ยอดพธูจอมทัพ

ตอนที่ 6 : บทที่ 2.2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4681
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 87 ครั้ง
    3 ก.พ. 61



เมื่อได้ยินว่าสองพ่อลูกจะค้างคืน ใจของฟังเยว่ฉิวยิ่งมีแต่ความหวาดกลัว หากยังหลบซ่อนที่เก่า ไม่นานสองคนนั่นก็ต้องหาตัวนางพบเป็นแน่ เมื่อท่านตาหยวนออกจากบริเวณบ้านของนางแล้ว หญิงสาวได้แต่เฝ้ารอโอกาสจะออกจากที่ซ่อน ไว้แน่ใจว่าคนชั่วทั้งสองถอดใจจะรอนางแล้วค่อยย้อนกลับมาเก็บข้าวของจำเป็น

ฟังเยว่ฉิวซุ่มซ่อนอยู่จนค่อนดึก ขานางเป็นเหน็บชา ปวดเนื้อ    ปวดตัวไปทั่วร่างเพราะไม่ได้ขยับเขยื้อนเป็นเวลานาน ยิ่งตอนจ้านเปียวเดินเข้ามาค้นของกินในครัวพร้อมกับด่าทอท่านตาหยวนว่าไม่เอาไก่ป่ามาให้ นางยิ่งหายใจไม่ทั่วท้อง เครียดเกร็งแทบกลั้นใจตายไปเดี๋ยวนั้น

รออยู่ครู่ใหญ่เมื่อสรรพเสียงภายในตัวกระท่อมเงียบลงแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ คลานออกมาจากใต้แคร่ กระท่อมน้อยของนางมืดสนิทเพราะคนในบ้านดับตะเกียงไปแล้ว เจ้าของเรือนร่างเล็กบอบบางหอบกระสอบป่านและคว้าท่อนฟืนรวมถึงชุดไฟในครัวติดตัวออกไปด้วย นางมุ่งหน้าเข้าไปในป่าลึก แม้จะหวาดกลัวสิงสาราสัตว์ แต่นางก็มั่นใจว่าพวกมันยังน่ากลัวน้อยกว่าสองพ่อลูกใจคอชั่วร้ายนั่น

ฟังเยว่ฉิวเดินฝ่าความมืดอาศัยแสงหรุบหรู่จากจันทร์บนฟ้าซึ่งพอลอดแสงผ่านลงมายังพื้นไปถึงถ้ำเล็กๆ ที่นางกับพ่อเคยอาศัยพักหลบฝน คืนนี้นางต้องนอนที่นี่ นางลงมือก่อไฟกองเล็กจากกิ่งไม้ที่เคยเก็บสะสมไว้ในถ้ำ ก่อนล้มตัวลงนอนห่มคลุมร่างด้วยกระสอบป่าน สองมือยังคงยึดเหนี่ยวป้ายหยกขาวซึ่งห้อยคอไว้

เมื่ออยู่บ้านไม่ได้แล้ว นางก็จะไปตามหาพี่ต้าเผิง เป็นตายร้ายดีขอนางรู้ให้แน่ชัด หากเขาตั้งใจทอดทิ้งไม่ไยดี รู้ความจริงนั่นแล้ว นางจะได้ตัดใจ หญิงไร้ญาติ ไร้ที่พึ่งเช่นนาง หากสิ้นหนทางแน่แล้ว คงต้องหันหน้าเข้าสู่สำนักชี

 

 

วันรุ่งขึ้น ฟังเยว่ฉิวหาผลไม้ในป่ากินประทังความหิว จวบจนเมื่อ ยามบ่ายนางจึงกลับไปที่กระท่อม ด้อมๆ มองๆ อยู่นานไม่พบวี่แววสอง  พ่อลูก จึงรีบเข้าไปเก็บเสื้อผ้าและหนังสือซึ่งเป็นหนึ่งของแทนตัวจากพ่อ    ผู้ล่วงลับ เงินเก็บสะสมซุกซ่อนไว้นั้นพอมีติดตัว เก็บห่อสัมภาระเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ออกไปเคารพหลุมศพพ่อทั้งน้ำตาเป็นครั้งสุดท้าย

เยว่เอ๋อร์จำเป็นต้องไป สักวันจะกลับมาที่บ้านของเราอีกครั้งบิดาและกระท่อมที่อยู่อาศัยมาแต่เยาว์วัยสร้างความอาลัยอาวรณ์ให้  หญิงสาวไม่น้อย สิ้นคำพูด สายลมวูบหนึ่งพัดมากระทบใบหน้าละม้าย   ฝ่ามือหนาของผู้มีพระคุณลูบปลอบประโลม นางปล่อยน้ำตาไหลริน เข้าใจว่าผู้เป็นพ่อรับรู้ความจำเป็นของนางแล้ว

 ฟังเยว่ฉิวเข้าไปในตัวเมืองไท่ซาเพื่อนอนค้างคืนที่สำนักชี รุ่งเช้าของอีกวัน นางเข้าไปในตลาดเพื่อซื้ออาหารเป็นเสบียงระหว่างเดินทางข้ามเมือง บังเอิญพบจ้านเปียวกำลังขู่เข็นใช้กำลังกับขอทานพิการคนหนึ่ง หญิงสาวรีบหลบเข้าไปในตรอกเล็ก นางดึงผ้าขึ้นคลุมผมปิดบังหน้าตา เมื่อเสียงเอะอะด้านนอกเงียบไปแล้ว จึงค่อยโผล่หน้าออกมา รู้สึกโล่งใจที่นางคลาดกับชายผู้นั้น

ขณะกำลังจะเดินออกจากตรอก เท้านางย่ำลงบนกระดาษประกาศของทางการซึ่งตกอยู่ และมันก็ขาดแหว่งวิ่นไปบางส่วน คนในภาพวาดสะดุดตาจนต้องเพ่งมองซ้ำ นางก้มตัวหยิบมันขึ้นมา และฟังเยว่ฉิวก็เห็นอักษรตัวหนึ่งถูกเขียนเด่นชัดอยู่ด้านข้าง นางรีบดึงป้ายหยกขาวห้อยคอออกมาเทียบ

มันเป็นอักษรตัวเดียวกัน และคนในภาพก็คือพี่ต้าเผิงของนาง!

หะแรกนั้นฟังเยว่ฉิวดีใจแทบโห่ร้อง ทว่าอึดใจต่อมากลับเกิดความวิตกจะเป็นเรื่องร้ายมากกว่าดี เพราะกระดาษที่นางเก็บได้เป็นประกาศของทางการ ใจคอร้อนรนอยากรู้ข้อความบนประกาศจึงรีบกลับไปยังสำนักชี    มีแม่ชีผู้หนึ่งรู้หนังสือดีจึงอ่านประกาศแผ่นนั้นให้นางฟัง 

ประกาศตามหาคน แม่ทัพเผิง...แต่จะชื่ออะไร ข้าก็อ่านไม่ออก เพราะกระดาษส่วนนี้มันขาดไปแล้ว

แม่ทัพเผิง...ต้องใช่เขาแน่ บนป้ายหยกขาวสลักคำว่า เผิงเอ้อร์ เพราะคำนี้นั่นเองจึงทำให้ชายหนุ่มตั้งข้อสันนิษฐานว่าตัวเองต้องมีพี่น้อง เขาจดจำชื่อและที่มาของตัวเองไม่ได้ เพราะรูปร่างสูงกำยำ บึกบึน ท่วงท่าทะมัดทะแมง จึงทำให้นางกับพ่อเรียกเขาว่า ต้าเผิง

หรือว่าตอนนี้เขากลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว แต่เพราะเหตุใดเขาจึงจากนางไปโดยไม่ล่ำลาเล่า

ความดีใจมาพร้อมความคิดสับสนวุ่นวาย มือของฟังเยว่ฉิวเกิดอาการสั่นจนผู้อยู่ในร่มแห่งธรรมยื่นมือมากุมมือของหญิงสาวไว้

เขาคือสามีที่เจ้ากำลังตามหาอย่างนั้นหรือ” 

ฟังเยว่ฉิวพยักหน้า หาได้มีเพียงข้าที่ตามหาเขา ครอบครัวของเขาก็ตามหาเขาเช่นกัน

เจ้าน่าจะนำประกาศนี้ไปถามกับกรมเมืองดูนะ

หญิงสาวเชื่อคำแนะนำของแม่ชี รุ่งขึ้นจึงไปที่กรมเมือง แต่ไม่ได้บอกถึงฐานะตนซึ่งเกี่ยวพันกับแม่ทัพเผิงสูงศักดิ์ เพียงแสร้งสอบถามด้วยความอยากรู้เช่นชาวบ้านทั่วไปว่า ชายหนุ่มตอนนี้อยู่ที่ใด มีใครพบตัวแล้วหรือยัง

แม่ทัพเผิงเซิ่งอี้เขากลับถูหยางไปร่วมเดือนได้แล้ว ตอนนั้นมีทหารหนึ่งกองพลอารักขาเขาที่ได้รับบาดเจ็บกลับไปด้วย

เผิงเซิ่งอี้...สามีนางชื่อเผิงเซิ่งอี้ ฟังเยว่ฉิวระงับความดีใจที่กำลังจะกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำตา เพราะข่าวร้ายเรื่องเขาได้รับบาดเจ็บ!

เขา...เขาเป็นอะไรเจ้าคะ

เจ้าหน้าที่กรมเมืองมีสีหน้าสงสัย ที่หญิงชาวบ้านดูเหมือนจะอยากรู้เรื่องนายทหารระดับสูงผู้นั้นนัก

เอ่อ...ข้าบอกท่านแล้วว่าเหมือนข้าเคยพบเขา พอเห็นประกาศรู้ว่าเขาเป็นคนสำคัญ ก็เลยอยากรู้ว่าแม่ทัพคนนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไร

ช่วงที่มีคนพบตัวเขาเกิดการปะทะกับคนกลุ่มหนึ่ง เขาตกหลังม้า คนพวกนั้นเข้าใจว่าเป็นพวกศัตรูต่างแคว้นติดตามมาอย่างไรนี่แหละ ข้าก็รู้อะไรไม่มากนักหรอก เพราะทหารจากเมืองหลวงพวกนั้นทำท่าว่ามันเป็นความลับสุดยอด เขาพักอยู่แค่หนึ่งคืนก็ออกเดินทางกลับถูหยางทันที

เมื่อรู้แน่ชัดว่าสามีของนางอยู่ที่ถูหยาง อีกทั้งรู้ตำแหน่งหน้าที่การงาน นางคงตามข่าวเขาได้ไม่ยาก

ฟังเยว่ฉิวกลับไปสำนักชีพร้อมความหวัง เมื่อชายหนุ่มปลอดภัยได้กลับบ้าน นางก็เบาใจกว่าครึ่ง รุ่งเช้านางจะรีบออกเดินทาง ให้ห่างไกลสองพ่อลูกสกุลจ้านได้เท่าไรยิ่งดี แต่หนทางยาวไกลกว่าจะถึงเมืองหลวง เงินเก็บอาจจะไม่พอ หญิงสาวจึงเริ่มวางแผนจะทำงานแลกข้าวแลกที่อยู่เพื่อหาเงินใช้จ่าย



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 87 ครั้ง

144 ความคิดเห็น