แรกรักบรรณาการ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,253 Views

  • 107 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,412

    Overall
    41,253

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 1 แรกพบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2096
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    17 ม.ค. 62


ความจริงแล้วโจเวยรู้ดีว่าแม่ของตนคงเตรียมรถยนต์รับ-ส่งเอาไว้เรียบร้อย  ทั้งรักทั้งเอ็นดู เชียร์ให้เปิดใจออกนอกหน้าแบบนั้นไม่มีทางให้ยุ่งยากใช้ระบบขนส่งมวลชนแน่นอน แต่หนุ่มใหญ่ก็เลือกที่จะเงียบ ไม่อยากสปอยล์ให้ได้เหลิงนัก

“บ้านเราอยู่ในเขตตั้มสุ่ย ตกเย็นก็เอาจักรยานออกมาปั่นริมแม่น้ำตั้มสุ่ยได้ มีตลาดขายของกินของใช้เยอะแยะ อยู่นานไปเดี๋ยวก็รู้เอง” แนะนำคร่าวๆ แล้วหันไปถามคนสนิท

“ของที่สั่งไว้ได้มาไหม อาหมิง”

เทียนหมิงบังคับพวงมาลัยด้วยมือเพียงข้างเดียว อีกมือเอื้อมมือหยิบถุงพลาสติกที่วางไว้ตรงเบาะข้างๆ ส่งให้เจ้านาย “เรียบร้อยครับ”

หากโจเวยวางของในถุงนั้นลงบนตักของพิชชุดา “เบอร์โทร. ใหม่เอาไว้ใช้ที่นี่”

อันที่จริงแล้วซื้อแค่ซิมการ์ดโทรศัพท์ให้เธอก็ได้ ไม่ต้องซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้เลย แต่บทเรียนที่ผ่านมาทำให้พิชชุดาใช้ความคิด และตัดสินใจได้ว่า... “ขอบคุณค่ะ”

สาวน้อยจะไม่โกหกตัวเองหรอกว่ามีทั้งความเกรงใจเกิดขึ้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นก็อดดีใจไม่ได้ เพราะเพียงแค่เห็นโลโก้หน้าถุงพลาสติกสีขาวขุ่น เธอก็รู้แล้วว่าในถุงนั้นเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด

กล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่วางอยู่หน้าตักช่างทรงอิทธิพลนัก มันดึงดูดสายตาของพิชชุดาจากวิวสองข้างทางได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งตอนนี้เทียนหมิงใช้ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่งแล้ว

“ก็แกะดูเลยสิ จะจ้องมันทำไม” ชี้โพรงให้กระรอกสาวเสียจะได้จบเรื่อง หากสิ้นเสียงที่เหมือนประชดนั้น เสียงของเทียนหมิงที่ฟังดูตกใจสุดขีดก็ดังขึ้น

“เราเกิดปัญหาแล้วครับท่าน”

“อะไร”

“เบรกไม่ทำงาน” เทียนหมิงตอบพลางย่ำเบรกติดๆ กันหลายครั้ง ทว่าความเร็วของรถยนต์กลับไม่ได้ลดลงอย่างที่ควรเป็น

ปล่อยให้ความเร็วลดลงเอง แล้วค่อยๆ ดึงเบรกมือขึ้นทีละนิดอาจเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่โจเวยคิดได้ แต่อีกไม่ถึงห้าร้อยเมตรคือสี่แยกใหญ่ที่มีสัญญาณไฟจราจร

“ท่านครับ ตอนนี้พวงมาลัยก็บังคับไม่ได้ด้วย”

“รัดเข็มขัด” บอกแล้วเอื้อมมือไปดึงเบลต์มาคาดให้พิชชุดาอย่างรีบร้อน “เกาะแน่นๆ ก้มหน้าลง”

จังหวะที่โจเวยเอื้อมมือไปดึงเบลต์ของตัวเองนั้นรถยนต์ก็เสียหลักหมุนคว้าง แรงเหวี่ยงทำให้เบลต์หลุดมือ ซึ่งตอนนั้นเสียงแตรรถคันอื่น เสียงหวีดร้อง แรงกระแทกต่างก็ประดังประเดเข้ามา หากพิชชุดากลับได้ซุกอยู่กับแผงอกกว้างที่กกกอดเธอเอาไว้แน่นเขาใช้ตัวเองบังเศษกระจกและแรงกระแทก

โครม...

เหมือนรถยนต์ไปชนกับบางอย่างก่อนจะไหลไปตามถนนอีกเล็กน้อย แน่นอนว่าพิชชุดามองไม่ถนัด ตึกรามบ้านช่องกำลังตีลังกาแล้วคนที่กอดเธอก็ลงไปกองอยู่ตรงหน้า แต่ยังกำมือข้างหนึ่งของเธอเอาไว้แน่น

“เฮียเวย... เป็นอะไรมากไหม เฮียเวย”

เป็นการกระแทกที่รุนแรงไม่น้อยเพราะขนาดเทียนหมิงมีแอร์แบ็กรองรับก็ยังหมดสติไป หากเลือดสดๆ ที่เปรอะเปื้อนเนื้อตัว ใบหน้า โหนกแก้มแตกเป็นจุดก็ยิ่งทำให้พิชชุดาเขย่ามือ เรียกเขาอย่างร้อนใจ

“เฮียเวย อย่าเป็นอะไรนะ เดี๋ยวพลับจะไปเรียกคนมาช่วย”


เหมือนยังพอมีโชคอยู่บ้าง เมื่อพิชชุดาพยายามปลดเซฟตี้เบลต์ เสียงครางอย่างเจ็บปวดของเทียนหมิงก็หลุดลอดออกมา เขารีบตั้งสติแล้วหาทางพาตัวเองออกมาจากรถยนต์ที่พลิกคว่ำอย่างทุลักทุเล มีผู้คนอาสาเข้ามาช่วยเหลือพาพิชชุดาและโจเวยออกมา ซึ่งเขายังกำมือของเธอเอาไว้แน่นกระทั่งตอนที่ถูกลากออกมานอนอยู่กลางถนน

เทียนหมิงรีบกวาดสายตามองหาจุดที่ทำให้เลือดไหลออกมามากมาย ก่อนจะตะโกนให้ใครสักคนโทรเรียกรถพยาบาล

“ท่านครับๆ แข็งใจไว้อีกนิด เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว” เทียนหมิงบอกพร้อมห้ามเลือดบริเวณต้นคอ

“จะเป็นอะไรมากไหม เรียกแล้วไม่ตอบเลย”  พิชชุดาถามอย่างร้อนใจ ความกลัวเข้าครอบงำจนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าน้ำตากำลังไหล

“เศษกระจกบาดเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ตรงต้นคอ ต้องรีบห้ามเลือดเอาไว้ก่อนครับ” เทียนหมิงบอกแล้วก้มลงเรียกให้เจ้านายรู้สึกตัว “ท่านครับ ได้ยินผมไหม”

โจเวยรู้ตัวดีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน หากเขาเจ็บระบมเหมือนถูกซ้อมมาจนน่วมทั้งตัวจึงไม่มีเรี่ยวแรงที่จะตอบโต้ แต่แค่เพียงปรือตาขึ้นมองผู้หญิงที่กอดตนร้องไห้น้ำตาอาบสองแก้ม เรียกชื่อไม่หยุดหย่อน

“เฮียเวย พูดกับพลับหน่อยสิคะ อย่าหลับตานะ”

“เรา... นั่นแหละ นิ่งซะ”

พิชชุดาพยักหน้ารับเร็วๆ ยกมือข้างหนึ่งป้ายน้ำตาจนใบหน้างดงามดูมอมแมม “ไม่ร้องแล้ว แต่คุยกับพลับก่อน พลับขับรถยังไม่เป็นเลย เฮียเวยสอนหน่อยได้ไหม ไม่งั้นจะขับรถเที่ยวในไต้หวันไม่ได้”

ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้สาวน้อยยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาคุยกับเขา เธอพูดโพล่งออกมาในตอนที่กลัวและตกใจสุดขีด อีกทั้งยังเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งแรกในชีวิต และซาบซึ้งใจที่เขาใช้ตัวเองเป็นโล่คุ้มกันภัย

โจเวยเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงหวอรถพยาบาลดังใกล้เข้ามาจึงยกมือข้างหนึ่งขึ้นไล้น้ำตาออกจากแก้มนุ่ม “เด็กบ๊อง ฉันเบื่อทะเลาะ กับเราเต็มที”

เป็นประโยคสุดท้ายที่พิชชุดาได้ยิน ภาพที่เขาถูกเคลื่อนย้ายขึ้นเปลสนามก่อนจะถูกพาไปรักษาตัวในโรงพยาบาลสร้างความรู้สึกมากมายนัก มีทั้งยินดีที่เขาได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที และด้วยเลือดที่ไหลออกมามากมายนั้นก็ทำให้กลัวเหลือเกินว่าเขาจะเป็นอันตราย

**********

ฮือ... เฮียเวยเลือดท่วมตัวเลย จะตายไหมนั่น ห้ามตายเด็ดขาดดด

ตอนหน้ามาลุ้นช่วยเฮียเวยด้วยนะคะ


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #16 พอมแพม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 11:25

    มานิดเดียวเอง..เง้อ ขาดตอน

    #16
    1
  2. #15 NhooWaa (@sweetpastel) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 10:05

    ไม่น๊าาา พระเอกจะตายบทแรกไม่ได้น๊า

    เฮียเว่ยสู้ๆ เฮียเว่ยยังไม่ได้กินลูกพลับเลยน๊า

    #15
    1
  3. #14 noimuball (@noimuball) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 08:20
    สนุกค่ะไร์ท
    #14
    1