไปยืนคู่กับพี่เขา ร้อยกูให้ล้าน ผู้หญิงวิ่งข้ามหัวมึงไปหาพี่เขาแน่นอน นี่มึงสูงถึงเอวพี่เขาไหมวะกูก็ลืมวัดว่ะ”

 

หินผาหัวเราะหึในลำคอ ใจจริงก็อยากจะหัวเราะออกเสียงเลยแต่ก็เกรงใจเพื่อนเลยได้แต่หัวเราะในลำคอเท่านั้น

 

“สัส! กูไม่ได้เตี้ยขนาดนั้นโว้ย!” ร้องโวยวายเสียงดัง ยกมือตีเพื่อนไปอีกทีข้อหาที่มันบังอาจมาว่าเขาเตี้ย เขาไม่ได้เตี้ยสักหน่อย นี่สูงนะโว้ย สูงตั้งร้อยเจ็ดสิบกว่า น่าจะร้อยเจ็ดสิบห้าด้วยซ้ำ แล้วมันยังมาหาว่าเขาเตี้ยอีก เตี้ยบ้าอะไร!

 

แล้วฟังที่มันพูด กล้าพูดได้ยังไงว่าผู้หญิงจะวิ่งข้ามหัวเขาไป ไอ้บ้า! ถ้าจะวิ่งกระโดดข้ามหัวเขาผู้หญิงพวกนั้นต้องสูงสักสามสี่เมตรแล้วมั้ง

 

“เออ มึงไม่ได้เตี้ยขนาดนั้นหรอก แต่มึงก็เตี้ยกว่าเขาอยู่ดี พี่เขาสูงเท่าไหร่วะมึง” ทัชว่าก่อนจะหันไปถามหินผา

 

อีกฝ่ายนิ่งเหมือนจะนึก “กูก็ไม่แน่ใจ แต่พี่เขาสูงกว่ากูนะ กูก็สูงร้อยแปดสิบกว่าแล้ว พี่เขาคงสูงสักร้อยแปดห้าไม่ก็เกิน”

 

พอได้ยินคำตอบแบบนั้นเดียร์เองก็นิ่งไป สูงกว่าเขาเป็นสิบเซนฯ เลย “นี่คนหรือเปตร สูงไปไหนวะ”

 

“เห็นไหม แค่ความสูงมึงก็เทียบพี่เขาไม่ได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึงรูปร่างหน้าตา ที่พี่เขาหุ่นดีกว่าขี้ก้างอย่างมึง ไหนจะเรียนเก่ง บ้านรวย...”

 

“บ้านกูก็รวย ดีไม่ดีรวยกว่าด้วย!” เรื่องนี้แหละที่เดียร์จะไม่ยอม ไม่อยากจะอวดนะ แต่เขามั่นใจว่าครอบครัวเขาก็มีฐานะเหมือนกัน “ว่าแต่บ้านเขารวยแค่ไหน”

 

“อือ... กิจไพศาลกุล เห็นว่าเป็นบริษัทออกแบบเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ของประเทศไทย แล้วก็... มีบริษัทในเครือที่เป็นบริษัทออกแบบด้วย” หินผาตอบอย่างรู้ว่าเดียร์ถามเขาแม้จะไม่ได้เงยหน้ามองก็ตามที

 

“อ๋อ... กูเคยได้ยินอยู่เหมือนกัน ว่าแต่ว่ามึงนี่รู้เยอะดีนะ มึงเป็นสะใภ้บ้านเขาเหรอ” ทัชพยักหน้าก่อนจะเอ่ยแซวเพื่อนใหม่

 

“สัส!” หินผาด่าออกมาทันทีแบบที่ทัชแล้วก็เดียร์ก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ปกติเพื่อนใหม่คนนี้ไม่ค่อยจะด่าหรือว่าอะไรเท่าไหร่ เหมือนเป็นพี่ใหญ่ประจำของกลุ่ม แถมยังเก่งแล้วก็รอบรู้มักจะมีคำตอบให้ในแทบจะทุกๆ เรื่อง พอแกล้งให้อีกฝ่ายหลุดมาดได้ก็เลยชอบใจ

 

“ฮ่าๆ กูล้อเล่นหรอกน่า กูนึกภาพมึงเป็นสะใภ้เขาไม่ออกจริงๆ ว่ะ” ทัชหัวเราะจนท้องแข็งเมื่อนึกภาพตาม

 

“กูขนลุก!” หินผาว่าพลางลูบแขนตัวเอง และนั่นก็ยิ่งทำให้อีกสองคนหัวเราะหนักเข้าไปอีก กว่าจะหยุดหัวเราะได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียว ส่วนประเด็นเปรียบเทียบระหว่างเดียร์และพี่เหนือเดือนก็เป็นอันตกไปเพราะมัวแต่หัวเราะจนลืมไปแล้ว

 

“เอ่อ ว่าแต่ว่าเราจะตัดโมเดลกันวันไหนอีก วันจันทร์ก็ส่งแล้วนี่ดีนะที่อาจารย์เลื่อนวันพอดีเลยมีเวลาเพิ่งอีกหน่อย” ทัชถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีงานกลุ่มค้างอยู่

 

“พรุ่งนี้ก็ได้ ไปทำที่คอนโดพวกมึงนั่นแหละ จะห้องใครก็เลือกสักคนเดี๋ยวกูไปหาเอง แล้วก็มีรายงานวิชาประวัติศาสตร์ด้วย” หินผาว่า

 

“โอเค ทำห้องกูก็ได้ มึงจะเตรียมเสื้อผ้ามาด้วยก็ได้นะเผื่อขี้เกียจกลับไรงี้” เดียร์ตอบรับก่อนจะพูดกับหินผา ซึ่งอีกฝ่ายเองก็พยักหน้ารับกับคำพูดนั้น

 

“อย่างนั้นพรุ่งนี้เจอกันที่คอนโดพวกกูตอนสิบโมงแล้วกัน มึงถึงแล้วโทรหากูจะได้ลงไปรับเพราะมันต้องมีคีย์การ์ดถึงจะเข้าได้” ทัชพูด

 

เมื่อตกลงกันได้แล้วเรียบร้อยพวกเขาแยกย้ายกันกลับ หินผาแยกไปอีกทางเพราะจอดรถเอาไว้คนละที่กับทัช ส่วนเดียร์ก็ไปกับทัชเหมือนทุกครั้ง

 

“กูว่ามึงไปหัดขับรถเอาไว้ก็ดีนะ” ทัชว่าหลังจากที่ขับรถออกมาจากมหา’ลัยแล้ว “เผื่อวันไหนมึงต้องใช้รถแล้วไม่มีคนขับให้”

 

“เออน่า... กูก็คิดเอาไว้อยู่เหมือนกันนั่นแหละ เอาไว้ว่างๆ กูให้แด๊ดสอน แต่ว่านะ มัมกูก็ขับรถไม่เป็น ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยเห็นแด๊ดตามรับตามส่งตลอด”

 

“เออๆ แล้วแต่มึงเหอะ แล้วนี่จะให้กูปล่อยมึงตรงไหน หรือจะเข้าคอนโดเลย”

 

“ตลาดเลยเพื่อน กูแวะซื้อของกินก่อน มึงไม่ลงใช่ไหม” หันไปถามเพื่อน ซึ่งทัชก็พยักหน้ารับกับคำถามนั้น

 

ทัชเปิดไฟชิดซ้ายก่อนจะจอดให้เพื่อนของเขาลงตรงตลาดข้างคอนโด ส่วนตัวเขาก็ขับรถกลับไปที่คอนโดเลย

 

เดียร์กระชับกระเป๋าสะพายของตัวเองก่อนจะเดินเข้าไปในตลาดเพื่อหาของกินเป็นมื้อเย็นวันนี้ วันนี้เขาต้องหาอะไรกินเองเพราะว่าพี่ชายฝาแฝดของเขาอย่างฮาร์ทมีนัดทำงานกับเพื่อน ไม่กลับดึกก็คงจะค้างห้องเพื่อนไปเลย

 

ในเมื่อไม่มีคนให้ไปปล้นเสบียงก็ต้องหาเลี้ยงตัวเองต่อไป

 

จริงๆ แล้วเขาก็พอจะทำอาหารเป็นเพราะเคยเข้าไปช่วยมัมในครัวบ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เก่งอะไรผิดกับฮาร์ทที่ดูจะทำเก่งกว่าเขา อีกเหตุผลที่สำคัญคือเขาขี้เกียจ ขี้เกียจหาซื้อวัตถุดิบในการทำ ตอนทำก็สนุกหรอกแต่พอจะเก็บล้างนี่แหละ แค่เห็นกองหม้อกระทะที่วางเอาไว้ก็อยากจะร้องไห้แล้วหลับให้รู้แล้วรู้รอดไป เพราะอย่างนั้นเดียร์จึงเลือกที่จะซื้อมากกว่า ยกเว้นวันไหนที่นึกคึกอยากทำจริงๆ ก็จะทำ

 

เดินวนหนึ่งรอบเพื่อสำรวจดูว่ามีอะไรน่าอร่อยบ้างก่อนจะตัดสินใจซื้อตอนที่เดินวนรอบที่สอง ได้ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลมาหนึ่งถุง ข้าวมันไก่อีกหนึ่งกล่อง ขนมเบื้องอีกหนึ่งถุง ขนมบ้าบิ่นอีกหนึ่งถุง แล้วก็ยังมีข้าวเหนียวสังขยากล่องเล็กอีกหนึ่งกล่อง แล้วก็ปิดท้ายด้วยชานมอีกหนึ่งแก้ว บอกเลยว่าของกินพวกนี้ เขาเหมาคนเดียวหมด ไม่มีแบ่งสำหรับมื้อถัดไป แล้วก็ไม่มีเผื่อสำหรับพี่ชายฝาแฝดด้วย

 

เดินดูดชานมกลับคอนโดอย่างอารมณ์ดีเพราะได้ของกินถูกใจมาเพียบโดยเฉพาะขนม นี่ใจจริงก็อยากจะซื้อทับทิบกรอบมาอีกอย่างหรอกนะ เขาเป็นพวกชอบขนม โดยเฉพาะขนมไทยจะชอบมากเป็นพิเศษให้กินเท่าไหร่ได้หมด เมนูโปรดเลยก็คือข้าวเหนียวสังขยา ขนมชั้น ทับทิบกรอบน้ำกะทิ เห็นเป็นไม่ได้ ต้องซื้อมาตลอด แต่ถ้าจะให้ชอบที่สุดก็ต้องเป็นขนมหวานฝีมือมัมมี๊แล้วก็คุณย่า อร่อยสุดๆ ให้กินคนเดียวทั้งหม้อ ทั้งถาดก็ไหว

 

“รอด้วยครับ” เสียงจากนอกลิฟต์ดังขึ้นให้เดียร์ที่กำลังจะกดลิฟต์ปิดต้องเอื้อมมือไปกดเปิดเอาไว้ให้ “ขอบคุณครับ”

 

“ชั้นอะไร...” เสียงหายไปในลำคอเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาในลิฟต์

 

พี่วินัยหน้าโหด... ที่ตอนนี้เปลี่ยนโหมดมาเป็น พี่เหนือเดือน

 

“ชั้นเดียวกัน” อีกฝ่ายตอบให้เดียร์ที่กำลังชะงัก อึ้งค้างไปกว่าเดิม ตอนแรกว่าอยู่คอนโดเดียวกันก็เบ้หน้าแล้ว นี่ยังจะมาอยู่ชั้นเดียวกันอีกเหรอเนี่ย!

 

กันต์ที่เห็นอีกฝ่ายเอาแต่มัวยืนอึ้งไม่ยอมปล่อยนิ้วจากปุ่มกดลิฟต์เปิดค้างไว้ก็จัดการดึงมืออีกฝ่ายออกแล้วกดปิดลิฟต์แทน เดียร์สะดุ้งตอนที่อีกคนมาจับมือเขาจนแทบจะชักมือออกแต่ก็พอดีกับที่อีกฝ่ายปล่อยมือ

 

“... อยู่ชั้นนี้เหรอ...” ชี้นิ้วไปที่ปุ่มเลขที่สว่างอยู่เพราะกดเลือกชั้นเอาไว้

 

กันต์หันมองก่อนจะพยักหน้ารับ “ใช่” เขาตอบเสียงเรียบ หันมองรุ่นน้องปีหนึ่งในคณะ เขาชะงักไปนิดตอนที่เห็นของในมืออีกฝ่าย “อย่าบอกว่ากินคนเดียว”

 

“ก็ถ้าผมกินคนเดียวแล้วจะทำไมล่ะ!” ถามเสียงขุ่นหน้าตาบูดบึ้งทันที

 

ทำไม เขากินทุกอย่างในมือคนเดียวแล้วมันจะทำไมล่ะ!

 

“ถามดูเฉยๆ กิน... เก่งดี”

 

“คนมันกำลังโต” ว่าแล้วก็เชิดหน้ายืดอกใส่ แต่องศาการเชิดหน้าขึ้นนั้นทำให้เดียร์รู้เลยว่าส่วนต่างของความสูงระหว่างเขากับคนตรงหน้าไม่ใช่น้อยๆ เลย “นี่คนหรือเสาไฟฟ้า” พูดพึมพำเสียงเบา แต่เพราะลิฟต์ก็ขนาดแค่นี้ แถมยังอยู่กันแค่สองคน จะไม่ได้ยินก็คงจะต้องเรียกว่าหูตึงแล้วล่ะ

 

“แล้วนี่คนหรือหลักกิโล”

 

เดียร์อ้าปากค้างไปแล้วตอนที่ได้ยิน ในหัวคิดประมวลผลเร็วจี๋ นึกหาคำจะโต้ตอบกลับไป แต่ก็คงไม่ทันเพราะอีกฝ่ายเดินออกจากลิฟต์ที่เปิดออกเมื่อถึงชั้นของพวกเขาแล้ว

 

ตั้งสติได้ก็รีบก้าวตามออกไปอย่างทันที “นี่พี่ว่าผมเหรอ!

 

“ใช่ ว่า” ยอมรับอย่างหน้าตาเฉย เห็นแล้วก็ยิ่งฉุน อยากจะกระโดดกัดให้คอขาดไปเลย พ่อจะงับคอแล้วสะบัดๆๆ ให้คอกับตัวหลุดกระเด็นออกจากกัน

 

“เฮ้ย! พี่มาว่าผมอย่างงี้ได้ไง”

 

“แล้วนายว่าพี่ก่อนไหม” หันไปถามกลับ

 

“ผม!...”

 

“อย่าปฏิเสธว่าไม่จริง เพราะพี่เองก็ได้ยินเต็มสองหู หูไม่ได้หนวก เราว่าพี่มา ไม่ขอโทษสักคำแล้วพี่ว่ากลับคืนบ้างจะเป็นอะไรไป” กันต์พูด มือที่กำลังกดรหัสห้องตัวเองชะงักก่อนจะหันกลับไปมองคนตรงหน้านิ่ง ใจจริงไม่ได้นึกโกรธเคืองอะไรแต่ก็ต้องพูดสั่งสอนกันหน่อยว่าสิ่งที่ทำมันไม่ถูกต้อง

 

“ไม่มีใครชอบให้คนอื่นมาว่าเรา เพราะฉะนั้นก็อย่าเที่ยวต่อว่าคนอื่น”

 

“ผมก็แค่คิดเปรียบเทียบ”

 

“อย่างนั้นที่พี่พูดก็คือการเปรียบเทียบ ถือว่าเจ๊ากันไป”

 

เดียร์ทำท่าฮึดฮัดใส่แต่ก็ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดเพราะไม่อยากจะเถียง รู้ว่าเถียงไปตนก็ไม่มีทางชนะ จึงได้เลือกที่จะแลบลิ้นใส่เหมือนเด็กโดนขัดใจแล้วเดินหนีไปที่ห้องของตัวเองที่อยู่ก่อนถึงห้องของเขาทันที

 

กันต์มองเด็กปีหนึ่งที่ไม่วายหันมาแลบลิ้นใส่เขาอีกรอบก่อนจะเข้าห้องแล้วก็ส่ายหน้า ทั้งขำทั้งระอากับท่าทางนั้น ไม่รู้เด็กคนนี้จงเกลียดจงชังอะไรเขานักหนา แต่ถ้าจะให้คิดก็คงเป็นเรื่องที่เขาสั่งลงโทษเจ้าตัวไปนั่นแหละ

 

“เด็กปีหนึ่งนี่วุ่นวายจริงๆ สินะ” ได้แต่บ่นกับตัวเองแล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้องบ้าง

 

ทิ้งตัวลงกับโซฟาตัวนุ่มแล้วก็ถอนหายใจออกมา เรียนก็เหนื่อยแล้วเพราะวันนี้เขาเรียนทั้งวันแล้วยังมาเจอเด็กปีหนึ่งจอมป่วนอีก แค่คุยไม่กี่ประโยคก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที เด็กอะไร... น่าจับตีเสียให้เข็ด อยากจะทิ้งตัวลงนอนหลับให้สบายแต่เสียงท้องร้องที่ดังโครกครากนั้นทำให้เขาต้องลุกแล้วเดินลากเท้าเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นตัวใหญ่ดูก่อนจะพบกับความว่างเปล่า มีเพียงแค่น้ำเย็นๆ ไข่สดอีกสองลูกแล้วก็ไส้กรอกอีกถุงเท่านั้น

 

ปกติเขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ของในตู้เกลี้ยงแบบนี้ แต่ช่วงนี้งานค่อนข้างเยอะเลยลืมซื้อของเข้าตู้ไป แล้วก็ปล่อยให้มันเกลี้ยงอยู่แบบนี้

 

กันต์ถอนหายใจก่อนจะเปิดตู้แขวนที่อยู่เหนือขึ้นไปแทน หยิบเอาบะหมี่สำเร็จรูปออกมาสองซอง วันนี้คงต้องพึ่งเจ้านี่ไปก่อน พรุ่งนี้วันหยุดค่อยไปหาอะไรมาเติมให้เต็มตู้

 

ระหว่างที่กำลังรอต้มน้ำให้เดือดเสียงกริ่งก็ดังขึ้นให้เขาเลิกคิ้วแปลกใจ ใครกัน...

 

เดินลากสลิปเปอร์สีน้ำตาลเหลืองไปหน้าประตู กดที่อินเตอร์คอมที่มันเชื่อมกับกริ่งประตูเพื่อดูว่าใครเป็นคนกด แต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า กันต์ตัดสินใจเปิดประตูห้องเพื่อดูให้แน่ชัดแต่ก็ไม่มีใคร เสียงถุงพลาสติกดังกรอบแกรบเรียกสายตาให้ก้มลงมองก่อนจะเห็นถุงใบหนึ่งแขวนเอาไว้ตรงที่จับประตู

 

หยิบมาดูอย่างงงๆ ชะโงกหน้าออกไปมองตรงทางเดินอีกรอบว่าใครเป็นคนเอามาแขวนเอาไว้ กำลังตัดสินใจว่าจะแขวนเอาไว้อย่างเดิมหรือเดินเอาไปทิ้งดี ของใครก็ไม่รู้แบบนี้ ยังไม่ทันจะตัดสินใจสายตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตที่ใส่เอาไว้ในถุง เขาถึงได้หยิบขึ้นมาดู

 

กันต์หลุดหัวเราะออกมาก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องโดยถือถุงนั้นติดมือมาด้วย เสียงเตือนน้ำเดือนดังขึ้นเขาจึงเดินไปจัดการต้มบะหมี่สำเร็จรูป ใส่ไข่กับไส้กรอกที่มีอยู่ลงไปด้วยก่อนจะยกมาที่โต๊ะกินข้าว พร้อมกับกินบะหมี่ชามนั้นกับข้าวมันไก่คู่ไปด้วยกัน

 

 

 

 

 

เสียงกริ่งจากประตูหน้าห้องทำเอาคนที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อยชะงักไปทันที ตวัดสายตาไปมองที่ประตูอย่างขุ่นเคืองแม้ว่าคนที่อยู่หลังประตูบานนั้นจะไม่รับรู้ถึงสายตาของเขาก็ตามที

 

ใครกัน ขัดจังหวะคนกำลังกินหมด!

 

ได้แต่บ่นในใจแต่ก็เดินไปเปิดประตู ไม่ได้เช็คดูเสียก่อนว่าใครมากดกริ่ง พอเห็นว่าเป็นใครก็ชะงักไปทันที

 

“มีอะ...”

 

แปะ

 

ยังไม่ทันได้ถามจนจบประโยคกระดาษโน้ตแผ่นเล็กก็ถูกแปะที่หน้าผากของเขา ก่อนที่เขาที่เอามาแปะจะเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ

 

“อะไรของเขา เพี้ยนไปแล้วหรือไง!” อดไม่ได้ที่จะว่าคนประหลาด ที่ทำอะไรประหลาดๆ แบบนี้

 

เดียร์ยกมือขึ้นหยับกระดาษที่ติดหน้าผากเขาอยู่ออก ก่อนจะเบ้ปากทันทีที่เห็นข้อความบนนั้น วางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะกินข้าว ก่อนจะเดินมานั่งหน้าโทรทัศน์ต่อเพื่อจัดการกับก๋วยเตี๋ยวแล้วก็ขนมอื่นๆ ให้เรียบร้อย

 

เมื่อท้องอิ่มหนังตาก็เริ่มตก นั่งย่อยอยู่ไม่นานก็ลุกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน เดินหัวเปียกออกมาจากห้องน้ำ หยิบโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงดังมากดรับแล้วพูดคุยกับพี่ชายฝาแฝด คืนนี้พี่ชายจะไม่กลับมานอนที่คอนโดเพราะยังทำงานกันไม่เสร็จ และพรุ่งนี้ก็คงไม่ได้กลับบ้าน

 

“อือ... เราก็ไม่ได้กลับบ้าน วันจันทร์มีส่งโมเดล นัดกับหินผาแล้วก็ทัชมาทำงานที่ห้อง แล้วก็มีรายงานอีกด้วย”

 

[อือ... อย่างนั้นก็ตั้งใจทำงาน อย่าลืมโทรบอกมัมกับแด๊ดด้วยว่าไม่ได้กลับบ้านน่ะ]

 

“รู้แล้ว เดี๋ยวเราโทรบอก”

 

[โอเค อย่างนั้นก็อย่านอนดึก รีบนอนเข้าล่ะรู้ไหม]

 

“คร้าบๆ เราจะนอนแล้วเนี่ย”

 

[อือ อย่างนั้นแค่นี้แหละ]

 

“อ่าหะๆ ฝันดีนะนาย”

 

ฮาร์ทขานรับก่อนจะกดวางสายไป เดียร์เลยจัดการต่อสายโทรศัพท์หามัมมี๊น้ำเหนือต่อเพื่อแจ้งข่าวบอกว่าอาทิตย์นี้ลูกไม่ได้กลับบ้าน ปิดท้ายก่อนวางสายด้วยการอ้อนอยากกินขนมอร่อยๆ ฝีมือมัมมี๊ ตะโกนบอกรักให้ชื่นใจแล้วก็วางสาย

 

เปิดเข้าแอพต่างๆ เพื่อตามเช็คข่าวสารจนกระทั่งง่วงนอนถึงได้วางโทรศัพท์ลงและปิดไฟเตรียมเข้านอน ก่อนที่เขาจะหลับไปก็นึกไปถึงกระดาษแผ่นนั้น... ที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ กระดาษที่มีลายมือของเขาและลายมือของคนที่อยู่ห้องถัดไป

 

 

 

 

 

เมื่อกี้ผมพูดไม่ดีกับพี่ไป... ขอโทษ

นี่ข้าวมันไก่ เอามาแบ่งให้ ถือว่าไถ่โทษแล้วกัน

 

รู้ว่าผิดก็ดี

ข้าวมันไก่อร่อย

 

ประโยคที่เขาเขียนใส่กระดาษโน้ตแล้วเอาไปใส่ไว้ในถุงข้าวมันไก่ที่ซื้อมา ก่อนจะเอาไปแขวนไว้ที่หน้าห้องของพี่เหนือเดือน ใต้ประโยคพวกนั้นก็มีลายมือของอีกฝ่ายเขียนตอบกลับมา






************************************************

มีใครคิดถึงฟางไหม คิดถึง #พี่หมีกันต์ กับ #น้องตัวเล็ก กันบ้างหรือเปล่าคะ งานเยอะมากจริงๆ ค่ะตอนนี้ เคลียร์งานแทบจะไม่ทัน นี่ยังมีงานบ้านลูกค้าค้างอีกหนึ่งหลังยังไม่เสร็จเลย โฮ... งานอะไรจะเยอะขนาดนี้ อยากจะมีวันหยุดยาวๆ สักอาทิตย์สองอาทิตย์ อยากนอนตื่นสายๆ แต่งนิยายชิลๆ ที่สุดอ่ะ พอ! นอกเรื่องแล้ว กลับมาที่นิยายกันต่อ

 

มีความต่อล้อต่อเถียงกันจ้าพี่น้องคู่นี้ ทำไมเรารู้สึกว่ามันงุ้งงิ้งๆ ล่ะ ทำไมรู้สึกว่าเขาเหมือนจะจีบกันล่ะทั้งๆ ที่ยังไม่ได้จีบกันเลย พี่กันต์สายอ่อยก็ยังไม่อ่อยน้องตัวเล็กนะเนี่ย มีการเอาข้าวมาแขวนไว้หน้าห้องพี่ น่าเอ็นดูอะไรแบบนี้ เลือกทีมกันได้ไหมคะจะเชียร์ทีมไหน หรือเหมาหมดสองทีมเลยดี ฟางเองก็ชักจะเลือกข้างเลือกฝั่งไม่ถูกแล้วเหมือนกันจ้า

 

ปอลอ. ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของฟางจ้า ขอบคุณนะคะ

 

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

อ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 435 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #3065 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 15:19
    เริ่มกุ๊กกิ๊กกันแล้ว 555555
    #3065
    0
  2. #3030 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:11
    เอาจริงตอนแรกไม่ค่อยชอบเดียร์เท่าไหร่แต่ตอนนี้เริ่มชอบทีละนิดละคะ555
    #3030
    0
  3. #2909 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:50
    แรกๆก็ไม่ชอบกัน หลังจากนั้นค่อยรักกันเนอะ อิอิ
    #2909
    0
  4. #2790 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 22:24
    พี่หมีกันต์ น้องน่ารักนะ เป็นเด็กดีด้วย
    #2790
    0
  5. #2411 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 11:21
    น้องน่ารักตรงที่ถ้ารู้ว่าผิดก็จะขอโทษเลย น้องเป็นเด็กดีเนอะพี่หมี5555555
    #2411
    0
  6. #1855 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 18:19
    เลือกทีมไม่ถูกเลย ขออยู่ทั้งสองทีมไปก่อนแล้วกันนะคะ ^^ น้องเดียร์นี่แสบจริงๆ น่าจับตีแบบที่พี่กันต์บอกเลย แต่น้องก็ยังน่ารักอยู่ที่ผิดแล้วรู้จักขอโทษ ไม่ได้ตีมึนขนาดไม่ยอมลงให้คนอื่น รอดูเด็กแสบโดนอ่อยแล้วน่าจะโดนปราบด้วย 55555
    #1855
    0
  7. #725 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:56
    ชอบบบ นางรู้ว่าต้องขอโทษ ทิฐิไม่สูง ไม่ต่ำเกิน^^
    #725
    0
  8. #634 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 11:20
    ความน่ารัดกำลังจะเริ่มขึ้นน
    #634
    0
  9. #465 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 00:34
    น่ารัก เลือกทีมไม่ถูกเลย
    #465
    0
  10. #406 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 20:39
    น่ารักจังน้องเดียร์แบ่งข้าวมันไก่ให้พี่กันต์ด้วย
    #406
    0
  11. #404 Crazy You (@poppy-fang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 08:32
    รอดูเด็กน้อยขี้พยศโดนปราบ อิอิอิ
    #404
    0
  12. #403 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 21:40
    ใครอ่อยใครกันแน่นะ
    #403
    0
  13. #402 inthecloud (@prwz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 23:04
    น้องเดียร์น่ารัก ดูซนจังเลย ง่าาา ข้าวมันไก่สื่อรักหรอ
    #402
    0
  14. #399 UUUUUMMMM (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 16:53
    เห็นมีคนว่าเดียร์แบบ โหยยย ใจเย็น

    เราว่าก็ไม่ได้ขนาดนั้นนะ ดูดื้อๆ แสบๆ น่ารักดีออก รอน้าไรท์ =>
    #399
    0
  15. #398 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 22:36
    มนต์รักข้าวมันไก่หรอ ท่ดๆ ไม่ใช่หรอ 5555 มีความน่ารัก จะออกแนวไม่ชอบอะไรได้อย่างนั้นหรือป่าวเนี่ย ขยันกัดพี่เขาจังเลย ชอบที่แทนตัวเองว่าพี่อ่ะ เราแพ้สรรพนามพวกนี้มันดูฟินๆ
    #398
    0
  16. #397 Kanokpornbb (@Kanokpornbb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 18:22
    คืดถึงไรท์มากๆเลยคิคิ
    #397
    0
  17. #396 loognamfzt403 (@loognamfzt403) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 21:43
    คิเถึงมากเลย สู้นะคะ รอนะ
    #396
    0
  18. #395 Lizt (@zealend) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 16:25
    ทำไมเดียร์โคตรงี่เง่าอ่ะ โดนสปอยหรอก็ไม่ขนาดนั้นมั้ย ฮาร์ทที่โตมาในสภาวะแวดล้อมเดียวกันยังไม่เป็นแบบนี้เลย หรือเพราะทุกคนยอมเดียร์หมด?? เริ่มหมั่นไส้นาง555 บอกทีว่าตอนนี้เค้าจีบกันอยู่ใช่ไหม อิอิ
    #395
    0
  19. #394 atom190023 (@atom190023) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 15:02
    รอออออออ
    #394
    0
  20. #393 mayaangel (@kanyadevil) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 00:30
    ไรท์บอกตามตรงนะเริ่มรำคาญเดียร์ละคือเป็นรับไม่จำเป็นต้องงี่เง่าเอาแต่ใจ ไม่ยอมรับความจริงขนาดนี้ก็ได้ปะ ก่อนหน้าคือหมั่นไส้เข้าใจ แต่ตอนนี้คืองงหมั่นไส้เพื่อเรียกร้องความสนใจเหรอ
    #393
    0
  21. #392 Gammmmmmmmmm (@Gammmmmmmmmm) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 23:51
    งุ้ยยย เริ่มแล้ววว
    #392
    0
  22. #391 mini_mickey (@nattymini) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 23:31
    อยากอ่านตอนรักกันแล้วอะมาต่อบ่อยๆน้าาาจะรอ
    #391
    0
  23. #390 Oshfly (@4goming) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 22:59
    ยิ่งอ่าน ยิ่งรู้สึกว่าอยากอ่านอีกๆๆๆ รอนะค๊าาาา
    #390
    0
  24. #389 Freegirl Aundy (@aundy1234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 20:07
    จีบกับผ่านโพสต์อิทหรอเนี่ย แหมๆๆๆๆๆ
    #389
    0
  25. #388 _XIAMX_ (@93nine) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 19:51
    น่าร๊ากกกกกก
    #388
    0