แรกรักบรรณาการ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,185 Views

  • 107 Comments

  • 314 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,344

    Overall
    41,185

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 4 เฮียเวยไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะหนู 1 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    27 ม.ค. 62


อภิสิทธิ์ของแม่ผู้ร้อนใจนั่นก็คือการเคาะห้องนอนแล้ว ไม่ต้องรอคำอนุญาตก็เปิดเข้าไปได้เลย

ผลที่ได้คือเจ้าของห้องซึ่งอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิมครบถ้วน หากแต่กระดุมของเสื้อเชิ้ตลวดลายชวนให้เวียนหัว ถูกปลดออกจากรังดุมทุกเม็ด หรี่ตามองพร้อมตั้งคำถามด้วยความข้องใจ

“ครับ?...”

พิชชุดาบรรยายความรู้สึกกับภาพตรงหน้าไม่ถูก เพราะนอกจากพ่อและภาพผู้ชายโชว์แผ่นอกตามโซเชียลมีเดีย ก็พูดได้เต็มปากว่าเธอเพิ่งเห็นผู้ชายเปลือยอกกับตาเป็นครั้งแรก เขาผมเผ้ายุ่งเหยิง แล้วยังมองด้วยสายตาเอาเรื่องที่เธอพรวดพราดเข้ามาโดยไม่ถามความสมัครใจ

ดูแล้ว... เร้าใจ?

ไม่! ถึงใจหนึ่งจะแย้งขึ้นมาอย่างทันท่วงที แต่อีกใจก็โต้กลับด้วยเสียงที่ดังกว่า ชัดเจนกว่า

ใช่! เร้าใจอย่างถึงที่สุดแหละ ถูกต้องแล้ว

เป็นครั้งแรกที่พิชชุดารู้สึกได้ถึงไอร้อนที่ลามเลียอยู่บนผิวหน้า หากไม่มีโจหลินชี้แจงในสาเหตุที่ถือวิสาสะเข้ามาแบบนี้ เธอคงตอบคำถามสั้นๆ นั้นไม่ได้

“ก็ลูกจะสระผม”

“ครับ ก็มันหนักหัว ผมกำลังคิดว่าพลาสเตอร์นี่น่าจะกันน้ำได้” โจเวยยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ มองพลาสเตอร์สีใสที่แปะเหนือผ้าก๊อซตรงต้นคอข้างขวาอย่างชั่งใจ

“ก็คงได้ในระดับหนึ่ง แต่นั่นมันแผลผ่าตัดนะ แม่ว่ามาใช้เตียงสระผมของแม่ดีกว่า”

เป็นความคิดที่ดี และไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพิชชุดาที่ในบ้านจะมีเตียงสระผมเหมือนในซาลอน เพราะพ่อของเธอสุขภาพไม่แข็งแรง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ จึงมีติดบ้านเอาไว้อย่างครบถ้วน

“ก็ดีครับ แต่กว่าจะไปรับช่างมาได้ ผมเบื่อรอ”

“แม่ขอเวลาสักครึ่งชั่วโมง” โจหลินต่อรอง หากแต่ลูกชายกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ดีกว่า แต่แม่ไม่ต้องห่วง ผมจะระวัง”

ด้วยความเอ็นดูที่โจหลินมีให้ พอเห็นเธอมีเรื่องร้อนใจจะให้พิชชุดาอยู่นิ่งเฉยก็ไม่ใช่เรื่องที่เคยถูกพร่ำสอนมา “งั้นให้พลับช่วยไหมคะ เอ่อ... คือพลับสระผมให้คุณป๋าอยู่บ่อยๆ ถ้าเฮียเวยไม่รังเกียจ”

ความเงียบเข้าครอบคลุมอยู่อึดใจหนึ่งซึ่งโจเวยมองคนที่เสนอตัวด้วยสายตาที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้เลย โจหลินจึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลง ด้วยการตอบตกลงเสียเอง

“รังเกียจอะไรกัน ต้องขอบใจลูกพลับต่างหากที่มีน้ำใจกับเฮียเวย มาๆ ตามแม่มา”

โจหลินทึกทักตอบเอาเองไม่พอ แม่ของลูกชายวัยสามสิบแปดกำลังทำหน้าที่เป็นแม่สื่อแม่ชักเต็มตัว เธอรีบเดินมาคว้าข้อมือลูกชาย อีกข้างจับมือว่าที่ลูกสะใภ้เอาไว้แน่น แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังห้องซาลอนส่วนตัวที่เต็มใจแบ่งปันให้ทั้งคู่ได้ใช้งาน

 

ความจริงแล้วพิชชุดาคิดว่าเตียงสระผมของคุณนายโจหลินจะตั้งอยู่ในห้องน้ำที่กว้างกว่าปกติสักหน่อย แต่พอแสงไฟในห้องปีกตะวันตกสว่างขึ้น กลิ่นหอมอบอวลจากน้ำมันหอมระเหยช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก

ใช่ว่าจะมีแค่เตียงสระผม หากยังมีอุปกรณ์ที่ร้านซาลอนใหญ่ๆ สักแห่งใช้สอยอย่างครบครัน ถัดจากเตียงสระมีพาร์ติชันไม้สักแบบสี่พับขึงตึงด้วยผ้าลูกไม้โปร่ง กั้นส่วนของห้องนวดตัวที่มีเตียงและอ่างไม้แช่ตัวเอาไว้อีกทีหนึ่ง

โจหลินรั้งลูกชายให้เอนตัวลงบนเตียงสระ แล้วหันมาบอกกับพิชชุดาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ลูกพลับอยากใช้อะไรหยิบจับได้ตามสบาย หรือถ้าวันหลังอยากนัดช่างมาทำผมหรือนวดตัวก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจนะจ๊ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

จบคำขอบคุณซึ่งพิชชุดาหมุนตัวไปหยิบผ้าขนหนูที่วางอยู่บนชั้นด้านหลัง แต่พอหันกลับมาก็ไม่เห็นร่างของโจหลินเสียแล้ว

“อ้าว... อึ้มหลินหายไปไหนแล้ว” พึมพำอยู่กับตัวเอง ในขณะที่สอดมือเข้าใต้ท้ายทอยของคนที่นอนอยู่ตรงหน้า ใช้ผ้าขนหนูผืนนุ่มวางทับตรงช่วงแผลอีกชั้นหนึ่ง ก่อนจะกระชับผ้ายางพันรอบต้นคอของเขา

ถึงโจเวยจะไม่ได้ยินช่วงที่ทั้งคู่คุยกัน แต่ลูกก็ย่อมรู้ดีว่าถ้าลองแม่ได้ตะล่อมคุยกับใครแล้ว ไม่มีใครกล้าปฏิเสธความต้องการได้

“แล้วทำไมยังเรียกอึ้มหลินอยู่ล่ะ นึกว่าตกลงเป็นแม่ลูกกันแล้วเสียอีก”

พิชชุดาใช้อีกมือวัดอุณหภูมิของน้ำให้อุ่นพอเหมาะเสียก่อนที่จะใช้น้ำราดลงบนผมของเขา “ชินปากน่ะค่ะ แล้วเฮียเวยจะว่าอะไรไหม”

“ว่าเรื่องไหนอีกล่ะ”

“ก็ทุกเรื่อง เห็นหน้าบึ้ง พลับก็ไม่รู้ตัวว่าทำอะไรผิดอีก ไม่พอใจที่อึ้มหลินให้พลับเรียกแม่ หรือไม่พอใจที่พลับกินพายสับปะรดหมด แต่ความจริงก็เหลืออีกตั้งสองชิ้นนะคะ”

ฟังแล้วต้องลอบถอนหายใจให้กับตัวเองที่ดูคล้ายเป็นอันธพาลเข้าไปทุกที คอยจ้องจะหาเรื่องเธอ ไม่เว้นแม้กระทั่งขนม!

“ลูกพลับ...” เรียกแล้วเว้นระยะไปพักหนึ่งเพราะเพิ่งรู้ว่าสัมผัสจากฝ่ามือคู่นี้ช่างนุ่มละมุนเหลือเกิน “หนักกว่านี้ก็ได้”

“ชอบให้เกาหรือนวดคะ”

“ทั้งสองอย่าง” เลือดที่เปรอะเปื้อนเมื่อวานคงทำได้แค่เช็ดทำความสะอาดซึ่งมีบางส่วนแห้งติดหนังศีรษะ พอได้มือดีมาเกาสลับนวดคลึงให้ก็รู้สึกสบายขึ้นนัก

สีหน้าของเขานั้นดูผ่อนคลายมากจนเกือบจะยิ้ม นั่นยิ่งทำให้พิชชุดายิ้มกว้างกว่า นวดคลึงท่าไหนที่ผู้เป็นพ่อเคยออกปากชมก็งัดเอามาใช้จนหมด

“เฮียเวยคะ”

“หืม... ว่าไง?”

“เดี๋ยวพลับเอาพายสับปะรดมาให้นะ เหลืออีกตั้งสองชิ้น”

“โธ่... ลูกพลับ เรานึกว่าฉันจะโกรธด้วยเรื่องขี้ผงแค่นั้นเหรอ ชอบก็ดีแล้ว กินให้หมดเถอะ ถือเสียว่าเป็นค่าสระผมให้ก็แล้วกัน”

น้ำเสียงของโจเวยนุ่มทุ้ม น่าฟังยิ่งนัก ใช่ว่าเขาจะพูดจาดีกับเธอเพราะเห็นแก่ประโยชน์ใช้สอย แต่เป็นเพราะรู้สึกผิดที่ไม่พอใจเรื่องที่เธอทำตัวสนิทสนมกับคนในบ้าน แต่กลับทำให้เธอเข้าใจไปอีกเรื่องหนึ่ง

“แต่ถ้าได้กินพายแครนเบอร์รีสูตรพ่อบ้านโจแล้วละก็... กินพายร้านไหนก็ไม่อร่อย”

เป็นครั้งแรกที่เขาชวนคุย ซึ่งเรียกรอยยิ้มจากสาวน้อยได้เป็นอย่างดี “ค่ะ พ่อบ้านโจก็บอกอย่างนั้น”

“กับคนในบ้านนี่คุยได้ แต่ก็ควรมีระยะห่าง เราเป็นเจ้านายก็ควรวางตัวให้ถูก ไม่อย่างนั้นต่อไปจะปกครองคนงานในบ้านไม่ได้”

เป็นความหวังดีที่เตือนด้วยใจจริง หากโจเวยลืมไปว่ามันยังไม่ถึงเวลาซึ่งเรื่องนี้สร้างความฉงนสงสัยให้กับพิชชุดานัก

“ค่ะ เข้าใจแล้ว แต่ไม่เข้าใจว่าพลับต้องปกครองเขาด้วยเหรอคะ”

ถึงตอนนี้เองที่โจเวยเพิ่งรู้ตัวว่าพลาดไปถนัด “ก็... เอ่อ หมายถึงต่อไปจะออกคำสั่งอะไร เด็กในบ้านอาจจะไม่เชื่อฟัง อย่าไปยืนเรียงแถวหน้ากระดานรอรับใครแบบนั้นอีก จำไว้ว่ามันไม่เหมาะ ลูกพลับนวดตรงขมับแรงอีกนิด”

การเปลี่ยนเรื่องฉับพลันเห็นจะดีที่สุด โจเวยคิดแล้วต้องยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อแรงกดที่ขมับหนักขึ้น

“น้ำหนักมือดีเสียจริง ไปเรียนมารึเปล่า”

“เปล่าค่ะ พลับชอบเปลี่ยนกันนวดกับแม่ แล้วก็เอาไปนวดให้คุณป๋าอีกที แบบไหนสบายก็จำเอาไว้ ถ้าเฮียเวยพอใจจะใช้ให้พลับสระผมให้บ่อยๆ ก็ได้ แต่พลับขอ...”

ไม่ทันได้พูดต่อ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของโจเวยก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน แต่เมื่อเห็นชื่อของคนที่ติดต่อเข้ามาเจ้าตัวก็กดปุ่มด้านข้างปิดเสียงชั่วคราว แล้ววางไว้บนหน้าท้อง แน่นอนว่าคนที่ยืนอยู่ในทิศเหนือศีรษะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า อัลลี่เป็นคนโทร. เข้ามา

************

อัลลี่จาง รู้ตัวไหมว่าหล่อนขัดจังหวะเขามาก

แหม... ขัดใจเนอะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

0 ความคิดเห็น