ยอดพธูจอมทัพ

ตอนที่ 23 : บทที่ 7.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    11 ก.พ. 61



11/2/61 เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง ก็หมดโปร 159 บาทแล้วนะคะ 

ตัดสินใจเร็วๆ เข้าเน้ออออออ



ภายในห้องหนังสือเรือนบูรพา หลังจากส่งฟังเยว่ฉิวเข้าเรือนรับรองฝั่งขวา เผิงเซิ่งอี้ก็กลับมานั่งทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ได้พูดคุยซักถามนางเมื่ออยู่บนหอจันทร์กระจ่าง

วันที่ข้าพบท่านครั้งแรกนั้น ท่ามกลางหิมะตกปกคลุมร่างท่าน บนอกท่านมีบาดแผลถูกยิงด้วยหน้าไม้ โชคดีไม่ถูกหัวใจ แต่แผลมันก็ลึกมาก ท่านหมดสติเรียกอย่างไรก็ไม่ตื่น เลือดไหลย้อมหิมะจนจับตัวแข็ง ข้าทำได้เพียงลากท่านไปหลบข้างหินก้อนใหญ่ แล้วหากิ่งไม้มาคลุมตัวท่านไว้เพราะเกรงหมาป่าจะมาทำร้ายท่าน ข้ากลับบ้านไปเรียกท่านพ่อมาช่วย พวกเรายกท่านวางบนตะแกรงไผ่สานแล้วลากกลับไปยังกระท่อมของเรา ลมพายุนอกกระท่อมน่ากลัวเกินไปและหิมะก็ตกไม่ขาดสายติดต่อหลายวัน ทำให้ข้าและท่านพ่อไม่อาจจะเคลื่อนย้ายท่านไปรักษาในตัวเมือง ได้แต่อาศัยความรู้เรื่องยาสมุนไพรตามป่าเขาที่มีรักษาท่านไปก่อน อีกทั้งเกิดรู้สึกห่วงความปลอดภัย เกรงคนจะย้อนกลับมาทำร้ายท่าน คิดว่าซ่อนตัวท่านไว้สักระยะคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด

          แล้วหลังจากข้าฟื้น เป็นอย่างไรบ้าง

ท่านจำไม่ได้ว่าตนเองมีที่มาที่ไปเช่นไร มีเพียงสิ่งนี้ที่ติดตัวท่านมาหญิงสาวกล่าวแล้วถอดป้ายหยกห้อยคอส่งคืนให้เขา

หยกของข้า

ข้าขอมอบคืนให้ท่าน

แล้วข้าใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นอย่างไร ไม่มีคนออกตามหาข้าบ้างหรือ

เคยมีคนมาสอบถามหาคนที่กระท่อมช่วงที่ท่านยังไม่ได้สติ แต่เพราะพวกเรายังไม่ไว้วางใจใคร จึงซ่อนท่านไว้ ท่านพักฟื้นอยู่ร่วมครึ่งเดือนจึงออกมาข้างนอกได้ เพราะพายุหิมะตกหนักกว่าทุกปี ส่วนใหญ่พวกเราจึงใช้ชีวิตอยู่แต่ในกระท่อม นานกว่าจะออกไปหาของป่าและล่าสัตว์เป็นอาหารเพิ่ม หลังฤดูเหมันต์ข้ากับท่านพ่อคิดจะพาท่านเข้าไปในเมือง

เจ้ากล่าวถึงบิดาหลายครั้ง เหตุไฉนจึงเดินทางมาที่ถูหยางตามลำพัง

น้ำตาของหญิงสาวร่วงเผาะ แล้วเอ่ยน้ำเสียงปนเศร้าว่า ท่านพ่อเสียชีวิตก่อนที่ท่านจะจากมา ข้าและท่านช่วยกันฝังร่างท่านพ่อไว้ใกล้กับกระท่อม

กลุ่มก้อนของความรู้สึกผิดแล่นจุกในอก นางสิ้นบิดายังมิพอ เขาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสามียังทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพังความเวทนาต่อชะตาอาภัพของหญิงสาวทำให้เขาลุกเข้าไปโอบบ่าเล็กซึ่งกำลังสั่นไหวของฟังเยว่ฉิว ความห่วงหาอาทรอย่างไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจสักนิดนั่นแสดงออกมาราวกับเคยเกิดขึ้นเป็นปรกติ นางจ้องเขานิ่งงันแล้วร่ำไห้ออกมา

ข้าผิดแล้วที่ทอดทิ้งไม่ไยดีเจ้า

ข้าทราบท่านมิได้ตั้งใจ จึงไม่โทษท่านแล้ว

แม้ปากนางจะบอกว่าไม่ถือโทษเคืองโกรธเขาอีก แต่ใช่เหตุให้เขาไม่ต้องรับผิดชอบนาง จะอย่างไรเสียตอนนี้นางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขา สองเดือน...เวลาเพียงสองเดือนจะไขความข้องใจให้กระจ่างได้ทั้งหมดหรือไม่ และเรื่องที่เขาซุกซ่อนภรรยาไว้ในเรือนถึงสองคนนั้น จะนำพาเรื่องยุ่งยากใหญ่หลวงอันจะส่งผลต่องานและนายเหนือหัวมากมายเพียงใดหนอ...

 

หลังผ่านการร้องไห้ในอ้อมอกของผู้เป็นสามีและเขาก็มี น้ำใจเดินมาส่งนางถึงห้องพัก ฟังเยว่ฉิวจึงได้มีเวลาอยู่ลำพัง หลังม่านด้านนอกนั้นมี   อาซิ่น สาวใช้อายุสิบหกที่ทางครอบครัวของเผิงเซิ่งอี้ส่งให้มาคอยปรนนิบัติและอยู่เป็นเพื่อนนาง หญิงสาวล้างหน้าล้างตา คิดว่าจะเอนหลังสักพักก่อนจะออกไปร่วมโต๊ะอาหารค่ำ ที่ห้องโถงเรือนอุดรตามคำเชิญของเผิงฉานตัน

หูพลันได้ยินเสียงว่ามีคนมา แล้วอาซิ่นก็วิ่งเข้ามาในส่วนของห้องนอนหลังม่านกั้น

คุณหนูฉงมาเจ้าค่ะ

คุณหนูฉง...ใครกัน หรือจะเป็นผู้หญิงคนนั้น ที่นางเคยพบเมื่อตอนมาจวนสกุลเผิงครั้งแรก ฟังเยว่ฉิวคิดแล้วก็ลงจากเตียงเพื่อออกไปพบหน้าผู้มาเยือน นางคาดเดาได้ถูกต้อง เป็นสตรีที่ผงะหงายกับใบหน้าอัปลักษณ์ของนางคนนั้นจริงๆ

เหมยเหม่ยซึ่งเป็นคนแอบเห็นเผิงเซิ่งอี้กอดฟังเยว่ฉิวที่กำลังร้องไห้บีบน้ำตาเสียแนบแน่นบนหอจันทร์กระจ่าง จึงไปรายงานนายสาวให้มาแสดงฐานะของตน ฉงอวี้หลิงไล่อาซิ่นออกไปจากห้องเพราะต้องการพูดคุยกับฟังเยว่ฉิวโดยไม่มีคนนอก

ฟังเยว่ฉิวเมื่อพบหน้าเจ้าถิ่น จึงน้อมกายแล้วกล่าวทักทาย ยินดีที่ได้พบคุณหนูฉงอีกครั้ง

แต่ข้ากลับไม่รู้สึกยินดีที่ได้พบเจ้าฉงอวี้หลิงไม่อ้อมค้อมอันใด

คนมาอยู่ใหม่เตรียมใจไว้ก่อนหน้า จึงกล่าวว่า การมาที่นี่ ข้าไม่มีเจตนาให้ท่านเคืองใจ

เจ้าเจตนาเชียวละสตรีเจ้าถิ่นจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง

ข้าไม่เข้าใจ คุณหนูฉงโปรดอธิบาย

นี่ฟังเยว่ฉิวแกล้งไขสือหรือยังไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของนางกับพี่เซิ่งอี้จริงๆ กันแน่ แต่ก็ดีแล้ว...นางคนอัปลักษณ์จะได้รู้จากปากนางเสียเดี๋ยวนี้

เจ้ากับข้าอยู่ในฐานะภรรยาร่วมสามี  ข้าสมควรโกรธเจ้าหรือไม่...ฟังเยว่ฉิว

ดั่งถูกอสนีฟาดใส่ ฟังเยว่ฉิวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตาใสกระจ่างเบิกขยาย ตื่นตกใจกับคำพูดและรอยยิ้มเหยียดเยาะของฉงอวี้หลิง

ภรรยาร่วมสามีแต่ละคำที่ทวนออกมาล้วนยากเย็น

ใช่ ข้าเป็นภรรยาของพี่เซิ่งอี้ เป็นคู่หมั้นหมายของเขาตั้งแต่อายุสิบสี่เหตุอันใดนางจะบอกความจริงว่านางเพียงแค่บังเอิญได้ยินมารดาเขาพูด แต่ยังมิได้หมั้นหมายกันจริงๆ ข้าโตมาในบ้านหลังนี้ ตั้งแต่เล็กจนโตอยู่ใกล้พี่เซิ่งอี้ตลอดจนกระทั่งเขาเริ่มรับราชการทหารแล้วสุดท้ายก็ไปรบ ท่านแม่กำลังจะจัดพิธีให้พวกเราเมื่อเขากลับมา แต่งานก็พลันสะดุดเพราะเขาหายตัวไป ครั้นกลับมาก็ได้รับสมรสพระราชทานจากองค์จักรพรรดิตัดหน้าอีก” 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

144 ความคิดเห็น