แรกรักบรรณาการ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,251 Views

  • 107 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,410

    Overall
    41,251

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 10 คนเก่าไม่จากไป แล้วคนใหม่จะเข้ามาได้อย่างไร 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 109 ครั้ง
    21 ก.พ. 62


เวลาหนึ่งสัปดาห์ที่พิชชุดาสั่งตัวเองไม่ให้คิดถึง ไม่ให้สนใจโจเวยนั้นช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้านัก แล้วสวรรค์ยังเหมือนกลั่นแกล้งเธอมากขึ้นไปอีก เพราะเขากลับบ้านทั้งอาทิตย์ ดึกบ้างบางวัน ได้มีโอกาสกินมื้อเย็นด้วยกันบ้างสามครั้ง แต่เธอก็เลือกที่จะปฏิบัติตัวกับเขาอย่างมีระยะห่าง

อาจจะไม่ได้มึนตึงเหมือนวันที่ทะเลาะกัน แต่ถ้าเขาถามมาสิบคำ เธอก็จะตอบกลับสักหนึ่งคำ รอยยิ้มที่เคยสดใสก็มีให้เพียงแค่ยิ้มราบเรียบตามมารยาทเท่านั้น

พิชชุดาไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้เลยว่าคนที่มีความตั้งใจดีจะกล่าวคำขอโทษอยู่นับครั้งไม่ถ้วนนั้น เมื่อเห็นท่าทางห่างเหินของเธอก็ทำให้เขาใจฝ่ออยู่ร่ำไป

จากที่หลบหน้ามาหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้กลายเป็นหนึ่งเดือนเต็มแล้วที่ทำตัวห่างเหินกับโจเวย แต่ทว่าเมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัย พิชชุดาดูผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้พูดคุยกับอาจารย์หนุ่มที่เพิ่งย้ายมาจากนิวยอร์ก

ความจริงแล้วอาจารย์หวังเจียหลุนไม่ได้มีชั่วโมงสอนพิชชุดาเลย แต่ทั้งคู่รู้จักกันเพราะมารายนั้นแนะนำมาอีกทอดหนึ่ง

ตอนที่ครอบครัวของมารายและหวังเจียหลุนยังอยู่ในนิวยอร์ก พ่อของมารายเป็นวิศวกร ขณะที่หวังเจียหลุนเป็นทนายความทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน

ส่วนมากคนที่ย้ายมาทำงานในไทเปก็จะสอบถามถึงความเป็นอยู่ ย่านที่อาศัย กระทั่งมหาวิทยาลัยที่มารายเรียนก็มาจากการแนะนำของหวังเจียหลุน ซึ่งย้ายกลับมาประจำสาขาในไทเปหลังครอบครัวของมารายเพียงหนึ่งเดือน

มีวันหนึ่งมารายและพิชชุดากำลังเดินออกมาจากมหาวิทยาลัย แล้วหวังเจียหลุนก็ขับรถผ่านมาเห็น อาจารย์หนุ่มจึงหยุดรถเพื่อทักทายมาราย เขาจึงมีโอกาสได้รู้จักกับพิชชุดาด้วย หากเห็นสองสาวนั่งคุยกันในยามว่าง หวังเจียหลุนก็มักเข้ามาร่วมวงสนทนา บางครั้งก็ชักชวนกันออกไปหาอาหารรับประทานบริเวณรอบๆ มหาวิทยาลัย

เห็นได้ชัดว่าหวังเจียหลุนนั้นพึงพอใจในตัวพิชชุดา อาจารย์หนุ่มจึงไหว้วานให้มารายเป็นแม่สื่อแม่ชัก แล้ววันนี้เขาก็ได้รับข้อความจากมารายว่าพิชชุดาเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุด แต่น่าเสียดายนักที่ชั่วโมงนี้ติดการสอนจึงพลาดโอกาสที่จะได้พูดคุยกัน

 

แม้โจเวยจะรู้ว่าพิชชุดาพยายามหลบหน้าหลบตาตนมาตลอด ซึ่งบางครั้งเขาเองก็ติดงานไม่ได้กลับบ้านติดกันสามวันบ้าง แต่ถ้าไม่เหนื่อยหรือดึกจนเกินไปนักก็พยายามกลับไปค้างที่บ้านเสมอ

ทว่าเวลาเจอหน้ากันโดยที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงก็ไม่ได้แสดงท่าทีมึนตึงมากนัก หากกลายเป็นคนพูดน้อยทั้งที่เป็นฝ่ายชักชวนแม่หรือพ่อบ้านโจคุยตลอดเวลา

บางครั้งเขาก็ไม่อยากจะรุก บีบบังคับเธอเหมือนที่ผ่านมา ตราบใดที่เธอยังอยู่ในสายตา เขาก็สามารถรอคอยให้ถึงเวลาที่พร้อม รอให้เธออารมณ์เย็นลงจนอยากพูดคุยกันก็ยังไม่สาย

ทว่าลึกๆ แล้วความหมางเมินก็ทำให้เขาหนักใจจนต้องออกคำสั่งที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อน!

หนึ่งสัปดาห์แล้วที่เขาให้คนคอยติดตามเธอโดยไม่คลาดสายตา สิ่งที่อยู่ในซองเอกสารนี้เป็นความเคลื่อนไหวชุดแรกที่โจเวยได้รับ

“ไหนประกาศว่าไม่ใช่เด็ก แล้วทำไมชอบทำปากจู๋บ่อยๆ นะลูกพลับ”

โจเวยเปรยออกมาเมื่อเห็นภาพที่เธอยืนเข้าคิวรอซื้ออะไรสักอย่างซึ่งแถวยาวเหยียด แล้วเจ้าตัวคงจะเบื่อรอเลยทำปากจู๋เช่นนี้

ภาพต่อมาเป็นรอยยิ้มที่เขาไม่ได้เห็นมาตลอดทั้งเดือน ความจริงแล้วสองเดือนต่างหาก คิดแล้วเกิดคำถามขึ้นมาว่า... เธอยิ้มให้ใครถึงได้ดูสดใส ร่าเริงเช่นนี้?

“นรกเถอะ!...”

โจเวยสบถออกมาอีกหลายคำ ตามภาพถ่ายอีกสองสามแผ่นที่เห็นว่าหวังเจียหลุนนั่งคุยกับเธอ หัวเราะต่อกระซิกท่าทางสนิทสนมกัน

“เทียนหมิง เทียนหมิง...”

แม้เสียงที่เรียกชื่อของตนนั้นจะเล็ดลอดออกมาจากห้องของเจ้านายไม่ดังนัก แต่ลองคิดดูว่าเสียงที่ไม่ได้ดังผ่านอินเตอร์คอมยังให้ความรู้สึกเกรี้ยวกราดถึงขนาดนั้น เทียนหมิงไม่อยากคิดเลยว่าอารมณ์ของคนที่อยู่ในห้องจะเดือดพล่านสักแค่ไหน

“อ้าว... ลุกแล้วก็รีบเข้าไปสิ มัวยืนทำอะไรอยู่หน้าประตู เดี๋ยวท่านได้อารมณ์เสียมากกว่าเดิม” เลขานุการสาวที่ทำงานร่วมกันมาหลายปีเอ่ยกระตุ้นทั้งที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเจ้านายอารมณ์เสียด้วยเรื่องใด


หากเทียนหมิงได้แต่ปั้นหน้าแหยๆ หันมามองตาละห้อย “ยืนทำใจก่อน”

แม้จะนึกสงสารแต่ก็ต้องขู่สำทับ “จะทำใจตอนนี้ หรือไม่มีงานทำวันพรุ่งนี้ ก็เลือกเอา”

เทียนหมิงเป่าลมออกจากปากก่อนจะเคาะประตูห้องสองครั้ง แล้วเปิดเข้าไป เหลือบมองเจ้านายเพียงแวบเดียวแล้วต้องหลบสายตามองต่ำทันควัน

“เอกสารนี่ได้มาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อวานครับ”

“แล้วทำไมเพิ่งเอามาให้ฉันตอนนี้” ถามแล้วตวาดซ้ำเพราะเบื่อหน่ายอาการกระอึกกระอักเหลือเกิน “ตอบ”

“ผะ...ผมนึกว่าไม่ใช่เรื่องด่วนครับ”

“เดี๋ยวนี้แกตัดสินใจแทนฉันได้แล้วเหรอ เรื่องไหนด่วน เรื่องไหนรอได้” ถามอย่างไม่ต้องการคำตอบก่อนจะตั้งคำถามใหม่อีกครั้ง “ส่งใครไปตามลูกพลับ”

“จื่อเหยาครับ”

“ต่อสายหาเดี๋ยวนี้เลย เร็ว...”

เทียนหมิงรีบควานหาโทรศัพท์ออกมาโทร. หาจื่อเหยาซึ่งตนเป็นคนส่งไปคอยติดตามความเคลื่อนไหวตามคำสั่งของเจ้านาย รอไม่นานนักเสียงที่ปลายสายก็ดังขึ้น “จื่อเหยา...”

“ส่งมาฉันจะคุยเอง” โจเวยยื่นมือไปรอรับโทรศัพท์อย่างร้อนใจ “ตอนนี้คุณพลับอยู่ไหน”

“คุณพลับเข้าไปในห้องสมุดได้สิบห้านาทีแล้วครับ”

“อยู่กับใคร”

“คนเดียวครับ”

“แล้วเพื่อนที่ชื่อมารายไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอ” ถามพลางลุกจากเก้าอี้ เดินออกจากห้องทำงานอย่างรีบเร่ง

“แยกกันตั้งแต่ออกจากคลาสเรียนแล้วครับ”

“ไปไถต้า” โจเวยสั่งคนสนิทที่เดินเร่งฝีเท้าไปกดลิฟต์ แล้วคุยกับจื่อเหยาที่อยู่ในสายอีกครั้ง “แล้วไอ้หอกหักที่แกถ่ายรูปมานี่ มันรู้จักลูกพลับนานรึยัง”

“น่าจะรู้จักก่อนที่ผมจะมาทำงานนี้นะครับ เพราะวันแรกที่ผมตามคุณพลับก็เห็นไปนั่งกินขนมในร้านสมูทตี้ เฮาส์แล้วครับเหมือนผู้ชายคนนี้จะชอบคุณพลับด้วยเพราะเท่าที่ผมสังเกตดูไม่ค่อยเห็นเขาอยากคุยกับมารายเท่าไหร่ เหมือนว่างปุ๊บก็ต้องเดินมาหาคุณพลับเลย”

“เออ รู้แล้วมันว่ามันชอบ” ตอบพลางทิ้งตัวนั่งลงบนเบาะหลังอย่างไม่สบอารมณ์

“ท่านจะให้ผมตามสืบเรื่องของอาจารย์คนที่มาเกาะแกะคุณพลับไหมครับ”

“ตามมันทำห่าอะไร เฝ้าคุณพลับไว้ให้ดี ถ้าออกมาจากห้องสมุดก็โทร. เข้ามาเบอร์นี้เลย” โจเวยวางสายพลางยื่นโทรศัพท์ให้กับคนสนิทที่นั่งอยู่เบาะหน้า

เทียนหมิงไม่อยากทำอะไรสะกิดต่อมอารมณ์ของเจ้านายให้หงุดหงิดงุ่นง่านไปมากกว่านี้ จึงหันไปบอกคนขับรถเบาๆ แต่จริงจังอย่างที่สุด “รีบนะ อย่าโอ้เอ้”

“หวังเจียหลุนมันกลับมาไทเปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมถึงได้ไปสอนในไถต้าได้”

“น่าจะเป็นอาจารย์พิเศษนะครับ ทางมหาวิทยาลัยอาจจะเห็นว่าเขาเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศก็เป็นได้ ส่วนเรื่องกลับมานานแค่ไหนนั้น ผมขอเวลาสักวันหนึ่ง”

“ช่างเถอะ ไหนๆ มันก็มาแล้วนี่”

ถึงจะพูดออกไปแค่นั้นแต่ในใจของโจเวยกลับร้อนรุ่มนัก เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไม่ต้องอาศัยทฤษฎีห่าเหวหรือภาพถ่ายดาวเทียมอะไร ก็พิสูจน์แล้วว่าโลกกลมนัก

ภาพที่เห็นหวังเจียหลุนเข้ามาสนิทชิดเชื้อกับผู้หญิงของตนเป็นเหมือนการย้อนความทรงจำให้กลับมาวนเวียนอยู่ในหัวอีกครั้ง อย่างที่พี่ชายเลวๆ ของมันเคยล่อลวงอัลลี่จางมาแล้วครั้งหนึ่ง

ไม่มีทาง เขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยเดิมอย่างแน่นอน โจเวยประกาศก้องกับตัวเอง

 

ในขณะที่คนหนึ่งกำลังขบคิดอยู่กับปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้น ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่มารายได้รับข้อความตอบกลับจากอาจารย์หวังว่าตอนนี้กำลังติดสอน มารายจึงรีบหยิบใบตอบรับมาสองแผ่น แล้วเดินไปหาเพื่อนยังห้องสมุดทันที

พิชชุดามองกระดาษที่มารายตั้งใจวางทับบนหน้าหนังสือที่ตนกำลังอ่าน ก่อนจะถามคนที่นั่งลงฝั่งตรงกันข้าม

“อะไร”

“ใบตอบรับเข้าร่วมค่ายอาสาไง ไปกันนะ คงสนุกดี”

**************

เอาแล้วๆ

จะมาเจอน้องพลับคุยกับอาจารย์หลุนไหมเนี่ย พรุ่งนี้มารอแต่เช้าเลยนะคะ

สั่งซื้อจากเว็บสนพ. www.romantic-publighing.com
หรือสั่งในกล่องข้อความของเพจโรแมนติค รับส่วนลด 20% (ราคาเต็ม 349 บาท ลดเหลือ 279 บาท)

ลงทะเบียน 40 + 279 = 319 บาท

เคอรี่/EMS 60 + 279 = 339 บาท

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 109 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #88 wannipha18051983 (@wannipha18051983) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:59
    ขอเล่มเร็วๆเลยได้ไหม..จะขาดใจรอต่อไหวไหมน้อ....
    #88
    1
  2. #87 NhooWaa (@sweetpastel) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:32
    อุปสรรคเฮียเยอะจัง >///<
    #87
    1