ยอดพธูจอมทัพ

ตอนที่ 12 : บทที่ 3.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    6 ก.พ. 61




               แสงสุรีย์ลับลาขอบนภา                  

จวนแม่ทัพเผิงจัดเลี้ยงสังสรรค์วันคล้ายวันเกิดของเผิงเซิ่งอี้เป็นการภายในเฉพาะสหายสนิทของครอบครัว หลังร่ำสุราและส่งเสด็จเสวี่ยอ๋อง รวมถึงสหายรักต่างทยอยกลับเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มยังคงนั่งทอดอารมณ์ที่หอจันทร์กระจ่างตามลำพัง ไร้บ่าวไพร่รายล้อมกาย

ดวงดาวและจันทรายังกระจ่างสดใส ทางช้างเผือกยังพาดทาบท้องฟ้าแจ่มชัด เสียงหรีดหริ่งเรไรจากป่าต้นกุ้ยชำแรกเข้ามาในโสตประสาท

ใกล้สิ้นยามห้าย[1] ฉงอวี้หลิงที่เฝ้ามองเผิงเซิ่งอี้มาครู่ใหญ่ หวังอยากเข้าไปปรนนิบัติเอาอกเอาใจเขาให้สมกับหน้าที่ของคนร่วมเรียงเคียงหมอน จึงตัดสินใจเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม

อวี้เอ๋อร์รินเหล้าให้นะท่านพี่นางคว้าเจี่ยทองคำ[2]ซึ่งเป็นของกำนัลล้ำค่าจากเสวี่ยอ๋องมาจากมือเผิงเซิ่งอี้ เมื่อนางรินเหล้าเสร็จ ชายหนุ่มก็คว้าไปแล้วดื่มรวดเร็ว เพื่อย้อมใจตัวเองให้เมามายจนลืมสิ้นความกังวล

กลับห้องของเจ้าไปเถอะ

ชายหนุ่มยังคงหมางเมินกับนางเช่นเดิม ฉงอวี้หลิงเม้มปาก น้อยใจอยู่มากที่เขาเข้าวังไปหาองค์หญิงหงหญ่า ถึงสีหน้าเขาจะไม่แช่มชื่นกลับมา แต่นางก็ไม่พอใจอยู่ดีที่ตัวเองถูกแบ่งปันเวลาซึ่งก็มีอยู่น้อยนิดอยู่แล้วจากเขา

หากคำว่านางบำเรอนั้นหมายถึงการพลีร่างบำรุงแลสนองกามารมณ์แก่ชายไม่อิดเอื้อนยามเขาเรียกร้อง นางก็คงมิสมกับคำว่านางบำเรอแน่แท้ เพราะชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเป็นฝ่ายแตะต้องนางก่อนเลยสักครั้ง!

นางกอดเขา เขาจึงกอดตอบ แต่กระนั้นก็เพียงชั่วครู่ ชายหนุ่มไปที่ห้องนอนของนางเพื่อร่วมเตียงเพราะคำสั่งของมารดาเขา

ร่วมเตียงที่ไม่ใช่...ร่วมอภิรมย์

แม้นางอยากมีลูกชายให้เขามากเพียงไร แต่เกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาไปที่ห้องนางแค่สี่ครั้ง และทั้งสี่ครั้งก็เพียงขึ้นเตียงแล้วพลิกตัวหันไปอีกทาง อย่างนี้แล้วนางจะเอาลูกชายจากที่ใดมาสร้างความมั่นคงให้ตัวเองกันเล่า!

เพราะน้อยเนื้อต่ำใจว่าตัวเองไร้ค่า ไม่อาจผูกมัดเขาได้ ทำให้นางแอบร้องไห้คนเดียวบ่อยครั้ง ตอนที่นางอยู่ในฐานะน้องสาวยังได้รับความเอ็นดูจากเขามากกว่าตอนนี้เสียอีก สามียอมร่วมเตียง แต่ไม่ร่วมรัก พูดไปใครจะเชื่อ เป็นนางเสียเองที่กระหายอยากลิ้มรสความหฤหรรษ์ในอ้อมกอดเขาสักครา ถ้าหากปริปากร้องขอออกมาก็รังแต่จะสร้างความอับอายให้ตัวเอง

อวี้เอ๋อร์อยากอยู่เป็นเพื่อนท่านพี่ ให้อวี้เอ๋อร์นั่งมองท่านอยู่ห่างๆก็ได้ อย่างน้อยเราสองก็ได้ร่วมชมพระจันทร์กันสักครั้ง และอีกอย่างอวี้เอ๋อร์ก็มีของขวัญจะมอบให้ท่านฉงอวี้หลิงยื่นมือไปแตะแขนของชายหนุ่ม

แค่เรื่องสมรสพระราชทานก็กวนใจเผิงเซิ่งอี้มากแล้ว เพราะเขาไม่เคยมีใจให้ฉงอวี้หลิงเยี่ยงชู้สาว จึงยังทำใจแตะต้องนางตามคำสั่งของมารดามิได้ เขาสงสัยตัวเองอยู่เหมือนกัน หากถึงวันที่ต้องแต่งงานกับ   องค์หญิงหงหญ่า เขาจะกระทำห่างเหินกับพระองค์ดังเช่นทำกับนางหรือไม่

เผิงเซิ่งอี้สบสายตาเว้าวอนและเต็มไปด้วยความรักใคร่ของหญิงสาว หนนี้เขาไม่ควรใจร้ายกับนางเกินไป...คิดดังนั้นชายหนุ่มก็พยักหน้า

ฉงอวี้หลิงจึงยิ้มเต็มวงหน้า แล้วทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งหินอ่อนด้านซ้ายมือ

อวี้เอ๋อร์ทำถุงเงินใบใหม่ให้ท่านพี่นางยื่นถุงเงินผ้าไหมสีน้ำเงินแกมม่วงให้ชายหนุ่ม แม้เขาจะรับมันไปแล้ววางไว้บนโต๊ะ ไม่ได้กล่าวชื่นชมอะไรมากมาย เท่านี้นางก็ดีใจมากแล้ว

เผิงเซิ่งอี้ดื่มสุราไปอีกร่วมไห เพียงเขาสุขใจที่ได้ดื่มและยังมีนางนั่งเป็นเพื่อนเงียบๆ ก็พอ เมื่อชายหนุ่มดื่มจนพอใจ ก่อนจะฟุบหลับลงบนโต๊ะหินไปเสียก่อน ฉงอวี้หลิงก็เรียกเล่าหลางให้มาช่วยนางพยุงเขากลับห้อง

เมื่อถึงห้องนอนของเผิงเซิ่งอี้ ฉงอวี้หลิงก็ออกปากไล่เล่าหลางและบรรดาสาวใช้ประจำเรือนไปนอน ปล่อยหน้าที่ปรนนิบัติชายหนุ่มเป็นของนาง เหมยเหม่ยนั้นรู้ใจนายสาวดีอยู่แล้วว่ายากเพียงไรที่นางจะเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของแม่ทัพหนุ่มได้ ลับหลังเล่าหลาง นางก็รีบหับปิดประตู แล้วถอยกายกลับไปยังเรือนนอนของตน

เผิงเซิ่งอี้นอนแผ่อยู่บนเตียง ใบหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา ไร้แรงกายควบคุมตัวเองและสร้างกำแพงความเหินห่างใดๆ กีดกั้นนางอีก อย่างนี้นี่เล่าที่นางอยากให้เป็น!

ฉงอวี้หลิงปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกของตนเองออกจนเหลือแต่เอี๊ยมและกางเกงแพรขาว หญิงสาวนั่งลงที่ริมเตียงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เขา

ท่านพี่นางลูบไล้ฝ่ามือบนใบหน้าเขาด้วยความหลงใหล ชายหนุ่มส่งเสียงครางเบาๆ อวี้เอ๋อร์รักท่าน รักมานานแล้ว

หญิงสาวซบหน้าลงบนแผ่นอกกว้าง เสียงหัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะข้างหู นางยิ้มอย่างสุขสมใจกับความใกล้ชิดที่รอมาเนิ่นนาน นางไม่เคยอยากทำตัวเป็นหญิงไร้ยางอาย เป็นเขานั่นเองเคี่ยวกรำนางให้ต้องทำเช่นนี้

ฉงอวี้หลิงกอดเผิงเซิ่งอี้แน่นขึ้น นางบดเบียดเนื้อตัวอุ่นระอุกับร่างร้อนผ่าวของชายหนุ่ม ปรารถนาให้เขาครอบครองเป็นเจ้าของนาง ให้เขาลืมสิ้นหญิงอื่น

เผิงเซิ่งอี้ถูกสุราย้อมใจจนไร้สติหักห้ามใจและกายของตน พอถูกรุกเร้าด้วยความอ่อนนุ่มหอมหวาน ท่อนแขนกำยำก็ตวัดรัดรอบร่างเล็กที่แนบชิด ฉงอวี้หลิงอุทานออกมาเบาๆ มือเล็กกระตุกสายผูกเสื้อด้านข้างของร่างเบื้องใต้อย่างเร่งรีบ ยื่นหน้าส่งริมฝีปากอุ่นชื้นแตะแต้มลงบนกลีบปากหนาหยักลึกของชายหนุ่ม ตลอดถึงลำคอ ระเรื่อยลงมายังแผ่นอกที่เปิดเปลือยจนเห็นกล้ามเนื้องดงาม

นางกำลังพยายามเบี่ยงเส้นทางจากรอยเท้าเดิมของมารดาที่เป็นแค่ภรรยาน้อยซึ่งสามีไม่เหลียวแล ถูกคนอื่นกลั่นแกล้งรังแกจนตายไปอย่างเจ็บช้ำ นางจะทำให้ชายหนุ่มหลงใหล ทำให้เขารักใคร่นางบำเรอคนนี้จนหมดใจ ให้เขายอมมีลูกกับนาง ลูกชายของนางจะต้องเป็นทายาทคนแรกของตระกูลเผิงที่ทุกคนรอคอย

เมื่อเอี๊ยมบางเลื่อนหลุดจากตัว ทรวงอกหยุ่นนุ่มกลมกลึงทาบเคล้นคลึงบนเรือนกายแกร่งซึ่งเต็มไปด้วยเลือดเนื้อน่าหลงใหลของชายชาตรี ฉงอวี้หลิงก็กระตุกม่านมุ้งให้ปิดลง ก่อนพลิกตัวให้เผิงเซิ่งอี้ทาบทับนางอยู่ด้านบน

นางจะเป็นของขวัญล้ำค่าที่สุดของเขาในคืนนี้...




[1] ๒๑.๐๐ น. ๒๓.๐๐ น.

[2] ภาชนะใส่เหล้าปากกลม สามขา มีหูจับและแกะสลักลวดลายต่างๆ ลงบนภาชนะ มีขนาดใหญ่กว่าเจ๋ว์ ซึ่งเป็นภาชนะใส่เหล้าปากเปิด มีสามขา มองดูคล้ายนก องค์จักรพรรดิมักใช้ในเลี้ยงพระราชทานแด่ขุนนาง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

144 ความคิดเห็น

  1. #3 marchere01 (@marchere01) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:42
    ตายละ..,.ท่านแม่ทัพ ..
    #3
    1
    • #3-1 กะรัต (จากตอนที่ 12)
      6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:58
      เสร็จสมอารมณ์หมาย...
      #3-1
  2. #2 zsmile2 (@Zsmile) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:07
    ไม่นะไม่เอาแบบนี้สิไรท์ รอนะค้ะ
    #2
    1
    • #2-1 กะรัต (จากตอนที่ 12)
      6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:58
      ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ

      ถ้ารอไม่ไหว อย่าลืมจัดโปร 159 บาทนะคะ ^__^
      #2-1