The end of light

ตอนที่ 111 : อรุณรุ่งที่ 1 : พบหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

อรุณรุ่งที่ 1 : พบหน้า

สงครามระหว่างแสงสว่างและความมืดได้จบลงไป ทว่าเรื่องเล่ายังไม่จบแม้เหลือเพียงแสงสว่าง แต่ดาวฤกษ์จุดประกายบนฟากก็มิได้มีเพียงหนึ่งครานี้คงจะเป็นสงครามระหว่างแสงสว่างด้วยกันเอง

แม้ศึกใหญ่บนมหาวิหารแห่งการลาจากได้จบลงไปแต่การต่อสู้ของเฟนริลกับเทพดึกดำบรรพที่ลูซิเฟอน่าปล่อยออกมายังยังคงดำเนินอยู่

สตรีมไรโอไลท์! ไลท์ร้องลั่นพลางใช้ศิลาสายฟ้ากระจายพลังไปทั่วบริเวณ

กายาแห่งแสง! ไลท์เคลื่อนตัวพลางวาดดาบตัดปีกของเทพองก์หนึ่งดาบที่ทำจากแสงสีขาวเล่มยาวส่องสว่างไปทั่วสนามรบลอยฟ้า

โอ๊ะ โอ กึ่งเทพหน้าใหม่เสียงหนึ่งร้องพลางโยนโซ่ขนาดยักษ์รัดร่างไลท์เอาไว้

โซ่อันนี้ถูกตัดได้จากดาบแห่งศิลาเท่านั้นเทพดึกดำบรรพองก์นั้นเอ่ย พลางยกมือเตรียมสังหารไลท์ที่ไม่อาจขยับตัวได้อีกแต่ก่อนที่ลำแสงพิฆาตจะเข้าถึงตัว แสงสีขาวก็สว่างวาบขึ้นมา

ชั้นมาช่วยแล้วเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น ไลท์รู้สึกแปลกๆนิดหน่อยที่ได้ยินเสียงและร่างกายที่เหมือนตัวเองเป๊ะๆอยู่ตรงหน้า

เกือบไปแล้ว ขอบใจนะ เทียร์ไลท์ร้องขอบคุณ เทียร์ไม่ตอบกลับพลางใช้ดาบแสงแทงหน้าอกศัตรูก่อนที่มันจะสลายหายไปพร้อมกับโซ่ที่รัดไลท์เอาไว้

เละเทะขนาดนี้ เพราะยัยปีศาจนั่นคนเดียวเลยเทียร์ร้องอย่างเหนื่อยหน่าย พลางมองมหาวิหารแห่งทิวากาล บัลลังก์ที่เคยทรงอำนาจของพวกเทพที่ตอนนี้เต็มไปด้วยการปะทะกันอย่างรุนแรงของพวกเทพรุ่นหลังบวกกับราชวงศ์แห่งแสง ปะทะกับ เทพดึกดำบรรพที่หลุดออกมา

ดูเหมือนพวกนายจะแย่อยู่สินะซีเกลร้อง ทั้งสามยิ้มให้แก่กัน

พร้อมหน้ากันจริงๆครั้งแรกสินะ เสียงประสานดังขึ้น

แบบนี้จะแพ้ไม่ได้จริงไหม?”

เออ!”

สนามรบปั่นป่วนจนไม่รู้ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหนพวกเทพและเทพดึกดำบรรพมีพลังจากต้นกำเนิดเดียวกันทำให้แยกแยะออกจากกันได้ลำบากแต่เทพดึกดำบรรพมักจะดูแก่ ดุร้าย ตัวใหญ่และทรงพลังกว่า แลกมาด้วยความว่องไวที่เทพรุ่นหลังมีมากกว่า

ไลท์ระวังด้านหลัง เทียร์ร้องเตือน ตอนนั้นเองลำแสงขนาดยักษ์ก็พุ่งเข้าหาทั้งสามคน เทียร์ใช้พลังสร้างบาเรียร์ห่อหุ้มทุกคนเอาไว้ แต่โล่ก็แตกออกในทันที ซีเกลกำลังรับมือเทพอีกองก์จึงไม่สามารถหันมาหยุดลำแสงได้

ตูม!

แรงระเบิดจากลำแสงประสานของเทพดึกดำบรรพเล่นเอามหาวิหารแห่งทิวากาลอันงดงามสะเทือนราวกับแผ่นดินไหว

ดูเหมือนเราจะมีลูกชายเพิ่มอีกคนดวงตาสีใสยิ้ม ไลท์เงยหน้ามอง ด้วยความตกใจเพราะคิดว่าตนเองน่าจะตายไปแล้ว แต่เขากลับเห็นเทพที่มีปีกทั้งหกปรากฏอยู่กลางหลัง ผมสีขาวยาวประบ่า ใบหน้าเรียบเฉยแม้มีรอยยิ้มน้อยๆปรากฏออกมา

ท่านพ่อเทียร์ร้องขึ้นมา ส่วนไลท์ทำหน้าไม่ถูกนี่เป็นครั้งแรกที่เขากับเฟนริลได้เจอกัน

ครอบครัวพร้อมหน้าเลยสิ” GONSHO ร้องทัก ดูท่าทางเหมือนกำลังมาเดินเล่นมากกว่ารบ ทั้งๆที่สงครามกำลังทวีความรุนแรงขึ้น

รู้ได้ไงว่าเราอยู่นี่ปิเอโร่หัวเราะคิกๆพลางปรากฏตัวออกมาด้านหลังของไลท์

หมดเวลาเล่นแล้ว มาปิดบัญชีกันเถอะเทียร์ร้องเสียงจริงจัง ตอนนั้นเองทุกคนก็ใช้ไม้ตายออกมา เทพดึกดำบรรพกว่าครึ่งดับสูญจากคลื่นพลังขนาดใหญ่ในคราวเดียว ไลท์กับเทียร์พุ่งตามเก็บพวกนั้นทีละตัวๆ พวกมันกำลังล่าถอย ซีเกลเห็นดังนั่นก็ยิ่งบ้าคลั่ง ไล่ตามฆ่าพวกมันอย่างมันมือ สมัยก่อนในสงครามใหญ่ภายใต้ธงของโอดินพวกเทพดึกดำบรรพพวกนี้ได้ฆ่าพวกปีศาจพี่น้องของเขาเป็นจำนวนมากจนเป็นที่มาของความบาดหมางระหว่างเทพกับปีศาจในปัจจุบัน

ใครให้พวกแกหนีกลับกันล่ะซีเกลยิ้มพลางแทงทะลุร่างศัตรูไปอีกหนึ่งตัวร่างของมันสลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง ทว่ามีดเล่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่ท้องของซีเกล เฟนริลมองมันอย่างตกใจเพราะมีดเล่มนั้นคือมีดคำสาปสั่งตาย

โชคดีที่เกราะของข้าป้องกันคำสาปซีเกลหัวเราะ

พอก่อนเถอะ ไปไกลกว่านี้อันตรายเฟนริลร้องพลางมองระฆังที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวานขณะที่ศัตรูพากันล่าถอยกลับไป

เฟนริลลอยตัวขึ้นมองสหายร่วมรบ หลายๆคนเพิ่งจะได้เจอกันกันครั้งแรก

เหนื่อยหน่อยนะทุกคน จากนี้ต่อไปด้วยเฟนริลร้องหลังจากทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติ ก่อนที่ราชาแห่งเทพจะคืนสภาพมหาวิหารแห่งทิวาการกลับมาเป็นดังเดิมด้วยการกระดิกนิ้วจากนั้นจึงลอยตัวมากอดลูกชายทั้งสองคนก่อนมาจบที่ไลท์

ยินดีต้อนรับ สู่ครอบครัวอย่างเป็นทางการนะ สมาชิกใหม่ เฟนริลพูดพลางกอดไลท์เบาๆ ทันใดนั้นเองไลท์ก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งตัว มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยได้สัมผัส กอดของพ่อ และครอบครัว

เรามาช้าไปหรือ?”เสียงหนึ่งร้องเรียกสายตาของทุกคนหันไปมองรอยยิ้มที่ปรากฏบนท่าเท้าสะเอวของผู้มาเยือน

ควีน!”ทุกคนประสานเสียงอย่างดีใจในที่สุดก็ได้มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งถือเป็นอะไรที่ดีมากจริงๆ จนไลท์รู้สึกผิดแปลกไป เขามัวแต่จมอยู่กับความวุ่นวายจนลืมไปแล้วว่าความสุขนั้นเป็นยังไง

อย่างนี้ต้องฉลองฮ่าๆเทียร์หัวเราะ ในขณะที่ทุกคนส่ายหน้าเบาๆแต่ก็ยิ้มให้กัน

ไม่ได้เห็นเจ้าเทียร์อารมณ์ดีแบบนี้มานานแล้วซีเกลกระซิบกับไลท์ก่อนลอยตัวออกไปนั่งคุยกับแรพเตอร์

ควีนกับเทียร์แยกตัวออกไปเดินเล่นด้วยกัน ส่วนปิเอโร่กับGONSHO มีบางเรื่องต้องคุยกันประสาปู่กับหลาน เหลือเพียงไลท์ที่ยังคงนั่งอยู่ลานหน้าปราสาทอันงดงามนี้

ดวงตาสีขาวใสมองแสงออโรราจากทางซ้ายก่อนหันไปมองท้องฟ้าสดใส อีกด้านของสายตา ที่สุดปลายสายตาด้านใต้ของมหาวิหารแห่งทิวากาลคือทะเลสาบที่ถูกน้ำแข็งปกคลุมจนสามารถเดินไปไหนมาไหนได้

สถาปัตยกรรมของที่นี่มีความคล้ายคลึงกับปราสาทเฟนเรียทว่าที่นี่เป็นที่แรกที่ไลท์สามารถพูดได้เต็มปากว่ามันยิ่งใหญ่และอลังการกว่าที่เฟนเรียซะอีก

มาสิ พ่อจะพาเดินชมที่ต่างๆเฟนริลยิ้มเชื้อเชิญไลท์ที่ยังไม่ชินกับการแทนตัวเองว่าพ่อของอีกฝ่าย

ครับ

“…”

ในที่สุด ชั้นก็มาถึงนี่เสียงนี้ดังขึ้นในใจของไลท์ระหว่างก้าวเดินไปในมหาวิหาร เขาร้องไห้ออกมาเป็นน้ำตาที่เกิดจากความปลาบปลื้มดีใจ หัวใจพองโตจากความรักที่ทุกคนมอบให้ ในท้ายที่สุดหลังจากการต่อสู้แทบเป็นแทบตาย นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เฟรีน่าจากไปที่ไลท์ได้รู้สึกแบบนี้อีกครั้งนึง มันคือการมีที่ๆให้กลับไป การมีคนที่รัก มีครอบครัว มีบ้าน

ขออีกแค่อย่างเดียว ขอแค่เฟรีน่ากลับมา ชั้นก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วไลท์คิด เขาเดินตามเฟนริลไปตามสถานที่ต่างๆในมหาวิหาร ผ่านห้องโถงบัลลังก์ สวนพฤกษชาติ แต่ปลายทางที่เฟนริลตั้งใจพาไลท์นั้นคือฝาครอบของห้องผนึก

นี่คือร่างต้นสายของราชวงศ์แห่งแสง โอดินเฟนริลพายมือให้ไลท์เผยให้เห็นร่างกำยำภายใต้ชุดเกราะสีเงินทอง ที่ถูกผนึกอยู่ในครอบแก้วขนาดยักษ์ภายในมีรากต้นไม้รัดแน่นทับด้วยวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่ เหนือศีรษะมีอักษรเรืองแสงโบราณสลักเอาไว้ เป็นอักษรรูน ไลท์พอเข้าใจว่ามันคือตัวเลขบอกเวลาเวลาที่เหลืออยู่

อักษรพวกนี้กำลังนับถอยหลังการคลายของผนึก สิ่งนี้เพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อมหาวิหารแห่งทิวากาลถูกเปิดออกอีกครั้งเฟนริลอธิบายส่วนไลท์พยักหน้ารับ นี่เป็นสาเหตุที่เฟนริลต้องอยู่ที่นี่ตลอดมาและไม่สามารถออกไปที่อื่นได้เลย

เรามีเวลาเท่าไหร่?”

หนึ่งปี หลังจากนั้นสงครามปณิธานจะเริ่มต้น

อย่ากดดันตัวเองมากนัก ยังไงเราก็หลีกเลี่ยงสงครามปณิธานไม่ได้อยู่แล้วแต่คำพูดนี้ของเฟนริลทำให้ไลท์คิดอะไรบางอย่างออก

ความรักหัวใจของโลกใช้ความรักของผมที่มีต่อเฟรีน่าเป็นตาเดินเพื่อเลื่อนการมาถึงของสงครามปณิธานไลท์ร้องออกมาอย่างเจ็บแค้นในใจ ตอนนี้เขาปะติดปะต่อทุกอย่างได้แล้ว

ไม่ใช่แค่ลูกหรอก โกรวเองก็เช่นกัน ทั้ง GONSHO และ โกรวก็พยายามหนีชะตานั้นจน โกรวต้องสละชีวิต ใช้ปณิธานแห่งการเติบโต ผนึกโอดินในรูปแบบรากไม้อย่างที่เห็นนั่นแหละ

พวกเรา หนีชะตากรรมของโลกนี้ไม่ได้จริงๆหรือ?”ไลท์ร้อง เขาคิดว่าในนามของปณิธานแห่งปัญญาน่าจะมีทางออกที่ดีกว่าความหวังลมๆแล้งๆอย่างเขา

เหตุการณ์แค่ดำเนินไป โลกกำหนดแค่ภาพรวม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะหมากบนกระดานเคลื่อนไหวจนทุกอย่างปั่นป่วน จริงๆแล้วทุกชีวิตก็มีเจตจำนงของตัวเองนั่นแหละ เพียงแต่เจตจำนงของโลกมีพลังมากพอที่จะดึงทุกชีวิตให้เดินตามที่ตนต้องการได้

ก่อนจะจบเรื่องนี้..มาทำสิ่งที่ลูกต้องการกันเถอะ หยิบผลึกจากสัตว์วิเศษทั้งสี่ออกมาสิเฟนริลร้องพลางเสกแท่นเวทย์มนตร์ขึ้นมาสามแท่น ไลท์ยิ้มกว้างพลางเรียกเฟเนซิสม์ออกมาเพื่อขอเจตจำนงแห่งไฟ

ลมหายใจวาโย น้ำตาวารี หัวใจปฐพี และ เจตจำนงแห่งไฟไลท์วางวัตถุดิบลงบนแท่นเวทย์มนตร์ที่หนึ่งก่อนจะเดินหน้าไปยังแท่นที่สอง

ส่วนนี่เศษหิน perfect material และ เศษจากดาบไลท์ซอร์ด

และสุดท้าย ลูกแก้วดวงใจวิญญาของเฟรีน่าไลท์วางวิญญาณของเฟรีน่าลงอย่างทะนุทนอมก่อนค่อยๆถอยออกมาอย่างสงบ

ขอบใจนะมาคัสสำหรับทุกอย่าง

ตอนนั้นเองทุกคนเดินเข้ามาล้อมวงกันข้างใน แถมมีคนที่ไลท์ไม่คุ้นหน้าอยู่สองสามคน

นี่คือช่างตีดาบที่เก่งที่สุดบนโลกนี้ตอนนี้ ทุกคนมาที่นี่เพื่อทำพิธีสร้างอาวุธเทพให้กับนาย”GONSHOร้องบอกในกลุ่มคนพวกนั้นมีบามาสพ่อของมาคัสสีหน้าของเขายังคงหดหู่จากการสูญเสียลูกชายคนเดียวไป อีกคนไลท์ไม่เจอกับเขาคนนี้มานานแล้วนั่นก็คือช่างตีดาบโลหิตจากดาร์คแลนด์คนที่อาซาเอลเคยพยายามจะพาไลท์ไปขายซึ่งเธอก็ยังดูเพ้อๆเช่นเคย นอกจากนั้นยังมีช่างตีดาบมือหนึ่งจากโลกปีศาจซึ่งเป็นคนเดียวกันกับที่ตีดาบให้ซีเกล และยังมีอีกสองคนจากเผ่าเอลฟ์และทวีปสีเงิน

เปลวไฟสีฟ้าส่องสว่าง บนแท่นทั้งสาม สายลมหมุนวนในห้องอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเฟนริลส่องแสงสว่างเรืองรอง พลางร่ายเวทมนตร์คืนชีพสรรพสัตว์

เศษไลท์ซอร์ดของไลท์ค่อยๆลอยขึ้นผสานเป็นเนื้อเดียวกัน ตอนนั้นเองที่ช่างตีดาบทุกคนพร้อมใจกันร้องบทสวดบางอย่างก่อนใช้ค้อนพลัดกันทุบดาบจนเกิดเสียงดังลั่นอยู่นานสองนาน เสี่ยงร่ายเวทย์ยังคงดำเนินต่อไป วงแหวนเวทย์แผ่ขยายเป็นชั้นๆ ตอนนั้นเองปิเอโร่ก็เปิดมิติอุ้มร่างของเฟรีน่าที่ถูกเก็บไว้ในโลงศพเดียวกันกับเฟรย่าออกมา

ราชาตัวตลกค่อยๆว่างร่างของเฟรีน่าอย่างเบามือไลท์มองร่างของเฟรีน่าด้วยความคะนึงหา ร่างนั้นยังคงสภาพสมบูรณ์

เวทย์ชำระล้าง…the pure”ปิเอโร่ร่ายเวทย์สั้นๆหยดน้ำตกลงบนตัวเฟรีน่าก่อนค่อยๆซึมเข้าไปในร่าง ร่างของเฟรีน่าดูสดชื่นขึ้นราวกับมีชีวิต ริมฝีปากซีดเปลี่ยนสีชมพูอวบอิ่ม ผิวหนังกลับกลายเป็นสดใส ทว่าจิตวิญญาณยังคงไม่กลับมา ตอนนี้เธอยังเป็นแค่ร่างเปล่าๆเท่านั้น

เหล่าเทพดั้งเดิมที่ยังเหลืออยู่ค่อยๆปรากฏตัว ทว่าคนที่ดึงความสนใจของไลท์ไปคือเทพรุ่นใหม่ที่ตามเทพกลุ่มนั้นมา รีเซีย คิล ไอซ์ คาเอล และ อิดาเนีย เพื่อนร่วมเป็นร่วมตายกันมานานของไลท์ อาซาเอลและมิวเองก็อยู่ที่นี่ด้วยจากคำเชิญของปิเอโร่ ทุกคนกำลังท่องคาถาบางอย่าง

เวทย์บทนี้เป็นเวทย์มนตร์ที่สง่างามที่สุดที่ไลท์เคยเห็นอย่างไม่ต้องสงสัย  เส้นลายของวงแหวนเวทย์ค่อยๆไหลเข้าไปในร่างของเฟรีน่า ราวกับโซ่ที่เชื่อมต่อพลังชีวิตเข้าด้วยกันกับ perfect material ตอนนั้นเองที่ไลท์สัมผัสพลังวิญญาณมหาศาลจากร่างของเฟรีน่าได้เป็นครั้งแรก

วิญญาณหลงทาง ดาราที่ดับสูญ จงคืนสู่ห้วงขณะแห่งชีวิต!”เฟนริลท่องเวทมนตร์ส่วนสุดท้ายออกมา ตอนนั้นร่างของเฟรีน่าก็หายใจอย่างมหัศจรรย์ไลท์น้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ เวทมนตร์ค่อยๆประคองร่างของเฟรีน่าลอยขึ้นในแนวตั้ง ผมสีฟ้าของเธอสยาย เศษดาบของไลท์ค่อยๆประกอบตัวขึ้นมาใหม่ในลักษณะเดิม

กริ้ก ! เสียงเล็กๆดังขึ้นเป็นสัญญาณสิ้นสุด ไลท์ซอร์ดเล่มใหม่ค่อยๆลอยเข้าสู่มือของไลท์ ตอนนั้นเองที่ลูกแก้วดวงใจวิญญาส่องแสงสว่างเคลือบดาบเทวะที่เกิดใหม่ สายพลังจากดาบค่อยๆส่งเข้าหาวิญญาณที่กำลังกลายเป็นเศษข้อมูลสีฟ้าลอยเข้าไปในร่างของเฟรีน่า

เวทมนตร์อลังการดีแท้อาซาเอลเอ่ยพลางมองวงแหวนเวทย์นับร้อยอย่างนึกอัศจรรย์ใจ

เวทมนตร์ที่นายกำลังเห็นเป็นหนึ่งในเวทมนตร์ตำนานของโลกนี้เลยนะ

เสียงของควีนดังขึ้นพร้อมกับสายลมหนาวที่พัดเข้ามา กลีบดอกไม้โปรยปราย ปลิวว่อน ท่ามกลางความงดงามตรึงใจของทุกคน

วิญญาณกำลังเป็นหนึ่งเดียวกับร่างปิเอโร่ยิ้มดีใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พลางหันมามองดูไลท์อย่างมีความสุข

มือมือของเธอกำลังขยับไลท์พูดพลางยิ้มออกมามันราวกับฝันที่เป็นจริงร่างของเขาสั่นด้วยความปิติ ไลท์แทบไม่เหลือแรงยืนอีกแล้ว เด็กหนุ่มเงยหน้ามองร่างนั้นพร้อมปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใครตอนนั้นเองแสงสว่างสีฟ้าก็แผ่วูบออกไปทั่วบริเวณ

ทุกคนเบือนหน้าหนีจากแสงแสบตามีแต่ไลท์เท่านั้น เขาไม่มีวันหันหน้าหนีเฟรีน่าในวินาทีนี้เด็ดขาด แสงสว่างค่อยๆจางลง ทว่าสิ่งที่ไลท์ได้สัมผัสคือเสียงเพลงที่อ่อนโยนและทรงพลัง

เธอเธอกลับมาแล้วหญิงสาวตรงหน้าค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาสีฟ้าขี้เล่นคู่นั่นกำลังวิ่งเข้ามาหา และทั้งคู่ก็โผกอดกัน

ฉันรักเธอทั้งคู่ผสานเสียงกันน้ำตาของทั้งสองไหลพรากก่อนจะมอบจูบแสนหวานให้แก่กัน ขณะที่เรื่องราวกำลังจบดั่งเทพนิยายเวทมนตร์กำลังถึงจุดสิ้นสุดทว่ากลับมีบางอย่างเกิดขึ้น รากต้นที่รัดร่างโอดินค่อยๆคลายตัวออกมาราวกับมันได้หมดหน้าที่ลง รากพวกนั้นค่อยๆก่อตัวขึ้นจนเป็นกลุ่มก้อน ในตอนนี้คนที่หัวใจสั่นไหวไม่ใช่ไลท์แต่เป็น GONSHO

หรือว่า…” GONSHO เป็นคนแรกที่รู้สึกตัว ทุกคนหยุดร่ายเวทย์ไปแล้วแต่ผลของมันยังคงดำเนินต่อไปด้วยเสียงร่ายเวทย์ของเสียงแปลกปลอมอีกหนึ่ง เป็นเสียงที่ปณิธานของโลกทุกคนคุ้นเคย เสียงของหัวใจของโลก

ฟุ่บ! จู่ๆคลื่นพลังสีเงินก็หลุดลอยไปจากร่างของ GONSHO มันพุ่งไปที่แท่นซึ่งเคยบรรจุลูกแก้วดวงใจวิญญาของเฟรีน่า รากไม้ก่อตัวขึ้นจนเป็นผู้หญิงที่คุ้นตาใครหลายๆคนในทีนี้

“Deadly human…โกรว”GONSHO ร้องพลางเรียกหาวิญญาณของใครบางคนแต่กลับไม่ได้ผล เสียงของท่านผู้นั้นเริ่มสั่นกำลังออกอาการเดียวกันกับไลท์ที่อยู่ในอ้อมกอดของเฟรีน่า ทั้งคู่หันมามองสิ่งที่เกิดขึ้น

ข้าขอคืนปณิธานแห่งการเติบโตให้ เพราะข้าติดหนี้เจ้ามากเหลือเกิน GONSHO ติดหนี้ตัวตนที่มีจิตใจของเจ้าในครานั้นสิ้นเสียงร้อง วิญญาณของ Growly D. ice ก็พุ่งเข้าไปในร่าง คราวนี้คลื่นสีดำแผ่ขยายออกมาพร้อมกับการปรากฏตัวในอาภรณ์สีดำและดวงตาสีดำสนิท

ครอบครัวครอบครัวพร้อมหน้าแล้วเป็นปิเอโร่ที่หัวเราะลั่นเป็นคนแรก ส่วน GONSHO นั้นวิ่งเข้าไปกอดคนรักแน่น ทุกคนมองภาพนั้นด้วยความตรึงใจ

ขอบใจหัวใจของโลกขอบคุณ

เทียร์ชายผู้เป็นน้ำตาแห่งโลกมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสะท้อนใจ ภาพแห่งความสุขและคนรักที่อยู่รายล้อมกำลังเกิดขึ้นจริงๆต่อหน้าของเขา

ชั้นเชื่อแล้วล่ะ ไลท์ เชื่อแล้วว่าชั้นได้รับความรักมากจริงๆ

ในตอนนี้ชั้นมีความสุขเหลือเกิน

ให้ตายสิ สุดท้ายแกก็ผ่านมาได้ซีเกลหัวเราะ

เหนื่อยสุดๆเลยเนอะเทียร์ยิ้มให้ไลท์ข้างกายของอดีตเทพแห่งแสงมีราชินีพันปียืนอมยิ้มอยู่ไม่ห่าง

“…”

************************************

 

 

 ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับนาย ตอนที่กลายเป็นผลึกซีเกลถามไลท์ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งพักผ่อนรอจัดปาร์ตี้คืนสู่เหย้ากันในคืนนี้

ชั้นหลับไป คือตอนนั้นพวกเราเองก็พร้อมที่จะตายเพื่อช่วยควีนแต่ดูเหมือนโลกไม่พร้อมจะเสียปณิธานไปทีเดียวทั้งสามคน ไม่งั้นสงครามปณิธานอาจจะถูกเลื่อนออกไปอีก หัวใจของโลกเลยย้ายวิญญาณ ของซีเกลกลับเข้าร่าง ส่วนพวกเราสองคนตกผลึกด้วยพลังของบัลลังก์พฤกษาขาวกับบัลลังก์ของเฟนเรียทำให้กลายเป็นผลึกเพื่อสะสมพลังอย่างที่เห็นจากนั้นพอมีพลังมากพอที่จะคงรูปได้พวกเราจึงกลับมาอีกหน จะเรียกว่าจำศีลก็ได้นะเพราะตอนนั้นเทียร์กับควีนก็หลับไปพร้อมกัน เหมือนทั้งคู่จะคุยกันเยอะเลยล่ะไลท์อธิบายแต่ว่าควีนกับเทียร์กลับหน้าแดงขึ้นมาพร้อมกันซะเฉยๆทั้งคู่คิดว่ามันเป็นแค่ความฝันแต่ดูเหมือนทั้งคู่จะเชื่อมโยงถึงกันได้จริงๆ

อย่างนี้นี่เอง พวกแกนี่มันตัวขี้โกงชะมัดซีเกลแซวกลับ พลางพยายามหาวิธีแยกเทียร์กับไลท์ออกจากกันอยู่เพราะทั้งคู่หน้าตาเหมือนกันเด๊ะ ถึงแม้ว่าท่าทางของไลท์จะดูอ่อนปวกเปียกกว่าก็ตามแต่มันก็ยังยากที่จะแยกทั้งคู่ด้วยสายตาอยู่ดี ยกเว้นแค่ตอนที่มีควีนหรือเฟรีน่าอยู่ข้างๆถึงจะรู้ได้ว่าเป็นใคร

ส่วนอีกรายที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังเท้าคือ GONSHO

ลืมลูกหรือพ่อชาโดว์ยิ้มให้ด้วยความหมั่นไส้พลางมอง GONSHO ที่มีโกรวนั่งจุ้มปุ้กอยู่บนตักพลางชี้เมฆชี้โน่นชี้นี่ไปเรื่อยราวกับโลกนี้มีแค่สองคน ส่วน GONSHO หันมายิ้มให้ชาโดว์เล็กน้อยก่อนจะหันมาคุยกับโกรวต่อไม่สนใจอีกฝ่ายเท่าไหร่

ชาโดว์จึงได้แต่เดินเปื่อยๆจนมาเจอกับซีเกล ทั้งคู่คุยกันนิดหน่อยก่อนจะแยกเดินออกไปอีก ตอนนั้นเองที่ชาโดว์เห็นอะไรแปลกๆ คือไลท์ไม่ได้อยู่กับเฟรีน่าและเทียร์ไม่ได้อยู่กับควีน

ไลท์กับเทียร์ยืนคุยอะไรบางอย่างกันอยู่บรรยากาศดูนิ่งๆ ส่วนควีนกับเฟรีน่าดูเหมือนกำลังปรึกษาเรื่องจริงจังอยู่เช่นกัน ด้านไลน์นั้นชาโดว์ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ทำให้ควีนกับเฟรีน่าเกี่ยวข้องกันมีอยู่อย่างเดียวคือเรื่องปณิธานแห่งเสียงเพลง

ถึงดูเหมือนพวกเราจะได้เปรียบอยู่จมเลยก็เถอะ แต่กับโอดินและปณิธานแห่งดาบคิดว่าจำนวนคงไม่ได้หมายถึงชัยชนะหรอกไลท์พูดกับเทียร์ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าเห็นด้วย

แต่ก็น่าตลกนะ ในตอนนี้น่ะถือว่าเป็นเวลาที่ราชวงศ์แห่งแสงแข็งแกร่งที่สุดแล้ว ทั้งๆที่สองสามวันก่อนหน้านี้พวกเรายังจะสาบสูญไปจากโลกอยู่เลย โลกนี้การเปลี่ยนแปลงคือสัจธรรมจริงๆ แถมการได้โกรวมาร่วมรบด้วยนี่ ชั้นไม่เคยคาดคิดมาก่อนเทียร์พูดก่อนจะเงียบไป ส่วนไลท์มองร่างบอบบางของโกรวแบบแปลกๆก่อนจะหันมาถามเทียร์อีกรอบ

แฟนพี่เก่งหรอ? ดูจากท่าทางแล้วไม่น่าเลยแหะ

เหอะๆ นั่นนะไพ่ตายลับของพี่เค้าเลยนะ เอ๊ะ ทำไมความทรงจำส่วนนี้นายไม่มีล่ะ?”

คิดว่าคงได้มาบ้างไม่ได้มาบ้างสลับๆกันไปนั่นแหละ ชั้นจำได้ว่าตัวเองเริ่มหลงๆลืมๆหลายอย่างตั้งแต่ memory leak แล้วก็กลายร่างเป็นผลึกแล้วล่ะไลท์ตอบตามตรงซึ่งเทียร์ก็คิดว่าดีอยู่เหมือนกันอย่างน้อยๆระหว่างพวกเขาก็จะได้มีความแตกต่างอยู่บ้างในบางคราวการแก้ปัญหาก็ใช้ความหลากหลายนี่แหละเข้าช่วย

พวกนายเป็นไงบ้างไลท์เดินไปหาเทพรุ่นใหม่ทั้งห้าคน

ก็ดีเก่งขึ้นเยอะ ขอแค่อย่าให้มีปีศาจที่ชนะเทพได้ง่ายๆแบบลูซิเฟอน่าโผล่มาอีกก็พออิดาเนียยิ้มในขณะที่อีกหลายคนยิ้มแหยๆ นั่นทำให้ไลท์รู้ว่าเป็นความจริงที่พวกเทพกลัวลูซิเฟอน่ากันมาก

งั้นเหรอ?”ไลท์ยิ้มรับคำ ตอนนี้ดูเหมือนทุกคนยังงงๆว่าจะวางตัวยังไงกับเทียร์ดีเพราะไลท์และเทียร์หน้าเหมือนกันแถมยังมีความทรงจำร่วมกันอีก

พวกนายปาร์ตี้จะเริ่มแล้วนะปิเอโร่มาร้องเรียกทุกคนท่าทางราชาตัวตลกเหมือนเด็กเพิ่งได้ของเล่น ดวงตาใสแป๋วเต็มไปด้วยความสุข

หลานๆมาเต็มเลยนะฮะ คุณปู่”GONSHO ร้องแซว

ปู่เขาดีใจเพราะหลานสะใภ้ทั้งสามฟื้นเฟนริลตบมุขหน้านิ่งส่วน ควีน เฟรีน่าและโกรวก็ได้แต่ยิ้มเขินๆ ทางด้านควีนไม่รู้จะนับเป็นหลานสะใภ้ได้ไหมเพราะเธอแก่กว่าปิเอโร่ซะอีก

น่าตกใจเหมือนกันนะ เพราะควีนเคยดูแลเราและก็เฟนริลก่อนจะมาเป็นแฟนหลานเราปิเอโร่นึกย้อนไปในอดีตก่อนจะยิ้มมาแบบงงๆ

ถ้าธรรมดาก็ไม่ใช่ครอบครัวเราหรอก ท่านพ่อเฟนริลยิ้มส่วนปิเอโร่เองก็หัวเราะออกมา

นั่นสินะ

ว่าแต่ซีเกล นายเกี่ยวไรด้วยอะเทียร์ร้องทักซีเกลเป็นปีศาจคนเดียวในแถบนี้

ไม่เชิญก็จะมามีไรมะ?”

พวกนายนี่ไม่ทะเลาะกันสักวันไม่ได้เหรอ

หุบปากไปเลย ไลท์เทียร์และซีเกลตวาดพร้อมกัน

ทีนี้รู้สาเหตุที่ผมต้องเหม่อบ่อยๆแล้วยังไลท์หันไปบอกเฟรีน่าดูเธอเข้าใจชัดแจ่มแจ้ง

ที่ต่อยเธอไปเป็นร้อยหนก็ขอโทษด้วยนะเฟรีน่าหัวเราะคิกคักส่วนไลท์ยิ้มรับเบาๆก่อนจะโอบไหล่เธอไว้

จะกี่พันครั้งก็ยอมไลท์กระซิบข้างหูเฟรีน่าเบาๆ

เหรอจ๊ะนัยน์ตาสีฟ้าบิดตัวเขินอายม้วนต้วนส่วนเทียร์กับซีเกลก็ได้แต่จิบชาด้วยความหมั่นไส้

ชั้นชอบเจ้าไลท์ตอนที่มันบ้ามากกว่าฟ่ะ ผมไม่ใช่ความหวังผมจะเป็นความแค้นซีเกลพูดขณะที่เทียร์กับ GONSHO หัวเราะออกมาพร้อมกัน

                หลังเสียงหัวเราะจู่ๆความเงียบก็ครอบงำราวกับทุกคนรอคอยให้ใครเปิดประเด็นบางอย่างบางอย่างที่ยังไม่มีใครอยากจะได้ยิน

                ขาดผู้เล่นอีกเพียงคนเดียว สงครามปณิธานก็จะเริ่มต้นขึ้นเฟนริลพูด

                และเวลาของพวกเราเหลืออีกแค่หนึ่งปี หนึ่งปีที่จะตัดสินชะตาของโลก

                เหมือนจะยาวนานแต่ก็สั้นเนอะไลท์เปรยทุกคนพร้อมใจกันเหม่อมองท้องฟ้า

                ยังไงมันก็ยังน่ากลัวอยู่ดี ทั้งๆที่พวกเราอยู่กันตรงนี้ถึง 10 จาก 13 ปณิธานแล้วแท้ๆ

                อยากเข้าไปสู้ด้วยจังอ่ะปิเอโร่เอานิ้วแตะปากท่าทางเหมือนอยากกินของหวาน

                ท่านปู่น่ะอยู่ห่างๆก็ดีแล้ว ตัวขี้โกงเทียร์ร้องปัดไม่แคร์ว่าใครปู่ใครหลาน ส่วนปิเอโร่ก็ได้แต่ทำแก้มป่องแต่นั่นก็ช่วยดึงบทสนทนาให้กลับมาเฮฮาได้เหมือนเดิม

                ก็ลองคิดว่าได้กระทืบ โอดินดูสิ แค่คิดก็คันมือคันเท้าแล้วซีเกลร้อง

                ฮึ นายนั่นแหละจะโดนทุกคนพูดขึ้นพร้อมกัน

                “…”

                เออนี่ บางทีเราก็อยากรู้นะ ว่าทำไมพวกนายถึงเลือกคำตอบของปณิธานกันแบบนี้จู่ๆปิเอโร่ก็โพล่งขึ้นมาแม้ดูเหมือนจะเป็นหัวข้อที่น่าสนใจแต่ทุกคนกลับทำหน้าเศร้าๆราวกับถูกขุดคุ้ยแผลใจ

                เอ้าๆไม่ถามก็ได้ แต่เฟรีน่าต้องไปพบกับหัวใจของโลกเพื่อรับปณิธานแห่งเสียงเพลงนะปิเอโร่ยิ้มแหยๆ พลางรู้สึกผิดที่ทำให้บทสนทนากร่อยลง กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่ปิเอโร่ชอบพลั้งปากอะไรแบบนี้ตลอดไม่ตลกฝืดก็เผลอกัดใครแทงใจดำอยู่ร่ำไป

                ผมเลือกความหวัง เพราะตอนนั้นผมกำลังเดินทางไร้ความทรงจำและพบว่า ความหวังคือสิ่งเดียวที่ผมมีไลท์ตอบคนแรกทั้งๆที่ปิเอโร่เงียบไปแล้ว แต่เขาพูดขึ้นมาเพราะอยากรู้คำตอบของคนอื่นเหมือนกัน

                ชั้นเลือกปณิธานแห่งเสียงเพลง เพราะเราชอบเหลือเกิน ชอบที่จะทำให้ผู้คนมีความสุข และเราก็มีความสุขมากเหลือเกินที่ได้ทำแบบนั้น แม้หลายๆครั้งเราจะหามันไม่เจอแต่เราก็ยังคงตามหามันอยู่นะ ความสุขของเราเสียงเพลงของเราควีนยิ้มตอบพลางหันไปมองเฟรีน่าคนที่จะรับปณิธานต่อจากบากิที่เสียชีวิตไป

                ข้าเลือกปณิธานแห่งเขี้ยวเพราะครั้งหนึ่งข้าคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด เพราะงั้นความแข็งแกร่งคือข้า และข้าคือคำตอบและสัจธรรมสูงสุดของโลกใบนี้ซีเกลยิ้มพลางเบิกตาสีทองของเขาอย่างมั่นใจ

                ช่างเป็นคำตอบที่หลงตัวเองสุดๆไปเลยไลท์กับเทียร์พูดขึ้นพร้อมกัน

                ปณิธานแห่งน้ำตาเกิดจากความสูญเสียและความอ่อนแอภายในใจของทุกคน ด้วยความสำนึกและเสียใจ เราจึงเลือกใช้น้ำตานำพาโลกใบนี้เทียร์พูดขึ้นมาในขณะที่ทุกคนพยักหน้าเบาๆเรื่องของเทียร์ผู้โด่งดังใครๆก็ดูเหมือนจะรู้มาก่อนอยู่แล้ว

                เงาคือสิ่งสะท้อนทุกสิ่ง เงาคือบรรทัดฐานของจักวาลใบนี้ ไม่มีสิ่งใด สะท้อนความจริงได้เที่ยงตรงเท่ากับเงาอีกแล้วชาโดว์ยิ้มตอบกับคำตอบที่เหมาะกับเขา

                เราเกิดมาเพื่อเป็นอิสระนั่นคือสิ่งที่ผองชนใฝ่หา เราจะเป็นตัวแทนของสิ่งนั้นและเราได้เจอคำตอบของอิสระที่แท้จริง อิสระคือการขังตัวเองในความพึงพอใจ และนั่นคือสิ่งสูงสุดที่เราต้องการ ปณิธานแห่งปีกเฟเนซิสม์ตอบอย่างแน่วแน่

                สัจธรรมสูงสุดคือความแปรเปลี่ยน ตราบใดที่ปัญญายังส่องสว่าง โลกนี้ก็ยังมีหวัง พวกเราเป็นเพียงหนึ่งในผลลัพธ์อันอนันต์เพราะฉะนั้นความเสี่ยงย่อมมีมากขึ้นตาม และมีเพียงเราผู้เป็นตัวแทนแห่งปัญญาเท่านั้นที่จะสามารถพาโลกนี้ไปได้เราเลือกปณิธานแห่งปัญญาเพราะมีเพียงเราเท่านั้นที่ทำได้เฟนริลเอ่ยเสียงเรียบ

                สัจธรรมเที่ยงแท้คือทุกสิ่ง การเปลี่ยนแปลงและการงอกเงยเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ในเส้นทางอันยาวไกลสิ่งใดจะมีค่ากว่า การเติบโตและก้าวย่างแห่งพัฒนาการโกรวตอบ

                ทุกสิ่งอยู่ภายใต้ระบบ เป็นวัฎจักรของธรรมชาติ ธรรมชาติคือสมดุล และเราเลือกเส้นทางแห่งสมดุล นั่นคือปณิธานแห่งธรรมชาติ เพราะเราจะไม่ยอมให้สมดุลแห่งโลกถูกกัดกินอย่างเด็ดขาดเมอรีสเอ่ยอย่างแน่วแน่

                ส่วนเราได้เลือกทุกเส้นทาง เพราะปลายทางของเส้นทางทั้งหมด คือความว่างเปล่า เช่นเดียวกันนั้น เงาของเราจึงมีความหมายเป็นทุกสิ่ง” GONSHO ตอบ

                โอ้ เป็นคำตอบที่น่าสนใจจังเลยปิเอโร่ยิ้มส่วนทุกคนหามามองเขาตาปริบๆพลางรอคำตอบจากราชาตัวตลก

                แล้วนายล่ะ?”ซีเกลถาม

                ยังไม่ได้คำตอบอีกรึ?”ปิเอโร่ย้อนก่อนจะเดินจากไปทิ้งเสียงหัวเราะอันคุ้นเคยให้ได้ยิน

                ขี้โกงชะมัดสมแล้วล่ะ ที่เป็นท่านปู่เทียร์หัวเราะก่อนค่อยๆทรุดตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยๆพลางพิงไหล่ซบควีน

                พวกเราจะไหวกันไหมนะดวงตาสีขาวใสมองไกลออกไปยังพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าการได้ดูเส้นขอบฟ้าบนวิหารลอยฟ้าในเวลาแบบนี้ช่างเป็นอะไรที่งดงามจริงๆ

                เท่าที่จะทำได้ควีนยื่นแขนโอบไหล่เทียร์เบาๆ

                พลังของเธอเพิ่มขึ้นเยอะมากเลยใช่ไหมล่ะควีนหันมาถามเฟรีน่า ซึ่งเธอก็พยักหน้ารับ

                ว่างๆไปเจอชั้นที่กระท่อมหน่อยสิ จะช่วยสอนควบคุมพลังให้ควีนร้องบอกส่วนเทียร์คิดในใจว่าควีนที่เพิ่งสติแตกเกือบทำลายโลกไปไม่ถึงสองปีดียังมีหน้าจะมาสอนคนอื่นควบคุมพลังอีกแต่ก็นะ บนโลกนี้คงไม่มีใครเป็นอาจารย์ได้ดีกว่าผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว

                ขอบคุณค่ะเฟรีน่ารับคำก่อนจะก้มหัวให้อีกฝ่ายอย่างให้เกียรติ

                ไปคุยกับหัวใจของโลกก็อย่ากลับมามือเปล่าล่ะ ใช้เวลาให้คุ้มที่สุดนะควีนร้องส่งก่อนมองไลท์และเฟรีน่าที่กลายเป็นเส้นแสงพุ่งทะยานผ่านหมู่เมฆไปจนลับตา

                ดีใจล่ะสิเทียร์หันมายิ้มให้ควีน

                อื้อ ในที่สุด ปณิธานแห่งเสียงเพลงก็มีผู้สืบทอดต่อแล้ว





*************************************************


ปล.คุยกันสักนิด ให้นิยายตอนนี้เป็นของขวัญปีใหม่จ้า ใครหลงเข้ามาอ่านก็ฝากติดตามกันด้วยนะครับ เริ่มแล้วนะ ภาคสุดท้ายของการเดินทาง

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

62 ความคิดเห็น