แรกรักบรรณาการ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,372 Views

  • 107 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,531

    Overall
    41,372

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 8 อดีตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1828
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    16 ก.พ. 62

เวลาเดือนกว่าแล้วที่พิชชุดาอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลโจ แม้จะไม่ได้เห็นหน้าของโจเวยเลย แต่เธอก็ยังดำเนินชีวิตตามปกติ

เวลาส่วนมากหมดไปกับการเรียนที่หนักหน่วงเอาการ ถึงคุณนายโจหลินจะยอมให้นั่งรถไฟไปเรียนบ้าง แต่ส่วนมากพอถึงเวลาจะออกจากบ้าน รถยนต์ก็มักมาจอดรออยู่หน้าประตูใหญ่ซึ่งเธอไม่อาจปฏิเสธความหวังดีนี้ได้เลย

หากแต่ไม่รู้สึกว่าชีวิตถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพแต่อย่างใดเพราะในยามที่นัดกับมารายไปเดินเล่น เดินเที่ยวในย่านฮิตของวัยรุ่นไทเปก็ทำได้ตามปกติ

เช่นวันนี้ที่เธอมีเรียนเฉพาะช่วงเช้าจึงนัดกับโจหลินเพื่อรับประทานมื้อกลางวันในห้างหรู ใช้เวลานั่งรถบัสประจำทางจากหน้ามหาวิทยาลัยเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงก็มาย่านซินยี่ซึ่งมีห้างเบลลาวิตาตั้งอยู่บนถนนซองเรน


พิชชุดาแหงนหน้ามองอาคารที่ดูอย่างไรก็คล้ายโบสถ์สไตล์คลาสสิกเสียมากกว่าห้างสรรพสินค้า กวาดสายตาดูคร่าวๆ แล้วภายในก็ไม่ได้มีร้านค้าอย่างที่วัยรุ่นทั่วไปชื่นชอบนัก เรียกว่ามีแต่แบรนด์หรูเสียมากกว่า เธอจึงใช้ลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นสูงสุดซึ่งเป็นจุดนัดพบกับโจหลิน

สาวน้อยยิ้มทักทายอย่างน่ารักพลางเดินเข้าไปหา “แม่มาถึงนานรึยังคะ”

“เพิ่งถึงเมื่อกี้นี้เอง แต่หิวน่าดู ไปหาอะไรกินกันก่อน ค่อยลงไปเดินซื้อของนะ” โจหลินบอกพลางจับมือนุ่มของสาวน้อยเอาไว้แล้วเดินไปยังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกล

ร้านอาหารอิตาลีบรรยากาศอบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้มสลัว ไม่ว่าจะเลือกนั่งตรงไหนก็มีความเป็นส่วนตัวเพราะชุดโต๊ะอาหารถูกจัดวางไว้ห่างกันพอสมควร สั่งอาหารแล้วโจหลินจึงเปรยถึงลูกชาย

“ตอนแรกแม่กะชวนเวยมาด้วย” ขณะที่พูดก็สังเกตสีหน้าของสาวน้อยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ซึ่งแสดงความดีใจให้เห็นอย่างชัดเจนอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะตอบออกมาเสียเอง

“เฮียเวยทำงานหนัก ไม่ว่างมาใช่ไหมคะ”

ฟังแล้วโจหลินนึกสงสารนักจึงส่ายหน้าพร้อมอธิบาย “เปล่าจ้ะ แม่มาคิดดูอีกทีว่าควรปล่อยเวยเคลียร์งานให้เต็มที่ เพราะวันเกิดแม่ต้องหยุดงานอยู่สองวัน คราวนี้เลี่ยงไม่ได้แน่”

“เลี่ยงเหรอคะ” พิชชุดาย้ำถามเพราะประโยคสุดท้ายนั้นฟังดูแปลกๆ

โจหลินส่ายหน้าเป็นเชิงว่าตนเองนั้นพูดผิดไป “เอ่อ... เลี่ยงไม่มางานวันเกิดของแม่ก็ให้รู้กันไป แล้วพรุ่งนี้ลูกพลับมีนัดกับใครไว้ไหมจ๊ะ”

“เปล่าค่ะ วันหยุดนี้พลับว่างเพราะรู้ว่าเป็นวันเกิดแม่ เตรียมของขวัญไว้ให้แล้วด้วย แต่ขออุบไว้ก่อน”

“น่ารักจริงลูกสาวแม่ ว่าแต่อยากได้อะไรไหม เดี๋ยวกินอิ่มแล้วเราไปหาซื้อกัน แม่คิดว่าวันนี้คงต้องกินมื้อเย็นก่อนค่อยกลับบ้านแล้วล่ะ”

พิชชุดารอให้พนักงานเสิร์ฟอาหารเรียบร้อยแล้วจึงถามต่อด้วยความสงสัย “ทำไมล่ะคะ”

“วันนี้พ่อบ้านโจยุ่งทั้งวันเพราะต้องเตรียมอาหารคาวหวานไปส่งตามศูนย์พักพิงต่างๆ แล้วยังต้องเตรียมของแจกอีก แม่ไม่อยากไปเพิ่มงานให้คนในบ้านต้องทำอาหารเย็นให้พวกเราอีก”บอกเหตุผลจบแล้วก็ชักชวนให้สาวน้อยรับประทานอาหาร

“อะ กินเลยลูก เดี๋ยวจะเย็นเสียก่อน”

พิชชุดายิ้มรับพลางคิดในใจว่าเพราะโจหลินเอาใจใส่ นึกถึงจิตใจของคนในบ้านเช่นนี้นี่เองถึงได้ทำให้ทุกคนทำงานอย่างซื่อสัตย์ ด้วยเหตุนี้กระมังพ่อแม่ของเธอจึงวางใจที่จะฝากฝังให้โจหลินดูแลตน

“แต่พลับว่าเราคงต้องหาอย่างอื่นทำแล้วล่ะค่ะ กว่าจะถึงเวลาอาหารเย็น อีกตั้งห้าหกชั่วโมง”

พิชชุดาเปรยขึ้นหลังจากจบอาหารมื้อกลางวันที่เลื่อนมาเป็นช่วงบ่าย ทว่าโจหลินกลับหัวเราะร่วนพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้

“งั้นแปลว่าลูกพลับยังไม่โตเป็นสาวเต็มตัว”

“ยังไงคะ” พิชชุดาถามขณะเดินออกมาจากร้านอาหาร ซึ่งทั้งคู่ใช้ลิฟต์กลับลงมายังชั้นสองของห้าง

“ก็ผู้หญิงเรามักขลุกอยู่กับของสวยๆ งามๆ ได้ทั้งวัน แค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ว่ามานั่น เรียกว่ามีเวลาน้อยไปต่างหาก” ตอบแล้วก็เดินมุ่งหน้าไปยังช็อปกระเป๋าแบรนด์ดัง

พิชชุดากวาดสายตามองกระเป๋าแบรนด์ที่ไม่คุ้นตาสักเท่าไรนัก แต่พอได้เพ่งมองป้ายราคาแล้วถึงกับขนลุก!

“ทำไมมันแพงขนาดนี้คะ” พิชชุดาเอนตัวเข้าไปถามโจหลินเบาๆ ด้วยไม่อยากให้พนักงานที่กำลังหยิบกระเป๋าใบหนึ่งมาได้ยิน

“เมื่อก่อนมันเป็นกระเป๋าที่ใช้ในราชวงศ์เบลเยียม กว่าจะผลิตออกมาได้สักใบต้องใช้เวลานาน คุณภาพหนังบวกกับฝีมือช่างออกมาเป็นงานประณีตชั้นสูง ราคามันก็ต้องสูงตามจ้ะ” โจหลินตอบด้วยน้ำเสียงปกติ

ถึงแม้พนักงานจะได้ยินก็ไม่ได้เข้าใจว่ากำลังติติงในราคาค่างวดของสินค้า เพราะในยามที่คุณนายโจหลินเดินเข้ามาในช็อปแห่งนี้แล้วไม่เคยเดินกลับออกไปมือเปล่าสักครั้ง

“ลูกพลับอยากได้ใบไหน แม่จะซื้อให้”

พิชชุดาส่ายหน้าดิก “ไม่อยากได้ค่ะ แต่พลับขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะคะ”

พนักงานสาวมองตามร่างอ้อนแอ้นของสาวน้อย ก่อนจะหันมาบอกกับลูกค้าคนพิเศษ “เธอยังวัยรุ่น คงยังไม่สนใจกระเป๋าแบบนี้”

“ใช่... แต่สุดท้ายของพวกนี้ก็ต้องตกเป็นของเขาอยู่ดี”

โจหลินบอกอย่างยิ้มแย้มพลางมองกระเป๋าทรงคลาสสิกตรงหน้า แม้จะมีอยู่แล้วหลายใบหลายแบรนด์นัก แต่การซื้อของในวันเกิดสักสองสามชิ้นก็ถือเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ

“รุ่นนี้มีสองสีค่ะ สีดำ กับสีน้ำตาลเข้ม”

“ฉันอยากดูสีดำด้วย”


ในระหว่างที่พนักงานเดินไปหยิบกระเป๋ามานั้น โจหลินก็กวาดสายตามองกระเป๋าที่ตั้งโชว์ไว้อยู่หลายใบ ซึ่งชั้นวางกระเป๋านั้นตั้งอยู่ตรงกลางเหมือนแบ่งช็อปออกเป็นสองฝั่ง กระจกที่ติดอยู่รอบๆ ทำให้สายตาไปปะทะกับร่างของอัลลี่จางที่มองกระเป๋าอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

ใครจะจำแฟนเก่าของลูกชายไม่ได้!

...แล้วตอนนี้หล่อนก็ยังกลายเป็นผู้หญิงของหวังจินเทาอีกต่างหาก นั่นทำให้โจหลินไม่อยากเสวนาด้วยเลย ในตอนที่อัลลี่จางเดินกลับมาอีกฝั่งของช็อป โจหลินจึงเดินไปยังฝั่งตรงกันข้าม

ไม่นานนักก็มีพนักงานอีกคนเดินถือสลิปบัตรเครดิตออกมายื่นให้กับอัลลี่จาง ระหว่างที่ลูกค้ากำลังเซ็นชื่ออยู่นั้น พนักงานจึงถามขึ้น

“คุณผู้หญิงจะรับกระเป๋าไปด้วยเลย หรือให้ทางเราจัดส่งที่บ้านคะ”

“จัดส่งให้ดีกว่าค่ะ สะดวกกว่า”

“งั้นรบกวนเขียนที่อยู่ให้ด้วยนะคะ”

อัลลี่ จางก้มลงวาดแผนที่พร้อมเขียนที่อยู่ของตนลงในกระดาษอีกแผ่น ก่อนจะยื่นให้พนักงาน

“ขออนุญาตทวนที่อยู่ลูกค้าอีกครั้ง จัดส่งที่เพนต์เฮาส์คุณโจเวย เลขที่... นะคะ”

การทวนคำของพนักงานดึงความสนใจของโจหลินจากกระเป๋าดีไซน์หรูได้ชะงัดนัก ยิ่งได้ยินว่าอัลลี่ จางอาศัยอยู่ในเพนต์เฮาส์ของลูกชายยิ่งทำให้เธอขุ่นเคืองใจขึ้นมาทันควัน หากแต่ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากยืนนิ่งกับคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจอยู่หลายอย่าง

อัลลี่ จางอาจจะเดินออกจากช็อปกระเป๋าหรูได้สักพักแล้ว แต่ที่อยู่ปัจจุบันของหล่อนกลับสร้างความขุ่นเคืองใจให้แม่ต้องโกรธลูกชายนัก 

เมื่อพิชชุดากลับมาสมทบจึงไถ่ถามด้วยความเป็นห่วงเพราะสัมผัสได้ถึงความเครียดที่แสดงออกมาทางสีหน้า

“เป็นอะไรรึเปล่าคะ สีหน้าแม่ดูเครียดๆ”

โจหลินมองหน้าคนที่ถามด้วยความห่วงใยแล้วนึกสงสารนัก ทุกครั้งที่มองพิชชุดาจะเหมือนมองตัวเองในวัยสาว ซึ่งเคยมั่นใจว่าลูกชายของตนนั้นจะทำให้สาวน้อยตรงหน้าเป็นคนที่โชคดีกว่าตน ด้วยการใช้ชีวิตคู่อย่างซื่อสัตย์ต่อกัน ไม่หมกเม็ดใครเอาไว้ แต่ตอนนี้กลับกลัวว่าโจเวยกำลังจะทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม

“คนแก่ก็มีเรื่องให้กลุ้มใจนิดหน่อย ไม่มีอะไรมากหรอกลูก” โจหลินยิ้มเศร้า ก่อนจะย้ำถามพิชชุดาอีกครั้ง “ว่าแต่ลูกพลับเถอะ ไม่อยากได้กระเป๋าสักใบเหรอ แม่เห็นตรงนู้นมีใบเล็กๆ น่ารักเชียว”

“ราคาไม่น่ารักเลยค่ะ ถึงแม่จะซื้อให้แต่พลับก็...”

“ถ้าบอกเกรงใจนี่แม่โกรธนะ”

“ไม่เกรงใจหรอกค่ะ” ตอบแล้วก็เอนศีรษะซบหัวไหล่อย่างออดอ้อน

“แค่จะบอกว่าแม่ซื้อให้แล้วก็จะเสียอารมณ์เปล่าๆ ที่พลับเก็บมันไว้ในกล่องเหมือนเดิม ถ้าอยากได้เมื่อไหร่แล้วพลับจะมาขอนะคะ”

“ขี้อ้อนเหลือเกิน ทำไมแม่ไม่มีลูกสาวอีกสักคนนะ”

ถ้าเป็นคนอื่นก็คงต้องชมว่าลูกสาวของเธอต้องน่ารัก จิตใจดี แต่สาวน้อยที่คลอเคลียอยู่นี้กลับเงยหน้าขึ้น ส่ายหน้าดิก พลางบอกว่า...

“เทียบจากความเฉยชาของเฮียเวยแล้ว ลูกสาวแม่ก็คงเฉยชาไม่แพ้กัน พลับว่าพลับน่ารักกว่าแน่นอน”

โจหลินหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะหันไปบอกกับพนักงานให้คิดเงินกระเป๋าทั้งสองสีรวมกัน ก่อนจะหยิบเครดิตการ์ดยื่นให้ ส่วนคนที่เพิ่งโอ่ตัวว่าน่ารักก็ทำตาโตมอง

“ซื้อทั้งสองใบเลยเหรอคะ”

“จะหาว่าแม่ใช้เงินเปลืองล่ะสิ”

“เปล่าค่ะ มีคนเคยสอนพลับว่า... ใช้เงินเก่งก็ไม่สำคัญ ถ้าหาเงินได้เก่งกว่า อีกอย่างของพวกนี้เป็นของฟุ่มเฟือยก็จริง แต่อีกแง่เรียกว่าลักชัวรีอินเวสต์เมนต์ อ้อ... ไม่ต้องชมพลับนะคะ สมองเท่าพลับคิดอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอก”


 นี่ละคือเสน่ห์ คือความสดใสที่ใครอยู่ใกล้ก็ต้องหลงรัก โจหลินคิดในใจก่อนจะถามต่อ “แล้วใครสอนลูกล่ะ”

“พี่ลินเนียสค่ะ” พิชชุดากล่าวถึงลินเนอุส พ่อมดทางการเงินคนดังของโลก

“ต้องเชื่อแล้วล่ะ งั้นวันนี้แม่คงต้องลงทุนกับลักชัวรีแบรนด์แก้กลุ้มอยู่หลายช็อปเชียว”

ถึงการกระทำของลูกชายจะสร้างความหนักใจให้ไม่น้อย แต่เพื่อความยุติธรรมก็ควรจะไถ่ถามให้รู้เรื่องเสียก่อน ทว่าเสียงเจื้อยแจ้วที่ชวนคุย สร้างเสียงหัวเราะให้เป็นระยะๆ นี้ ก็ทำให้โจหลินเพลิดเพลินจนลืมเรื่องเครียดไปในที่สุด

จากช็อปนี้เดินไปยังอีกช็อปหนึ่ง พอเดินเหนื่อยก็แวะจิบชา มารู้ตัวอีกทีพิชชุดาก็เพิ่งเข้าใจในคำพูดของโจหลินที่บอกว่าเวลาห้าหกชั่วโมงที่มีให้ผู้หญิงเดินเลือกซื้อของนั้นเป็นเวลาที่น้อยนัก มารู้ตัวอีกทีก็เลยเวลาอาหารมื้อเย็นมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

 

วันเกิดของคุณนายโจหลินเริ่มต้นตั้งแต่เช้าด้วยการตระเวนออกไปเลี้ยงอาหารคาวหวานตามบ้านพักคนชรา ศูนย์พักพิงเด็ก และบ้านผู้พิการราวสามแห่งที่เดินทางไปส่งมอบเอง นอกเหนือจากนั้นก็ให้ตัวแทนจากตระกูลโจเป็นผู้ส่งมอบ

โจเวยเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไปนั่งรออยู่ในคาดิลแลคคันยาว ไม่นานนักผู้เป็นแม่ก็เข้ามานั่งเคียงข้าง

“สุขสันต์วันเกิดครับแม่ สมหวังในทุกสิ่ง สุขภาพแข็งแรงอยู่กับผมไปนานๆ”

เป็นคำอวยพรที่ทำให้คนเป็นแม่ยิ้มกว้าง สอดมือเข้าไปรั้งลำคอหนาเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มลูกชายอย่างสุดรัก “แม่ไม่อยากได้อะไรมาก ปีนี้ขอจากเวยอย่างเดียวก็พอ”

“ครับ”

“ทำไมอัลลี่ จางถึงได้ไปอยู่ในเพนต์เฮาส์ของเวย”

*****************

เอาแล้วสิ!

เฮียเวยจะตอบขุ่นแม่ว่ายังไง ติดตามพรุ่งนี้นะคะ 

จากนี้ไปอัปให้อ่านทุกวัน ห้ามพลาดเด็ดขาด


แรกรักบรรณาการสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สนพ. romantic publishing 

ลดราคาให้20% จากราคา 349 บาท เหลือเพียง 279 บาทเท่านั้น  

ฝากเฮียเวยด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #74 Spearmiint (@Spearmiint) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:46
    รออ่านค่าาาา
    #74
    1
  2. #73 nana (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:45

    ข้ามไปตอนโตเลยได้มะ ช่วงเด็กนี่ยาวจนเบื่อละ

    #73
    2
  3. #72 NhooWaa (@sweetpastel) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:54
    สั่งซื้อเรียบร้อยแล้วค่า รอๆน้องพลับ
    #72
    4
    • #72-2 NhooWaa (@sweetpastel) (จากตอนที่ 20)
      16 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:19
      ทำไมเฮียจูบแก้มล่ะคะ จูบปากสิคะเฮีย >///<
      #72-2
    • 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:08
      5555555ร้ายกาจ เฮียเวยดึงมาจูบปากอีกที
      #72-3
  4. #71 wannipha18051983 (@wannipha18051983) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:12
    ทำใจจะไม่อ่านแล้วอ่ากะจะรออ่านเล่มทีเดียวแต่อดใจไม่ไหวคิดถึง
    เฮีย...นับวันรอเล่มน่ะเนี้ย
    #71
    1
  5. #70 coffee (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:35

    สั่งซื้อกับสนพ.เรียบร้อยแล้วจร้าคุณตาล อุดหนุนๆๆๆๆผลงานดีๆๆๆๆค่ะ

    #70
    1
    • 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:05
      ขอบคุณมากๆ นะคะ รออีกแป๊บเดียว เฮียเวยจะไปให้ลวนลามถึงบ้านเลย
      #70-1
  6. #69 jtudsri (@jtudsri) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:16

    อัพทุกวันขอบคุณคะ รอๆๆ

    #69
    1
  7. #68 Chalisa_lek (@Chalisa_lek) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:38
    E-book มาเมื่อไหร่ ใจจะขาดแล้วววว&#10084;&#10084;
    #68
    1