♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 285,885 Views

  • 3,094 Comments

  • 11,678 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,267

    Overall
    285,885

ตอนที่ 8 : บท07 l "เชฟกระทะเหล็ก"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 452 ครั้ง
    26 ก.ย. 60

Cr. Pic [F.GC]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ

แก้ไขคำผิด




บท07 l “สุดยอดเชฟกระทะเหล็ก”

 

ทั้งเสียงกริ่งเสียงทุบประตูปึงปังดังลอดเข้ามาในห้องนอนให้คนที่กำลังนอนหลับสบายรู้สึกตัวตื่น ใบหน้าเนียนงอง้ำอย่างขัดใจที่มีคนมาขัดจังหวะการนอนที่แสนจะสบายของเขา นอนหลับตานิ่งๆ เพื่อให้ร่างกายตื่นเต็มที่ก่อนจะลุกเดินไปเปิดประตูห้อง เห็นว่าเป็นเพื่อนรักตั้งแต่เด็กยืนฉีกยิ้มกว้าง มือข้างหนึ่งยกค้างมันคงกระหน่ำเคาะประตูอยู่แน่น ส่วนอีกข้างก็แตะอยู่ที่กริ่งหน้าประตู พอมองเลยมันไปก็เจอกับเพื่อนใหม่ยืนยิ้มขำอยู่ด้านหลัง สรุปว่าทั้งเสียงเคาะประตูแล้วก็เสียงกริ่งเป็นฝีมือไอ้ทัชคนเดียวเลยสินะ

 

“มึงจะกดกริ่งห่าอะไรขนาดนี้ เดี๋ยวข้างห้องก็ออกมาสั่งนั่งม้าหรอกไอ้สัส!” ด่ามันไปทีก่อนจะดันประตูออกกว้างขึ้นเพื่อให้ทั้งสองคนเดินเข้ามา เห็นหินผาหอบหิ้วของสำหรับตัดโมเดลมาเต็มไม้เต็มมือ เลยเดินไปช่วยมันหิ้วแล้ววางเอาไว้ตรงโต๊ะหน้าโซฟา

 

“หือ... นั่งม้าอะไรของมึง ฝันค้างหรือไง” ทัชถามอย่างงงๆ

 

“ข้างห้องกูเนี่ย... พี่วินัยอยู่ เข้าใจยังห๊ะ”

 

ทัชตาโตด้วยความตกใจ “ใครวะ หรือว่า... พี่กันต์เหรอ”

 

“เออ!”

 

“เชี่ย...! ไอ้เตี้ย ดวงมึงสมพงษ์พี่เขามาก หรือจะเป็นเนื้อคู่กันว... โอ๊ย! ไอ้สัดตบหัวกูทำไหมเนี่ย” ทัชว่าแต่ยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคฝ่ามือน้อยของเพื่อนเตี้ยก็ตบผลัวะเข้าเต็มๆ ที่ศีรษะจนต้องร้องออกมา

 

“ปากมึงนี่นะ!!” เดียร์ว่าเสียงโหดพลางมองเพื่อนตาขวาง “หินมึงตามสบายเลยนะ กูไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวมาทำงานกัน รอแปบนึงนะมึง ในตู้เย็นมีพวกน้ำของกินอยู่เอามากินได้เลย” พูดจบก็หาวออกมาอย่างคนที่ยังง่วงนอนอยู่ พลางชี้นิ้วไปทางห้องครัวที่อยู่ใกล้ๆ กัน

 

“อือ มึงไปอาบน้ำเถอะ” หินผาว่า ทิ้งตัวเหยียดยาวบนพื้นพรมหน้าโซฟา ส่วนทัชก็เดินไปทั่วห้องอย่างกับเป็นห้องของตัวเอง

 

“อะไรวะมึง” ยังไม่ทันที่เดียร์จะได้เดินกลับเข้าห้องนอนเสียงของทัชก็ดังขึ้นรั้งเขาเอาไว้เสียก่อน เจ้าตัวชูกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ขึ้นมาให้ดู แบบที่เจ้าของห้องเห็นก็เบ้หน้า “นี่มึงส่งจดหมายรักกับใครวะ เมื่อกี้พูดไม่ดีกับพี่ไป ขอโทษ นี่ข้าวมันไก่ เอามาแบ่งให้ ถือว่าไถ่โทษแล้วกัน รู้ว่าผิดก็ดี ข้าวมันไก่อร่อย อะไรของมึงวะ”

 

“สัส! เอามานี่” เดียร์แทบจะกระโจนไปหาเพื่อนแล้วแย่งกระดาษแผ่นนั้นมา แต่ทัชก็หันหนีได้ทันท่วงทีเหมือนกัน

 

“ไม่ใช่ลายมือไอ้ฮาร์ทอ่ะ กูมั่นใจ อีกอย่างมึงไม่เรียกฮาร์ทว่าพี่แล้วมึงสองคนคงไม่เขียนจดหมายตอบไปมามุ้งมิ้งแบบนี้หรอก แล้วนี่ใครวะ เป็นรุ่นพี่ซะด้วย” ทัชหันมาแซ็ว หน้าตาล้อเลียนแบบที่คนเห็นอยากจะยกเท้าถีบสักที “มึงว่าใครวะหิน เพื่อนมึงแอบไปกุ๊กกิ๊กๆ กับรุ่นพี่คนไหนวะ”

 

“ยุ่งจริง เอามานี่!” เดียร์ว่า พยายามที่จะแย่งกระดาษแผ่นนั้นกลับคืนมาแต่ก็ไม่เป็นผล

 

“ไหนบอกพี่มาสิจ๊ะ ว่ารุ่นพี่คนนี้คือใครเอ่ย” ทัชลอยหน้าลอยตาถามเสียงอ่อนเสียงหวานเห็นแล้วก็หมั่นไส้อยากจะถีบมันจริงๆ เลย

 

เดียร์จิ๊ปากอย่างขัดใจ “อยากได้ก็เอาไปเลย!” เจ้าตัวว่าก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้อง ไม่วายได้ยินเสียงบ่นเสียดายจากไอ้ทัชเรื่องที่ว่าเขาไม่ยอมแย่งมันต่อ

 

พอนึกไปถึงกระดาษแผ่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงเรื่องเมื่อคืน เพราะปากตัวเองแท้ๆ ที่ดันเผลอไปเล่าให้มัมมี๊ฟัง สุดท้ายก็เลยโดนมัมมี๊เทศน์เสียตั้งนานสองนานแถมยังต้องไปขอโทษอีก

 

 

 

 

 

‘มัมรู้ไหม พี่วินัยนั่นว่าเดียร์ด้วย บอกว่าเดียร์เป็นหลักกิโลอ่ะมัมมมม เดียร์ไม่ได้เตี้ยสักหน่อยสูงตั้งร้อยเจ็ดสิบกว่า ตัวเองเถอะสูงเวอร์ สูงอย่างกับเสาไฟฟ้า นี่ไม่รู้ว่าคนหรือเสาไฟฟ้าอะไรจะสูงขนาดนั้น แล้วมัมคิดดูสิ เขามาว่าเดียร์อ่ะมัม’

 

‘เขาว่าเดียร์ เพราะเราไปว่าพี่เขาก่อนใช่ไหม’ น้ำเสียงเรียบๆ ของมัมมี๊ที่ดังมาจากปลายสายทำเอาคนทางนี้ต้องกลืนน้ำลายลงคอ

 

‘มัม...’

 

‘ว่ายังไงครับ เราไปว่าพี่เขาก่อนหรือเปล่า’

 

‘ก็... ครับ’ ได้แต่ยอมรับอย่างจำยอม

 

‘เพราะเราไปว่าพี่เขาก่อน พอพี่เขาว่ากลับเราก็โกรธ ไม่พอใจ แล้วตอนเราไปว่าพี่เขาไม่คิดบ้างเหรอหือว่าพี่เขาเองก็ไม่พอใจเหมือนกัน’ เสียงนุ่มของมัมมี๊น้ำเหนือพูดสอน ‘เดียร์ไม่ชอบให้พี่เขาว่า พี่เขาก็ไม่ชอบให้เราไปว่าพี่เขาเหมือนกัน อีกอย่างเราอายุน้อยกว่าเขาไปว่าเขาแบบนั้นได้ยังไงครับ ไม่น่ารักเลยนะน้องเดียร์’

 

‘มัม...’

 

‘ไม่อ้อนมัมครับ รู้ตัวไหมว่าทำผิด’

 

‘รู้ครับ...’ ได้แต่รับคำเสียงอ่อย

 

‘รู้ตัวว่าทำผิดแล้วต้องทำอย่างไรครับน้องเดียร์’

 

‘ขอโทษครับ...’

 

‘ใช่แล้วครับ ไปขอโทษพี่เขาที่เราไปว่าพี่เขาแบบนั้น แล้วก็ห้ามทำตัวไม่น่ารักด้วยเข้าใจไหมครับ เราดื้อ ไม่น่ารักแบบนี้มัมไม่โอเคนะครับ’

 

‘เดียร์ขอโทษครับ’

 

‘เก่งมากครับ ไปขอโทษพี่เขา จะขอโทษพี่เขายังไงก็ได้แต่ต้องขอโทษนะครับรู้ไหม เด็กดีของมัมต้องทำตามคำพูดแล้วก็ไม่โกหกมัมนะครับ’

 

‘ครับมัม...’

 

‘มัมรักน้องเดียร์นะครับ คนเก่งของมัม’

 

‘น้องเดียร์ก็รักมัมครับ คิดถึงมัม อยากกอดมัมแล้ว’ คนทางนี้ส่งเสียงออดอ้อนไปตามสายให้อีกฝ่ายหัวเราะออกมาอย่างนึกออกเลยว่าลูกชายของตนเองจะทำสีหน้าแบบไหนอยู่

 

‘เอาไว้กลับมาบ้านมัมจะให้กอดทั้งวันเลยครับ ไปครับไปอาบน้ำ กินข้าว แล้วจะได้พักผ่อนเนอะ’

 

‘ครับ ฝันดีนะครับมัม’

 

‘ครับ ฝันดีครับ’

 

 

 

 

 

เพราะมัมพูดแบบนั้น เพราะสัญญากับมัมเอาไว้แล้ว และไม่อยากที่จะทำให้มัมผิดหวังไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม เขาถึงได้ตัดสินใจว่าจะขอโทษพี่วินัยหน้าโหดคนนั้น แต่ถ้าจะให้เดินไปพูดต่อหน้าเดียร์ก็ขอบอกเลยว่าไม่ทำแน่นอน สุดท้ายก็เลยหยิบกระดาษแผ่นเล็กมาเขียนคำขอโทษลงไป ตั้งใจว่าจะเอากระดาษไปติดไว้ที่ประตูหน้าห้อง ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นหรือเปล่า เลยตัดสินใจว่าจะเอาใส่ไว้ในถุงข้าวมันไก่ที่เขาซื้อมาแล้วก็เอาไปแขวนไว้ที่หน้าห้องอีกฝ่าย ข้าวมันไก่นี้ก็ถือเสียว่าเป็นของไถ่โทษแล้วกัน

 

“สรุปว่าไงเนี่ย ลายมือบนกระดาษแผ่นนี้คือใคร” ทัชถามอีกครั้งเมื่อเดียร์เดินออกมาจากห้องนอนด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่

 

คนที่เพิ่งเดินเข้าไปอาบน้ำมาขมวดคิ้วใส่ “ยังไม่เลิกอีก ยุ่งจริงๆ เลย จะลายมือใครก็ช่างเถอะน่า จะมาทำงานไม่ใช่หรือไงเดี๋ยวก็ไม่เสร็จหรอก มึงหัดเอาอย่างหินผามันบ้าง มันยังไม่เผือกเรื่องกูเลย”

 

คนโดนพาดพิงหัวเราะหึๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากจัดการเคลียร์พื้นที่หน้าโทรทัศน์เพื่อที่พวกเขาจะได้มีพื้นที่ทำงาน

 

“กูจะบอกมัมมึงว่ามึงแอ๊วผู้ชาย” ทัชว่า

 

พอได้ยินแบบนั้นเดียร์ที่กำลังยกน้ำขึ้นดื่มก็สำลักจนน้ำแทบพุ่ง หินผาที่ทำหน้าที่เป็นผู้ฟังก็หลุดขำดังพรืด

 

“สัส!! แอ๊วผู้ชายห่าไรของมึงล่ะ!” หันมาว่าหน้าตาแดงก่ำแต่ไม่ได้เพราะเขิน เป็นเพราะยังสำลักไม่หายกับคำที่มันเปรียบเปรย

 

“อ้าว! แล้วกูพูดผิดตรงไหน กูคาดเดา คาดคะเนจากหัวสมองเชอร์ล็อก โฮมส์ของกู กูขอเดาว่าลายมือบนกระดาษต้องเป็นผู้ชายแน่นอน!” คนมั่นอกมั่นใจว่า มีการเดินไปเดินมาทำท่าครุ่นคิดอย่างกับนักสืบ “เหตุผลมีดังนี้... หนึ่ง ลายมือดูไม่น่ารักมุ้งมิ้ง กูว่าลายมือผู้ชายชัวร์ๆ อีกนิดหนึ่งก็จะเรียกลายมือคุณหมอได้แล้วอ่านยากชิบหายแต่ก็ยังพออ่านได้ ถ้าเป็นผู้หญิงต้องมุ้งมิ้งกว่านี้แน่ๆ สอง! ข้อความในกระดาษมันห้วนและสั่นมาก ต่อให้เป็นรุ่นพี่แต่ถ้าเป็นผู้หญิงข้อความต้องยาวและนุ่มกว่านี้ อย่างน้อยก็ต้องมีคำลงท้ายคะ ค่ะ จ้ะ จ๊ะ บ้างแหละ แต่นี่ไม่มีเลย”

 

ทัชหันกลับมามองเพื่อนสมัยเด็กของตัวเองแล้วหันไปทางเพื่อนใหม่เพื่อหาแนวร่วม “เพราะฉะนั้น... เจ้าของลายมือนี้ต้องเป็นผู้ชายแน่ๆ! มึงก็คิดแบบนั้นใช่ไหม”

 

เดียร์หันไปมองหินผาทันทีที่ทัชหันไปหาเพื่อนร่วมขบวนการ อีกฝ่ายเองก็หันมามองเขาพร้อมกับยิ้มแต่เป็นรอยยิ้มที่เดียร์เองก็ไม่ค่อยจะไว้ใจเท่าไหร่ เพราะไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้จากเพื่อนใหม่คนนี้เลย

 

หินผาไม่ได้พูดอะไรแต่หันกลับไปหาทัชแทน “กูว่ามาเริ่มทำงานดีกว่า เดี๋ยวงานจะเสร็จไม่ทันกำหนดส่งนะ”

 

ทัชส่งเสียงเหมือนจะขัดใจที่ไม่มีแนวร่วม เจ้าตัวทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆ กับหินผาก่อนจะจัดการรื้อของจำเป็นออกมาจากถุง พอเห็นว่าเพื่อนไม่สนใจอะไรแล้วหินผาก็หันกลับมามองที่เดียร์อีกครั้ง

 

“พี่กันต์สินะ” เจ้าตัวขยับปากแบบไม่มีเสียงช้าๆ ให้อ่านปากได้ทัน เดียร์ได้แต่ตาโตใส่ พอเห็นท่าทางแบบนั้นหินผาก็ยิ้มขำออกมา ไหวไหล่เหมือนไม่ใส่ใจอะไรแล้วก็หันไปช่วยทัชแทน

 

เดียร์ได้แต่ย่นจมูกใส่ “พวกมึงกินอะไรมากันหรือยัง”

 

“ยัง เออ! กูฝากหินซื้อของกินมา เมื่อกี้เอาไปวางไว้ในครัว มึงแกะเลยเดี๋ยวกูเข้าไปช่วย” ทัชพูดอย่างนึกขึ้นได้ ลุกเดินเข้าไปช่วยเจ้าของห้องเทมื้อเช้าใส่ถ้วยใส่จาน

 

โจ๊กหมูใส่ไข่ที่ยังมีควันลอย แถมยังมีหมูสะเต๊ะอีกยี่สิบไม้

 

“มึงซื้อแถวไหนวะ น่ากินอ่ะ หมูเต๊ะก็อร่อย” เดียร์ว่า กัดหมูสะเต๊ะเข้าไปเต็มคำ ก่อนจะกวักมือเรียกคนที่ซื้อของกินมาให้มาจัดการมื้อเช้าด้วยกัน

 

“ร้านหน้าหอน่ะ กูเคยกินแล้วว่าอร่อยดีเลยซื้อมาด้วย” หินผาตอบ

 

พวกเขาทั้งสามคนใช้เวลาจัดการกับมื้อเช้าไม่นานนัก ทั้งโจ๊กทั้งหมูสะเต๊ะก็อันตรธานหายเกลี้ยงลงไปอยู่ในท้อง เมื่ออิ่มกันเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาลงมือทำงานกันเสียที ตอนแรกว่าจะนั่งทำกันตรงหน้าโซฟา หน้าโทรทัศน์นั่น แต่พอเริ่มลงมือทำงานก็เห็นว่าพื้นที่แค่นี้คงไม่พอแน่ พวกเขาเลยช่วยกันยกโซฟาไปไว้มุมห้องจนเหลือพื้นที่หน้าโทรทัศน์กว้างขวางให้นั่ง นอนทำงานกันเต็มที่

 

งานที่พอฟังก็เหมือนจะง่ายๆ เพราะให้ตัดโมเดลบ้านไม้ที่ต้องให้เห็นตัวโครงสร้างของบ้านด้วย แต่พอเริ่มลงมือทำถึงได้รู้ว่าไม่ง่ายแบบนั้นเลย เพราะรายละเอียดนั้นค่อนข้างเยอะทีเดียว ทั้งการทำโครงเคร่าของผนัง โครงสร้างของพื้นและหลังคา จากตอนแรกที่คิดว่าคงใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ แต่นี่ผ่านไปครึ่งวันแล้วงานยังไม่คืบหน้าไปไหนเลย

 

“มึง... กูหิวแล้วว่ะ ไปหาอะไรกินกันดีไหม” ทัชทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดดูเวลา “เชี่ย... บ่ายโมงกว่าแล้วมึง บ้านเรายังได้แค่เสาเองว่ะ กูตัดผนังเสียไปตั้งหลายชิ้น”

 

“กูก็เหมือนกัน ตัดเบี้ยวว่ะ ถ้าเอาไปติดต้องไม่สวยแน่นอน แล้วนี่ไม้ที่พวกเราซื้อมาจะพอไหมวะเนี่ย” เดียร์ว่า ทิ้งตัวนอนอีกคน

 

หินผามองเพื่อนทั้งสองคนที่ดูเหมือนจะหมดแรงกันแล้วก็วางมือจากการกรีดไม้ที่เอามาใช้ทำโมเดล “อย่างนั้นไปหาอะไรกินกันก่อนแล้วกัน ซื้อมื้อเย็น มื้อดึกเข้ามาเลยจะได้ทำงานกันต่อยาวๆ”

 

“กูเห็นด้วย!” ทัชเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันทีที่ได้ยินคำว่าไปหาอะไรกิน

 

มื้อเช้าที่จัดการไปนั้นย่อยสลายไปหมดแล้ว ตอนนี้ในท้องของเขาช่างว่างเปล่าเสียเหลือเกิน พวกเขาจึงช่วยกันเก็บไม้ เศษไม้ กาว กระดาษให้เป็นที่เป็นทางจนเรียบร้อยก่อนจะพากันเดินออกจากห้องเพื่อลงไปหาอะไรกินกัน

 

“อ้าว... พวกพี่... สวัสดีครับ” ทัชยกมือไหว้เมื่อเจอรุ่นพี่ที่เดินออกมาจากลิฟต์

 

“อ้าว ปีหนึ่ง อยู่คอนโดนี้เหรอเนี่ย” ไข่เจียวทักกลับมา “มึงก็อยู่นี่เหรอหิน”

 

“เปล่าพี่ ผมมาทำงานที่ห้องเดียร์ แล้วนี่พวกพี่มาทำอะไรกัน”

 

ไข่เจียวกับป่าไม้ยกมือขึ้นจนเห็นของในมือชัดเจน ในมือของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยถุงจากซุปเปอร์มาร์เก็ต “มาหาของกินน่ะ แล้วนี่จะไปไหนกัน”

 

“พวกเราจะไปหาอะไรกินกันน่ะครับ แล้วจะได้กลับมาทำงานกันต่อ” เดียร์ตอบคำถามของรุ่นพี่

 

“เฮ้ย! อย่างนั้นไปกินด้วยกัน ไม่ต้องไปซื้อ พวกพี่มีเชฟฝีมือดีอยู่รับรองคุณภาพ อร่อยเด็ดอย่างกับเชฟมือหนึ่งของประเทศไทยเลยนะ ได้กินฝีมือมันแล้วจะติดใจ นี่พวกพี่ก็ขนของสดมาให้มันทำให้กินนี่แหละ” ไข่เจียวชวนทั้งสามคน

 

พวกเขามองหน้ากันเหมือนจะปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดี ใจจริงก็ไม่อยากจะออกไปข้างนอกเพราะคงเสียเวลาไปเป็นชั่วโมง แต่ก็เกรงใจที่จะไปร่วมวงกับพี่ๆ เขาแบบนี้ แล้วก็ดูเหมือนพวกรุ่นพี่เองก็จะรู้

 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ไปกินด้วยกันนั่นแหละ พวกพี่เตรียมของมาเยอะอยู่แล้ว” ดิวพูด

 

“ใช่ๆ ไปๆ ไปกินด้วยกันนี่แหละ”

 

“อย่างนั้นก็ได้พี่” เป็นหินผาที่ตอบตกลง ซึ่งทั้งเดียร์และทัชเองก็พยักหน้าตกลง

 

“อย่างนั้นไปทำห้องผมไหมพี่ ห้องผมอุปกรณ์พร้อม พวกผมจะได้ช่วยด้วย ให้พวกพี่ทำเกรงใจพี่” เดียร์พูด ถ้าจะไปกินข้าวกับพวกพี่เขาแล้วยังต้องไปรบกวนห้องพี่เขาอีกก็เกรงใจ

 

“ได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว นำไปเลยครับผม เดี๋ยวพี่ไปตามเชฟมือหนึ่งของพี่มาก่อน” ไข่เจียวพูดก่อนจะเดินตามรุ่นน้องไปที่ห้อง

 

เดียร์กดรหัสเพื่อจะเปิดห้องของตัวเองท่ามกลางเสียงร้องของรุ่นพี่ปีสาม จนเจ้าของห้องต้องหันมามอง “มีอะไรเหรอพี่”

 

“นี่อยู่ห้องนี้เหรอ” ป่าไม้ถามพร้อมชี้นิ้วไปที่เลขห้องบนประตู “อยู่ข้างห้องไอ้กันต์เลยนี่หว่า นี่เคยเจอมันบ้างไหม มันรู้ไหมละเนี่ยว่าอยู่ข้างห้องกับน้องปีหนึ่ง”

 

“แหะ... ก็เคยเจอแล้วล่ะครับ เมื่อวานก็เจอ ผมเพิ่งรู้เหมือนกันว่าอยู่ข้างๆ ห้องพี่เขา”

 

“แล้วเชฟมือหนึ่งของพวกพี่ละครับ อยู่ชั้นนี้เหมือนกันเหรอ” ทัชถาม

 

ไข่เจียวยักคิ้ว ชี้นิ้วไปที่ประตูบานที่อยู่ถัดจากประตูของเดียร์ “นี่ไง เชฟกระทะเหล็กของพวกพี่ ไม่อยากจะโม้นะ แต่ฝีมือทำอาหารของมันนี่สุดยอด ทั้งของคาวของหวาน ได้ชิมรับรองติดใจแน่นอน ไม่เชื่อถามไอ้หินดูเลย มันเองก็เคยกินอยู่”

 

“เออ พี่กันต์ทำอาหารเก่ง กูเคยได้กินอยู่เหมือนกัน”

 

“จริงดิ นี่เลยพี่ ไอ้เดียร์นี่ก็ทำเก่ง แต่มันขี้เกียจไปหน่อย สงสัยต้องประลองฝีมือกันหน่อยแล้วมั้งพี่ว่าใครจะเด็ดกว่ากัน” ทัชพูด ดึงเพื่อนมาใกล้แล้วยกแขนขึ้นกอดคอ “ปีหนึ่งอย่างพวกผมขอส่งเดียร์เข้าแข่งขันเลยพี่”

 

“ดีๆ อย่างนั้นพวกกูปีสามส่งไอ้เชฟกระทะเหล็กเข้าแข่งเอง” ไข่เจียวพูด ส่งถุงในมือให้กับเพื่อนและรุ่นน้อง “ฝากก่อน เดี๋ยวกูไปเรียกเชฟทีมเรามาก่อน ไม่รู้ป่านนี้มันจะตื่นหรือยัง”

 

ทุกคนพยักหน้ารับก่อนจะพากันเดินเข้าไปในห้องของเดียร์ เจ้าของห้องเดินนำไปที่ส่วนครัวเพื่อเก็บของสด “พวกพี่ตามสบายเลยนะครับ พอดีพวกผมตัดโมเดลกันอยู่หน้าทีวีเลยจะรกหน่อยนะพี่”

 

“นี่ทำไรกันวะ โมเดลโครงสร้างไม้เหรอ” ป่าไม้ถามพลางเดินไปดูอุปกรณ์ต่างๆ ที่วางเอาไว้ “ตอนปีหนึ่งพวกกูก็ได้ตัด ตอนแรกคิดว่าง่าย เชี่ยเอ๊ย! ที่ไหนได้ ยากเหมือนกันนี่หว่า ยิ่งตอนนั้นนะ พวกกูอยากโชว์เฟี้ยว เอาไม้บัลซ่ามาตัดเป็นกระเบื้องหลังคาโว้ย ทีละแผ่นเลยนะแล้วก็มาติดซ้อนๆ กัน อยากเฟี้ยวไง ใช้ไม้ทั้งหมด เพื่อนกลุ่มอื่นเขาใช้กระดาษที่มันเป็นลอนๆ อ่ะ มาตัด”

 

“จริงๆ แล้วพวกผมก็อยากใช้ไม้ทำกระเบื้องหลังคานะพี่ แต่นี่แค่ตัดจันทัน กับแปยังเบี้ยวแล้วเบี้ยวอีกเลยพี่”

 

“มาๆ เดี๋ยวพวกกูช่วยตัด แลกกันกับที่พวกกูมาป่วนห้องมึง” ป่าไม้ว่า เตรียมหยิบคัตเตอร์แล้วก็แผ่นไม้มาตัด

 

“เฮ้ยพี่! ไม่เป็นไร เกรงใจพี่ พวกพี่ชวนผมกินข้าวด้วยแล้ว ไม่ต้องช่วยพวกผมหรอก เกรงใจ” เดียร์รีบปฏิเสธทันที

 

“ไม่เป็นอะไรหรอก นิดๆ หน่อยๆ เองเดียร์” ดิวพูดพร้อมกับยิ้มให้ “พวกพี่แค่ช่วยตัด ส่วนประกอบพวกเดียร์ก็ทำกันไป เพราะไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้ว เชฟพวกพี่ยังไม่มาเลยกว่าจะทำอาหารเสร็จอีก”

 

“อ่า... ขอบคุณครับ” เดียร์ยกมือไหว้ขอบคุณ “เออพี่... พี่กันต์เขาทำกับข้าวเก่งมากเลยเหรอพี่”

 

“อือ! เก่งดิ” ป่าไม้พูด “บ้านมันทำอาหารเก่งกันทั้งบ้าน ทั้งมัมมัน พ่อมัน โดยเฉพาะพ่อนะ ฝีมืองี้สุดยอดเลย ของคาวก็อร่อยของหวานก็อร่อย พวกพี่นี่ชอบไปบ้านมันตอนวันหยุด ได้กินของอร่อยๆ ทุกที”

 

“เดี๋ยววันนี้ให้มันทำเมนูเด็ดให้กิน รับรองว่าเห็นแล้วจะแปลกใจ” ดิวว่ายิ้มๆ แบบที่เดียร์แล้วก็ทัชได้แต่ทำหน้างุนงง

 

“เมนูเด็ดเหรอพี่”

 

“ใช่แล้วล่ะ” ดิวพยักหน้ายืนยันกับคำพูดของตัวเอง “เมนูเด็ด ที่ไม่คิดว่าคนอย่างกันต์มันจะทำได้น่ะ”






* * * ต่อค่ะ 100% * * *





เสียงกริ่งประตูห้องดังขึ้นเรียกสายตาจากทุกคนที่อยู่ภายในห้องได้เป็นอย่างดี แต่ก่อนที่เดียร์จะเดินไปเปิดประตูดิวก็ยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปเปิดประตูให้เอง ไม่นานไข่เจียวที่เดินไปปลุกเพื่อนที่ห้องก็เดินเข้ามาตามมาด้วยดิวและคนที่ถูกบอกว่าเป็นสุดยอดเชฟ

 

เดียร์ไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าจะใช่สุดยอดเชฟจริงหรือเปล่า เพราะใบหน้าของอีกฝ่ายดูจะไม่ให้กับการยืนหน้าเตาทำครัวเลยสักนิด โดยเฉพาะตอนนี้... ใบหน้าคมคายนั้นบูดบึ้ง ดูๆ ไปแลวก็เหมือนหมีอดกินน้ำผึ้งอย่างไรอย่างนั้นเลย

 

“ไปๆ ไอ้กันต์ไปทำอะไรมาให้กินหน่อย พวกกูหิวมาก ทำเผื่อน้องๆ พวกนี้ด้วยนะ” ป่าไม้เงยหน้าขึ้นมาทักทายเพื่อนสนิท แบบที่คนโดนทักก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ บ่งบอกอารมณ์ว่ากำลังหงุดหงิดได้ที่

 

“ห้องครัวอยู่นั่น พวกของเตรียมเอาไว้ให้หมดแล้ว” ดิวชี้ไปทางห้องครัว แต่อีกฝ่ายก็ยังมองนิ่งๆ

 

“โอ๊ย! เชี่ยนี่ แม่งชอบกัดจังวะ” ไข่เจียวร้องออกมาเมื่ออยู่ๆ ก็โดนหมีอดกินน้ำผึ้งกัดเข้าที่ไหล่ ยกมือตบหัวเพื่อนสนิทไปทีแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายปล่อย “เชี่ยกันต์! ปล่อยกู โดนปลุกทีไรแม่งชอบหงุดหงิดแล้วก็มาเที่ยวไล่กัดเพื่อน ไอ้หมาบ้าปล่อยโว้ยกูเจ็บ ไอ้สัส!!”

 

คนโดนตบหัวปรายตามองเพื่อนตัวเองตาขวางก่อนจะยอมปล่อยไหล่ของไข่เจียวแต่โดยดี ส่วนดิวกับป่าไม้ก็หัวเราะชอบใจผิดกับน้องคนอื่นๆ ที่มองอย่างงุนงง

 

“ไปมึง กูส่งมึงลงแข่งทำอาหารกับน้องเดียร์ กูอยากจะรู้ว่าใครจะเก่งกว่ากัน มึงงัดเมนูเด็ดมาแข่งเลย” ป่าไม้ร้องบอก

 

กันต์หันมามองเดียร์ที่ยังยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าตาปริบๆ ตาเรียวที่ฉายแววหงุดหงิดอยู่จ้องมองเขาอยู่แบบนั้นจนเดียร์เริ่มจะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย ขายาวของคนตัวโตกว่าก้าวไปใกล้จนเดียร์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง พออยู่ใกล้กันแบบนี้เดียร์ถึงได้รู้ว่าความสูงของเขากับคนตรงหน้านี่ต่างกันไม่น้อยเลย

 

“อ... เฮ้ย!”

 

“ไอ้เชี่ยกันต์!!!”

 

“น้องมันไม่ใช่ของกินโว้ย!!”

 

“มึงจะกินหัวน้องไม่ได้ไอ้สัส!!”

 

เสียงร้องของทุกคนดังออกมาแทบจะพร้อมกันเมื่ออยู่ๆ คนที่ยืนตาขวางก็ก้มหน้าลงไปกัดหัวรุ่นน้อง คนที่โดนกัดหัวได้แต่ร้องด้วยความตกใจแล้วก็นิ่งอึ้งไป ส่วนบรรดาเพื่อนสนิทต่างก็ส่งเสียงด่าเพื่อนตัวเองทันที

 

“มานี่เลยมึง” ดิวเดินไปลากเพื่อนของตัวเองไปทางห้องครัว

 

ป่าไม้กับไข่เจียวก้าวตรงมาหารุ่นน้องทันที ยกมือปัดๆ เช็ดๆ หัวอีกฝ่ายให้ก่อนที่ไข่เจียวจะพูด “ขอโทษทีนะ พอดีว่าพี่ไปแกล้งมันนิดหน่อยตอนปลุก มันเลยหงุดหงิด อีกอย่างเวลามันโดนรบกวนตอนมันหลับมันจะหงุดหงิดๆ แบบนี้แหละ เหมือนหมีจำศีลน่ะ”

 

“แล้วแม่งก็ประหลาดชิบหาย ชอบไล่กัดคนอื่นไปทั่วเวลาหงุดหงิดเพราะโดนปลุก พวกพี่โดนบ่อยเลยชินแล้ว ตกใจสินะ ขอโทษทีๆ เดี๋ยวพี่ไปตบหัวมันให้อีกรอบนะ” ป่าไม้ขอโทษแทนเพื่อนตัวเอง

 

“... ม ไม่เป็นไรพี่ ผมแค่ตกใจนิดหน่อย” เดียร์พูดหลังจากที่หาเสียงตัวเองเจอ

 

จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่ตกใจนิดหน่อยแต่เรียกว่าช็อกค้างไปเลยท่าจะถูกต้องกว่า ไข่เจียวกับป่าไม้สำรวจร่างกายรุ่นน้องอีกรอบก่อนจะเดินเข้าไปในครัว เหมือนจะได้ยินเสียงคนร้องดังออกมา แต่เดียร์ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคนที่ร้องเสียงเหมือนพวกไข่เจียวกับป่าไม้มากกว่าเสียงของหมีจำศีลคนนั้น...

 

“ไอ้สัสนี่! นี่มันแขนกูไม่ใช่ไส้กรอก ไอ้ควาย! ถึงกูจะมีไส้กรอกแต่ก็ไม่ให้มึงแดกหรอกไอ้สัส! ไม่ใส่รสนิยมกู!!”

 

“เขี้ยวมึงเพิ่งงอกหรือไงไอ้ห่า!! เดี๋ยวกูเอากระดูกมาให้แทะเล่น เชี่ยกันต์!!!!~ เลิกกัดกูแล้วไปทำกับข้าว”

 

เดียร์หันไปมองเพื่อนสนิทอย่างทัชกับหินผา ทั้งสองคนก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่รู้จะอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้อย่างไรดี

 

“เอ่อ... น้องเดียร์ เข้าไปทำอาหารเถอะ เดี๋ยวงานตรงนี้พวกพี่ช่วยเอง มารบกวนแบบนี้ก็เกรงใจ” ดิวที่เพิ่งเดินออกมาจากครัวเรียก ด้านหลังมีไข่เจียวกับป่าไม้เดินตามมาด้วย

 

“เอ่อ...” เดียร์ชักจะไม่แน่ใจว่าสมควรจะเข้าไปในครัวตอนนี้ดีไหม ท่าทางลังเลของรุ่นน้องปีหนึ่งก็ทำให้ดิวเข้าใจได้ทันที

 

“มันคงไม่กัดแล้วล่ะ กัดพวกพี่จนพอใจแล้ว เข้าไปเถอะ ถ้ามันกัดก็ถีบมันได้เลย”

 

เดียร์ยิ้มแหย หันไปมองเพื่อนรักอีกรอบซึ่งทั้งสองคนก็พยักหน้าให้ เขาเลยหันไปพยักหน้ารับกับรุ่นพี่แล้วเดินเข้าไปในครัว แอบชะงักเล็กน้อยตอนที่อีกฝ่ายเงยหน้าจากการตีไข่ขึ้นมามอง

 

“อย่ามากัดผมนะโว้ย...” ออกตัวไว้ก่อนถึงแม้ว่าไข่เจียวกับป่าไม้จะบอกเอาไว้แล้วว่าคงไม่โดนกัดอีกแน่

 

“ทำไม กลัวหรือยังไงกัน” อีกฝ่ายถามกลับพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่แบบที่เดียร์ก็เตรียมถอยหลังทันที กันต์หัวเราะชอบใจที่เห็นท่าทางนั้น “ไม่กัดแล้ว กัดไอ้พวกบ้านั่นไปจนพอใจล่ะ แล้วไง... ไอ้พวกนั้นบอกว่าจะให้แข่งทำอาหาร”

 

“พวกพี่เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ว่าแต่... พี่ทำอะไร” เมื่อแน่ใจว่าจะไม่โดนกัดแล้วแน่ๆ เดียร์จึงเดินเข้าไปในครัว ก็แอบไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมทั้งๆ ที่เป็นครัวของห้องเขาเอง แต่เขาเหมือนเป็นคนอื่นที่มาขอใช้ครัวเสียอย่างนั้น

 

“ข้าวผัด แล้วก็มีไก่ผัดพริกสด เต้าหู้ทรงเครื่อง เห็นไอ้ไข่ย้อยมันซื้อเครื่องต้มยำมาด้วยก็คงทำต้มยำอีกอย่าง พอไหมวะเนี่ย...” ตอบคำถามไปก็เปิดถุงดูของสดที่เพื่อนซื้อมาให้ “พวกเรากินกันเก่งไหม”

 

“หือ... ห๊ะ อะไรนะพี่” เดียร์ถามอีกรอบเพราะเขาไม่ทันได้ฟัง มัวแต่มองท่าทางคล่องแคล่วของอีกคนอยู่ ไม่อยากจะเชื่อว่าหน้าตาแบบนี้ก็ทำอาหารเป็นกับเขาด้วย

 

“พี่ถามว่าพวกเรากินกันเก่งไหม”

 

“อ๋อ... ก็ครับ”

 

“อย่างนั้นเดี๋ยวทำกับข้าวเพิ่มอีกอย่างแล้วกัน อะไรดีนะ...” คนตัวสูงว่าก่อนจะวุ่นวายกับการเปิดถุงที่พวกไข่เจียวซื้อมาพลางนึกเมนูอาหารไปด้วย

 

“ผมมีปีกไก่น่องไก่อยู่ ทำไก่ทอดเกลือไหมละครับ”

 

“ก็ดีนะ อย่างนั้นฝากด้วยแล้วกัน” กันต์พยักหน้ารับกับเมนูอีกที่ฝ่ายเสนอมา ก่อนที่เขาจะหันไปทำอาหารต่อ

 

เดียร์ยืนมองอีกฝ่าย ก่อนจะผละไปหยิบปีกไก่ในตู้เย็นออกมาเพื่อเตรียมทำเมนูไก่ทอดเกลือ “เดี๋ยวผมทำแพนเค้กเป็นของหวานปิดท้ายด้วยแล้วกัน”

 

“หือ... ทำได้ด้วยเหรอ” กันต์หันมามอง

 

“จริงๆ ผมไม่ถนัดพวกของหวานหรอก แต่ถ้าแพนเค้กก็ทำได้อยู่ ผมชอบกินก็เลยฝึกทำ เมนูเด็ดของผมเลยด้วย” พูดอย่างยืดๆ ถึงแม้ว่าเมนูของหวานอื่นจะทำไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเมนูแพนเค้กนี้ละก็... อร่อยแน่นอน ไม่ได้อยากจะโม้หรอกนะแต่สูตรการทำเนี่ยได้มาจากร้านขนมหวานเจ้าอร่อยเลยนะเออ

 

“จะเอาเมนูนี้ลงแข่งว่างั้น”

 

“ผมชนะแน่นอน!”

 

กันต์ยกยิ้ม “ก็ลองดู”

 

แล้วการแข่งขันสุดยอดเชฟกระทะเหล็กก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อสิ้นคำพูดของกันต์ เดียร์เดินไปหยิบของจำเป็นออกมาก่อนจะเริ่มลงมือทำ เจ้าตัวเลือกทำเมนูไก่ทอดเกลือก่อน ถึงแม้เขาจะทำอาหารเป็นแต่ก็ไม่ได้คล่องแคล่วขนาดหยิบจับอะไรได้รวดเร็ว ต่างกับคนข้างๆ ที่แม้มาดจะไม่ให้แต่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ดูคล่องไปเสียทุกอย่าง

 

เห็นแล้วก็อดที่จะจิ๊ปากไม่ได้ นึกหมั่นไส้ปนๆ กับจะไม่ยอมแพ้เจ้าตัวถึงได้หันกลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำเมนูของตัวเองไป

 

ใช้เวลาไปไม่น้อยเลยทีเดียวกว่าจะทำเสร็จทุกเมนูเพราะครัวก็ไม่ได้ใหญ่ ทั้งเตาทั้งกระทะก็มีอยู่แค่นี้ แรกๆ ก็ต้องแข่งกันเลยทีเดียวว่าใครจะไวกว่าหยิบกระทะใช้เตาได้เร็วกว่ากัน

 

กันต์ส่ายหน้าเมื่อโดนเจ้าเด็กจอมป่วนแย่งกระทะไป นึกอยากจะกัดหัวอีกสักทีข้อหาทำตัวน่าหมั่นไส้ นึกแล้วก็ขยับเข้าไปใกล้จนคนที่กำลังจะทอดไก่ต้องหันมามอง

 

“อะไรของพี่ ผมใช้อยู่อย่าเพิ่งมากวนดิ ถอยไปเลยๆ”

 

กันต์ไม่ตอบอะไรนอกจากอ้าปากขึ้นแล้วคนที่โดนกัดหัวมาก่อนก็ชะงักไปทันที “ย อย่ามากัดผมนะโว้ย! ไหนบอกจะไม่กัดแล้วไง ว๊าก!! พี่ไข่เจียว พี่ป่าไม้ ไอ้พี่กันต์จะกัดผมมมม”

 

เดียร์ร้องตะโกนลั่นก่อนจะได้ยินเสียงตึงตังแล้วบรรดารุ่นพี่และเพื่อนจะโผล่พรวดเข้ามาในครัว ดิวเข้าไปดึงเพื่อนตัวเองออกมาทันที “อะไรของมึงเนี่ยกันต์”

 

“อะไร กูยังไม่ได้ทำอะไรเลย” คนโดนดึงว่าอย่างไม่ใส่ใจ ก็เขายังไม่ได้ทำอะไรจริงๆ นี่นะ

 

“มึงนี่ก็นะ แล้วทำเสร็จยังเนี่ย พวกกูหิวชิบหายแล้วตอนนี้” ป่าไม้ถามขึ้น พลางส่ายหัวให้กับเพื่อนรัก

 

“ยัง แต่เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว รอเด็กนั่นทำเสร็จก่อนกูจะได้ทำต่อ กูเตรียมเครื่องไว้หมดแล้วเหลือแค่ผัด” กันต์ว่าพลางชี้นิ้วไปที่เดียร์ที่ยังยกตะหลิวขึ้นตั้งการ์ดป้องกันตัวอยู่

 

เด็กนั่นที่ว่าแยกเขี้ยวใส่เหมือนจะขู่ว่าอย่าเข้ามาใกล้เชียว กวักมือเรียกเพื่อนรักทั้งสองคนให้มาเป็นการ์ดคอยรักษาความปลอดภัยเพราะกลัวว่าหมีจำศีลที่อดกินน้ำผึ้งจะเข้ามาทำร้าย แล้วจึงหันกลับไปทำอาหารที่ค้างเอาไว้อยู่ โชคดีนะที่ยังไม่ทันได้เปิดเตาไม่อย่างนั้นได้ไหม้หมดแน่!

 

หลังจากนั้นไม่นาน เดียร์ก็ทำอาหารเมนูไก่ทอดเกลือเสร็จ เหลือเพียงแค่เมนูของหวานอย่างแพนเค้กที่เขาผสมแป้งเอาไว้แล้วและเก็บใส่ตู้เย็นไปแล้ว ตั้งใจว่ากินข้าวกันเสร็จแล้วเขาถึงจะมาทำแพนเค้กให้

 

ครัวถูกส่งต่อให้กับหมีจำศีลจัดการเมนูอาหารส่วนที่เหลือที่เจ้าตัวบอกเอาไว้ ส่วนเดียร์ก็ออกไปนั่งตัดโมเดลต่อกับเพื่อนๆ แล้วก็รุ่นพี่ ปล่อยอดีตพี่วินัยหน้าเหี้ยมเอาไว้ในครัวคนเดียว ก่อนเดินออกจากครัวก็ไม่วายหันไปแลบลิ้นใส่จนหมีจำศีลอ้าปากขู่จะเข้ามากัดหัวอีกถึงได้รีบวิ่งออกจากครัว

 

“เพื่อนพี่เขาชอบกัดคนไปทั่วหรือไงกันครับ” เดียร์ถามด้วยความสงสัยระหว่างหยิบกระดาษลอนมาตัดเป็นกระเบื้องหลังคา

 

“มันชอบกัดเวลาโดนปลุกน่ะ” ดิวตอบคำถามของรุ่นน้อง

 

“เออ เกือบได้วางมวยกันไปแล้วตอนโดนมันกัดครั้งแรก” ไข่เจียวบอก

 

“แต่ก็ไม่ทุกครั้งหรอกนะ ถ้าหากไม่ไปแกล้งมันก่อน แต่ที่มันชอบกัดแบบนี้ก็เพราะไอ้พวกนี้ชอบไปแกล้งมัน คนโดนแกล้งให้ตื่นนอนใครๆ ก็หงุดหงิดใช่ไหมละ มันเลยกัดเข้าให้ไง” ดิวว่าต่อ แบบที่ไข่เจียวกับป่าไม้ก็หัวเราะชอบใจ

 

“จะกินตรงไหน” เสียงของคนที่ถูกนินทาอยู่ดังขึ้นให้พวกเขาหันกลับไปมอง

 

“ตรงนี้ก็ได้พี่ ยังไงที่โต๊ะก็ไม่พอนั่งอยู่แล้ว เดี๋ยวเคลียร์ที่ก่อน” ทัชตอบรุ่นพี่ ก่อนที่พวกเขาจะจัดการเคลียร์เศษไม้เศษกระดาษให้เรียบร้อย เลื่อนโมเดลที่เริ่มเป็นรูปร่างมากขึ้นออกไปห่างๆ จากตัว

 

ยกโต๊ะกาแฟมาตั้งเอาไว้แทนเพื่อเอาไว้วางอาหาร ไข่เจียวเข้าไปช่วยกันต์ยกอาหารออกมา แต่ละอย่างดูหน้าตาน่าทานด้วยกันทั้งนั้น จนเดียร์กับทัชต้องเงยหน้ามองรุ่นพี่ตัวสูงอย่างอึ้งๆ เพราะไม่คิดว่าจะทำอาหารเก่งแบบนี้

 

“เอาละครับ ต่อไปนี้คือเมนูเด็ดของวันนี้นะครับผม” ไข่เจียวว่า ในมือทั้งสองข้างถือจานเอาไว้ “ข้าวผัดสูตรเด็ดโดยเชฟกระทะเหล็กของเรา”

 

ป่าไม้ที่เดินถือจานตามออกมาก็เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ ไข่เจียว แล้วทั้งสองคนก็ทำตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟเดินมายืนอยู่หลังพวกรุ่นน้องก่อนจะวางจานในมือนั้นลง

 

“เมนู... ข้าวผัดคุณหมีครับผม!!”

 

รุ่นน้องที่ได้ยินชื่อเมนูก็หลุดร้องหาออกมาอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะตาโตเมื่อจานข้าวนั้นถูกวางลงตรงหน้า ข้าวผัดสีสวยที่ถูกจัดเป็นรูปหมีที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม ห่มผ้าด้วยไข่เจียวสีเหลืองสวยราดด้วยซอสมะเขือเทศเป็นริ้วๆ รอบๆ จานก็ตกแต่งด้วยผักแล้วก็ไส้กรอกชิ้นโต

 

แถมทุกจานก็ยังตกแต่งออกมาได้เหมือนกันหมดแทบจะไม่มีจุดแตกต่างเลยสักนิด

 

เดียร์กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่ทำเมนูนี้สลับกับจานตรงหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

“ถึงกับอึ้งไปเลยครับผม” ไข่เจียวว่าพร้อมกับหัวเราะ ยกมือกอดรอบคอเชฟมือหนึ่งประจำกลุ่ม “นี่เป็นเมนูเด็ดของหมอนี่เลยนะ ถ้าได้รู้จักกับมันแล้วไม่เคยได้กินข้าวผัดคุณหมีนี่ถือว่ารู้จักไม่จริง ไม่เรียกว่าสนิท”

 

“ใช่แล้วล่ะ ลองกินดูสิ อร่อยนะ มาๆ มากินกันเลยดีกว่า” ดิวว่า ขยับลงนั่งข้างๆ รุ่นน้องก่อนที่คนอื่นจะนั่งลงตาม เพื่อเตรียมจัดการกับอาหารกลางวันที่กว่าจะได้กินก็บ่ายแล้ว

 

ทัชกับเดียร์หันมองหน้ากันก่อนที่เจ้าตัวจะตักข้าวผัดที่แสนจะน่ารักตรงหน้าขึ้นกิน

 

“อร่อย!” ทัชพูดหลังจากกลืนข้าวคำนั้นลงไปแล้ว “อร่อยจริงๆ นะพี่ ข้าวผัดคือไม่แฉะแต่ก็ไม่แห้งเกินจนติดคอ”

 

“บอกแล้วว่าอร่อย” ป่าไม้ยักคิ้วก่อนที่จะเริ่มลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้ากันบ้าง

 

ทัชเอ่ยชมอาหารทุกอย่าง รสชาติอร่อยถูกปากเขามาก อร่อยกว่าร้านอาหารชื่อดังหลายๆ ร้านเสียอีก “สุดยอดเลยพี่ ไม่น่าเชื่อว่าพี่จะทำกับข้าวอร่อย ใช่ไหมมึง”

 

เดียร์ที่ถูกเพื่อนลากเข้าสู่บทสนทนาเหลือบมองคนทำอาหาร ไม่อยากจะยอมรับให้เสียเชิงแต่อาหารพวกนี้ก็อร่อยจริงๆ นั่นแหละ สุดท้ายก็เลยพยักหน้ารับ “อือ”

 

“บ้านพี่มีร้านอาหารด้วยเหรอ ทำไมถึงทำอาหารเก่งแบบนี้ล่ะครับ” ทัชถามคนทำด้วยความสนใจ

 

“มีร้านขนมหวาน พ่อพี่เปิดร้านขนมหวานน่ะ อยู่ด้วยมาตั้งแต่เด็กๆ เห็นพ่อกับแม่ทำขนมทำอาหารตลอดก็เลยสนใจ เลยฝึกทำกับที่บ้านนั่นแหละ”

 

“แล้วทำไมต้องเป็นข้าวผัดหน้าหมี”

 

“ข้าวผัดคุณหมี...” เจ้าของเมนูหันไปแก้คำทันทีที่ได้ยินเดียร์ถามขึ้น “พ่อทำให้กินตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็เป็นเมนูแรกที่ฝึกทำ เวลาทำข้าวผัดก็เลยติดทำเป็นข้าวผัดคุณหมีแบบนี้ไปแล้ว”

 

“เมนูนี้เด็ดจริงครับ” ทัชยกนิ้วให้ก่อนจะหันไปหาเพื่อนรักตั้งแต่เด็ก “แล้วมึงเอาเมนูอะไรเข้าแข่ง”

 

“แพนเค้ก”

 

“แพนเค้กหมีน้อยอ่ะเหรอ” ทัชเลิกคิ้วถาม เคยได้กินแพนเค้กฝีมือเพื่อนคนนี้อยู่เหมือนกัน

 

“นั่นแหละ เตรียมแป้งไว้แล้วเดี๋ยวกินข้าวเสร็จจะไปทำ” เดียร์ตอบก่อนจะฉีกยิ้มให้กับทุกคน “รอกินแพนเค้กแสนอร่อยของผมได้เลย นี่ผมได้สูตรเด็ดมาจากร้านขนมโปรดของผมเลยนะ”

 

“พี่นี่รอกินเลย ว่าแต่เมื่อกี้ชื่อเมนูอะไรนะ” ไข่เจียวถาม

 

“แพนเค้กหมีน้อยครับผม”

 

คำตอบนั้นทำเอากันต์ที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงักไปทันที เขาเงยหน้ามองคนตรงหน้าที่กำลังยิ้มกว้างโอ้อวดความอร่อยของแพนเค้กหมีน้อย

 

กระทั่งทุกคนจัดการกับอาหารตรงหน้าจนหมด เดียร์ก็ลุกเข้าไปในครัวเพื่อทำแพนเค้กต่อ ส่วนทัชกับหินผาก็ช่วยเคลียร์จานชามไปเก็บล้าง พวกรุ่นพี่ก็นั่งคุยเล่นกันอยู่หน้าโทรทัศน์เหมือนเดิม

 

เพราะไม่ได้ทำอะไรกันต์จึงมองไปรอบๆ เพื่อสำรวจห้องของเด็กปีหนึ่ง ภายในไม่แตกต่างจากห้องของเขาเป็นแบบหนึ่งห้องนอน แบ่งสัดส่วนห้องครัวกับห้องนั่งเล่นชัดเจน การตกแต่งเป็นแบบมินิมอล ดูเรียบง่ายตาก็ลงตัว เน้นใช้โทนสีสว่างอย่างสีขาว ครีมผสมผสานเข้ากับสีของไม้โทนอ่อน

 

แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดสำหรับกันต์ไม่ใช่การตกแต่งห้องหรือของแต่งห้องอะไร แต่เป็นกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนโซฟาที่ถูกย้ายไปมุมห้อง กระเป๋าเป้สีดำที่มีพวงกุญแจห้อยเอาไว้ เขาเพ่งมองเจ้าสิ่งนั้นอย่างตั้งใจ ก่อนที่ตาจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นมันอย่างชัดเจน

 

หันกลับไปมองคนที่เดินถือจานใส่แพนเค้กหอมๆ มา อีกฝ่ายกำลังตั้งใจพรีเซนต์เมนูตรงหน้าจึงไม่ได้สนใจกับสายตาของกันต์ที่จดจ้องอยู่ที่เจ้าตัว

 

“นี่เลย~ แพนเค้กหมีน้อย รับประกันความอร่อย นุ่ม ฟู หอมหวาน” เจ้าของเมนูว่าพลางวางจานลงบนโต๊ะ แพนเค้กเนื้อนุ่มสีสวยถูกทำเป็นรูปหมี ใช้ซอสช็อกโกแลตวาดลงรายละเอียดใบหน้าให้หมี รอบๆ จานก็ใช้ซอสช็อกโกแลตวาดเป็นลวดลายเอาไว้ “นอกจากจะเอาสูตรเขามาแล้ว ผมยังเอาวิธีแต่งจานมาจากร้านเขาด้วย”

 

“ร้านนั้น... ใช้ชื่อเมนูว่าแพนเค้กหมีน้อยเหรอ” กันต์ถามออกไป

 

ดูภายนอกก็เหมือนกับร้านอื่นๆ ที่ทำแพนเค้กเป็นรูปหมี “หรือว่าใช้ชื่อเมนูว่าแพนเค้กคุณหมีน้อย”

 

เดียร์เอียงคอมองอีกฝ่ายอย่างงงๆ ก่อนจะทำหน้านึก “อือ... ประมาณนั่นแหละพี่ ผมก็ไม่แน่ใจจำมาแต่งแพนเค้กหมีน้อยๆ ร้านนี้ชอบตั้งชื่อเมนูเป็นหมีน้อย คุณหมีอะไรพวกนี้ แล้วก็มีเมนูที่ทำเป็นรูปหมีเยอะด้วย”

 

“ผมชอบขนมร้านนี้มากเลย อร่อยมาก ผมให้แด๊ดพาไปบ่อยๆ หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็ขอให้แด๊ดซื้อกลับมาให้ตลอดเลย” เดียร์ยังคงเล่าต่อไปเพราะคนอื่นเองก็ตั้งใจฟังอยู่เหมือนกัน

 

จะมีก็แค่คนเดียวที่ไม่ได้ฟังอะไรแล้วตอนที่ได้ยินอีกฝ่ายเล่า “ตอนเล็กๆ นะ ผมเคยไปที่ร้านแล้วหนีมัมไปเที่ยวที่สวนสาธารณะ หลงทาง หกล้มอีก เจ็บก็เจ็บ โชคดีที่พี่ลูกเจ้าของร้านมาเจอผมแล้วก็อยู่เป็นเพื่อนจนแด๊ดมาเจอ”

 

 

 

 

 

ฮือออ... เค้าจะหาแด๊ดดี๊ หามัมมี๊ ฮือออออ’

 

‘ลุกไหวไหม เดี๋ยวพาไปหาแด๊ดดี๊กับมัมมี๊ไง’

 

‘ฮือออ เค้าเดินไม่ไหว เค้าเจ็บ ฮือออ... แงงงง แด๊ดดี๊ มัมมี๊’

 

เด็กตัวเล็กที่ร้องไห้งอแงเจ็บขา จะไปหาแด๊ดดี๊มัมมี๊ย้อนเข้ามาในความทรงจำ เด็กตัวเล็กที่เขาบังเอิญเจอระหว่างเดินจากโรงเรียนไปที่ร้านของพ่อคิน เด็กตัวเล็กที่อายุห่างจากเขาไม่กี่ปีแต่ตัวเล็กนิดเดียว

 

‘น้องตัวเล็ก’ ที่อยากจะเจออีกแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เจอเลยทั้งๆ ที่รู้มาว่าอีกฝ่ายไปหาเขาที่ร้านบ่อยครั้ง

 

‘น้องตัวเล็ก’ ที่ฝากพ่อคินบอกเขาเสมอว่าขอบคุณที่ช่วยเจ้าตัวเอาไว้วันนั้น

 

‘น้องตัวเล็ก’ ที่ฝากพ่อคินบอกเขาว่าเจ้าตัวชอบขนมที่เป็นรูปหมีทุกอย่าง และขนมพวกนั้นเขาเป็นคนขอร้องให้พ่อคินทำขายเพราะเขาชอบหมีเลยอยากให้ที่ร้านของพ่อคินมีขนมรูปหมีขายเยอะๆ

 

‘น้องตัวเล็ก’ ที่เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากเจอทั้งๆ ที่ก็ผ่านมานานเป็นสิบปีแล้ว 





************************************************

อาทิตย์ที่แล้วไม่ได้มาอัพ ขอโทษด้วยค่ะ พอดีว่ามีงานต้องเอากลับมาทำทุกวันเลยค่ะ แล้วเมื่อวันอาทิตย์ฟางก็ไปสอบมาเลยไม่ได้มาอัพ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ไม่อยากสัญญาเลยว่าจะกลับมาอัพทุกอาทิตย์เพราะเดี๋ยว 27 ต.ค. – 5 พ.ย. มีออกบูธอีก แล้วก็งานประปรายที่บางทีก็เร่งบางทีก็ไม่เร่ง แต่ยังไงก็จะพยายามมาเท่าที่จะทำได้นะคะ

 

สำหรับตอนนี้... ทุกคนทายถูกด้วยอ่ะว่าพี่กันต์จะทำเมนูข้าวผัดคุณหมี แหม... แต่จะเป็นเมนูอื่นได้ยังไงละเนอะ ก็เมนูนี้นี่บ่งบอกความเป็นตัวตนของพี่หมีกันต์เลยจ้าาาา เจ้าพี่รู้แล้วเน้อว่าเจ้าน้องเดียร์คือละอ่อนคนนั้น เอิ่ม... ไม่ใช่แล้ว ฮ่าๆๆ พี่หมีกันต์รู้แล้วว่าเดียร์คือน้องตัวเล็ก อั๊ยะ แล้วจะเป็นยังไงต่อไปละเนี่ย แล้วเมื่อไหร่น้องจะรู้บ้างละว่าพี่หน้าโหดคนนี้คือพี่ใจดีเมื่อตอนนั้น~~~~~~~~ รอลุ้นเลยว่าจะเป็นยังไงต่อไป ฮี่ๆๆ

 

ปอลอ. ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของฟางจ้า ขอบคุณนะคะ

 

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

อ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 452 ครั้ง

127 ความคิดเห็น

  1. #3066 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 15:46
    น้องตัวเล็กกกก
    #3066
    0
  2. #3042 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:56
    พี่มุงคันฟันหรา5555
    #3042
    0
  3. #3033 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:18
    กรี้ดดอยากโดนพี่กันต์กัดบ้าง555
    #3033
    0
  4. #3032 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:35

    ขอบคุณมาก
    #3032
    0
  5. #3031 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:35

    ขอบคุณ
    #3031
    0
  6. #2910 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:50
    น้องตัวเล็กของพี่กันต์
    #2910
    0
  7. #2792 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 22:53
    พี่กันต์ น้องเดียร์ สายหมีอะ
    #2792
    0
  8. #2611 pk2087 (@0811589885) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 17:15

    น่ารักกันจังเลยทั้งพี่กันต์ น้องเดียร์

    #2611
    0
  9. #2412 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 11:58
    สายหมีสุดๆพี่กันต์55555555
    #2412
    0
  10. #1856 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:21
    เย่ๆในที่สุดพี่กันต์ก็จำน้องได้แล้ววววววม ดีใจ~~~
    #1856
    0
  11. #726 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 09:40
    กรี๊ดดด ในที่สุดดดดดดด
    #726
    0
  12. #635 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 12:04
    อ้ากกกกกกก พี่กันต์จะเอายังต่ คะะ
    #635
    0
  13. #534 pimonwan.mome (@pimonwan_p) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 16:25
    พี่กันต์จำน้องได้แล้ววววววว
    #534
    0
  14. #533 ttangkua (@ttangkua) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 16:32
    คนพี่รู้แล้ว ตื่นเต้นฝุดๆ
    #533
    0
  15. #532 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 09:05
    แล้วน้องเดียร์จะจำพี่กันต์ได้มั้ยนะ
    #532
    0
  16. #531 PPruedee (@chompoo-pin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 22:49
    ลุ้นมากกกก รู้สักทีน้าาาาา
    #531
    0
  17. #529 inthecloud (@prwz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 18:25
    กัดหัวน้องเลยหรอ น่ากลัวมากค่ะพี่กันต์ 55555555555 พี่กันต์คงจำน้งได้แล้วแน่ๆ อ่ะ รอดูว่าพี่แกจะทำอย่างไรต่อไปป
    #529
    0
  18. #527 jomjune0406 (@jomjune0406) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 10:23
    คิดถึงแล้ว มาอัพเกอะ
    #527
    0
  19. #526 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 21:03
    งือออออออออ พี่กันเจอน้องตัวเล็กแล้วอ่ะ ปริ่มมากกกกกก ว่าแต่เจอแล้วยังไงล่ะขบหัวน้องไปแล้วด้วย 555 หมดกันพี่ว้ากเราถ้าจะหงุดหงิดแล้วจะไล่กัดชาวบ้านแบบนี้นะ ตะมุตะมิไปอีก
    #526
    0
  20. #525 arimasa12345 (@arimasa12345) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 18:17
    ขอบคุณค่ะ สนุกมากค่ะ รอลุ้นพี่กันต์ ค่ะ
    #525
    0
  21. #524 maimaiwhan (@maimaiwhan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 18:04
    ฮืออออออน้องกันต์ได้เจอน้องตัวเล็กแล้วววว
    #524
    0
  22. #523 eve17ps_ (@eve17ps_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 15:37
    ค้างเด้ออออ
    #523
    0
  23. #522 Gammmmmmmmmm (@Gammmmmmmmmm) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 02:11
    จำได้แล้วน้าาาาาาา
    #522
    0
  24. #521 snow_pcy (@jifjiratha) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 21:42
    ค้างมากๆๆๆๆๆๆ ฮือ น้องตัวเล็กดูน่ารักถนุถนอมมากอ่ะ
    #521
    0
  25. #520 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:16
    พี่กันต์รู้แล้ววววววว แล้วจะยังไงดีต่อคะพี่ เอ็นดูน้องใช่มั้ยล่ะ
    #520
    0