แรกรักบรรณาการ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,278 Views

  • 107 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,437

    Overall
    41,278

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 11 กฎเหล็กของผู้นำคอมมิวนิสต์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    25 ก.พ. 62


คนทั้งโลกรับรู้ว่าโจหลินและโจเวย คือภรรยาและลูกชายของโจเจิ้ง อดีตประธานโจกรุ๊ปผู้ล่วงลับไปแล้วนั้น ก็ย่อมต้องรับรู้ด้วยว่าโจเจิ้งยังมีอีกหนึ่งครอบครัว ซึ่งลูกชายทั้งสองคนต้องยอมรับการใช้นามสกุลของแม่ โดยไม่มีข้อโต้แย้ง เพียงเพราะแม่ของหวังจินเทาและหวังเจียหลุนนั้น ฐานะยากไร้ ต่อให้ร้องไห้จนน้ำตากลายเป็นสายเลือด ก็คงไม่มีใครใส่ใจ

นั่นเป็นความจริงที่ทุกข์ระทมของผู้เป็นแม่ ซึ่งหวังจินเทารับรู้มาตั้งแต่จำความได้!

ยังจำตอนที่แม่เล่าให้ฟังได้ว่า... ครอบครัวเรายากจน แค่จะหากินไปวันๆ ยังลำบาก หลังจากตกลงปลงใจอยู่กินกันได้ครึ่งปี อาป๊าก็ต้องเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่มาทำงานไร่ส้มในไต้หวัน

ทว่าค่าแรงคนงานในไร่ส้มก็ใช่ว่ามากมาย เงินที่ส่งกลับมา แม่ของเขาก็ต้องประหยัดกินประหยัดใช้ ไหนจะต้องเตรียมไว้ให้ลูกที่ยังอยู่ในท้องด้วย

ตั้งแต่เกิดจนอายุครบเก้าปี หวังจินเทาไม่เคยได้เห็นหน้าของพ่อบังเกิดเกล้าเลย เขาเฝ้ามองภาพถ่ายที่วางอยู่ในบ้านหลังซอมซ่อด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งอาป๊าจะกลับมาหา ไม่ใช่เพียงแค่จดหมายที่สอดธนบัตรกลับมาให้เท่านั้น

จากนั้นอีกหนึ่งเดือนความหวังของเขาก็เป็นเรื่องจริงเพราะอาป๊ากลับมาแล้วบอกกับเราสองแม่ลูกว่าจะพาย้ายบ้านไปอยู่ไต้หวัน ไม่ต้องทนลำบากเช่นนี้อีกแล้ว

...บ้านที่อาป๊าเตรียมไว้ให้ในไทเปอาจจะไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับบ้านหลังเดิม ความเป็นอยู่แบบเดิมแล้ว ที่นี่ถือว่าดีเลิศ

ชีวิตในไทเปมีความสุขกว่าเมื่อก่อนมาก ตนเองนั้นเข้าเรียนตามปกติ แม่ก็ทำหน้าที่แม่บ้านเต็มตัว หากอาป๊าไม่ได้กลับมาค้างที่บ้านทุกคืนเหมือนที่ควรเป็น แต่แม่ก็ไม่ได้มีปากเสียงอะไร เพราะคิดว่าอาป๊าต้องทำงานหนัก

แม่ยังคงชื่นชม เชื่อฟัง มองสามีไม่ต่างจากเจ้าชีวิต ทั้งพร่ำสอนให้ลูกเจริญตามรอยเท้าของอาป๊า ขยันหมั่นเพียรเพื่อฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

สองปีต่อมาแม่คลอดน้องชายอีกคน ทว่าน้องที่เพิ่งลืมตาดูโลกกลับไม่มีโอกาสได้ใช้แซ่โจของอาป๊า ด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อหกปีที่ผ่านมาอาป๊าได้แต่งงานกับลูกสาวเจ้าของไร่ส้ม มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนอายุห้าขวบแล้ว

ตั้งแต่นั้นมาแม่ของเขาก็เหมือนจมปลักอยู่กับความทุกข์ ได้แต่ก้มหน้ารับสภาพทั้งที่ความจริงแล้วตนเองนั้นมาก่อนโจหลินเสียอีก

ความคิดของหวังจินเทาชะงักลง เมื่อเห็นร่างของน้องชายเดินเข้ามาในบ้าน

“อ้าว ทำไมวันนี้กลับเร็ว”

“มีบรรยายที่ไถต้าถึงแค่บ่ายสอง แล้ววันนี้ก็ไม่ต้องเข้าบริษัทด้วยครับ” หวังเจียหลุนตอบพร้อมทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม

“ไม่เข้าใจว่าจะวิ่งรอกทำงานหลายที่ให้เหนื่อยทำไม ลาออกแล้วมาช่วยงานบริษัทดีกว่า” หวังจินเทาบอกน้องชาย

“ไม่ละครับ ผมไม่ถนัดเรื่องธุรกิจ” หวังเจียหลุนยังย้ำในเหตุผลเดิม แล้วเป็นฝ่ายไถ่ถามพี่ชายบ้าง “ว่าแต่เฮียเถอะ คิดอะไรอยู่ หน้าตาถึงได้ดูเครียดแบบนี้”

“คิดเรื่องแม่”

สั้นๆ เพียงเท่านั้นก็ทำให้หวังเจียหลุนเข้าใจแล้วว่าความคิดดังกล่าวนั้นเหมือนไฟแค้นที่คอยเผาผลาญจิตใจ บ่อยครั้งที่บอกให้พี่ชายปล่อยวางเรื่องในอดีต ถึงยังไงแม่กับอาป๊าก็จากโลกใบนี้ไปแล้ว

“ผมว่า... แม่คงไม่สบายใจที่เฮียเอาแต่จมอยู่กับความแค้น”

“แต่ฉันว่าแม่ต้องผิดหวัง ถ้ารู้ว่าแกพูดกับฉันแบบนี้ ลืมความทุกข์ของแม่แล้วเหรอ แม่ต้องตรอมใจตายนะเจียหลุน”

“แม่ตายเพราะมะเร็ง เฮีย!

“ก็ถ้ากำลังใจดีคงไม่ตายเร็วแบบนั้น”

ทว่าก่อนที่สองพี่น้องจะมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันไปมากกว่านี้ ลูกน้องของหวังจินเทาก็เดินเข้ามาราวกับมีเรื่องด่วนมารายงาน ซึ่งหวังจินเทารู้ได้จากสีหน้าจึงหันไปถามลูกน้อง “มีอะไร”

“โจกรุ๊ปตีกลับโปรเจกต์ของเราครับเสี่ย ฝ่ายวางแผนการตลาดให้เหตุผลมาว่ากลุ่มเป้าหมายจากร้านสะดวกซื้อโจมาร์ท เป็นกลุ่มลูกค้าเดียวกันกับควิกลี่โจซึ่งมีแอปพลิเคชันให้สั่งสินค้าในโจมาร์ทส่งถึงบ้านอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเอาสินค้าในโจมาร์ทมาขายผ่านเว็บไซต์ของเราครับ”

หวังจินเทารับเอาเอกสารที่ลูกน้องยื่นมาให้โยนลงบนโต๊ะกลางอย่างไม่สบอารมณ์ “ทุเรศ”

“อีกเหตุผลคือ ควิกลี่โจมีบริการส่งสินค้าให้ลูกค้าที่ทำรายการผ่านแอปพลิเคชันภายในครึ่งชั่วโมง สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องรอข้ามวันเหมือนสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ของเราครับ” ลูกน้องรายงานอย่างละเอียดยิบ

“เห็นไหมว่าไอ้โจเวยมันไม่เคยสนับสนุนอะไรเราเลย มันไม่คิดว่าเรามีสายเลือดเดียวกันอยู่ครึ่งหนึ่งเลยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่เขี่ยโปรเจกต์เราทิ้งแบบนี้” พูดแล้วความเครียดยิ่งเพิ่มสูงจนต้องควานหาบุหรี่ออกมาสูบ “มันใจดำกับเรา เหมือนกับที่แม่มันทำกับแม่เรา”

หวังเจียหลุนได้แต่ถอนหายใจ มีหรือที่จะไม่รู้ว่า วีอีคอมเมิร์ซที่อาป๊าสร้างขึ้นมา เพื่อหวังให้พี่ชายสานต่อนั้นอยู่ในสถานการณ์แย่เต็มที

“ผมว่าเราหาทางอื่นก็ได้นี่”

“แกจะรู้อะไร เดี๋ยวนี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การแข่งขันสูงจะตาย ถ้าไม่มีแบ็กอัปแกร่งๆ มาหนุน รายไหนรายนั้นก็ไปไม่รอดหรอก” สุดท้ายแล้วมันก็ยังป็นความผิดของโจเวยอยู่วันยังค่ำ หวังจินเทาคิด


แม้หวังเจียหลุนจะไม่ถนัดในเรื่องธุรกิจ แต่เขาก็โตพอที่จะเข้าใจว่าการจะทำอะไรสักอย่างเพื่อยังชีพนั้นต้องพึ่งพาความสามารถของตนเอง ไม่มีใครยืมมันสมองและสองมือคนอื่นเพื่อกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าของตนเองได้ตลอดไป

แต่หากพูดออกไปเช่นนี้ก็รังแต่จะทำให้ทะเลาะกันเปล่าๆ คนมุทะลุอย่างพี่ชายเขาต้องมีแรงจูงใจสำคัญกว่านี้ ถึงจะคิดหาวิธีเอาตัวรอดได้

“ก็ไม่แน่ว่าเฮียเวย...”

“ถ้าได้ยินว่าแกให้ความเคารพมันอีก ก็อย่ามาเรียกฉันว่าเฮีย!” หวังจินเทาขู่

“โอเค ผมผิดเอง”

พอน้องชายยอมรับผิด ถึงได้ถอนหายใจแล้วถามขึ้นอีกครั้ง “เมื่อกี้จะพูดอะไร”

“ผมว่าโจเวยอาจจะไม่ยอมรับเลยสักโปรเจกต์ที่เป็นของเรา ตรงนี้มันก็น่าคิดเพราะตามพินัยกรรมแล้ว ถ้าอีกยี่สิบเดือนโจเวยไม่แต่งงาน ก็ต้องควบรวมเอาวีอีคอมเมิร์ซไปเป็นบริษัทลูกอยู่แล้ว แต่ถ้าในระหว่างช่วงยี่สิบเดือนที่ยังไม่ถึงเส้นตายแล้วเรารักษาวีอีคอมเมิร์ซไว้ไม่ได้  อาจจะต้องปิดบริษัทไปก่อน มันก็เข้าทางโจเวยนะเฮีย”

“อืม... ที่แกพูดก็มีเหตุผล” หวังจินเทานิ่ง คิดตามคำพูดของน้องชาย

เห็นอาการคล้อยตามแล้ว หวังเจียหลุนจึงเกลี้ยกล่อมอีกครั้ง “ถ้าสมมุติว่าระหว่างนี้ เรายื้อวีอีคอมเมิร์ซเอาไว้ไม่ได้จนต้องปิดตัวไป คำสั่งตามพินัยกรรมของอาป๊าก็ถือเป็นโมฆะเพราะบริษัทของเฮียปิดไปแล้ว คราวนี้จะเอาอะไรไปสู้ก็ไม่ได้ มีทางเดียวที่จะรอดคือ...”

“อะไร รีบพูดมา”

“เฮียต้องเรียกประชุม ระดมสมอง ระดมความคิด ปรับปรุงให้วีอีคอมเมิร์ซมีคนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งเรื่องรายละเอียดตรงนี้ผมไม่ถนัด แต่ยังไงทางรอดที่จะทำให้เรายื้อไปถึงวันที่กำหนดตามพินัยกรรมก็คือหยุดเสนอทุกโปรเจกต์ไปยังโจกรุ๊ปได้แล้ว เพราะมันเสียเวลาเปล่า เฮียรู้อยู่แล้วนี่ว่าโจเวยไม่อนุมัติ เราต้องหาทางอื่น”

บางทีการฮึดสู้ก็ต้องมาจากพลังด้านลบ ซึ่งแท้จริงแล้วหวังเจียหลุนอยากให้พี่ชายบริหารธุรกิจด้วยตัวเองเสียมากกว่าที่จะคิดพึ่งพาผู้อื่น

เมื่อเห็นเจ้านายเงียบไปครู่หนึ่ง ลูกน้องของหวังจินเทาจึงรายงานอีกเรื่อง

“มีเรื่องอีกเรื่องนะครับเสี่ย”

เห็นท่าทางอึกอักของลูกน้องแล้วเลยบอกออกมา “พูดมาเลย ฉันไม่มีความลับอะไรกับน้องอยู่แล้ว”

“ที่เสี่ยสงสัยว่าคุณอัลลี่จะไปอยู่กับโจเวยนั้นเป็นเรื่องจริงครับ ตอนนี้เธอยังทำงานในฝ่ายกฎหมายที่โจกรุ๊ปด้วย”

“ฮ่า...”

หวังจินเทาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างถูกอกถูกใจ ก่อนจะเปรยกับน้องชายอย่างอารมณ์ดี “ถึงเฮียจะแพ้มันในเรื่องธุรกิจ แต่เรื่องส่วนตัวก็ชนะมันทุกครั้ง ไม่ว่าเมื่อตอนที่แย่งอัลลี่มา หรือตอนที่เบื่อหล่อนแล้ว โจเวยมันรับเศษเดนเฮียไปกิน”

ได้ยินอย่างนี้แล้วหวังเจียหลุนก็คิดว่าแม้จะเป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน แต่คงไม่มีวันที่จะกลับมานับญาติกันจริงๆ เหมือนที่อาป๊าเคยบอกกับตนว่า...

ความสามัคคีของพี่น้องเป็นความปรารถนาอย่างหนึ่งของท่าน

********************

อะไรจะดีไปกว่าการได้เห็นลูกหลานรักใคร่ปรองดองกันเนาะ มาลุ้นกันนะคะว่าความหวังของอาป๊าจะเป็นจริงได้ด้วยวิธีไหน

ตอนหน้านี่พลาดไม่ได้เพราะเฮียเวยตามไปทวงตารางเรียนถึงในห้องนอนลูกพลับ

แอร้ยยย

แรกรักบรรณาการพร้อมส่งแล้วนะคะ 

/

เลื่อนลงไปล่างสุดฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยค่า "กามเทพล่าหัวใจ" อัปให้อ่าน มีนาคมนี้

สั่งซื้อจากเว็บสนพ. www.romantic-publighing.com
หรือสั่งในกล่องข้อความของเพจโรแมนติค รับส่วนลด 20% (ราคาเต็ม 349 บาท ลดเหลือ 279 บาท)

ลงทะเบียน 40 + 279 = 319 บาท

เคอรี่/EMS 60 + 279 = 339 บาท




---------------------------------


นิยายเรื่องล่าสุด "กามเทพล่าหัวใจ"
ฝากแอดแฟนพันธุ์แท้และคอมเมนต์ด้วยนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #99 14 องศา (@Achira-Netter) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:35

    รอเฮียดูตารางเรียน
    #99
    0