แรกรักบรรณาการ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 41,248 Views

  • 107 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,407

    Overall
    41,248

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 2 เด็กยังไม่พร้อมยั่ว แต่เกือบหลวมตัวไปแล้ว 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    23 ม.ค. 62


“กินสักหน่อยนะคะ เฮียเวยจะได้กินยาหลังอาหาร”

ความจริงแล้วเขาไม่ได้รู้สึกหิวเลย แต่เป็นเพราะคำว่ายาหลังอาหารเลยออกปากให้เธอช่วยกดปุ่มเลื่อนหัวเตียงให้สูงขึ้น ใจจริงแล้วอยากจะออกจากโรงพยาบาลในตอนนี้เสียด้วยซ้ำ เมื่อคิดว่าการที่ตนเกือบเอาชีวิตไม่รอดนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มันคือการวางแผนของคนชั่ว!

โครกคราก...

เสียงท้องร้อง ซึ่งไม่ใช่เสียงของเขาแน่นอน

ก็แน่ล่ะว่าเจ้าตัวยืนลูบท้อง ยิ้มเขินๆ อยู่ไม่ไกล จากกำลังเครียดคิดถึงหน้าใครบางคนที่ทำให้ต้องมาเจ็บตัว แต่พอได้ยิน ได้เห็นท่าทางขวยเขินเลยต้องส่ายหน้า หัวเราะพรืดออกมา

“ทำไมไม่ไปหาอะไรกิน ทรมานตัวเองเปล่าๆ”

“ตอนแรกก็ว่าจะไป แต่พลับเห็นเฮียเวยไข้ขึ้นเลยอาสาช่วยพยาบาลเช็ดตัว อีกอย่างไม่ได้เอากระเป๋าตังค์มาด้วยค่ะ” เหตุผลหลักที่สาวน้อยเพิ่งนึกขึ้นได้

ถ้าไม่ใช่สาวน้อยตรงหน้าพูด โจเวยก็คงเข้าใจว่าผู้หญิงที่พูดอย่างนี้กำลังร้องขอความสนใจ ด้วยจริตมารยาซึ่งพิชชุดาไม่มีเลย

“กินสิ ฉันอิ่มแล้ว”

พิชชุดาส่ายหน้าดิก “เฮียเวยกินให้อิ่มเถอะค่ะ พลับทนได้ ไม่เป็นไร”

หากคนฟังไม่ได้ใส่ใจ แต่หยิบยาในแก้วใบเล็กเข้าปาก “ไม่กล้ากินต่อนี่รังเกียจฉันเหรอ”

จะปฏิเสธไปก็คงไม่เกิดผล เพราะเขากินยาหลังอาหาร ดื่มน้ำตามเรียบร้อยแล้ว “ก็... เพื่อสุขภาพและอนามัย มีมาให้ช้อนเดียวเสียด้วย”

“บอกแล้วว่าฉันตรวจสุขภาพปีละสองหน ถ้าหากเป็นโรคติดต่อร้ายแรงก็คงตายไปแล้ว ไม่ได้อยู่เห็นเราร้องไห้เป็นเด็กขี้แยแบบนั้นหรอก”

“โห... ก็คนมันตกใจ เลือดไหลออกมาเหมือนจะหมดตัวอย่างนั้น ไม่ให้พลับร้องไห้ได้ไง”

ถึงจะบ่น แต่ก็ยอมนั่งลงแล้วกินอาหารต่อจากเขา ซึ่งทำให้โจเวยพอใจอยู่ลึกๆ ถึงตอนนี้จะไม่เคยนึกเสน่หาในตัวพิชชุดา หากแต่เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ร้องไห้ พรั่งพรูเรียกชื่อเขาเหมือนกลัวว่าจะจากโลกใบนี้ไปจริงๆ


...แล้วถ้าเธอรู้ว่าผู้ชายที่ทำเมินเฉย ชอบตัดรอนอยู่บ่อยครั้ง แถมยังอายุห่างกันตั้งยี่สิบปีคือสามีในอนาคต เธอจะยังพร่ำเรียกเขาไว้ให้มีลมหายใจ หรือผลักไสให้มอดม้วยกันนะ?

“ลูกพลับ”

“คะ...”

“อะไร” โจเวยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าครางเรียกชื่อเธอออกมา นี่คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาหรืออะไรสักอย่างที่ทำให้มึนหัวอย่างแน่นอน

“อ้าว... ก็เมื่อกี้นี้เฮียเวยเรียกพลับ เหมือนจะถามอะไร”

“ไม่มีหรอก” ตอบพลางคิดในใจว่า พิชชุดาเป็นผู้หญิงที่กินข้าวไปพูดไป แต่ดูแล้วไม่น่าเกลียด

เธอคงได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ข้อนี้ไม่ต้องสงสัยเพราะถ้าไม่ดี ไม่เหมาะ ไม่คู่ควร คุณนายโจหลินไม่มีวันเชียร์ออกนอกหน้าเช่นนี้ และไม่มีวันที่จะเห็นด้วยกับคำสั่งของอาป๊าเลย

“งั้นพลับถามเองได้ไหมคะ”

“ว่ามา”

“พลับไม่รู้ว่าเขาที่พูดถึงเป็นใคร แต่ที่เฮียเวยบอกว่าเขาต้องชดใช้นั่น เลิกแล้วต่อกันไม่ได้เหรอคะ” ถามแล้วช้อนสายตาขึ้น มองเขาอย่างรอคอยคำตอบ เป็นกิริยาที่น่าเอ็นดูในสายตาคนมองนัก

“เกิดเป็นคนต้องสู้คน อย่าขี้ขลาด”

“ไม่ใช่สักหน่อย แต่พลับไม่เข้าใจว่าต้องฆ่าแกงกันให้ตายเลยเหรอคะ แล้วจะใช้ชีวิตอยู่ยังไงถ้าต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา มันน่ากลัวนะคะ เฮียเวย”

“มีเฮียอยู่ทั้งคนต้องกลัวอะไร”

ใช่... เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าถ้ามีเขาอยู่ใกล้ๆ เธอจะปลอดภัย “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเฮียเวยจะอยู่กับพลับได้ตลอดเวลานี่คะ อีกอย่างยังไม่รู้แน่ชัดเลยว่าเขาเป็นคนทำจริงรึเปล่า”

เป็นคำเตือนแกมขอร้องของเด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่ได้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเขาเลย หากเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงน่าฟังที่ดังอย่างเป็นจังหวะจะโคนนี้ต่างหาก ที่ทำให้อารมณ์อันคุกรุ่นของเขาลดระดับลงอย่างเหลือเชื่อ

“อีกอย่างคุณอัลลี่ก็คงลำบากใจ เฮียเวยอย่าไปใจร้ายกับเธอเลยนะคะ ถ้าไม่เป็นห่วงก็คงไม่มาเยี่ยม”

รู้มากเกินไปแล้วนะ โจเวยได้แต่ตำหนิอยู่ในใจ ฟังเธอพูดแล้วก็เพลินไปอีกแบบ “รู้ด้วยเหรอว่าอัลลี่เป็นอะไรกับฉัน”

“โธ่... อายุน้อยกว่าพลับก็มองออกค่ะ ว่าเป็นแฟนเก่า อีกอย่าง...” หากไม่ทันได้พูดจนจบประโยค น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยก็ดังขึ้นเสียก่อน

“อีกหลายอย่างไหม ที่เราจะพูดเนี่ย” โจเวยถามแล้วต้องกลั้นยิ้ม เมื่อเห็นสาวน้อยส่ายหน้า ทำปากจู๋ “งั้นก็โทร. กลับบ้าน ให้พ่อบ้านโจส่งรถออกมารับกลับ เราควรไปหาอะไรกินให้อิ่มท้องแล้วพักผ่อนเสียที”

“แล้วคืนนี้ใครจะนอนเฝ้าเฮียเวยคะ”

“ก็... อาหมิงน่ะสิ” ตอบส่งๆ ไป ทั้งที่ยังไม่ได้ออกคำสั่งนี้กับเทียนหมิงเลย

“อ๋อ... นึกว่าจะมีคนมาเยี่ยมเลยรีบไล่พลับกลับ”

“ใคร... หมายถึงแฟนฉันน่ะเหรอ” โจเวยทำหน้าสงสัยพลางตั้งคำถาม เมื่อเห็นคนฟังพยักหน้ารับเร็วๆ เลยได้แต่ถอนหายใจ “ไม่”

“ไม่บอกเหรอคะ” ถามอย่างอยากรู้ เพราะไม่เข้าใจในเหตุผล ปกติแล้วเห็นคู่ของพี่สาวพี่เขยมักอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลา แต่เขากลับเป็นคนแปลกมาก อยากกันทุกคนออกไปให้ห่าง

ถ้า แฟนหมายถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่คบหาอย่างจริงจัง มีอนาคตร่วมกันนั่นตอบได้อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าไม่มี แต่ถ้าหมายถึงผู้หญิงที่รู้จักกัน นัดเจอ นัดกินข้าว จบลงที่เตียงแล้วก็แยกย้าย นั่นไม่มีความจำเป็นต้องบอกกล่าวให้พวกเธอได้รู้

“ไม่บอก” โจเวยคิดว่าการตอบแบบกำปั้นทุบดิน จะเป็นการจบประเด็น แต่มันเป็นความคิดที่ผิดถนัด

“เธอจะไม่น้อยใจเหรอคะ”

“บอกให้รู้แล้วเดี๋ยวเธอจะแตกตื่น”

โจเวยกำลังหมายถึงผู้หญิงที่ต้องมาเป็นภรรยาในอนาคตต่างหาก ที่พอรู้ว่าต้องเป็นเมียของผู้ชายที่อายุห่างกันถึงยี่สิบปีแล้วคงจะเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นอย่างแน่นอน

ก็ในเมื่อเขาไม่มีแฟนอย่างที่เธอถามถึง แล้วจะให้คิดถึงผู้หญิงคนไหนได้อีก นอกเสียจากทำใจให้ชินว่าคนที่คุยกันอยู่นี้คือคู่ชีวิต

“ลูกพลับ” โจเวยดักคอก่อนที่อีกฝ่ายจะเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา “ไปโทร. เรียกรถมารับกลับบ้านเดี๋ยวนี้”

“ค่า...”

พอได้ยินว่าที่เมียตัวน้อยรับคำอย่างเสียมิได้ แต่ก็ยอมเดินไปหยิบโทรศัพท์ตามคำสั่ง ถึงทำให้โจเวยโล่งอกขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยเขาก็ต้องปรับตัวปรับใจให้ชินกับความรู้สึกเอ็นดูกับสายตาที่เธอใช้มอง ขอร้อง พูดคุยด้วยน้ำเสียงน่าฟังซึ่งลดระดับความเดือดดาลของอารมณ์ได้ยอดเยี่ยมนัก

ท้ายที่สุดในตอนที่อยู่เพียงลำพังยังเห็นภาพที่ตนเองนอนหนุนตัก ยกมือขึ้นป้ายน้ำตาออกจากสองแก้ม ยิ้มรับกับความพึงพอใจที่มีผู้หญิงคนหนึ่งร่ำไห้ด้วยกลัวว่าเขาจะจากโลกใบนี้ไปตลอดกาล

*********

เนี่ย... เขาเริ่มมีใจให้กันแล้วใช่ไหม

หรือเฮียเวยหลวมตัวไปคนเดียว

ตอนหน้าพลาดไม่ได้เลยยย


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #26 silk19 (@silk19) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 12:28

    เฮียคะ...น้องยังไม่ประสา ค่อยๆต้อนจ้ะ


    #26
    1
  2. #25 taomali (@taomali) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 11:22

    เริ่มมีอาการ ชักจะไม่ค่อยไหว คือ จะรอไม่ไหวแล้ววววว

    #25
    1
  3. #24 NhooWaa (@sweetpastel) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 09:30
    เฮียคิดมากไปนะ LOL
    #24
    1