ยอดพธูจอมทัพ

ตอนที่ 51 : บทที่ 15.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    4 มี.ค. 61





สองเสียงร้องประสานด้วยความตกใจ ก่อนตามมาด้วยเสียงน้ำแตกกระจาย เผิงเซิ่งอี้หันกลับมามองเบื้องหลังพบว่าฉงอวี้หลิงทรุดกายนั่งลงกับพื้นสะพาน นางทำท่าคล้ายจะเป็นลม

ท่านพี่ จู่ๆ อวี้เอ๋อร์ก็หน้ามืด” 

เยว่เอ๋อร์ทว่าความห่วงใยของชายหนุ่มกลับพุ่งไปยังหญิงสาวอีกคน ซึ่งลอยคอว่ายวนอยู่บนผิวน้ำ มิรอช้า เผิงเซิ่งอี้พุ่งตัวลงน้ำ เขากอดร่างฟังเยว่ฉิวที่สั่นเทาเพราะความเย็นของน้ำฤดูสารทไว้แนบอก เหอเติ้งเหลยรุดวิ่งเต็มฝีเท้าเข้าไปในตัวศาลาเพื่ออ้อมมายังบุคคลทั้งสาม เขายื่นมือฉุดร่างของฟังเยว่ฉิวขึ้นมาจากน้ำ สักครู่ชายหนุ่มอีกคนก็ขึ้นมาได้ เพราะระดับน้ำกับพื้นสะพานไม่ห่างกันนัก

เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ ข้ามึนหัวหน้ามืดก็เลยเซเผลอไปชนเจ้าเข้าฉงอวี้หลิงลุกขึ้นแล้วรีบแก้ตัว

            ฟังเยว่ฉิวปากคอสั่น ยามสายแดดยังไม่มาก ครั้นมีลมพัดมา นางก็จามติดกันหลายหน เสื้อผ้าชุดสวยเนื้อบางแนบลู่ตามเรือนร่างอวบอิ่ม   เผิงเซิ่งอี้เห็นสายตาที่เหอเติ้งเหลยเขม้นมองหน้าหญิงสาว สหายรุ่นน้องแม้มิได้มีสายตาโลมเลียมองต่ำ แต่เพราะความรู้สึกหนึ่งพลุ่งพล่านคล้ายเกรงคนจะมาแย่งของรัก ทำให้เขารีบถอดเสื้อตัวนอกคลุมลงบนร่างของนาง

เหตุไฉนวันดีๆ จึงต้องจบลงด้วยน้ำมือฉงอวี้หลิงกันนะ แม้จะนึกโกรธความหึงหวงอันไร้ขอบเขตไม่รู้เวลาของอีกฝ่าย แต่ฟังเยว่ฉิวก็มิอยากให้ความบาดหมางนี้ทำให้เผิงเซิ่งอี้ไม่สบายใจ

ข้าก็มัวแต่มองทิวทัศน์ ไม่ทันได้ระวังว่าทางมันแคบ

ในศาลเจ้าไม่น่าพูดโกหกนะ เจ้าทั้งสองคนนั่นแหละเหอเติ้งเหลยซึ่งเห็นเหตุการณ์แบบไม่ควรจะเห็นแย้งขึ้น

ฉงอวี้หลิงนั้นร้อนตัวอยู่แล้ว จึงตวัดสายตาขุ่นเขียวมองเขา

อีกคนที่ให้ความสนใจกับคำพูดของเหอเติ้งเหลยก็คือเผิงเซิ่งอี้ สหายรุ่นน้องคนนี้โดยปรกติเป็นคนปากไว ปากตรง ผิดถูกว่าไปตามนั้น ไม่ละเว้นด้วยว่าจะเป็นเด็กหรือผู้หญิง คนแก่หรือคนหนุ่ม

ท่านพูดอะไรแม้เหอเติ้งเหลยเป็นสหายรักของเผิงเซิ่งอี้ และฉงอวี้หลิงก็เคยพบหน้าเขาหลายครั้ง แต่ก็รู้จักเขาเพียงผิวเผิน ด้วยเหตุว่านางถูกเลี้ยงดูดั่งสตรีในหอห้องจากนางถังจิ่วหยิน สายตาประหนึ่งเหยี่ยวจ้องจับเหยื่อของเขาตอนนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกใจคอไม่ดียิ่ง

นางพลาดแล้ว! ไม่มองซ้ายขวาหน้าหลังให้ดี ใครจะคาดคิดว่าจะมาเจอเขาที่นี่ได้

ข้าก็พูดในสิ่งที่เห็น มั่นใจด้วยว่าไม่ได้ตาฝาดเหอเติ้งเหลยกอดอกท่าทีสบายอารมณ์อย่างแมวเพิ่งจับหนูตัวเขื่องได้ เขาหันไปเอ่ยกับเผิงเซิ่งอี้ ท่านอย่าลืมนะ สายตาข้าดีอย่างกับเหยี่ยว ระยะห่างจากจุดที่ข้ายืนกับตรงนี้ มันไม่ได้เสี้ยวระยะสายตายามข้าน้าวคันธนูเล็งลูกศรใส่ข้าศึกสักนิด

หะแรกเหอเติ้งเหลยนึกสงสัยอยู่ว่าเหตุใดฉงอวี้หลิงจึงแกล้งรังแกสาวใช้ที่ติดตาม แต่ครั้นพินิจพิเคราะห์ในสมองเร็วรี่ สตรีชุดม่วงใบหน้ามีแผลเป็น นางใช่สาวใช้แน่หรือ เพราะเมื่อสักครู่เผิงเซิ่งอี้เรียกหญิงสาวอย่างสนิทสนม ซ้ำยังห่วงใยยอมกระโดดลงไปช่วยนาง ทั้งที่นางก็ว่ายน้ำเป็น

ท่านปรักปรำข้าได้อะไรขึ้น ข้าไม่สบายอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว พอหน้ามืดก็เซไปถูกนางเข้า

คนหน้ามืดก็น่าจะเกาะนางไว้ช่วยพยุงกายมิใช่หรือ แต่ที่ข้าเห็นคือเจ้าจงใจผลักนางนี่

ท่าน! ท่านมีความแค้นอะไรกับข้าฉงอวี้หลิงขยี้เท้าด้วยความเดือดดาล

เจ้าทำเช่นนั้นจริงหรือเสี่ยวฉงเผิงเซิ่งอี้เป็นฝ่ายถามขึ้นบ้าง ไม่มีเหตุผลที่เหอเติ้งเหลยจะโกหกเขา 

เหตุการณ์ที่ฉงอวี้หลิงตกสระน้ำคราวก่อน ฟังเยว่ฉิวบอกกับเขาว่านางจงใจกระโดดลงไปเอง แต่ไม่มีพยานมายืนยันความจริงข้อนี้

อวี้เอ๋อร์ถูกใส่ความนะท่านพี่ ท่านอย่าเชื่อคำโกหกของคนนอกสิ ข้าเป็น...นางหุบปากได้ทัน

ท่านพี่...เหตุใดฉงอวี้หลิงจึงแทนตัวเผิงเซิ่งอี้ว่าท่านพี่ เหอเติ้งเหลยขบคิด เริ่มมองทั้งสามด้วยสายตาค้นหาคำตอบ และเป็นคำตอบที่เขาต้องการจะรู้ให้ได้เสียด้วย

ข้าจำไม่ได้นะว่าเคยมีเรื่องบาดหมางกับเจ้า เห็นเป็นน้องนุ่งหรอกจึงตักเตือนด้วยความหวังดี ว่าไม่ควรกลั่นแกล้งรังแกผู้อื่น และไม่ควรโกหกท้ายประโยค เขาตวัดสายตาไปยังฟังเยว่ฉิว

เจ้าคนปากไม่อยู่สุข ชอบแส่เรื่องคนอื่น! ฉงอวี้หลิงคิดอย่างแค้นใจ

นางแทบอยากกรีดร้องใส่หน้าเขา นางไม่ชอบหน้าเหอเติ้งเหลยมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ก็ตั้งแต่เขาตำหนินางเมื่ออายุสิบห้า ตอนนั้นนางแค่อยากให้เผิงเซิ่งอี้คอยเอาอกเอาใจและพาไปเที่ยวเล่น ผิดด้วยหรือไร

ส่วนเหอเติ้งเหลยเริ่มพิจารณาถึงคนที่เคยรู้จัก โอ...นิสัยเอาแต่ใจของนางนี่ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ แถมยังร้ายกาจขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เจอหน้ากันหนนี้ นางแสดงตนว่าเป็นเจ้าของเผิงเซิ่งอี้ชัดเจน หรือว่า...

อย่าทะเลาะกันอีกเลย พวกเรายังอยู่ในศาลเจ้านะ ข้าไม่เป็นไรแล้ว

ไม่ต้องมาเสแสร้งแกล้งเป็นคนดีเลยฉงอวี้หลิงตวาดใส่หน้าคนที่นางเพิ่งผลักตกน้ำ

หยุดนะเสี่ยวฉง ในสถานแห่งธรรม เจ้าควรสำรวม มิใช่มีใจเจตนากลั่นแกล้งผู้อื่น เรามาเอาถุงเครื่องรางให้ท่านย่าและท่านแม่มิใช่หรือ ต่างออกบ้านมาด้วยใจหวังดี แต่ระหว่างทางเต็มไปด้วยใจขุ่นเคือง พวกท่านรู้เข้าคงรู้สึกไม่ดีแน่

หากท่านย่าจะรู้ก็เพราะนางช่างฟ้องนั่นแหละครานี้หญิงสาวชี้หน้าฟังเยว่ฉิว

เลิกใส่ร้ายคนอื่นได้แล้ว ข้ามีตา มีสมองไว้คิดพิจารณาว่าใครถูกใครผิด






ยกนี้หนูเยว่ได้คะแนนนำ ^___^

ขอบคุณที่ติดตามอย่างสม่ำเสมอนะคะ ก็ไม่รู้ว่าจะได้อัพจนถึงวันที่ทุกคนอยากให้เป็นหรือเปล่าเนาะ
สูตรสำเร็จ นางเอกหนีพระเอกมันต้องมาสิน่า 5555555

ใครไม่ชอบแนวปวดตับ แนะนำดวงใจรักจ้าวยุทธ์ บุพเพเล่ห์จันทร์ จอมโจรชิงรักนะคะ สองเรื่องนี้พระเอกตาฟางอะนะ มองเห็นแต่นางเอกคนเดียวเลยเอ้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

144 ความคิดเห็น

  1. #114 onny (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:29
    ควรเก็บยัยหนูฉงได้แล้ว ร้ายเหลือเกิน



    แม่สามีก้อควรตาสว่างเสียที
    #114
    1
  2. #113 ThE Zai (@dark-soleil) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:13
    ขอบคุณฟ้าที่ดลให้คุณชายเหอมาเห็นเหตุการณ์
    #113
    1
  3. #111 ฉางข้าว (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 20:14
    ก็สมควรที่เยว่ฉิวจะได้รับความเป็นธรรมบ้าง จึงจะถือว่าสวรรค์มีตา มิฉะนั้นดูเหมือนว่านางจะเป็นสตรีผู้ด้อยโอกาสสม่ำเสมอตลอดกาลซะและ
    #111
    1
    • #111-1 กะรัต/กะรัตตา (@somei) (จากตอนที่ 51)
      5 มีนาคม 2561 / 17:35
      ชีวิตนางรันทดยิ่ง บางทีกะรัตก็สงสัย นี่ฉันเขียนอะไรลงไป
      #111-1