LERVARIA ดินแดนแห่งหิมะ

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 16 อสูรน้อย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ธ.ค. 57

     เอ็มพารี่ (อัพเมื่อ 14 ธ.ค. 57 เวลา 0.21 น.)
(กระดึ๊บ..) #โดนคนอ่านเหยียบแอ่ก..
T___T แอบดีใจที่ยังมีคนมาถามหาค่ะ คนเขียนก็มาๆหายๆ แต่ยังมีชีวิตอยู่แน่นอนค่ะ 55
ก็พอเข้าใจคนอ่านว่าคงจะลืมๆเรื่องกันไปแล้ว เอาเป็นว่าเดี๋ยวถ้าอัพตอนนี้จบแล้วจะสรุปสถานะกาณ์ปัจจุบันให้ฟังคร่าวๆแล้วกับนะคะ สงสัยอะไรถามได้ค่ะ orz (ยกเว้นพิกัดบ้านคนเขียนนะคะ ฮา //กู้ระเบิดไปหลายลูกแล้วค่ะ)

-----------------------------------------------------------------------------------------
----------------------------------------------------------------


16

อสูรน้อย

            “...เป็นอะไรหรือท่าน” เสียงกระซิบเบา ๆ ดังมาจากฝ่ายเจ้าอสูรตัวน้อย ดวงตาสีเขียวมรกตนั่นมีแววสงสัยที่เมื่อมองรวม ๆ แล้วก็ดูน่ารักสมกับตัวดี แวเรียที่ได้ยินอย่างนั้นก็เลยยิ้มตอบแหยๆเจ้าอสูรจิ้งจอกขนปุยที่กลับคืนร่างเดิม

                “ข้ากังวลนิดหน่อย..” แวเรียเอ่ย “ไม่สิกังวลมาก”

                เจ้าจิ้งจอกเองก็จ้องกลับมาตาแป๋ว ก่อนจะเข้ามาอ้อนเหมือนเป็นเรื่องไม่น่าเครียดอะไร

                ข้าไล่พวกมนุษย์ขี้สงสัยพวกนั้นออกไปให้ท่านหมดแล้ว ตอนนี้ข้าจะได้มีเวลาอยู่กับท่านเยอะๆแล้วล่ะ

                เสียงนั้นดังก้องในหัว ทำให้เธอต้องยกมือขึ้นแตะขมับเบาๆ ด้วยสีหน้าแปลกๆอีกครั้ง

                “เจ้าทำแบบนี้บ่อยๆก็ไม่เลวนะ” แวเรียหัวเราะ

                ท่านก็ทำได้ขอรับ

            “นั่นเป็นเรื่องที่ข้ากังวลเลยล่ะ” เด็กสาวถอนหายใจเฮือก ก่อนจะหลับตาราวกับไม่อยากจะคิดถึงพร้อมกับกระซิบให้เงียบที่สุด “ข้าน่ะนะ.. เพิ่งจะรู้ว่าแม่ของข้าเป็นแม่มดเมื่อไม่กี่วันนี่เอง อาจจะพอเล่นกลได้เล็กๆน้อยๆ แต่มันก็...”

                แวเรียถอนหายใจแล้วล้มตัวนอนบนเตียงขนนุ่มนิ่มที่โรดานอนช่วยจัดไว้ในกระโจมส่วนตัวของเธอ ยกมือจับที่สร้อยคอของผู้เป็นแม่แล้วใช้นิ้วไล้เบาๆ “ข้าไม่มีพลังเลย อสูร ข้าไม่รู้จริงๆ เรื่องของ...”

                “?”

                เจ้าอสูรน้อยที่นอนอยู่บนตักลุกขึ้นมามองผู้พูดที่เงียบไปอย่างสงสัย เด็กสาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยสูดหายใจเข้าเต็มปอดราวกับนึกเรื่องดีๆขึ้นได้ก่อนจะเด้งตัวพรวดขึ้นมาใช้มือนุ่มนั้นสัมผัสกับขนของเจ้าตัวเล็ก

                “ข้าถามเจ้าได้นี่นา!

                “ข้านึกว่าท่านจะไม่ถามข้าเสียแล้ว..”

            ได้ยินอย่างนั้นเด็กสาวก็ยิ้มกว้าง ในดวงตามีประกายวิบวับอย่างมีความหวัง

                ก็เหมือนกับตัวตนก็ความหวังจริงๆนะท่านน่ะ.. อสูรน้อยคิดในใจขำๆ ขณะมองเด็กสาวที่อุ้มเขาอย่างเบามือแล้ววางลงบนขนฟูนุ่มของเตียงตรงหน้าของเธอ ก่อนจะมองมาที่เขาอย่างตั้งใจ

                สงสัยวันนี้ข้าคงได้ตอบอีกหลายคำถามเชียวล่ะ..

                “อืม เจ้าแปลงเป็นมนุษย์ได้ใช่ไหม”

                “ขอรับ”

                “ทำให้ดูอีกครั้งทีสิ”

                หูเล็กกระดิกเบาๆ ก่อนดวงตาสีมรกตคู่นั้นจะปรือลงพร้อมกับสายลมและกลุ่มควันสีขาวที่หมุนขึ้นรอบตัวของอสูรตรงหน้าอย่างเร็วรวดก่อนจะจางหายไป แล้วเด็กชายตัวน้อยอายุราว 10 ขวบ ในชุดคลุมสีขาวสลับเขาเขียวพอดีตัวที่มีเสื้อตัวเล็กกบกางเกงขาสั้นอยู่ข้างใน ร่างนั้นช้อนนัยน์ตาคู่สวยนั้นมองเธอ

                ใบหน้าที่มีเค้าของความหล่อเหล่าตั้งแต่ยังเด็ก คิ้วเรียว ดวงตาคมโต รับกับจมูกโด่งในใบหน้าเล็กนั้นสวยงามเหมาะเจาะขนเธอเผลอชมนานไปเล็กน้อย

                “อย่าเผลอหลงรักข้าล่ะขอรับ” เจ้าตัวเอ่ยยิ้มๆ

                นี่..เจ้าเป็นเด็กจริงๆหรือ แวเรียแอบคิดแล้วหัวเราะเบาๆในใจ

                “เจ้าดูไม่เหมือนเด็กเลย อสูร”

                “ข้า..ก็ไม่เด็กหรอกขอรับ” เด็กน้อยพูดเนือยๆ “จริงๆร่างของข้าก็ควรอายุไล่ๆกับเจ้าชายโรดานอน รึอาจจะโตกว่านั้นนิดหน่อย..”

                “อ้าว..” แวเรียอุทานเบาๆ “แล้วทำไม..”

                “ข้าโดนสาปน่ะขอรับ” เด็กน้อยหัวเราะติดจะเซ็งๆ “แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนักหรอก ท่านอย่าได้ห่วงเลย”

                “งั้นหรอ..” แวเรียยกมือขึ้นเกาแก้ม

                โดนสาปเนี่ย.. ไม่ใช่เรื่องใหญ่สินะ..

                “แต่ก็ดีแล้วล่ะ ถ้าข้ารู้ว่าพวกเจ้าแปลงกายได้ข้าน่าจะให้พวกที่ไลค์อายแปลงกายพูดกับข้างได้บ้า..”

                “สงสัยว่าจะไม่ได้หรอกขอรับ ท่านแวเรีย”

                “?”

                “อา.. ข้าคงต้องเล่าอะไรให้ท่านฟังอีกเยอะจริงๆ เรื่องนี้อาจจะยาวมาก ท่านจะฟังจริงๆหรือขอรับ”

                “ฟังสิ! เจ้าน่ะ เป็นเพื่อนใหม่ของข้าเลยนะ ถึงเรียกท่านจะทำให้รู้สึกแปลกๆ  แต่ถ้าเป็นเพื่อนกันเจ้ารู้จักข้าแล้ว เอ่อ.. ข้าก็ แวเรีย อัลเลอร์ ผู้ไม่รู้เรื่องใดๆเกี่ยวกับตัวเองเลยกับเพื่อนใหม่ อสูรจิ้งจอกตัวน้อยผู้หล่อเหลา” แวเรียหัวเราะติดตลก

                เพื่อนงั้นหรือ...

                “ถ้างั้น...เริ่มจากตรงไหนดีล่ะขอรับ”
 

                “ข้า” แวเรียยิ้มแหยๆ “อะไรคือเกสรหิมะ..”

                “เกสรหิมะจริงๆแล้วเป็นชื่อของดอกไม้ชนิดหนึ่งขอรับ มันจากบานในที่ๆพิเศษกว่าที่อื่นๆ หายากมากขอรับ” อสูรเกริ่นพลางขยับตัวมานั่งขัดสมาธิ “เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังขอรับ เป็นสิ่งที่อบอุ่นและอ่อนโยนท่ามกลางความหนาวเหน็บ  ชาวเลอแวเรียต่างรักและเทิดทูนท่านมาก”

                “เทิดทูนดอกไม้น่ะหรือ..”

                “จริงๆก็คือใช่ขอรับ ตามตำนานเล่าว่าบุปผาหิมะแต่ละดอกจะมีเทพธิดาสถิตอยู่ และถ้าท่านจำได้ในนิทานเริ่มขึ้นที่ตรงนี้เช่นกันขอรับ”

                แวเรียโคลงหัวดูเหมือนจะง่วงนอนหน่อยๆ “จำได้นะ ข้าจำได้ ท่านแม่เคยร้องให้ข้าฟัง”

 

ณ ดินแดนสุดไกลโพ้นอันหนาวเหน็บ

ที่ที่เก็บความลับแห่งแดนนี้

พลังรักก่อกำเนิดอิสตรี

ท่ามกลางหมู่ภูตีแห่งดอกไม้

 

ขนานนามนางว่าแม่บุปผา

ผิวนวลงามหิมาเทพทรงสร้างสรรค์

งดงามล้ำเหลือจะมีใครเทียมทัน

แลจะผันมองทิศใดพลันสดใส

 

ดุจนางฟ้าที่ขาวราวหิมะ

เป็นที่รัก ณ แดนดินแห่งความฝัน

 

ดีจังเลยค่ะแม่.. ดอกไม้จะมีแต่ความสุขไหมคะ

นั่นสินะจ๊ะ แต่ดอกไม้งาม ย่อมมีผู้ต้องการมากมาย..

และยิ่งเป็นดอกไม้ที่กุมพลังอำนาจของดินแดนด้วยแล้ว...

หวา.. งั้นหนูไม่อยากเป็นดอกไม้แล้วล่ะค่ะ

ฮะๆ.. ไม่ฟังต่อหรอจ๊ะ

“..ฟังสิคะ แม่” แวเรียพึมพำ ก่อนจะรู้สึกตัวว่าเพื่อนตัวใหม่มองมาที่เธออย่างสงสัยเด็กสาวก็สะบัดความมึนงงออกแล้วหัวเราะแหะๆ “ข้าคงจะเหนื่อยไป..รู้สึกเพลียจริงๆนะ”

“ข้าเดาว่าท่านคงจำได้บ้างแล้วเรื่องนิทานนั้น..  หากท่านนึกได้หมดโดยเร็วจะเป็นประโยชน์กับเรามากทีเดียว...” อสูรน้อยเอ่ย  “ตัวตนของท่านในอดีตชาตินั้นเป็นราวกับตัวแทนของเทพที่ปกป้องคุ้มครองดินแดนแห่งนี้  พลังของท่านและตัวตนของท่านก่อกำเนิดจากสิ่งที่สร้างดินแดนนี้  เหมือนกับดอกไม้ที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างความหนาวเย็นและความอบอุ่น เป็นเหมือนตัวแทนของความรักของทั้งสองสิ่ง..”

เสียงย่ำเท้าสวบสาบดังเข้าใกล้มาเรื่อยๆ ขณะเดียวกันเด็กสาวก็ได้ผล็อยหลับไป จิ้งจอกหนุ่มคืนร่างเดิมพร้อมกับกวาดสายตาอย่างระวังภัย

แต่มันก็ฟังดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด และทันทีที่ร่างสีขาวที่ประดับด้วยลวยลายสีดำนั้น ย่างอุ้งเท้าโตเข้ามาในกระโจมพร้อมกับผู้นำทางคนเดิมซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกต่างจากเดิมหน่อยตรงที่... เธอเป็นหญิงสาวผู้มีความงามไม่แพ้กับท่านหญิงผู้สูงศักดิ์สักคนที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้เลยทีเดียว

                “ดูเหมือนเจ้าจะลืมของนะ” อากาลัสวางม้วนกระดาษที่คาบไว้ในปากบนโต๊ะ

                “ข้าจำได้ว่าเจ้าไม่ได้ให้ข้ามานะ อากัสเพื่อนยาก”

            “อย่าพูดกับข้าด้วยเสียงดังกังวานจิ้งจอกหิมะ” เสือขาวหัวเราะหึๆ “ข้าไม่ชินนะ”

                ผู้นำทางมองหนึ่งสัตว์เทพและหัวหน้าคนสำคัญของผู้ต่อต้านคุยกันอย่างสนิทสนมด้วยความประหลาดใจก่อนจะนำแผนที่ในมือตนไปวางไว้อีกมุมหนึ่งของโต๊ะเช่นเดียวกัน จู่ๆหยดหมึกมากมายก็ถูกหยดลงไปบนกระดาษทั้งสองพื้นที่ของอัลเลอร์แวก็ขยายกว้างมากขึ้นจนเห็นสถานที่ต่างๆ ครู่หนึ่งที่ราวกับว่าแผนที่นั้นมีชีวิตก่อนมันจะหยุดนิ่งไปพร้อมๆกับที่แผ่นที่อยู่มุมบนขวาปรากฏเทือกเขาเทือกเขาหนึ่งซึ่งทำให้ผู้มองถึงกับนิ่งอึ้ง

                ท่านอิลเลย์ เพื่อนเก่าของท่าน...หรือจะเป็น...

                “หุบเหวความตาย กับแดนหมอกเงางั้นหรือ” เสียงเล็กๆใสๆของจิ้งจอกหนุ่มผู้ต้องคำสาปดังขึ้นราวกับรู้ใจ

                “ค่ะ”

                “นี่เจ้ารู้ด้วยงั้นหรอ” อากาลัสถาม

                “ก็พอเดา” จิ้งจอกหนุ่มตอบง่ายๆ “แต่ดูเหมือนราชินีแห่งหมอกเงาจะไม่แสดงตนแน่ชัดสักเท่าไหร่นี่นาวาดจะอยู่ฝั่งไหน จะได้เรื่องหรือ”

                “ท่านพูดเหมือนเราสามารถเข้าหาตัวนางได้ง่าย..” เด็กสาวผู้นำทางถามอย่างแปลกใจ

                “ข้าเปล่านะ”

                “แล้วส่วนที่ไม่มีแผนที่เล่าจะทำกันอย่างไร เนิ่นนานแล้วที่เราไม่ค่อยได้ออกไปต่างถิ่นเขตแดน โดยเฉพาะของศัตรู...” เสียงคำรามเบาๆดังขึ้นในคำพูดเหล่านั้น

                “ท่านหน้าที่ของผู้นำทางของข้าเองค่ะ”

                เสือหนุ่มผงกหัวลงเบาๆ  “เจ้าเป็นคนที่เสียสละ”

                “ข้าก็ไม่มากไม่น้อยกว่าคนอื่นหรอกค่ะ” เด็กสาวยิ้ม ดวงตาสีดำแบบเดียวกับเส้นผมปลิวน้อยๆขณะที่เธอสาวเท้าเข้ามาใกล้คนสำคัญของดินแดนแห่งนี้ก่อนจะหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้

                “ถึงแม้จริงๆ เจ้าจะไม่หนาวแล้วก็เถอะ..” เด็กสาวยิ้มจางๆ

                สองสัตว์สี่ขาต่างสบตากันเงียบๆโดยไม่พูดอะไร

                “ท่านอสูรจิ้งจอกคะ..”

                “?”

            “ท่านผูกพันกับนางแบบไหนกันล่ะ..” เสียงนั้นคล้ายกับจะหัวเราะ แต่ก็ฟังดูเศร้าเกินไป “ทาสกับนายหรือ ข้ารับใช้หรือ คนรักหรือ ครอบครัว  สายเลือดที่มีพันธะสัญญากับดินแดนนี้เช่นเดียวกันกับเกสรน้ำแข็งคนนี้...ท่านจะคุ้มครองนางด้วยเหตุผลอะไร”

                ดวงตาสีดำสนิทและสีมรกตสบกันอยู่ครู่หนึ่ง ของรอยยิ้มขบขันจะปรากฏขึ้น พร้อมกับแววระยิบระยับในดวงตาที่แฝงความดุดันของอสูรตนเดิม

                “ดูเหมือนว่าข้า..”

                “...”

                “จะเป็นเพื่อนตัวน้อยผู้หล่อเหลาของนางนะ”

เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนความจริงจังจะเข้ามาแทนที่

 

“ขอบใจพวกเจ้ามาก  พักผ่อนเถิด...พรุ่งนี้คงต้องรีบสักหน่อย”
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------
เขียนจบใน 1 วันด้วยค่ะ 555+
ตอนนี้ก็มาไขความสงสัยเกี่ยวกับตัวเองของนางเอกของเราเสียหน่อย
แถมความน่ารักน่าหยิกของอสูรของเรากันไปด้วย  >3<
คนเขียนชอบอสูรมากเลยค่ะ 55 ในเรื่องนี้คงมีไอ่ขนปุยตัวนี้แหละเป็นตัวแก้เครียด //ฮา
บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าเรื่องนี้มันจะดราม่าขึ้นไปเรื่อยๆ ขอให้สนุกค่ะ

361 ความคิดเห็น

  1. #349 snow_fairy (@snow-fairy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2557 / 20:56
    ไรเตอร์กลับมาแล้ว คิดถึงเป็นที่สุด กลับมาอัพไวๆน่ะ
    #349
    0
  2. วันที่ 19 ธันวาคม 2557 / 10:21
    เพื่อนตัวน้อยที่หล่อเหลา ให้ตายสิต้องกลับไปอ่านใหม่แน่ๆตำไม่ได้แล้ววววว
    #348
    0