[Fic EXO] Mission Completed พิชิตภารกิจลิขิตรัก - KrisYeol

ตอนที่ 20 : Chapter XIX

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 844
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    1 ต.ค. 56



Chapter XIX

 

            คริสเป็นอะไร?
 

            คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัวของชานยอลแทบจะตลอดเวลา หลังจากเหตุการณ์ที่เขาตัดสินใจรับโทรศัพท์จากรุ่นพี่คนนั้น คริสก็มีท่าทีแปลกไปจนเห็นได้ชัด
 

            เกือบสองสัปดาห์ที่เขาแทบไม่ได้ยินเสียงทุ้มคุ้นเคยที่มักจะคอยดังอยู่ข้างหูตลอดเวลา ไม่ได้เห็นร่างสูงๆและใบหน้าหล่อๆที่มักจะป้วนเปี้ยนอยู่ข้างกายเพื่อกวนอวัยวะเบื้องล่างของเขาเสมอๆ เขาคงไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมว่าคริสกำลังหลบหน้าเขาอยู่ เพราะถึงแม้ว่าเขาทั้งสองคนจะจุมพิตกันครั้งหนึ่งเพื่อเดินทางมายังลัคซัสพาร์เวล คริสก็ยังทำราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ ทำราวกับสัมผัสนั้นไม่มีความหมายอะไรเลย
 

            ตัวหนังสือกว่าแสนล้านตัวที่เขาลากสายตาผ่านไม่ได้ซึมซับเข้าสมองเลยสักนิด เป็นเวลาเกือบสองชั่วโมงแล้วที่เขาขลุกอยู่ในห้องสมุดหลังตื่นจากห้วงนิทราและถูกราชครูลู่หานลากตัวมาที่นี่ พร้อมกับยัดเยียดหนังสือกองโตให้เขาอ่านทุกอย่างที่ควรจะรู้เกี่ยวกับลัคซัสพาร์เวล เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจกอบกู้อาณาจักร
 

            ชานยอลถอนหายใจยาวให้กับสถานการณ์ปัจจุบันที่ราวกับเป็นเดจาวู เหมือนกับตอนที่เขาอ่านหนังสือเตรียมสอบในหอสมุดของมหาวิทยาลัยไม่ผิดเพี้ยน จะต่างกันเล็กน้อยตรงที่ว่าบรรยากาศของห้องสมุดของที่นี้จะเหมาะสำหรับการอ่านหนังสือมากกว่า เพราะตัวห้องตั้งอยู่ชั้นบนสุดและแยกออกจากห้องอื่นๆไปทางปีกขวาของปราสาท กับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาตอนนี้เปลี่ยนจากคริสที่จะคอยเรียกร้องความสนใจจนไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ เป็นโจชัวที่ฟุบหลับลงกับโต๊ะเงียบกริบราวกับจะส่งเสริมสมาธิในการอ่านหนังสือของเขาสุดพลัง แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอินกับเนื้อหาในหนังสือเลยสักนิด กลับยิ่งทำให้เขาใจลอยไปหาใครอีกคนด้วยซ้ำ
 

            เจ้าของใบหน้าหวานสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ ตากลมกวาดมองประโยคสุดท้ายในหนังสือที่เขากำลังอ่านผ่านๆ ก่อนจะปิดมันและเลื่อนไปกองรวมกับหนังสือเล่มอื่นๆที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาอ่านหนังสือเล่มหนาเตอะบรรจุเนื้อหาเป็นพันๆหน้าจบไปแล้วถึงสองเล่ม แต่ดูเหมือนว่าความรู้ที่เขาได้รับจะสวนทางกับจำนวนเนื้อหาจริงอย่างสิ้นเชิง เพราะมีเพียงแค่ประโยคเดียวที่ซึมซับเข้าสมองของเขา อายุของสามสัญลักษณ์ผู้ปกครองลัคซัสพาร์เวลจะหยุดอยู่ ณ วันราชาภิเษก และจะดำเนินต่ออีกครั้งเมื่อสละราชบังลังก์ ซึ่งก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับการกอบกู้อาณาจักรสักนิด เพียงแค่มันตอบข้อสงสัยของชานยอลเรื่องอายุของคริส ตั้งแต่เมื่อครั้งเล่นเกมยี่สิบคำถามที่ไม่ถึงยี่สิบคำถามในครั้งแรกที่มายังลัคซัสพาร์เวลได้ก็เท่านั้น
 

            มือเรียวเอื้อมไปหยิบๆจับๆหนังสืออีกเจ็ดแปดเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน ก่อนจะทำหน้าพะอืดพะอมแทบจะทันทีที่เห็นชื่อหนังสือบนปก ซึ่งเมื่อนำมาคำนวณกับความหนาของแต่ละเล่มแล้ว แค่คิดว่าจะต้องอ่านทั้งหมดนี่ก็แทบจะกัดลิ้นตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด ทนอ่านมาได้สองเล่มนี่ถือว่าโคตรอภินิหารแล้วจริงๆ ตาลายไปหมดแล้วในตอนนี้ ว่าแล้วก็ขอสักงีบเถอะ ก่อนที่เขาจะอาเจียนออกมาเป็นประวัติศาสตร์ลัคซัสพาร์เวล
 

            “แหนะ! แอบอู้หรือ!
 

            “เฮ้ย..”
 

            ครั้นยังหลับตาลงไม่ถึงสามวิ เสียงทุ้มจากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะก็ดังขึ้นเสียก่อน คนถูกกล่าวหาถึงกับสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงอย่างไม่เชื่อสายตา โจชัวที่ลุกขึ้นมานั่งกอดอกจ้องหน้าเขาเขม็ง แถมน้ำเสียงนั่นก็ไม่ติดงัวเงียเหมือนคนเพิ่งตื่นเลยสักนิด ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลับเป็นตายอยู่แท้ๆ
 

            “นายไม่ได้หลับอยู่หรอกเหรอ?”
 

            “หลับบ้าอะไรเล่า ท่านราชครูสั่งให้ข้ามาเฝ้าเจ้าอ่านหนังสือไม่ให้คลาดสายตานะ! ชานยอลถึงกับเบ้ปากมองอีกคนด้วยความหมั่นไส้ แหม.. คำพูดคำจาฟังดูเด็ดขาดหนักแน่นจังเลยนะ แล้วไม่ทราบว่าไอ้คราบน้ำลายจางๆที่มุมปากขวานั่นคืออะไร
 

            “อ๋อ.. เหรอ” ตอบไปเพียงแค่นั้นเพราะไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงให้มากความ ก่อนหน้าฟุบหน้าลงไปบนโต๊ะอีกครั้งโดยไม่คิดจะสนใจคำทักท้วงอะไรของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้คุมตรงหน้าเลยสักนิด
 

            “เฮ้ย! อ่านหนังสือต่อสิวะ ทำอย่างกับว่ามีเวลามากนักงั้นล่ะ!” ไม่พูดเปล่า ยังเอามือตบโต๊ะดังปังๆปลุกวีรบุรุษต่างถิ่นที่ทำท่าจะเคลิ้มหลับไปเสียง่ายๆ ชานยอลเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดแทบจะชนกันด้วยความหงุดหงิด แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้ความคิดที่จะโวยวายใส่อีกคน แทนที่ด้วยเสียงหัวเราะสะใจทันทีที่เห็นโจชัวกุมมือข้างที่ใช้ตบโต๊ะเมื่อสักครู่ แถมยังทำหน้าตาแบบที่เจ้าตัวคงคิดว่าน่าสงสารสุดๆ
 

            “เจ็บเลยดิ โอ๋ๆๆๆๆๆๆ” ไม่พูดเปล่า ชานยอลยังยื่นมือเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อพร้อมกับหมุนไปมาราวกับกำลังโอ๋เด็กเล็กๆที่กำลังร้องไห้ ซ้ำยังหัวเราะเยาะเสียจนโจชัวแทบจะระเบิดตัวเองทิ้งด้วยความอับอายเสียเดี๋ยวนั้น
 

            “หัวเราะอะไร อ่านหนังสือไป! โจชัวตวาดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งก็ทำให้ชานยอลหยุดการกระทำลงแต่ก็ยังยืนกรานจะไม่ทำตามที่อีกฝ่ายออกคำสั่งอยู่ดี
 

            “อะแฮ่มๆๆ ขอโทษนะครับคุณเพกาซัสสุดหล่อ ถึงผมจะเป็นวีรบุรุษต่างถิ่นอะไรนั่นแต่ก็เป็นแค่คนธรรมดานะครับอย่าลืม ทนนั่งหลังขดหลังแข็งอ่านจบไปสองเล่มหนาๆภายในไม่กี่ชั่วโมงนี่ก็โคตรจะเหนือมนุษย์แล้วครับแหม่” ชานยอลพูดยาวเหยียด พลางใช้นิ้วจิ้มๆเขี่ยๆกองหนังสือกองโตด้วยทีท่ารังเกียจเสียเต็มประดา
 

            “ที่เจ้าพูดมันก็ถูก แต่เจ้าอย่าลืมว่าเจ้ามีเวลาตักตวงความรู้ที่โลกนี้ครั้งละไม่ถึงแปดชั่วโมงเท่านั้น ถ้าข้าเป็นเจ้าข้าจะใช้เวลาทุกวินาทีอย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่มัวมานั่งง่วงเหงาหาวนอนแบบนี้หรอก” โจชัวใช้เหตุผลเข้าอ้างบ้างเมื่อเห็นว่าขู่ไปอีกฝ่ายก็ไม่เกรงกลัวเลยสักนิด ท้ายประโยคถือโอกาสเหน็บแนมคนฟังที่ทำท่าหาวหวอดๆราวกับว่าสิ่งที่เขาพูดมันน่าเบื่อยิ่งกว่าการฟังเลคเชอร์วิชาประวัติศาสตร์
 

            “นี่อายุยี่สิบต้นๆจริงป่ะเนี่ยบ่นจัง ถ้าเวลาจะหมดเดี๋ยวคริสก็มาต่อเวลาเองนั่นแหละน่า”
 

            “อ๋อ.. ที่แท้ก็อยากดื่มด่ำกับรสจุมพิตขององค์ราชาบ่อยๆนี่เอง แหม่! เจ้านี่มันร้ายกาจ! ชานยอลอ้าปากค้างกับคำตอบ แก้มนวลขึ้นสีแดงจัดกับความคิดอกุศลของเพกาซัสหนุ่ม มิน่าล่ะถึงได้ยิ้มกรุ้มกริ่มตั้งแต่เขายังพูดไม่จบประโยค ที่แท้ก็หาช่องทางโจมตีกลับได้แล้ว แถมยังเป็นสกิลที่ทำให้ชานยอลถึงกับน็อคเอาท์เลยทีเดียว
 

            “อะ.. ไอ้บ้า! พูดไรเพ้อเจ้อ ฉะ.. ฉันเสียหายนะเว้ย!! ยากที่จะเค้นเสียงตอบกลับด้วยโวลูมปกติ เมื่อคำพูดล่อแหลมของอีกฝ่าย ดันทำให้ใบหน้าของคนที่กำลังทำให้จิตใจเขาปั่นป่วนลอยเข้ามาอยู่ในหัวสมองเสียดื้อๆ ให้ตายเถอะ..
 

            “หรือไม่จริง?” โจชัวยักคิ้วกวนๆสองสามครั้งประกอบเสียงนุ้มทุ้มชวนฝัน ถ้าเป็นกับบรรดาสาวๆน้อยใหญ่คงจะระทดระทวยกันไปหมดแล้ว แต่สำหรับเขามันช่างกระตุ้นอวัยวะเบื้องล่างเสียจริง
 

            “งะ.. เงียบไปเลย! ไม่รู้ล่ะยังไงก็ไม่อ่าน สมองฉันมันถึงจุดอิ่มตัว ไม่สามารถรองรับอะไรได้มากไปกว่านี้แล้ว จบ!” โจชัวหัวเราะร่วนกับคนที่เมื่อเถียงไม่ได้ก็เริ่มวีน ทำเป็นปัดกองหนังสือออกไปให้ห่างจากตัว แล้วหันกลับมานั่งกอดอกหลังติดพนักพิงอย่างกับเด็กๆ
 

            จริงๆเขาก็รู้สึกเห็นใจตั้งแต่ชานยอลทำท่าจะฟุบหลับสักงีบแล้วล่ะ แค่อยากจะกวนประสาทเล่นคลายเครียดให้อีกฝ่ายก็เท่านั้น อย่าว่าแต่หนังสือที่มีความหนาเป็นพันๆหน้าพวกนี้เลย ลำพังแค่หนังสือนิยายรักหวานแหววจำนวนหน้าไม่เกินห้าร้อยตัวเขาเองยังใช้เวลาอ่านอย่างน้อยก็สองวันถึงจะจบเล่ม แล้วดูท่าทางชานยอลเองก็ไม่ใช่พวกหนอนหนังสืออะไรเทือกนั้นถึงจะสามารถทนอ่านหนังสือจำนวนมหาศาลพวกนี้ได้เรื่อยๆโดยไม่รู้สึกเบื่อหรือล้าสายตา
 

            “ถ้าอย่างนั้นเราไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กัน ดีกว่าปล่อยเวลาทิ้งไปเฉยๆโดยไม่ได้อะไรเลย” โจชัวเสนอ เมื่อคิดอะไรดีๆออก
 

            “ทำอะไร? ขอความกรุณาว่าอย่าเป็นอะไรที่ต้องใช้แรงงานสมองเลยนะได้โปรด” ชานยอลย้ำอีกครั้งด้วยภาษาย้อนยุคแบบเดียวกับที่โจชัวพูด เผื่อว่าอีกฝ่ายจะไม่เข้าใจว่าเขาเหนื่อยและอยากพักผ่อน ยังจะมาชวนไปทำนู่นทำนี่อีกหรือไง
 

            “รับรองได้ว่าสมองเจ้าจะไม่ต้องออกแรงเลยสักนิด ว่าแต่เจ้ารู้สึกว่าร่างกายเจ้าอ่อนล้าบ้างหรือไม่”
 

            “ร่างกายเหรอ? ไม่นะ นั่งอยู่นิ่งๆมาตั้งนาน ถ้าได้ยืดเส้นยืดสายหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
 

            “ถ้าอย่างนั้นก็เยี่ยมไปเลย เพราะสิ่งที่เรากำลังจะไปทำต่อไปนี้”
 

            “..........................................”
 

            “มันต้องใช้แรงงานร่างกาย J

 

 

 




            “หนัก!
 

            “ทนหน่อย..
 

            “โจชัวอ่า.. เอาออกไปไม่ได้เหรอ..”
 

            “ได้ แต่ถ้าข้าเอาออกจากตัวเจ้า เจ้าต้องกลับไปอ่านหนังสือ”
 

            “โอเคยอม”
 

            เสียงเจื้อยแจ้วดังก้องทั่วลานกว้างข้างปราสาทที่ถูกจับจองเป็นลานฝึกวิทยายุทธ์โดยผู้คุมสุดโหดเมื่อครู่ผันตัวเป็นครูฝึกหนุ่มหล่อในคราบชุดเกราะสีเงิน เช่นเดียวกับชานยอลผู้เปลี่ยนสถานะเป็นลูกศิษย์ที่กำลังยืนนิ่งเป็นตุ๊กตาให้ผู้เป็นอาจารย์ได้ใส่ชุดเกราะให้อย่างถนัดถนี่ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจะได้ใส่ชุดเกราะแบบเดียวกับที่ถูกต้นไม้ปีศาจขย้ำอีกเป็นครั้งที่สอง และดูเหมือนว่ามันจะมีครั้งที่สามที่สี่ที่ห้าต่อไปอีกเรื่อยๆเสียด้วยสิ
 

            เมื่อจัดการสวมชุดเกราะให้ชานยอลเสร็จเรียบร้อย โจชัวก็เดินนำชานยอลไปที่คลังเก็บอาวุธที่อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้น เขาแทบจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นจำนวนอาวุธที่เรียงรายอยู่บนฝาผนังและชั้นวาง มันมากมายมหาศาลเสียจนเขาตาลายอีกรอบ
 

            “ทีนี้ก็ลองเลือกอาวุธที่เจ้าชอบ”
 

            “อะ.. อันไหนก็ได้เลยเหรอ?” ชานยอลถามแบบไม่แน่ใจนัก ตากลมกวาดมองด้านหน้าที่เต็มไปด้วยอาวุธนานาชนิด แสงสว่างจากคบเพลิงที่ตกกระทบบนผิวโลหะทำให้เหล่าอาวุธเปล่งประกายระยิบระยับ ขับให้อาวุธเหล่านี้ดูล้ำค่าเกินกว่าที่คนธรรมดาๆอย่างชานยอลจะจับต้องได้
 

            ขาเรียวค่อยๆก้าวเข้าไปเดินสำรวจคลังอาวุธอย่างกล้ากลัวๆเมื่อโจชัวพยักหน้ายืนยัน ดูก็รู้ว่าอาวุธทุกชิ้นได้รับการดูแลรักษามาเป็นอย่างดีและถูกจัดเก็บไว้เป็นสัดส่วนตามประเภทอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ชานยอลเลือกที่จะเดินผ่านลูกตุ้ม ขวาน ค้อน หอก ทวน และอาวุธที่เพียงแค่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้วเมื่อนำมาทำปฏิกิริยากับชุดเกราะเหล็กหนักๆที่เขาใส่อยู่จะได้ผลิตภัณฑ์คือความหนักโคตรๆ ไปหยุดอยู่บริเวณอาวุธที่มีน้ำหนักเบากว่าและควบคุมง่ายกว่าอาวุธที่กล่าวมาข้างต้น
 

            “แหม่ นึกว่าจะเลือกลูกตุ้มเสียอีก” โจชัวกลั้วหัวเราะในลำคอ ขณะเดินตามชานยอลไปในส่วนของมีดสั้น ดาบ และธนู
 

            “โทษๆ พอดีเป็นผู้ชายบอบบาง”
 

            “แย่หน่อยนะ พอดีไม่มีคฑาเซเลอร์มูนให้” คนถูกแซวปรายตามองคนแซะเรียบๆบอกเป็นนัยว่าไม่ตลก แต่ทว่าเจ้าตัวยังคงระเบิดเสียงหัวเราะลั่นภูมิใจกับมุขตลกขบขันของตัวเองเสียเต็มประดา
 

            ได้แต่สงสัยว่าเขากับโจชัวนี่ไปแอบรู้จักมักจี่กันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนหรืออย่างไรถึงได้สนิทกันถึงเพียงนี้ มาคิดดูดีๆแล้วครั้งนี้ก็เพิ่งครั้งที่สองที่เจอกันตั้งแต่รู้จักกันที่หุบเขาแฟรี่ แต่กลับสามารถคุยกันได้ถูกคอยิ่งกว่าเขากับจื่อเทาที่เจอหน้ากันแทบทุกวัน แต่ก็ยังไม่สามารถทำตัวให้เป็นธรรมชาติเวลาอยู่กับน้องเขาได้สักที
 

            “เลือกไม่ถูก..” ชานยอลอยากจะทึ้งหัวตัวเองแรงๆเมื่อกลับมาอยู่กับปัจจุบัน กับอาวุธสามอย่างแต่แตกแขนงแยกย่อยออกไปอีกหลายชนิด ไม่เข้าใจว่าจะผลิตมาให้คนต่างถิ่นอย่างเขาสับสนทำไม พูดกับแมนๆเลยแล้วกันว่าไม่รู้สักนิดว่ามันต่างกันยังไง
 

            “นายคิดว่าอันไหนเหมาะกับฉัน?” ชานยอลเลือกที่จะดึงโจชัวเข้ามามีส่วนร่วม โจชัวนิ่งเงียบไปสักพัก ตาคมกวาดมองไปยังบรรดาอาวุธตรงหน้าอย่างชั่งใจครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยคำตอบที่ทำให้ชานยอลหยุดความคิดที่จะทึ้งหัวตัวเอง เป็นทึ้งหัวอีกฝ่ายแทน..
 

            “อืม.. ก็.. คฑาเซเลอร์มูนไง”
 

            “อยากลดอายุขัยอีกสักปีสองปีไหม?”
 

            “เฮ้ยๆๆๆ ล้อเล่นน่าจริงจังไปได้ รักหรอกหยอกเล่น”
 

            “งั้นอย่ารักฉันเลยจริงๆ” เพกาซัสหนุ่มหัวเราะลั่น เป็นอีกครั้งที่มุขตลกของเขามันฮาแค่สำหรับเขาคนเดียวหรือจะเรียกง่ายๆว่าแป้ก เมื่ออีกฝ่ายดันไม่ยอมเล่นด้วยแถมยังทำหน้าตาซีเรียสเสียจนเขาเริ่มจะหัวเราะไม่ออกตามไปด้วย ใช้เวลาไม่นานในการควบคุมลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติจึงได้เริ่มเข้าเรื่องจริงจังเสียที
 

            “ถ้าข้าเป็นเจ้าข้าจะตัดมีดสั้นออกไปจากตัวเลือกเลย เพราะมันสร้างความเสียหายกับศัตรูได้น้อยมาก แต่ครั้งที่เจ้าสยบต้นไม้ปีศาจด้วยเจ้านี่ก็เพราะว่ามันโดนส่วนสำคัญจริงๆ ลองมีดบินเข้าปากขนาดนั้นไม่ตายก็ให้มันรู้ไป” ชานยอลพยักหน้าหงึกหงักกับคำอธิบายยาวเหยียดของโจชัว เขาค่อนข้างเห็นด้วยเพราะเขาก็ไม่ได้คิดจะเลือกอาวุธนี้อยู่แล้ว ถึงมันจะเป็นอาวุธชิ้นแรกที่เขาประสบความสำเร็จ แต่ก็นั่นแหละมันก็แค่ฟลุค
 

            “ในเรื่องของดาบ หลายแบบที่วางอยู่ตรงหน้าเจ้าตอนนี้ แต่ละแบบก็จะใช้งานต่างกันออกไป แต่สรุปย่อๆได้ว่าดาบก็คืออาวุธที่ใช้สำหรับโจมตีในระยะประชิด ผู้ใช้ต้องประสบการณ์โชกโชนพอสมควรถึงจะจบการต่อสู้โดยที่ไม่ได้รับบาดแผลใดๆเลยสักนิด” ชานยอลลอบกลืนน้ำลายลงคอ เคยเห็นบ่อยๆในหนังที่เขาประดาบกันดุเดือดก็เท่ดีอยู่หรอก แต่ถ้าคนอย่างเขาทำได้แบบนั้นเนี่ยพี่จุนมยอนก็คงจะสูงเท่าคริสได้เหมือนกัน
 

            “ส่วนธนู อย่างที่รู้ๆว่าเป็นอาวุธที่ใช้โจมตีในระยะไกล เหมาะสำหรับการซุ่มโจมตีอะไรทำนองนั้น ตัวผู้ใช้จะปลอดภัยกว่า แต่ในเรื่องความเร็วในการโจมตีจะไม่เท่าดาบ” ไม่อยากจะเอ่ยว่าปาเป้าตามงานวัดแต่ละครั้งเนี่ย การันตีความแม่นจากการนับห่อลูกอมในลิ้นชักที่บ้านได้เลย สะสมไว้ตั้งแต่เด็กจนแทบจะเป็นคอลเล็กชั่น ปากี่ครั้งๆก็ได้แค่ลูกอมมาอมจนฟันแทบผุกันไปข้าง รางวัลใหญ่นี่ไม่เคยจะฉิวเฉียดหรอก นับประสาอะไรจะมาให้ยิงธนูคันเบ้อเริ่ม
 

            “ข้าคงช่วยเจ้าได้แค่นี้ ที่เหลือก็สุดแล้วแต่ว่าเจ้าจะเลือกอะไร”
 

            ชานยอลขมวดคิ้วครุ่นอย่างใช้ความคิด เรื่องสกิลการใช้อาวุธของเขาน่ะจริงๆมันก็แค่ประเด็นรอง ประเด็นหลักคือเขาไม่อยากเลือกอาวุธชิ้นไหนเลย อยากให้มันเป็นเพียงการกอบกู้ความสงบสุขคืนสู่ลัคซัสพาร์เวลไม่ใช่สงคราม อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามก็เป็นคนสำคัญของลัคซัสพาร์เวลจึงไม่อยากให้มีการเสียเลือดเสียเกิดขึ้น แต่ก็คงเป็นไปได้ยากเพราะถ้าหากสามารถใช้วิธีประนีประนอมได้ตั้งแต่แรก คนนอกอย่างเขาก็คงไม่จำเป็นต้องมายืนอยู่ ณ จุดนี้ เพราะอย่างนั้นเขาจำเป็นต้องเลือก..
 

            ใช่! มีอยู่วิธีนึง!
           

            ความคิดดีๆความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัววีรบุรุษต่างถิ่นฉับพลัน
 

            “ถ้าต้องเลือก..”
 

            วิธีที่จะทำให้เสียเลือดเสียเนื้อน้อยที่สุด..

 

 

 

 

 

 

            ฟิ้ว... ปั่ก! ฟิ้ว... ปั่ก! ฟิ้ว... ปั่ก!
 

            “ไม่มีอะไรยากเลยเห็นไหม” ชานยอลอ้าปากค้างกับฝีมือการยิงธนูของเพกาซัสหนุ่ม โจชัวสามารถยิงธนูติดต่อกันสามลูกอย่างแม่นยำจนเขารู้สึกทึ่ง แม่นยำชนิดที่ลูกธนูลูกที่สองที่สามพุ่งไปซ้อนทับแทนที่ลูกธนูที่ปักอยู่ก่อน หนำซ้ำยังสามารถยิงได้ในเวลาอันรวดเร็วด้วยท่วงท่าสง่างามหากแต่เป็นธรรมชาติราวกับไม่ต้องใช้ความพยายามเลยสักนิด
 

            ผิดกับเขาโดยสิ้นเชิง
 

            “ไหนเจ้าลองยิงอีกสิ” ผู้เป็นศิษย์พยักหน้ารับคำก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ มือซ้ายที่กำคันธนูยกขึ้นในแนวขนานกับพื้นดิน มือขวาดึงลูกธนูที่ทาบอยู่กับคันธนูพร้อมกับน้าวสาย ตากลมข้างหนึ่งปิดลงเพื่อเล็งเป้าข้างหน้าที่อยู่ห่างออกไปราวสามสิบเมตร ซึ่งถือเป็นระยะที่ไกลมากสำหรับมือใหม่อย่างเขา
 

            ฟิ้ว.. ปัก..
 

            “เหลือเชื่อเลย ทำได้ยังไงน่ะ นี่ฝีมือคนที่ล้มต้นไม้ปีศาจมหาโหดนั่นได้จริงหรือ” โจชัวพูดพร้อมกับส่ายหัวอย่างระอา.. เกิดมาไม่เคยเห็นทักษะการยิงธนูของใครหน้าไหนห่วยแตกขนาดนี้ เช่นเดียวกับชานยอลหัวเราะแห้งๆให้กับฝีมือการยิงธนูของตนเองที่พลาดเป็นครั้งที่สาม ถ้าแค่ยิงไม่แม่นเนี่ยโจชัวก็จะให้อภัยในฐานะมือใหม่อยู่หรอก แต่นั่นอะไร.. ลูกธนูสามลูกที่นอนแอ้งแม้งอยู่ระหว่างคนยิงกับเป้าค่อนมาทางคนยิงหน่อยๆนั่นอะไรบอกเขาที วีรบุรุษต่างถิ่นปาร์คชานยอลนอกจากจะยิงไม่ตรงเป้าแล้วยังยิงไม่ถึงเป้าอีก.. กะจากระยะสายตาแล้วชานยอลยิงได้ไกลไม่ถึงสิบห้าเมตรด้วยซ้ำ
 

            ใช่.. ธนูคืออาวุธที่เขาเลือก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำมันได้ดีนี่!
 

            “กาก!!!!!!!!!!!!!!!!” ชานยอลทิ้งธนูลงข้างตัวก่อนจะยกมือขึ้นปิดหูแทบไม่ทันเมื่อโจชัวเงยหน้าตะโกนขึ้นฟ้าอย่างสุดจะทน ทว่าหางตาคมกลับเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นเคยที่กำลังยืนหัวเราะเหตุการณ์ด้านล่างอยู่บนระเบียง ถึงระยะห่างจากจุดที่ชายคนนั้นยืนอยู่กับจุดที่พวกเขาอยู่จะห่างกันจนไม่สามารถได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่าย แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูดีและโดดเด่น ประกอบกับแผนผังปราสาทลัคซัสพาร์เวลที่โจชัวจำได้ขึ้นใจทำให้เดาได้ไม่ยากว่าคนๆนั้นคือใคร
 

            อา.. จริงด้วยสินะ จากห้องบรรทมขององค์ราชาคริสสามารถมองเห็นลานฝึกวิทยายุทธ์ได้
 

            พลันความคิดเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นมาในหัว.. J
 

            “ชานยอลลา.. มานี่มา” ชานยอลหันขวับมองต้นเสียงอย่างงุนงง ได้แต่สงสัยว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน เมื่อกี้ยังตะโกนด่าเขาดูถูกเขาอยู่ปาวๆ ไหงตอนนี้กลับมาเรียกชื่อเขาเสียงอ่อนเสียงหวานเสียจนน่าขนลุก
 

            “อะไรของนาย?”
 

            “มานี่มา จะสอนให้” ไม่พูดเปล่า ซ้ำยังฉีกยิ้มอบอุ่นก่อนจะคว้าท่อนแขนเรียวของชานยอลกระตุกเข้ามายืนใกล้กันมากขึ้น มือเรียวรับคันธนูที่อีกฝ่ายยัดใส่มือให้อย่างงงๆแต่ก็ยอมยืนนิ่งให้ครูฝึกจำเป็นจัดท่าทางที่ถูกต้องให้
 

            ร่างสูงผละออกไปยืนข้างหลังชานยอล มือหนาทั้งสองข้างจัดการทาบทับลงบนมือของชานยอลที่กำลังกำคันธนูและน้าวสายอยู่ กลายเป็นว่าตอนนี้โจชัวกำลังยืนซ้อนหลังชานยอลในท่วงท่าที่แนบชิดเสียจนคนในอ้อมแขนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆที่รินรดอยู่หลังใบหู ชานยอลไม่ได้สนใจเพราะคิดเพียงแค่ว่าโจชัวตั้งใจจะสอนยิงธนูเท่านั้น ผิดกลับเพกาซัสหนุ่มที่กระตุกยิ้มพึงพอใจเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นปฏิกิริยาของคนบนระเบียงที่เปลี่ยนจากยืนหัวเราะเป็นจ้องพวกเขาเขม็ง ถึงจะไม่เห็นสีหน้าชัดเจนแต่เขาก็แน่ใจว่าคริสกำลังหงุดหงิด
 

            “หักข้อมือขึ้นนิดหน่อย.. อ่า.. อย่างนั้น จากนั้นน้าวสาย.. ให้แขนสองข้างขนานกันกับพื้นดิน..” โจชัวเริ่มอธิบายด้วยเสียงดังฟังชัดหวังจะให้ผู้เป็นราชาได้ยินทุกประโยคที่พวกเขาคุยกันพร้อมกับจัดท่าทางให้ชานยอลไปด้วย
 

            “ถ่ายน้ำหนักไปที่หลัง อย่าเกร็งมาก” ส่วนชานยอลเองก็ปฏิบัติตามคำสอนของครูฝึกอย่างว่าง่าย หัวสมองพยายามจดจำรายละเอียดอย่างตั้งอกตั้งใจ
 

            “เล็ง..” ดวงตาของชานยอลและโจชัวข้างหนึ่งปิดลงอีกครั้ง มือของโจชัวควบคุมมือของชานยอลข้างที่กำคันธนูให้ขยับซ้ายขวาสองสามทีก่อนจะหยุดนิ่ง
 

            “คราวนี้ปล่อยสาย..” ทั้งโจชัวและชานยอลปล่อยสายฉับพลันลูกธนูก็พุ่งไปข้างหน้า โจชัวอาศัยจังหวะนั้นกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูนิ่มให้ได้ยินกันเพียงสองคน
 

            “องค์ราชาคริสมองเราอยู่..”
 

            ฟิ้ว... ปั่ก!
 

            ลูกธนูพุ่งไปปักลงบนเป้า ห่างจากลูกธนูที่โจชัวยิงปักไว้ก่อนเพียงคืบ หากแต่แทนที่ชานยอลจะมีอารมณ์มาดีอกดีใจที่ในที่สุดเขาก็ยิงโดนเป้า แถมความแม่นยำก็จัดได้ว่าไม่เลว เอี้ยวตัวกลับมาตะโกนถามคนข้างหลังถึงคำพูดเมื่อครู่อย่างลืมตัว


            “เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ!” ..ลืมไปว่าพวกเขากำลังยืนอยู่ในท่วงท่าใด และถ้าหันหลังกลับไปใบหน้าของพวกเขาสองคนจะอยู่ใกล้กันขนาดไหน ซึ่งนั่นทำให้คนที่แอบมองดูอยู่ห่างๆหงุดหงิดมากขึ้น..


            “แหม ไม่ต้องทวงก็ได้ที่รัก คนเก่งของข้าต้องได้รับรางวัลอยู่แล้ว!” พูดจบก็จัดการจรดริมฝีปากลงบนแก้มเนียนของชานยอลฟอดใหญ่ และนั่น.. ทำให้คนที่แอบมองดูอยู่ห่างๆหงุดหงิดที่สุด!
 

            “ทำบ้าอะไรของนายไม่ทราบ!!” ชานยอลตวาดเมื่อได้สติหลังสตั๊นไปครู่หนึ่งจากการกระทำของโจชัว ก่อนจะรีบดิ้นขลุกขลักออกจากวงแขนของคนข้างหลังจนเป็นอิสระ โดยใช้คันธนูฟาดไปที่ศีรษะของคนฉวยโอกาสแรงๆหนึ่งทีด้วยความตกใจ
 

            “โอ๊ย! ที่รักเขินรุนแรงไปแล้ว!!” โจชัวยกมือขยับพร้อมกับกรีดร้องโอดโอย แววตาหวานเชื่อมแสร้งทำเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้ายสายตาคาดโทษ แต่คำพูดยังหวานหูอยู่ ไม่ว่าอะไรจะคือเหตุผลที่โจชัวยังคงข่มอารมณ์ไม่โต้ตอบการโจมตีของเขา แต่หมอนี่ก็ต้องถอนคำพูดที่เรียกเขาว่าที่รัก.. เขาไปเป็นที่รักของโจชัวตั้งแต่เมื่อไหร่?!

 

            “สมองกลับไปแล้วหรือไงห้ะ! พล่ามอะไรไม่เข้าใจ!!” พูดจบมือเรียวก็จัดการง้างคันธนูขึ้นหมายจะฟาดใบหน้าหล่อเหลานั่นแรงๆให้สมองกลับมาทำงานเป็นปกติ แต่หากต้องชะงักมือค้างไว้กลางอากาศเมื่อโจชัวยกมือข้างหนึ่งขึ้นปราม นิ้วชี้ของมืออีกข้างจรดอยู่ที่ริมฝีปากหยักเป็นเชิงบอกให้เงียบ คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจก่อนใบหน้ากลมกลึงจะเงยหน้ามองตามขึ้นไปในจุดที่ตาคมของโจชัวเพ่งเล็งอยู่
 

            เขาเห็นเพียงแผ่นหลังไวๆของคนที่เพิ่งจะผละออกจากระเบียงเพราะทนอยู่ดูภาพข้างล่างไม่ได้..
 

            ระเบียงห้องนอนของคริส..
 

            “ข้าพูดว่า องค์ราชาคริสมองเราอยู่” โจชัวทวนคำหน้าตาเฉย ขณะที่สติของชานยอลหลุดลอยออกจากร่างอีกครั้ง
 

            “ตะ.. ตั้งแต่เมื่อไหร่!
 

            “ก็นานพอจะหัวเราะฝีมือยิงธนูกากๆสามลูกแรกของเจ้า”
 

            “กะ.. ก็แสดงวะ.. ว่าเห็นนาย..”
 

            “ใช่ พระองค์เห็นตอนที่ข้าหอมแก้มเจ้า อ้อ! แล้วก็น่าจะได้ยินข้าเรียกเจ้าว่าที่รักด้วย เพราะข้าจงใจพูดเสียงดังขนาดนั้น” คำตอบของโจชัวทำเอาคนฟังหน้าชาราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ หมด.. หมดกัน! อุตส่าห์บอกรักเขาไป นอกจากเขาจะยังไม่รับรักแล้วยังมาเห็นช็อตเด็ดยืนนัวเนียกับคนอื่นเข้าให้อีก ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ ในสายตาคริสตอนนี้เขาคงไม่ต่างอะไรกับผู้ชายสำส่อน ทั้งหมดมันเพราะแกคนเดียวไอ้เพกาซัสเฮงซวย!
 

            “จงใจ? จงใจเนี่ยนะไอ้บ้า!! นายจะทำอย่างนี้ให้มันได้อะไรวะฮะคนยิ่งทะเลาะกันอยู่ โว้ยยย!!! ชานยอลใช้คันธนูระดมทุบโจชัวอย่างโมโห เรียกเสียงหัวเราะของคนโดนกระทำที่ยกมือขึ้นมาปัดป้องเป็นพัลวัน เมื่อชานยอลเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านขืนมัวแต่ออกแรงไปก็เหนื่อยเปล่า จึงโยนคันธนูทิ้งก่อนทำท่าจะหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในตัวปราสาท
 

            “นั่นจะไปไหน” ขาเรียวหยุดชะงักเมื่อโจชัวเรียกรั้งเอาไว้
 

            “ไปเคลียร์กับคริสให้รู้เรื่องน่ะสิถามมาได้ เรื่องเก่ายังไม่หาย ขอบคุณมากที่อุตส่าห์สรรหาเรื่องใหม่มาให้ปวดหัว!!
 

            “แล้วรู้หรือไงว่าองค์ราชาอยู่ที่ไหน”
 

            “ก็ห้องนอนล่ะมั้ง ล่าสุดก็เห็นอยู่ที่นั่น?”
 

            “ไปที่ห้องใต้ดิน องค์ราชาไปที่นั่นทุกครั้งที่มีเรื่องรบกวนใจ” ชานยอลหรี่ตามองผู้พูดอย่างหยั่งเชิง แต่สีหน้าและท่าทางของโจชัวดูจริงจังเกินกว่าที่จะแกล้งเขาอีกเป็นครั้งที่สอง
 

            “ถ้าไปแล้วไม่เจอขอให้นายปีกหัก”
 

            “จะถือเป็นคนคำขอบคุณนะ ฮ่าๆๆๆ” ชานยอลเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้อีกครั้ง ก่อนจะออกตัววิ่งปร๋อราวกับลืมไปชั่วขณะว่ากำลังใส่ชุดเกราะเหล็กอยู่
 

            “เอ้อ! ฝากบอกองค์ราชาด้วยว่า หยุดซื่อบื้อได้แล้ว!” โจชัวตะโกนไล่หลังไปทีเล่นทีจริงก่อนจะส่ายหัวอย่างเบื่อหน่ายกับความปากแข็งและความซื่อบื้อของคู่นี้ ถึงจะไม่เคยมีใครบอกกล่าวแต่ที่สองคนนี้ทะเลาะกันมีหรือเขาจะมองไม่ออก ตอนที่องค์ราชาคริสวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาในชุดนอนมุ้งมิ้งทันทีที่ฟื้นจากพิษการ์กอยล์เพื่อมาหาชานยอลโดยเฉพาะก็เป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนอยู่แล้วว่าทั้งสองคนนั้นติดกันแจแค่ไหน แต่การกลับมาลัคซัสพาร์เวลของเขาทั้งสองครั้งนี้ คริสกลับเอาแต่หลบหน้าและตีตัวออกห่างชานยอล ส่วนชานยอลเองก็ดูซึมๆไปและไม่ค่อยมีสมาธิในการอ่านหนังสือ จะกระตือรือร้นขึ้นมาหน่อยก็ตอนที่เขาพามาลองทำอะไรใหม่ๆที่ลานฝึกวิทยายุทธ์นี่แหละ อาการผิดปกติแสดงออกชัดเจนขนาดนี้ใครไม่รู้สิแปลก
 

            แล้วถ้าเขาไม่ทำแบบนี้ จะได้เคลียร์กันชาติไหนก็ไม่รู้!





 






To Be Continued
คัมแบคพร้อมโจยอลรัวๆ
ขอโทษที่หายไปนานนะคะ

- EinzburnVII -

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

435 ความคิดเห็น

  1. #432 Prae'w (@fanchan_ky) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 23:16
    โอ้ยยยย โจชัว รักนายจัง555
    #432
    0
  2. #395 putita_wanida (@beetoban) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2557 / 20:49
    รับๆมาต่อนะคาะไรน์เดี่ยวลีดหายหมดหาว่าไม่เตือนน๊านนน^^
    #395
    0
  3. #386 Book.21 (@booky1105) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2556 / 17:26
    โอ้ยยยยย โจยอลก็แอบฟินน้าาา55555555
    คริสอ่าาาาา ชุดนอนมุ้งมิ้ง5555555555
    ชานยอลง้อให้ได้นะ

    ไรท์เตอร์สู้ๆนะคะ รีบมาอัพน้า T__T
    #386
    0
  4. #363 U-RiaYeonjin (@heroboy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 20:37
    555 โจยอล คู่นี้ก็น่ารักนะ แต่ขอคริสยอลดีกว่าา ขอให้คริสยอลคืนดีกันเร็วๆน้าาาาา ขอบคุณโจชัวนะที่ทำแบบนี้ ให้คริสยอลได้เคลียร์กัน เอิ้กๆๆๆ
    #363
    0
  5. #342 _MNIMD (@mnimd) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 15:13
    เมื่อวานอ่านรวดเดียวจบวันนี้ขอมาสกรีมยาวๆละกันนะคะไรท์ -/\-
    ตอนแรกที่คริสมาบ้านยอลอ่ะ นึกว่าเป็นแนวย้อนยุค -/- แล้วคริสก็จูบยอลแล้วพายอลไปอีกโลกมิตินึง
    คือแบบมันใช่เลยแนวนี้ที่รอคอย คริสน่ารักมากกกก ตอนที่กลับมาจากโลกแล้วยอลคิดว่าจะไม่เจอคริส
    อีกแล้วแต่ว่าคริสก็มาเป็นคราบนักศึกษารุ่นพี่ของแบค แล้วสะกดจิตทุกคนว่านี่คริสรุ่นพี่รหัสของแบคนะ
    แต่เทาดันไม่ถูกสะกดจิตเทาเลยรู้สึกแปลกๆ รู้สึกเจ็บแทนยอลที่คริสละเมอว่า ลู่หาน จริงๆนะ แบบอยู่ๆมา
    ละเมอชื่อของคนอื่นทั้งๆที่ยอลชอบคริสอ่ะ คือแล้วคริสมันก็ไม่รู้ตัวด้วยแค้นตรงนี้ tt'ทำไมคริสทำแบบนั้น
    กับยอลล่ะลูก คริสเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักแต่ยังเป็นได้แค่เพียงครึ่งนึงเพื่อรอเนื้อคู่มาเติมเต็ม เนื้อคู่คนนั้น
    คือยอลใช่เปล่าคะพี่คริส แต่ตอนฝันร้ายที่ว่ามีลูกกับลู่หานอ่ะ คือตอนแรกคิดเลย ทำไมพี่คริสมันใจร้ายกับยอล
    แบบนี้วะ ทำไมมีลูกกับลู่แทนที่จะเป็นยอล เตรียมขว้างขวดใส่คริสเต็มที่ แล้วตอนที่คริสช่วยยอลจากการ์กอยล์
    อ่ะคริสแบบปกป้องยอลมาก แล้วยอลก็ตอบแทนคริสด้วยความที่เข้าไปหาน้ำตาเพกาซัสคนเดียว ยอลน่ารักมากก
    แบบไม่กลัวตายเลย คิดว่าต้องรักษาคริสอย่างเดียว สงสารโจชัวอ่ะมีเวลาได้อีกแค่สองปี .___. โจชัวที่ร้ากกก
    ชอบโจชัวอ่ะกวนประสาทดี -/- บังคับให้ยอลอ่านหนังสือแต่ที่จริงแค่แกล้งกวนประสาทยอลไปงั้น ดูเหมือนยอล
    จะสนิทกับโจชัวมากเลยนะ แล้วรุ่นพี่คนนั้นคือใครอ่ะยอล แอบฮาตอนที่ยอลไม่รู้ว่าตัวเองแนะนำชื่อไปตอนไหน
    รุ่นพี่คนนั้นจะจีบยอลจริงๆสินะ อพคก็ซึนจริงๆเลยหึงก็บอกว่าหึงดิ โจชัวนี่ขี้แกล้งพี่คริสมากเลยนะ สอนยอลยิงธนู
    แบบแนบเนื้อเพื่อให้คริสรู้ใจตัวเอง แล้วคริสรู้ใจตัวเองยังลูกกก ทิฟฟานี่น่าจะฟังเหตุผลจากแทยอนก่อนอ่ะทำไม
    ฟานี่ไม่ฟังเหตุผลอะไรจากแทยอนเลยอ่ะ แล้วแทยอนก็ยอมให้ตัวเองถูกขังนะ อยากรู้ว่ายอลจะทำยังไงให้เมืองกลับ
    มาสว่างอีกครั้ง ยอลจะขอเลือดจากฟานี่ยังไงงง .___. 
    คู่เทาแบคนี่คือแบคอ่ะปากแข็งกลัวเทาเสียชื่อเสียงและครอบครัวกีดกัน ตอนแรกขอบอกอะไรนิดนึงว่าหมั่นไส้จีอึนมาก
    ที่แบบมาขัดขวางเทากับแบคไรงี้ แล้วแถมยังทำให้แบคถูกเกลียดจากเพื่อนของเทาอีกนี่แทบจะถวายรองเท้าแต่สุดท้าย
    ทุกคนกลับเตี๊ยมกันเพื่อให้แบคกับเทาเปิดเผยว่าเป็นแฟนกันแถมจีอึนยังเป็นสาววายอีกเกลียดเธอไม่ลงเลยย 
    แล้วตอนที่เทาแบคอยู่ในบ้านของเทาแล้วเปิดว่า 'เพราะแบคฮยอนเป็นแฟนฉัน ฉันรักแบคฮยอน' เทาเจ๋งมากที่ตอบไปแบบนั้น
    ตอนแรกที่ไล่ให้ไปเก็บเสื้อนึกว่าจะแยกเทาออกจากแบคแต่สุดท้ายว่าให้ไปอยู่ที่นั่นกันสองคน คือแทบจะเข้าไปถลากอด
    คุณพ่อกับคุณแม่ของเทาค่ะ คุณพ่อคุณแม่น่ารักมากกก ดีใจที่เทากับแบคตอบไปว่ารักกันแบบนั้นแล้วสองคนก็รักกันต่อ
    เฮ้ยย ! แล้วถ้าแบคไปกับเทา แล้วยอลจะอยู่กับใครอ่ะ T_____T เฮ้ยย ม่ายยยยย แบคแกจะทิ้งยอลหรอ .___.
    ติดตามนะคะไรท์ 

    #342
    0
  6. #341 fchk (@fonch) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 23:37
    อ้ากกไรท์ชอบมากกเลยอะเรื่องนี้ ไรท์รีบบมาต่อนะขอคริสยอลลดีกัน เร็วๆๆ
    #341
    0
  7. #331 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 21:34
    นึกว่าไรท์จะทิ้งแฟนคลับซะแล้ว

    ถ้่าโจชัวไม่ใช้ไม้เด็ดมะไหร่จะคุยกัน
    เมื่อไหร่จะรักกันคะ
    น้องยอลเปนผู้ชายแต่น้องยอลเล่นคฑาเซเลอมูน
    เอิ่มแมนคะ แมนมาก
    #331
    0
  8. #324 Koolykool (@koolykool) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 15:09
    พี่คริสหึงน้องก็บอกน้องไปสิว่าคิดไรกับน้องยอลอะ มาหลบๆ ซ่อนๆ ความรู้สึกตัวเองอยุ่ได้ หงุดหงิดแทน 555
    #324
    0