[END] ◄ Employ Loving ► จ้างแล้วห้ามชิ่ง รักจริงจัดเต็ม! (ครับผม)

ตอนที่ 16 : Employ | Part 15 การ์ดเชิญน่าสงสัย ความรู้สึกใหม่ที่เริ่มก่อตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    26 มี.ค. 58

         

 Employ | Part 15 การ์ดเชิญน่าสงสัย ความรู้สึกใหม่ที่เริ่มก่อตัว

        

      


      

 

           

            “พาเฟต์ครับพาเฟ่ต์ครับ”

            “พาเฟ่ต์!

            “อะอะไรยะ อยู่ใกล้แค่นี้เรียกซะเสียงดัง -0-” ฉันทำหน้ามุ่ยใส่ยัยอิมทันทีเมื่อเพื่อนสาวเธอเรียกชื่อฉันซะเสียงดัง ดีนะที่ตอนนี้เราอยู่ในห้องส่วนตัวหรือห้องวีไอพีนั่นแหละ พอดีฉันค่อนข้างชอบความเป็นส่วนตัวน่ะ แล้วก็ชอบบรรยากาศในห้องวีไอพีของร้านยัยอิมด้วย

            ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ ตอนนี้ฉันพาจีฮวานมาถึงร้านยัยอิมเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้อาหารก็เต็มโต๊ะไปหมด(ฉันสั่งเอง) แต่ฉันแทบไม่ได้แตะอะไรเลยเพราะมัวแต่นึกถึงหน้าทะเล้นและกะล่อนของอีตาภีม จะว่าไปวันนี้เขาไม่ค่อยแสดงสีหน้าแบบนั้นเลยนะ เขาจะโกรธฉันจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย T.T

            “ก็จีฮวานเรียกแกตั้งนาน แกไม่ได้ยินเอง ฉันก็เลยตะโกนเรียกนี่ไง” อิมอธิบายทำให้ฉันเขาใจในทันที ก่อนที่จะหันไปเลิกคิ้วใส่ผู้ชายเพียงหนึ่งเดียวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

            “นายมีอะไรเหรอ”

            “ผมเห็นพาเฟ่ต์ทานข้าวไปสองสามคำแล้วก็เอาแต่นั่งเหม่อ ไม่สบายหรือเปล่าครับ” เขาถามด้วยแววตาใส่ซื่อที่แฝงความเป็นห่วงเอาไว้ มองสายตาของหมอนี่ทีไรแล้วฉันจะใจอ่อนระทวยขึ้นมาซะให้ได้ไม่นะพาเฟ่ต์ ห้ามใจอ่อนกับเขาเด็ดขาด เขาอาจเป็นลูกแมวที่ซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้ก็ได้! ตราบใดที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นคนทำร้ายภีม ฉันก็จะยังไว้ใจเขาไม่ได้เด็ดขาด

            “เปล่าหรอก ฉันไดเอทน่ะ” ฉันตอบไปส่งๆ ความรู้สึกระแวงผู้ชายตรงหน้าเริ่มกลับมาเยือนอีกครั้งเมื่อนึกถึงเรื่องที่ภีมโดนลอบทำร้าย

            “จริงเหรอ ฉันเห็นแกกินขนมหวานตอนค่ำๆ มืดๆ ประจำ” อิมขัดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าฉันไม่ได้พูดความจริง แหม ฉันอยากจะลดความอ้วนแล้วมันผิดตรงไหนยะ จะว่าไปฉันเองก็ไม่ค่อยลดความอ้วนเท่าไหร่นะ เพราะฉันโชคดีที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน >_<

            “ก็ตอนนี้ไดเอทแล้วไง -3-” ฉันพูดพลางมือก็แอบเอื้อมเข้าไปใต้โต๊ะแล้วหยิกขายัยอิมเบาๆ ยัยนั่นทำหน้าเหยเกเล็กน้อยก่อนที่จะเข้าใจเมื่อหันมามองหน้าฉันที่จ้องเขม็งอยู่

            “แย่เลย แล้วผมจะกินคนเดียวหมดมั๊ยเนี่ย ฮ่าๆ” จีฮวานพูดก่อนที่จะหัวเราะออกมาเล็กน้อย

            “ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันบอกเขาก่อนที่จะดึงแขนยัยอิมให้ลุกตามมาด้วย จีฮวานมีสีหน้างงๆ เล็กน้อย แต่เขาก็ทำเพียงพยักหน้าลงเป็นการรับรู้เท่านั้น

            “อะไรของแกเนี่ย” อิมถามทันที่ฉันลากเธอมาถึงห้องน้ำ

            “แกฉันไม่ไว้ใจหมอนั่นเลย” ฉันเปลี่ยนจากจับข้อมือยัยอิมเป็นล็อกบ่าทั้งสองข้างของยัยนี่เอาไว้ให้เผชิญหน้ากับฉัน

            “อ้าว แล้วแกพาเขามาเลี้ยงเป็นการขอโทษทำไม”

            “ก็เขาดีกับฉันดีมาก ดีมากๆ เลยล่ะ จนฉันรู้สึกผิดที่ทำให้เขารู้สึกแย่ตลอดเวลา”

            “=_=^

            “แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว หมอนั่นก็น่าสงสัยว่าอาจรู้เห็นเรื่องการลอบทำร้ายภีมที่สวนสนุก”

            “ทำไมถึงคิดว่าเขารู้ล่ะฉันว่าเขาก็ดูเป็นคนดีคนหนึ่งเลยนะ” อิมพูดพลางทำหน้านึกอะไรบางอย่าง

            “ไม่นะแกแกเพิ่งเจอเขาวันนี้เอง บางทีหมอนั่นก็ดูเหมือนจับผิดฉันกับภีมเหมือนกันนะ”

            “ไม่เห็นแปลกเลย”

            “แกเข้าข้างหมอนั่น! แกรู้มั๊ยว่า เวลาฉันไปไหนมาไหนกับจีฮวาน ฉันจะไม่รู้สึกว่ามีคนคอยตาม ไม่เหมือนตอนที่อยู่กับภีม”

            “อยู่กับภีมแกรู้สึก?”

            “ก็ไม่ไม่รู้สิ ตอนนี้ฉันไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่เลยลืมๆ ไปบ้าง แต่ภีมบอกว่าเขารู้สึกตลอดเวลา ที่ร้ายไปกว่านั้น เหมือนคนที่อยู่ห้องตรงข้ามเขาที่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่จะเป็นคนที่คอยตามเขาด้วย” ฉันเล่าตามที่ฟังจากภีมมา ประธานลีต้องการอะไรกันแน่นะ? แค่ส่งคนมาจับผิดไปวันๆ แบบนี้น่ะเหรอ มันดูไม่ได้เรื่องอะไรเท่าไหร่เลยนะ แต่ถ้าทำร้ายภีมด้วยฮึ่ย! ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากรู้

            “ฉันว่ายังไงก็ต้องดูกันไปก่อน ตอนนี้ยังตัดสินอะไรไม่ได้ทั้ง

            ตื้ดดด~ ตื้ดดดตื้ดดด~

            ยังไม่ทันที่ยัยอิมจะพูดจบ เสียงโทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้นซะก่อน เมื่อหยิบขึ้นมาอ่านชื่อจบฉันก็รีบกดรับทันทีก่อนที่จะกรอกเสียงลงไปตามสาย

            “มีอะไรเหรอ”

            (เธอปลอดภัยนะ) ปลายถามถามกลับมาด้วยน้ำเสียงฟังดูเหมือนจะเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

            “ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ทำไม เกิดอะไรขึ้นเหรอ”

            (เมื่อกี้มีคนจะน็อคฉันน่ะ แต่บังเอิญมีคนเห็นเลยช่วยฉันไว้ก่อน คนร้ายวิ่งหนีไปปนกับที่คนเยอะๆ เลยจับตัวไม่ได้)

            “ว่าไงนะ! O_O” ทันทีที่ได้ยินประโยคที่สองจากภีมฉันเบิกตาโพลงพร้อมกับหันไปมองหน้ายัยอิมซึ่งกำลังทำคิ้วผูกกันเป็นโบว์ด้วยความสงสัย

            (พวกมันคงไม่ทำอะไรเธอหรอก ถึงฉันจะยังไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนสั่งก็ตาม แต่ฉันโทรมาถามเพื่อความแน่ใจน่ะว่าเธอยังปลอดภัยดีกินข้าวเสร็จหรือยังเหรอ) เขาพูดแล้วเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิม

            “ยังน่ะ นายเองก็ปลอดภัยดีใช่มั๊ย ได้แผลหรือเปล่าเนี่ย แล้วดูหนังจบแล้วเหรอ” ฉันรีบยิงคำถามใส่เขาเหมือนกลัวว่าจะไม่ได้ถามอย่างนั้นแหละ

            (จบแล้ว ฉันโดนมันต่อยปากแตกนิดหน่อยน่ะแค่นี้นะติ๊ดๆๆ) ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรต่อ ปลายสายก็รีบชิงตัดสายไปอย่างรวดเร็ว

            ทำไมวันนี้หมอนั่นทำตัวแปลกๆ นะ แถมการพูดการจาก็ดูเปลี่ยนไป ดูนิ่งๆ เหมือนไม่ใช่อีตาภีมตัวเกรียนคนเดิมยังไงก็ไม่รู้แฮะนี่ฉันไม่ได้คิดมากไปใช่มั๊ย เขาแปลกไปจริงๆ นะ

 

ถ้าฉันบอกว่า พอภีมวางสายไปแล้ว ฉันก็เล่าเรื่องให้ยัยอิมฟังแต่ยังไม่ทันที่ยัยนั่นจะแสดงความคิดเห็นอะไร ฉันก็รีบเดินกลับมาหาจีฮวานแล้วบอกให้เขาหยุดกินก่อนที่บังคับเขากลับบ้านมานี่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดใช่มั๊ย TTvTT

            “โกรธอะไรผมหรือเปล่าครับ” จีฮวานเดินมาขวางหน้าเอาไว้ขณะที่ฉันกำลังจะเดินเข้าบ้าน

            “เปล่า ฉันจะโกรธอะไรนายล่ะ -3-” ฉันก็ตอบเขาได้แค่นี้แหละ จะให้ฉันบอกไปเลยหรือไงล่ะว่าฉันไม่ได้โกรธแต่กำลังสงสัยว่าพ่อเขาสั่งคนมาทำร้ายภีม รวมทั้งสงสัยด้วยว่าเขาอาจจะมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้อย่างนั้นน่ะเหรอ? ฉันทำไม่ได้หรอก ยังไงเขาก็ดีกับฉันเกินกว่าที่ฉันจะพูดออกไปตรงๆ แบบนั้น

            “ก็พาเฟ่ต์ไม่ค่อยพูดกับผมเลย แล้วก็ทำหน้าบึ้งตลอดเวลา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ พร้อมกับสีหน้าที่บ่งบอกว่าเขากำลังน้อยใจอยู่ นายอย่าทำหน้าแบบนี้ได้มั๊ยจีฮวาน! อย่าให้ฉันสับสนไปมากกว่านี้ได้มั๊ย ตกลงนายดีหรือร้ายกันแน่นะ!

            “คนบ้าอะไรจะยิ้มตลอดเวลาล่ะยะ =*=

            “แต่พาเฟ่ต์ไม่ยิ้มเลยนะครับ”

            “ฉันก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้วน่าอย่าถามเยอะได้มั๊ย ฉันไม่ได้เป็นอะไร โอเค จบนะจบ!?”

“อารมณ์แปรปรวนจังนะครับ” จีฮวานก้มหน้าพึมพำกับตัวเอง ฉันมองเขาอย่างไม่รู้จะพูดอะไรก่อนที่จะเดินเชิดผ่านหน้าเขาเข้ามาในบ้าน แล้วก็พบกับคุณพ่อคุณแม่ที่รักและประธานลีที่นั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขก

            “อ้าว! กำลังบ่นถึงพอดี มานั่งคุยกันก่อนสิลูก” คุณพ่อที่รักพูดพลางกวักมือเรียกฉันให้เข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มดูท่าทางวันนี้จะมีความสุขมาก ฉันแอบถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ จะขอตัวขึ้นห้องตอนนี้เลยก็ยังไงอยู่ รู้สึกว่าอยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่ค่อยเจอหน้ากันเท่าไหร่เลยนะคุณพ่อคุณแม่ที่รักของฉันเนี่ย หรือเพราะฉันไม่ค่อยติดบ้านก็ไม่รู้แฮะ -0-

            “สวัสดีค่ะคุณลุง” ฉันยกมือไหว้ประธานลีก่อนที่จะนั่งลงที่โซฟาตัวเล็ก จีฮวานที่เดินตามฉันเข้ามา ยกมือไหว้พ่อกับแม่ฉันเช่นกันแล้วเดินไปนั่งโซฟาตัวเล็กอีกตัวที่ตรงข้ามกับฉัน

            “ลูกมาก็ดีเลย แม่กับพ่อกำลังคุยเรื่องงานเปิดตัวรองประธานกรรมการคนใหม่ของรอยัลแกรนด์น่ะลูก” คุณแม่ที่รักพูดพลางยื่นการ์ดเชิญสีแดงเลือดนกที่ฉันเพิ่งสังเกตเห็นว่าท่านถือมันอยู่ส่งมาให้ฉัน

            “เห็นว่าเป็นลูกชายของผู้บริหารนั่นแหละ เพิ่งกลับมาจากการไปหาประสบการณ์การทำงานที่เมืองนอกมา ดูท่าทางจะตั้งใจกลับมาพัฒนามากเลยนะเนี่ย” คุณแม่ที่รักพูดต่อ

            การ์ดนี่เหมือนของอีตาภีมที่อยู่ในกระเป๋าของฉันไม่มีผิด ต่างกันก็แค่ชื่อที่อยู่หน้าซองเท่านั้นความจริงฉันลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลยนะเนี่ย เพิ่งจะมานึกขึ้นได้ตอนที่คุณแม่ที่รักยื่นการ์ดมาให้นี่แหละ

            “คอนเซ็ปต์สีแดงสงสัยฉันต้องตัดชุดใหม่แล้วล่ะคุณ มีเวลาแค่สองอาทิตย์พรุ่งนี้ต้องรีบจัดการแล้ว >_<” คุณแม่ที่รักหันไปบอกคุณพ่อที่รักด้วยใบหน้าตื่นเต้นที่จะได้ตัดชุดใหม่แหม ก็ท่านน่ะชอบออกงานสังคมแบบนี้จะตายไป

            “ออกงานคราวนี้ พ่อกับแม่กลัวลูกจะเหงาก็เลยมาขออนุญาตพาลูกชายคนเดียวของประธานลีไปเป็นคู่ให้ลูกด้วย ท่านตกลงแล้วซะด้วยสิ” คุณพ่อที่รักพูดกับฉันก่อนที่จะหันไปยิ้มกับประธานลีที่ยิ้มแย้มไม่ต่างกันเท่าไหร่แต่ฉันไม่ยิ้มด้วยหรอกนะ! นี่ท่านพูดเหมือนฉันยังไม่มีแฟนน่ะ (ถึงจะปลอมๆ ก็เถอะ)

            “ภีมเองก็ได้การ์ดเชิญนี้เหมือนกันค่ะ” ฉันเอ่ยขึ้นลอยๆ แต่ตั้งใจให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนได้ยิน ส่วนจีฮวานน่ะเหรอเขาต้องจำการ์ดแบบนี้ได้อยู่แล้วแหละเพราะเขาเป็นคนเก็บได้เองกับมือ แล้วฉันก็บอกเขาไปแล้วด้วยว่าเป็นของใคร -.,-

            “ลูกหมายความว่ายังไง” คุณพ่อที่รักมีสีหน้าแปลกใจทันที รวมทั้งคุณแม่ที่รักกับประธานลีเองก็ด้วย           

            “ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละค่ะ และคนที่จะเป็นคู่ควงของพาเฟ่ต์ก็มีคนเดียวคือ ภีมภัทร” ฉันพูดพร้อมกับลุกขึ้นก่อนที่จะหันไปสบตากับจีฮวานเข้าอย่างจัง แววตาของเขาเหมือนต้องการจะบอกอะไรบางอย่างกับฉัน แต่ฉันไม่อยากรู้หรอกว่าเขาจะบอกอะไรน่ะ ยังไงซะฉันก็ไม่ยอมถูกบังคับให้แต่งงานอยู่ดี

            “พาเฟ่ต์ แต่จีฮวานเขาต้องไปกับเรานะลูก” คุณแม่ที่รักลุกขึ้นเดินมาจับแขนฉันเบาๆ

            “ใครจะไปหรือไม่ไปไม่เกี่ยวกับพาเฟ่ต์อยู่แล้วค่ะขอตัวก่อนนะคะ” ฉันพูดขณะที่ยังคงสบตาจีฮวานอยู่ ก่อนที่จะหันมาพูดประโยคสุดท้ายกับคุณแม่ที่รักแล้วเดินหนีขึ้นมาบนห้องนอนของตัวเอง

            ฉันรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภีมทันทีที่ล็อกประตูห้องนอนเสร็จพลางเดินมาหย่อนก้นลงนั่งบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า

            (…) รอเพียงไม่นานเจ้าของเบอร์ที่โทรออกก็รับสายแต่ไม่ได้พูดอะไร เป็นอะไรของเขาล่ะเนี่ย!

            “นั่นภีมใช่มั๊ย”

            (เธอโทรหาใครก็คนนั้นแหละ) ชิ! ถ้าพูดแบบนี้ล่ะก็มีอยู่คนเดียว แต่ทำไมเสียงเขายังนิ่งอยู่ล่ะ T^T

            “ฉันก็ถามดูเห็นรับแล้วก็ไม่พูดไม่จา”

            (ฮัลโหลพอใจยัง) ปลายสายตอบกลับด้วยเสียงเนือยๆ

            “อย่ามากวนประสาทฉันนะยะ!

            (มีอะไรก็ว่ามาสิ)

            “ฉันจะโทรมาบอกให้นายเตรียมทำหน้าที่ของนายน่ะสิ!

            (หน้าที่ครับแฟน มีอะไรเหรอ) นี่ฉันพูดกับเขาปกติเหมือนเดิมนะ แต่ทำไมเขาถึงได้เย็นชาใส่ฉันจังเลย หรือว่าเขาจะโกรธเรื่องวันนี้จริงๆ ที่ฉันไม่ได้อยู่ดูหนังกับเขา T.T

            “ก็นายต้องเตรียมตัวเป็นคู่ควงให้ฉันในงานเปิดตัวประธานกรรมการคนใหม่ของโรงแรมรอยัลแกรนด์การ์เด้นที่จะมีในอีกสองอาทิตย์”ฉันพูดพลางใช้มืออีกข้างที่ถือการ์ดเชิญมาด้วยเมื่อกี้ดึงตัวการ์ดข้างในออกมาจากซองโดยทิ้งให้ซองตกลงบนที่นอน ก่อนที่จะปรายตาอ่านรายละเอียดที่พิมพ์ด้วยอักษรสีเดียวกับซองที่ใส่บนกระดาษสีขาวประกายมุกระหว่างที่รอคำตอบจากปลายสายที่เขาเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังคิดคำตอบอยู่

            (…เธอไม่เห็นการ์ดฉันจริงๆ เหรอเนี่ย)

            “การ์ดนาย? จริงสิ! นายทำหล่นไว้ในรถฉัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเอาไปให้ที่ร้านนะ” ฉันบอกเมื่อนึกขึ้นได้

            (ตกลงฉันจะไปกับเธอ แต่ก่อนเอาการ์ดมาคืนฉัน เปิดดูข้างในก่อนนะว่าเชิญใครกันแน่ติ๊ดๆๆ) พูดจบก็ตัดสายทิ้งทันทีอีกแล้ว! นี่เขาวางสายทั้งๆ ที่ฉันยังพูดไม่จบอีกแล้วนะ L

            “เป็นอะไรของนายห๊ะ! อีตาบ้า!!!” ฉันเอาโทรศัพท์มาถือตรงหน้าแล้วตะโกนใส่ ทั้งๆ ที่รู้ว่าทำไปแล้วคนผิดก็ไม่ได้ยินหรอก!

            ว่าแต่เมื่อกี้หมอนั่นให้ฉันเปิดการ์ดของเขาดูอย่างนั้นเหรอ?

            หลังจากที่คิดได้ว่าควรจะเปิดการ์ดเชิญของภีมดูสักหน่อยว่ามีอะไรกันแน่ ฉันก็หยิบมันออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่จะรีบดึงการ์ดข้างในออกมาทันที แล้วก็พบว่ามันเหมือนกับการ์ดที่ครอบครัวของฉันได้เป๊ะ

            ก็ไม่มีอะไรนี่หว่าฉันนิ่วหน้าเล็กน้อยที่ก่อนที่จะเสียบการ์ดเก็บเข้าที่เดิมแล้วก็พบว่ามันไปกระทบกับอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างใน เมื่อดูข้างในซองก็พบว่ามีกระดาษบางอย่างพับครึ่งใส่มาข้างในด้วย ฉันจึงเอาออกมาเปิดดูทันที

 

ไปงานนี้ด้วยกันนะครับแฟน J

ภีมภัทร (หล่อจุงเบย)

            ฉันหลุดยิ้มออกมาทันทีเมื่ออ่านประโยคสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ กลางหน้ากระดาษที่ดูไม่สมส่วนกับกระดาษขนาดประมาณครึ่งเอสี่สักเท่าไหร่นี่สินะที่เขาอยากให้ฉันเห็น ฉันมองกระดาษนั้นแล้วยิ้มคนเดียวอีกครั้งก่อนที่จะเอื้อมมือเอามันไปยัดไว้ใต้หมอนไม่รู้เหมือนกันแฮะว่าทำไมต้องใต้หมอน =_=?

            “เอ๊ะ!” ฉันขมวดคิ้วทันทีในขณะที่กำลังเก็บการ์ดเข้าในซองเหมือนเดิมแล้วนิ้วมือข้างที่จับซองอยู่นั้นดันไปสัมผัสเข้ากับผิวขรุขระของกระดาษด้านหน้าซอง ฉันรีบพลิกด้านกลับมาดูตรงที่รู้สึกว่ามันไม่เรียบเหมือนเนื้อกระดาษบริเวณอื่นแล้วก็พบว่ามันอยู่หลังจากคำว่าเรียนเชิญ ซึ่งก็คือตรงคำว่า คุณ นั่นเอง เมื่อมองดีๆ แล้ว ฉันก็พบว่ามันเป็นรอยที่ถูกลิควิดลบแล้วระบายทับด้วยสีไม้สีเดียวกับกระดาษน่ะสิ! สงสัยตอนอยู่ในรถแสงมันจะน้อยเกินไปฉันเลยไม่ทันสังเกตเห็นรอยนี้มีบางอย่างที่ฉันพลาดไปเหรอเนี่ย เป็นไปได้ยังไงกัน? ถ้าเขียนผิดก็ต้องเปลี่ยนซองสิ โรงแรมระดับนี้คงไม่ลบแล้วระบายสีทับหรอกนะ มันหยาบเกินไปหน่อยมั้ง...

เป็นไปได้มั๊ยว่าภีมจะเป็นคนทำ?

แล้วเขาลบทำไม?

 

“นี่ทำไมโรงแรมถึงส่งการ์ดเชิญมาให้นายล่ะ นายมีตำแหน่งอะไรในนั้นเหรอยะ” ฉันถามภีมหลังจากที่คืนการ์ดให้เขาแล้ว

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขาที่โต๊ะทำงานตัวเดิมภายในห้องสีฟ้าชั้นสองของเวดดิ้งสตูโอ ตั้งแต่ฉันมาถึงที่นี่ เขาก็ยิ้มให้ฉันนิดหน่อย พอวางการ์ดคืนให้บนโต๊ะเขาก็เหลือบมองเล็กน้อยโดยไม่มองหน้าฉัน แล้วก็กลับไปสนใจหน้าจอโน้ตบุ๊คต่อ

            “นี่! ฉันถามไม่ได้ยินหรือไงยะ -0-” ฉันเริ่มพูดเสียงดังขึ้นเมื่อเขาทำท่าทีเมินเฉย ทำเหมือนฉันเป็นอากาศรอบตัว!

            “ถามใหม่สิ” พูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองฉัน

            “เฮอะ! ฉันถามว่าทำไมโรงแรมถึงส่งการ์ดนี้มาให้นาย”

            “ไม่รู้สิ ส่งมาแล้วก็คงต้องไป”

            “นี่นายกำลังกวนประสาทฉันอยู่นะ! งานนี้ไม่มีทางที่นายจะได้รับเชิญแน่ๆ ถ้าไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโรงแรมหรือมีตำแหน่งหน้าที่อะไรเกี่ยวข้องกับคณะบริหารน่ะ”

            “ไม่รู้สิ ส่งมาแล้วก็คงต้องไป”

            “นายพูดเป็นแต่ประโยคนี้หรือไง!?”

            “ไม่รู้สิ

            ปึ้ง!

            “อย่าทำแบบนี้ได้มั๊ย! นายโกรธอะไรฉันก็บอกมาสิ” ยังไม่ทันที่ภีมจะพูดจบ ฉันก็ตบโต๊ะจนเกิดเสียงดังด้วยความโมโห มันน่าหงุดหงิดชะมัดเลยที่เขาเป็นแบบนี้ มีอะไรก็ไม่พูด ฉันรู้นะว่าเขาต้องกำลังโกรธฉันอยู่แน่ๆ

            “อยากให้โกรธอะไรล่ะครับ” การโวยวายของฉันมันได้ผล! เขาละสายตาจากจอสี่เหลี่ยมแล้งเงยหน้าขึ้นมาเลิกคิ้วถามฉัน สีหน้าไม่แสดงถึงความตกใจ หรือโกรธอะไร แต่เหมือนจะแกล้งปั่นหัวฉันซะมากกว่า!

            “ก็แล้วนายโกรธอะไรล่ะ!

            “ก็แล้วทำอะไรให้โกรธล่ะ” เจ้าตัวถามกลับพลางยักคิ้วใส่

            “ก็เมื่อวานฉันลืมจริงๆ นี่ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งนายไว้แบบนั้น แต่

            “ฉันเข้าใจฉันไม่มีสิทธิ์โกรธเธอหรอก ทุกอย่างมันก็เป็นแค่หน้าที่” ทำไมพอเขาพูดประโยคนี้แล้วฉันรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูกเลยนะ ทำไมกัน ในเมื่อเขาก็พูดความจริงแล้วเรื่องอะไรที่เขาจะต้องมาโกรธฉันล่ะเนอะ แต่พอรู้ว่าเขาไม่โกรธมันก็รู้สึกผิดหวังยังไงก็ไม่รู้แฮะ

            “แล้วทำไมนายต้องทำท่าทางแปลกๆ ใส่ฉันด้วย แถมยัง

            “ยังอะไรเหรอ”

            “ยังไม่เหมือนเดิมน่ะสิ ปกตินายไม่ใช่คนนิ่งแบบนี้ ปกตินายจะกวนโอ๊ยตลอดเวลา ปกตินายจะทำอะไรเกรียนๆ ใส่ฉันตลอด ปกติ

            “ปกติฉันอาจจะเป็นแบบนี้ก็ได้

            “ไม่ปกติ! นายไม่ใช่คนแบบนี้ฉันรู้ -3-

            “รู้ดีจังนะ” เขาพูดแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ฉันหน้าบูดจนไม่รู้จะบูดยังไงแล้ว บอกตรงๆ ว่าฉันไม่ชอบที่เขานิ่งไปแบบนี้เลย ให้ตาย!

            “ตกลงนายเป็นอะไรกันแน่”

            “เป็นแฟนของแฟนไงครับผม ^_^” เขาพูดแล้วคลี่ยิ้มสดใสออกมา มันทำให้ฉันตกใจเล็กน้อยที่เขาเปลี่ยนสีหน้าและอารมณ์ได้รวดเร็วขนาดนี้ แถมยังมีน้ำเสียงยังเหมือนเดิมแล้วด้วย

            “นี่นายจงใจยั่วโมโหฉันใช่มั๊ย!

            “เปล่า”

            “แล้วทำไมจู่ๆ นายก็นิ่งไป แล้วจู่ๆ ก็กลับมาเหมือนเดิมล่ะเฮอะ!

            “ฉันแค่รู้สึกเหนื่อยและเบื่อน่ะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่จะไม่เผลอคือ ฉันหมายถึงไม่เผลอตัวน่ะ ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลากลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย แต่พอเห็นเธอพลอยน้าบูดเป็นตูดลิงไปด้วยฉันเลยกลัวบกพร่องต่อหน้าที่แฟนที่ดีก็เลยต้องกลับมาเป็นเหมือนเดิมไง” เขาพูดพลางยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ทำให้ฉันเข้าใจความรู้สึกเขาขึ้นมาทันที

            “เพราะฉันเองสินะนายถึงต้องเป็นอันตรายแบบนี้ถ้าฉันยอมแต่งงานไปซะเรื่องก็คงจบด้วยดี นายเองก็ไม่ต้องมาเจ็บตัวเพราะเป็นแฟนฉัน ถึงจะจ้างมาก็เถอะ TTvTT” ฉันพูดพลางเหลือบมองรอยช้ำที่มุมปากของเขา แล้วก็รอยปากแตกจากเหตุการณ์เมื่อวาน

คิดไปคิดมาแล้วน้ำตาก็พาลจะไหลออกมาให้ได้ ภีมไม่เกี่ยวอะไรเลยแท้ๆ แต่ต้องมาเจ็บตัวเพราะความงี่เง่าเอาแต่ใจของฉัน แต่ฉันผิดด้วยเหรอ? ที่ไม่อยากแต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รักน่ะ แล้วภีมผิดด้วยเหรอที่เขาบังเอิญรับจ้างเป็นแฟน แล้วมารับจ้างฉันน่ะ ทำไมเขาต้องเจ็บตัวอยู่เรื่อยเลยล่ะ

            “คิดมากน่า บางทีฉันอาจจะมีศัตรูอยู่แล้วไม่รู้ตัวก็ได้ เรายังไม่รู้แน่ชัดสักหน่อยว่าใครเป็นคนบงการเรื่องนี้”

            “แต่ความเป็นไปได้ตอนนี้ประธานลีก็น่าสงสัยที่สุดนะ”

            “เธอคิดว่าเขาอยากได้เธอเป็นสะใภ้มากจนต้องทำให้เธอเลิกกับแฟนอย่างนั้นเหรอ”

            “ถ้าเขาไม่อยากได้คงขนของกลับเกาหลีไปแล้วล่ะย่ะ! ก็ฉันน่ะทั้งเริศ! ทั้งสวย! แถมยังรวยมาก! -3-” ฉันพูดแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง

            “ฮ่าๆ เธอนี่ตลกชะมัดเลย ยัยป้าหลงตัวเอง ชอบสำคัญตัวเองจริงๆ เลย” ภีมพูดแล้วเอื้อมมือมาผลักหัวฉันเบาๆ ทำให้ฉันนิ่วหน้าใส่เขาทันที กล้ามากนะที่มาผลักหัวฉันเนี่ย!

            “ทำเป็นหัวเราะ แล้วนายไม่เห็นว่าฉันสำคัญเหรอ” ฉันพูดออกไปโดยที่ไม่ทันได้คิดอะไร แต่ก็รู้ตัวว่าไม่ควรพูดออกไปเลย เพราะมันทำให้ท้องไส้ฉันมันรู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

            “เอ่อสะสำคัญสิ! ก็เธอจ่ายเงินเดือนให้ฉันไง! >O<” ภีมชะลักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะตอบเหมือนคนที่ควบคุมน้ำเสียงตัวเองไม่ได้แล้วก็หันกลับไปสนใจหน้าจอสี่เหลี่ยมตรงหน้าตัวเองต่อ ส่วนฉันเองก็รู้สึกว่าเหมือนจะล่องลอยอยู่รอมร่อยังไงก็ไม่รู้แฮะ นี่ฉันมีกรดเกินในกระเพราะอาหารหรือเปล่านะ ทำไมมันท้องไส้มันโครกครากๆ ทั้งที่ก็ไม่ได้หิวอะไร T_T

           

            “เธอเห็นที่ฉันเขียนไปให้แล้วสินะ” เมื่อเห็นว่าบรรยากาศในห้องมันเงียบๆ ภีมก็เงยหน้าขึ้นมาถามฉันด้วยท่าทางแปลกๆ

            “ก็เห็นแล้วแหละเออนี่ ที่การ์ดนาย มันมีรอยลบแล้วระบายสีทับอยู่ตรงหน้าชื่อนาย นายทำเองหรือเปล่า”

            “หืม? o.O” เขาปรายตาไปมองการ์ดที่ยังคงวางอยู่ที่เดิมที่ฉันเลื่อนไปข้างๆ เขาตั้งแต่เอามาคืนในตอนแรก ก่อนที่จะเอื้อมมือมาดึงมันไปเก็บลงในลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานอย่างรวดเร็ว

            “ไม่รู้สิ”

            “นายไม่ได้ทำแล้วใครจะทำล่ะ ถ้าทางโรงแรมเขาเขียนผิดก็ต้องเปลี่ยนซองให้สิ ทำแบบนี้มันน่าเกลียด”

            “ไม่รู้สิ”

            “รู้สักเรื่องจะได้มั๊ยห๊ะ!”           

            “ซองอาจจะหมดก็ได้ ฉันจะลบแล้วระบายสีทำไมล่ะ ไม่ได้ชอบวาดรูประบายสีสักหน่อย =.,=

            “จะไปรู้เหรอ นายนี่ชอบทำตัวน่าสงสัยจังนะ!

            “เออนี่ ชุดที่จะไปงานฉันสั่งแบบไปแล้วเมื่อคืน ตอนนี้รอแค่วัดตัวเธอเท่านั้นที่ต้องบอกเขา ถ้าเธอไม่มีอะไรทำก็ลงไปให้เด็กในร้านวัดข้างล่างเลยก็ได้นะตอนนี้”

            “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย!”   

            “ชุดสีแดงแบบที่ฉันสั่งไปนี่สวยมากเลยนะ สนใจจะดูสักหน่อยมั๊ย” เขายังคงพูดต่อไปขณะที่จ้องฉันตาแป๋ว

            “ดูก็ได้! ว่าแต่สั่งไปไม่ปรึกษาฉันเลยนะ ถ้าไม่สวยล่ะก็ฉันจะเหวี่ยง! =*=

            “อ๊ะ! ดู” เขาพูดพร้อมกับยกโน้ตบุ๊คขึ้นจากพื้นโต๊ะเล็กน้อยแล้วหมุนด้านหน้าจอมาทางฉันก่อนที่จะวางลง ฉันถึงกับเบิกตาโตทันทีเมื่อเห็นรูป ไม่ใช่เพราะชุดมันสวยมากหรอกนะ! แต่มันเป็นรูปฉันกำลังอ้าปากกินข้าวอยู่น่ะสิ! น่าเกลียดชะมัดยาด!

            “นายแอบถ่ายฉันเหรอยะ! ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!

            “ ตั้งแต่ที่เธอประชุมกับเพื่อนเธอสองคนคราวก่อนที่ร้านเพื่อนเธอไง >_<” เขาพูดพร้อมกับเอื้อมมือมาพับหน้าจอลงแล้วหมุนกลับไปวางตำแหน่งเดิม

            “ลบรูปเดี๋ยวนี้เลยนะ! แล้วไหนล่ะแบบชุดที่นายมัดมือชกฉันสั่งไปแล้วน่ะ”

            “ไม่ลบแล้วก็ไม่ให้ดูแบบ เดี๋ยวตัดเสร็จก็เห็นเองเธอใส่แล้วต้องน่ารักมากๆ เลยล่ะ แต่ตอนนี้ลงไปวัดตัวดีกว่าครับแฟน >_<” เจ้าตัวพูดแล้วลุกขึ้นมาจับต้นแขนฉันสองข้างจากทางด้านหลังพร้อมกับบังคับให้ลุกขึ้นก่อนที่จะดันฉันให้เดินออกมาจากห้องเพื่อพาลงมาวัดตัวข้างล่าง ให้ตายเถอะ! หมอนี่มันเอาแต่ใจตัวเองชะมัดเลย! คิดจะเป็นคู่แข่งกับฉันใช่มั๊ยยะ -0-

            แล้วทำไมท้องไส้ฉันถึงปั่นป่วนอีกแล้วเนี่ย ว่างๆ คงต้องไปตรวจสักหน่อยแล้ว -///-

 










 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

MineMinute Talk :

ย้าฮู~~
สงกรานต์ผ่านไปเป็นยังไงกันบ้างคะ ดำขึ้นกันหรือเปล่า 5555555
มายไม่ได้เล่นน้ำเลยปีนี้ อิอิ ปกติก็ไม่เล่นอยู่แล้วนะ เคยไม่เล่นติดกันตั้งสองสามปีแน่ะ!
อากาศบ้านเราก็เปลี่ยนแปลงบ่อยซะเหลือเกิน เดี๋ยวแดดออก เดี๋ยวฝนตก
รีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนอย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ >_<


มาเข้าเรื่องตอนนี้กันบ้าง...ตกลงอีภีมมันเป็นใครกันแน่?
ตกลงใครเป็นคนร้ายกันแน่? ตกลงจีฮวานดีหรือไม่ดีกันแน่?
ตกลงเรื่องนี้จะจบหรือไม่จบกันแน่? เอ๊ย ไม่ใช่ล่ะ จบสิ 555555
อย่าลืมมาลุ้น และร่วมเป็นกำลังใจให้พาเฟ่ต์กันได้ด้
วยคอมเม้นต์นะคะ 55
เออใช่ กด
โหวตด้วยก็ดี รู้สึกไม่ได้ขอโหวตมานานมากแล้วตั้งแต่แต่งนิยายเรื่องรแกในชีวิตจบ =__=
แต่หมู่นี้พวกเกรียนมันระบาดเกิ๊นจนเจ๊นอยด์ไปหลายวันไม่เป็นอันแต่งนิยายต่อ
เอาเถอะ ยังไงก็ต้อง
ขอบคุณทุกแรงใจที่มีให้กันมาเสมอนะคะ ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ที่มีให้กันมา
และกำลังจะเกิดขึ้นอีกข้างหน้า ดีใจจริงๆ ค่ะที่ทุกคนมาคอยให้กำลังใจ และชอบนิยายเรื่องนี้ :)

ตอนนี้ขอตัวลาไปก่อนล่ะ หลังสงกรานต์ก็กลับมาสู่การเรียนตามปกติอีกครั้ง
มาอัพช้าอัพเร็วบ้าง ก็ขอโทษด้วยนะคะ แต่จะไม่หายไปนานแน่นอนค่ะ
หรือถ้ายังอัพไม่ได้จริงๆ ก็จะมาแจ้งเหมือนเดิมนะคะ
สุดท้ายจริงๆ แล้ว
รักนักอ่านที่น่ารักทุกคนเหมือนเดิมค่า 







 
G Minor!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

625 ความคิดเห็น

  1. #577 BenTo@Love.com (@momee27900) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2557 / 00:13
    ไม่ชอบตอนภีมนิ่งๆ เนือยๆ แบบนี้เลยอ่ะ
    ชอบตอนนางกวนๆ ฮาๆ เกรียนๆ 5555 น่ารักซะจนอยากไปสมัครเป็นผู้ว่าจ้าง
    อยากรู้ความในใจของภีมจังว่าคิดอะไรอยู่ เผลอใจไปกับพาเฟ่แล้วใช่มั้ยล่าาาาาา
    #577
    0
  2. #536 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 00:12
    ภีมมม นายเปนใครกันแน่เนี่ย
    #536
    0
  3. #523 N'noey2 (@noeyzaza1) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 16:58
    ภีม น่าสงสัยจังแหะ?????

    #523
    0
  4. #510 mew2233 (@mew2233) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2556 / 16:40
    ภีมอ้ะ เห็นนางเอกในสายตาบ้างเหอะ TT
    #510
    0
  5. #509 mew2233 (@mew2233) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กันยายน 2556 / 16:40
    ภีมอ้ะ เห็นนางเอกในสายตาบ้างเหอะ TT
    #509
    0
  6. #295 indigo443 (@indigo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 18:53
    กรี๊ด ภีมเป็นใครกัน น่าสงสัย
    #295
    0
  7. #259 CrazY_EeaRn (@lovely-eearn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2556 / 12:13
    อย่าบอกนะว่าภีมเป็นลูกชายผู้บริหาร =[]=
    กรี๊ดดดด คู่ควรกับนางเอกสุดๆ จีฮวานไปซะ อย่าอยู่ให้ลังเลอีกเลย ToT
    #259
    0
  8. #255 ` สมายชัตเตอร์ . (@leeplayy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 16:56
    เห้ยเดี๋ยวไม่ใช่สรุปแล้วภีมมันโกงนะ ดิ้นตายเลยถ้างั้น5555
    อัำพต่อเยยย อ่านแล้วฮาทุกตอนจริงๆ
    #255
    0
  9. #247 jenyn (@jenyn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 10:59
    ติตตาม ติดตาม ชอบมากๆๆ ค่ะ รออ่านทุกวันเลย
    #247
    0
  10. #244 **Jang-Sinyuan** (@yodnam-namyod) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 09:48
    ภีมแปลกจริงๆกด้วยแฮะ TOT'
    #244
    0
  11. #242 - ดีเลย์ ? (@ham-z) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2556 / 08:19
    ภีม ... นายน่าสงสัยกว่าประธานลีอีกนะ -_-+++
    #242
    0
  12. #241 fate heria ^o^ (@fate14498) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 22:37
    รีบอัพนะคะ พลีสสสส อยากอ่านต่อมากกกก ภีมน่าสงสัยจริงๆนะเนี่ย.... >.,< แต่ตอนนี้น่ารักเวอ่รืๆ หวานจุงเบยยยส 55555
    #241
    0
  13. #240 Lächeln (@orpicuew) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 22:00
    ภีมเปนรัยหว่า แล้วก็ภีมเปนใครกันแน่หว่า สงสัยๆ
    #240
    0
  14. #239 Pretzz07 (@bananasplitzz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 20:31
    มาติดตามแล้ววว >O<
    #239
    0
  15. #237 black-shooter (@black-shooter) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 20:10
    หว่าๆๆๆๆ เกิดไรขึ้นกับที่รักของเค้าอะ มันนิ่งเกินไปนะ
    ต้องบ้าๆบอๆ เกรียนโคตรเซ่T^T//โดนเฟ่ตื้บ= =
    #237
    0
  16. #236 I.C. jaaaa (@naonic37) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 19:00
    ไม่ชอบเวลาภีมนิ่งและก็เย็นชาเหมือนกัน เกรียนถึงจะเหมาะกีบภีม 
    นางเอกเราเริ่มรักพระเอกแล้ว แต่ยังไม่รู้ตัว คริๆๆ
    สู้ๆๆ นะคะไรต์ 
    #236
    0
  17. #235 heartless girl (@yokandmom) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2556 / 16:59
    อัพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพ
    #235
    0