แรกรักบรรณาการ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,303 Views

  • 107 Comments

  • 314 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,462

    Overall
    41,303

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 8 อดีตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    17 ก.พ. 62


วันเกิดของคุณนายโจหลินเริ่มต้นตั้งแต่เช้าด้วยการตระเวนออกไปเลี้ยงอาหารคาวหวานตามบ้านพักคนชรา ศูนย์พักพิงเด็ก และบ้านผู้พิการราวสามแห่งที่เดินทางไปส่งมอบเอง นอกเหนือจากนั้นก็ให้ตัวแทนจากตระกูลโจเป็นผู้ส่งมอบ

โจเวยเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไปนั่งรออยู่ในคาดิลแลคคันยาว ไม่นานนักผู้เป็นแม่ก็เข้ามานั่งเคียงข้าง

“สุขสันต์วันเกิดครับแม่ สมหวังในทุกสิ่ง สุขภาพแข็งแรงอยู่กับผมไปนานๆ”

เป็นคำอวยพรที่ทำให้คนเป็นแม่ยิ้มกว้าง สอดมือเข้าไปรั้งลำคอหนาเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มลูกชายอย่างสุดรัก “แม่ไม่อยากได้อะไรมาก ปีนี้ขอจากเวยอย่างเดียวก็พอ”

“ครับ”

“ทำไมอัลลี่ จางถึงได้ไปอยู่ในเพนต์เฮาส์ของเวย”

แม้จะเป็นวันดี แต่ปัญหาที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เมื่อวานก็ไม่อาจปล่อยเอาไว้ได้ โจหลินมองลูกชายอย่างรอคำตอบทั้งยังสำทับออกไปอีกครั้ง “อย่าปิดบังเรื่องของหล่อนจากแม่”

“แม่ครับ เราคุยกัน...”

“ไม่ แม่ไม่ได้จะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูก แม่แค่ถามว่าผู้หญิงของหวังจินเทาไปอยู่ในเพนต์เฮาส์ของลูกได้ยังไง”

ที่ผ่านมาโจหลินไม่เคยเข้าไปจุ้นจ้านกับเรื่องผู้หญิงของลูกชาย แต่หลังจากเกิดเรื่องของอัลลี่ จางขึ้น ทั้งเธอและสามีก็พูดคุยกันถึงเรื่องนี้แล้วทำข้อตกลงกับลูกว่า... ท้ายที่สุดแล้วโจเวยต้องเลือกคู่ชีวิตโดยฟังความเห็นชอบจากพ่อและแม่

อาจเป็นได้ว่าสามีของเธอคงกลัวว่าหากเขาลาจากโลกนี้ไปแล้ว เธอคงรับมือกับลูกชายในเรื่องนี้ไม่ไหว ถึงได้ระบุในพินัยกรรมเช่นนั้น

“อัลลี่เลิกกับมันได้สักพักแล้วครับ”

“สักพักที่ว่านั่น หล่อนก็ย้ายเข้าไปอยู่กับลูกเลย งั้นสิ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” โจเวยบอกปัด หากแต่ไม่รู้จะอธิบายให้แม่ได้เข้าใจในเหตุผลที่ช่วยเหลืออัลลี่ จางอย่างไร หากเกิดความสงสัยในเรื่องหนึ่งขึ้นมาเสียก่อน “แล้วแม่รู้เรื่องนี้ได้ยังไง”

ยังไม่ทันได้คุยกันให้เข้าใจ พิชชุดาก็ก้าวเข้ามานั่งในรถคันยาว เห็นอย่างนี้แล้วโจเวยก็พอจะเดาได้ว่าแม่คงรู้เรื่องนี้มาจากตัวแสบที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามแน่นอน เพราะเทียนหมิงคงไม่กล้าที่จะเอาเรื่องนี้มาเล่าให้แม่ของตนฟัง

“เวยไปนั่งข้างน้องไป แม่อยากนั่งคนเดียว” โจหลินสั่งเสียงเขียว

เป็นเพราะยกเอาเรื่องของอัลลี่ จางขึ้นมาพูดแท้ๆ ถึงได้นึกฉุนในการกระทำของลูกชายนัก หากแต่ยังแย้มยิ้มให้พิชชุดาพร้อมกล่าวชมกับเดรสที่ตนเป็นคนเลือกให้ “เห็นไหมแม่คิดแล้วว่าลูกพลับใส่ชุดนี้แล้วต้องสวย”

ทว่าพิชชุดายังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เจ้าของร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งย้ายมานั่งข้างเธอก็ชิงตอบเสียก่อน

“ปกติเคยเห็นแต่ใส่กางเกงสกินนี่ จู่ๆ มาใส่กระโปรงยาวแบบนี้เดี๋ยวได้หกล้มขายหน้าคนอื่นหรอก” ใจจริงก็อยากชมว่าเธอสวมชุดนี้แล้วสลัดคำว่าสาวน้อยทิ้งไปได้เลย แต่ก็นึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ

โห... ที่ใส่อยู่เนี่ยJenny Packham เชียวนะยะ!

ไม่เจอหน้ากันตั้งเดือนกว่าจะชมหน่อยก็ไม่ได้ พิชชุดาเถียงอยู่ในใจ

“อย่าไปสนใจเลยลูกพลับ เชื่อแม่ว่าวันนี้ลูกสวยหวาน ใครเห็นเป็นต้องมองตาค้างกันทั้งนั้น แล้วถ้าลูกจะล้มหนุ่มตาถึงที่อยู่ใกล้ๆ ก็คงจะกรูเข้ามาช่วยเองนั่นแหละ”

“หนุ่มที่ไหน” ถึงจะถามโต้กับแม่ แต่กลับจ้องตาพิชชุดาอย่างเอาเรื่อง

“ก็หนุ่มที่มองเห็นว่าลูกพลับสวยน่ะสิ ใครมองว่าไม่สวยจะร้อนรนไปทำไม”


ถึงจะไม่ใช่บรรยากาศที่เงียบจนน่าอึดอัด แต่การที่สองแม่ลูกใช้เธอเป็นหัวข้อในการโต้เถียงก็ทำให้พิชชุดากระอักกระอ่วนใจไม่น้อย

“คือ... พลับชอบชุดนี้ค่ะ” พิชชุดาบอกกับโจหลิน แล้วหันมาย้ำกับคนที่นั่งข้างๆ ให้มั่นใจ “แล้วพลับก็จะเดินระวัง ไม่ทำให้เฮียเวยขายหน้าแน่นอน วันนี้วันดีอย่าเถียงกันเลยนะคะ”

“เห็นไหม น้องยังรู้จักคิด”โจหลินยังไม่วายพูดกระแทกลูกชาย คล้ายๆ ว่า โตจนป่านนี้แล้วยังทำอะไรไม่รู้จักคิด

ก็คงดี ถ้าคนอย่างโจเวยไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องแคร์ใคร เอาแต่ความต้องการของตนเองเป็นที่ตั้งคงไม่ต้องทรมานตัวเองอยู่เช่นนี้ ลูกสาวคนสวยสุดโปรดของแม่ อาจต้องดรอปเรียนเพราะท้องโย้ไปแล้วก็ได้

เป็นที่รู้กันทั่วไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ว่าโจกรุ๊ปนั้น มุ่งหวังพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมควบคู่ไปกับแผนการดำเนินธุรกิจ เห็นได้จากการก่อตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กยากไร้ ซึ่งการช่วยเหลือนี้ก็ยังมีการสอนองค์ความรู้ในทุกด้านให้เด็กเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

สอนเรื่องเพศศึกษา เน้นย้ำวิธีคุมกำเนิดเพื่อลดอัตราการตั้งครรภ์ไม่พร้อม หรือท้องในวัยเรียน เช่นนี้แล้วจะให้เขาคิดน้อยได้อย่างไร

รักต่างวัยของเด็กสาววัยสิบแปดปีซึ่งตอนนี้กำลังอุ้มท้องลูกของประธานโจเวยแห่งโจกรุ๊ป

...เพียงแค่คิดถึงพาดหัวข่าวในหน้าข่าวแวดวงธุรกิจ โจเวยยังขนหัวลุกอย่างช่วยไม่ได้

พอเอ่ยปากห้ามการโต้คารมเล็กๆ ของคู่แม่ลูกได้แล้ว พิชชุดากลับไม่รู้ว่าที่ทำไปนั้นถูกหรือผิด ด้วยบรรยากาศในรถเงียบกริบ ดูเครียดจนนึกสงสัยว่าก่อนที่เธอจะเข้ามานั่งในรถนั้นทั้งคู่คงคุยเรื่องบางอย่างค้างเอาไว้

โชคดีที่ระยะทางจากบ้านถึงศูนย์พักพิงเด็กยากไร้นั้นไม่ไกลกันมาก พอรถยนต์จอดสนิทประตูรถทั้งสองข้างก็ถูกเปิดออก

โจหลินรอให้ลูกชายลงจากรถก่อนแล้วเดินอ้อมมายังฝั่งที่ตนนั่งจึงยื่นมือออกไปวางบนท่อนแขนของลูกชาย จากนั้นก็ทักทายกับผู้อำนวยการศูนย์ฯ ที่พาเดินล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

พิชชุดาจึงขยับตัวตั้งใจจะก้าวออกจากรถ แต่ฝ่ามือที่ยื่นมาใกล้ก็ทำให้ต้องช้อนสายตามองสีหน้าของเขาเสียก่อน

“ลงมาสิ”

สั่งเสียงห้วนยังไม่ข่มขวัญเธอได้เท่าสายตาคาดโทษที่มีให้ พิชชุดาจึงได้แต่ถอนหายใจ ยอมรับความช่วยเหลือจากเขาเท่านั้น

ใช่ว่าจะไม่เคยใกล้ชิดกันมาก่อน แต่ทุกครั้งที่เริ่มคุ้นเคยกัน เริ่มคุยกันถูกคอก็มีอันต้องห่างเหินอยู่เรื่อยไป ครั้งแรกของการพบหน้ากันในรอบเดือนเศษจึงทำให้พิชชุดาประหม่า ในใจนึกหาเรื่องชวนเขาคุยมากจนลืมไปว่าตนเองนั้นสวมรองเท้าส้นสูง เวลาเดินเหินต้องระวังกว่าปกติ

ก้าวแรกที่เดินขึ้นบันได เท้าอีกข้างหนึ่งก็เหยียบเข้าตรงชายกระโปรงของตัวเองเสียแล้ว โชคดีที่เจ้าของฝ่ามือแข็งแรงยังกระชับมือเธอเอาไว้ เขาวาดท่อนแขนอีกข้างโอบรอบเอวคอดกิ่วอย่างรวดเร็ว

“นี่ล่ะ ผลของการแต่งตัวโตเกินวัย”

ทั้งที่พิชชุดาควรกล่าวคำขอบคุณที่เขาช่วยไม่ให้เธอต้องล้มไปกองอยู่กับพื้น แต่พิชชุดากลับถามอย่างเหลืออด “เดี๋ยวก็ว่าพลับเด็ก เดี๋ยวก็ว่าพลับแก่แดด ตกลงว่าเฮียเวยอยากให้พลับเป็นเด็กหรือเป็นผู้ใหญ่กันแน่ จะเอายังไงกับพลับ”

“เอาแน่ แต่ตอนนี้ยังเอาไม่ได้”

แม้แต่เทียนหมิงที่ได้ยินการสนทนาและเข้าใจในความหมายก็ต้องรีบเดินล่วงหน้าไปก่อน ทว่าคงมีแค่เพียงแต่พิชชุดาเท่านั้น ที่ไม่อาจล่วงรู้ในความหมายของประโยคที่เขาเค้นเสียงลอดไรฟันบอกกับเธอ

“ทำไมจะไม่ได้”

“อย่ามาเถียง” โจเวยตาลุกวาว ด้วยคำพูดแสนธรรมดา แต่สมองของคนโหยเสน่หาอย่างเขากลับตีความไปในทางกำกวม

“เฮียเวยไม่มีเหตุผล”

“ไม่ต้องมาท้าทาย สักวันฉันจะฟาดไม่เลี้ยง จะหวดหนักๆ ให้นั่งไม่ลง จะ...” ประโยคสุดท้ายที่ไม่อาจพูดออกมา แต่ต้องกระชับร่างในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

พิชชุดาเบิกตากว้างอยู่ครู่หนึ่ง แล้วต้องหน้าเสียเพราะไม่รู้ตัวเลยว่าไปทำอะไรให้เขาโกรธเคืองจนอยากทำร้ายตนเช่นนั้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากเดินตามเขาไปอย่างเสียไม่ได้


ความจริงแล้วโจเวยก็ตอบตัวเองไม่ถูกว่าอยากให้เธอเป็นสาวน้อยเช่นเดิม หรืออยากให้เธอเป็นผู้หญิงเต็มตัวเร็ววัน แม้ชุดที่สวมใส่จะเสริมให้พิชชุดาดูอ่อนหวาน น่าปรารถนาในสายตาของใครหลายคน แต่เขากลับอยากเก็บเธอไว้เป็นส่วนตัว มองได้แค่คนเดียว มันเป็นความหึงหวงที่หากเธอได้รับรู้คงนึกขยาดกับความเห็นแก่ตัวของเขา

 “ปล่อยสิ”

เขาปล่อยมือเธอจริงๆ แต่ปล่อยแล้วเลื่อนขึ้นมาจับข้อมือเอาไว้แทน ถึงอย่างนั้นพิชชุดายังคงบิดข้อมือตัวเองออกจากการจับกุมของเขาตลอดเวลา

“เกลียดพลับนักแล้วมาจับไว้ทำไม ปล่อยนะ”

ผู้คนส่วนมากยังคงห้อมล้อมคุณนายโจหลินและผู้อำนวยการศูนย์ฯ ซึ่งนำเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของเด็กๆ จึงไม่มีใครได้สนใจหนุ่มใหญ่กับสาวสวยที่กำลังหน้าง้ำสุดๆ ที่กำลังเดินรั้งท้าย

เมื่อสู้แรงเขาไม่ได้ พิชชุดาก็หยุดเดิน ฝืนตัวเอาไว้เสียดื้อๆ ผลที่ได้คือเขาหมุนตัวกลับมาหาหากยังกำข้อมือเธอไว้เช่นเดิม

“จะเอากับฉันให้ได้ใช่ไหม”

“แล้วพลับไปทำอะไรให้”

จะให้สารภาพความทรมานที่รุมเร้ามาทั้งเดือนนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องดี แต่พิชชุดาก็มีความผิดติดตัวอยู่อีกหนึ่งข้อหา “เราใช่ไหมที่ทำตัวเป็นเด็กขี้ฟ้อง เอาเรื่องอัลลี่ไปบอกแม่”

“พลับเปล่าพูดนะ” พิชชุดาปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ถ้าผู้ร้ายยอมรับว่าตัวเองทำผิด โลกนี้ก็คงไม่ต้องมีตำรวจหรอก”

“ก็ใช่ แต่พลับไม่ได้พูดจริงๆ เฮียเวยเผลอให้คนอื่นรู้เรื่อง แล้วเขาเอามาเล่าให้แม่ฟังรึเปล่าคะ”พิชชุดาพยายามใจเย็นคุยกับเขาด้วยน้ำเสียงปกติ ทั้งที่ในใจโมโหขึ้นมาเป็นริ้วๆ

“เราคิดว่าอาหมิงจะเอาเรื่องนี้มาบอกแม่ไหมล่ะ”

ทำไมชอบตอบเธอด้วยคำถามนักนะ เขาไม่รู้หรืออย่างไรว่าการทำเช่นนั้นมันน่าโมโห“พลับเชื่อว่าเทียนหมิงไม่พูด แต่พลับก็ไม่ใช่คนปากสว่างเอาเรื่องส่วนตัวของเฮียเวยไปป่าวประกาศเหมือนกัน อีกอย่างถ้าเฮียเวยจะรัก จะใช้ชีวิตอยู่กับคุณอัลลี่ก็ควรต้องบอกแม่ในสักวัน คนทั้งคนจะปิดเธอไว้เป็นความลับได้ถึงเมื่อไหร่”

ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าในตอนที่พูดถึงความรักของทั้งคู่นั้น ทำไมถึงได้รู้สึกปวดหนึบตรงหัวใจ

เป็นครั้งแรกที่พิชชุดาขึ้นเสียงกับผู้ชายตรงหน้า ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังสะบัดข้อมือออกสุดแรง มองเขาด้วยแววตาเจ็บปวด

“แต่ก็ช่างเถอะ ต่อให้คนทั้งโลกมายืนยันว่าพลับไม่ได้พูด ก็ไร้ประโยชน์เพราะใจเฮียเวยเชื่อว่าพลับพูดตั้งแต่ที่ยังไม่ได้ถามพลับสักคำ”

ทิ้งท้ายให้เขาได้คิดอย่างเจ็บแสบ ก่อนจะเดินจากไปแม้หางตาก็ยังไม่หันมาแล เหมือนชาตินี้เขาจะไม่ได้รับการงอนง้อจากเธออีกต่อไป

ให้ตายเถอะ... ไอ้งี่เง่า!

ครั้งแรกที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไร้เหตุผล หากมันยังไม่โหดร้ายเท่ากับสายตา และท่าทางหมางเมินที่บอกให้เขารู้ตัวว่า นับจากนี้จะไม่ได้เห็นสาวน้อยขี้อ้อนที่หาเรื่องชวนคุยเรียกเสียงหัวเราะอีกต่อไป

ไม่ต้องรอเวลานานเป็นเดือน เป็นปีเลย โจเวยก็รู้ซึ้งแล้วว่าการไร้ตัวตนในสายตาของคนที่เราแคร์นั้นมันช่างให้ความรู้สึกย่ำแย่สิ้นดี

**************

เฮียเวยมาปรักปรำน้องแบบนี้ไม่ได้นะ

น้องไม่ยอม

ตอนหน้ามาดูว่าน้องจะทำยังไง


สั่งซื้อจากเว็บสนพ. www.romantic-publighing.com
หรือสั่งในกล่องข้อความของเพจโรแมนติค รับส่วนลด 20% (ราคาเต็ม 349 บาท ลดเหลือ 279 บาท)

ลงทะเบียน 40 + 279 = 319 บาท

เคอรี่/EMS 60 + 279 = 339 บาท



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #81 Aimmy_ka (@Aimmy_ka) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:40
    ถึงเฮียจะบอกน้องชัดเจน​เรื่องเอาแน่​

    แต่เฮียพา แฟนเก่ามาอยู่คอนโด​ กับพูดปรักปรำน้องแบบนี้​ เฮียก้อน่าโดนเกลียดนะ
    #81
    1
    • 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
      อย่าโกรธเฮียเลยนะคนสวย เฮียผิดไปแล้ว เดี๋ยวเฮียกล่อมนอนนะจ๊ะ/จุ๊ฟฟฟ
      #81-1
  2. #80 NhooWaa (@sweetpastel) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:58
    หนังสือก็ซื้อ ebook ก็จะเอา

    ไร้ท์ขา ขออีบุ๊ก่อนเลยได้ไหม๊ >///<
    #80
    1
    • 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:19
      อีบุ๊กวางสิ้นเดือนเมษายน สั่งเล่มได้ลวนลามเฮียเวยก่อนนะจ๊ะคนสวย
      #80-1
  3. #79 Pun (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:39

    Ebookkkkk จงมา

    #79
    1
  4. #78 jtudsri (@jtudsri) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:14

    Ebook ด่วนๆๆ

    #78
    1
  5. #77 Christopher01 (@Christopher01) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:58
    มีอีบุ๊คมั้ยคะ
    #77
    1
  6. #76 bjstar (@bjstar) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:16
    Ebook เมื่อไรคะ
    #76
    0
  7. #75 bjstar (@bjstar) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:16
    Ebook เมื่อไรคะ
    #75
    1