♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 285,239 Views

  • 3,093 Comments

  • 11,662 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    2,621

    Overall
    285,239

ตอนที่ 9 : บท08 l "น้องตัวเล็ก"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 442 ครั้ง
    9 พ.ย. 60


CrPic [F.GC]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ




บท08 l “น้องตัวเล็ก”

 

“เป็นไรวะ” เสียงของดิวทักให้คนที่นั่งครุ่นคิดอะไรอยู่รู้สึกตัว “เห็นเหม่อๆ มาหลายวันแล้ว ตั้งแต่วันที่ไปห้องน้องปีหนึ่ง มีอะไรหรือเปล่า”

 

“...” อีกฝ่ายยังเงียบไม่ได้ตอบคำถามอะไรแต่ดิวก็รู้ว่าเพื่อนของตัวเองได้ยินในสิ่งที่ถามออกไป เพราะรู้จักกันมานานเขาจึงรู้ว่าไอ้อาการเงียบแบบนี้คือกำลังคิดหาคำตอบอะไรบางอย่างอยู่ในใจ

 

กันต์ไม่ใช่คนที่จะตอบอะไรใครด้วยคำว่า ‘เปล่า’ หากมีเรื่องอยู่ในใจจริงๆ และดิวเองก็ไม่ได้เซ้าซี้ปล่อยให้เพื่อนได้ใช้เวลาคิดแม้ว่าคราวนี้มันจะคิดมาหลายวันแล้วก็ตาม

 

“น้องตัวเล็ก...”

 

“หะ!” ดิวหันมามองอย่างงงๆ เมื่ออยู่ๆ ไอ้คนเงียบก็หลุดออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย “น้องตัวเล็ก... อ๋อ... ทำไมวะ”

 

“กูเจอแล้ว” ถ้อยคำสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความแต่ทำให้คนฟังถึงกับตาโต วางมือจากรายงานตรงหน้าหันกลับมามองเพื่อนรักทันที

 

ตอนนี้กันต์อยู่ที่หอพักของดิวเพื่อทำรายงานกลุ่มกัน จริงๆ มีใยไหมอีกคนที่อยู่ในกลุ่มด้วยแต่ตอนนี้ใยไหมติดไปทำธุระให้กับที่บ้านเลยยังไม่ได้มารวมกลุ่มด้วย

 

“เจอ... น้องตัวเล็กของมึงอ่ะนะ เจอที่ไหนวะ” ดิวถามกลับ เขาไม่รู้หรอกว่าในใจของเพื่อนคนนี้คิดอะไรอยู่ รู้แต่ว่ามันชอบพูดถึงน้องตัวเล็กให้ฟังบ่อยๆ เคยถามกลับไปว่ามันชอบน้องตัวเล็กหรือ แรกๆ มันก็ตอบว่าไม่ใช่ แค่อยากเจอ แต่หลังๆ มันตอบว่ามันไม่รู้ มันไม่เข้าใจ

 

“มึงก็เจอ” มันไม่ตอบแต่พูดกลับมาให้ดิวทำหน้างงแทน

 

นึกย้อนไปแต่ละวันก็เจอคนตั้งมากมายโดยเฉพาะรุ่นเพื่อนรุ่นน้อง แต่กันต์มันแปลกๆ ไปตั้งแต่วันที่ไปห้องน้องปีหนึ่ง... “น้องเดียร์ ปีหนึ่งคนนั้นเหรอวะ”

 

คนนี้ดูมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นน้องตัวเล็กของไอ้กันต์มัน หินผานี่ตัดไปได้เลยเพราะรู้จักกันอยู่แล้ว อีกอย่างหินผาก็อยู่ที่เหนือมาตลอดเพิ่งจะมาเรียนในกรุงเทพก็ตอนเข้าปีหนึ่งนี่เอง ถึงแม้จะเคยเจอน้องเพื่อนคนนี้บ่อยๆ ก็เถอะ

 

ระหว่างทัชกับเดียร์... ก็คิดว่าน่าจะเป็นเดียร์มากกว่า

 

“อือ ขนมวันนั้นที่เด็กนั่นทำก็สูตรจากพ่อคิน แล้วกูก็เห็นพวงกุญแจ” กันต์ว่าก่อนจะชูพวงกุญแจที่ตอนนี้เขาเปลี่ยนมาห้อยกุญแจรถกุญแจห้องเอาไว้แทนขึ้นมาให้ดู

 

“เออ... ถึงว่ารสชาติคุ้นๆ แต่ว่า... แล้วยังไงวะ เจอน้องตัวเล็กแล้วยังไง อะไรคือเหตุผลที่ทำให้มึงเหม่อๆ แบบนี้วะ เจอน้องเขาก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง” ดิวถามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไม หรือเพราะอะไรเพื่อนของเขาถึงได้มีท่าทางแบบนี้

 

กันต์ถอนหายใจ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทของตัวเองตั้งแต่เด็กก่อนจะตอบ “บอกตรงๆ เลยนะ กูเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะว่ากูเป็นอะไร กูดีใจนะโว้ยที่ได้เจอน้องตัวเล็กแล้ว กูอยากเข้าไปถามน้องว่าน้องจำกูได้ไหม แล้วกูก็นึกได้ว่ะว่าน้องไม่ได้มีความคิดที่ดีกับกูเท่าไหร่ ตอนเป็นพี่วินัยกูเล่นน้องไว้เยอะเลยนี่หว่า... แต่ตอนนั้นกูไม่รู้นี่ว่าน้องคือน้องตัวเล็ก พอคิดแบบนั้นกูก็เลยไม่กล้าเข้าไปคุยกับน้อง ไม่กล้าบอกน้องว่าเป็นกู กูเป็นคนให้พวงกุญแจนั้น แล้วกูก็ไม่รู้ด้วยว่าน้องอยากจะรู้ไหมว่ากูคือพี่คนนั้น”

 

“ที่มึงพูดๆ มา สรุปว่ามึงกลัวน้องเกลียดมึง... ว่างั้นเถอะ” ดิวสรุปใจความสำคัญหลังจากฟังเพื่อนพูดมายืดยาว

 

“เออ!” กันต์ว่าก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกรอบ

 

“กันต์ กูถามมึงจริงๆ นะ” ดิวพูดเสียงจริงจัง ก่อนจะถามออกไปเมื่ออีกฝ่ายหันมาเลิกคิ้วถามว่ามีเรื่องอะไรจะถาม “มึงอยากเจอน้องตัวเล็กเพราะอะไรวะ แล้วความรู้สึกของมึงที่มีกับน้องตัวเล็กน่ะคืออะไรกันแน่วะ กูชักจะงงๆ แล้วก็ไม่เข้าใจความรู้สึกมึงแล้วนะ”

 

“ความรู้สึก... ของกู... อย่างนั้นเหรอ”

 

“เออ! มึงแค่อยากเจอน้องตัวเล็กเพราะแค่อยากเจอ หรือมึงตัดน้องตัวเล็กออกจากหัวใจมึงไม่ได้กันแน่! ตอนมึงเด็กๆ กูก็พอเข้าใจว่ามึงอาจจะอยากเจอ อยากเล่นกับน้องเขาเหมือนเด็กๆ ทั่วไป แต่นี่แม่งผ่านมากี่ปีแล้ววะกันต์ ที่มึงอยากเจอน้องอยู่แบบนี้เพราะอะไรกันแน่วะ”

 

พอได้ยินแบบนั้นกันต์ก็นิ่งไปเหมือนคนกำลังใช้ความคิด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างคนคิดไม่ตกว่าจะหาคำตอบสำหรับคำถามนี้อย่างไรดี “กู... ก็บอกไม่ได้ว่ะ กูเองก็ไม่เคยคิด กูคิดแค่ว่ากูอยากเจอน้องเขาอีก แต่กูก็ไม่ได้หาคำตอบของความอยากเจอ พอมึงทัก พอมึงถามกูกลับตอบคำถามนั้นไม่ได้ว่ะว่าเพราะอะไร หรือมึงว่า... กูจะชอบน้องเขาวะ”

 

“แต่กูกับน้องก็ไม่ได้เจอกันเลยนะโว้ย กูจะชอบน้องเขาได้จริงๆ เหรอวะ กับคนที่เคยเจอครั้งเดียวตอนเด็กๆ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยเจอ ไม่เคยรู้จักกันอีกเลยน่ะ”

 

“กูเองก็บอกมึงไม่ได้ว่ะ แต่กูรู้ว่ามึงควรจะทำยังไง”

 

กันต์มองเพื่อนตรงหน้า หรี่ตาลงเมื่อเห็นรอยยิ้มของเพื่อนรัก “ไหนๆ ตอนนี้น้องก็อยู่ห่างมึงแค่ปลายจมูก มึงก็ลองหาคำตอบดูสิว่ามึงคิดอย่างไรกับน้องกันแน่”

 

“มึงหมายความว่า... จะให้กูจีบน้อง... โอ๊ย!! เชี่ยดิว!! ตบหัวกูทำไมเนี่ย” เจ้าตัวโวยวายเสียงดังยกมือขึ้นกุมหัวตัวเองหลังจากโดนเพื่อนรักตบเข้าให้เต็มแรง

 

ดิวกรอกตามองไอ้คนหน้าตาดี เรียนเก่งแต่บางเรื่องแม่งก็ไม่รู้ห่าเหวอะไรเลยจนน่าหมั่นไส้อย่างเอือมๆ แล้วคิดดูเถอะเขาบอกให้มันหาคำตอบ มันเสือกจะไปจีบน้องเขา มันใช่ไหมเพื่อนกันต์!!

 

“กูไม่ได้ให้มึงไปจีบน้อง!! มึงยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่ารู้สึกยังไงแล้วจะไปจีบน้อง ไอ้ฟาย! กูหมายถึงว่าไหนๆ มึงกับน้องก็อยู่ใกล้กันขนาดนี้แล้ว มึงก็ลองเอาตัวเองไปเข้าใกล้น้องบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้ เผื่อมึงจะรู้ว่าตกลงมึงคิดอะไรยังไงกันแน่”

 

“เออว่ะ...”

 

ดิวส่ายหน้ากับท่าทางของเพื่อนรักก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายคิดอะไรไปเรื่อย ส่วนตัวเขาก็หันกลับไปทำรายงานต่อ เหลืออีกไม่เยอะก็เสร็จแล้วอีกทั้งรายงานในส่วนของกันต์ เจ้าตัวก็ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงแค่เอาของแต่ละคนมารวมเป็นรูปเล่มแค่นั้น เลยปล่อยให้คนที่ยังไม่รู้ ไม่เข้าใจกับความคิดความรู้สึกของตัวเองนั่งหาวิธี หาคำตอบต่อไป

 

 

 

 

 

เสียงอาจารย์บอกปล่อยคลาสเรียกเสียงเฮของเหล่านักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ชั้นปีที่สามได้เป็นอย่างดี บางคนก็ลุกขึ้นเก็บของออกจากห้อง บางคนก็เลื้อยไปนอนกับโต๊ะเหมือนอย่างพวกกันต์ในตอนนี้ การเรียนยาวนานกว่าสามชั่วโมงสูบพลังงานชีวิตของพวกเขาไปจนหมดสิ้น แต่ละคนเลยมีสภาพไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก ยกเว้นสองสาวใบบัวกับใยไหมที่ยังนั่งคุยเล่นกันอยู่พร้อมกับเก็บของไปด้วย

 

“พี่ๆ สวัสดีครับ” เสียงของรุ่นน้องดังขึ้นเรียกให้พวกเขาหันไปมอง ก่อนจะเห็นน้องปีหนึ่งทยอยเดินเข้ามาในห้อง คงจะเรียนห้องนี้ต่อจากพวกเขา

 

“ไง... เรียนห้องนี้ต่อเหรอ” ป่าไม้ยกมือขึ้นทักทายรุ่นน้องที่เคยไปกินข้าวด้วยกันก่อนจะถามกลับให้น้องปีหนึ่งพยักหน้ารับกลับมา

 

“ครับพี่ พวกพี่เพิ่งเรียนกันเสร็จเหรอ” เดียร์ถามกลับ เพราะเริ่มจะสนิทสนมกับเหล่าพี่วินัยแล้วเลยกล้าคุยกล้าถามมากขึ้น

 

“ช่าย... อยากจะลงไปนอนดิ้นตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย...” ไข่เจียวว่า “ว่าแต่นี่มีเรียนอะไรกัน”

 

“อ๋อ... Visual Training ครับ” หินผาตอบ วางกระเป๋าจองโต๊ะเอาไว้

 

“วิชานี้สนุกดีนะ ได้มุมมองอะไรใหม่ๆ เยอะเลยล่ะ” ใบบัวหันไปพูดกับน้องๆ “ยิ่งตอนโปรเจคท้ายเทอมนะ ตัดโมเดลกันสนุกสนานเลยล่ะ แต่เป็นงานกลุ่มน่ะไม่ต้องห่วงหรอกนะ ปีหนึ่งยังเน้นเป็นงานกลุ่มอยู่ช่วยๆ กันทำไป”

 

“ได้ยินพี่ปีสองบอกว่าตอนเทอมสองพวกปีหนึ่งจะได้ทำงานคู่กับพี่ปีสีเหรอครับ” ทัชถาม

 

“ใช่ๆ เป็นโปรเจค 4+1 สำนึกรักบ้านเกิด ปีหนึ่งก็ออกแบบบ้านนั่นแหละ ตามโจทย์ของพี่ปีสี่ ตอนพวกพี่อยู่ปีหนึ่งก็ได้ทำ”

 

“อ้าวๆ ปีสาม จะมาเรียนปีหนึ่งใหม่ใช่ไหม ถึงไม่ยอมออกจากห้องเรียนน่ะ” เสียงดุๆ ของอาจารย์ที่ดังมาจากหน้าห้องทำเอาปีสามที่ยังเหลืออยู่ในห้องทั้งสิ้นหกคนสะดุ้งตกใจ ต่างพากันหันไปมองหน้าห้องทันที

 

เพราะมัวแต่คุยกับรุ่นน้องเลยไม่ทันมองว่าอาจารย์กับรุ่นน้องปีหนึ่งเดินเข้ามาในห้องกันหมดแล้ว พวกเขารีบกวาดของบนโต๊ะที่ยังไม่ทันจะได้เก็บลงกระเป๋า ยกมือไหว้อาจารย์ที่ยืนมองอยู่หน้าห้องอย่างพร้อมเพรียงก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องเรียนไป

 

“สวัสดีครับ / ค่า อาจารย์~~~~~~” ขนาดพี่ใบบัวกับพี่ใยไหมยังกระโดดข้ามเก้าอี้ออกไปเลย

 

พวกเดียร์หัวเราะขำกับท่าทางของเหล่าอดีตพี่วินัยที่ทำตัวเข้ม ส่งเสียงดังเวลาเข้าประชุมเชียร์ แต่ตอนนี้กลับพากันวิ่งหนีอาจารย์ ถ้าหากเป็นช่วงรับน้องคงไม่มีทางได้เห็นอะไรแบบนี้แน่นอน เห็นแล้วก็ตลก ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน

 

โดยเฉพาะอดีตหัวหน้าพี่วินัยที่ก้าวกระโดดข้ามโต๊ะข้ามเก้าอี้พร้อมทั้งร้องสวัสดีครับอาจารย์เสียดังลั่น ไม่เหลือมาดพี่วินัยหน้าเหี้ยมคนนั้นเลยสักนิดเดียว

 

กันต์หันกลับเข้ามาในห้อง เป็นจังหวะเดียวกับที่เดียร์เองก็หันไปมอง คนที่กำลังเดินอยู่หยุดชะงักไปพลางมองสบตากับรุ่นน้องปีหนึ่งที่เขาเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายคือน้องตัวเล็กที่เขาเคยเจอเมื่อสมัยยังเป็นเด็ก

 

“ไปมึง ไปหาอะไรกินกันดีกว่า ไหนๆ ตอนบ่ายก็ว่างแล้วนี่นะ” ป่าไม้พูด ยกมือขึ้นกอดคอกันต์ก่อนจะลากอีกฝ่ายให้เดินตามเพื่อนคนอื่นๆ ไป

 

กันต์หันไปพยักหน้าให้กับเพื่อนก่อนจะหันกลับไปมองทางเดินอีกรอบ เดียร์ยังคงมองมาที่เขาอยู่เช่นเดิม ก่อนที่อีกฝ่ายจะละสายตาไปก่อนพร้อมกับที่เพื่อนคนอื่นหันมาเร่งกันต์จึงได้หันกลับไปมองเพื่อนแล้วเดินไปหาเพื่อนคนอื่นๆ ที่กดลิฟต์รอเขาอยู่

 

เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงจับพวงกุญแจที่คล้องกุญแจรถเอาไว้ก่อนจะกำเอาไว้แน่น ไม่นานก็คลายออกเหมือนกับคำถามที่เขาตามหาคำตอบมาหลายวัน

 

“ไง... ทำหน้าตาเหมือนตัดสินใจอะไรได้” ดิวเอ่ยทักเมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเพื่อนรัก

 

อีกฝ่ายหันมายักคิ้วให้ “ก็... ตัดสินใจอะไรได้แล้วล่ะนะ”

 

“นึกว่าหาคำตอบได้แล้วเสียอีก”

 

กันต์ส่ายหน้า “ยังหรอก แต่ว่า... ถ้าไม่ลองหาคำตอบดูชัดๆ ก็คงตอบคำถามนั้นไม่ได้หรอกว่ามันเป็นอะไรกันแน่ ก็เลยตัดสินใจว่า... จะลองหาคำตอบดูว่าคำตอบมันจะออกมาหัวหรือก้อยกันแน่”

 

“เออ ก็ตามนั้น กูจะรอดูแล้วกันว่าคำตอบมึงจะหัวหรือก้อยกันแน่”

 

“อะไรกันวะพวกมึง เล่นโยนเหรียญกันหรือยังไงกัน หัวๆ ก้อยๆ อยู่นั่นแหละ” ป่าไม้หันมาถามเมื่อได้ยินเพื่อนสองคนข้างหลังเดินคุยกันงุ้งงิ้งๆ ไม่สนใจเพื่อนคนอื่นๆ

 

“นั่นน่ะสิ แอบคุยกันเงียบๆ สองคน แอบคุยกันเงียบๆ น่ะไม่ว่า แต่อย่าแอบกินกันเงียบๆ ละกันนะ อิอิ” ใบบัวหันมาหัวเราะคิกคัก

 

กันต์กับดิวได้แต่กรอกตาไปมากับคำพูดของใบบัวแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายแค่แซวเล่น เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้ว ทุกคนในกลุ่ม รวมไปถึงในคณะต่างรู้ดีว่าใบบัวเป็นสาวสวยสายวาย ที่ชอบจิ้นผู้ชายกับผู้ชาย กันต์ก็ไม่รู้หรอกว่าอะไร ทำไม เพราะอะไรเพื่อนคนสวยคนนี้ถึงชอบจับคู่เขากับดิว ได้ยินสาวเจ้าบอกว่าเพื่อนสนิทกันแบบนี้โมเม้นต์เยอะดี

 

“ใบบัวต้องเปลี่ยนคู่จิ้นใหม่แล้วล่ะ” ดิวพูดยิ้มๆ “จับคู่เรากับกันต์ไม่ได้แล้ว เพราะกันต์มีตัวจริงแล้วล่ะนะ”

 

ปล่อยระเบิดลูกใหญ่เอาไว้ก่อนจะเดินผิวปากสบายใจนำหน้าไป ให้เพื่อนคนอื่นๆ หันขวับมามองที่เขาทันที ก่อนที่ใบบัวกับใยไหมจะเดินเข้ามาใกล้ และเพื่อนคนอื่นยืนล้อมเขาเอาไว้

 

“ตัวจริงอะไรกัน ไหนว่าไม่สนใจใครไง”

 

“เออ นั่นดิๆ พี่กันต์คนสุภาพบุรุษที่ไม่เคยรับรักสาวสวยหนุ่มน้อยคนไหนมาตั้งแต่ปีหนึ่งทำไมอยู่ๆ วันนี้ถึงจะมีตัวจริงแล้ววะ”

 

“นั่นดิ ทำไมพวกกูไม่รู้วะ ไหนวะตัวจริงของมึงอ่ะ คนไหน สวยป่ะ รุ่นเดียวกัน รุ่นพี่หรือว่ารุ่นน้อง เรียนคณะอะไร มหา’ลัยอะไรวะ”

 

“นี่ไม่อยากรู้กันเลยใช่ไหม”

 

“ใช่! ไม่ได้อยากรู้เลย” ทุกคนตอบกันอย่างพร้อมเพรียงให้เจ้าของเรื่องต้องส่ายหน้า

 

“ก็ไปฟังไอ้ดิวมันมากเนอะ มันก็พูดของมันไปเรื่อยนั่นแหละนะ” บอกปัดอย่างไม่ใส่ใจพลางเดินหนี แต่ก็หนีไม่พ้นเมื่อไข่เจียวกับป่าไม้เดินดักหน้าหลัง แถมยังมีสองสาวอย่างใบบัวกับใยไหมที่ก็เป็นไปกับเขาด้วยดักซ้ายขวาแบบนี้

 

“ไอ้ดิวมันเคยพูดเรื่อยเปื่อยที่ไหนกัน”

 

“ใช่ คำพูดที่ออกมาจากปากดิว เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เชื่อถือได้แน่นอน!” ใยไหมว่า “เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เชื่อถือได้เหมือนกัน”

 

“เอ่อ... เอาไว้ให้มั่นใจกว่านี้ก่อนแล้วจะบอกแล้วกันนะ”

 

“เราจะคอยจับตามองเอาไว้เลย เชื่อสายตาสาววายอย่างเราได้เลย” ใบบัวว่าอย่างหมายมั่นว่าจะหาคู่ตัวจริงของเพื่อนได้

 

กันต์ส่ายหน้าก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา ยกมือตบหัวเพื่อนรักที่ยืนรอทุกคนอยู่ไปทีข้อหาปล่อยระเบิดลูกใหญ่เอาไว้ให้เขา ส่วนคนโดนตบหัวก็ไม่ได้เดือนเนื้อร้อนใจอะไร อีกทั้งยังหัวเราะชอบใจอีกต่างหาก เห็นแล้วก็น่าหมั่นไส้ น่าจะถีบมันไปอีกสักสองสามที

 

“นี่ดิว... ปล่อยข้อมูลตัวจริงของกันต์ให้รู้หน่อยสิ” ใยไหมว่าหลังจากที่พวกเขาเข้ามารวมตัวกันในร้านอาหารหน้ามหา’ลัย

 

คนกุมข้อมูลเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมองเพื่อนในกลุ่ม เหลือบไปมองเพื่อนรักที่ทำหน้าดุใส่แล้วก็หัวเราะขำ “เราให้ข้อมูลได้แค่นี้แหละ ข้อมูลอื่นๆ คงต้องขออุบเอาไว้ก่อน รอเจ้าตัวรู้ตัวเองแน่ชัดแล้วค่อยว่ากันอีกทีนะ”

 

สองสาวร้องเสียดายกันใหญ่ ส่วนสองหนุ่มก็ส่งเสียงเหมือนจะหมั่นไส้ทั้งคนกุมข้อมูล ทั้งคนที่ตกเป็นประเด็นร้อน แบบที่กันต์เองก็ไม่เข้าใจว่าจะมาหมั่นไส้เขาไปทำไม

 

กันต์ไหวไหล่อย่างไม่สนใจและไม่คิดจะตอบคำถามอะไรเพิ่มเติมของเพื่อนๆ จนทุกคนต้องยอมแพ้ไปเอง แต่ถ้าหากทุกคนสังเกตกันสักนิด ก็คงจะเห็นสายตาของเพื่อนสนิทคนนี้จับจ้องอยู่ที่พวงกุญแจของตัวเองอย่างไม่ละสายตาไปไหน



 


* * * ต่อค่ะ 100% * * *





“ชานมไข่มุกแก้วครับ / ชานมไข่มุกหนึ่งแก้วครับ” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกันจนคนที่เอ่ยสั่งหันมองหน้ากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะชะงักกันไป

 

“ตอนนี้ไข่มุกหมด รบกวนรอประมาณสิบนาทีนะคะ จะเปลี่ยนเมนูหรือเปล่าคะ” พนักงานของร้านทวนเมนูพร้อมมองหน้าทั้งสองคนสลับกันไปมา

 

“ครับ ผมรอ”

 

“ผมด้วย”

 

“ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พนักงานรับคำก่อนจะจดออเดอร์ลงบนกระดาษ ก่อนจะหันไปรับออเดอร์ของลูกค้าคนถัดไป ให้พวกเขาสองคนต้องขยับออกมาจากบริเวณหน้าร้าน

 

“พี่... มาเที่ยวไกลเนอะ” หลังจากที่ยืนเงียบกันร่วมนาทีเดียร์ก็เป็นฝ่ายเอ่ยออกมาก่อน ให้คนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ หันมามอง

 

“อือ... พวกนั้นมันชอบมาเที่ยวที่นี่กัน ว่าแต่ผม คุณเองก็มาเที่ยวไกลนะ” กันต์ตอบกลับไป

 

“อ่ะ... อ่า...” เดียร์ชะงักกับคำแทนตัวของอีกฝ่าย

 

“มีอะไรหรือเปล่า”

 

“ก็... เปล่าครับ แค่ตามพี่ไม่ทันเพราะเดี๋ยวก็แทนตัวเองว่าพี่ เดี๋ยวแทนตัวเองว่าผม ผมก็เลยงงๆ นิดหน่อยน่ะครับ” เดียร์ตอบคำถาม ครั้งแรกที่คุยกับอีกฝ่ายหลังจากที่หมดกิจกรรมรับน้องแล้วอีกฝ่ายก็แทนตัวเองว่าผม แต่อีกรอบก็แทนตัวเองว่าพี่ จนคนฟังก็ชักจะงงแล้วก็สับสนเหมือนกัน

 

กันต์นิ่งไปกับคำพูดของเดียร์ เขาลอบมองคนที่ยืนอยู่ข้างกัน ก่อนจะเบนสายตากลับไปด้านหน้า มองตรงไปอย่างไม่มีจุดโฟกัส “แล้ว.... ไหน”

 

“ค ครับ... อะไรนะครับ” เดียร์หันไปมองเพราะได้ยินคำถามไม่ชัดเนื่องจากว่าอีกฝ่ายพูดเสียงเบาเสียเหลือเกิน

 

“แล้ว... ชอบแบบไหน” กันต์ถามออกมาอีกรอบ เพิ่มความดังของเสียงขึ้นอีกจนอีกฝ่ายได้ยินอย่างชัดเจน

 

“หือ... หมายถึงที่พี่แทนตัวเองน่ะหรือครับ ยังไงก็ได้ครับแล้วแต่ที่พี่ถนัด แต่ถ้าถามความรู้สึก... ผมก็ชอบแบบพี่มากกว่า ดูเป็นกันเองมากกว่า”

 

ยังไม่ทันที่กันต์จะได้พูดอะไร เสียงของพนักงานก็ร้องบอกว่าน้ำที่พวกเขาสั่งนั้นได้แล้ว กันต์จึงก้าวไปรับน้ำทั้งสองแก้วมาพร้อมกับจ่ายเงินเรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับมาหาเดียร์ที่ไม่ทันได้ฟังเสียงของพนักงานจึงไม่รู้ว่าน้ำที่สั่งไว้ได้เรียบร้อยแล้ว

 

“อย่างนั้น พี่จะแทนตัวเองแบบนี้ก็แล้วกัน” ชานมไข่มุกในมือยื่นไปให้อีกฝ่ายที่รับไป

 

“ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมให้... อ้าว...” เดียร์พูดเตรียมจะหยิบกระเป๋ามาเปิดเพื่อหยิบเงินส่งให้ แต่อีกฝ่ายกลับยกมือกดหัวเขาเบาๆ ก่อนจะเดินแยกไป จนต้องรีบก้าวตามไปทันที “พี่กันต์ เดี๋ยวก่อนครับ”

 

เดียร์ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเดินเร็ว ก้าวขายาว หรือเพราะทั้งสองอย่างกันแน่ เพียงแค่ระยะทางแค่นี้เขาถึงกับต้องวิ่งตามมา และคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายสักเท่าไหร่อย่างเขาก็ถึงกับหายใจหอบ

 

“มีอะไร” คนเดินเร็วหันมาถามเมื่อได้ยินเสียงเรียกของอีกฝ่าย

 

“ค่าน้ำครับ” เดียร์พูดพร้อมกับส่งเงินให้อีกฝ่าย

 

กันต์มองคนที่ส่วนสูงน้อยกว่าตัวเองนิ่งจนคนที่มองกลับมาใจเริ่มแป๋ว เหมือนเห็นวิญญาณพี่วินัยซ้อนทับอยู่ตรงหน้าอย่างไรอย่างนั้น ความห่างระหว่างพวกเขาเพิ่มขึ้นหนึ่งก้าวเมื่อเดียร์ก้าวถอยหลังแบบไม่รู้ตัว

 

ไม่ได้กลัวนะ นี่ตั้งท่าเตรียมสู้กลับต่างหาก

 

พอเห็นคนตรงหน้าก้าวถอยหลังไปเหมือนจะหวั่นๆ เกรงๆ แต่ก็ตั้งท่าขู่กลับแบบนั้น ก็ทำให้คนหน้านิ่งหลุดขำออกมา ตอนก่อนที่จะรู้ว่าอีกฝ่ายคือน้องตัวเล็ก เวลาเห็นทำท่าแบบนี้ก็นึกขบขันเสมอ แต่ตอนนี้ไม่รู้ทำไม รู้สึกว่าท่าทางนั้น... น่าเอ็นดู

 

“ไม่เป็นไร พี่เลี้ยง”

 

“หา... ค ครับ”

 

“บอกว่าเลี้ยง น้ำนั่นน่ะ” ชูแก้วชานมในมือตัวเองเป็นเชิงบอก

 

เดียร์ก้มมองน้ำในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนที่บอกว่าจะเลี้ยงอีกรอบ ก่อนจะยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่คนมองรู้สึกแปลกๆ ว่าเหมือนจะงานเข้าตัวเองอย่างไรอย่างนั้น แล้วก็ไม่ผิดอย่างที่คิดเมื่อเด็กที่ตั้งท่าขู่เขาปนกลัวๆ อยู่เมื่อครู่พูดออกมา

 

“อย่างนั้นเลี้ยงขนมผมเพิ่มอีกได้ไหมอ่ะ” แล้วก็ทำหน้าตาหงอยเหมือนหมาน้อยโดนทิ้ง ดูน่าสงสารพลางชูแบงค์สีแดงในมือให้ดู “ผมลืมเอาบัตรเอทีเอ็มมา ทั้งกระเป๋าเหลือแค่นี้อ่ะ ไอ้พวกนั้นลากผมไปกินของแพงมา แถมไม่อิ่มด้วย... ผมอยากกินขนมง่ะ”

 

คนโดนขอให้เลี้ยงอึ้งไปแล้วกับคำขอของเจ้าหมาหงอยตรงหน้า มีการเหลือบตาขึ้นมองคล้ายจะอ้อนนั่นอีก นี่หมาพันธุ์อะไรทำไมทำหน้าตาน่าสงสารได้แบบนี้กันนะ

 

“ง่า...”

 

กันต์ยกมือเสยผมก่อนจะถอนหายใจออกมา ท่าทางที่ทำเอาสาวๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องเหลียวมามอง ก่อนจะฉุดมือคนที่ทำท่าเหมือนจะลงไปนั่งยองๆ เขี่ยพื้นหงอยๆ ให้เดินตาม

 

“อยากจะกินอะไร”

 

“ไดฟุกุครับ” พอถามไปก็ตอบกลับมาเสียงใสทันที กันต์หันไปมองพลางนึกว่าที่นี่มีร้านที่ว่าด้วยหรือ และท่าทางนั้นก็ทำให้เดียร์เข้าใจไม่ยาก “อยู่ชั้นห้าครับ”

 

แล้วก็เป็นเจ้าคนตัวเล็กเปลี่ยนเป็นฝ่ายลากอดีตพี่วินัยขึ้นไปที่ชั้นห้าทันที ตรงเข้าไปยังร้านที่เจ้าตัวหมายตา การตกแต่งร้านที่ดูหวานแหววเหมาะกับเด็กสาวๆ ทำเอาคนตัวสูงหน้าคมคายรู้สึกอายขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าเขาจะชินกับการเข้าร้านขนมเพราะพ่อคินก็เปิดร้านก็เถอะ แต่ร้านของพ่อคินไม่ได้ใช้สีชมพูหวานขนาดนี้ ผิดกับเจ้าเด็กปีหนึ่งที่กระโดดไปเกาะตู้กระจกมองไดฟุกุตาวาวที่ไม่มีวี่แววจะเขินอายเลยสักนิด ดูไปดูมาก็เหมือนกระต่ายตอนกระโดดไปมาในกรงพร้อมกับจมูกฟุตฟิตๆ

 

จิ้มๆ เลือกๆ อยู่ไม่นานก่อนจะหันมามองเขาแล้วใบหน้ายิ้มๆ ก็หุบลงเมื่อพนักงานบอกราคามา กันต์หันมองคนตัวเล็กทันทีนึกอยากจะยกมือเขกหัวอีกคนสักที แต่พอเห็นหน้านั้นก็ทำไม่ลงนอกจากยื่นแบงค์สีม่วงไปให้พนักงาน แต่เงินทอนนั้นมีแค่แบงค์สีเขียวกับเหรียญสองสามเหรียญเท่านั้น

 

เจ้ากระต่ายเดินตามหมีตัวโตออกจากร้านขนมหวานแววท่ามกลางสายตาของลูกค้าสาวๆ ในร้านที่พากันมองมาที่พวกเขา เดียร์เอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของอดีตพี่วินัยโดยที่อีกมือก็ยังถือแก้วน้ำดูดไม่หยุด

 

“เดี๋ยวผมกดเงินคืนให้นะ... ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเยอะขนาดนี้หรอก แต่เลือกไปเลือกมามันเพลินง่า...” พูดทันทีเมื่อคนตรงหน้าหันมามอง “นี่ๆ ผมเลือกมาเผื่อพี่ด้วย

 

ก้มลงหยิบไดฟุกุในกล่องส่องให้คนตรงหน้าหนึ่งชิ้น

 

“หนึ่งชิ้น...” กันต์เลิกคิ้วมองคนที่ยื่นขนมมาให้ พอเห็นเจ้าคนตัวเล็กกว่าส่งยิ้มเผล่ก็ถอนหายใจออกมาเพราะรู้และเข้าใจกับคำตอบนั้นแล้ว “คุ้มจริงๆ ได้ขนมตั้งหนึ่งชิ้น”

 

พูดไปก็คว้าเอาขนมในมือน้องตัวเล็กมาส่งเข้าปากแบบคำเดียวหมด ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะกินหรอกเพราะถึงแม้ว่าเขาจะชอบขนมแต่ก็ชอบพวกขนมเค้กมากกว่าอะไรแบบนี้ แต่พอเห็นท่าทางที่เจ้าตัวเล็กแสดงออกมาแบบไม่รู้ตัวว่าเสียดายที่จะต้องแบ่งขนมให้เขาก็นึกหมั่นไส้ปนๆ กับมันเขี้ยวเลยคว้ามากินเอาเสียเลย

 

อยากจะหัวเราะตอนที่เห็นเดียร์ทำตาโตอ้าปากค้างที่เห็นเขาคว้าขนมไปกิน นี่ถ้าแย่งมาอีกจะมีเด็กร้องไห้โฮกลางห้างหรือเปล่านะ

 

“โดนเพื่อนทิ้งแล้วมั้ง” กันต์ว่าให้คนที่ทำตาโตอยู่แล้วยิ่งตาโตเข้าไปใหญ่ เจ้าตัวรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะทำหน้าแหยเมื่อเห็นว่าเพื่อนโทรหาไม่รู้กี่สายต่อกี่สาย

 

เดียร์กดโทรกลับหาทัชทันทีเจ้าตัวเลื่อนโทรศัพท์หนีแทบไม่ทันเมื่ออีกฝ่ายรับสายและมาพร้อมกับเสียงดุดังลั่น ขนาดที่กันต์ยังได้ยิน

 

[ไอ้เตี้ย!! กูโทรไปตั้งกี่สายแล้วหาทำไมไม่รู้จักรับโทรศัพท์!! มีโทรศัพท์เอาไว้รองนั่งหรือไงวะ แล้วนี่อยู่ไหน บอกกูจะไปซื้อน้ำแปบเดียวแปบเดียวบ้านมึงเหรอหา!! กูกับไอ้หินจะไปแจ้งตำรวจอยู่แล้วว่ามีเด็กหายตัวไป!!!]

 

“ง่า... ก็กูลืมเปิดเสียง ปิดตั้งแต่เข้าไปดูหนังอ่ะ” เดียร์ตอบเพื่อนเสียงอ่อย ส่วนคนที่ยืนอยู่ด้วยก็กลั้นยิ้มขำเมื่อเด็กโดนดุ กันต์หยิบโทรศัพท์มาคุยโต้ตอบกับเพื่อนระหว่างรอเด็กคุยโทรศัพท์กับเพื่อน

 

[แล้วนี่มึงอยู่ไหน]

 

“กูอยู่หน้าร้านหนมที่ชั้นห้า มาซื้อไดฟุกุ”

 

[แล้วไหนว่าลืมเอาบัตรเอทีเอ็มมา เอาเงินไหนไปซื้อขนมวะ]

 

เดียร์เหลือบตามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เจ้าตัวยืนพักขา มือข้างหนึ่งถือแก้วชานมไข่มุกดูด อีกมือก็ถือโทรศัพท์เครื่องสวยท่าทางอย่างกับพวกนายแบบเห็นแล้วก็เบ้ปากใส่ ไม่ได้อิจฉาหรอกนะบอกเลย แต่พออีกฝ่ายหันมามองก็ทำเป็นมองไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ

 

“ยืมพี่มา...”

 

[พี่?... พี่ที่ไหนวะ เออๆ ช่างเถอะมึงรออยู่ตรงนั้นแหละเดี๋ยวพวกกูขึ้นไปหา]

 

“เออๆ โอเคๆ”

 

พูดคุยโต้ตอบกับเพื่อนอีกสองสามประโยคก่อนจะวางสายไปแล้วจึงหันไปมองกันต์ที่ยังยืนอยู่ใกล้ๆ “เดี๋ยวเพื่อนผมมาหาตรงนี้ แล้วพวกเพื่อนๆ พี่ละครับ”

 

“เดี๋ยวมันขึ้นมาเหมือนกัน” กันต์ตอบก่อนจะชวนอีกคนไปนั่งรอที่เก้าอี้แถวนั้น

 

พอลงนั่งได้เดียร์ก็แกะขนมกินต่อแก้มขาวๆ พองเพราะส่งขนมเข้าปากไปคำโต กันต์ที่หันมาเห็นก็เอื้อมมือไปดึงแก้มพองๆ นั้นจนกระต่ายหันมามองตาขวางแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาตอนที่อีกฝ่ายขยับตัวหนีออกไป

 

“เตี้ย!” เสียงของทัชเรียกเพื่อนสนิทให้คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมอง แอบชูนิ้วลับไปให้เพื่อนที่บังอาจมาเรียกเขาแบบนั้น “กินไรวะ ไหนเอามากินบ้างดิ กูกับไอ้หินเดินหามึงจนเหนื่อยแล้ว”

 

“ไม่! ของกูอย่างมาแย่ง” แยกเขี้ยวขู่เพื่อนไปที “มึง... กูยืมตังค์มึงก่อนดิ จะคืนพี่กันต์อ่ะ”

 

ทัชเลิกคิ้วมองก่อนจะหันตามเพื่อน พอเห็นอดีตพี่วินัยนั่งอยู่ทัชกับหินผาก็ยกมือไหว้ทันที อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ “เท่าไหร่อ่ะ”

 

“ไม่เป็นไร พี่เลี้ยงไม่ต้องคืนหรอก” เพราะนั่งอยู่ใกล้ๆ ก็เลยได้ยินรุ่นน้องทั้งสองคนพูด พอได้ยินแบบนั้นทัชก็หันมามองเพื่อนตัวเตี้ยกว่าเป็นเชิงถาม “ไม่เป็นไร”

 

พอย้ำมาแบบนั้นเดียร์ก็เลยพูดขอบคุณไป ก่อนที่พวกรุ่นน้องจะขอตัวไปเดินเที่ยวกันต่อ ส่วนกันต์ก็นั่งรอเพื่อนของตัวเอง

 

 

 

 

 

ดึกแล้วแต่คนที่อยู่ภายในห้องก็ยังไม่นอน คนตัวสูงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงพลางมองพวงกุญแจตุ๊กตาหมีที่อยู่ในมือของตัวเองก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวัน นึกแล้วก็ขำท่าทางตลกๆ ของน้องตัวเล็ก ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ขอให้เขาซื้อขนมให้เพราะหิว หรือว่าจะเป็นตอนที่เขาคว้าขนมที่เจ้าตัวส่งมาให้ หรือแม้แต่ตอนที่ทำตาขวางใส่เพราะโดนเขาดึงแก้ม แต่ละตอนทำหน้าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

เป็นเด็กที่ทำหน้าตาได้หลากหลายในเวลาแค่ชั่วโมงเดียว ทั้งหน้าตาหงอยๆ จนคนมองต้องใจอ่อน หน้าตลกๆ ตอนตกใจที่เขาแย่งขนมกิน หน้าขวางๆ ตอนโดนเขาดึงแก้ม ไม่ว่าจะทำหน้าตาแบบไหนก็ทำให้เขานึกเอ็นดู

 

มึงอยากเจอน้องตัวเล็กเพราะอะไรวะ แล้วความรู้สึกของมึงที่มีกับน้องตัวเล็กน่ะคืออะไรกันแน่วะ กูชักจะงงๆ แล้วก็ไม่เข้าใจความรู้สึกมึงแล้วนะ

 

ความรู้สึก... ของกู... อย่างนั้นเหรอ

 

คำพูดของดิวลอยเข้ามาในความคิดให้กันต์นิ่งไป

 

“ความรู้สึกของเรา... อย่างนั้นเหรอ” เขาไม่เคยนึกเลยว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร

 

ไม่เคยคิด ไม่เคยนึกเลยสักครั้งเดียว บางครั้ง บางเวลาเขาก็ลืมเรื่องราวของน้องตัวเล็กไป ไม่ได้คิดไม่ได้นึกถึง แต่บางครั้งเขาก็เอาแต่คิดถึงน้องตัวเล็กจนบางทีก็ไม่เข้าใจตัวเอง แต่เพราะไม่เข้าใจและหาคำตอบไม่ได้ กันต์เลยเลือกที่จะไม่หาคำตอบแล้วก็ปล่อยความรู้สึกเอาไว้แบบนั้น พอมาวันนี้ วันที่เขานึกหาคำตอบ... เขาก็หาคำตอบของคำถามนั้นไม่ได้

 

คิดถึงน้องตัวเล็กเพราะอะไร...

 

เพราะแค่อยากเจอเด็กคนนั้นอีกสักครั้ง

 

หรือเพราะ... ไม่เคยลืมน้องคนนั้นเลยกันแน่

 

กันต์ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นความรู้สึกพิเศษจริงๆ หรือเปล่าเพราะเขาเจอกับน้องตัวเล็กเพียงแค่ครั้งเดียวแล้วก็ตั้งแต่ใจสมัยยังเป็นเด็กที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรักคืออะไร แล้วความรู้สึกของเขาที่มีต่อน้องตัวเล็กมันจะพิเศษได้จริงๆ หรือ

 

กันต์ละจากความคิดของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ ก่อนจะกดรับเมื่อเห็นว่าเป็นพ่อคินโทรเข้ามา

 

“ครับพ่อคิน”

 

[จะนอนหรือยังน่ะเรา] ปลายสายถามกลับมา

 

“ยังครับ พ่อคินเถอะครับยังไม่นอนอีกเหรอ ดึกแล้วนะครับ ว่าแต่มัมนอนแล้วเหรอ” เพราะไม่ได้ยินเสียงของมัมพัทธ์เลยถามกลับไป

 

[ใช่ หลับไปแล้วล่ะ อาทิตย์นี้มัมเขางานเยอะเลยเพลียๆ พ่อเลยบังคับให้นอนไปแล้วไม่อย่างนั้นเดี๋ยวได้ป่วยแน่นอน ว่าแต่เราเถอะ ยังไม่ง่วงอีกเหรอ]

 

“ก็ครับ...” กันต์ตอบ “พ่อคินครับ กันต์มีเรื่องอยากจะปรึกษา...”

 

[หือ... เรื่องอะไรครับ ไปหลงรักใครที่ไหนหรือยังไง จะปรึกษาวิธีจีบเหรอเรา]

 

“กันต์ไม่รู้ครับพ่อคิน กันต์ไม่รู้ว่ากันต์ชอบเขาหรือเปล่า” กันต์ว่า สายตายังคงมองอยู่ที่พวงกุญแจอย่างไม่ละสายตาไปไหน “กันต์เจอน้องตัวเล็กแล้วนะครับพ่อคิน น้องเขาเป็นรุ่นน้องที่คณะกันต์ เด็กคนที่กันต์เคยเล่าให้พ่อคินฟัง ที่กันต์สั่งลงโทษไปน่ะครับ”

 

[อ๋อ... สุดท้ายก็เจอจนได้นะ อยากเจอน้องเขามานานแล้วนี่ แล้วเป็นยังไงครับน้องเขาจำเราได้ไหม ยังตัวเล็กเหมือนตอนเด็กๆ อยู่หรือเปล่า]

 

“โตขึ้นเยอะแล้วครับ แต่ถ้าเทียบกับกันต์ก็ตัวเล็กอยู่ดี พ่อคินครับ... พ่อคินว่ากันต์รู้สึกยังไงกับน้องตัวเล็กครับ”

 

คนปลายสายส่งเสียงในลำคอก่อนจะหันเราะออกมา [แล้วพ่อคินจะตอบคำถามของกันต์ได้ไหมเนี่ย พ่อคินไม่ใช่กันต์นะครับ แล้วทำไมถึงสงสัยละ]

 

“ไอ้ดิวมันถามกันต์ว่า ที่กันต์อยากเจอน้องตัวเล็กเพราะอะไรกันแน่” เจ้าตัวถอนหายใจออกมา “กันต์ก็ตอบคำถามมันไม่ได้ครับว่ากันต์อยากเจอน้องตัวเล็กเพราะอะไร หรือว่ากันต์ชอบน้อง แต่มันจะเป็นไปได้เหรอครับเพราะกันต์เคยเจอน้องแค่ครั้งเดียวเอง แล้วก็ตั้งแต่เด็กๆ ด้วย ตอนนั้นไม่น่าจะมีความรู้สึกอะไรแบบนั้นนะครับ”

 

[พ่อคินก็ตัดสินใจไม่ได้หรอกครับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกของคนเราจะพัฒนาไม่ได้ ตอนนั้นกันต์อาจจะยังไม่ได้คิดอะไร แต่พอเวลาผ่านไปกันต์คิดถึงน้องเขา ความรู้สึกก็อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้นี่ครับ เหมือนอย่างพ่อคินไง ใครจะคิดว่าวันหนึ่งความรู้สึกของพ่อคินจะเปลี่ยนไป จากที่พ่อคิดไม่ได้รู้สึกอะไรกับมัมเขา มันก็เปลี่ยนเป็นความรักได้]

 

[ความรัก... มันไม่มีรูปแบบที่ตายตัวหรอกครับ มันไม่มีสูตร ไม่มีสมการ มันมีแต่ความรู้สึก ถ้ากันต์อยากรู้กันต์ก็ต้องลองหาคำตอบเอง และเพราะมันไม่สูตร มันจะเกิดขึ้นตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้]

 

“ถ้าอย่างนั้น... ความรู้สึกของกันต์ที่มีต่อน้องตัวเล็กก็อาจจะพิเศษได้เหรอครับ”

 

[เรื่องนั้นกันต์ต้องหาคำตอบเองครับ พ่อคินตอบแทนไม่ได้ เพราะพ่อคินไม่ได้นั่งอยู่ในใจของกันต์ กันต์ต้องหาดูว่าข้างในใจนั้นมีใครนั่งอยู่หรือเปล่า]

 

“เรื่องความรักนี่มันยากจะเนอะพ่อคิน กันต์แค่จะหาคำตอบว่าทำไมถึงอยากเจอน้องตัวเล็กแค่นี้มันก็ย้ากยาก”

 

พ่อคินหัวเราะกับคำพูดของลูกชายคนโต [มันไม่อยากหรอกครับ ถ้ากันต์หาคำตอบเจอ น้องกันต์ของพ่อคินโตแล้วจริงๆ สินะ... มาถึงวันที่ปรึกษาพ่อคินเรื่องความรักแล้ว]

 

“เพราะเป็นน้องตัวเล็กหรอก...” คนทางนี้ว่าเสียงเบา

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่ว่ากันต์จะไม่เคยมีแฟน แต่ไม่มีแฟนคนไหนที่เขาให้เขาคิดไม่ตกกับความรู้สึกเหมือนกับน้องตัวเล็กคนนี้ เขาจึงไม่เคยพูดคุยหรือปรึกษาอะไรพ่อคินมัมพัทธ์เลย แต่ทุกครั้งที่มีแฟนเขามักจะบอกทุกคนในครอบครัวเสมอ

 

[ของแบบนี้บางทีเร่งไปก็ไม่ดีหรอกครับ รอให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์ดูก็ได้ สักวันกันต์ก็จะได้คำตอบเองนั่นแหละ]

 

“ครับพ่อคิน สักวันกันต์คงหาคำตอบได้”

 

[ครับ เอาไว้กลับมาบ้านเดี๋ยวพ่อคินทำขนมแล้วเอาไปฝากน้องตัวเล็กด้วยนะ]

 

“เจ้าตัวคงชอบ... คราวก่อนพวกไอ้ดิวชวนพวกน้องมากินข้าวด้วยกัน น้องยังทำแพนเค้กสูตรพ่อคินอยู่เลย”

 

[ฮ่าๆ เมนูโปรดน้องเขานี่นะ มาร้านพ่อคินทีไรก็สั่งเมนูนี้ทุกทีเลย]

 

“ดึกแล้วครับ พ่อคินนอนเถอะนอนดึกๆ ไม่ดีต่อสุขภาพนะครับ”

 

[กันต์ก็ด้วยนะ อย่าเอาแต่คิดเรื่องน้องตัวเล็กจนไม่ได้นอนนะครับ เอาไว้เจอกันนะ]

 

“ครับพ่อคิน สวัสดีครับ...” กันต์วางสายจากพ่อคินก่อนจะทิ้งตัวลงนอน ชูพวงกุญแจขึ้นให้อยู่ในระดับสายตา

 

ใช้มืออีกข้างจิ้มไปที่พุงของตุ๊กตาหมีไม่หยุด เหมือนกับว่าเจ้าสิ่งนี้คือน้องตัวเล็กอย่างไรอย่างนั้น “ตกลงรู้สึกยังไงกันแน่หะ จะชอบหรือไม่ชอบ คิดไม่ตกแล้วนะเนี่ย”

 

“เป็นตัววุ่นวายจริงๆ เลยให้ตายสิ ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กปีหนึ่ง จนตอนนี้กลายมาเป็นน้องตัวเล็กก็ยังเป็นตัววุ่นวายอยู่นั่น ให้ตายสิ...”

 

แม้จะพูดแบบนั้นที่มุมปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแบบที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน





************************************************

เดี๋ยวๆๆๆ ทุกคนใจเย็นนนน พี่หมียังไม่รู้ใจตัวเองเลย จะให้พวกเขาได้กันแล้วไม่ด้ายยยยย ทำแบบนั้นไม่ได้นะ รอให้พี่หมีรู้ใจตัวเองก่อน ให้เขาจีบกันก่อน แล้วค่อยได้กัน เอ๊ย! แล้วค่อยคบกัน จะข้ามขั้นตอนแบบนี้ไม่ได้นะ

 

ตอนนี้มีใครรู้สึกอยากจับน้องตัวเล็กมาม้วนๆ แล้วยัดใส่ปากกลืนลงท้องบ้างไหม รู้สึกมันเขี้ยวเจ้าตัวเล็ก อยากจะขย้ำให้ช้ำเลยจริงๆ กลัวพี่เขาก็กลัว แต่ดั๊น! ไปขอให้พี่เขาซื้อขนมให้ ตัวเล็กลูก... ใจเย็นลูกกกกกก พี่ก็ใจป๋าจ้า กลายร่างเป็นเสี่ยกันต์ทันที น้องขอมาพี่จัดให้ ฮ่าาาาา ยังไงก็... เอาใจช่วย #พี่หมีกันต์ กับ #น้องตัวเล็ก ด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้าจ้า ^^

 

อ่านแล้วช่วยสละเวลาคอมเมนต์หน่อยเน้อ อยากรู้ว่าชอบไหม ถูกใจไหม อยากได้กำลังใจจ้า ^^

 

ปอลอ. ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของฟางจ้า ขอบคุณนะคะ

 

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

อ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 442 ครั้ง

103 ความคิดเห็น

  1. #3067 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 16:09
    น้องตัวเล็กอ้อนเก่งงงงงง
    #3067
    0
  2. #3034 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:32
    น่าร้ากกกก
    #3034
    0
  3. #2911 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:51
    อยากให้น้องจำพี่ได้เร็วๆจัง
    #2911
    0
  4. #2793 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 17:52
    น่ารักน่าเอ็นดูกันทั้งคู่เลยอะ
    #2793
    0
  5. #2413 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 12:14
    น้องลูกกกก น้องอะไรจะขี้อ้อนขนาดนี้หืมม นี้กลัวเขานะแต่ก็อยากกินขนมอ้อนให้เขาซื้อให้เฉยเลย แต่จะว่าไปคู่นี้เขาก็ดูขี้อ้อนกันทั้งคู่นะ55555555555
    #2413
    0
  6. #1857 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 21:56
    ความกลัวพี่กันต์ของน้องเดียร์ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับขนม 555555555 กินเก่งจริงๆเลยลูก เอ็นดูพี่กันต์ตอนคุยกับพ่อคินให้ความรู้สึกแบบกับมาเป็นน้องกันต์หัวเห็ดเลย ^^
    #1857
    0
  7. #1309 ยัยหัวหยอง (@nopptharat) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 15:33
    <p>ไม่ทันได้สังเกตเลยนะเนี่ย รูปที่วาดข้างบนเป็นตัวแทนพี่กันต์ ใช่ไหมค่ะ ใครโดนกินหัวเนี่ย 555+</p>
    #1309
    0
  8. #727 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:23
    อยากกินไดฟุกุ......
    #727
    0
  9. #646 tmay.178 (@amonrat178) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 19:30
    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์ พร้อมอ่านมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #646
    0
  10. #640 mawow9898 (@mawow9898) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 16:44
    ละมุนละไม ดีจัง!! มีความหวานๆ เคลิ้มๆ
    #640
    0
  11. #639 Kanokwan Maitem (@poy-2541) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 11:44
    หือออ น่ารัก ทำไมครอบครัวน่ารักอย่างงี้
    #639
    0
  12. #638 nuchsaraqa (@nuchsaraqa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 21:46
    โอ้ยยยตัวเล็กน่ารักจัง><?
    #638
    0
  13. #636 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 12:51
    โอ้ยยยนพี่กันต์เป็นผู้ชายที่น่ารักมากเลยอะะ
    #636
    0
  14. #625 Oshfly (@4goming) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 21:34
    แม้จะเป็นพี่กันต์คนที่อยู่กับเพื่อน ตอนเป็นพี่ว้าก อยู่ต่อหน้าคนอื่นพี่กันต์จะเป็นแบบไหน แต่พอกับมัมกับพ่อคิน ก็กลายเป็นน้องกันอยู่ดี น่ารักกกกก น้องน้อยน่ารักน่าเอ็นดู ไถตังพี่เฉยเลย แถมคนพี่ยินยอมให้ไถอีกต่างหาก ><
    #625
    0
  15. #624 Patt_7056 (@Patt_7056) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 19:19
    น่ารักดี ขอบคุณค้ะ
    #624
    0
  16. #623 inthecloud (@prwz) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 15:38
    มีความไถตังพี่ 555555 น่าเอ็นดูเวลากันต์คุยกับพ่อ คนละฟีลกับตอนอยู่กับน้องเลย
    #623
    0
  17. #622 noina_sweetnoina (@noina_sweetnoina) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 11:35
    รักพี่หมีกันต์จัง น้องตัวเล็กก็น่าเอ็นดู๊ น่าเอ็นดู..มาต่อเร็วๆ นะคะ
    #622
    0
  18. #621 insinsutee (@insinsutee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 06:38
    รอพี่กันต์อ่อย....จะลงมือเมื่อไหร่จ๊ะ
    #621
    0
  19. #620 insinsutee (@insinsutee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 06:23
    น่ารักกันทั้งสองคน
    อยากให้อัพบ่อยๆ
    จะคอยติดตามอ่านนะคะ
    #620
    0
  20. #619 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 23:46
    น้องกันต์สับสนจังเลย ต้องโทรไปปรึกษาพ่อคินเลยนะเนี่ย น้องเกียร์นี่ร้ายกาจจริงๆ อิอิ
    #619
    0
  21. #618 ooy1565 (@ooy1565) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 22:23
    น้องตัวเล็กทำพี่กันต์ปั่นป่วนหัวใจสับสนกับความรู้สึกใช่ไหม ถึงขนาดพี่หมีของเราโทรไปปรึกษาพ่อหมีกินเลยนะ ก็น้องน่ารักซะขนาดนี้พี่กันต์จะไม่หวั่นไหวได้อย่างไร
    #618
    0
  22. #617 94Pu[244] (@0918874584) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 22:23
    เอ็นดูความทำตาโตสองเท่า
    #617
    0
  23. #616 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 19:10
    น้องตัวเล็กก้อคงจำพี่หมีไม่ได้แน่ๆเลย รอเวลาให้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าชอบรึป่าวนะพี่หมี
    #616
    0
  24. #615 Csapanon12 (@Csapanon12) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 15:19
    ชอบมากเวลาพี่กันต์กับน้องตัวเล็กูคุยกับครอบครัวดูอบอุ่นมากกอะะชอบบบ#รออ่านเสมอค่ะสู้ๆ
    #615
    0
  25. #614 Crazy You (@poppy-fang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 14:49
    เจอไม้ตายก้นหีบ ช้อนตาอ้อนของน้องเดียร์
    พี่กันต์ถึงกับเดินละเมอซื้อหนมให้น้องเลยทีเดียว 555555
    #614
    0