EX0 SHOЯTFiCTION

ตอนที่ 19 : No reason | EXO | Short Fic | PART 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 ส.ค. 56

No reason..ผมแค่อยาก..ฆ่า..

EXO chapter 1

By : *AkirarA





                           

.

ใครบางคนบอกไว้ว่า มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐเพราะรู้จักผิดชอบชั่วดี แต่รู้มั้ย มนุษย์บางคนแม้จะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นแต่ก็ไม่ได้เลือกที่จะเป็นแบบนั้น...

No reason.. ผ ม แ ค่ อ ย า ก ..ฆ่า..

.
.

เสียงหอบหายใจดังสะท้อนไปทั่วห้องที่เรียกได้ว่าเกือบจะว่างเปล่า เสียงหัวเราะขึ้นจมูกดังขึ้นอีกครั้งเมื่อดวงตากวาดมองไปรอบๆ ฝ่าเท้าเหยียบย่ำเข้าไปในแอ่งน้ำสีเข้มกระตุ้นกลิ่นคาวให้คละคลุ้งไปในอากาศอีกครั้ง ลมหายใจถูกสูดเข้า ซึมซับกลิ่นไว้จนเต็มปอดก่อนจะผ่อนออก เสียงน้ำดังจ๋อมแจ๋มเมื่อเท้านั่นยกขึ้นและย่ำลงอีก กระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนาน เม็ดน้ำเล็กๆแตกกระเซ็นไปรอบๆเมื่อเท้านั่นยังย่ำลงมาอยู่เรื่อยๆรอยยิ้มเหยียดออกก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะ

 

“อา...รู้สึกดีจังเลย”

เปลือกตาบางค่อยๆปิดลงก่อนที่สมองจะสั่งให้2ขาก้าวเดิน

 

“1”

นับหนึ่งเมื่อก้าวขาข้างหนึ่งออกไป

 

“2”

นับต่อไปอีกเมื่อขาอีกข้างก้าวนำไปข้าวงน้า

 

“3”

ตัวเลขยังคงถูกนับไปเรื่อยตามจำนวนก้าวที่มากขึ้นและทิ้งรอยเปื้อนรูปรอยเท้าไว้มากตามจำนวนที่นับ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าร่างของใครบางคนที่คุ้นตาเหลือเกิน

รอยยิ้มเล็กเหยียดออกก่อนที่มือสวยจะยื่นไปติดกระดุมเสื้อที่หลุดลุ่ยให้เรียบร้อยเหมือนที่เคยเป็นและสมควรจะเป็น ลมหายใจที่รวยรินกลับหนักหน่วงขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกเปียกชื้นและรสชาติเฝื่อนๆของสิ่งที่เรียกว่าเลือดแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากเมื่อปลายลิ้นขืนรุกล้ำเข้าไป ตวัดเกี่ยวพันปลายลิ้นที่อ่อนล้าไร้เรี่ยวแรงนั่น เก็บเกี่ยวรสชาติที่ชื่นชอบอยู่ครู่ก่อนจะผละออก แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองที่ยังเคลือบไปด้วยน้ำลายที่เจือด้วยรสชาตินั้นราวกับเสียดายถ้าจะปล่อยให้มันค่อยๆเหือดแห้งไปเอง

 

“จูบกับคุณก็งั้นๆล่ะนะ ไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าคนอื่นเขาหลงอะไรคุณนักหนา”
เรียวคิ้วเลิกขึ้นน้อยๆขณะที่ตาก็จ้องมองร่างตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณาก่อนจะทำหน้าเหมือนว่าคิดอะไรขึ้นได้


“เอ้อ..จริงๆผมน่าจะจูบคุณก่อนที่คุณจะอยู่ในสภาพนี้แฮะ อาจจะดีกว่านี้ก็ได้ ขอโทษทีที่ผมคิดช้าไปหน่อย”

ไม่มีคำตอบอะไรจากคนที่กำลังสนทนาด้วย เพราะแค่ตั้งใจหายใจเข้าออก และทนทนต่อความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตนั่นก็ดูเหมือนว่าจะเต็มกลืนแล้ว



“ฮ่าๆๆๆ โอเคๆ คุณอาจจะไม่อยากพูดกับผม งั้นผมไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้า ไปสายเดี๋ยวบอสจะดุเอาได้ อ้ะ แต่บอสก็นั่งอยู่ตรงนี้แล้วนี่นา ฝันดีนะครับบอส”

 

 

No reason.. ผ ม แ ค่ อ ย า ก ..ฆ่า..

.
.
 

“เฮ้อ..จบไปอีกวัน”

เสียงทุ้มของใครบางคนบอกกับตัวเองพลางดันเก้าอี้ให้เลื่อนห่างจากโต๊ะทำงานนิดหน่อย เหยียดตัวตึง บิดซ้าย บิดขวา เพื่อไล่ความเหนื่อยล้าจากการทำงานที่สะสมมาตลอดวัน ถอนหายใจหนักๆไปหนึ่งทีก่อนจะตัดสินใจเก็บกระเป๋ากลับบ้าน

 

“อ่าว จะกลับแล้วหรอชานยอล ว่างมั้ย? ไปดื่มด้วยกันก่อนซิ”

คนเป็นพี่ร้องทักพลางวางแฟ้มเอกสารที่เพิ่งไปหอบออกมาจากห้องของหัวหน้าลงบนโต๊ะของตัวเองที่อยู่ข้างๆกัน ใบหน้าขาวจัดที่มักจะเปื้อนยิ้มอยู่เสมอดูหมองลงนิดหน่อยคงเพราะความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานเช่นกัน โดยเฉพาะวันนี้

ทุกอย่างดูจะแย่ไปหมด ไม่ใช่แค่กับเขา แต่รวมไปถึงทุกคนในแผนก เพราะบอสที่ต้องเข้ามาเซ็นรับทราบ และอนุมัติอะไรหลายๆอย่างดันหายจ้อยไม่โผล่มาให้เห็นแม้แต่เงา ทำเอาวุ่นวายกันทุกแผนก

 

“ไอ้ว่างมันก็ว่างหรอกครับ..”

 

“งั้นก็ไปด้วยกันได้ใช่มั้ย? ดีเลย ไปหลายๆคนซิถึงจะสนุก”

เลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนเดียวที่ได้รับการชวน ในขณะที่กำลังคิดว่าจะถามออกไปว่าใครบ้างที่จะไปด้วยกันคนเป็นพี่ก็พูดขึ้นมาพอดีราวกับรู้

 

สรุปแล้วคนที่จะไปดื่มด้วยกันคืนนี้นอกจากตัวเขาเองกับรุ่นพี่แล้ว ก็มีเซฮุน จงอิน พี่ลู่หาน พี่มินซอก แบคฮยอน คยองซูและจื่อเทา รวม9คน

 

“อ่า...”

เสียงทุ้มเกริ่นเมื่อจัดการเคลียร์โต๊ะและเก็บกระเป๋าเสร็จแล้ว หน้าหวานของคนเป็นพี่เงยขึ้นมองท่าทางเลิกลั่ก

 

“โทษทีนะ พี่ยังต้องจัดการอะไรอีกนิดหน่อย นายไปรอหน้าตึกเลยก็ได้ เจ้าพวกนั้นคงรออยู่แล้วล่ะ”

บอกพร้อมยกยิ้มแห้งๆก่อนจะหันไปจัดการธุระที่ว่าต่อท่าทางร้อนรน คงเพราะเกรงใจที่ทำให้คนอื่นต้องรอ ชานยอลพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินลงไปสมทบกับอีก7คนที่เหลือตามที่คนเป็นพี่บอก

 

“เฮ้ย กินเหล้ากัน”

ที่หน้าตึก จงอินหนุ่มฮอทจากแผนกจัดซื้อร้องทักเมื่อเห็นว่าใครที่ก้าวออกมาจากลิฟท์ พลางจรดก้นกรองของบุหรี่ยี่ห้อโปรดเข้ากับริมฝีปากก่อนจะหันไปพ่นควันสีขาวทิ้ง

 

“เออ”

รอยยิ้มเหยียดกว้างจากคนฟังเมื่อคำตอบที่ได้ดูจะเป็นที่น่าพอใจ คนเพิ่งมาใหม่ตอบรับยิ้มๆก่อนจะเดินมารวมกลุ่มกับคนอื่นๆที่รออยู่ก่อนแล้ว

 

“ต้องงี้ซิวะ นานๆทีก็ไปก๊งเหล้าชิลๆกับเพื่อนฝูงบ้างอะไรบ้าง~

ว่าแล้วก็ใช้แขนข้างที่คีบบุหรี่ไว้เอี้ยวคอคนที่พูดด้วยเข้าไปกอดก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ สูดเอาควันจากก้นกรองที่อยู่ห่างจากหน้าของชานยอลไม่มากนักเข้าปอดไปอีก

 

ชานยอลเบ้หน้าพลางทำจมูกย่นยามที่จมูกจำต้องรับเอากลิ่นเหม็นๆจากการเผาไหม้นั้นเข้าปอดไปอย่างไม่เต็มใจนัก ลมหายใจถูกพ่นออกแรงขึ้นด้วยพยายามขับไล่อากาศไม่บริสุทธิ์นั่นให้ออกไปจากทางเดินหายใจ แต่มันก็แทบไม่ช่วยอะไรเลย  จงอินยกยิ้มก่อนจะหัวเราะในลำคอกับท่าทางแบบนั้นของเพื่อน แต่เพราะอารมณ์อยากแกล้งที่มีมากกวาเขาจึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่รู้ดีว่าคนเป็นเพื่อนไม่ชอบกลิ่นบุหรี่

 

“แล้วซูโฮล่ะ?”

 

“เห็นว่าขอจัดการอะไรอีกนิดหน่อยครับ อีกเดี๋ยวคงตามมา”

ชานยอลที่เห็นว่าตัวเองคงจะเป็นคนเดียวที่รู้ตอบกลับเมื่อเห็นว่าคนที่ถามยกนาฬิกาขึ้นดูพลางชักสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง

 

“ใจเย็นน่าอาลู่ วันนี้ก็อารมณ์เสียมาทั้งวันแล้ว”

มินซอกที่เป็นเพื่อนสนิทว่าก่อนจะตบลงบนไหล่ของคนเป็นเพื่อนเบาๆ

 

“ก็เพราะว่าอารมณ์เสียมาทั้งวันแล้วไง ตัวเองนัดเองแท้ๆ ดันให้เรารอซะได้ น่าหงุดหงิดชะมัด”

 

“ไม่เอาน่า  ใจเย็นๆซิครับ วันนี้ทุกคนก็อารมณ์เสียกันทั้งนั้นล่ะ พี่ซูโฮก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันหรอก เชื่อซิ”

 

“นายก็งี้ทุกทีล่ะจื่อเทา มีครั้งไหนมั้ยที่จะไม่เข้าข้างซูโฮ..หึ ไม่มี..”

 

“โธ่ อย่าพูดอย่างนั้นซิครับ ผมไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้นล่ะ”

คนโดนหาว่าลำเอียงตอบยิ้มๆก่อนจะยกนาฬิกาที่ผูกติดอยู่ที่ข้อมือขึ้นดูบ้าง หน้าสวยของคนกำลังอารมณ์เสียพลันหงิกงอลงอีกก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

 

...ขัดใจจริงๆกับคำว่า ไม่ได้เข้าข้างใครเพราะนั่นมันไม่จริงซักนิด...

 

“ขอโทษแทนอาลู่ด้วยนะ”

นั่นคือคำพูดที่ไร้เสียงที่พักหลังๆทุกคนเริ่มจะคุ้นชินกับมันเสียแล้ว เพราะทุกครั้งที่ลู่หานหงุดหงิด อารมณ์เสีย และเหวี่ยงใครเข้า ทุกคนมักจะได้ยินคำพูดนี้ได้ด้วยสองตาเสมอ คำพูดที่ไร้เสียงที่ถูกส่งมาจากคนเป็นเพื่อนสนิทของลู่หาน

 

...คิม มินซอก...

 

เขามักจะแอบก้มหัวขอโทษทุกคนแทนเสมอถ้าลู่หานทำอะไรไม่ดีออกไป อย่างเช่นครั้งนี้ จื่อเทาส่ายหัวน้อยๆตอบรับคำขอโทษนั้นกลับไปแบบไร้เสียงเช่นกัน

.

.

เวลายังคงเดินต่อไปหลังจากนั้น ความเงียบชวนอึดอัดจากคนคนเดียวดูราวกับจะแผ่กระจายจนปกคลุมไปทั่วทั้งกลุ่ม เสียงพูดคุยที่เคยมีเริ่มเงียบหายจนในที่สุดก็ได้ยินแต่เสียงของบรรยากาศอื่นๆรอบตัวแทน แต่ก็เพียงนานเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นไม่ถึงห้านาทีคนที่ทุกคนกำลังรอก็โผล่หน้ามา

 

ร่างเล็กของคนผิวขาวจัดวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากลิฟท์ 2มือยกขึ้นไหว้เพื่อนร่วมงานไม่ว่าจะพี่ เพื่อนหรือกระทั่งน้องมาแต่ไกลพลางพูดขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่

 

“ขอโทษๆๆๆๆ ขอโทษจริงๆ พอดีอี้ชิงสั่งให้จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินกับห้องพักให้บอสน่ะ ขอโทษที่ทำให้ต้องรอนะ”

 

“ช่างเถอะครับ คุณเลขาอี้ชิงนั่นชอบโยนงานให้พี่ประจำอยู่แล้ว ผมเข้าใจ อย่าคิดมากเลยครับ ไม่มีใครโกรธพี่หรอก”

จื่อเทาออกรับหน้าคนแรกพลางเหยียดยิ้มหวานหยด โดยมีพี่ลู่หานที่เลือกที่จะยืนหันหลังให้ทันทีที่เห็นซูโฮเดินเข้ามาใกล้ ทำท่าโก่งคออ้วกกับคำพูดที่ว่า ไม่ได้เข้าข้างซูโฮของจื่อเทาอยู่ซักพักก่อนจะเบะปากและสบถเบาๆ คราวนี้เป็นมินซอกบ้างที่ส่ายหัวกับพฤติกรรมนั้นอย่างไม่ปิดบังก่อนจะโดนลู่หานต่อยเข้าที่แขนไป1ที

 

“มากันครบแล้วก็รีบไปกันเถอะ ช้าเดี๋ยวจะไม่มีโต๊ะนั่งนะ ร้านนั้นยิ่งคนเยอะอยู่ด้วย”

แบคฮยอนเสนอเมื่อเห็นว่าครบองค์ประชุมแล้วซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย หลังจากนั้นทั้งหมดก็ยกโขยงกันไปยังร้านเหล้าร้านประจำที่อยู่ห่างจากออฟฟิศไปไม่เท่าไหร่ โดยมีแบคฮยอนกับคยองซูเดินจับมือกันกระหนุงกระหนิงกันอย่างกับคู่รักข้าวใหม่ปลามันอยู่หน้าสุด ตามมาด้วยจื่อเทา ซูโฮ และมินซอกที่ทำตัวเป็นกาวแปะรอยแยกระหว่าง ลู่หาน กับจื่อเทา อีกที และรั้งท้ายด้วยชานยอล จงอิน กับเซฮุน

 

ที่หน้าร้าน

“ขอสูบบุหรี่แป๊บ เดี๋ยวตามเข้าไป”

จงอินว่าพลางใช้หัวแม่มือดีดบริเวณก้นกรองของบุหรี่ที่คีบอยู่เพื่อให้เถ้าที่เผาไหม้ไปแล้วหลุดออกก่อนจะยกขึ้นสูบอีกครั้ง

 

“ข้างในก็สูบได้นะ”

ซูโฮที่กำลังจะก้าวเข้าร้านตามคนอื่นๆเข้าไปหันมาบอกพลางเลิกคิ้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจ เพราะว่าจงอินก็เป็นอีกคนที่มาดื่มด้วยกันทุกครั้ง และปกติถ้าจะสูบบุหรี่ก็จะสูบข้างในร้านด้วยทุกครั้ง แต่วันนนี้กลับบอกว่าจะยืนสูบข้างนอกเสียอย่างนั้น คนโดนท้วงยักไหล่ยิ้มๆกับคำพูดนั้น

 

“ไม่ล่ะครับ ส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยสูบกันนี่ อีกอย่าง หมอนี่ไม่ค่อยปลื้มกลิ่นมันเท่าไหร่ด้วย”

ว่าแล้วก็หันมาพ่นควันใส่หน้าคนที่คนหมายถึงที่ยังถูกล็อกคอไว้อยู่อย่างหยอกๆก่อนจะหัวเราะเมื่อคนโดนแกล้งไอค่อกแค่กเพราะสูดเอาควันเข้าไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

“อยากตายซินะ เห็นว่าไม่ว่าอะไรเลยได้ใจซินะนายน่ะ”

ชานยอลนิ่วหน้าพลางฟุตฟิตจมูกเพื่อไล่กลิ่นที่ยังติดอยู่ในโพรงจมูกอีกและเหมือนเดิม แม้มันจะไม่ช่วยอะไรเลย ซูโฮที่ยังอยู่รับรู้เหตุการณ์ด้วยตลอดส่ายหัวพลางหัวเราะน้อยๆกับท่าทางแบบนั้นของรุ่นน้องในปกครอง

 

“โอเคๆงั้นก็รีบๆตามเข้ามานะ”

 

“โอ๊ส!!

จงอินหันไปตะเบ๊ะรับคำ ขณะที่ซูโฮผู้แสนอารมณ์ดีก็ยังคงหัวเราะรับเหมือนเดิมก่อนจะเดินหายเข้าร้านไป

 

“เล่นอะไรเป็นเด็กๆไปได้”

เซฮุนที่มองพฤติกรรมนั้นของจงอินได้ซักพักหนึ่งแล้วพูดขึ้นก่อนจะแย่งบุหรี่มาคาบไว้เอง อัดควันเข้าปอดไปเฮือกใหญ่ก่อนจะหันไปพ่นควันใส่หน้าจงอินบ้าง รอยยิ้มเหยียดออกตามด้วยเสียงหัวเราะเมื่อจงอินก็สำลักควันไม่ต่างจากกันกับคนที่ตัวเองเคยแกล้ง รอยยิ้มเหยียดออกจากคนโดนแกล้งคนแรกเมื่อเซฮุนหันไปยกนิ้วโป้งให้ประมาณว่าแก้แค้นให้แล้ว ก่อนจะยกนิ้วโป้งตอบ

 

“อะไร 2รุม1นี่หว่า”

 

“ไม่เห็นจะสน นายแกล้งฉันก่อน”

ไหล่กว้างยักขึ้นก่อนจะเบะปากสนับสนุนคำพูดของตัวเองก่อนจะเลิกคิ้วมองอย่างเหนือกว่า ขณะที่เซฮุนก็ยักไหล่น้อยๆและเสตาเสตามองทางอื่นอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน จงอินสบถเบาๆก่อนจะเชิดหน้าหนีเมื่อเหลือตัวคนเดียว

 

“ซักหน่อยมั้ย?”

เซฮุนเลิกคิ้ว บุหรี่มวนเดิมที่ตอนนี้เบิร์นไปจนเกือบถึงก้นกรองแล้วถูกยื่นมาให้ทั้งที่รู้ว่าคนที่คุยอยู่ด้วยไม่สูบบุหรี่ ก่อนจะหัวเราะขึ้นจมูก ส่ายหัวกับตัวเองเบาๆเมื่อชานยอลส่ายหัวปฏิเสธตามที่คาด ยกมันขึ้นสูดอีกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะทิ้งลงพื้นและใช้ปลายเท้าขยี้อย่างลวกๆ

 

ประตูร้านเลื่อนออกอีกครั้งหลังจากที่ซูโฮเข้าไปไม่นาน ทั้งสามยิ้มรับ โค้งตัวนิดหน่อยให้สาวพนักงานเสริฟที่มาต้อนรับถึงหน้าประตูเป็นการขอบคุณสำหรับการบริการด่านแรกก่อนจะเดินตามไปยังโต๊ะที่ถูกต่อเรียงกันเพื่อให้พอกับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นจากทุกที ที่มีซูโฮกับคนอื่นๆนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

 

ชานยอลเบิกตาโตกับจำนวนลูกค้าในร้านที่ตนเพิ่งจะเคยมาเป็นครั้งแรกขณะที่เดินตามพนักงานร้านไปยังโต๊ะที่ถึงจะปล่อยให้เดินมาเองก็ไม่มีทางหลง ในเมื่อร้านก็ได้กว้างอะไรถึงแม้คนจะเยอะไปหน่อย

 

จริงๆแล้วมันก็เหมือนร้านอาหารธรรมดา แต่คงจะเป็นเพราะช่วงเวลามากกว่าที่ทำให้ร้านนี้กลายสภาพเป็นร้านเหล้าขนาดย่อมๆไป

 

เสียงดังที่เกิดขึ้นจากเหล่านักดื่มวัยทำงานที่มักมารวมตัวกันหลังเลิกงานด้วยเหตุผลต่างๆทำให้รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยอาจจะเพราะปกติเขาไม่ค่อยได้มาสังสรรค์อะไรแบบนี้เท่าไหร่นัก แต่ก็นั่นล่ะ หลวมตัวมาแล้วก็มีแต่ต้องทำใจ

 

พนักงานคนเดิมผายมือให้อย่างเชื้อเชิญ ชานยอลก้มหัวให้เป็นการขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งยังที่ว่างที่เหลือ

 

เหล้าแก้วแรกถูกเลื่อนมาตรงหน้าคนทั้งสามทันทีที่ก้นแตะพื้นแข็งๆของเก้าอี้โดยฝีมือซูโฮ และเป็นอีกครั้งที่เขาก้มหัวขอบคุณ ตาโตกระพริบปริบๆยามที่รู้สึกได้ว่าเวลาที่ต้อนกล้ำกลืนฝืนทนมาถึงแล้ว และมันคือตอนนี้ ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบตามมารยาทและวางลง

 

“เฮ้ย อะไรวะ เหล้าเขาไม่ได้มีไว้ให้ดมนะเว้ย”

จงอินแซวเสียงดังด้วยนึกอยากแกล้งทันทีที่เห็นว่าแก้วถูกวางลงแทบจะในทีทั้งที่น้ำสีเข้มเพิ่งผ่านเข้าช่องปากไปได้ไม่ทันจะถึงหนึ่งซีซีเสียด้วยซ้ำ

ตาโตเบิกกว้างก่อนจะหันมองรอบตัวเลิ่กลั่กเมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตา เป็นเป้าให้โดนนินทาเพราะเสียงโวยวายของเพื่อน เสียงล้อเลียนดังขึ้นรอบโต๊ะ ไม่เว้นกระทั่งคยองซูผู้ใสซื่อ

 
“พี่ชานยอลดื่มเหล้าไม่เป็นหรอ?”

 

“เอ่อ เป็นนะ แต่มันไม่อร่อยอ่ะ ฉันไม่ชอบของไม่อร่อย แต่ถ้าเป็นเบียร์ก็พอไหว”

 

...นี่ผมพูดจริงนะ ผมกินได้ แต่มันไม่อร่อยเลยไม่ค่อยอยากกิน อ่า คงไม่มีใครเชื่อผมซินะ ผมเริ่มรู้สึกจิตตกนิดหน่อยเมื่อเห็นสีหน้าแต่ละคนที่มองมา มันบอกชัดว่าไม่เชื่อที่ผมพูดเลย คิดแล้วก็ถอนหายใจ...

 

“เอาน่าๆ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากเพื่อนผิวเข้มขี้แกล้งก่อนจะตบไหล่คนที่พูดด้วยไป2-3ที มือหนายกแก้วของตัวเองขึ้นซดรวดเดียวจนหมด ก่อนที่แก้วเปล่าจะกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดัง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเบากว่าเสียงรอบตัวมากโข ตาปรือปิดแน่นพลางสะบัดหัวไปมารัวๆ เมื่อความรู้สึกร้อนวาบจากฤทธิ์แอลกอฮอลล์รสเข้มกำลังค่อยๆแทรกซึมไปทั่วทุกอณูที่มันไหลผ่าน

 

เสี่ยงโห่ร้องดังเกรียวกราวหลังจากนั้นเมื่อจงอินช่างแตกต่างเหลือเกิน กับปาร์คชานยอล เซฮุนหัวเราะน้อยๆอย่างคนที่มองสถานการณ์ของเพื่อนสนิททั้งคู่ออก ก่อนจะยกแก้วของตัวเองขึ้นซดบ้าง

 

“ซักหน่อยซิ ปลุกสัญชาตญาณผู้กล้าไง”

ว่าแล้วปลายนิ้วก็ดันเอาแก้วที่มีน้ำรสชาติเฝื่อนลิ้นที่เริ่มจืดชืดลงเพราะวางทิ้งไว้นานเกินไปให้เข้าขยับเข้าใกล้ตัวคนเป็นเจ้าของที่ตนกำลังคุยอยู่ด้วย

 

ก้อนน้ำลายก้อนใหญ่ถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก เมื่อคิดถึงรสชาติขมๆที่ไม่มีความอร่อยอะไรเลยยามที่ไหลลงคอไป ครั้นจะปฏิเสธก็กลัวจะโดนล้อ หรือเอาไปเปรียบเทียบกับไอ้คนคอแข็งที่เป็นต้นเหตุให้เขาโดนล้อที่เอาแต่นั่งยิ้มกรุ้มกริ่ม ดูมีความสุขเหลือเกินที่ได้เห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเขา

 

..โอเค ผมจะเป็นผู้กล้าซักวัน..

 

เพล้ง!!

เสียงอะไรบางอย่างแตก เรียกให้คนที่กำลังฝืนทำใจกล้าต้องหันมองก่อนจะพบว่าไอ้ที่ตกแตกคือแก้วที่เคยเป็นของคยองซู เขาถลึงตาโตก่อนจะหัวเราะคิกคักเมื่อแก้วในมือร่วงลงพื้นและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ หน้าขาวที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ บวกกับดวงตาที่ดูเยิ้มขึ้นกว่าเก่ามากบอกให้รู้ว่าคนตัวเล็กนั่นเริ่มเมาได้ที่แล้วทั้งที่เวลาเพิ่งผ่านไปแค่ไม่เท่าไหร่ กับแกล้มยังมาเสริฟไม่ครบเลยด้วยซ้ำ

 

..เออ ว่าผมดื่มไม่เป็น แต่ตัวเองคออ่อนขนาดนั้นมันไม่ต่างกันหรอก - -

 

“ซุ่มซ่ามว่ะเหลือก”

แบคฮยอนที่ถ้าแค่มองผ่านๆในตอนแรกจะนึกว่าเป็นแฟนว่าก่อนจะหัวเราะตามเสียงดังลั่น เรียกให้คนอื่นๆทั้งที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันรวมถึงโต๊ะข้างๆพลอยกันหัวเราะตามไปด้วย

 

คนที่ยังมีสติเต็มร้อยเพราะเหล้าแทบไม่ถูกลิ้นเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า นึกแปลกใจนิดหน่อยเพราะรู้สึกว่าแก้วแตกมันไม่ได้น่าขำอะไรซักเท่าไหร่ ถ้าเป็นเวลาปกติคิดว่าคงขำกันไปออก มองนิ่งอยู่ซักครู่ก่อนจะยักไหร่กับตัวเองเมื่อดูเหมือนว่าสมองจะหาข้อสรุปให้กับเหตุการณ์ตรงหน้าได้แล้ว

 

...บรรยากาศในวงเหล้าก็คงประมาณนี้ล่ะ ไม่ต้องการเหตุผลอะไร

 

“เก็บๆๆ”

เสียงเล็กๆดูจะแหลมทิ่มแทงโสตประสาทขึ้นอีกยามที่ตัวแปรอย่างแอลกอฮอลล์เริ่มออกฤทธิ์ แบคฮยอนที่ยังหลับหูหลับตาขำไม่เลิก ชี้นิ้วสะเปะสะปะไปที่เศษแก้วบนพื้นก่อนจะหัวเราะต่ออย่างบ้าคลั่ง นี่ก็ท่าทางเมาใช้ได้แล้วเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นมือเล็กๆนั่นก็ยังคว้าขวดเหล้ามาเทลงแก้วตัวเองไม่ได้หยุด 

 

ตาโตหยีลงจนแทบปิดยามที่คยองซูหัวเราะร่วน จ้องมองเศษซากความซุ่มซ่ามของตัวเองก่อนลุกออกจากเก้าอี้เพื่อเก็บกวาดเศษแก้วตามที่คนเป็นเพื่อนบอกแต่ถูกซูโฮที่ดูยังมีสติดีอยู่รวบเอวให้ถอยหลังออกมาเสียก่อน

 

“ไม่ต้องเก็บหรอก ให้เป็นหน้าที่ของพนักงานร้านเถอะ มันอันตราย”

คนเป็นพี่บอกก่อนจะหันมาหาชานยอลที่เป็นรุ่นน้องในความดูแลของตนตามความเคยชินให้เรียกพนักงานของร้านมาจัดการกับเศษแก้วนั่น ซึ่งชานยอลก็ทำตามอย่างว่าง่ายตามความเคยชินเช่นกัน

 

กลับกัน คยองซูที่ปกติเป็นคนว่าง่ายกลับกลายเป็นคนหัวรั้นสุดๆไปแทน ร่างเล็กๆดิ้นขลุกขลัก ทั้งตี ทั้งหยิกพยายามแกะมือที่กอดรั้งรอบเอวตัวเองออก ดึงดันจะเก็บกวาดเศษแก้วบนพื้นเองให้ได้ โดยให้เหตุผลว่าตัวเองเป็นคนทำแก้วแตกเองก็จะเก็บเอง

 

จื่อเทาที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปช่วยจับคยองซูที่ดูจะมีแรงเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัวยามที่ร่างการเริ่มซึมซับเอาแอลกอฮอลล์มามายที่ดื่มเข้าไปเข้าสู่กระแสเลือด ถึงตรงนี้แบคฮยอนก็หัวเราะขึ้นอีก และซูโฮก็เช่นกัน เขาหัวเราะกับความรั้นที่ไม่คุ้นชินนั่นทั้งที่ตัวเองก็จวนจะต้านแรงของคนในอ้อมกอดไว้ไม่ไหวอยู่รอมร่อเพราะขนาดตัวที่ไม่ได้ห่างกันเท่าไหร่

 

“นี่คยองซูอยู่นิ่งๆซิ”

จื่อเทาร้องบอกเมื่อขี้เมาตัวเล็กยังดิ้นไม่เลิกก่อนจะร้องอุทานเสียงดังเพราะอยู่ๆร่างเล็กๆนั่นก็ไหลตัวลงนั่งหลุดออกจากอ้อมแขนของซูโฮไปเสียง่ายๆก่อนจะคลานเข่าพุ่งเข้าหากองเศษแก้วที่พนักงานร้านกวาดมากองไว้เต็มสปีด 

 

ชานยอลหัวเราะได้เป็นครั้งแรกกับภาพความวุ่นวายตรงหน้าพลางนึกไปถึงเด็กทารกเล็กๆที่คลานไปทั่วเมื่ออยู่ห่างมือพ่อแม่ มันเหมือนคยองซูตอนนี้ไม่มีผิด

 

หลายๆคนถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะไม่กี่นาทีต่อมา พื้นที่เคยเต็มไปด้วยเศษแก้วก็ถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยงอีกครั้ง คนที่ยิ่งเมายิ่งเหมือนเด็กถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระหลังจากที่ถูกคนที่อยู่ใกล้ตัวทั้งจากโต๊ะเดียวกันรวมถึงโต๊ะข้างๆพุ่งเข้าชาร์ทเพราะกลัวจะเกิดอันตราย

 

ร่างเล็กๆถูกพยุงขึ้นนั่งบนเก้าอี้อีกครั้งพร้อมกับที่เหล้าแก้วใหม่ถูกดันเข้ามาวางตรงหน้าด้วยฝีมือของแบคฮยอนเพื่อนสนิท มือใหญ่ของคนที่ได้แต่มองเหตุการณ์เงียบๆอย่างชานยอลยกขึ้นกุมขมับเพราะคนตัวเล็กนั่นช่างไม่รู้จักตัวเองเอาเสียเลย ทั้งที่เมาหยำเปขนาดนั้นแล้วแต่ก็ยังบ้าตามแรงยุของแบคฮยอน ยกแก้วขึ้นกระดกทีเดียวหมด

 

เสียงปรบมือและหวีดปากดังเกรียวกราวจากโต๊ะข้างๆซึ่งเป็นโต๊ะเดียวกับที่เข้ามาดึงคยองซูไว้เรียกความสนใจจากทุกคนได้ชะงัด

 

“สปิริทสุดๆ ต้องงี้ซิถึงจะสมเป็นลูกผู้ชาย”

คนคนเดิมที่เคยช่วยดึงคยองซูไว้พูดขึ้นก่อนจะปรบมือให้อีกเมื่อคยองซูวางแก้วที่กลับเหลือแค่เพียงน้ำแข็งก้อนเล็กๆลง หันไปบอกคนที่นั่งร่วมโต๊ะตัวเองให้หยิบเหยือกเบียร์มาให้ก่อนจะรินน้ำสีเหลืองทองลงแก้วของคยองซูที่ศีรษะเริ่มโงนเงนหน้าทีหลังทีอย่างคุมไม่อยู่หลังจากที่กระดกแก้วเมื่อกี๊หมดไป

 

“แก้วนี้ฉันเลี้ยงเพราะนาย แมนผุดๆ!

เขาว่าอย่างนั้นก่อนจะตบลงบนบ่าเล็กๆนั่นไปสองสามทีอย่างอารมณ์ดี

 

“อะไรกัน ตั้งใจจะมอมคนเมาหรือไง ไม่สนุกหรอกน่า” เสียงหวานของลู่หานแทรกขึ้นกลางวงก่อนจะคว้าแก้วของคยองซูที่มีเบียร์อยู่เต็มขึ้นดื่มเสียเอง “จะมอมทั้งทีก็ต้องมอมคนที่ยังไม่เมาซี่~

รอยยิ้มเหยียดออก วางแก้วที่กลับว่างเปล่าอีกครั้งลงบนโต๊ะก่อนจะแลบลิ้นเลียฟองสีขาวที่ติดอยู่มุมปากอย่างอ้อยอิ่ง

 

ถ้าเข้าใจไม่ผิด เจตนาพี่ลู่หานจริงๆคงไม่ใช่การช่วยคยองซู แต่เป็นอ่อยอย่างแนบเนียนมากกว่า

 

“ผมชื่อ คิม จงแด คุณชื่ออะไร” ทันทีที่เหยื่องับเบ็ด ลู่หานกระตุกยิ้มกับตัวเองอย่างมีชัย ขณะที่มินซอกได้ส่ายหัวและถอนหายใจด้วยสีหน้าเหนื่อนหน่าย

 

“ลู่หาน”

รอยยิ้มพิฆาตถูกส่งไปอีกหลังจากที่เป็นลู่หานบ้างที่เป็นฝ่ายบอกชื่อตัวเองออกไป หลังจากนั้นวงเหล้าที่เคยมีแค่9คนก็ขยายใหญ่ขึ้น

 

โต๊ะสองตัวที่เคยเป็นของคนแปลกหน้านั่นถูกดึงมาต่อรวมกันเมื่อจำนวนคนเพิ่มมากขึ้น เสียงรอบตัวดูจะเบาลงไปมากเพราะตอนนี้กลุ่มของพวกเขาดูจะเป็นกลุ่มขี้เมาที่ใหญ่ที่สุดของร้าน  เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะๆอย่างคนที่คุยกันถูกคอ บางครั้งก็เงียบหาย ก็แล้วแต่ว่าใครจะพูดเรื่องอะไร

 

เล่าเรื่องตลกเสียงหัวเราะก็ดังเกรียวกราว ปรับทุกข์เรื่องเศร้าทุกคนก็นั่งฟังแล้วร่วมดื่มเป็นเพื่อนปลอบใจ

 

...มิตรภาพของคนเมาก็คงประมาณนี้...

 

ตาโตของคนร่างสูงหลุบต่ำลงหลังจากนิ่งมองคนมาใหม่หลายคนมาซักพักหนึ่งแล้ว ลมหายใจผ่อนพรืดที่ดูเหมือนว่าพวกจงแดดูจะเข้ากับพวกของตนได้ดีอย่างเหลือเชื่อราวกับรู้จักกันมาก่อน ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะคุยเก่ง ส่วนอีกอย่างคงเพราะดื่มเก่งเหมือนกัน ต่างกับเขาลิบลับ

 

“คิดมากอะไรอยู่ เลิกคิดแล้วก็กินเข้าไปซะ”

เหล้าขวดใหม่ถูกเปิดออก ของเหลวรสเฝื่อนที่เริ่มชืดเพราะถูกปล่อยทิ้งไว้นานของคนที่คุยด้วยถูกยกขึ้นซดรวดเดียวหมดอย่างถือวิสาสะก่อนจะส่งไปให้เซฮุนชงให้ใหม่ และถูกดันกลับมาตรงหน้าคนเป็นเจ้าของแก้วตามเดิม

 

“อยู่วงเหล้าเขาห้ามคิดเยอะ ไม่รู้หรอ เน๊อะ”

จงอินว่าต่อก่อนจะหันไปบุ้ยใบ้กับเซฮุนซึ่งเขาเพียงแค่ยักไหล่รับยิ้มๆ 

 

“เชียส”

แก้วเหล้าที่เพิ่งชงเสร็จหมาดๆถูกยกขึ้นสูงโดยคนไม่ค่อยช่างพูดเท่าไหร่อย่างเซฮุน ตารีหยีลงดูคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยวยามที่เรียวปากยกยิ้ม พยักหน้าน้อยๆอย่างเชื้อเชิญ และเพราะจงอินก็อยู่ในท่าทางที่ไม่ต่างกันนั่นทำให้คนที่เหมือนกำลังโดนเพื่อนปลอบใจอย่างชานยอลจำต้องทำตามไปด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

“เฮ้ จะชนแก้วก็เรียกกันด้วยเซ่ ชนแค่สามคนจะไปสนุกอารายยย”

เสียงแหลมพูดยานคางตามแบบฉบับคนเมาของแบคฮยอนเรียกความสนใจของทุกคนรอบโต๊ะให้หันมามองที่คนทั้งสามที่ช่วงเวลาหนึ่งเหมือนโดนโลกลืมไปแล้วอีกครั้ง แก้วเหล้ามากเท่าจำนวนคนถูกชูขึ้นสูงก่อนจะตามด้วยเสียงแก้วกระทบกันหลายต่อหลายครั้งเมื่อแต่ละคนก็หันรีหันขวางหาคนข้างตัว หรือไกลตัวเพื่อชนแก้วที่ถืออยู่ในมือ

 

“เชียสสสสสสสส!!!!” พูดขึ้นพร้อมกันก่อนที่แต่ละคนจะกระดกเหล้า หรือเบียร์ในแก้วตัวเองลงคอไปตามที่สามารถ

 

“เรียบร้อย”

ลู่หานเหยียดยิ้มอย่างย่ามใจเมื่อสุดท้ายจงแดที่คิดจะมอมเหล้าตนกลับโดนมอมจนหลับหน้าทิ่มต๊ะไปเสีย เสียงปรบมือหวีดปากดังเกรียวกราวอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดังขึ้นจากนทั้งกลุ่ม เพราะจากที่ได้พูดคุยรวมถึงนั่งดื่มด้วยกันมาทุกคนรู้ดีว่าจงแดคอแข็งแค่ไหน

 

“ขอบคุณ ขอบคุณ”

คนโดนชมยันร่างที่ไม่ค่อยเสถียรเท่าไหร่ขึ้นยืนก่อนจะโค้งรับคำชมและเสียงปรบมือ แจกจ่ายรอยยิ้มหวานหยดจนพอใจก่อนจะทิ้งร่างลงนั่งอีกครั้ง

 

เวลายังคงเดินต่อไป กลุ่มขี้เมาในร้านเริ่มหิ้วปีกกันกลับ ตอนนี้ในร้านจึงมีแค่พวกเขาเท่านั้นที่ยังเฮฮาปาจิงโกะไม่เลิก ยังคงดื่มด่ำกับน้ำเมาในแก้วที่มีให้เติมอยู่เรื่อยๆไม่รู้หมดตราบเท่าที่ในกระเป๋ายังมีเงิน และร้านยังไม่ปิด

 

คนเพิ่งเคยเมาเริ่มรู้สึกสนุกขึ้นนิดหน่อยเมื่อปริมาณแอลกอฮอลล์ในกระแสเลือดกำลังเพิ่มขึ้น

 

..ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าแก้วแตกมันน่าขำตรงไหน พอเมาแล้วอะไรก็ตลกไปหมดนั่นล่ะ...

 

“เมาแล้วซิท่า เอาแต่นั่งหัวเราะมาตั้งแต่เมื่อกี๊แล้วนี่”

จงอินที่ยังดูไม่มีความเปลี่ยนแปลงทั้งที่ดื่มเข้าไปไม่น้อยแซวพลางยีหัวคนเป็นเพื่อนเล่นท่าทางสนุกสนานในขณะที่คนที่เริ่มจะเมาก็ได้แต่หัวเราะ หัวเราะ และหัวเราะ

 

เขาไม่ได้ตอบอะไร และไม่พูดอะไร เพียงแค่หัวเราะก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นซดเองโดยที่คราวนี้ไม่ต้องมีใครบังคับอีกแล้ว แต่เวลาหรรษากับน้ำเมาของชานยอลก็ไม่ได้ยืดยาวนักเพราะเพียงไม่นานหลังจากนั้นพนักงานร้านก็เดินเข้ามาเพื่อขอเช็คบิลและบอกว่าร้านกำลังจะปิดในอีกไม่นาน

 

ประตูเปิดออกก่อนจะตามด้วยเสียงของพนักงานคนเดิมที่เคยออกมาต้อนรับในตอนแรก เธอกล่าวขอบคุณก่อนจะปิดประตูลงเมื่อลูกค้าคนสุดท้ายก้าวออกพ้นกรอบประตูร้าน

 

ทุกคนเดินออกจากร้านกันมาในสภาพทุลักทุเลเพราะสติสัมปชัญญะที่หล่นหายไปมากน้อยตามแต่จำนวนแอลกอฮอลล์ที่ได้รับ คนที่ดูจะยังดีอยู่เห็นจะมีแค่จื่อเทา จงอินกับเซฮุนเท่านั้น นอกนั้นอยู่ในระดับที่พอทรงตัวได้กับตายไปแล้ว

 

“ไหวมั้ยครับ?”

จื่อเทาที่ประคองร่างของจุนมยอนไว้ก้มหน้าลงถามแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอะไร รอยยิ้มเหยียดออกน้อยๆก่อนจะส่ายหัวเบาๆกับภาพของคนเป็นที่ที่ตนประคองไว้

 

“เอาไงต่อ?”

จงอินเลิกคิ้วถามเมื่อรู้สึกว่าปักหลักกันอยู่หน้าร้านมานานกว่า5นาทีแล้วและยังไม่มีท่าว่าจะขยับไปไหนเสียที

 

“ยังอยากกินอยู่เลยยยยยยยย”

เป็นแบคฮยอนที่ตอบขึ้นมา จงอินเลิกคิ้ว มองต่ำลงไปเพราะคนที่พูดด้วยอยู่ในท่านั่งยองแหมะอยู่กับพื้นยืนไม่ขึ้น แถมหยิ่งไม่ยอมให้ใครแตะตัวอีกต่างหาก

 

“ผมก็อยากกีนนน”

คนต่อมาคือคยองซู เขาตอบเสียงยานคางก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะ จงอินถอนหายใจพรืดกับคำตอบของคนที่ตัวเองหิ้วปีกอยู่ เสียงหัวเราะดังขึ้นตามจากคนที่ยังพอมีสติ

 

“ฉันก็ยังอยากกินน้า”

ชานยอลร่วมออกเสียงอีกคน แน่นอนว่าหลังจากนั้นยังมีลู่หานอีกคนที่เห็นด้วยถึงแม้ว่ามินซอกจะงึมงำๆบอกอยู่ตลอดว่าไม่ไหวแล้วจะกลับบ้านก็ตาม ส่วนจื่อเทาโนคอมเมนท์รายนี้แค่อยากจะพาจุนมยอนไปนอนดีๆส่วนจะเป็นที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น

 

สรุปแล้วช่วงเวลาแห่งความมึนเมาของมือใหม่หัดเมาเลยได้ยืดออกไปอีกหน่อยเมื่อผลออกมาว่าจะไปต่อกันที่ห้องเขาเองที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่

 

บอกลาเพื่อนใหม่ที่ขอตัวกลับโดยที่ไม่ลืมที่จะแลกเบอร์กันไว้เพื่อนัดเจอกันอีกคราวหน้าก่อน ก่อนจะโบกแท็กซี่ไปลงคอนโดที่เป็นจุดหมายแห่งต่อไป

 

No reason.. ผ ม แ ค่ อ ย า ก ..ฆ่า..

 

 

“เชิญคร้าบๆ”

เสียงทุ้มร้องบอกขณะที่เดินนำทุกคนไปยังส่วนของห้องนั่งเล่น

 

“นี่นายเพิ่งย้ายมาหรอ ห้องโล่งชะมัด หรือว่ากำลังจะย้ายออก?”

การมองสำรวจห้องที่เพิ่งจะได้เข้ามาเป็นครั้งแรกคงเป็นสิ่งแรกที่เขาทำ เซฮุนหันมาถามขณะที่ค่อยๆปล่อยร่างของมินซอกลงนอนกับพื้นห้องใกล้ๆกับคยองซูและซูโฮ และดูเหมือนจงอินจื่อเทากับพี่ลู่หานเองก็จะสนใจจะฟังคำตอบของคำถามข้อนี้อยู่เหมือนกัน คนโดนถามเลิกคิ้ว สบมองตาทุกคู่ พลางแจกกระป๋องเบียร์เย็นๆที่เพิ่งไปหอบออกมาจากตู้เย็นให้ใครก็ตามที่ยังอยากจะดื่มต่อ

 

ภาพคยองซูที่ยังคงหัวเราะและงึมงำว่าจะกินอีกเรียกรอยยิ้มจากเจ้าของบ้านที่อุ้มกระป๋องเบียร์หลายกระป๋องไว้เต็มแขน ส่ายหัวยิ้มๆก่อนจะเดินผ่านไปยังทีวีก่อนเปิดมันขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ แล้วจึงตอบคำถามที่เซฮุนเป็นคนถามเมื่อหย่อนตัวลงนั่งเรียบร้อยแล้ว

 

“กำลังจะย้ายน่ะ ที่นี่กว้างไปสำหรับคนคนเดียวว่ามั้ยล่ะ?”

บอกไปอย่านั้นก่อนจะยกกระป๋องเบียร์ขึ้นซดซึ่งคนอื่นที่มีกระป๋องเบียร์อยู่ในมือก็เลือกที่จะทำตามเหมือนกัน

 

บรรยากาศการดื่มดูจะเปลี่ยนไปเมื่อเปลี่ยนสถานที่ อาจจะเป็นเพราะรถติดนานไปหน่อย ถึงแม้คอนโดที่มาจะอยู่ไม่ไกล แต่เพราะอยู่ใจกลางเมืองถึงจะดึกแล้วแต่รถยังคงติดเหมือนเวลาปกติ ช่วงเวลาที่ยาวนานกับการนั่งเฉยๆบนรถคงทำให้แต่ละคนสร่างเมาขึ้นเยอะ จะยกเว้นก็แต่3คนที่นอนกองกับอยู่พื้นกับแบคฮยอนที่เอาแต่พูดคนเดียวมาตลอดตั้งแต่หน้าร้านจนถึงตอนนี้

 

“พี่ลู่หาน สอนผมอ่อยแบบเนียนๆหน่อยเซซซซ”

แบคฮยอนเปิดประเด็นหลังจากบ่นคนเดียวมานาน เจ้าขี้เมาตัวเล็กเอนตัวพิงคนที่ตัวเองเพิ่งร้องขอความช่วยเหลือที่ไม่รู้ว่าคิดแบบนั้นจริงๆหรือตั้งใจจะเหน็บแนมกันแน่

 

คนอื่นๆที่เหลือถลึงตาโตกับคำพูดไร้สตินั่นก่อนจะหันมองหน้ากัน พลางคิดกันไปต่างๆนาๆว่าลู่หานจะตอบคำถามนั้นว่ายังไง คนโดนถามเหมือนกลั้นใจกับคำถามนั่นอยู่ซักพักก่อนจะยกยิ้มอย่างไม่ยอมตกเป็นรอง

 

“จะเอาไปอ่อยใครล่ะ?”

 

“ไอ้เนี่ย”

คนโดนชี้เบิกตาโตขึ้นกว่าเก่าเมื่ออยู่ๆแบคฮยอนก็ดันชี้นิ้วมาที่ตนเองเสียอย่างนั้น จงอินผิวปากหวิวก่อนจะเสตาไปทางอื่นในขณะที่เซฮุนพยายามกลั้นหัวเราะและจิบเบียร์ต่อ จื่อเทาส่ายหัวยิ้มๆ ลู่หานเลิกคิ้วมองคนที่ถูกพูดถึงทีแบคฮยอนก่อนจะเหยียดยิ้มแปลกๆ

 

“อ่ะฮ้า ไม่เมาไม่รู้นะเนี่ยว่านายเล็งชานยอลเอาไว้”

 

“ฮ่าๆๆๆ ไม่เห็นแปลกเลยยย ผมก็เพิ่งรู้ตัวไม่นานนน”

พูดแล้วก็ยกกระป๋องเบียร์ขึ้นซดอีก คนโดนเอาชื่อไปพูดถึงเลิกคิ้วกับคำสารภาพนั้นพลางนึกแปลกใจว่าแบคฮยอนลืมไปหรือเปล่าว่าเขาก็นังอยู่ตรงนั้นด้วย

 

“พี่ลู่บอกมาเร็วเรวววว ผมจะไปอ่อยมันนนน”

ถึงตรงนี้ทุกคนดูจะหลุดขำกันหมด ไม่เว้นกระทั่งพี่ลู่หานเอง

 

“โอ้ยย ขนาดนี้แล้วยังจะต้องอ่อยอะไรอีก เมาๆก็วิ่งเข้าหาเล้ยย”

จงอินพูดมันออกมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะยักไหล่เมื่อหันไปเห็นปฏิกิริยาของคนเป็นเพื่อนสนิทที่ยังอึ้งไม่หายกับคำแนะนำของตน พลางวางกระป๋องเบียร์เปล่าที่เพิ่งยกขึ้นซดรวดเดียวหมดลงกับโต๊ะเล็กตรงหน้าตัวเอง ล้วงมือหยิบซองบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อสูทที่พาดไว้บนหนักพิงข้างตัวก่อนจะลุกออกไปยังระเบียงเพื่อจุดสูบ

 

“ตามนั้นเลย เมาอยู่จะสนอะไร”

ลู่หานเสริมคำพูดของจงอินพลางหันมายิ้มกับคนที่หมายความถึงก่อนจะตาเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าแบคฮยอนที่เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วยังพูดไม่หยุดปากอยู่ๆก็หลับไปเสียง่ายๆ มือสวยวางกระป๋องเบียร์ของตัวเองลง ดึงประป๋องที่แบคฮยอนถืออยู่ออกมาดื่มเองจนหมดแล้ววางตามลงไปอีกกระป๋อง ก่อนจะดันร่างของคนตัวเล็กกว่าให้พิงไปหาจื่อเทาแทน

 

“ไม่ได้ใจดีแค่กับซูโฮคนเดียวใช่มั้ยล่ะ งั้นฝากหน่อยแล้วกันนะ หวง จื่อเทา” คนหน้าสวยหัวเราะขึ้นจมูกให้กับจื่อเทาก่อนจะหยิบเบียร์กระป๋องใหม่ขึ้นเปิด แต่อยู่ๆระหว่างที่กินก็หลับตามไปอีกคน และไม่ใช่แค่ลู่หาน แต่ดูเหมือนว่าหลังจากนั้นไม่นานเซฮุน กับจื่อเทา ก็หลับไปแล้วด้วยอีกคน

 

“อา..ทำไมง่วงจัง”

คนเป็นเจ้าของห้องงึมงำกับตัวเองเมื่อเห็นว่าคนรอบข้างพากันหลับไปหมดแล้ว

 

...หรือนี่จะเป็นอุปทานหมู่?...

 

เสียงประตูกระจกตรงระเบียงเลื่อนออกพร้อมกับที่กลิ่นบุหรี่ถูกสายลมแรงบนชั้น22ตีกลับเข้ามาทำให้ดวงตาที่จวนจะปิดของผมฝืนปรือขึ้นอีกครั้ง

 

“ชานยอล?”

คนที่ปลีกตัวออกไปสูดมะเร็งร้องเรียกเมื่อสังเกตเห็นว่าความง่วงของคนเป็นเพื่อนมันมากเกินคำว่าปกติ

 

“เฮ้ เป็นอะไรเนี่ย” มือหนาเขาตบลงเบาๆที่ข้างแก้มหวังจะปลุกให้ตื่น แต่มันไม่ได้ผล ก่อนจะหันไปร้องเรียกคนอื่นๆที่อยู่ใกล้ตัวดูบ้าง ทั้งเขย่าทั้งตี แต่เหมือนกัน ทุกคนไม่ตื่น

 

“กลับ ไป ซะ จงอิน พา เซฮุน กลับ..”

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่กัดฟันเข็นมันออกมาได้ก่อนที่สติทั้งหมดที่มีจะดับวูบลง

.

.

No reason.. ผ ม แ ค่ อ ย า ก ..ฆ่า..

.

To be con..

 

 

TALK

 

คนที่อ่านเรื่องแนวนี้ดูจะไม่ค่อยมี แต่เราก็ขยันแต่งแนวนี้ซะเหลือเกิน สนองนีดตัวเอง แค่นั้น เรื่องนี้ดองไว้นานมาก-*- คิดหลายรอบว่าอยากจะต่อให้จบๆแต่ก็ไม่โอกับตัวเองซักที ตอนนี้กลับมาฮึดอีกครั้งเลยว่าจะต่อพาร์ท2ให้จบ มี2พาร์ทนะคิดว่า ไม่น่าจะยาวกว่านี้ หรือถ้ายาวสุดคงมีแค่3 เพราะแค่พาร์ท1พาร์ทเดียวก็ปาไป24หน้าแล้ว 5555+
 

 

อ่านแล้วจะรู้สึกแปลกมั้ยนะ? ยังถามตัวเองอยู่เพราะเรื่องนี้แต่เดิมเป็นเรื่องแนวเล่าเรื่อง มีชานยอลเป็นคนเล่า แต่อยู่ๆก็นึกอยากเปลี่ยนเป็นบรรยายขึ้นมา เรื่องเลย... เอาเป็นว่าเราคาใจมากเพราะรู้สึกว่ามันแปลก แต่ก็หวังว่าจะอ่านเข้าใจนะ เราจะแก้ตัวใหม่อีกพาร์ท T^T

 

ENJOY READING ค่ะ

Minor!

487 ความคิดเห็น

  1. #420 hzt_s (@champ-sone) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 13:01
    ฮืออ ใครเป็นคนฆ่าอะ 
    #420
    0
  2. #232 punch98line (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 20:46
    เเอบงงนิดๆ เเต่ภาพรวมเเล้วสนุกนะคะ555+

    เรางงตรงเเบคกะโด้นี่เเหละ คือเป็นเพื่อนกันใช่มั้ย?เห็นอย่างงี้เราก็เเอบคิดเหมือนยอลนะตอนเเรก

    เเต่พอเเบคมันบอกจะมาอ่อยยอลล่ะเงิบเลย

    สรุปใครกันนะที่ฆ่าบอส?^^
    #232
    0
  3. #221 MindSJ (@200739) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 22:55
    เกิดไรขึ้นนนนน
    ใครเป็นคนฆ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    ไรท์มาต่อเร็วๆนะ น่าติดตามมากเลยยย
    #221
    0