แรกรักบรรณาการ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,385 Views

  • 107 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,544

    Overall
    41,385

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 4 เฮียเวยไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะหนู 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    31 ม.ค. 62


“ไม่ได้ค่ะเวย คนขับรถของจินเทารออยู่หน้าโรงพยาบาล ฉันไม่อยากให้คุณมีเรื่องกับเขา” อัลลี่บอกด้วยความเป็นห่วง หากใจหนึ่งก็อยากหนีไปให้ไกลๆ

“ออกจากโรงพยาบาลแล้วบอกคนขับรถว่าจะไปไหว้พระที่วัดหลงซาน2 ทำตัวตามปกติ เดี๋ยวผมจะให้เทียนหมิงไปรอที่นั่นแล้วมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของผมก่อน ถึงมันรู้แล้วยังไง หน้าตัวเมียอย่างมันถ้ากล้ามาสู้ผมซึ่งหน้า ก็ลองดู” ยื่นความช่วยเหลือให้อย่างถึงที่สุด แต่สุดท้ายแล้วโจเวยก็เคารพการตัดสินใจของเธอ

“ก็แล้วแต่คุณนะ ผมช่วยได้เท่านี้”

ตอนที่แอบตามเข้ามาก็ลืมคิดถึงเรื่องมารยาทไปสนิทใจ แต่พอเห็นเขาขยับตัวเหมือนจะหันกลับมา ความกลัวก็เกิดขึ้น นั่นทำให้พิชชุดาทรุดตัวลงหลบอยู่กับโต๊ะกลางซึ่งวางไว้ระหว่างตู้เสื้อผ้าทั้งสองข้าง พอมองลอดขาโต๊ะก็เห็นเขาเดินกลับมาจึงรีบคลานไปหลบอยู่ในทิศทางเดิมกับที่เขาเคยยืน

ตายแน่ลูกพลับ... ถ้าเฮียเวยรู้ว่ามาแอบฟังเขาคุยโทรศัพท์มีหวังโกรธไปอีกร้อยปี อย่ามาดีกันอีกร้อยชาติ

ถึงแม้พิชชุดาจะไม่รู้ว่าอัลลี่จางตอบรับหรือปฏิเสธการช่วยเหลือ แต่การที่ได้ยินโจเวยออกคำสั่งให้คนสนิทไปรอรับเธออยู่ที่วัดหลงซานนั้นก็ถือเป็นคำตอบรับแล้ว

หากไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของสาวน้อยถึงได้ห่อเหี่ยว รู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่กำลังจะดีขึ้นพัฒนาไปในทางที่ดีงามกลับห่างไกลออกไปอีก

เธอนั่งกอดเข่ามองพายสับปะรดสองชิ้นที่อยู่ในมืออย่างเหนื่อยใจ แต่เสียงสวบสาบพร้อมกางเกงที่กองลงอยู่กับข้อเท้าแกร่งก็เรียกความสนใจให้พิชชุดาเงยหน้าขึ้นมองกระจกบานใหญ่ซึ่งสะท้อนภาพของ...

ขั้นตกใจ และช็อกสายตากว่าการอุทานว่าให้ตายเถอะโรบิน ก็คงเป็น...

“โอ้ ให้แดดิ้นเถอะโรเบิร์ต!” เป็นคำอุทานที่ไร้ซึ่งเสียงเล็ดลอดออกมา

พิชชุดารีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดตา แต่เชื่อเถอะว่าท่อนขาแข็งแรงนั้นทรงอิทธิพลและมีแรงดึงดูดต่อสายตายิ่งนัก เรือนกายแกร่งก่อให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นจนต้องแอบมองลอดหว่างนิ้วของตัวเอง อ้าปากค้างกับการก้มลงถอดกางเกงชั้นใน ตามด้วยเสื้อเชิ้ตจนได้นุ่งลมห่มฟ้า!

ที่ทำร้ายสายตาและจิตใจไปมากกว่าการเห็นบั้นท้ายแน่นตึงนั่นคือ... เขากำลังหมุนตัวกลับ เดินมาเปิดตู้เสื้อผ้าฝั่งตรงกันข้าม

ตั้งแต่เกิดมาจนอายุสิบแปดปี วันนี้ที่มีโอกาสเห็นสรีระของบุรุษเพศกับสองตา กล้ามเนื้ออันแน่นตึง ซิกซ์แพ็กที่เคยดึงดูดสายตาดูด้อยความสำคัญไปจนสิ้นเมื่อเทียบกับความผาดโผนกลางกายอันน่าพรั่นพรึง!

ตอนนี้พิชชุดาต้องเลื่อนมือลงมาปิดปากตัวเอง อีกมือทาบเข้าที่หน้าอกเพราะเหมือนหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แม้กระทั่งจะกลืนน้ำลายลงคอยังดูยากลำบาก

แม้เขาจะเคลื่อนไหวร่างกายอย่างระมัดระวัง แต่การที่เขาเคลื่อนไหวร่างการเพื่อแต่งเนื้อแต่งตัวก็ทำให้ได้น่ามองยิ่งนัก

พิชชุดายังจดจ้องกายแกร่งที่เคยเปลือยเปล่า หากตอนนี้เขาเลือกเสื้อคอโปโลขึ้นมาสวมคู่กับกางเกงยีน สวมแจ็กเก็ตสีน้ำตาลเข้มทับอีกทีหนึ่ง ดูแล้วรู้ว่ากำลังจะออกไปข้างนอก ซึ่งนั่นทำให้สาวน้อยใจหวิวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

แฟนเก่ากลับมารักกัน อยู่กันจนแก่จนเฒ่าก็มีถมเถไป

...ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเธอก็ควรยินดีกับเขา แต่ทำไมถึงได้รู้สึกเศร้าจนต้องนั่งกอดเข่านิ่งอยู่พักใหญ่ แม้เขาจะเดินออกไปจากห้องแล้วพิชชุดาก็นึกถึงแต่ภาพที่อัลลี่จางถูกอ้อมกอดแข็งแรงโอบรัดเอาไว้ ถึงจะเป็นเพียงแค่จินตนาการ แต่มันกลับก่อกวนความทรงจำในตอนที่เคยได้จมจ่อมอยู่กับอกกว้างด้วยความรู้สึกปลอดภัย

 

แม้โจเวยเดินทางออกจากบ้านหลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย หากไม่ได้ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับพิชชุดา เขามองหาเธออยู่ครู่หนึ่ง หากความรีบร้อนทำให้ต้องตัดใจรีบเดินทางไปหาอัลลี่เสียก่อน

การรับตัวอัลลี่จากจุดนัดพบมายังเพนต์เฮาส์นั้นไม่ได้เกิดปัญหา หรือสร้างพิรุธให้คนขับรถของหวังจินเทาระแคะระคายเลย แต่ถึงคนขับรถจะรู้ตัว อัลลี่ก็เดินทางมาถึงเพนต์เฮาส์แล้วซึ่งนั่งรอไม่ถึงสิบห้านาที ร่างของโจเวยก็เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า

ใบหน้างดงามที่เคยมัดใจเขาไว้ได้ในอดีต ตอนนี้กลับบอบช้ำ ขอบตาเขียวบวมเป่ง พอเธอดึงผ้าคลุมไหล่ออกยังมีรอยช้ำตามเรียวแขน นั่นทำให้โจเวยต้องส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมของหวังจินเทา นึกรังเกียจในความจริงที่เลือดในตัวของมันครึ่งหนึ่งก็เป็นสายเลือดเดียวกับตนเองเช่นกัน

ถึงจะจำได้ว่านี่ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายครั้งแรก แต่เขาก็เข้าใจว่าการซักไซ้ไล่เลียงในเหตุการณ์ร้ายๆ ที่ผ่านมาแล้วรังแต่จะทำให้คนที่แบกรับความทุกข์ต้องทุกข์หนักกว่าเดิม

“หมอว่ายังไงบ้าง”

“ก็พยายามถามฉันว่าถูกทำร้ายร่างกายมาใช่ไหม พวกเขาสามารถเรียกเจ้าหน้าที่พิทักษ์สิทธิสตรีมาสอบถาม ให้ความคุ้มครองฉันได้ แต่ฉันรู้ว่าไม่มีใครกันจินเทาออกไปจากชีวิตฉันได้” อัลลี่จางค่อยๆ ลุกจากโซฟาตัวนุ่ม เดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าอดีตคนรักที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

“อัลลี่... ผมเพิ่งส่งคนไปรับคุณมา แล้วตอนนี้คุณก็อยู่ในที่ที่ปลอดภัย” โจเวยย้ำ

“ขอบคุณนะคะเวย ขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งฉัน”

เธอยิ้มเศร้า เพราะไม่รู้ว่าตัดสินใจเดินออกจากชีวิตของโจเวยไปได้อย่างไร

อัลลี่จางสูดลมหายใจลึกอย่างเรียกกำลังให้กับตัวเอง “ถึงเพนต์เฮาส์ของคุณจะปลอดภัย แต่ฉันอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้ อยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ ได้ไม่นาน สักวันจินเทาก็จะรู้ แล้วฉันก็ไม่อยากทำให้คุณเดือดร้อน”

“จดทะเบียนสมรสกับมันรึเปล่า”

อัลลี่จางส่ายหน้าเป็นคำตอบ “คนอย่างจินเทาไม่เคยคิดยกย่องผู้หญิงคนไหนขึ้นมาเป็นภรรยาหรอกค่ะ แต่เขาเลี้ยงผู้หญิงหลายคนรวมทั้งฉันด้วยให้อยู่ดีกินดี  แต่ฉันขัดใจเขา”

“ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่คุณขัดใจมันหรอกอัลลี่ แต่ที่มันตามใจคุณก็เพราะเราเคยคบกัน  อะไรที่เป็นของผมมันต้องแย่งชิงไปให้ได้”

นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่โจเวยช่วยเหลืออัลลี่เสมอมา เธอเป็นเหมือนหมากตัวหนึ่งในกระดานที่พี่น้องกำลังฟาดฟันกันอย่างดุเดือดซึ่งระหว่างทาง หมากตัวนั้นย่อมได้รับบาดเจ็บอย่างเลี่ยงไม่ได้

“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ฉันมันโง่เอง”

“ช่างเถอะ รักษาตัวให้หายดี ถ้าตัดสินใจว่าจะเลิกกับมันก็เดินออกมาจากชีวิตมัน จะไปกลัวอะไร”

“ตอนนี้ฉันเดินผ่านความกลัวมาไกลแล้ว รู้ซึ้งว่าจินเทาเลวร้ายแค่ไหน และถึงแม้ว่าคุณเต็มใจช่วยด้วยเหตุผลเวทนาหรืออะไรก็ตามแต่ จะให้ย้ำสักกี่ครั้งฉันก็ไม่อยากให้คุณเดือดร้อน แต่ถ้าอยากช่วยฉันจริงๆ ก็ช่วยให้คนจองตั๋วเครื่องบินไปแคนาดาให้ด้วย”

“หนีมันเหรอ”

“เวยคะ จะว่าฉันขี้ขลาดก็ได้ แต่ฉันเหนื่อยที่จะสู้รบปรบมือกับจินเทาแล้ว ฉันรักที่จะอยู่ไทเป รักทุกอย่างที่เป็นที่นี่ แต่ก็ต้องตัดใจ”

โจเวยยืนกอดอก จ้องผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตามั่นคง แล้วเสียงที่เปล่งออกมายังหนักแน่น สร้างพลัง ความหวัง และกำลังใจให้คนฟังฮึดสู้ยิ่งนัก

“ถ้ารักที่นี่ก็ต้องอยู่ที่นี่ จ้างบอดี้การ์ดสักคนมาดูแล เกิดเรื่องอะไรผมช่วยเหลือได้ แต่ถ้าคิดจะไปอยู่ที่อื่นก็ต้องรู้จักดูแลตัวเอง เอาตัวเองให้รอดเพราะถ้ามันตามรังควานไม่เลิก ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้”

เห็นเธอนิ่งไปพักหนึ่ง หนุ่มใหญ่เลยพูดทิ้งท้ายด้วยอยากให้เธอรักษาร่างกายให้เป็นปกติเสียก่อน

“คุณพักที่นี่ได้ตามสบาย อยากไปไหนก็บอกคนของผมได้”

อาจไม่ใช่คำปลอบประโลมหวานหู แต่อัลลี่จางก็รู้ว่าอดีตคนรักยังมีความปรารถนาดีให้กับเธอเสมอ โจเวยเป็นคนตรง พูดน้อย สุขุม จะให้เขาแสดงออกหรืออ้อนวอนให้ทำตามเหมือนผู้ชายปากหวานแล้วละก็... ไม่มีทาง

ทว่าในขณะที่ร่างสูงใหญ่กำลังเดินไปยังประตู เธอก็ตัดสินใจเรียกเขาเอาไว้เสียก่อน “เวยคะ... ถ้าฉันอยู่ที่นี่ เอ่อ... นานเท่าที่ต้องการจะรบกวนคุณกับเธอไหม”

อัลลี่จางไม่รู้หรอกว่า เธอที่ถามถึงนั้นมีตัวตนอยู่หรือไม่ แต่ด้วยวิสัยของชายโสดซึ่งมีความต้องการ มีตัณหาราคะย่อมต้องมีผู้หญิงอยู่ข้างกาย

“อย่าห่วงเลย ผมมีเพนต์เฮาส์ในไทเปมากกว่าหนึ่งยูนิตแน่นอน”

*********

สะมี....

สะมีจะมาแก้ผ้าแก้ผ่อนต่อหน้าน้องไม่ได้นะ

น้องใจแตกขึ้นมาแล้วเรื่องใหญแน่นอน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #34 pnhoi (@pnhoi) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 07:20

    เฮียทำน้องใจแตก. ฮ่า...ฮ่า..

    #34
    1
    • 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:52
      ความผาดโผนของเฮียเล่นเอาน้องสติกระเจิดกระเจิง ใจไม่ดีเลยค่ะเฮีย
      #34-1