[END] ◄ Employ Loving ► จ้างแล้วห้ามชิ่ง รักจริงจัดเต็ม! (ครับผม)

ตอนที่ 17 : Employ | Part 16 ราตรีสีแดง กับคู่แข่งคนเก่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 มี.ค. 58

           
    

Employ | Part 16 ราตรีสีแดงกับคู่แข่งคนเก่า




 


    
  


            และแล้ววันงานเลี้ยงเปิดตัวรองประธานกรรมการคนใหม่ของรอยัลแกรนด์ก็มาถึง ตอนนี้ฉันอยู่ที่ร้านของภีมเฉกเช่นทุกวัน แต่ที่พิเศษกว่าทุกวันคือวันนี้ฉันมาใช้เป็นสถานที่ในการแต่งหน้าทำผมและแต่งตัวน่ะสิ

หมู่นี้ฉันจะใช้เวลาส่วนมากมาช่วยงานภีมที่ร้าน งานที่ว่าก็คือช่วยแนะนำและเลือกชุดที่เหมาะให้แก่คู่รักที่กำลังจะเป็นบ่าวสาว =_= ฉันเองก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่ว่าให้มานั่งเฉยๆ มันก็ว่างไม่มีอะไรทำจนเกินไป อีกอย่างก็คือนี้ภีมก็ดูเหมือนจะกลับไปเป็นปกติตามเดิมแล้ว เขาพยายามทำตัวให้เหมือนตอนแรกรู้จักกันใหม่ๆ ที่ฉันบอกว่า พยายาม เพราะฉันรู้สึกได้ว่ามันยังไม่เหมือนเดิมซะทีเดียว ดูเหมือนเขาจะมีอะไรปิดบังฉันอยู่ตลอดเวลาน่ะ แต่ฉันก็ไม่ได้ถามอะไรเขาเพราะยัยอิมกับแดนนี่บอกว่าถ้าเขาอยากบอกเดี๋ยวก็คงจะบอกเอง

            ส่วนจีฮวานสุดหล่อฉันไม่เห็นเขามาหาฉันอีกเลยตั้งแต่วันนั้นที่ฉันปฏิเสธเรื่องที่คุณพ่อที่รักขอให้เขามาเป็นคู่ควงของฉันในงานวันนี้ จะเห็นก็แต่บอสแอลจิเท่านั้นที่ยังคงไปมาหาสู่บ้านฉันเหมือนเดิม ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่พอมันนานมาจนถึงวันนี้ฉันก็เลยเริ่มรู้สึกผิดกับจีฮวานขึ้นมาซะอย่างนั้นแหละ TTvTT

            “แฟนครับ~ >O<” เสียงเรียกที่คุ้นหูดังขึ้นทำให้ฉันหลุดจากภวังค์ทันทีแล้วหันไปทางต้นเสียงก็พบกับใบหน้าทะเล้นกวนประสาทของภีมที่แง้มประตูห้องโผล่แต่หัวเข้ามา

            “เปิดเข้ามาไม่เคาะห้องแบบนี้ ถ้าฉันแก้ผ้าอยู่จะทำยังไงยะ =*=” ฉันแกล้งโวยวายทั้งๆ ที่แอบดีใจที่เห็นเขาและมันก็เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากบรรดาช่างที่อยู่ในห้องนี้ได้เป็นอย่างดี

ความจริงแล้ววันนี้ทั้งวันฉันยังไม่เห็นหน้าภีมเลยน่ะสิ เห็นว่าเมื่อเช้าติดพบลูกค้าเขาก็เลยไม่ได้เข้ามาที่ร้าน ฉันเองก็ไปทำสปาผิวกับสปาหน้า พอมาที่ร้านก็เข้ามาที่ห้องแต่งตัวเลยเพราะบรรดาช่างแต่งหน้าทำผมเขาพร้อมกันแล้ว ที่จริงฉันก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อยนะเพราะที่นี่มันเป็นเวดดิ้งสตูดิโอ แต่ครั้งนี้เหมือนจะใช้ผิดโอกาสไปสักหน่อยและไม่ใช่ความคิดของฉันด้วยก็มีเจ้าของที่นี่คนเดียวนั่นแหละที่เจ้ากี้เจ้าการตัวพ่อเลย

            “ฉันคงจะช็อคหัวใจวายอยู่ตรงหน้าประตูนี่แหละ” น้ำเสียงกวนๆ ของเขาตอบกลับมาพร้อมกับเจ้าตัวที่ยักคิ้วสองสามที

            “เฮอะ! ฉันหรือเปล่าที่ช็อคน่ะ -0-

            “ฉันช็อคก่อน”

            “ฉันว่านายเอาเวลาที่มาชวนฉันทะเลาะไปแต่งตัวดีกว่ามั๊ย”

            “ฉันน่ะเสร็จแล้ว เหลือป้านั่นแหละ >O<” เขาบอกอย่างภูมิใจพร้อมกับเปิดประตูออกเต็มๆ ทำให้ฉันเห็นสูทสีดำสนิทสวมแบบไม่ติดกระดุมทับกับเสื้อเชิ้ตตัวในสีแดงสดที่ติดกระดุมครบทุดเม็ดจนถึงคอเก็บชายเสื้อไว้ในกางเกงขาเดปสีเดียวกับสูทคาดทับด้วยเข็มขัดหนังสีน้ำตาลเข้มนี่เขาคิดว่าตัวเองเป็นบอยแบนด์อยู่หรือเปล่าเนี่ย? แต่ความจริงแล้วเขาหล่อมากเลยนะในลุคนี้ -///-

            “ทำไมนายไม่เลือกชุดให้มันเป็นทางการกว่านี้หน่อย” ฉันก็ติไปเรื่อยนั่นแหละ ถึงแม้ว่าชุดของเขาจะดูไม่ค่อยสุภาพสำหรับออกงานราตรีในค่ำคืนนี้เท่าไหร่นัก แต่เมื่อมันอยู่บนตัวภีมแล้วทำให้เขาดูมีสง่าออร่าจับขึ้นมาอย่างประหลาดเลยล่ะ

            “บ่นจังเลยนะครับแฟน ชมสักคำก็ไม่มีอะ T^T” เจ้าตัวเบะปากแล้วทำเสียงน้อยใจ

            “ออกไปได้แล้ว ฉันจะได้แต่งตัวบ้าง” ฉันโบกมือไล่เขาแล้วก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้ากระจก เพราะอันที่จริงฉันแต่งหน้าทำผมเสร็จแล้วล่ะ แต่ดีที่ชุดของฉันเป็นเกาะแบบมีซิปด้านหลังก็เลยใส่หลังจากแต่งหน้าทำผมแล้วได้

            “ก็ได้ครับแฟน เร็วๆ นะ” ภีมพูดแล้วขยิบตาซ้ายให้ฉันก่อนที่จะยอมปิดประตูออกไปในที่สุด ฉันจึงรีบเดินไปล็อคห้องด้วยตัวเองทันที

           

หลายนาทีต่อมา

            “สวยเจิดเลยค่ะคุณน้องขา >O<” พี่กระเทยที่เป็นคนช่วยฉันแต่งตัวเอ่ยชมปากเปราะขณะที่ฉันกำลังหมุนตัวเองไปมาอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่สูงตั้งแต่พื้นถึงเพดานห้อง

            ในกระจกสะท้อนภาพของตัวฉันเองที่อยู่ในราตรีสั้นรัดรูปสีแดงสดตัดกับผิวขาวเนียนสม่ำเสมอที่ใครเห็นเป็นต้องมองจนเหลียวหลังเลยล่ะ! ที่ชุดช่วงลำตัวด้านบนเป็นลักษณะผ้าไขว้ทับกันขึ้นไปเป็นกุหลาบดอกใหญ่อยู่ที่บริเวณเกาะอกด้านซ้าย มันดูเรียบและหรูในเวลาเดียวกัน ความจริงฉันก็เห็นชุดแนวนี้มาเยอะนะ เคยใส่ชุดราตรีเปรี้ยวๆ แบบนี้ก็นับครั้งไม่ถ้วน แต่ชุดนี้มันทำให้ฉันดูมีสง่าราศีกว่าทุกครั้งเลยล่ะ อีตาภีมนี่มีเซ้นต์เรื่องนี้จริงๆ ด้วยแฮะ -///-

            “พี่ล่ะอิจช้าอิจฉา หุ่นคุณน้องนี่เริศเว่อร์ได้อีกค่ะ >_<

            “แหม ขอบคุณนะคะ” ฉันอดยิ้มไม่ได้กับคำชมที่ได้รับ ฉันยิ้มให้ตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนจะเดินออกมาใส่รองเท้าส้นสูงสีดำที่เข้ากันได้ดีกับชุด

            “หายไปไหนของเขานะ” ฉันหันซ้ายหันขวาหลังจากที่ออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมานั่งอยู่ที่ห้องโถงรับแขกของร้าน ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงกว่าๆ ได้แล้ว ในร้านจึงเงียบเชียบแม้แต่เสียงแอร์ก็ยังไม่ได้ยิน เพราะพนักงานที่ร้านกลับบ้านกันไปหมดแล้วรวมทั้งส่วนของคอฟฟี่ช็อปซึ่งอยู่ติดกันก็ด้วยฝั่งนั้นมีเพียงไฟตรงเคาน์เตอร์เท่านั้นที่ยังเปิดอยู่แล้วฉันก็เห็นพบพระกำลังดูสมุดอะไรสักอย่างอยู่แต่ฉันไม่เห็นภีมเลย

            “พวกพี่กลับก่อนนะคะน้องพาเฟ่ต์ ขอให้สนุกกับงานเลี้ยงนะคะ” ฉันชะเง้อมองหาภีมจนบรรดาพี่ๆ ช่างแต่งหน้าทำผมเก็บของเสร็จแล้วพากันเดินออกมาโบกไม้โบกมือล่ำลาขอตัวกลับกันไปหมด

            หรือว่าอีตาภีมอยู่ที่ห้องทำงานข้างบน?

            “อ๊ะ!…” เมื่อฉันคิดได้ว่าคนที่กำลังตามหาอยู่อาจจะอยู่ที่ชั้นสองจึงเอี้ยวตัวหันไปมองทางบันได แล้วก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆ ก็มีมือหนาแต่ทว่ามันกลับนุ่มจนเหมือนมือผู้หญิงของใครบางคนมาโอบรอบคอฉันเอาไว้ ฉันสะดุ้งเล็กน้อยพลางยกมือขึ้นไปจับที่คอของตัวเองแล้วก็พบว่าใครคนนั้นกำลังสวมสร้อยให้ฉันอยู่ต่างหาก ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะ

            “หันซ้ายหันขวา หาอะไรอยู่เหรอป้า” ฉันว่ามันบรรยากาศมันไม่โรแมนติกก็เพราะประโยคนี้นั่นแหละ กำลังจะซึ้งเลยให้ตายสิ! -_-^

            “ก็หาสร้อยนี่แหละ ฉันก็ว่าคอฉันมันโล่งๆ”

            “อ๋อเหรอ”

            “ย่ะ! ขอบคุณนะ -///-” ฉันบอกหลังจากที่เขาใส่สร้อยให้ฉันเสร็จแล้วเดินมานั่งลงข้างๆ

            “สร้อยสวยจริงๆ” ภีมมองสร้อยที่คอของฉันแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำเอาฉันหน้าเสียไปเล็กน้อย เขาไม่เห็นชมฉันเลย T^T

            -^-

            “คนสวยนี่ใส่อะไรก็สวยเนอะ” เขาพูดลอยๆ พลางละสายตาจากฉันไปมองเพดาน ฉันเห็นว่าเขาแอบยิ้มด้วยแหละ

            “ชมเหรอ”

            “ด่ามั้ง”

            “ไปกันได้หรือยังเนี่ย ป่านนี่คุณพ่อคุณแม่ที่รักของฉันไปถึงงานกันแล้วมั้ง”

            “ครับๆ คุณผู้หญิง” ภีมลุกขึ้นแล้วผายมือให้ฉันเดินนำเขาออกมาจากร้าน เมื่อกี้ก่อนเราสองคนจะเดินมาถึงรถ ภีมแวะเข้าไปกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับพบพระก็ไม่รู้ คนเป็นลูกน้องก็พยักหน้าตอบอย่างว่าง่ายสองสามครั้ง ให้ฉันเดาอาจจะให้ดูแลปิดร้านให้เรียบร้อยล่ะมั้ง

 

            “นับวันเราสองคนนี่ก็เหมือนแฟนกันจริงๆ เลยเนอะว่ามั๊ย”

            เอี๊ยดดดด!

            ภีมเบรกรถทันทีจนตัวเราสองคนโยกไปข้างหน้าก่อนที่จะกลับมาแปะติดกับผนักพิงของเบาะที่นั่ง

            “O_O!” เจ้าตัวหันมาเบิกตาโตใส่ฉันแล้วอ้าปากพะงาบๆ อย่างคนพูดไม่ออก

            “เบรกรถทำไมยะ!

            “นี่เธออย่าบอกนะว่าเธอหวั่นไหวกับฉันน่ะ” เขาหันมาถามพลางทำหน้าเหลือเชื่อ

            “ปะ เปล่าซะหน่อย” ฉันตอบแบบไม่เต็มเสียงแล้วเบนสายตาไปด้านนอกรถแทน ไม่รู้ทำไมว่าฉันถึงไม่กล้าสบตากับเขา รู้แต่ว่าตอนนี้ใจฉันมันเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าจะหลุดออกมาอย่างนั้นแหละ

            “แล้วทำไมต้องหันหน้าหนีด้วย”

            “แล้วทำไมถึงถามล่ะ”

            “ก็เห็นเธอบอกเราเหมือนแฟนกันจริงๆ ถ้าเธอไม่ได้คิดอะไรก็ดีแล้วเพราะในสัญญามีกฎห้ามผู้ว่าจ้างหวั่นไหวกับผู้รับจ้าง เธอคงไม่ลืมนะ”

            “” ทันทีที่เขาพูดจบหัวใจของฉันที่กำลังเต้นแรงอยู่ก็ดูเหมือนจะกระตุกขึ้นมาซะเฉยๆ แล้วไอ้ความรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแบบนี้มันอะไรกันเนี่ย!

            “เฮ้อ! นี่แสดงว่าฉันบริการดีใช่มั๊ย เขินจัง >_<” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนที่จะขับรถไปต่อ เชื่อมั๊ยว่าตลอดทางฉันกับเขาไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย จะบอกว่าทำตัวไม่ถูกก็อาจจะใช่ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

นี่ฉันคงไม่ได้กำลังทำผิดข้อตกลงกับนายใช่มั๊ยภีม

           

            “เนียนๆ นะ คุณพ่อคุณแม่ที่รักของฉันคงจับผิดนายอีกแน่ล่ะงานนี้” ฉันตัดสินใจเป็นฝ่ายเปิดประเด็นพูดกับเขาก่อน หลังจากที่เรากำลังเดินเข้ามาข้างในโรงแรมรอยัลแกรนด์การ์เด้น

            “ฉันเคยพลาดซะที่ไหน มีแต่เธอนั่นแหละจะพลาดเอง >_<

            บรรยากาศของโรงแรมวันนี้บอกได้เลยว่าดูคึกคักมากเป็นพิเศษทั้งภายนอกและภายใน ตลอดทางที่เดินเข้ามาก็พบแต่แขกผู้ใหญ่มากมายทั้งที่ฉันรู้จักและไม่รู้จัก รวมทั้งคนใหญ่คนโตที่ทำงานในสาขาอาชีพต่างๆ ก็สามารถหาตัวได้ไม่ยากเลยในงานนี้ ทุกคนล้วนสวมใส่ชุดที่มีสีแดงด้วยกันทั้งสิ้นโดยเฉพาะผู้หญิงที่เห็นจะแดงทั้งตัวเลยทีเดียว จะว่าไปแล้วอย่างกับงานรวมเซเลบไฮโซก็ว่าได้นะเนี่ยแล้วมันก็ทำให้ฉันหวนกลับมานึกถึงเรื่องของคนที่เดินอยู่ข้างๆ อีกครั้ง

เขาเป็นใครกันแน่นะ ทำไมถึงได้รับการ์ดเชิญให้มางานนี้

และที่น่าแปลกอีกอย่างก็คือ คนในงานดูเหมือนจะรู้จักเขาด้วย เพราะคนส่วนใหญ่จะยิ้มให้เขาก่อนฉันซะอีก บางคนก็ดูนอบน้อมให้เขามากเป็นพิเศษ

“จ้องหน้าฉัน มีอะไรหรือเปล่า” ดูเหมือนเขาจะรู้ตัวแฮะ

“นายเป็นใครกันแน่”

“เป็นอย่างที่เธอรู้นั่นแหละ”

“นายกำลังปิด

“อ้าวพาเฟ่ต์~ คิดไว้แล้วว่าจะต้องเจอเธอ” ยังไม่ทันที่ฉันจะถามภีมจบก็มีเสียงแหลมของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาก่อน เมื่อฉันหันไปก็พบว่าเธอคือ เบลล่า คู่อริคนดั้งเดิมจนถึงปัจจุบันของฉันนั่นเอง

“อ๋อเหรอคะ ^_^

“แล้วนี่ควงใครมาเอ่ย”

“แฟนฉันเอง มีอะไรหรือเปล่า ^_^” ฉันปั้นหน้ายิ้มหวานแล้วเอามือไปคล้องแขนภีมพร้อมกับดึงให้เขยิบมาใกล้ๆ ทันทีซึ่งเขาเองก็ไม่ได้แสดงอาการขัดขืนแต่อย่างใด ดูเหมือนเขาจะตัวเกร็งแปลกๆ ด้วยจนฉันอดหันไปมองไม่ได้ แล้วก็พบว่าสายตาของเขากำลังมองไปที่ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอคือ น้ำฟ้า ไฮโซสาวสวยที่บ้านอยู่ละแวกเดียวกับบ้านฉันนั่นแหละ แต่ก็เป็นเรื่องแปลกที่ฉันกับยัยนั่นกลับไม่สนิทสนมกลมเกลียวกันเป็นการส่วนตัวทั้งๆ ที่ตอนเด็ก เคยเป็นเพื่อนเล่นมาด้วยกันคงเป็นเพราะเรียนคนล่ะที่ล่ะมั้ง แต่ก็ช่างเรื่องนี้เถอะ

ว่าแต่ภีมมองยัยนั่นทำไม?

ฉันมองตามเขาไปที่น้ำฟ้าด้วยความแปลกใจ ยัยนั่นยืนหันด้านข้างให้พวกเราอยู่และกำลังพูดคุยกับผู้ที่มาร่วมงานนี้อย่างสนุกสนาน กลุ่มนั้นก็คงเป็นเพื่อนๆ เจ้าตัวนั่นแหละ และเพื่อนสนิทยัยนั่นก็รวมไปถึงยัยเบลล่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ด้วย และนี่ก็เป็นอีกสาเหตุที่พาลทำให้ฉันไม่อยากไปสนิทสนมกับยัยน้ำฟ้า

“ได้ข่าวว่าเธอเลิกกับนิกกี้ไปหลายเดือนแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วคนนี้คุณพระ! O_O” เบลล่ายกมือขึ้นมาปิดปากอุทานอย่างตกใจ เรียกสติให้ฉันหันกลับมามองด้วยความสงสัย รวมทั้งภีมเองก็หันมาทักทายด้วยประโยคที่ชวนให้ฉันต้องแปลกใจอีกครั้ง

“ภีมครับ ไม่ใช่พระ เราก็ไม่ได้นานๆ เจอกันทีนี่ครับ ทำไมถึงลืมชื่อผมล่ะเบลล่า J” คนข้างๆ ฉันแนะนำตัวเองแล้วยิ้มหวาน

เขารู้จักยัยเบลล่าอย่างนั้นเหรอ?

แสดงว่าเขาก็ต้องรู้จักยัยน้ำฟ้าด้วยใช่มั๊ย ถึงได้มองไม่วางตาแบบเมื่อกี้

โอ๊ย! ทำไมยิ่งรู้จักหมอนี่ ยิ่งเจอแต่อะไรที่เป็นคำถามเยอะแยะเต็มไปหมดนะ พอได้มารู้ว่าเขาอาจจะรู้จักคนที่ฉันไม่ค่อยชอบแบบนี้แล้วฉันก็ยิ่งรู้สึก หวง ขึ้นมา เอ่อฉันไม่มีสิทธิ์ใช้คำนั้นสินะแต่ไม่แน่ใจว่าเรียกว่าหวงหรือเปล่า อาจจะแค่ไม่อยากให้ภีมกับยัยพวกนี้รู้จักกันก็เท่านั้น

“แหม ไม่ลืมหรอกค่ะคุณภีม” เบลล่าพูดเสียงอ้อมแอ้มก่อนที่จะหันมาจ้องหน้าฉันเขม็ง

“ครับ ถ้าลืมผมคงเสียใจแย่ว่าแต่ แฟนน้ำฟ้าเขาไม่มาด้วยเหรอครับ” ภีมพูดพร้อมเบนสายตาไปยังน้ำฟ้าอีกครั้ง เขาทำเหมือนกับว่าฉันไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้อย่างนั้นแหละ ฉันไม่ได้เป็นตัวประกอบอของเรื่องนะยะ! TT^TT

“มะ” ยังไม่ทันที่เบลล่าจะได้ตอบก็โดนภีมตัดบทซะก่อน

“เดี๋ยวผมไปถามเจ้าตัวเองดีกว่า” แล้วฉันก็ถูกเมินอีกครั้งโดยการภีมแกะมือฉันออกทำเหมือนกับว่าเป็นอะไรสักอย่างที่ติดแขนเสื้อของเขาก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปหาผู้หญิงที่เขาจ้องอยู่ไม่ยอมละสายตา

เขาคงไม่ได้ชอบยัยนั่นหรอกใช่มั๊ย?

“เป็นแฟนกันจริงหรือเปล่าเนี่ย ทำไมคุณภีมถึงเดินไปหาแฟนเก่าหน้าตาเฉยแบบนี้ >_<

” ฉันตกอยู่ในสภาวะที่พูดอะไรไม่ออกทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น

ฟะ แฟนเก่าอย่างนั้นเหรอ?

คนรู้จักฉันอยู่หมู่บ้านเดียวกับเธอน่ะ บังเอิญเนอะ ซอยเดียวกับเธอเลย

ประโยคเก่าที่ภีมเคยพูดตอนที่เขาไปส่งฉันที่บ้านครั้งแรกลอยวนเวียนกลับเข้ามาในหัวฉันอีกครั้งยัยน้ำฟ้าสินะที่เขาบอกว่าคือ คนรู้จัก ในตอนนั้นน่ะ ที่ฉันบอกว่าบ้านยัยนั่นอยู่ละแวกเดียวกับบ้านฉันความจริงก็คืออยู่ซอยเดียวกันนั่นแหละ!

“จริงสินะ คุณภีมคงจะโดนมารยาหญิงของเธอหลอกมาเลยไม่ได้มีใจให้จริงๆ ก็เหมือนกับนิกกี้นั่นแหละที่เธอไปหว่านเสน่ห์จนเขาไม่สนใจฉันแล้วไปเป็นแฟนเธอไง!” นี่แหละสาเหตุที่ฉันไม่ชอบหน้ายัยเบลล่า ฉันไม่ได้ไปแย่งผู้ชายของใครมาทั้งนั้น แต่นิกกี้มาจีบฉันเองต่างหาก!

 “พูดจบหรือยัง” ฉันเอ่ยถามเสียงเรียบพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

“ยัง! ยังมีอีกฉันอยากจะรู้จังเลยว่าสาเหตุที่คุณภีมไม่ยอมแต่งงานกับยัยฟ้ามันเป็นเพราะเธอหรือเปล่ายัยหน้าด้าน!” ดีจังเลยนะผู้หญิงคนนี้ ทีอีตาภีมล่ะพูดดี คุณภีมอย่างนั้น คุณภีมอย่างนี้ ทีกับฉันล่ะพูดจาไม่ไว้หน้ากันเลย ฉันเองก็คงไม่จำเป็นต้องไว้หน้าคนแบบนี้เหมือนกันใช่มั๊ย หึ!

“เธอน่าจะรู้จักฉันดีนะว่าเป็นยังไง กล้ามากที่พูดแบบนี้ J

“รู้ดีสิจ๊ะ ก็เป็นผู้หญิงที่ชอบแย่งผู้ชายของคนอื่นไง ไฮโซสาวสวยแต่ไม่มีปัญญาหาผู้ชายเอง” มันแรงไปหน่อยนะ คิดเหมือนฉันหรือเปล่า? แต่อาจจะแรงน้อยกว่าฉันก็เป็นได้

“แล้วไฮโซคนนี้ล่ะจบการศึกษามาหรือเปล่าถึงได้พูดจาเหมือนคนไม่ได้รับการศึกษาและอบรมที่ดีแบบนี้ แถมความคิดความอ่านก็ดูไม่สร้างสรรค์เอาซะเลย >_<” ฉันจีบปากจีบคอกระพริบตาปริบๆ พูดแล้วยิ้มหวานกลบเกลื่อนความโมโหที่กำลังครุกรุ่นอยู่ตอนนี้ คนแบบนี้มันโรคจิต ถ้าวีนใส่เดี๋ยวมันจะยิ่งได้ใจ ฉันเจอมาเยอะแล้ว หึ!

“นี่แก

“จุ๊ๆ พูดจาไม่ไพเราะเลยนะ ฉันไม่ปลื้มเลยอะบอกตรงๆ” ฉันยิ้มทิ้งท้ายแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปทางภีมเตรียมจะเดินไปหาเขา แต่แล้วฉันก็พลาดจนได้! ดูสิ มัวแต่เสียเวลากับยัยเบลล่าจนภีมกับยัยน้ำฟ้าหายไปไหนกันแล้วก็ไม่รู้!

ฉันจิ๊ปากอย่างขัดใจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้ามาภายในงานโดนยังคงต้องยิ้มทักทายผู้หลักผู้ใหญ่ที่รู้จักพลางชะเง้อมองหาสองคนนั้นแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา คอนเซ็ปต์งานนี้ก็เป็นสีแดงซะด้วย มองไปทางไหนก็เจอแต่สีแดงจนแทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่แล้วฉันก็เห็นคุณพ่อคุณแม่ที่รักของฉันค่ะ ยังไงก็ควรจะเดินไปหาท่านก่อนล่ะเนอะ TTvTT

“อ้าวนี่ไง พูดถึงก็มาพอดี” ฉันยกมือไหว้คนที่ยืนคุยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ที่รักทันทีและฉันก็จำได้ว่าเขาคือผู้บริหารของโรงแรมนี้

“วันนี้หลานพาเฟ่ต์สวยมากๆ เลยนะเนี่ย เสียดายที่เจ้าลูกชายคนเล็กของลุงมันเรียนจบแล้วก็ขอบบวชตลอดชีวิต แหม่ ไม่อย่างนั้นเราอาจจะได้เป็นดองกันนะเนี่ย คิดแล้วก็นึกดีใจแทนคุณลีจริงๆ ที่จะได้สะใภ้สวยๆ แบบนี้ ฮ่าๆๆๆ” เหอะๆ คนดีอยู่กับคนอย่างพาเฟ่ต์ไม่ได้หรอก แล้วคนดีก็มักจะหายากซะด้วยสิ ถ้าไม่ตายก็บวชตลอดชีวิตแบบนี้แหละ =*=

“แหะๆ” ฉันยิ้มเจื่อนๆ ทันที แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก จริงสิ คุณลุงผู้บริหารต้องรู้จักอีตาภีมแน่ๆ เลย แต่ถ้าถามตอนนี้คงไม่ได้แน่เพราะคุณพ่อกับคุณแม่ที่รักของฉันอยู่ด้วย T^T เอาเป็นว่าไปตามหาสองคนนั้นต่อก่อนก็แล้วกัน

“พาเฟ่ต์ขอตัวไปตามภีมก่อนนะคะ เห็นว่าไปเข้าห้องน้ำ” ฉันกระซิบบอกคุณแม่ที่รักก่อนที่จะหันมาทางคุณลุงผู้บริหารอีกครั้งอย่างนึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสถามเรื่องของภีม หนูขอตัวก่อนนะคะฉันบอกท่านแล้วค้อมหัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเลี่ยงออกมา

สองคนนั้นไปอยู่ตรงส่วนไหนของงานกันนะ เดินจนขาลากแล้วเนี่ย!

ลองถามพนักงานดูดีกว่า บางทีพูดชื่อหมอนั่นไปเขาอาจจะรู้จักก็ได้

            “น้องค่ะ ถามอะไรหน่อยสิ” ฉันเดินเข้าไปหาพนักงานเสิร์ฟน้ำคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดทันทีที่คิดได้ “น้องเห็นอ๊ะ! ไม่ต้องแล้ว ขอบคุณนะคะ” ฉันเบิกตาโตทันทีเมื่อเห็นภีมเดินอยู่ไวๆ ที่ด้านนอกห้องบอลรูมที่จัดงาน ก่อนที่จะรีบเดินกึ่งวิ่งตามเขาไป แล้วก็เห็นว่าเขากำลังเดินตามยัยน้ำฟ้าอยู่นั่นเองอย่าบอกนะว่าหมอนั่นยังลืมแฟนเก่าไม่ได้น่ะ

            “พอเถอะค่ะ ในเมื่อคุณไม่สนใจฟ้าเองตั้งแต่แรก แล้วตอนนี้คุณจะมายื้อฟ้าไว้ทำไมคะ” น้ำเสียงตัดพ้อของน้ำฟ้าดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่หยุดเดินอยู่ตรงมุมหนึ่งด้านนอกห้องบอลรูมจัดงานซึ่งตรงนี้ไม่มีคนอยู่เลย ฉันจึงแอบฟังสองคนนั้นอยู่หลังเสาต้นใหญ่ที่อยู่ใกล้สองคนนั้นที่สุดจึงได้ยินบทสนทนาชัดเจน

            “ผมไม่เข้าใจ”

            “คุณภีมเลิกพูดว่าไม่เข้าใจสักทีเถอะค่ะ เรื่องของเรามันจบไปแล้ว” ยัยนี่ก็เรียกตานั่นว่าคุณภีมอย่างนั้นเหรอ =_= ตกลงไอ้บ้านี่มันเป็นใครกันแน่เนี่ย

            “โอเค เรื่องของเรามันจบไปแล้วผมเข้าใจ แต่ที่ผมไม่เข้าใจก็คือทำไมมันถึงจบ คุณไม่เคยบอกเหตุผลผมเลย ตลอดเวลาที่เราเลิกกันผมพยายามถามเหตุผลของคุณ แต่คุณก็ไม่เคยให้คำตอบอะไรกับผม” น้ำเสียงและสีหน้าของภีมตอนนี้ดูจะจริงจังมาก ซึ่งฉันไม่ค่อยเห็นเขาเป็นแบบนี้สักเท่าไหร่ เขาดูไม่เหมือนภีมภัทรตัวเกรียนตัวกวนคนที่ฉันรู้จักเลยสักนิดเดียว

            “กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง แล้วคุณจะยังมาถามหาเหตุผลอะไรจากฟ้าคะ”

            “เรื่องที่ผมบอกว่ายังไม่พร้อมแต่งงานกับคุณน่ะเหรอ”

            “ใช่ค่ะ คุณเองไม่ใช่เหรอที่เป็นพูดแบบนั้น ในเมื่อคุณไม่พร้อม ฟ้าก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร ให้ฟ้ารอคุณพิสูจน์ตัวเองบ้าบออะไรนั่นน่ะเหรอ แล้วเมื่อไหร่ล่ะค่ะ เมื่อไหร่ที่ฟ้าจะได้มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข คุณพ่อฟ้าก็ไม่อยู่แล้ว ส่วนคุณแม่ก็ไม่รู้ว่าท่านจะจากฟ้าไปตอนไหน คุณเองก็รู้ว่าอาการป่วยของท่านไม่ค่อยดีนัก ท่านอยากให้ฟ้ามีครอบครัวที่ดีมีคนมาดูแล แล้วฟ้าก็เข้าใจความต้องการของท่านดีค่ะ เพราะฉันนั้นคุณก็ควรจะเข้าใจฟ้าด้วย ฮึก! ฮือๆ” น้ำฟ้าพูดทั้งน้ำตานองหน้า ฉันรู้เลยว่ายัยนั่นเองก็ยังรักภีมอยู่เหมือนกัน ผู้หญิงด้วยกันทำไมฉันจะดูไม่ออกล่ะ

เรื่องอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ปอดของแม่ยัยนั่นฉันก็เคยได้ยินข่าวมาบ้างนะ เห็นว่าเคยไปรักษาที่ต่างประเทศหลายครั้งแล้วก็ยังไม่หาย แล้วอาการก็ดูไม่ดีขึ้นเลย คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็รักลูกอยากให้ลูกตังเองมีความสุขด้วยกันทั้งนั้นแหละ  

            “ผม” ภีมดูเหมือนจะพูดอะไรไม่ออกจึงได้แต่หันหน้าไปทางอื่น

            “ฟ้าก็แค่เปลี่ยนมาคบกับคนที่พร้อมกว่าคุณ แล้วเราก็กำลังจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้ คุณก็ได้รับการ์ดเชิญแล้วไม่ใช่เหรอค่ะ” ฉันรู้สึกว่าภีมจะมีชะตากรรมแบบเดียวกับฉันเลยนะ เหอะๆ

            “เรื่องนั้นผมทราบแล้วล่ะถ้าตอนนั้นคุณบอกผมตั้งแต่แรก เราคงไม่ต้องเลิกกัน”

            “นี่จะบอกว่าฟ้าผิดที่ไม่บอกคุณ ทั้งๆ ที่คุณน่าจะรู้เหตุผลนี้ดีน่ะเหรอคะคุณภีม”

            “ผมไม่ได้ว่าคุณ ผมผิดเอง”

            “ฟ้าหวังว่าคงไม่ต้องมาอธิบายอะไรแบบนี้อีกนะคะ หลังจากงานนี้เราคงเจอกันอีกทีวันแต่งงานของฟ้า ถ้าคุณรักฟ้าคุณควรจะดีใจที่เห็นฟ้ามีความสุข จริงมะ อ๊ะ!…

            O_O!

            ฉันเบิกตาโตแล้วยกมือขึ้นมาปิดปากทันทีเพราะกลัวจะมีเสียงอุทานเล็ดลอดออกไป สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจก็คือ จู่ๆ ภีมก็ดึงยัยน้ำฟ้าเข้าไปกอดเอาไว้แน่น ภาพนั้นมันทำให้หัวใจของฉันบีบตัวจนเจ็บแปล็บถึงกับต้องหันหน้าหนีทันทีพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ ที่ก่อตัวขึ้น

            ฉันไม่ชอบเลยที่เห็นสองคนนั้นกอดกัน...

            “เฮ้ย!

            ผลัวะ!

            เพียงครู่เดียวที่ฉันเบือนหน้าหนีพร้อมกับมีสัมผัสอุ่นๆ ของน้ำที่กำลังจะไหลออกจากตานั้น เสียงตะโกนของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางที่ภีมกับน้ำฟ้ายืนอยู่ฉันจึงหันกลับไปด้วยความตกใจ แล้วสิ่งที่เห็นก็ทำให้ฉันถึงกับอ้าปากค้างมีผู้ชายคนหนึ่งที่เดินมาจากทางไหนไม่รู้เข้ามาแยกสองคนนั้นออกจากกัน แล้วปล่อยหมัดใส่หน้าภีมเต็มๆ จนเขาถึงกับหน้าหันไปตามแรง

            “ผมขอโทษนะครับคุณภีมที่ต้องทำแบบนี้ แต่ตอนนี้น้ำฟ้าเป็นคู่หมั้นของผม และผมเห็นว่าไม่ควรที่คุณจะมาทำรุ่มร่ามกับเธอ” ชายคนที่เข้ามาใหม่ดึงตัวน้ำฟ้าไปโอบไว้แน่นอย่างหวงแหนแล้วพูดกับภีมด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแต่คนโดนต่อยกลับไม่มีท่าทีว่าจะต่อสู้แต่อย่างใด เขามองคู่รักที่ยืนอยู่ตรงหน้าเพียงอึดใจเดียวก็หันหลังเดินออกไปทันที ฉันเห็นผู้ชายคนที่บอกว่าเป็นคู่หมั้นของยัยน้ำฟ้าจูบหน้าผากเธอก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันเดินกลับเข้าไปในงาน ฉันจึงรีบวิ่งตามภีมออกไปทันทีเพราะกลัวว่าจะคลาดกัน

            “หายไปไหนแล้วเนี่ย” ฉันมองหาทันทีเมื่อเดินมาถึงหน้าลิฟท์แต่ก็ไม่เห็นภีมแล้ว เมื่อกี้ยังตามทันอยู่เลย หรือว่าลงลิฟท์ไปแล้วนะฉันมองตัวเลขเหนือประตูลิฟท์ที่กำลังกระพริบแสดงเลขชั้นอย่างเสียดาย อย่างนี้จะตามเขาไปทันมั๊ยเนี่ย

            “บันได!” ฉันปิ้งไอเดียขึ้นมาทันที จากนั้นจึงหมุนตัวหวังจะไปวิ่งลงบันได แต่แล้วก็ต้องชะงักกึกอยู่ที่เดิมเพราะดันไปชนเข้ากับใครบางคน แล้วเขาก็เอามือมาเกี่ยวเอวฉันเอาไว้แน่น!

            “ภีม! O_O

            “นอกจากจะแอบฟังคนอื่นเขาคุยกันแล้วเนี่ย ยังจะแอบสะกดรอบตามอีกเหรอครับแฟน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงกวนๆ เหมือนอย่างปกติที่พูดกับฉัน แต่ฉันเห็นนะว่าเขาตาแดงๆ เหมือนคนจะร้องไห้เลยล่ะ

            “เปล่านะ! ฉันก็แค่มาตาม เพราะเพราะนายมาในฐานะแฟนฉันแต่ดันทิ้งฉันไว้ในงานคนเดียวน่ะสิ!” ฉันเถียง

            “อย่างนั้นเหรอ” เขาถามเหมือนไม่เชื่อแล้วก็เลิกคิ้วสูง

            “ชะ ใช่! แล้วฉันก็ไม่ได้แอบฟังใครด้วย >_<

            “อ๋อ~ ฉันรู้ล่ะ อย่างนั้นที่ฉันเห็นก็คงจะเป็นผ้าสีแดงที่เขาเอามาตกแต่งเสาล่ะมั้ง”

            “ใช่! มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆนี่ปล่อยได้แล้ว! ผู้ชายอะไร กอดผู้หญิงคนนั้นแล้วก็มากอดผู้หญิงคนนี้ T^T

            “อ๊ะๆ ไหนว่าไม่ได้แอบฟังไง แล้ว

            “ฉันแอบฟังก็ได้! เพราะฉะนั้นนายก็บอกมาเดี๋ยวนี้ว่านายปิดบังอะไรฉันอยู่” ทันทีที่ฉันถามจบเขาก็ปล่อยฉันให้เป็นอิสระทันทีก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปเป็นภีมคนที่ยืนคุยกับยัยน้ำฟ้าเมื่อกี้ สีหน้าจริงจังที่ฉันไม่ชอบเลย

            “เธอจะอยากรู้ไปทำไมเหรอในเมื่อ

            “ในเมื่ออะไร” ฉันถามหลังจากที่เห็นว่าภีมเงียบไป

            “พอหมดสัญญาว่าจ้างเมื่อไหร่ เราก็กลายเป็นคนไม่รู้จักกันแล้ว”  หัวใจฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่เขาพูดจบ เขาพูดเหมือนมันจะเป็นแบบในนั้นอีกไม่นานแล้วตอนนี้ฉันก็มั่นใจอย่างหนึ่งแล้วล่ะว่าเขามีบางอย่างปิดบังฉันอยู่จริงๆ

บางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา

            “” ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวเราสองคนมันขุ่นมัวไม่สดใสเอาซะเลย ฉันมองหน้าภีมที่กำลังเบือนหน้าหนีฉันไปมองทางอื่น ฉันไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ ฉันไม่รู้อะไรเลยแม้ความรู้สึกของตัวเอง

 

 










 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

MineMinute Talk :

อะแฮ่ม!!! ตอนนี้ยาวกว่าตอนอื่น 555555
เป็นยังไงกันบ้างค้าาาาาา ว่าจะไม่เข้าดราม่านะ มาดราม่าเฉย ฮิฮิ
มันก็ต้องมีบ้างเนอะ จะได้ครับรส อิอิ >_<
ตอนนี้
สงสารพาเฟ่ต์มาก แง~~~~~  
เกิดอะไรขึ้นกับภีม อีตาภีม แกเป็นคร้ายยยยยยย
แกเป็นอาร้ายยยยยยยยย TTvTT
ไม่เจอลิ้นจีหวานานเลยเนอะ ไม่นานเกินรอหรอกค่ะ เดี่ยวก็ได้เจอ 55555
วันนี้ไม่พูดมากง่า กำลังมึน 555 เอาเป็นว่า...
ขอโหวต และ คอมเม้นท์เหมือนเดิมนะค่ะ
ให้มายมีแรงปั่นต่อน้าาาา

รักรีดที่น่ารักทุกคนจ้าาา จุ๊บ! >3<

1 ตอน 1 เม้นท์ 1 โหวต = สร้างกำลังใจนะคะ






 
G Minor!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

625 ความคิดเห็น

  1. #612 marrylengho (@marrylengho) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 21:39
    ภีมทำไมกอดน้ำฟ้าน่ะ. เศร้า
    #612
    0
  2. #602 มิเกลล์ (@miigalz) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 16:53
    โอ้ยลุ้น Y_____Y สงสารภีมจังเลยตอนนี้ แต่ก็สงสารนางเอกด้วยยยย
    #602
    0
  3. #517 sPhon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2556 / 12:27
    เศร้าๆๆๆๆๆๆ
    #517
    0
  4. #319 CrazY_EeaRn (@lovely-eearn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 18:48
    โหยยย ประโยคสุดท้ายทำร้ายจิตใจพาเฟต์สุดๆอ่ะภีม



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 พฤษภาคม 2556 / 19:16
    #319
    0
  5. #318 Kerdsiri Sitthikaew (@aoom_myungsoo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2556 / 01:30
    หวานเว่อร์ >< อยากรู้แล้วว่าภีมคือใคร- -??
    #318
    0
  6. #305 Lächeln (@orpicuew) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 14:58
    สงสารพาเฟ่ต์อ่ะ เอาอีภีมคนเดิมกลับมาน้าาา
    #305
    0
  7. #299 ` สมายชัตเตอร์ . (@leeplayy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 22:02
    เอ้าาาาา อะรายยยยยยยยกัน ..
    สงสารภีม สงสารพาเฟ่ต์ TT
    หล่อจุงเบยอย่าเศร้านะ ไม่เอานะ ไม่ดราม่าด้วยนะ
    ยัยมาย อัพเลยอัพพพพพพพพพ ~
    #299
    0
  8. #298 เจน เจน เจน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 21:33
    ภีมมมม-..-

    ไม่ปลื้มแล้วนะ งุงิ
    #298
    0
  9. #297 bLueNiGhT (@crystalbow) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 21:05
    นังภีม - -+
    แกทำพาเฟ่เสียใจได้ไงยะ
    #297
    0
  10. #296 indigo443 (@indigo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 18:58
    เริ่มจะดราม่าแล้วอ่ะ

    #296
    0
  11. #279 Jing~Jang (@pimza1212) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 17:37
    เกลียดภีมแล้ว ทำให้พาเฟต์เสียใจ เอาจีฮวานมาแทนเถอะ ไม่ไหวแล้ว ให้อิภีมมันหง่าวคนเดียวพอ T^T
    #279
    0
  12. #278 I.C. jaaaa (@naonic37) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 09:58
    ไม่เอามาม่า สงสารนางเอกเราจัง ภีมย้ำเหลือเกินนะเรื่องสัญญานะ เจ็บแทนพาเฟ่ต์จริง ฮือๆๆๆ ลิ้นจี่หวานมาช่วยนางเอกเราด้วย รีดว่ารีดรู้นะว่าภีมเป็นใคร
    มาเร็วๆนะคะ กำลังมันส์เลย ใครบอกว่าไรต์เขียนไม่สนุก (บอกมา จะไปรุมเลย) 
    อย่าไปแคร์เสียงโหวต อ่านเม้นดีกว่า จะได้รู้ว่านิยายสนุกขนาดไหน 
    #278
    0
  13. #276 น้ำหวาน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 08:38
    เดี๋ยวก็ยกพาเฟต์ให้ลิ้นจี่หวานซะหรอก ภีม :(

    มาต่อไวๆนะคะ อยากรู้จังภีมเป็นใคร
    #276
    0
  14. #275 - ดีเลย์ ? (@ham-z) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 07:33
    สงสารภีม สงสารพาเฟ่ต์ด้วย TOT อะไรจะดราม่าเยี่ยงเน้!!
    #275
    0
  15. #273 Bai'Tong (@thetong15600) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 00:36
    สงสารพาเฟต์มากๆเลยอ่า T^T เศร้า 
    #273
    0
  16. #272 Junblaq+ (@jungnie) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2556 / 00:31
    ภีมลึกลับเว่อ นี่อยากรุ็แล้วว่าจริงๆภีมเป็นใคร ><
    #272
    0
  17. #271 jenyn (@jenyn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2556 / 22:19
    ทำไมภีมลึกลับจัง น่าสงสารพาเฟ่จังเลย พาเฟ่กลับไปหาลิ้นจี่หวานเหอะถ้าภีมยังรักแฟนเก่าอยุ่ยังเงี้ย รีบอัพนะคะหนุกมากๆ เลยค่ะ เข้ามาดุทุกวันเลย
    #271
    0
  18. #270 BESTBITTER (@best11184) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2556 / 22:03
    เจ็บแทนพาเฟ่ TT
    #270
    0
  19. #269 fate heria ^o^ (@fate14498) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2556 / 21:02
    รีบอัพนะคะ -,-
    ชอบจริงๆ น่ารักเว่อร์
    สงสารพาเฟ่ต์
    ภีมก็บอกๆมาสิยะ!!!
    รู้หรอกว่าแอบมีใจให้พาเฟ่ต์~~~
    #269
    0