แรกรักบรรณาการ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,335 Views

  • 107 Comments

  • 314 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,494

    Overall
    41,335

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 9 อกหักไม่ยักตาย 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2046
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    18 ก.พ. 62


...ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน มีกิจกรรมให้ทำร่วมกันใกล้ชิดสักเพียงใด พิชชุดาก็จะเบียดตัวอยู่ข้างกายแม่ของเขา กำหนดกระทั่งระยะห่างระหว่างกัน

ถ้าเขาเดินมาทางซ้าย เธอก็จะเลี่ยงไปทางขวา

ถ้าเขาเดินมาร่วมวงสนทนา เธอก็เดินหนีโดยไม่สนใจที่จะรักษามารยาทด้วยซ้ำ

เยี่ยม...

นี่ใช่ไหมคือความตรงไปตรงมาของวัยรุ่น ไม่ทรยศต่อความรู้สึกและอารมณ์ รักก็แสดงออกมาว่ารัก เกลียดก็ทำให้รู้ตัวไปเลย แล้วตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำพิชชุดาอาจจะแสดงอารมณ์หลากหลายกับผู้คนรอบข้าง คล้ายๆ กับผ้าหลากสี ที่มีเขาเป็นจุดดำขนาดจิ๋วซึ่งเธอไม่เคยใส่ใจ

รอยยิ้มที่ขยันแจกจ่ายให้กับคนรอบข้างยังไม่เคยเผื่อแผ่มาให้เขาเลยสักครั้ง

อาหารมื้อค่ำที่พ่อบ้านโจตั้งใจทำทุกเมนูอย่างสุดฝีมือยังดูฝืดคอสำหรับโจเวย หากในทางตรงกันข้ามกลับทำให้พิชชุดาเจริญอาหารกว่าปกติ

มีครั้งหนึ่งโจเวยลองคีบเอาไก่แช่เหล้าให้ ซึ่งเธอไม่ได้ทำให้เขาเสียหน้าด้วยการเขี่ยมันทิ้ง แต่ปล่อยให้มันได้อยู่ในถ้วยข้าวเช่นเดิม ไม่แตะต้องเมนูนั้นจากจานกลางจนหนุ่มใหญ่นึกสงสัยว่าเธอคงไม่ชอบรสชาติของมัน แต่พอเหลือข้าวสวยคำสุดท้ายในถ้วย เธอกลับคีบไก่แช่เหล้าจากจานกลางมาเคี้ยวแล้วเอ่ยปากชมเปาะว่าอร่อยนักหนา

อ้อ... เธอไม่ได้เกลียดไก่แช่เหล้า แต่ที่รังเกียจคือของที่เขาหยิบยื่นให้ต่างหาก

นั่นทำให้โจเวยโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ผลุนผลันลุกจากเก้าอี้ ตวาดเรียกคนสนิทเสียงดุให้ตามเข้าไปหาในห้องทำงาน

เทียนหมิงยังกินข้าวไม่อิ่มก็ต้องรีบลุกจากโต๊ะอาหาร วิ่งตามเจ้านายขึ้นไปยังชั้นบน เพราะไม่ค่อยได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้บ่อยเท่าไรนัก

“ครับท่าน” เทียนหมิงยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ซึ่งมีเจ้านายนั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่บนเก้าอี้

“จะสั่งงาน”

ได้ยินคำนั้นเทียนหมิงก็รีบควานหาโทรศัพท์ขึ้นมาโน้ตข้อความทันที

“คนแรกรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ ย้ายไปประจำที่ศูนย์ซีอาน คนที่สองหยางซื่อหลางย้ายไปที่เดียวกัน”

“ครับ” แม้เทียนหมิงจะไม่เข้าใจในเหตุผลของคำสั่งย้ายที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นนัก แต่ก็ไม่กล้าปริปากถาม ได้แต่จดบันทึกตามเท่านั้น

“คนที่สามฉันจำชื่อไม่ได้ วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้า ที่รวบรวมดอกไม้จากเด็กๆ มาให้แม่ แล้วมันก็เอาดอกกุหลาบมาให้ลูกพลับก่อนจะกลับน่ะ ย้ายไปอยู่ด้วยกันให้หมด”

“อ๋อ...” เทียนหมิงลากเสียงยาว รู้ในเหตุผลของคำสั่งหากต้องกลั้นยิ้มแล้วตอบเจ้านาย “หลี่เซียวครับ”

“คนสุดท้าย เทียนหมิง”

“หา!... ผะ...ผมไม่กล้ามองคุณพลับด้วยซ้ำ ยังโดนด้วยเหรอครับ” เทียนหมิงละล่ำละลักแก้ต่างให้ตัวเอง

“ไม่เกี่ยวกับลูกพลับ แต่เมื่อกี้นี้สายตาแกหัวเราะเยาะฉัน หักเงินเดือนครึ่งเดือน มีปัญหาไหม”

โธ่... ใครจะกล้ามี อารมณ์พาลขนาดนี้ เทียนหมิงคิดในใจ

“รีบออกไปก่อนที่จะได้ทำงานฟรีอีกสองเดือน ข้อหาที่เถียงฉันในใจ”

เผด็จการสุดขั้วแถมยังมารีดเลือดกับปูด้วย ดีนะที่ยังไม่มีลูกไม่มีเมีย และรู้จักเก็บออม ไม่อย่างนั้นคงได้หาข้อโต้แย้งกันบ้าง เทียนหมิงคิดแล้วต้องรีบเดินออกมาจากห้องทำงาน แต่พอเปิดประตูก็เห็นคุณนายโจหลินยืนรออยู่แล้ว

“ฉันเข้าไปได้ไหม”

“เอ่อ... ท่านอารมณ์ไม่ค่อยดีนะครับ” ตอบแล้วเดินเลี่ยงออกมา


โจหลินพยักหน้ารับ เพราะถึงไม่บอกก็พอจะเดาอารมณ์ของลูกชายได้ ด้วยท่าทางหมางเมินของพิชชุดาที่แสดงออกมาอย่างเปิดเผยตลอดทั้งวัน ยังไม่นับรวมถึงตอนที่อยู่บนโต๊ะอาหาร แต่ก็เลือกที่จะเงียบด้วยอยากรู้ว่าคนที่เลือกมาเป็นลูกสะใภ้จะมีวิธีรับมือกับลูกชายอย่างไร

เมื่อเห็นแม่เดินเข้ามาในห้อง โจเวยก็ได้แต่ถอนใจ หากต้องหน้าตึงขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มของแม่ที่แสดงออกมาราวกับว่า... เขากำลังเสียเหลี่ยมให้ตัวแสบเข้าแล้ว!

“ผมไม่พร้อมฟังคำถากถางนะครับ”

โจหลินหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ตรงกันข้ามลูกชาย “โถ... ก็เวยขอเวลาแม่ว่าจะจัดการเรื่องลูกพลับให้เรียบร้อยด้วยตัวเอง แม่ไม่ลืม ไม่เร่งรัดหรอกจ้ะ แค่จะมาเอาคำตอบเรื่องที่เราคุยกันค้างไว้เมื่อเช้านี้ อัลลี่”

“ก็อย่างที่เล่าให้ฟังนั่นล่ะครับ แค่อยากช่วยให้อัลลี่ใช้ชีวิตต่อได้ เรื่องของผมกับอัลลี่ไม่มีวันจะกลับมารักกันเหมือนเดิม แม่วางใจได้”

“ได้ยินเวยพูดอย่างนี้ก็วางใจ แต่อัลลี่ล่ะ หล่อนเข้าใจว่าลูกช่วยเพราะมิตรภาพฉันเพื่อนหรือหาทางโหมเชื้อถ่านไฟเก่า”

“ผมหนักแน่นพอ”

โจหลินยิ้มให้ลูกอย่างอ่อนโยน “แม่เข้าใจว่าตบมือข้างเดียวมันไม่ดัง แต่อัลลี่ไม่มีงานทำ ตอนอยู่กับหวังจินเทาก็ไม่ได้ทำงานอะไรหาเลี้ยงตัวเอง แล้วตอนนี้ยังถูกทิ้งถูกซ้อม หล่อนก็ต้องหาหลักยึดเป็นธรรมดา ถึงแม่จะมั่นใจในตัวเวย แต่เราเห็นมานักต่อนักว่าความมั่นใจเป็นบ่อเกิดของความประมาท ถ้าอยากช่วยหล่อนจริงๆ แม่ว่าให้เงินสักก้อนแล้วไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกันไม่ดีกว่าเหรอ”

“ก็ดีครับ แต่มานึกย้อนไป ถ้าอัลลี่ไม่ได้เคยเป็นผู้หญิงที่ผมคิดจะแต่งงานด้วย หวังจินเทาก็คงไม่ทำทุกทางเพื่อแย่งเธอไป ช่วงนั้นผมก็คิดแต่ว่าอัลลี่รอได้เสมอ ไม่ได้สนใจออกจะทิ้งขว้างด้วยซ้ำ แล้วมันก็เป็นโอกาสให้หวังจินเทาเข้ามาแทรกระหว่างเรา อีกอย่างที่อัลลี่ถูกซ้อมจนทนไม่ได้ ต้องหนีมาพึ่งผม ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะผมด้วย”

“ยังไง”โจหลินถามอย่างอยากรู้

“ตอนที่รถคว่ำ อัลลี่มาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล เหมือนเธอรู้ว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุแต่หวังจินเทาเป็นคนบงการ”

“หล่อนพูดออกมาตรงๆ เลยเหรอ”

“เปล่าครับ ผมเดาจากสีหน้าท่าทางที่กลัวผิดปกติ เลยฝากอะไรไปบอกกับหวังจินเทาสักหน่อย อัลลี่กลับไปก็คงทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้ แล้วมันก็ซ้อมเธอ” พูดถึงทีไรยังอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสภาพอันบอบช้ำของอัลลี่ “ความจริงแล้วผมไม่น่าให้เธอไปพูดกับมันอย่างนั้น”

“คนมันจะเลวนะเวย มันอยู่ที่นิสัยล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับใครมาพูดอะไรผิดหูหรอก แค่หวังจินเทามันทุบตีผู้หญิงได้นี่แม่ก็ว่าจิตใจผิดมนุษย์แล้ว” โจหลินส่ายหน้าพลางฉุกคิดถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นอีก

“แปลว่ามันเป็นคนทำให้รถยนต์ของเรามีปัญหา อย่างนี้แล้ว...”

“แม่ไม่ต้องกังวลใจไปนะครับ ใช้ชีวิตตามปกติเพราะผมสั่งให้คนขับตรวจเช็กรถอย่างเข้มงวดทุกครั้งที่ใช้งาน ส่วนเรื่องหาหลักฐานมาเอาผิดมันก็ให้ลูกชายของทนายเยี่ยนจัดการแล้ว”

ทนายเยี่ยนฉือเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายแห่งโจกรุ๊ป มีลูกชายเป็นสารวัตรหนุ่มชื่อบรูโน่เยี่ยน

“หมายความว่าเวยแจ้งความแล้วเหรอ”

“ครับ ตอนนี้คดีอยู่ในความดูแลของบรูโน่ ล่าสุดนี้เห็นว่าคนร้ายหนีไปกบดานที่ฮ่องกง ก็ต้องใช้เวลาตามสืบนานขึ้นไปอีก”

“ก็แปลว่าหวังจินเทาคงได้หมายเรียกตัวไปสอบสวนแล้ว” โจหลินถามต่อ

“ครับ ถึงจะเป็นแค่การเรียกตัวไปสอบปากคำ ยังไม่มีหลักฐานมากพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา แต่มันก็ไม่กล้าขยับตัวทำอะไรบุ่มบ่ามให้เป็นเป้าสายตาของตำรวจ จะว่าไปช่วงนี้ที่หวังจินเทามันกำลังเงียบดูเชิง น่าจะเป็นโอกาสเหมาะที่อัลลี่จะเริ่มมองหาที่อยู่ใหม่ มองหางานที่เหมาะกับตัวเอง”

“ก็อย่างว่าแหละนะ หล่อนคงยังทำอะไรไม่ได้ ถ้ายังหงายไพ่ในมือว่าต้องพักฟื้นจิตใจ”

“โธ่ แม่ครับ”

พอเห็นลูกชายทำหน้าเหมือนตนมีอคติเลยอธิบายให้ชัดเจน “แม่หมายถึงคงต้องให้เวลาหล่อนออกมาเดินช็อปปิ้งจนเงินหมดนั่นแหละ ถึงจะเริ่มมองหาอาชีพเลี้ยงตัว เมื่อวานนี้ก็ยังเห็นออกไปเดินซื้อกระเป๋าในเบลลาวิตาอยู่เลย”

โจเวยเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยจึงได้ยินแม่กล่าวสำทับมาอีก

“ก็แม่ได้ยินเต็มสองหูว่าหล่อนสั่งให้เอากระเป๋าไปส่งที่เพนต์เฮาส์คุณโจเวย”

“อะไรนะ?...”

“ไม่งั้นแม่จะรู้เรื่องได้ยังไง คิดเหรอว่าเทียนหมิงจะกล้าปริปากเรื่องนี้ออกมา”

“ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เทียนหมิงน่ะสิครับ”

อาการที่ลูกชายยกมือทั้งสองข้างขึ้นลูบใบหน้าแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหมือนแก้ปัญหาอะไรสักอย่างผิดพลาดมหันต์ ก็ทำให้โจหลินฉุกคิดถึงปฏิกิริยาบึ้งตึงของพิชชุดาทันที

“นี่อย่าบอกนะว่าเวยหาว่าน้องมาฟ้องแม่”

“เฮ้อ... เห็นจะเป็นอย่างนั้นครับ”

“ถึงว่าล่ะ หน้าเวย น้องยังไม่ชายตาแล” ดุแล้วมองอย่างตำหนิ “แล้วรู้ว่าอัลลี่อยู่กับเวยแบบนั้น น้องจะคิดยังไงล่ะคราวนี้”

“จะว่าอะไรได้ครับ ก็น้องยังไม่รู้นี่ว่าต้องแต่งงานกับผม”

******************

งานเข้าแล้วไหมล่ะ เฮียเวย

หึ... หึ...

โกรธร้อยปีอย่ามาดีกันร้อยชาติ พลับโกรธธธ

//////////////////////

สั่งซื้อจากเว็บสนพ. www.romantic-publighing.com
หรือสั่งในกล่องข้อความของเพจโรแมนติค รับส่วนลด 20% (ราคาเต็ม 349 บาท ลดเหลือ 279 บาท)

ลงทะเบียน 40 + 279 = 319 บาท

เคอรี่/EMS 60 + 279 = 339 บาท

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #82 25142551 (@25142551) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:26

    งานเข้าแล้วค่ะเฮีย

    #82
    1