ME! THE ONLY ONE (เปิดพรีฯ ถึง 6 ธ.ค. 62)

ตอนที่ 14 : Chapter 10 คนใจน้อยมันแอบน้อยใจ [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    9 พ.ย. 62

 

:: คำเตือน ::

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

มีเนื้อหายั่วยวนกระแทกใจและใช้ความรักแรง

อาจมีภาพ คำพูดหรือฉากไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม เพศ และภาษา

โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพติด... อ่านให้สนุกนะคะ

ด้วยรักและล่อลวง

- CHERMADA -

 

Chapter 10

คนใจน้อยมันแอบน้อยใจ

[2]

 

Music: ชอบมากอยากได้ - Instinct


เธอรู้ไหมว่าความจริงในใจ

จะขาดใจตายอยู่แล้ว แค่ได้ยืนอยู่ใกล้

ไม่รู้จะทนอย่างนี้ได้อีกนานเท่าไร

บังคับตัวเองว่าไม่นะ อย่าคิดนะ อย่าหวังสูงไป

แต่แค่เธอยิ้ม ฉันก็ลืมโลกไป

อยากลองทำอย่างผู้ร้ายในละครสักที

ฉุดเธอมากอดอย่างนี้ไม่ให้เธอหายใจ

ให้เป็นของฉันคนเดียวตลอดไป

แต่คงไม่มีผู้ร้ายที่ไหนจะได้หัวใจของเธอไปครอง

 

2



 

ไอ้บ้านี่คิดอะไรของมันอยู่วะเนี่ย

“ความจริงฉันกินไม่ลงเลยเอามาคืน” แมตต์บอกเสียงเศร้า

“แกฟังฉันนะแมตต์…”

“การบอกลาของเธอน่ะ ฉันไม่รับ” …บอกให้ฟังไง!

นอกจากมันจะไม่สนใจที่ฉันพูดแล้วยังทำหน้าเหมือนคนโดนหักอกด้วย

“แมตต์ คือ…”

…ฉันให้เพราะอยากแอบขอโทษที่ใช้เครื่องโกนหนวดของแกไม่ถูกที่ต่างหากเล่า!

“เธอซื้อของกินให้เพราะอยากเลี้ยงขอบคุณช่วงเวลาดีๆ ที่ฉันอยู่กับเธอมาตลอดใช่ไหม เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนให้เธอมากได้เท่าฉันแล้ว ฉันรู้ว่าเธอรู้สึกซาบซึ้ง”

“นี่แกอ่านบทละครเวทีมากไปปะเนี่ย!” ฉันเบิกตากว้าง ถามเสียงสูง

คงไม่ใช่ฉันหรอกที่เมนส์จะมาอย่างที่แมตต์เคยถาม แต่เป็นมันมากกว่าที่เหมือนผู้หญิงเมนส์จะมาน่ะ ก็รู้หรอกนะว่าไอ้หมอนี่เป็นผู้ชายขี้ใจน้อยแล้วก็ขี้น้อยใจ ฉันล่ะอยากจะบ้าตายเพราะไม่รู้ว่าต้องอธิบายยังไงดีให้มันเชื่อว่าไม่ใช่แบบนั้น ให้พูดว่าเพราะจะขอโทษก็ไม่กล้าเหมือนกัน :(

หมับ!

“อะ…”

อยู่ดีไม่ว่าดีแมตต์ก็ดึงฉันเข้าไปกอดเอาไว้แน่นจนแทบจมอกพลางมือก็ลูบแผ่นหลังของฉันไปมา ด้วยความตกใจฉันเลยยืนตัวแข็งทื่อยอมให้อีกฝ่ายกอดอยู่แบบนั้นโดยไม่ได้ขัดขืน มันจะมาบทไหนอีกละเนี่ย…

“ฉันขอโทษ แต่เรื่องเมื่อคืนฉันไม่ได้แกล้งเธอจริงๆ นะเมี่ยง ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากให้เราเป็นแบบนี้หรอก ฉันไม่ชอบเลย แค่เธอเปลี่ยนไปยังไม่ถึงวันดีฉันก็คิดมากแล้ว นี่ฉันต้องทำยังไงวะ”

…บทดราม่า

ฉันเงียบไปเพราะถึงอยากจะคิดว่ามันกำลังแกล้งแสดงอยู่  ทว่าความรู้สึกใจหายวาบแปลกๆ ที่เกิดกับฉันตอนนี้เป็นของจริงแน่นอน นี่แมตต์ไม่ได้กำลังจะร้องไห้ใช่ไหม ทำไมน้ำเสียงแกว่งแบบนั้นล่ะ แต่เรื่องมันเกิดเพราะแซนด์วิชเจ้ากรรมอันเดียวเนี่ยนะ

ไม่อยากจะเชื่อ!

“ฉันรู้ว่าเธอพยายามจะทำตัวปกติกับฉัน แต่มันไม่มีอะไรปกติเลยว่ะเมี่ยง ฉันท้อ”

…ฉันก็ท้อกับแกเหมือนกัน เฮ้อ

“แมตต์ ที่จริงแล้ว…”

ฉันพยายามจะอธิบายอีกครั้งว่าไม่ใช่แบบที่มันเข้าใจนะ ทว่ามันก็ไม่ปล่อยให้ฉันได้บทเลย อ้อมกอดจากอีกคนขยับแน่นขึ้นค้างไว้อยู่ไม่กี่วินาทีก่อนคลายออกเพื่อปล่อยฉันให้เป็นอิสระ และในตอนนี้เองที่ฉันได้เห็นว่านัยน์ตาคู่นั้นขึ้นสีเรื่อ ถึงยังไม่เห็นน้ำตาแต่ก็เดาว่าใกล้จะร้องไห้ออกมานั่นแหละ

“ไอ้แมตต์ แกจะมาร้องไห้ต่อหน้าฉันไม่ได้นะ ฉันใจไม่ดี”

“ทำไมอะ ถ้าไม่ใช่เธอแล้วฉันจะไปร้องไห้กับใครได้”

“…”

“ฉันไม่กวนแล้ว”

คนตัวสูงพูดทิ้งท้ายจบก็รีบเดินเร็วๆ กลับห้องตัวเองไปง่ายๆ เหมือนตัวเองก็ไม่ได้อยากจะร้องไห้ตรงนี้สักเท่าไร บ้าเอ๊ย เห็นแบบนั้นแล้วฉันอยากจะร้องตามนะเนี่ย ก็จริงของมันนั่นแหละ ที่ผ่านมาใช่ว่าจะไม่มีเรื่องให้มันร้องไห้ แต่คนเดียวที่เห็นก็คือฉัน กับฉันเองก็ด้วยที่มีแค่มันนั่นแหละ…ถ้าวันหนึ่งเราต้องหันหลังให้กัน เราจะไปร้องไห้ให้ใครฟังได้ล่ะ

พอคิดแบบนั้นแล้วฉันเลยตัดสินใจปิดประตูห้องตัวเอง ก่อนเดินตามมาเคาะห้องของคนช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ทีแรกก็นึกว่ามันจะไม่เปิดแล้วล่ะ ทว่าไม่นานบานประตูสี่เหลี่ยมตรงหน้าก็เปิดออก เผยให้เห็นเจ้าของห้องที่สีหน้าไม่ได้ดีไปกว่าก่อนกลับมาสักเท่าไร

“…” แมตต์ไม่ได้พูดอะไร แต่เหมือนรอฟังอยู่ว่าฉันมีอะไรจะคุยกับมัน

“ขอเข้าไปรับลมที่ระเบียงห้องแกหน่อย” ฉันบอกจุดประสงค์ (แอบแฝง)

ถึงคนตรงหน้าจะดูงงนิดหน่อย แต่ก็ยอมเบี่ยงตัวหลบให้ฉันเดินเข้าไปโดยดี จะว่าไปแล้วตั้งแต่มันฝากให้ส่งเพื่อนกลับคราวนั้นฉันก็ไม่ได้เข้ามาห้องนี้อีกเลย ก็นะ เห็นๆ กันอยู่ว่าปกติแล้วเป็นมันนั่นแหละที่ขนข้าวของไปสิงอยู่ห้องโน้น

“แกจะนอนแล้วใช่ปะ ฉันอยู่ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็กลับ” ฉันพูดไปพลางเดินออกมายังระเบียงห้อง ไม่วายเอาแซนด์วิชที่ถือติดมาขึ้นมากินด้วย ว่าแต่ว่า…แมตต์มันดูไม่โอเคจริงๆ นะเนี่ย สงสัยจะไม่ได้แกล้งแสดงละครอย่างที่ฉันคิดเล่นๆ ล่ะมั้ง

เฮ้อ!

ที่อีกฝ่ายถามว่า มันต้องทำยังไงดี จะบอกว่าฉันเองก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไงดีเหมือนกันในสถานการณ์ที่เริ่มเปลี่ยนไปแบบนี้

ฉันยืนพิงรั้วระเบียงไปขณะกินแซนด์วิชและคอยลอบมองคนในห้องเป็นระยะ แมตต์เดินทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย ช่วงไหนที่มันรู้ตัวว่าโดนมองอยู่แล้วหันมา ฉันก็จะรีบหลบตาแกล้งเบือนหน้าไปทางอื่น ความจริงก็โดนมันเขม่นเพราะจับได้อยู่หลายครั้งนั่นแหละ

จนกระทั่ง…

“ที่เธอมาห้องฉันเนี่ย เพื่อจะดูว่าฉันร้องไห้หรือเปล่าใช่ไหม”

!!!

แมตต์เปิดประตูระเบียงออกมาถาม เล่นเอาฉันเลิ่กลั่กทำหน้าไม่ถูก เลยได้แต่เคี้ยวของกินที่หมดไปเกินครึ่งแล้วอย่างใช้ความคิด มันรู้ทันฉันอะ…

“ฉันไม่เป็นไรหรอก No worries.” (ไม่ต้องกังวล)

“เหรอ ถ้าสีหน้าแกสบายดีอย่างปากว่าฉันก็คงไม่ห่วงหรอก” ฉันเถียง ทำให้อีกคนถอนหายใจพรืดแล้วตัดสินใจออกมาที่นอกระเบียงด้วยกัน

“ทำไม ฉันจะสบายดีหรือไม่สบายดี เธอสนใจด้วยหรือไง”

“แมตต์ ถึงยังไงเราก็ยังเป็น…” เสียงของฉันถูกกลืนหายลงคอไปพร้อมกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากัน ใจหนึ่งก็อยากพูด แต่อีกใจก็กลัวว่าคนฟังจะรู้สึกไม่ดี เพราะเท่าที่เห็นตอนนี้ก็ชัดละว่าความรู้สึกของมันเปลี่ยนไปแล้ว

“ฉันพยายามแล้วเมี่ยง พยายามจะเป็นเพื่อนเธอเหมือนเดิม แต่มันไม่ง่ายอย่างที่ฉันคิด” กลายเป็นมันเองที่พูดคำนั้น นัยน์ตาสีเรื่อของเจ้าตัวสะท้อนความรู้สึกสับสนออกมาอย่างเห็นได้ชัด และคิดว่าตัวฉันเองก็คงไม่ต่างกันเท่าไรนัก

ความรู้สึกลำบากใจพวกนี้ เมื่อไหร่จะหายไปสักทีนะ

“เรื่องนั้นฉันรู้ แต่…ฉันไม่ได้จะบอกลาแกหรืออะไรทั้งนั้น แกกำลังเข้าใจผิดอะ ฉันให้เพราะอยากขอโทษเฉยๆ”

“เออ ฉันรู้ว่าเธอคงรับความรู้สึกของฉันไม่ได้”

“ไม่ใช่เว้ย! แมตต์ คือที่จริงฉันเอาเครื่องโกนหนวดของแกมาลองโกนขนรักแร้ให้เพื่อนดูอะ ฉันกลัวมันจับได้ว่ามีผู้ชายมานอนที่ห้อง ฉันตั้งใจจะล้างให้แกแล้วนะ แต่มันไม่ทัน แกมาเอาคืนไปก่อน”

ในที่สุดฉันก็หลับหูหลับตาสารภาพความจริงออกไปจนได้ ผิดที่ฉันเองแหละที่ไม่กล้าบอกแต่แรก มันเลยเข้าใจผิดเลยเถิดไปกันใหญ่ขนาดนี้ ไอ้บ้าเอ๊ย บอบบางและอ่อนไหวง่ายกว่าตูดเด็กอีกมั้ง แล้วฉันจะนอนหลับลงได้ยังไงล่ะถ้าปล่อยมันไว้กับความคิดไปไกลแบบนี้

“…!” แมตต์ชะงักไป สีหน้าดูอึ้งๆ ที่รู้ความจริง

ฉันหลุบตามองพื้นแล้วพูดเสียงเบาว่า “ฉันขอโทษ แกก็ล้างๆ หน่อยแล้วกัน ฉันแค่ยังไม่ได้อาบน้ำอะ น่าจะเปื้อนคราบโรลออนหรือเหงื่อบ้างจางๆ แต่ไม่มีขนติดหรอกเพราะฉันจัดการไปแล้ว แค่ยืมมาสาธิตให้เพื่อนดูเฉยๆ”

“ยัยบ้าเอ๊ย นี่เธอ…!” แมตต์เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันคล้ายอยากจะทำอะไรสักอย่างให้ฉันสำนึกกว่านี้อีก เล่นเอาฉันรีบหดคอด้วยความกลัว เห็นไหมล่ะว่ามันต้องอยากกินหัวฉันน่ะ  

“ฉันผิดไปแล้ว”

“เมี่ยง เธอทำให้ฉันเกือบจะร้องไห้เพราะแซนด์วิชของเธอแล้วรู้ไหม”

“ใครจะไปคิดว่าแกจะเข้าใจแบบนั้นล่ะ” ฉันรีบเถียง

“แต่เธอเป็นห่วงฉันจริงๆ ใช่ไหมถึงได้ตามมาสอดแนม กลัวว่าฉันจะร้องไห้คนเดียวเหรอ” รู้ดีนักนะ!

“เออ”

“ถ้าเธอยังน่ารักแบบนี้ ฉันจะตัดใจยังไงวะเมี่ยง”

“นี่ไง ฉันถึงได้…” ฉันชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายพูดอะไรออกมา

“ฉันรู้ว่าเธออึดอัด กลัวว่าอะไรที่ทำอยู่ปกติจะกลายเป็นให้ความหวังฉัน”

!!!

ดวงตาของฉันเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินความรู้สึกข้างในของตัวเองผ่านคำพูดจากปากของผู้ชายตรงหน้า

“แกรู้ได้ไงอะ”

“เพราะฉันใส่ใจไง”

“…”

“นี่เมี่ยง เอาจริงนะ ฉันอยู่กับเธอมากี่ปีละ ทีเธอยังรู้เลยว่าฉันไม่โอเค”

“…”

“แต่เธอไม่ต้องกลัวว่าจะเผลอให้ความหวังฉันหรอก ฉันมีความหวังส่วนตัวเยอะอยู่แล้ว ถึงเธอไม่ให้ฉันก็มี นึกออกปะ”

ฉันได้แต่ยืนกะพริบตาถี่มองคนตรงหน้าอย่างไม่รู้จะพูดอะไร ตอนแรกนึกไม่ออก ทว่าตอนนี้นึกออกแล้วล่ะ ก็คงจริงของมันละมั้ง ฉันน่าจะรู้อยู่แล้วว่าไอ้หมอนี่เป็นคนยังไง แล้วก็ไม่ควรประมาทแซนด์วิชตัวปัญหาด้วย รู้สึกพลาดมาก

“ถ้าแกไม่เป็นไรแล้ว งั้นฉันกลับละกัน” สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องกลับห้องแล้ว ในเมื่อแมตต์รู้ความจริงและมันคงจะไม่ร้องไห้แน่นอน คืนนี้ฉันคงนอนหลับลงแล้วล่ะ ไม่ต้องกลัวว่ามันจะแอบซึมอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครอยู่ข้างๆ

“เดี๋ยว…”

แมตต์เรียกเพื่อรั้งไว้ในตอนที่ฉันเดินสวนมันกลับเข้ามาในห้อง ฉันหันกลับไปพร้อมกับที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาและดันประตูระเบียงให้ปิดลงพอดี

“ว่า?”

“เธอก็รู้ตัวใช่ไหมว่าทำอะไรไว้” มันทำหน้าจริงจัง

“เอ่อ…” ฉันกลอกตาล่อกแล่ก คิดไม่ตกว่ามันกำลังหมายถึงเรื่องที่เพิ่งสารภาพออกไปเมื่อกี้หรือเปล่า แต่ฉันก็ขอโทษแล้วไง ก็ไม่น่าจะมีอะไรแล้วนี่

จังหวะนี้เองที่แมตต์ก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับเอื้อมมือมาปัดอะไรบางอย่างตรงมุมปากฉันให้และไม่วายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เดาว่าน่าจะเป็นเศษขนมปังจากแซนด์วิชละมั้ง

“ในเมื่อมีคนแอบเอาของของฉันไปใช้ผิดจุดประสงค์โดยพลการ ฉันก็ต้องจัดการอะไรสักอย่างกับคนผิด”

“จัดการอะไร” ฉันเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมายังไงชอบกล

“แต่เธอสารภาพแล้ว ฉันลดโทษให้กึ่งหนึ่งก็ได้…” คนตรงหน้าใช้มือข้างเดิมเลื่อนไปเก็บผมข้างหนึ่งของฉันทัดหูให้ ไม่มีอีกแล้วนัยน์ตาสีเรื่อที่ทำให้ฉันกังวลใจในตอนแรกจนต้องถ่อมาดูสถานการณ์ถึงนี่ เพราะดูเหมือนแมตต์เริ่มจะกลายร่างเป็นคนร้ายๆ อีกครั้ง

“แมตต์ นี่แก…!”

ยังไม่ทันได้พูดอะไรจบ อีกฝ่ายก็โฉบใบหน้าเข้ามาครอบครองริมฝีปากเพื่อสะกดทุกคำพูดของฉันไว้ เป็นสัมผัสที่ลุ่มลึกและเอาแต่ใจอย่างเห็นได้ชัด ฉันแทบสะดุดลมหายใจตัวเองในตอนที่เรียวลิ้นชื้นพยายามแทรกเข้ามาในโพรงปาก ความรู้สึกวูบโหวงเหมือนยังไม่ได้ใส่อะไรลงท้องก่อตัวขึ้นทันที คล้ายร่างกายไร้เรี่ยวแรงฉับพลันถึงขนาดทำกล่องแซนด์วิชในมือที่ยังมีของกินส่วนหนึ่งเหลืออยู่ร่วงตกลงพื้นไป หัวใจทำงานแปลกไปราวกับลืมจังหวะการเต้นแบบปกติ ยิ่งฝ่ามือของอีกคนขยับมาประคองกรอบหน้าของฉันไว้ ยิ่งทำให้สติที่มีแทบจะหลุดลอยเลยล่ะ

ไม่นานนักแมตต์ก็ผละจูบออกไปเว้นช่วงให้ฉันหายใจแป๊บหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าคมคายนั้นจะขยับเอียงอีกนิดแล้วตามด้วยทาบริมฝีปากเข้ามาด้วยความรวดเร็วเหมือนกลัวว่าฉันจะวิ่งหนีไป

ให้ตายเถอะ

คืนนี้ฉันคงหลับไม่ลงอีกแล้ว…

“อึก”

ตุ้บๆ!

ในที่สุดความเคลิบเคลิ้มปนทรมานของฉันก็ถึงขีดจำกัด เมื่อร่างกายเรียกร้องอากาศหายใจหนักข้อขึ้น ฉันจำต้องทุบกำปั้นเข้าไปที่อกแข็งของคนตรงหน้าเพื่อส่งสัญญาณให้หยุด

แมตต์คงทนเห็นฉันประท้วงไม่ไหวเลยยอมถอนจูบออกไปจนได้ แต่ก็ยังไม่วายทิ้งจังหวะอ้อยอิ่งพร้อมแววตาน่าสงสารเหมือนยังไม่พอใจกับสิ่งที่ได้รับ  

“ไอ้แมตต์! นี่แกชักจะเอาใหญ่แล้วนะ” ฉันขยับถอยหลังมาก้าวหนึ่งแล้วถลึงตาจ้องคนเอาแต่ใจด้วยความฉุนเล็กๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีความรู้สึกโกรธมันอยู่ดี เรียกว่าเคืองเฉยๆ คงได้แหละ

“ครั้งนี้เธอจะโกรธฉันไม่ได้นะ เพราะมันคือการลงโทษ :)”

“ไอ้…!” จนแล้วจนรอดฉันก็ได้แต่กัดริมฝีปากล่างของตัวเองอย่างไม่รู้จะต่อว่าคนตรงหน้ายังไงให้สาสมกับความเหิมเกริมของมัน

“ถือว่าฉันได้กินแซนด์วิชที่เธอให้ตอนแรกก็ได้ หายกันแล้วนะ”

มันพูดทั้งที่รอยยิ้มกรุ้มกริ่มยังไม่จางไปจากใบหน้า ก่อนจะก้มลงเก็บของที่ตกพื้นขึ้นมาแล้วเดินไปโยนใส่ถังขยะซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไร ฉันได้แต่หันมองตามอีกฝ่ายไปด้วยความเจ็บใจ กระทั่งมันหันกลับมาสบตากันจากตำแหน่งที่ยืนอยู่นั้น

“จ้องฉันทำไม”

ยังอีก…ยังทำเป็นไม่รู้ตัว!

“ถ้าฉันท้องขึ้นมาเธอรับผิดชอบไหวเหรอ”

“ยังจะมาตลกอีกนะ” ฉันล่ะอยากจะจับมันมาเขย่าตัวให้หัวสั่นหัวคลอนแล้วบีบคอมันตามหลังเสียจริงๆ เลย เฮอะ

“ฮ่าๆ ๆ ฉันไม่เป็นไรแล้ว เธอไม่ต้องห่วง กลับไปพักผ่อนเถอะ”

“แกไม่เป็นแต่ฉันเป็นไง”

แมตต์อมยิ้มแล้วแนะนำว่า “งั้นถ้าเธอยังรู้สึกค้างคา จะค้างคืนที่นี่ก็ได้นะ ฉันยินดี :)”


 

 

 

- TO BE CONTINUED -

 

Animated GIF

 

เป็นพระเอกอีกคนของมายที่สกินชิปเก่งแบบ ฟหกดเ้่าสวง!!!
เมี่ยงจำไว้ อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจแมตต์
เธอรู้ทันมัน แต่เธอตามมันไม่ทันหรอก 5555555555555555555

 

ฝากติดตามกันต่อด้วยนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่า
เจอคำผิดหรือประโยคแปลกๆ ตรงไหนบอกได้เลยนะ
คอมเมนต์เป็นฟีดแบ็กให้เค้าหน่อยโด้ยย
อย่าให้เค้าเงียบเหงาเลยย ขอบคุณค่าาา <3

 

แอบขายของ

ตอนนี้เปิดพรีฯ หนังสือเรื่องนี้เรียบร้อยแล้วนะคะ มีเวลาพรีฯ ถึง 6 ธันวา 62
เข้าไปสั่งซื้อได้ที่ www.chermada.com หรือ inbox เพจ CHERMADA
ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนเลยค่า~

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

217 ความคิดเห็น

  1. #207 Netnapa Pluemjit (@pa_nuch) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 11:18

    5555555เริ่มสงสารเมี่ยง

    #207
    0
  2. #205 SuthidaSukkon (@SuthidaSukkon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 15:34
    ร้ายจังอะแมตต์ -////-
    #205
    0
  3. #195 Abyun (@byun_am) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 22:44
    แมตต์ร้ายยยนะมะกี้ยังจะร้องไห้อยู่เลยยย
    #195
    1
    • #195-1 CHERMADA (@Blackberrymind) (จากตอนที่ 14)
      5 พฤศจิกายน 2562 / 06:08
      แมตต์เจ้าบทบาท 5555
      #195-1
  4. #194 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 19:56
    5555555 ร้ายมาก
    #194
    1
    • #194-1 CHERMADA (@Blackberrymind) (จากตอนที่ 14)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 20:04
      อย่าไว้จายยยยยย
      #194-1
  5. #193 lilin852 (@lin_lin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 17:40
    อีแมตต์นี่มันร้ายมากอ่ะ นังเจ้าเล่ห์!!
    #193
    1
    • #193-1 CHERMADA (@Blackberrymind) (จากตอนที่ 14)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 17:46
      มากๆๆ สมบทบาท XD
      #193-1
  6. #192 tannVV (@tannVV) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 16:58
    รอออออออ
    #192
    1
    • #192-1 CHERMADA (@Blackberrymind) (จากตอนที่ 14)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 16:59
      ขอบคุณค่าา <3
      #192-1
  7. #191 _darinn_ (@jsjsjshh63) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 15:33
    กลัวไม่จบแบบแค่นอนเฉยๆน่ะสิ ร้ายอะ ร้ายมากกๆๆๆๆๆๆ
    #191
    1
    • #191-1 CHERMADA (@Blackberrymind) (จากตอนที่ 14)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 15:54
      บับไว้ใจไม่ได้เลยยยยยยยยยยย XD
      #191-1