[ SHINEE FIC ] Bad Boy : HM & MK

ตอนที่ 71 : Chapter 60

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 567
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.พ. 57

Chapter 60

 

 

 

ตั้งแต่เรียนจบไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับแทมินอีกครั้ง

           

จะว่าไปนี่ก็ผ่านมา 2 ปีกว่าแล้วสินะ...

 

“แทมินดูสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนตั้งเยอะ จะสูงกว่าพี่แล้วรึเปล่า” อนยูเอ่ยทักทายออกไป และไม่ลืมสังเกตใบหน้าของแทมิน ใบหน้าน่ารักนั้นยังคงมีเคล้าทรงน่ารักแบบผู้หญิงเหมือนเดิมไม่มีผิด

“ผมคิดถึงพี่จงฮยอน” เสียงเศร้าสร้อยนั่นเอ่ยออกมา อนยูเองก็อดใจหายกับคำพูดของคนอายุน้อยกว่าไม่ได้ ใบหน้าของแทมินที่เต็มไปด้วยน้ำตาที่สนามบินแม้จะผ่านไปนานขนาดนี้ เขายังรู้สึกว่ามันชัดเจนอยู่เลย

“พี่เองก็คิดถึงมันเหมือนกัน”

“เมื่อไหร่หรอครับ เมื่อไหร่พี่จง...พี่จงฮยอนจะกลับมา” อนยูมองดวงตาแดงก่ำของแทมินที่ดูเหมือนจะหลั่งน้ำตาลงมาอีกครั้ง

“พี่เองก็ไม่รู้ แต่นี่ก็นานมากแล้วนะ”

“ฮะ นานมาก นานมากจริงๆ นานจนไม่รู้ว่าผมจะทนรอยังไง”

“จงฮยอนไม่ได้ขอให้แทมินอดทนรอมันหรอกนะ ถ้าแทมินเหนื่อยเกินไป ไม่ต้องฝืนก็ได้”

“ผมไม่ได้อยากฝืนนะฮะ แต่ว่า ผมรักใครไม่ได้แล้วจริงๆ”

“จงฮยอนมันคงอยากได้ยินคำนี้มากแน่ๆ”

“ถ้าอยากได้ยินจริงคงไม่ทิ้งผมไปนานขนาดนี้หรอกฮะ”

“อย่าพูดแบบนั้นสิ แล้วก็รีบกินเนื้อนี่ก่อนเดี๋ยวเย็นชืดแล้วจะเสียรส”

“วันนี้ผมดีใจมากเลยนะฮะที่เจอพี่อนยู”

“จริงๆ ถ้าเราอยากเจอพี่จะโทรหากันเมื่อไหร่ก็ได้นะ”

“ถ้าให้บอกตามตรง ผมก็ไม่อยากเจอพี่อนยูมากเท่าไหร่หรอก มันทำให้ผมคิดถึงพี่จงฮยอน”

“พี่เองก็เข้าใจ พี่เห็นเราพี่ก็เหมือนได้เห็นจงฮยอนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง”

“อาจจะกำลังมีความสุขกับสาวผมบรอนด์ก็ได้นะฮะ”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นคนทางนี้คงเสียใจแย่”

“หึ พี่อนยู พี่ว่า...พี่จงฮยอนจะกลับมามั้ย”

“แล้วแทมินเชื่อใจจงฮยอนมั้ยล่ะ”

“ผมรู้ว่าพี่จงฮยอนจะกลับมา ต้องกลับมาหาผมอยู่แล้ว แต่แค่ไม่รู้ว่าจะต้องรออีกนานแค่ไหนเท่านั้นเอง”

 

มื้ออาหารในเวลาเย็นนั้นดำเนินไปอย่างราบเรียบและใช้เวลาไม่นานมากนะ แทมินกับอนยูก็ต้องเอ่ยลากัน การที่ได้พบกับอนยูมันก็ช่วยย้ำบอกว่าที่ผ่านมา เรื่องของเขากับจงฮยอนนั้นไม่ใช่ความฝัน คำที่จงฮยอนเคยบอกว่ารัก ก็เหมือนจะดังก้องขึ้นมาในใจอีกครั้ง

 

จงอินมองแผ่นหลังบางของคนที่ตัวเองเผลอเดินตามมาตั้งแต่ก่อนเข้าไปยังร้านอาหาร จนตอนนี้มาหยุดอยู่ยังหน้าผับชื่อดัง อดห่วงไม่ได้ตั้งแต่ที่เห็นคนตัวเล็กโผเข้ากอดผู้ชายผิวขาวแล้วร้องไห้งอแงจนดูเหมือนเด็กไม่มีผิด

 

ดูเหมือนวันนี้แทมินจะมีเรื่องไม่สบายใจอยู่มากจริงๆ

 

“ตัดสินใจได้รึยังฮะว่าจะเข้าไป หรือไม่เข้าไปดี” แทมินหันไปตามเสียงพูดที่มาจากคนข้างตัว พอเห็นว่าเป็นใครตากลมนั้นก็เบิกกว้างออกมาด้วยความตกใจ

“นายมาอยู่ตรงนี้ได้ไง”

“ผมว่าเข้าไปดีกว่า ถ้าพี่เมาเดี๋ยวผมพากลับเอง”

“เดี๋ยวสิจงอิน” ไม่ทันได้พูดไปมากกว่านี้ มือที่ใหญ่กว่าก็ดึงเอาร่างบางเข้าไปทางด้านใน

แสงไฟหลากสีที่สาดกระทบเข้ามาทำเอานึกถึงครั้งสุดท้ายที่มาที่แบบนี้ไม่ได้ เขามากับจงฮยอน

“นั่งสิฮะพี่แทมิน”

“อืม”

“ทำไมพี่ถึงได้ยืนอยู่หน้าร้านนี่ล่ะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน”

 

ไม่รู้ว่าอยากจะดื่มของมึนเมาให้หลงลืมความรู้สึกคิดถึงที่มากมายให้หยุดลงสักช่วงเวลาหนึ่ง หรือเพราะคิดถึงใครบางคนที่เคยลั่นวาจาออกมาว่าชอบสถานที่อโคจรแบบนี้กันแน่

 

“สีหน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลย” จงอินเอ่ยทักออกไป ตาเองก็สำรวจใบหน้าซีดเซียวไม่ต่างจากคนป่วย

“พี่ไม่ได้เป็นอะไรหรอก”

“ผมว่าเราก็สนิทกันมากพอจะคุยความลับต่อกันได้นะ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเชิงเย้าแหย่ ยิ่งใบหน้าคมนั้นยิ้มกว้างด้วยแล้ว ก็ทำเอาแทมินอดจะขำไม่ได้

“ฮ่าๆ นายกำลังหลอกล่อพี่อยู่นะจงอิน”

“งั้นผมเล่าความลับของผมให้ฟังก็ได้นะ”

“น่าสนใจแค่ไหนกันนะ” คิ้วเรียวนั้นเลิกขึ้นสูง ดวงตากลมใสเองก็สบเข้ากับดวงตาคมโต

“จริงๆ ผมอยากเป็นนักเต้นมืออาชีพ”

“อืมม นายชอบเต้นงั้นหรอ”

“ผมทำได้ดีกว่าตอนเป็นโมเดลซะอีก” น้ำเสียงมั่นใจนั้นยืนยันออกมาในสิ่งที่เพิ่งบอกกล่าวออกไป แทมินยิ้มแล้วก็บอกความชอบของตัวเองที่ไม่ต่างจากจงอิน

“งั้นหรอ พี่เองก็ชอบเต้นนะ”

“อะไรกัน เรามีความสนใจแบบเดียวกันงั้นหรอ” จงอินแสดงสีหน้าตกใจออกมาเมื่อรู้ว่าคนตัวเล็กตรงหน้านั้นก็ชอบเต้นเหมือนกัน

            “แล้วเดี๋ยวพี่จะเก็บเป็นความลับให้ล่ะกันว่า มีนายแบบที่มั่นใจในการเต้นขนาดที่คิดว่าทำได้ดีกว่าการถ่ายแบบนั้นแพ้พี่”

“ดูถูกกันนี่นา หมดแก้วนี่แบทเทิ้ลกันหน่อยมั้ย” รับไม่ได้กับการโดนคนตัวเล็กกว่าดูถูก จึงเอ่ยท้าดวลออกไป ใบหน้าคมนั้นยกยิ้มเจ้าเล่ห์ หากแต่แทมินยิ้มขำออกมากับความมั่นใจในฝีมือตัวเอง

“ถ้านายแพ้ล่ะ”

“ผมว่าพี่จะแพ้มากกว่า”

 

ทันทีที่น้ำสีอำพันนั้นหมดจากแก้ว จงอินก็ลากคนตัวผอมไปยังกลางฟลอร์ แทมินนั้นยิ้มเขินอายภายใต้แสงไฟหลากสี ก่อนจะยกยิ้มยังมุมปากออกมาเมื่อคนอายุน้อยกว่านั้นยักคิ้วเป็นการท้าทาย

มันไม่ใช่การแข่งขัน แต่ดูเหมือนระบายความอึดอัดออกมาจากท่วงท่าลีลาที่สอดคล้องไปกับเสียงเพลงเสียมากกว่า ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สปอร์ตไลท์นั้นส่องมาที่แทมินกับจงอิน ผู้คนที่ถอยออกห่างจนล้อมกรอบเป็นวงกลมพร้อมส่งเสียงเชียร์ เขากับจงอินไม่ได้สนสิ่งรอบกาย แต่กำลังแปลกใจไลน์เต้นของกันและกันที่คล้ายคลึง  จนทั้งคู่ต่างหัวเราะขำออกมา จังหวะการเคลื่อนไหวนั้นหยุดลงเมื่อเพลงนั้นจบ ทั้ง  จงอินและแทมินโค้งให้ผู้คนรอบด้านที่ตบมือให้ ก่อนจะจูงมือกันกลับมาที่โต๊ะตามเดิม

 

“โอเค ผมยอมรับว่าพี่เต้นเก่ง แต่พี่ก็ไม่ใช่ว่าจะชนะผมนะ”

“ยกนี้เสมอก็ได้” แทมินยิ้มขำออกมา จงอินเองก็หัวเราะเบาก่อนจะรินเอาแอลกอฮอล์ลงแก้วผสมกับโซดาส่งให้คนอายุมากกว่า การสนทนานั้นดำเนินไปเรื่อยๆ ของมึนเมาเองก็หมดไปตามๆ กัน แก้วแล้วแก้วเล่าจนคนตัวบางนั้นแทบจะนั่งให้ตัวตรงๆ ไม่ไหว น้ำเสียงเองก็เริ่มฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบางตามสติที่เริ่มหายไป

           

            “ผมว่าพี่ดื่มไม่ไหวแล้วนะ พอก่อนดีกว่า”

            “อืมมมม ไม่เมาซะหน่อย”

            “หน้าแดง ปากแดงแบบนี้ ผมไม่ให้พี่ดื่มแล้วนะ”

            “ทำไม ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ”

            “ผมก็นั่งอยู่ตรงนี้กับพี่ตั้งแต่เข้ามาในร้านแล้วนะ ผมบอกแล้วไงว่าพี่เมาแล้วก็ไม่เชื่อ”

“พี่จงฮยอน พี่กลับมาแล้วหรอฮะ”

“พี่จงฮยอน ผมไม่ได้ชื่อจงฮยอนนะ” จงอินทวนชื่อที่อีกฝ่ายพูด พร้อมกับปฏิเสธออกไป

“ต่อให้อีก 10 ปี ผมก็จำพี่ได้นะฮะ ฮึก อย่ามาใจร้ายกับผมนะ คนใจร้าย  ฮือออ พี่มันคนใจร้าย”

“เมาใหญ่แล้วนะแทมิน กลับบ้านกันดีกว่า”

“อย่าหายไปอีกนะ อย่าหายไปเลยนะ ผมขอร้อง” จงอินได้แต่ทำอะไรไม่ถูกเมื่อใบหน้าน่ารักนั่นเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เสียงร้องงอแงเหมือนเด็กนั่นยิ่งทำให้   ลนลานเข้าไปใหญ่

“แทมิน อย่าร้องไห้สิ คนมองใหญ่แล้ว”

“อยู่กับผมนะครับ อย่าไปไหน ฮึก อย่าไปนะ” เสียงสะอึกสะอื้นนั้นทำให้   จงอินรั้งคนอายุมากกว่าเข้ามาโอบกอด ใบหน้าหวานนั้นซุกลงยังไหล่กว้าง แขนเรียวเองก็ตวัดโอบลำตัวหนาไว้แน่น เพราะกลัวว่าคนตรงหน้านั่นจะหนีหายไปอีก

 

ไม่รู้ว่ากว่าจะปลอบแทมินให้หยุดร้องไห้นั้นกินเวลาไปนานเท่าไหร่ เอ่ยเรียกตอนที่อีกคนนิ่งเงียบไปได้สักพักถึงได้รู้ว่าหลับไปแล้ว

“พี่จงฮยอนอะไรนี่ คงจะใจร้ายกับพี่น่าดูเลย”

 

ร้ายจนที่ว่าตัวเองหายไปนานขนาดนี้

แต่แทมินก็ยังไม่ยอมให้ใครเข้ามาแทนที่ได้

 

*****

 

“ทำไมสภาพถึงได้เป็นแบบนี้ล่ะ” เอ่ยถามเจ้าของผิวเข้มที่คุ้นหน้าคุ้นตา เพราะเคยมาส่งแทมินบ่อยๆ แถมเดี๋ยวนี้ก็เริ่มได้เห็นหน้าค่าตาตามนิตยสาร

“เมานิดหน่อยน่ะครับ แล้วก็ร้องไห้ไม่ยอมหยุดเลย”

“พากันไปกินเหล้ามาหรอจงอิน” เจสสิก้าเอ่ยถาม จริงๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฟุ้งอยู่บนตัวแทมินกับจงอินก็ฟ้องได้อยู่แล้วว่าสองคนนี้ไปไหนกันมา

“พี่เจส” เสียงที่ฟังดูเหมือนคนไม่มีสตินั้นเอ่ยเรียกหญิงสาว เจ้าของชื่อส่ายหน้าระอาก่อนจะรับตัวของแทมินเข้ามาประคองไว้เสียเอง

“เมามากนะเราน่ะ”

“ผมเปล่าเมา พี่เจสๆ ผม ผมเห็นพี่จงฮยอน” ได้ยินคำบอกกล่าวจากน้องชายก็อดจะถอนหายใจไม่ได้

            “ไม่ไหวเลยนะแทมิน”

“แทมินพูดถึงคนชื่อจงฮยอนไม่หยุดเลย” จงอินเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มฝืนๆ ออกมา เจสสิก้าเองก็พยักหน้ารับเชิงเข้าใจ

“ยังไงก็ขอบคุณจงอินมากนะที่พามาส่ง เดี๋ยวพี่พาแทมินเข้าบ้านเอง”

 

กว่าจะประคองมาถึงโซฟาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวเจสสิก้าเองก็ผู้หญิงตัวเล็กๆ ถึงแทมินจะผอมบางเขาก็ต้องใช้แรงมากอยู่ดี

“พี่จงฮยอนเขาหายไปอีกแล้ว ผมฝันหรอฮะ” คนที่อยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นนั้นเอ่ยถามออกมา

“นายเมาต่างหาก เดี๋ยวนอนที่โซฟานี่แหละ พี่จะไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้”

“หนีกันไปอีกแล้ว” เสียงคล้อยหลังบางเบานั้นทำเอาเขาอดสงสารแทมินไม่ได้

“จงฮยอนนะจงฮยอน แกรู้บ้างมั้ยว่าทำให้แทมินเป็นแบบนี้กี่ครั้งแล้ว กลับมาเมื่อไหร่จะว่าให้ไม่เหลือความเป็นคนเลย ไอผู้ชายใจร้าย แทมินไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้นนะ มาทำให้น้องชายชั้นร้องไห้บ่อยๆ แบบนี้ได้ไง ถ้าแทมินเอ่ยปากว่าอยากลืมนายเมื่อไหร่นะ ชั้นจะยัดเยียดให้คนอื่นไวๆ เลยคอยดู มีอย่างที่ไหนเอาแฟนตัวเองมาฝากให้คนอื่นช่วยดูแลแบบนี้”

 

*****

 

กลางปีที่อากาศเริ่มอบอุ่น คีย์ได้มีร้านเบเกอรี่ตามฝันของตัวเอง ถึงแม้จะดูขัดใจมินโฮอยู่บ้าง แต่เมื่อทั้งคุณพ่อและคุณแม่เห็นว่าดี คนเป็นลูกชายก็เลยไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ แถมที่สำคัญที่สุดคงเป็นความดีใจของคีย์ที่ฉายชัดอยู่เต็มใบหน้า ทั้งพ่อและแม่ของมินโฮจึงสนับสนุนทุกอย่างให้เต็มที่

ร้านถูกตั้งขึ้นยังฝั่งตรงข้ามกับมหาลัยที่เคยอยู่ และใกล้กับโรงเรียนของเด็กมัธยมนั้นถือเป็นทำเลทองในการค้าของกินน่ารักๆ แบบนี้ ทั้งที่ควรจะมีแต่เด็ก        วัยเรียนเข้ามานั่งที่ร้านในช่วงเวลาเลิกเรียน หรือพักกลางวันของเด็กมหาลัย          แต่กลายเป็นว่าคีย์ได้ลูกค้าในวัยพี่สาวจากออฟฟิซได้เยอะพอดู สงสัยคงเพราะมีนายแบบดังที่ชอบแวะมาที่ร้านบ่อยๆ

“มาเวลาที่เด็กมัธยมเลิกเรียนแบบนี้ มาอ่อยเด็กแน่ๆ” ดงโฮที่นั่งอยู่ในร้านก่อนแล้วเอ่ยแซวเจ้าของร่างสูงผิวแทนที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน

“ฮ่าๆ พี่ก็ชอบว่าผมอยู่เรื่อยเลย ผมไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อยนะ” จงอินตอบก่อนจะนั่งลงและเรียกพนักงานเพื่อมารับออเดอร์

“อ้าว จงอินวันนี้เลิกเรียนไวจัง”

“จริงๆ อาจารย์เขางดเซคน่ะ เลยได้มีเวลามาหาของอร่อยๆ ร้านพี่คีย์กิน”

“แล้วนี่เราสั่งอะไรหรือยัง”

“สั่งแล้วครับ เออ ว่าแต่พี่คีย์รับเด็กมอต้นมาทำงานที่ร้านด้วยหรอ”

“เด็กมอต้น ใครกันหรอ” คีย์ถามกลับอย่างงงๆ เพราะเขามั่นใจว่าในร้านไม่ได้มีเด็กอายุน้อยทำงานอยู่

“นั่งไงมาพอดีเลย” จงอินพยักพเยิดหน้าไปยังพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่ร้าน คีย์มองตามก่อนจะอธิบายให้จงอินเข้าใจ

“ไม่ใช่เด็กมอต้นนะจงอิน คยองซูเขาอยู่ปี 2 รุ่นเดียวกับจงอิน ไม่เคยเจอกันที่มอหรอ”

“นายคนนี้ว่าผมเป็นเด็กมอต้นหรอพี่คีย์” คนโดนพูดถูกตีหน้าไม่พอใจ พร้อมกับจ้องคนที่ว่าเป็นเด็กมอต้นด้วยดวงตานิ่งเรียบ

“จงอินเขาเข้าใจผิดนิดหน่อยน่ะคยองซู” คีย์อธิบายให้คยองซูเข้าใจ ทีแรกคนโดนว่าก็ทำทีจะรับฟัง แต่พอได้ยินคำพูดจากคนๆ เดิมนั้นเอ่ยย้ำเข้าก็เดินหนีทันที ยังไงก็คงดีกว่าทะเลาะกับลูกค้า แถมเป็นคนสนิทกับเจ้าของร้านด้วย

“ทั้งหน้าทั้งส่วนสูงจะไม่ให้เข้าใจผิดได้ไงล่ะ อ้าวไปซะแล้ว”

“ก็เราไปพูดแบบนั้นได้ไง เดี๋ยวพี่ไปดูคยองซูก่อนนะ ถ้าดงโฮกับจงอินอยากได้อะไรเพิ่มก็เรียกพนักงานมารับออเดอร์นะ” เห็นสีหน้าไม่พอใจของคยองซูก็อดเป็นห่วงไม่ได้คีย์เลยเลือกจะตามไปยังหลังร้าน

“พี่ดงโฮดูจะมาที่นี่บ่อยกว่าผมซะอีก”

“ก็มันใกล้มอนี่นา เดี๋ยวพอเรียนจบก็คงไม่ได้มาแล้ว เลยต้องขยันๆ มากินของอร่อยให้คุ้มก่อน”

“แล้วนี่พี่แทมินไม่มาด้วยหรอครับ”

“ติดธุระอยู่ที่ชมรมการแสดงน่ะ”

“ไปทำอะไรที่ชมรมการแสดงหรอครับ” ถามออกไปด้วยความสงสัย

“ก็คงโดนขอให้ไปเล่นเปียโนให้แหละมั้ง แทมินเขาเก่งเปียโนน่ะ ปีก่อนก็ถูกดึงตัวให้ไปช่วยเหมือนกัน”

“แล้วเขาเปิดให้คนนอกไปดูหรือเปล่าฮะ”

“แน่นอน พวกพี่ก็เข้าไปดูทุกปีแหละ ถ้าเราอยากไปก็ซื้อบัตรชมรมการแสดงเข้าไปดู” เห็นตาที่เป็นประกายด้วยความสนใจ ดงโฮเลยบอกวิธีเข้าดูการแสดงให้

“เพื่อนพี่ก็แสดงด้วยไม่มีบัตรฟรีให้ผมบ้างหรอ”

“อย่างกไปหน่อยเลยจงอิน”

“อ้าว พี่แทมินมาตั้งแต่เมื่อไหร่” เสียงใสที่เอ่ยขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้   จงอินต้องหันกลับไปมอง

“มาตอนนายอยากได้บัตรฟรีนั้นแหละ คนขี้งก” แทมินแกล้งว่าเสียงแข็งก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างดงโฮ

“ฮ่าๆ เปล่าซะหน่อย ผมยอมซื้อ 10 ใบเลยก็ได้ นี่พูดจริงนะ”

“โอ้วววว 10 ใบนี่ได้กี่แต้มแทมิน” ดงโฮนั้นเอ่ยแซวออกมาเหมือนทุกครั้ง  แต่ทว่าครั้งนี้จงอินกลับส่ายหน้าปฏิเสธออกมา

“ผมเปล่าเรียกแต้มสักหน่อย”

“ให้จริงเถอะ”

“ผมวางมือในการจีบพี่แทมินจริงจังแล้วครับ”

“หืมมม ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ นี่พี่จะดีใจหรือเสียใจดี” แทมินยิ้มขำที่ได้ยินคนอายุน้อยกว่าพูดออกมาแบบนั้น ก่อนจะนิ่งไปเมื่อได้ยินคำอธิบายจากปากจงอิน

“ตั้งแต่รู้ว่าพี่รักคนที่ชื่อจงฮยอนมากแค่ไหน ผมก็ไม่รู้จะเข้าไปแทรกได้ยังไง อีกอย่างเรา 2 คน เหมือนกันจะตายไปคงเติมช่องว่างที่อีกคนขาดไม่ได้” เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเศร้าดีไม่เศร้าดีกับคำพูดที่เอ่ยออกจากปาก จริงๆ มันก็ได้เสียใจอะไรมากหรอกนะ เพราะที่ผ่านมาแทมินก็ปฏิเสธเขาชัดเจนมาโดยตลอดอยู่แล้ว เพียงแค่วันนั้นรู้ว่าเพราะสาเหตุมาจากอะไร 

“นายรู้ได้ยังไง” แทมินถามออกไป ใบหน้าเองก็เปลี่ยนสีไปจากเมื่อครู่

“ตอนที่พี่เมา เรื่องที่ค้างคาในใจก็ไหลมาหมดนั่นแหละครับ”

“พี่พูดให้นายได้ยินหรอ”

“พี่เห็นว่าผมเป็นเขาเสียด้วยซ้ำ” จงอินจ้องเข้าไปยังเจ้าของตากลมโต แทมินเองเลยจำต้องเบือนหน้าหนีแล้วนิ่งเงียบ

 “ชั้นเห็นว่านายดูสดใสมากขึ้น ก็นึกว่าดีขึ้นแล้วซะอีก ทำไมถึงได้เก็บความทุกข์ใจไว้แบบนี้ล่ะ” ดงโฮบีบไหล่ของแทมินพร้อมกับถามออกมา

“มันก็เป็นบางช่วงที่คิดถึงมากหน่อย อาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนที่พี่จะเจอกับนายที่หน้าผับนั่น คงเป็นเพราะพี่อนยู”

“ได้เจอกับพี่อนยูด้วยหรอ”

“บังเอิญเจอกันน่ะ พอได้คุยน้ำตาก็ไหลมาเฉยเลย” แทมินเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนั้นให้ดงโฮฟัง

“แล้วพี่อนยูเข้าว่าไงบ้างล่ะ”

“พี่จงฮยอนเขาไม่ได้ติดต่อใครเลย ไม่แม้แต่พี่อนยู”

“ไม่เป็นไรนะแทมิน ยังไงพี่จงฮยอนก็ต้องกลับมา” ดงโฮเอ่ยปลอบออกไปเหมือนเรื่องปกติ แทมินเองก็ได้แต่เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น

“แล้วถ้าไม่กลับมาล่ะ”

“ไอบ้าจงอิน ไอเด็กปากเสียนี่” เสียงเรียบนิ่งของจงอินที่โพล่งออกมานั้นทำให้ดงโฮต้องว่ากล่าว

“แฟนภาษาอะไรทิ้งคนรักไปนานขนาดนี้แถมไม่ติดต่อกลับมาอีก”

“ก็ถูกอย่างจงอินว่า ไม่รู้ตอนนี้เขายังให้พี่อยู่ในฐานะคนรักหรือเปล่า” แทมินตอบเสียงเบาออกไป ดงโฮเองก็ได้แต่ถลึงตาใส่คนปากไม่ดี

“ไม่เอาน่าอย่าคิดมากสิ จงอินก็พอเลย เดี๋ยวแทมินได้ร้องไห้พอดี”

“พี่แทมินก็ใจร้ายกับผมนะ อย่างน้อยบอกกันบ้างก็ดี ที่ผมโสดอยู่ทุกวันนี้เพราะพี่เลยนะ”

“ก็พี่บอกตั้งหลายครั้งแล้ว ว่าพี่รักใครไม่ได้ จงอินนั่นแหละไม่เข้าใจเอง” แทมินเถียงกลับออกไป จงอินเบ้หน้าใส่

“ก็ได้ๆ ผมมันผิด แต่ก็ดีแล้วแหละ ผมกับพี่คุยกันแบบนี้ดูสบายใจแล้วก็ยั่งยืนกว่ากันเยอะ แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าพี่จงฮยอนอะไรของพี่ไม่กลับมาพี่อีกแล้ว    จงอินคนนี้ไม่รับพี่เป็นแฟนนะครับ” จงอินเอ่ยออกมาเรียกใบหน้าไม่สู้ดีนั้นให้กลับมายกยิ้มอีกครั้ง

“ไอเด็กบ้า แต่ว่าถึงจะไม่จีบแล้ว ขนมอร่อยๆ ก็ยังเอามาฝากพี่ได้นะ”

“คนงกตัวจริงคือพี่นี่เอง”

“ฮ่าๆ เอาไว้พี่จะหาบัตรเข้าชมรมการแสดงฟรีให้เราแล้วกัน โอเคมั้ย”

“สัญญากับผมแล้วนะ”

“งกพอกันทั้งคู่แหละชั้นว่า” ได้ฟังบทสนทนาที่ทั้งสองคนชอบเถียงกันอยู่บ่อยๆ ดงโฮก็เลยอดจะสรุปให้ไม่ได้

 

 





------------PPLight-----------

เจอกันตอนหน้าหลังจากส่งหนังสือนะคะ ฮุเล่~
ขอบคุณสำหรับการติดตามจนมาถึงตอนนี้เน้ออออ -3-

สำหรับฉากไม่เหมาะสมที่ตัดทิ้งไปตามอ่านได้ในเฟบนะคะ 
 
ทักทายพูดคุยด้วยได้เช่นกันนะ  

6,666 ความคิดเห็น

  1. #6652 RK CYP (@rewko_cyp) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 20:44
    รีบๆกลับมานะเป็ด
    #6652
    0
  2. #6444 Lookkaew Love Moji (@lookkaew-moji) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:59
    คิดถึงเป็ดจงที่สุดเลย
    อยากให้ฮยอนมินกลับมาหวานเหมือนเดิมเร็วๆง่ะ
    #6444
    0
  3. #6425 Porn (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:05
    ไรเตอร์!!!!!!!!!!!



    หายไปนานมากกกกกกกกกอ่ะ



    กลับมาซะที



    #6425
    0
  4. #6423 TAO_OMC (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:02
    สงสารแทมอ่ะ เมื่อไหร่จงจะกลับมาสักทีนะ

    สองปีมันนานเกินไปแล้วนะ 😭😭

    เมื่อไหร่ฮยอนมิน จะมีความสุขสักทีเนาะ

    มินคีย์ก้อหวีดหวานไม่เกรงใจฮยอนมินเล้ย..

    สู้ๆนะกัฟไรเตอร์
    #6423
    0
  5. #6421 อิ อิ (@fds_513) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:41
    แทมินดราม่ามากกกกกกกกกกกกกกกก น่าสงสารนางอ่ะ
    จงอินเจอคยองซูไปเงิบมั้ยล่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    มินคีย์รักกันหวานชื่น ดีๆๆๆๆๆๆๆ รอจงแทม
     ไรเตอร์เราส่งเมล์หาแล้วก็ทวิตหาแล้วน้า
    #6421
    0
  6. #6420 zominho (@zominho) (จากตอนที่ 71)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 / 10:13
    ขอบคุณที่เห็นใจเอาฉากถูกตัดไปไว้ในทวิตให้
    วาบวึ้ง
    #6420
    0