LERVARIA ดินแดนแห่งหิมะ

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 17 พันธสัญญาทั้งสี่ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

เอ็มพารี่ (วันที่ 6 มี.ค. 58 23.30 น.)
สวัสดีค่า... //วิ่งมาเฮใส่คนอ่าน TwT
วันนี้มาอัพให้สองอย่างคือเนื้อเรื่องย่อตอนที่ 1-16 กับตอนที่ 17 นะค้า
หวังว่าหลังจากอ่านตอนนี้จบทุกคนจะอ่านเร่องนี้ได้แบบเข้าใจมากขึ้น
(ฮา)
มีอะไรสงสัยถามได้(อีกแล้ว)ค่ะ
ปล. มีใครติดใจอสูรน้อยของเราบ้างไหมคะ คนเขียนชอบเด็กคนนี้มากๆเลยค่ะ ฮึ่มมมม----
-----------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------

17

พันธสัญญาทั้งสี่

                “...นานมาแล้วผู้ที่สร้างดินแดนแห่งนี้ขึ้น ได้มอบอำนาจแห่งการปกปักษ์รักษาไว้กับสี่เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ได้แก่ เผ่าน้ำแข็ง เผ่าแม่มด ภูติหมอก และอสูรจิ้งจอก ทั้งสี่เป็นดั่งผู้นำของแต่ละเผ่า ทั้งมนุษย์ ผู้ใช้เวท ภูต และสัตว์  โดยรักษาความสัมพันธ์ของทั้งสี่ไว้ด้วยพันธสัญญาแห่งอัคคี

และหนึ่งในผู้ถือส่วนสำคัญที่สุดของพันธสัญญานี้ก็คือ  อสูรจิ้งจอก  ที่มีธาตุอัคคีเป็นสัญลักษณ์  สิ่งนั้นทำให้ทุกๆเผ่า เปรียบอสูรจิ้งจอก  เสมือน เทพพิทักษ์  และใช้ไฟเป็นดั่งตัวแทนของ ผู้ปกปักษ์และคุ้มครอง... ทั้งเผ่ามนุษย์  แม่มด  และภูติต่างเลือกผู้นำเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดของตน ขึ้นเป็นใหญ่และครอบครองพลัง

            แต่เทพพิทักษ์กลับไม่เลือกผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นหัวหน้า เพราะการสืบเชื้อสายพลังที่แปลกกว่าเผ่าอื่น ทำให้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของอสูรจิ้งจอกในขณะนั้นเลือกที่จะสร้าง  เทพธิดาผู้คุ้มครอง...สร้างสตรีที่งดงามบริสุทธิ์ผุดผ่องเหมือนดั่งหิมะให้เป็นตัวแทนแห่งความสุขสงบ”

                “เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจดังขึ้นทำลายความเงียบของคนทั้งเก้าที่กำลังตั้งใจฟัง

                ใบหูของเจ้าอสูรน้อยขยับเบาๆ บนโต๊ะกลมที่มันกำลังนั่งบรรยายสดอยู่ตรงกลางนี้

                “มีอะไรงั้นหรือ” มันถามอย่างสงสัย

            “เปล่าๆ ” ท่านหญิงยกมือขยี้ตาเบาๆ “แต่ว่า...ตัดเข้าเรื่องเลยได้ไหม ข้าง่วง”

                มันเงียบไปขณะหนึ่ง “ก็ได้”

                “ทุกๆอย่างสงบสุขจนถึงเมื่อหนึ่งพันปีก่อน  ที่ราชวงศ์ของมนุษย์ได้ล่มสลาย ทุกอย่างจึงถูกย้อมให้กลายเป็นสีขาวโพลนนับแต่นั้น  นางขึ้นเป็นราชินีน้ำแข็งสวมความโกรธแค้นลงในวิญญาณ  เลอแวเรียถูกผู้หญิงคนนั้นเปลี่ยนมันไปตลอดกาล มันคือ หิมะชั่วนิรันดร์

                “เดี๋ยวๆ แล้วพวกผู้พิทักษ์นั่นล่ะไปไหนกันหมด” เลเวียยังคงสงสัย

                “...”

                “ถูกฆ่าน่ะ...” เสียงแหบแห้งของหญิงชราที่จู่ๆก็โผล่เข้ามาในห้องประชุมซึ่งทุกคนกำลังนั่งฟังอย่างสงบ

ยกเว้นคนช่างถามน่ะนะ หญิงชราคิดในใจ

“ขออนุญาตค่ะท่าน...” แม่เฒ่าคนเมื่อวานนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆแวเรีย ก่อนจะหันไปก้มให้เจ้าจิ้งจอกเหมือนจะขออนุญาตอีกครั้ง

“เชิญ”

“..เรื่องนี้ข้าขอเล่าแทนท่านอสูร” แม่เฒ่าค่อยๆกล่าวช้าๆ “เพื่อเป็นการกำจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซากสิ่งแรกที่ราชินีน้ำแข็งทำก็คือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เทพพิทักษ์  ใช่ จริงอยู่ที่เดิมทีนางเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา  แต่เมื่อนางใช้มนต์ดำได้ก็แสดงว่านางยกบางอย่างทีมีค่าเพื่อจะแลกเปลี่ยนพลังของนาง”

ในขณะเดียวกันแวเรียที่สีหน้าดูแย่ลงเรื่อยๆ จนหลายคนที่สัมผัสอาการนั้นได้หันมามองเธออย่างสงสัยรวมทั้งเจ้าอสูรที่นั่งอยู่กลางโต๊ะ จนเด็กสาวรู้สึกเหมือนตนจะต้องเอ่ยอะไรออกมาบ้าง

“เอ่อ.. คือข้ากลัวว่าถ้าเราพูดถึง...เขาจะได้ยินไม่ใช่หรือคะ...” แวเรียเอ่ยอย่างกล้าๆกลัวๆ

ถึงเราจะเคยท้าทายนางไปแล้วก็เถอะนะ...เด็กสาวคิด

“ไม่เป็นอะไรหรอกขอรับนายท่าน” อสูรกล่าว ตราบใดที่ข้ายังอยู่นางก็จะไม่ได้รับรู้เรื่องใดๆจากทางเรา”

“ถ้ามันเป็นอย่างนั้น แล้ววิธีแก้ไขล่ะ” โรดานอนเอ่ยถาม

“เป็นคำถามที่ข้าชอบมากเจ้าชายน้อย” อสูรชม

เสียงหัวเราะกึกๆเบาๆดังมาจากคนที่นั่งอยู่ข้างตัวจนโรดานอนต้องเอาศอกถองสีข้างของเพื่อนสนิทกึ่งองครักษ์พระจำตัวเขาเบาๆ

“...หากวันใดที่หนึ่งในสี่ผู้ถือพลังเกิดตระบัดสัตย์ จงรวบรวมพันธสัญญาที่เหลือ และปลุกเทพพิทักษ์จากความฝัน ทำลายอำนาจมืดที่จะครอบงำดินแดน”

                “มันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ” เลเวียถามอย่างแปลกใจ

                แค่หากระดาษสี่แผ่นมารวมกันเท่านั้นก็พอสินะ...

                “ไม่เลยท่านหญิงไม่ง่าย...แต่เมื่อเรามารวมตัวกันที่นี่แล้วก็ไม่ยากเกินมือ”

“...เพราะพันธสัญญาถึงสองส่วนมารวมกันที่นี่แล้ว...”

                “มาเร็วทันใจดีจังแฮะ...” ฟราวกล่าวอย่างมีอารมณ์ขัน “ทั้งหมดมี มนุษย์  ผู้ใช้เวท  ภูติ  และสัตว์  แสดงว่าที่อยู่ที่นี่ก็คงจะมีอยู่ที่ยายแม่มด กับท่านสินะ”

                “ถูกครึ่งหนึ่งแล้ว มนุษย์ แต่พันธสัญญามิได้อยู่ที่ตัวข้า..” อสูรกล่าวพลางวาดหางของมันไป “พันธสัญญาของอสูรจิ้งจอกมีข้อพิเศษอยู่หนึ่งข้อ คือสิ่งนั้นมีชีวิต คือท่านอย่างไรเล่า แวเรีย อัลเลอร์

ขณะนั้นแวเรียรู้สึกหน้ามืดเหมือนจะเป็นลมให้ได้

อสูร... ไม่เอานะ เจ้าเป็นเพื่อนข้าอย่าล้อข้าเล่นสิ

จะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกระดาษก็วันนี้แหละมั้งแวเรีย

ข้าเริ่มที่จะหลับตาฟังการสนทนาบนโต๊ะนี้อย่างช้าๆ และรอฟังแต่ประเด็นที่น่าสนใจ










 

                หลังจากจบการประชุมในภาคเช้าไป และรับประทานอาหารเสร็จ  แวเรียในชุดคลุมขนสัตว์สีขาวฟ้าดูเหมาะกับตัวก็เดินออกมานอกเขตค่ายเล็กน้อยโดยมีเจ้าลูกจิ้งจอกตัวเล็กอยู่ในอ้อมแขนด้วย  ภาพที่แสนอบอุ่นของเด็กสาวผมสีเงินและดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นนั้นชวนให้เหล่าทหารในค่ายรู้สึกคลายความกดดันจากความหนาวเหน็บนี้ได้จริงๆ

                “เขามองข้าอย่างกับเป็นตัวประหลาดแหน่ะ อสูร” แวเรียเอ่ยกระซิบเบาๆ

                ..พวกเขาชอบท่านน่ะขอรับ

                “ฮื้อ เจ้าจะไปรู้ใจมนุษย์ได้ยังไง อ๊ะ นั่น! อากาลัสสสส---“ แวเรียยิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อหันไปเห็นเพื่อนสนิทกำลังย่างอุ้งเท้าโตๆเข้ามาหา แวเรียจึงหัวเราะเบาๆ “ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินเพื่อนข้า เสียดายที่ข้ายังมือไม่ว่าง  ไม่อย่างนั้นข้าจะกอดเจ้าเสียยกสองยก แล้วจะขี่เจ้าวิ่งไปให้ทั่วเขตนี้เลย”

                “ดูเจ้าร่าเริงดีนี่ เท่านั้นข้าก็หมดห่วงแล้วล่ะ” เจ้าเสือขาวตัวโตเดินวนรอบตัวของเด็กสาวคล้ายจะสำรวจ “ผมเจ้ายาวขึ้นนะ ฮื้ม...ชุดใหม่สวยนี่ จะว่าไปเรื่องขี่หลังอย่าขี่ข้าเลย ข้ามันเสือแก่  สู้ไปขี่หลังเพื่อนข้าเจ้าคงจะติดใจ”

                แวเรียยิ้มพลางหัวเราะเบาๆ “เจ้าพูดอะไรน่ะ อสูรเขาตัวเท่านี้  จะให้ข้าขี่  กลายเป็นว่า...อ้ะ  เจ้าจะไปไหนหรือ” จู่ๆเจ้าสัตว์ขนปุยที่อยู่ในอ้อมแขนก็จะโจนลงที่พื้นแล้วเดินออกไปห่างๆ

                ข้าไม่รู้ว่าท่านชอบขี่หลังสัตว์..

            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ หมายถึง..ท่านก็ดี อสูร”

                อสูรจิ้งจอกตัวน้อยสะบัดเศษหิมะบนตัวเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเบาๆทางกระแสจิต

                ข้าไม่ได้แปลงได้แค่ร่างคนหรอกนะขอรับ แล้วจริงๆนี่ก็ไม่ใช่ร่างของข้าด้วย

            แวเรียเบิกตากว้าง

                “งั้น...เจ้าก็” อา เธอลืมไปได้ยังไงกัน เขาเป็นถึงสัตว์อสูรนี่นะ

                แวเรียหันซ้ายที่ขวาทีอย่างไม่แน่ใจ “แต่ข้าว่าอย่าแถวนี้เลย ออกไปไกลกว่านี้สักหน่อยดีกว่า ข้าไม่อยากให้พวกเขาตกใจกัน เพราะที่นี่...สำหรับพวกเขาก็คงเป็นแค่ดินแดนที่มีแต่หิมะเย็นๆ ก็สัตว์ตัวเล็กๆเท่านั้นแหละ”

                เสียงถอนหายใจเบาๆนั้นทำให้อากาลัสมองกลับมา

                ท่านก็คงอยากมอบสายตาแบบเดียวกับที่เราเห็นให้กับพวกเขาสินะ...แวเรีย

                ขณะที่ร่างบางนั้นยิ้มจางๆกวักมือเหมือนจะเรียกให้พวกเขาตาไป

                เพราะไม่อยากรู้สึกแตกต่างหรือประหลาดจากคนอื่นๆหรือเปล่าอากาลัสคิด ท่านถึงทำราวกับไม่รู้จักการใช้เวทมนต์ใดๆ ทั้งที่....

                ท่านก็คงพอจะรู้ว่าท่านพิเศษกว่าคนอื่นๆ…’











 

                การปิดบังไม่เคยส่งผลดีอะไรกับใครเธอรู้ดี...

                การหลบหนีก็เช่นกัน  ข้ากำลังหลบหนีสิ่งที่ข้าเคยนึกสงสัยมาตลอด คำถามที่ข้าพร่ำถามตนเองแต่ไม่เคยจะรู้ตั้งแต่ที่ข้าเติบโตขึ้น

                ท่านแม่..ท่านเป็นใครกัน

                แม้หน้าตาของเราจะไม่เหมือนกัน แต่ข้ารู้สึกได้ว่านางรักข้ามาก  และข้าก็รักนางเช่นกัน

                และสิ่งที่เธอได้รู้ความจริงในวันนี้ใครจะตอบคำถามของเธอได้บ้าง

                ตั้งแต่เด็กที่ข้าเคยสงสัยว่าทำไมข้าถึงไม่มีพ่อ

                ในวันนี้ข้ากลับสงสัยว่าตัวข้าเองเป็นใคร หากข้าเป็นเกสรหิมะ..ทำไมข้าถึงกลายมาเป็นลูกสาวของแม่มดน้ำแข็งที่อยู่คนเดียวไม่มีแม้กระทั่งเพื่อนฝูง

                สงคราม...การต่อสู้ ไม่อยากให้มี

                ฤดูหนาวตลอดชั่วนิรันดร์ ข้าก็ไม่ต้องการ

                ในบางครั้งเรามักจะฝันถึงดินแดนที่อบอุ่น อุดมสมบูรณ์แม่น้ำลำคลองสายน้อยใหญ่ดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง แต่ชาวเลอแวเรียย่อมรู้ดีว่านั่นคือความฝัน เพราะเมื่อตื่นขึ้นมา  ทุกสิ่งทุกอย่างกลับถูกย้อมให้เป็นสีขาวโพลน

                ท่านดูคิดมากนะว่าไหม...?

            เสียงไพเราะดังกังวานที่คุ้นเคยนั้นทำให้เด็กสาวตื่นจากภวังค์ความคิด ก่อนจะหันไปขอโทษเพื่อนใหม่ที่เธอไม่สนใจเขาเลยสักนิด

“อะ ข้าขอโทษ..” แวเรียผงะ “อ...อสูร!?

จิ้งจอกสีขาวตัวใหญ่มหึมาพอๆกับบ้านสองชั้นของเธอ ขนของมันฟูฟ่องเปล่งประกายระยิบระยับสวยจนวางตาไม่ได้ ทั้งเขาแก้วรูปร่างสวยแปลกตา ปลายหางและใบหูที่แซมด้วยสีเหลืองอ่อนยิ่งทำให้อสูรตัวนี้เปล่งประกายราวกับอัญมณีล้ำค่า

“สวย...มากๆ” ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นเปล่งประกายจนทำให้มีเสียงกระพรวนดังเบาๆออกมา คล้ายกับว่าเป็นเสียงหัวเราะ

“ฮืมม์— นั่นสินะ สวยมากๆเลยล่ะอสูรเอ๋ย” เสียงแหลมหวานที่ทำให้แวเรียรู้สึกขนลุกซู่

“วาริโอเน่..”

เสียงขู่ดังมาจากจิ้งจอกที่เดินเข้ามาใกล้เข้ามาใกล้เธอแล้วเอาหางโอบเธอไว้อีกที

-------------------------------------------------------------------------------
---------------------------------------------------------------------------------------------
นานๆทีเอมจะอัพให้แบบเต็ม 100% อย่าตกใจนะคะ 5555
ปล. อ่านแล้วเม้นท์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะคะ TT__TT ขอบคุณค่ะ //คนเขียนก็จะอัพตอบแทนต่อไปค่ะ 555

361 ความคิดเห็น

  1. #355 Phery fair (@sleep-nemesis) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 18:51
    รอค่ะ เพิ่งเข้ามาอ่านใหม่ ฮ่าๆ สนุกดี ทจิ้งจอกน้อยน่ารักจัง
    #355
    0
  2. วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 23:55
    อยากอ่านต่อจริงๆนะ
    บอกความสนุกไม่ถูกแต่รู้สึกถึงชักจูงเข้าไปในเรื่อง
    อยากมีแบบนั้นบ้างอ่ะ อย่างมีเสือให้ขี่ พอคิดแล้วก็ อ้ายยยยยยยยย
    #351
    0