EX0 SHOЯTFiCTION

ตอนที่ 21 : นิสัยเสียของ โด คยองซู 3 l Chan X D.O l Short fic

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ส.ค. 56

นิสัยเสียของ โด คยองซู

Chanyeol–Kyungsoo

By : *AkirarA

.

                .






เป็นเวลากว่าสามชั่วโมงแล้วที่สองขาก้าวเดินไปเรื่อย แวะเข้าร้านนั้นออกร้านนี้อยู่ตลอดไม่ได้หยุดพัก ข้าวของในมือใครบางคนดูจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเท่าจำนวนร้านที่เดินเข้าตรงกันข้ามกับอีกคนที่มีติดตัวมาแค่ไหนก็ยังมีอยู่แค่นั้น

 

ท่อนแขนแข็งแรงที่มีถุงกระดาษเล็กใหญ่มากมายห้อยพักอยู่ตรงช่วงข้อพับศอกยกขึ้นสูง นาฬิกาข้อมือเรือนโปรดถูกขยับให้กลับเข้าที่ก่อนหยุดดูเวลา ห้าทุ่มกว่าๆแล้ว ถึงจะไม่ได้รู้สึกว่าดึกอื่นอะไร แต่ก็สมควรจะรีบกลับได้เสียทีเพราะพรุ่งนี้มีโปรแกรมต้องไปอัดรายการแต่เช้า และเหนื่อยแล้วที่ต้องคอยระวัง รวมถึงปั้นหน้ายิ้มหล่อๆให้กล้องหลายสิบกล้องที่ตามมาตั้งแต่หน้าพอพัก ทั้งที่วันนี้เป็นวันหยุดแท้ๆ

 

“ยิ้มอะไรอยู่คนเดียวน่ะ”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นขัดห้วงความคิดทำให้ร่างเล็กๆที่ช่วงขาเริ่มก้าวสั้นลงเพราะกำลังเหม่อลอยคิดอะไรเพลินๆต้องเงยมองไปทางต้นเสียงที่ดังขึ้นจากข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ปากอิ่มสีแดงจัดเหยียดยิ้มตอบรับคำถามนั้นน้อยๆ หัวเราะแฮะๆแก้เก้อเพราะไม่ทันฟังว่าอีกคนพูดอะไร ก่อนที่ใบหน้าที่อยู่ๆก็ขึ้นสีจะก้มลงสนใจสิ่งที่ถืออยู่ในมือต่อ

 

“หืม?? ถามไม่ตอบแต่ยิ้มแฮะๆหมายความว่าอะไรน่ะคยองซู”

เลิกคิ้วมองท่าทางแบบนั้นของคนเป็นน้องอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักก่อนที่สองขายาวๆจะเดินย้อนกลับมาหาคนที่ตัวเองลากออกมาช็อปปิ้งด้วยกันที่ตอนนี้จากระยะห่างของการเดินแล้วเหมือนแยกกันมาเสียมากกว่า


ก้มหน้าลงนิดหน่อยเมื่อสองเท้าหยุดลงตรงหน้าของคู่สนทนาตัวเล็ก ตาคมมองต่ำลงไปที่อะไรบางอย่างที่เป็นสาเหตุให้คนตัวเล็กเอาแต่เดินเหม่อลอยยิ้มเล็กยิ้มใหญ่ตลอดเวลาที่เดินด้วยกันจนแทบไม่สนใจสิ่งที่เขาพูดเลย

 

น้ำลายในคอพลันเหนียวหนืดจนกลืนยากเมื่อสองตาสบมองกับตาคมของคนเป็นพี่ ตากลมโตพลันเบิกกว้างก่อนที่มือเล็กๆจะเบี่ยงหลบไปข้างหลังด้วยพยายามจะซ่อนสิ่งที่รู้แล้วว่าคนเป็นพี่หมายตาไว้ ทั้งที่ก็รู้ว่าสำหรับคนรูปร่างสูงใหญ่กว่าตรงหน้า การแย่งมันมาจากตัวเขาเองที่ส่วนสูงห่างกันเกือบยี่สิบเซนฯ มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย และมันเป็นแบบนั้นจริงๆเพราะเพียงเสี้ยววินาทีสิ่งที่พยายามจะแอบซ่อนไว้ก็ถูกฉกฉวยไปจากมืออย่างง่ายดาย

 

รอยยิ้มพลันเหยียดออกบนใบหน้าหล่อเมื่อสมองรับรู้ถึงสิ่งที่ตามองเห็น สิ่งที่ถูกซ่อนไว้ในสองมือเล็กๆนั่นแท้จริงแล้วคือโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอปรากฏเป็นรูปคู่ของคนสองคน หนึ่งในนั้นคือคนตัวเล็กที่เป็นเจ้าของมันตรงนี้ ส่วนอีกคน ปาร์ค ชานยอลแร็พเปอร์อารมณ์ดีที่คบกันได้ซักพักหนึ่งแล้ว เพื่อนรุ่นน้องของเขาเอง

 

แก้มขาวพลันขึ้นสีหนักขึ้นอีกเมื่อสิ่งที่พยายามจะปกปิดไว้ถูกเปิดเผย ปากอิ่มยู่เข้าน้อยๆก่อนที่มือเล็กจะรีบฉวยเอาของที่โดนแย่งไปกลับคืนมาและออกเดินนำหน้าไป

 

“อะไร แค่นี้ทำเป็นเขิน ที่คบกันใช่ว่าฉันจะไม่รู้ซักหน่อย”

เสียงทุ้มพูดขึ้นบ้างเมื่อสองขายาวๆก้าวตามแค่ไม่กี่ก้าวก็ทันกันกับร่างเล็กๆของคนเป็นน้องที่ออกเดินมาก่อน ความเงียบและปากอิ่มที่ยู่เข้าอย่างแสนงอนคือสิ่งที่ได้เป็นคำตอบ คนเป็นพี่ส่ายหัวยิ้มๆด้วยนึกเอ็นดูก่อนที่มือใหญ่จะยีเข้าที่กลุ่มผมสีแดงเข้มบนศีรษะทุยๆของคนข้างตัวด้วยรู้สึกหมั่นเขี้ยวเล็กๆ

 

“มะรืนนี้...”

 

“หืม?”

 

“มะรืนนี้เป็นวันครบรอบสามเดือนครับ” เสียงเล็กพูดขึ้นเบาๆราวกับกำลังพึมพำกับตัวเองหลังจากนั้นครู่ใหญ่และสองเท้ากำลังเลี้ยวเข้าสู่เคหะสถานที่คุ้นเคย ตากลมโตหลุบต่ำยามที่จ้องมองอยู่ที่รูปคู่รูปเดิมจากหน้าจอมือถือ รอยยิ้มเหยียดออกอย่างเงียบๆให้ตัวเองและให้ใครอีกคนในรูปก่อนจะเงยขึ้นสบตาคนที่คุยอยู่ด้วย “พี่ว่า ผมจะให้อะไรเขาดีครับ พี่คริส?”

.

นิสัยเสียของ โด คยองซู

.

.

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นและมันค่อนข้างวุ่นวายถ้าเทียบกับวันอื่นๆเมื่อวันนี้ดูเหมือนว่าคยองซูที่ปกติจะนั่งรถคันแรกต้องการเปลี่ยนมานั่งรถคันที่สองที่มี คริส ลู่หาน จงอิน แบคฮยอน จงแด และ จื่อเทา รวมหกคน และถ้าจะมีใครมาเพิ่มอีกคน นั่นหมายความว่าจะต้องมีใครหนึ่งคนในนั้นต้องกระเด็นไปนั่งรถอีกคันแทน

และด้วยความสนิทสนมส่วนตัวเพราะเคยเป็นรูมเมทกันมาก่อน จงอินจึงเป็นคนที่ถูกขอร้องให้สลับไปนั่งรถอีกคัน ซึ่งถ้าให้พูดก็นับว่าขอร้องถูกคน เพราะจงอินคงเป็นคนเดียวที่ไม่แคร์ว่าจะได้นั่งรถคันไหน เพราะเพียงแค่หลังได้เอนพิงเข้ากับเบาะเขาก็หลับไปแทบจะทันที เพราะฉะนั้น จะขึ้นรถคันไหนก็ไม่ต่างกัน

 

รถมินิแวนคันที่สองเคลื่อนตัวออกเมื่อสมาชิกคนมาใหม่หย่อนตัวลงนั่ง และประตูเลื่อนปิดเรียบร้อยแล้ว

 

“นี่รูปนายกับคยองซูตอนไปช็อปปิ้งเมื่อวานนี่ กลับมาก็ดึกขนาดนั้นแล้วแท้ๆ แต่เช้ามามีรูปออกมาแล้ว เร็วสุดๆอ่ะ”
ลู่หานว่าพลางลากปลายนิ้วไปบนหน้าจอมือถือไปเรื่อย เรียกให้คนในภาพที่นั่งอยู่ข้างๆกันต้องหันดูด้วยอย่างช่วยไม่ได้ “ถามจริง เมื่อหน้าป่ะเนี่ย?”

 

“ทำไมต้องเมื่อยก็หล่ออยู่แล้ว ไม่ได้ต้องฝืนปั้นหน้าอะไร”

คนโดนแซวตอบกลับอย่างรักษามาด และมันจะเป็นไปได้ด้วยดีถ้าไม่มีเสียงเล็กๆของที่ถูกจับภาพคู่กันในรูปนั้นพูดขัดขึ้นเสียก่อน

 

“ไม่จริงครับ ตอนจะกลับพี่คริสบอกผมว่าเมื่อยหน้า ขี้เกียจปั้นหน้ายิ้มหล่อให้กล้องแล้ว”

เสียงหัวเราะดังลั่นหลังจากนั้น หน้าหล่อของคนที่เพิ่งโดนเปิดโปงพลันขึ้นสีก่อนจะหันหลบไปอีกทาง มือใหญ่ยกขึ้นปิดหน้าซีกล่าง ซ่อนรอยยิ้มขวยเขินที่นานๆจะมีให้เห็นไปจนมิด เสียงโห่แซวยังมีให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆเมื่อรูปที่โดนถ่ายไม่ได้หมดลงแค่นั้น หากแต่ยังมีอีกยาวเป็นหางว่าว

 

“พอๆ เลิกดูได้แล้ว เอามานี่”

 

มือใหญ่ของคนที่กำลังตกเป็นเป้านิ่งฉวยคว้าเอามือถือที่ไม่ใช่ของตัวเองมาก่อนจะคืนกลับให้คนเป็นเจ้าของด้วยหน้าจอที่กลับว่างเปล่าตามที่สมควรจะเป็น ก่อนจะหันเหความสนใจไปที่เป้าหมายต่อไปที่ทำให้ตนต้องอับอายขายขี้หน้าตั้งแต่เช้า

 

“คยองซูนายนี่มัน ไอ้เด็กเลี้ยงไม่เชื่อง คายไอติมที่ฉันเลี้ยงนายเมื่อวานออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้นะ!”

คริสว่าพลางใช้ท่อนแขนล็อคคอคนมาใหม่ที่นั่งอยู่เบาะข้างหน้าตัวเองอย่างหยอกๆก่อนจะเขย่าไปมา

 

“ฮ่าๆๆๆๆ คายได้ที่ไหนละครับ ผมอึออกไปหมดตั้งแต่เมื่อคืนแล้ววว”

มือเล็กยกขึ้นขืนรั้งท่อนแขนแข็งแรงของคนเป็นพี่ไว้ก่อนจะแกล้งไอค่อกแค่กไปตามสถานการณ์โดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนั้นมีคนอีกคนที่ไม่ได้ร่วมขำด้วย

 

[คิดว่านายคงยังไม่เห็น]

[Image sent]

[Image sent]

[Image sent]

[Image sent]

[ก็สนิทกันดีนะว่ามั้ย?]

 

ตารีเสมองออกไปนอกหน้าต่างหลังจากปลายนิ้วกดออกจากคาเคาทอล์ค และหน้าเว็บไซต์เดียวกันที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงและกำลังสร้างเสียงหัวเราะให้หลายคนที่นั่งมาในรถคันเดียวกันแต่ไม่ใช่กับเขา

รูปภาพที่คนอื่นๆคงไม่ได้เห็นเพราะคริสแย่งมือถือของลู่หานไปปิดมันลงเสียก่อนกำลังถูกส่งไปให้ใครอีกคนที่อยู่บนรถอีกคัน

 

...รูปในช่วงสุดท้ายของหน้าเพจนั้น รูปของที่คนตัวเล็กที่กำลังหอบหิ้วถุงกระกระดาษบางส่วนที่ไม่ใช่ของตัวเองไว้บนท่อนแขน หน้าผากมนซบพิงไปกับแผงอกกว้าง เฉกเช่นฝ่ามือเล็กๆที่กำอกเสื้อของคนร่างสูงกว่าที่ดูเหมือนกำลังทำหน้าที่เป็นหลักยึดที่มั่นคงบนรถไฟรอบดึกที่คนยังแน่นขนัดไว้แน่น โดยที่มือหนาข้างที่ไม่ได้ใช้ยึดจับราวเหล็กด้านบนไว้ก็โอบรัดเข้าที่เอวบางของคนตัวเล็กตรงหน้าไว้แน่น...

 

.

.

“พี่คริส..คยองซู...”

.

นิสัยเสียของ โด คยองซู

.

.

“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมวันนี้ดูไม่ค่อยสดชื่นเลยล่ะ”

คนหน้าหวานถามขึ้นขณะที่หย่อนตัวลงนั่งข้างๆน้องชายตัวสูงที่กำลังนั่งทำหน้าไม่รับแขกอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องแต่งตัวเม็ดเหงื่อมากมายบนใบหน้าหล่อถูกปาดเช็ดด้วยหลังมืออย่างลวกๆและไม่ใส่ใจเมื่อคิวอัดของวงผ่านไปเรียบร้อยแล้วและมันจบลงด้วยดี สิ่งที่พวกเขาต้องทำตอนนี้ก็แค่รอเวลาขึ้นรวมอีกทีตอนจบรายการ 

ความกังวลที่ตกตะกอนทับถมจนรู้สึกหนักอึ้งในอกกลับฟุ้งกระจายขึ้นอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวันเมื่อเห็นว่าแฟนและพี่ชายคนสนิทปลีกตัวออกไปคุยอะไรกันสองคนอีกแล้ว และมันไม่ใช่ครั้งแรก

 

...มีอะไรให้ต้องคุยกันนักหนา ทำไมถึงคุยรวมกับคนอื่นไม่ได้...

 

ตาโตหรี่ลงเมื่อหัวคิ้วขมวดมุ่น ฉายแววไม่พอใจ และเสมองทางอื่นเมื่อคนที่ตนกำลังจ้องมองหันมาสบตาด้วยพอดี

 

“พักหลังคยองซูกับพี่คริสสนิทกันดีนะพี่”

ทั้งที่ตอนแรกกะว่าจะตอบกลับไปว่าไม่มีอะไร แต่พอถึงเวลาต้องพูด ปากเจ้ากรรมก็ดันพูดสิ่งที่คิดออกไปเสียอย่างนั้น

 

“อ๋า ก็สองคนนั้นบล็อกเต้นอยู่ข้างกันบ่อยนี่นา คยองซูก็ช่วยปรับไลน์การเต้นให้คริสมาตลอดตั้งแต่เริ่มรับท่าอือรือรองแล้วด้วย ก็น่าจะสนิทกันอยู่หรอก ก็เหมือนที่พักนี้นายสนิทกับจงแดไง”

 

“ก็คงจะอย่างนั้นละมั้ง”

 

“ว่าแต่นายเป็นอะไรยังไม่บอกฉันเลยนะ แน่ะ หรือว่าหึง???”

ว่าแล้วก็ส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มไปให้คนโดนแซวฝืนยิ้มก่อนจะตอบกลับแบบพยายามทำให้ดูเป็นปกติที่สุด

 

“ใช่ที่ไปไหนแค่เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ ไม่เป็นอะไรหรอก”

.

.

ขณะเดียวกัน

“อะไรหรอ คยองซู”

คนร่างสูงดีกรีลีดเดอร์ฝั่งเอ็มหันมาถามเมื่ออยู่ๆคนข้างตัวที่กำลังคุยด้วยก็หันไปสนใจอย่างอื่น

 

“ผม รู้สึกว่าพี่ชานยอลแปลกๆ แต่ว่าเมื่อเช้าที่หอก็ยังดีๆอยู่เลย” เสียงเล็กพึมพำตอบก่อนจะหันกลับไปมองคนที่ตนพูดถึงอีกครั้ง ปากอิ่มยู่เข้าน้อยๆเมื่อสมองก็คิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะว่าต่อ “เขาเอาแต่จ้องผมกับพี่แล้วก็ทำหน้าบึ้งตลอดเลย”

 

“เฮ้ย คิดมากไปหรือเปล่า หมอนั่นจะมองพี่กับนายแบบนั้นทำไมล่ะ ไม่เหตุผลอะไรซักหน่อยไม่มีอะไรหรอกน่า คงจะแค่เหนื่อยๆน่ะแหละ ก็วันนี้ถ่ายซ่อมไปหลายเทคเลยนี่นา” ออกความเห็นขึ้นบ้างก่อนจะเสริมต่ออีกเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งอันเป็นเอกลักษณ์ของเพื่อนรุ่นน้องดังแหวกอากาศขึ้นมา

 

“นั่นไง ก็หัวเราะเล่นกับลู่หานดีอยู่ คิดมากน่ะเรา”

ว่าแล้วมือใหญ่ก็ยกขึ้นยีผมของคนเป็นน้องไปอีก คิ้วเข้มของคนที่เพิ่งโดนหาว่าคิดมากขมวดลงเมื่อสิ่งที่ตาของตนเห็นก็ไม่ได้ต่างไปจากที่คริสเห็น

 

...ชานยอลก็ยังร่าเริงดีอยู่ ถ้าอย่างนั้นสีหน้าบึ้งตึงที่เห็นเมื่อครู่นี้มันคืออะไร?...

 

“ผมอาจจะคิดมากจริงๆก็ได้ แต่..ยังไงผมขอไปดูเขาหน่อยดีกว่า รู้สึกไม่สบายใจเลย”

ตอบกลับทั้งที่ตายังคงจับจ้องไปยังคนร่างสูงที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนที่ยังคงหัวเราะหยอกล้อกับพี่ชายหน้าสวยอย่างสนุกสนาน

 

ถึงจะบอกว่าคยองซูคิดมากแต่ก็ไม่ใช่ว่าคริสจะไม่เข้าใจความรู้สึกเป็นกังวลนั้นของคนเป็นน้อง เขาพยักหน้ารับพลางดันหลังเล็กๆส่งให้เบาๆก่อนเดินกลับไปนั่งรวมกับซูโฮและคนอื่นๆที่กำลังรอคิวแต่งหน้าใหม่เพื่อรอขึ้นเวทีตอนจบรายการอีกครั้ง

 

“พี่ชานยอลครับ”

เสียงเล็กร้องทักเมื่อสองขากำลังพาร่างของตัวเองเดินเข้าไปใกล้คนที่เป็นเป้าหมายขึ้นเรื่อยๆ

 

“ว่าไงคยองซู คุยกับคริสเสร็จแล้วหรอ? เห็นคุยกันตั้งแต่เช้า มีอะไรกันหรือเปล่า?”

ตาโตของคนที่อยู่ๆก็โดนยิงคำถามใส่เบิกกว้างขึ้นเมื่อคนที่ตอบรับกลับมาก่อนกลับไม่ใช่ชานยอลแต่เป็นลู่หาน ตาสวยของคนตั้งคำถามสบมองมาอย่างรอคำตอบ คยองซูมีท่าทีอึกอักนิดหน่อยเมื่อคนที่รอฟังคำตอบไม่ได้มีแต่ลู่หานคนเดียวแต่ยังมีชานยอลอีกคน  

ตาโตที่เคยฉายแววขี้เล่นกลับสงบนิ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อยามที่มองมาที่คยองซู ต่างกันลิบลับกับตอนที่หัวเราะเล่นกับลู่หานเมื่อครู่ ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างคนทั้งสามอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่คนโดนถามจะส่ายหน้าน้อยๆเป็นคำตอบ

 

“ไม่มี แน่หรอ?”

เสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยถามขึ้นบ้าง และมันดูจริงจังกว่าครั้งไหนๆ คยองซูเบิกตาค้างอยู่อย่างนั้น สบมองกับตาโตของคนเป็นแฟนตรงหน้าที่ดูจริงจัง เรียบเฉยและเย็นชาเกินไปจนน่าหวั่นใจก่อนจะพยักหน้าและครางตอบในลำคอ

 

“อื้อ ทำไม ถึงถามแบบนี้ล่ะครับ?”

 

“ไม่มีอะไรหรอก”

ส่ายหัวสนับสนุนคำพูดนั้นของตัวเองก่อนจะหลุบตาลง แม้ใจจะคิดว่าถ้าแค่ถามไปตรงๆเรื่องคงจะจบลงง่ายกว่านี้ แต่ก็ไม่รู้ทำไม เพียงแค่เห็นหน้าของคยองซู คำพูดที่คิดไว้ก็ถูกกลืนหายไปหมด มันหงิดหงิดเสียจนไม่อยากจะพูดอะไรออกไป สุดท้ายแล้วจึงได้แต่นั่งรำคาญตัวเองแล้วปล่อยให้เรื่องมันยืดเยื้ออยู่แบบนี้

 

“เฮ้ย นี่มาคุอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย”

เสียงหวานของคนที่กลายเป็นบุคคลที่สามของเหตุการณ์ไปโดยไม่รู้ตัวขัดขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างคู่รักทั้งสอง ตาหวานสลับมองชานยอลที คยองซูที อย่างไม่เข้าใจ และคงไม่เข้าใจต่อไม่เมื่อดูเหมือนว่าไม่มีใครเลยซักคนที่อยากจะอธิบายเรื่องนี้ตอนนี้ในเมื่อคนหนึ่งรู้สึกว่ามันยากที่จะอธิบาย ส่วนอีกคนไม่รู้ว่าต้องอธิบายอะไรเพราะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเลยไม่มีอะไรให้ต้องอธิบาย

 

“พี่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ผมทำอะไรให้ไม่...”

 

“โย่ง ถึงคิวนายแต่งหน้าแล้ว”

หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างเงียบหายไป กันในที่สุดคยองซูก็ตัดสินใจถามขึ้นและต้องหยุดลงแค่นั้นเมื่อมีเสียงของใครอีกคนแทรกขึ้นมา

 

“พี่แบคฮยอน..”

ปากอิ่มขยับเป็นคำพูดไร้เสียงที่มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่ได้ยินเมื่อเห็นว่าใครที่แทรกขึ้นและกำลังถือวิสาสะขโมยคู่สนทนาผู้ซึ่งเป็นแฟนของตัวเองไปต่อหน้าต่อตา ร่างสูงของชานยอลดูราวกับเป็นปุยนุ่นที่ไร้น้ำหนักยามที่ถูกมือบางนั่นลากดึงไปยังเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่ที่เคยเต็มแน่นไปด้วยสมาชิกคนอื่นๆแต่ตอนนี้กลับไม่เหลือใครที่นั่งรอต่อคิวอยู่อีกแล้ว

 

“พี่ชาน..”

อีกครั้งที่ร้องเรียกและเป็นอีกครั้งที่ต้องหยุดคำพูดของตัวเองไว้ เพราะดูท่าว่าถึงเรียกเท่าไหร่ก็คงไม่สามารถส่งถึงอีกคนได้ในเมื่อแบคฮยอนที่อยู่ข้างตัวคอยแต่จะพูดซ้อนขึ้นพร้อมกันกับจังหวะที่คยองซูพูดตลอดเวลา และชานยอลเองก็ไม่แม้แต่จะหันกลับมาหรือสนใจจะฟังว่าคยองซูจะพูดอะไรหรือกำลังแสดงสีหน้าแบบไหน

 

มือเล็กเผลอกำแน่นอย่างลืมตัวเมื่อทุกประสาทรับรู้มันรับรู้ได้ถึงเจตนาไม่ซื่อของคนเป็นพี่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นรูมเมท เป็นเซ็กซ์เฟรนด์ และเป็นคนที่สารภาพว่ารัก ปาร์ค ชานยอล แฟนของตัวเอง

 

เรียวคิ้วขมวดติด ฟันคมกัดเม้มบนรมฝีปากจนรู้สึกเจ็บ ราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึก

 

...เขาไม่เคยรู้สึกโกรธใครขนาดนี้ และมันน่าเสียใจที่คนที่ทำให้เขาเป็นถึงขนาดนี้ได้คือคนในวงเดียวกัน คนที่เป็นเหมือนพี่ และครอบครัว...

 

ตาโตมองสูง กลอกไปมาไร้จุดหมายด้วยเชื่อว่ามันจะทำให้น้ำตาที่เริ่มคลอปริ่มซึมกลับไปเข้าไปได้แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น เม็ดน้ำใสๆที่ไหลลงมาอาบแก้มต่อหน้าต่อตาทำให้คนเป็นพี่อย่างลู่หานถึงกับทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่เคยมีซักครั้งที่เขาจะเห็นว่าคยองซูร้องไห้

 

มือเล็กยกขึ้นปาดเช็ดมันออกจากหน้าอย่างลวกๆก่อนแยกตัวออกไปท่ามกลางความตกใจของลู่หานที่ยังคงจับต้นชนปลายเรื่องราวไม่ถูก แต่ที่เขารู้แน่ๆคือ สิ่งที่แบคฮยอนทำมันไม่สมควรและเขาคงต้องทำอะไรซักอย่างในฐานะที่เป็นพี่คนหนึ่ง

 

.

.

บีทเพลงที่จำได้ดีว่าเป็นของวงตัวเองดังขึ้นเมื่อผลคะแนนประกาศออกมาและEXOชนะขาดลอย ถ้วยรางวัลถูกส่งให้ซูโฮซึ่งเป็นลีดเดอร์ของฝั่งเคจนถึงมือ คำพูดขอบคุณนี่นั่นนู้นมากมายหลุดรอดออกมาจากปากบางยาวเหยียดจนไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ด้วยความตื่นเต้นดีใจ เรียกเสียงหัวเราะจากรอบตัวทั้งจากวงเดียวกัน วงอื่นๆและบรรดาแฟนคลับได้ชะงัด

คริสส่ายหัวยิ้มๆในความน่ารักของคนเป็นแฟนที่ตอนนี้กำลังปฏิบัติหน้าที่ ก่อนจะตัดสินใจแย่งไมค์มาจากมือบางนั่นโดยใช้สิทธิ์ของการเป็นลีดเดอร์ร่วม พูดตัดบทด้วยการขอบคุณสามภาษาก่อนจะส่งไมค์กลับคืนให้พิธีรกรตามเดิม


รายการจบลง บีทเพลงเดิมดังวนอีกครั้งเมื่อพิธีกรคืนเวทีให้กับทั้งสิบสองคนที่เป็นผู้ชนะครั้งนี้ ไมค์ที่มีไม่พอกับจำนวนคนถูกส่งต่อไปเรื่อยให้แต่ละคนได้วนกันร้องเพื่อความทั่วถึง สีหน้าแปลกใจสงสัยตีขึ้นบนใบหน้าหล่อของคริสเมื่อวันนี้คนที่มักจะครองไมค์ไว้คนเดียวอย่างชานยอลกลับปฏิเสธที่จะถือมันไว้ในมือ และที่สังเกตง่ายๆเลยคือการที่ชานยอลที่มักจะอยู่ด้วยกันตลอดกลับคอยแต่จะตีตัวออกห่างและไม่ยอมยืนข้างเขาตามแพทเทิ้ลที่เคยยืนตามปกติแต่กลับไปยืนกับจื่อเทาที่อีกฝั่งแทน

 

“เฮ้ นายไม่พอใจอะไรฉันหรือเปล่า? แปลกๆอย่างที่คยองซูว่าจริงๆซินะ ฉันก็ไม่ทันสังเกต”

มือใหญ่รั้งประตูของรถมินิแวนอีกคันที่กำลังเลื่อนปิดไว้ก่อนจะเอ่ยถามคนที่นั่งอยู่หน้าประตูถึงสิ่งที่ติดใจสงสัย คิ้วหนาเลิกขึ้นขณะที่ตาสบมองตาของคนที่คุยด้วยอย่างรอคำตอบ

 

“ห้ะ? ก็เปล่านะ ทำไมต้องไม่พอใจอะไรด้วยล่ะ พี่ก็ไม่ได้ทำอะไรให้ฉันต้องรู้สึกแบบนั้นไม่ใช่หรอ?”

ตาโตเบิกกว้างกับคำถามนั้นก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มและมันดูปกติดี คริสขมวดคิ้วเข้าอย่างชั่งใจกับท่าทางนั้นที่แตกต่างกันเหลือเกินของ ปาร์ค ชานยอล ที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อไม่นาน

 

“งั้นหรอ?”

 

“พี่ ไว้กลับไปคุยที่หอได้มั้ยอ่ะ ผมอยากรีบกลับแล้วอ่ะ อยากนอน”

จงอินที่นั่งอยู่ข้างๆแทรกขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะการแสดงวันนี้ที่เป็นรอบชิงทำให้เขาต้องใส่แรงกับสกิลทั้งหมดที่มีและด้วยความที่ต้องอัดกันหลายรอบทำให้หลังที่เคยหายดีแล้วกลับมาเจ็บอีกครั้ง

 

“เออ โทษทีๆ...มีอะไรไว้ค่อยว่ากันที่หอแล้วกัน”

ตอบกลับเสียงอู้อี้นั่นเสร็จก็หันกลับมาบอกปัดกับอีกคนที่ยังรอคำตอบ บทสนทนาก็ถูกตัดจบลงแค่นั้น ประตูเลื่อนปิดลงทันทีที่มือใหญ่ละออก รถมินิแวนคันแรกแล่นออกไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องของบรรดาแฟนคลับผู้หญิงมากมาย ก่อนจะตามไปติดๆด้วยรถคันที่สองที่มีคยองซูนั่งกลับไปด้วยเหมือนเดิม

ความเงียบก่อตัวขึ้นจนน่าอึดอัดเมื่อคนที่นั่งข้างคยองซูคือแบคฮยอนและคนที่นั่งข้างแบคฮยอนอีกทีคือลู่หาน และนั่นทำให้คริสรู้ได้ทันทีว่าอาการของทั้งสามคนตรงนี้ต้องเกี่ยวกันกับที่ชานยอลแปลกไปแน่นอน

.

นิสัยเสียของ โด คยองซู

.

.

“ไม่เป็นไรนะ”

ร่างเล็กๆของคนเป็นรูมเมทถูกคว้าเข้าไปกอดไว้ทันทีที่ประตูห้องปิดลง มือบางของคนเป็นพี่ลูบลงบนแผ่นหลังเล็กเบาๆอย่างปลอบใจเมื่อเห็นว่าคนเป็นน้องยังคงซึมเศร้าเหงาหงอยต่อเนื่องมาตั้งแต่หลังอัดรายการจนถึงตอนนี้ คนโดนถามครางตอบในลำคอก่อนจะพยักหน้ารับทั้งที่ใบหน้ายังซบอยู่กับไหล่บางของคนเป็นพี่

 

“ทำอะไรกันน่ะครับ?”

อีกหนึ่งคำถามดังขึ้นเมื่อประตูเปิดออกอีกครั้งโดย โอ เซฮุน ผู้เป็นเจ้าของห้องร่วมอีกคน ตารีมองนิ่งไปยังคนเป็นพี่ที่ยังกอดกันแน่นอย่างรอคำตอบ ก่อนจะพยักหน้ารับเป็นระยะเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมดอย่างคร่าวๆจากคนที่เป็นทั้งพี่และแฟนอย่างลู่หาน

 

“งั้นผมเสนอให้พี่คยองซูรีบไปที่ห้องน้ำหนึ่งเดี๋ยวนี้เลย”

ตากลมโตของคนเป็นพี่ทั้งสองเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อได้ฟังสิ่งที่เซฮุนเสนอขึ้นหลังจากนิ่งฟังเรื่องที่ลู่หานเล่าว่าได้เข้าไปตักเตือนแบคฮยอนยังไง และชานยอลเป็นยังไงเมื่อรู้ว่าคยองซูร้องไห้

 

“เมื่อกี๊พี่ชานยอลเพิ่งเข้าไปอาบน้ำเอง ถ้าจะคุยกัน หรือว่า เอ่อ..นั่นล่ะ..ผมว่าเวลานี้ก็เหมาะนะ”

ขยายความต่อด้วยใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีและนั่นทำให้คนฟังอย่างคยองซูต้องก้มหน้างุดๆเมื่อสมองเผลอคิดตามและอาจจะเลยเถิดไปอีกนิดหน่อย

 

“เออ ใช่!! เวลานี้ล่ะเหมาะ”

ลู่หานรีบสนับสนุนด้วยใบหน้าที่กลับมีชีวิตชีวาเมื่อสมองกำลังคิดวางแผนไปไกลถึงเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดก่อนจะออกปากสั่งให้เซฮุนไปหยิบผ้าเช็ดตัวของคยองซูมาให้และจัดการฉุดกระชากคนตัวเล็กไปส่งจนถึงหน้าห้องน้ำ

 

.

.

วันที่เหนื่อยล้าและน่าอึดอัดใจกำลังจะผ่านไป ตั้งแต่ได้เห็นรูปที่แบคฮยอนส่งมาให้ยอมรับเลยว่าทำใจให้สงบลงไม่ได้เลยซักนาที แม้ปกติก็เห็นอยู่ว่าคยองซูก็ค่อนข้างจะสนิทกับคริสแต่ก็แปลกที่เขาไม่เคยคิดอะไรมากกว่าแค่พี่น้องที่สนิทกับ จนวันนี้ที่ได้เห็นรูปพวกนั้นที่แบคฮยอนส่งมา มันทำให้อยู่ๆสมองที่ไม่ค่อยคิดอะไรเกิดตั้งคำถามขึ้นมาเสียเฉยๆ ยิ่งเห็นว่าคยองซูเอาแต่ตามติดคริสไปแทบทุกที่ถึงขนาดขอสลับไปนั่งด้วยกันที่รถอีกคันก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะเข้าไปกระชากคนตัวเล็กที่เป็นแฟนตัวเองออกมา และบอกให้คริสออกไปห่างๆ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคนที่เข้าหาก่อนดูจะเป็นคยองซูเองเสียมากกว่า

ส่วนรูปที่เห็นนั่น ถ้าคิดตามหลักเหตุผล การที่คริสโอบเอวคยองซูไว้ก็เพื่อให้คยองซูที่ตัวเล็กกว่ายืนได้มั่งคงขึ้น ถึงจะคิดว่ามันจำเป็นต้องทำขนาดนั้นด้วยหรอ? แล้วทำไมต้องซบอกกันด้วยล่ะ? ก็เถอะ

และยิ่งได้รู้ว่าการที่ตัวเองเฉยชาวันนี้ทำให้คยองซูต้องร้องไห้ก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่มีหน้าจะเข้าไปทำแบบนั้นเข้าไปใหญ่

 

จิปากอย่างขัดใจก่อนจะตามด้วยกำปั้นที่ทุบอัดเข้ากับกำแพงกระเบื้องสีอ่อนของห้องน้ำด้วยรู้สึกหงุดหงิด ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่หลังจากนั้นก่อนที่เสียงของความคิดมากมายในหัวจะเงียบหายเมื่อถูกแทนที่ด้วยเสียงของเม็ดน้ำมากมายที่ตกกระทบลงบนร่างเปลือยเปล่าและร่วงหล่นลงพื้น

เปลือกตาบางที่เวลานี้กลับหนักอึ้งกว่าทุกสิ่งปิดลง ทุกการเคลื่อนไหวหยุดชะงักลงแค่นั้นเมื่อตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการก็แค่ปล่อยทุกอย่างให้ผ่านไปเฉกเช่นสายน้ำเย็นฉ่ำที่กำลังไหลผ่านร่าง แต่ความสงบนั่นก็อยู่กับเขาเพียงไม่นาน

 

“ใครน่ะ?”

 

 

 

.

.

“ผม..อาบด้วยคนนะครับ”

เสียงเล็กบอกติดตะกุกตะกักขณะที่ตาโตหลุบต่ำลงจนเห็นแค่พื้นกระเบื้องสีอ่อนที่ถูกปกคลุ่มด้วยไอจางๆของน้ำอุ่นกับปลายเท้า และเม็ดน้ำที่กระเซ็นมาโดนเป็นครั้งคราวเท่านั้น


ผ้าเช็ดตัวถูกพาดไว้บนราวพาดก่อนจะตามด้วยเสื้อผ้าที่ครั้งหนึ่งเคยสวมใส่เพื่อปกปิดร่างกาย และอีกคนไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ขณะสองเท้าก้าวตรงไปยังคนร่างสูงที่ยังยืนอยู่ใต้ฝักบัวปล่อยให้สายน้ำอุ่นไหลผ่านร่างไปเรื่อย

 

“พี่ครับ...”

ร้องเรียกอีกครั้งพลางแตะเข้าที่แผ่นหลังกว้างทั้งที่ยังก้มหน้าจนคางแทบชิดอก

 

“อ้าว คยองซูเองหรอ นึกว่าใคร แล้วเมื่อกี๊ที่มาด้วยกัน ลู่หานกับเซฮุนใช่มั้ย? ได้ยินเสียงแว่วๆ ไม่มาอาบด้วยกันล่ะ”

ตาโตพลันเบิกกว้างเมื่อเพียงแค่ได้ยินเสียงพูดก็รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าเป็นคนละคนกับคนที่ต้องการพบ

 

“พี่คริส?”

 

“ก็ใช่น่ะซิ หน้าตาแบบนั้นคืออะไรน่ะคิดว่าเป็นใครเนี่ย?”

ถามกลับพลางยื่นมือไปหมุนปิดน้ำจากฝักบัวตรงหน้าก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสยผมจนเรียบแปล้ยามที่รีดเอาน้ำออกจากเส้นผม

 

“ก็ เซฮุนบอกว่าพี่ชานยอลอยู่ที่นี่ พี่ลู่หานก็เลย..”

ตอบกลับคำถามนั้นด้วยน้ำเสียงติดตะกุกตะกักก่อนที่ปากอิ่มจะเม้มเข้าอย่างลืมตัว

 

“อา เข้าใจล่ะ ลู่หานก็รู้เรื่องที่ชานยอลแปลกๆไปเหมือนกันซินะ อือๆ” พยักหน้ากับตัวเองก่อนจะว่าต่อ “แต่ว่าชานยอลไม่ได้อยู่ห้องนี้หรอก พอดีว่าเครื่องทำน้ำอุ่นมันรวนเลยปรับเป็นน้ำอุณหภูมิปกติแบบที่หมอนั่นชอบไม่ได้น่ะ ก็เลยมาขอแลกไปอาบห้องโน้นแทน.. ไงล่ะ จะตามไปอาบห้องโน้นมั๊ย? น่าจะยังทันนะ หมอนั่นอาบน้ำนานอยู่แล้วด้วย”

พูดจบก็เอื้อมไปเปิดน้ำฝักบัวอีกครั้ง คนโดนถามส่ายหัวรัวๆกับคำถามนั้นโดยให้เหตุผลสั้นๆว่าไว้คุยกันทีหลังก็ได้

 

“เออ เมื่อกี๊ฉันลองคุยกับชานยอลแล้วนะเรื่องที่ทำตัวแปลกๆไปน่ะ ไม่รู้ว่านายรู้หรือยัง แต่แบคฮยอนส่งภาพฉันกับนายบนรถไฟไปให้ชานยอลเมื่อเช้า”

 

“ภาพ?”

 

“อือ แต่ฉันอธิบายไปแล้วล่ะว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ เพราะรถไฟเบรกกะทันหัน นายก็เลยเซมาพิงฉัน ฉันก็แค่ประคองนายไว้ก็แค่นั้น” อธิบายต่อพลางนึกภาพเหตุการณ์นั้นขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจยาว “ก็หวังว่ามันจะเชื่อที่ฉันพูดแล้วก็นึกสงสัยเจตนาของแบคฮยอนบ้าง”

 

.

.

“แบคฮยอน? มีอะไร?”

เสียงทุ้มเอ่ยทวนด้วยชื่อของคนมาใหม่ก่อนจะตบท้ายด้วยประโยคคำถามที่ฟังดูห้วนๆต่างจากทุกที ตาโตดูขวางๆนิดหน่อยยามที่เหลือบมองคนมาใหม่ผ่านม่านผมเปียกชื้นที่ยังมีน้ำไหลผ่านไม่ได้หยุด รอยยิ้มที่เหยียดออกบนริมฝีปากบางของคนฟังคือสิ่งที่ได้กลับมาจากคำถามนั้น

 

“ก็เปล่าหรอก แค่เห็นว่าดึกแล้วแต่เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องเพลงที่จะร้องออกรายการวิทยุพรุ่งนี้เลย แต่ฉันคิดไว้แล้วนะว่าจะใช้เพลงอะไร คอร์ดกีต้าร์ก็ลองหาดูแล้ว คิดว่านายน่าจะเล่นได้อยู่แล้วล่ะ”

ว่าพลางขยับร่างที่ตอนนี้ไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆปกปิดเข้ามาใกล้ มือบางยื่นไปทดสอบอุณหภูมิของน้ำก่อนจะเบี่ยงร่างตัวเองเข้าไปยืนใต้หัวฝักบัวขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากเพดานที่มีชานยืนอยู่ก่อนแล้วอย่างเต็มตัว

 

“ถ้านายว่างั้นก็เอาตามนั้นล่ะ ฉันไม่มีอารมณ์จะคิดอะไรตอนนี้”

ตอบกลับเสียงเรียบก่อนจะแยกตัวออกมาหยุดยืนตรงส่วนของอ่างล้างหน้าเมื่ออยู่ๆมือบางของแบคฮยอนยื่นมาแตะลงที่อกของตัวเอง ตารีเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกคนก่อนจะหัวเราะขึ้นจมูก

 

ภาพใบหน้าตัวเองกลับปรากฏชัดขึ้นอีกครั้งเมื่อมือใหญ่ยื่นไปปาดเช็ดเอาไอน้ำมากมายที่เกาะอยู่บนกระจกบานใหญ่ตรงหน้าออก ถอนหายใจหนักๆไล่ความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นในอกและรับรู้อย่างเงียบๆคนเดียวว่ามันไม่ช่วยอะไรก่อนที่มือใหญ่จะท้าวลงบนขอบอ่างล้างหน้า และหยุดสายตาลงที่เงาสะท้อนของอีกคนที่กำลังยืนหันหลังแหงนหน้ารับเม็ดน้ำมากมายจากฝักบัวเหนือหัวพลางฮัมเพลงที่คิดว่าจะใช้ร้องในรายการวิทยุในวันพรุ่งนี้อย่างอารมณ์ดี

 

“เพราะเรื่องรูปที่ฉันส่งให้หรอ?”

โผลงขึ้นหลังจากที่เงียบหายไปครู่ใหญ่ เม็ดน้ำมากมายหยุดลงเมื่อมือบางเอื้อมปิดมันลงก่อนจะหันมาสนใจคนร่างสูงที่อยู่เยื้องไปทางด้านหลัง

 

“พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็ดี ฉันคุยกับพี่คริสแล้ว เขาบอกว่ารูปนั่นมันแค่อุบัติเหตุ”

ว่าพลางหันมาหาคนที่คุยดวยแทนที่จะมองกันผ่านเงาสะท้อนของกระจกอย่างเดิมก่อนจะฉวยเอาผ้าขนหนูมาซับน้ำออกจากร่างกายอย่างลวกๆ แล้วพันมันไว้รอบเอว คนฟังหัวเราะเสียงขึ้นจมูกพลางเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะพูดขึ้นบ้าง

 

“เหอะ แล้วนายก็เชื่องั้นหรอ แล้วที่คยองซูเอาแต่ตามติดพี่คริสล่ะ? ที่ขอย้ายมานั่งด้วยกันที่รถอีกคัน ที่เอาแต่คุยอะไรบางอย่างลับๆล่อๆ นายได้ถามเขาหรือเปล่าล่ะเรื่องนี้น่ะ...?”

 

“.......................................”

 

“หึ ไม่ได้ถามใช่มั้ยล่ะ”

หัวเราะเสียงขึ้นจมูกอีกครั้งเมื่ออีกคนไม่ได้ตอบอะไรกลับมา หัวคิ้วเริ่มขมวดติดเมื่อคำพูดนั้นกำลังกระตุ้นต่อมให้อารมณ์ที่พอจะเย็นลงได้บ้างแล้วให้กลับแปรปรวนขึ้นอีกครั้ง

 

“พอที นายต้องการจะบอกอะไรกันแน่แบคฮยอน”

 

“นายก็คิดมันอยู่แล้วไม่ใช่หรอจะให้ฉันต้องพูดทำไม หรือจะบอกว่านายไม่คิดอะไรล่ะ? ทำท่ามึนตึงใส่คยองซูกับพี่คริสทั้งวันขนาดนั้นแต่บอกว่าไม่คิดอะไรฉันคงเชื่อนายไม่ได้หรอกนะ ฉัน..”ว่าพลางพาร่างเปียกปอนของตัวเองขยับเข้าไปใกล้  มือบางยื่นออกไปหวังจะคว้าเข้าท่อนแขนแกร่งของคนที่คุยด้วยแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อคนร่างสูงเบี่ยงตัวหลบอีกครั้ง

 

“พอที ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องนี้แล้ว”

บานประตูเหวี่ยงออกก่อนจะหยุดลงแค่นั้นเมื่อแบคฮยอนคว้ามันไว้ทันก่อนที่มันจะปิดลง ร่างสูงชะงักหยุดเมื่อมืออีกข้างของคนตัวเล็กกว่าคว้าท่อนแขนไว้ได้และออกแรงดึงรั้งเอาไว้

 

“ชานยอล เดี๋ยว!!

 

“คยองซู…พี่คริส...ทำไม?????..”

เบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเปิดประตูออกไปแล้วเจอใครเข้า

 

...คนตัวเล็กในสภาพเพิ่งอาบน้ำเสร็จ มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวผูกเอว สองแขนกอดเสื้อผ้าชุดที่เคยใส่ไว้เดินตีคู่มากับคริสที่อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน...

 

“พี่ชานยอล?...พี่แบคฮยอน???...”

ขยับปากพึมพำเป็นชื่อของสองคนที่พรวดพราดออกมาจากห้องน้ำตรงหน้า นัยน์ตาพลันวูบไหวเมื่อสมองกำลังประมวลผลอะไรมากมายจากภาพที่เห็นก่อนที่น้ำใสๆจะคลอปริ่มขึ้นที่ขอบตาโดยอัตโนมัติ

 

...ทำไมแบคฮยอนถึงเข้าไปอยู่นั้นด้วยทั้งที่ปกติไม่เคยคิดจะอาบน้ำร่วมกับใคร และเพราะอะไรถึงต้องฉุดกระชากกันขนาดนั้น...

 

“พี่ทำอะไรกัน...”

ถามออกไปด้วยเสียงที่เริ่มสั่นก่อนที่ปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อดูเหมือนว่ากำลังจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้วจริงๆ และครั้งนี้คงไม่จบแค่น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบๆโดยไร้เสียงสะอื้น

 

“ป..เปล่านะคยองซู” ตอบกลับคำถามนั้นด้วยท่าทางร้อนรนเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจะร้องไห้ “นี่ ปลอยนะแบคฮยอน”

พูดขึ้นอีกเมื่อพยามแกะมือของแบคฮยอนออกและไม่เป็นผล อกเล็กที่ไร้ซึ้งอาภรณ์ใดๆปกปิดยามที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จของคยองซูเริ่มไหวน้อยๆ ใบหน้าน่ารักก้มลงต่ำด้วยไม่อยากจะเห็นภาพตรงหน้าและไม่ต้องการให้ใครได้เห็นว่ากำลังแสดงสีหน้าแบบไหน ก่อนที่มือเล็กจะคว้าเข้าที่ท่อนแขนแข็งแรงของคนที่อยู่ข้างตัวราวกับต้องการที่ยึดเหนี่ยว

 

มือของแบคฮยอนถูกสะบัดหลุดทันทีเมื่อเห็นว่ามือเล็กๆของคนเป็นแฟนกำลังเกาะกุมท่อนแขนของคริสไว้แน่น

เส้นความอดทนเบาบางที่พยายามรักษาไว้มาตลอดทั้งวันกลับขาดผึงอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีคำพูดอะไรมายุแหย่เพราะเพียงแค่ความกังวลสงสัยในอกก็มีมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งได้มาเห็นภาพนี้ต่อหน้าต่อตาอีกก็ยิ่งแล้วใหญ่

“มาด้วยกันหน่อยคยองซู”

มือหนาเอื้อมคว้าข้อมือบางของคนเป็นแฟนไว้แน่นก่อนจะออกแรงดึงให้เดินตามไปด้วยกัน ตากลมโตของคนตัวเล็กเบิกกว้างด้วยความตกใจเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว หันมองแผ่นหลังของคนที่กำลังฉุดกระชากแขนของตัวเองโดยไม่สนใจว่าจะเจ็บหรือไม่ที มองคริสที่ก็มองตามการกระทำนั้นของเพื่อนรุ่นน้องคนสนิททีอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองที อย่างขอความช่วยเหลือ

 

“พี่ชานยอลปล่อยผมนะ ผมเจ็บ”

ขืนรั้งร่างตัวเองไว้ขณะที่มือข้างหนึ่งก็พยายามแกะมือใหญ่พันธนาการอยู่รอบข้อมือตัวเองออกและมันก็เท่านั้น

 

“ปล่อยคยองซูเดี๋ยวนี้นะชานยอล! ถ้านายจะทำรุนแรงแบบนั้นก็ไม่ต้องพาเขาไป!!

เสียงทุ้มของคนเป็นพี่ใหญ่สุดออกคำสั่งเสียงแข็งก่อนจะคว้าท่อนแขนของคนที่พูดด้วยไว้

 

“ทำไมจะไม่ได้ คยองซูเป็นแฟนฉัน!!พี่นั่นล่ะมาเกี่ยวอะไรด้วย เลิกยุ่งกับคยองซูซักที!!

เถียงกลับทันควันก่อนจะเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงบีบรัดรอบข้อมือที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อเขายังกราดเกรี้ยวและยังฝืนดึงดันจะพาคยองซูไปให้ได้


ทางด้านคริสที่โดนคนเป็นน้องตะคอกใส่ขนาดนี้คงไม่ปฏิเสธว่าก็มีน้ำโมโหขึ้นมาเหมือนกัน แต่ด้วยวุฒิภาวะที่สูงกว่าและโตกว่า ทำให้ถึงแม้จะโมโหมากแค่ไหน แต่สิ่งที่ควรจะทำก็คงไม่พ้นต้องข่มความรู้สึกนั่นไว้ แล้วทำใจเย็นเข้าสู้ เพราะถ้าคิดอีกมุมเขาก็พอเข้าใจความรู้สึกของชานยอลตอนนี้

 

“เฮ้ เกิดอะไรขึ้น”

ซูโฮเป็นคนแรกที่เปิดประตูออกมาดูก่อนจะตามด้วยคนอื่นๆ แต่ไม่ทันจะได้ก้าวเท้าออกจากห้องก็ต้องพากันกลับเข้าห้องไปเพราะคริสออกคำสั่งโดยบอกว่า จะจัดการเอง เมื่อประตูทุกบานปิดลงตาคมก็กลับมาจับจ้องอยู่ที่คนตรงหน้าที่เวลานี้คงเรียกว่าเป็นคู่กรณีอีกครั้ง

 

“ปล่อยคยองซูซะชานยอล ที่นายทำกำลังทำให้คยองซูเจ็บนะ”

กดเสียงต่ำลงอย่างอดกลั้นเมื่อเห็นว่าคยองซูเริ่มร้องไห้หนักขึ้นเพราะความเจ็บรอบข้อมือที่ที่ไม่สามารถแกะออกได้ ความเจ็บที่อีกคนถ่ายทอดมาให้โดยการออกแรงบีบข้อมือเล็กๆนั่นเพื่อทานแรงบีบที่ได้รับมาไว้

 

“ขอโทษ”

ข้อมือบางกลับเป็นอิสระอีกครั้งหลังจากนั้นก่อนที่ร่างเล็กๆของคนเป็นน้องจะถูกมือใหญ่ของคริสดันให้หลบมาอยู่ข้างหลังตัวเองด้วยพยายามจะปกป้อง


สติที่เคยหล่นหายไปพร้อมกับความอดทนพลันกลับมาอีกครั้ง คำขอโทษมากมายพรั่งพรูออกมาจากปากเมื่อสิ่งที่สะท้อนในดวงตาคือภาพของคยองซู คนรักร่างเล็กที่กำลังเบะปากร้องไห้ อาจจะเพราะความเจ็บที่รอบข้อมือ หรืออาจจะอะไรอื่นอีก


ในอกพลันรู้สึกเจ็บขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุเพียงแค่คิดว่าทั้งหมดมันเป็นเพราะตัวเขาเองอีกแล้ว และยิ่งเจ็บมากขึ้นไปอีกเมื่อคิดย้อนไปว่าคยองซูร้องไห้มาตั้งแต่เริ่มแรก และเขามองข้ามมันไปเพราะความรู้สึกโมโหที่มีมากกว่า

 

“ขอโทษ คยองซู”

 

“ที่พูดแบบนั้นเพราะรู้ตัวแล้วใช้มั้ยว่าทำไม่ดีลงไป เลิกใช้อารมณ์แล้วเปิดตาโตๆของนายมองให้ดีๆซักที ปาร์ค ชานยอล ถ้านายคิดจะสงสัย หรือไม่ไว้ใจใครซักคน คนคนนั้นควรจะเป็นแบคฮยอนนะ ไม่ใช่ฉัน หรือคยองซู” ถึงตรงนี้ตาคมก็เสตามองไปยังคนร่างเล็กอีกคน คนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด คนโดนพาดพิงชักสีหน้ากับการมองด้วยหางตาแบบนั้นของคริสก่อนจะว่าขึ้นบ้าง

“พูดให้มันดีๆนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย แค่ส่งรูปให้ดู ผิดด้วยหรือไง!

 

“อา ก็ไม่ผิดอะไรหรอก ถ้าไม่ใช่ว่าเจตนาของนายคือการทำให้คยองซูกับชานยอลแตกแยกกันละก็นะ”

สิ้นเสียงคริส ตารีของแบคฮยอนพลันหรี่ลงอีก มือเล็กกำแน่นด้วยความโมโหหัวคิ้วขมวดมุ่น ปากบางเม้มแน่นด้วยพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆในอกจนคับแน่น และมันไม่เป็นผล

 

“แล้วมันผิดนักหรือไง ฉันรักขอฉันเหมือนกันนี่!!

 

“ก็ไม่ผิดหรอกแต่นายควรจะทำความเข้าใจเรื่องที่ชานยอลมีแฟนแล้ว และคนคนนั้นคือน้องของนาย”

 

“หุบปากซักที!!!

 

“แบคฮยอน! เดี๋ยว!!!

ประตูห้องน้ำเหวี่ยงปิดลงอีกครั้งหลังจากนั้นที่ปล่อยให้น้ำตาไหลลงอาบแก้มพร้อมกับรับรู้ความจริงที่พยายามหลอกตัวเองมาตลอด

 

...ความจริงที่ว่าเกมนี้เขาไม่มีทางชนะ...

 

มือบางหมุนเปิดฝักบัวโดยเหตุผลหนึ่งเพราะไม่อยากจะรับรู้ว่าข้างนอกนั่นกำลังคุยอะไรกัน แต่ที่ยิ่งกว่านั้นก็เพื่อให้เสียงน้ำนั่นกลบเสียงร้องไห้ของตัวเอง


ร่างเล็กๆทิ้งตัวลงนั่งกอดตัวเองไว้อย่างอ่อนล้า ร้องไห้โฮกับความรักที่ไม่มีทางได้มาอย่างน่าสงสาร ไหล่เล็กไหวรุนแรงเมื่อไม่ว่าอย่างไรก็หยุดตัวเองให้เลิกร้องไห้ เลิกเศร้าเสียใจไม่ได้ซักที ในเมื่อสิ่งที่เขารู้สึกกับชานยอลมันไม่เคยลดลง แล้วแบบนี้เขาจะเสียใจน้อยลงได้อย่างไร มีด้วยหรอคนที่รักโดยไม่อยากครอบครองสิ่งที่รักไว้กับตัว โกหกทั้งเพ

 

“ฉันก็แค่รักนาย ก็แค่อยากได้นายคืน แค่อยากจะกอดนายไว้ด้วยของแขนของฉัน อยากเป็นเหมือนก่อนที่นายจะบอกว่านายรักคยองซู ฉันผิดด้วยหรอไง...ชานยอล...”

 

.

.

“ทำไมถึงไปอาบน้ำกับพี่คริสได้”

เสียงทุ้มเอ่ยถามทันทีที่ประตูปิดลง ร่างเล็กๆที่เอนพิงอยู่บนบานประตูดูจะตัวเล็กลงไปอีกยามที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น ใบหน้าก้มต่ำจนคางแทบชิดอก ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตัวเล็กๆที่หนาวเหน็บเพราะเม็ดฝนกลางฤดูหนาว ขณะที่ถูกคนร่างสูงกว่าใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวเอาไว้จนหนีไปไหนไม่ได้


ชานยอลถอนหายใจหนักๆ ส่ายหัวน้อยๆกับภาพตรงหน้าก่อนจะคว้าเอาร่างเล็กๆมากอดไว้แน่นเมื่อคำตอบที่อีกคนพยายามจะพูดมันแทบจะฟังไม่เป็นคำพูด เมื่อคนตัวเล็กยังสะอึกสะอื้นไม่หาย


.

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาที หลังจากที่แบคฮยอนหายกลับเข้าไปในห้องน้ำและร้องไห้อย่างหนักจนแม้แต่เสียงน้ำก็ไม่อาจจะกลบเกลื่อนเอาไว้ได้ คริสก็ยอมคืนคยองซูให้กับชานยอล ทิ้งคำพูดหนึ่งไว้ให้ คำพูดที่ว่า

“ความรักของนายมันไม่ได้พังลงเพราะมีคนอื่นเข้ามาป่วนใช่มั้ย? คุยกันดีๆ เรื่องมันไม่ได้แย่อย่างที่นายคิดหรอก ฟังคยองซูอธิบายเอาแล้วกัน”

 

ก่อนจะจับมือเล็กๆของคยองซูขึ้นวางบนมือของชานยอลราวกับพ่อที่กำลังส่งต่อลูกสาวให้คนเป็นเจ้าบ่าวในวันแต่งงานแล้วจึงขอตัวไปดูแบคฮยอนหลังจากนั้น แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นจริงๆคริสก็ได้แต่ยืนพิงประตูรออยู่ข้างนอกเท่านั้น

 

 

 

.

.

 

“ไม่ร้องนะ ขอโทษที่โมโหใส่ ไม่ร้องๆ”

เวลาผ่านไปกับการพูดคำเดิมซ้ำๆ ร่างเล็กๆที่เคยสะอึกสะอื้นจนตัวโยนเริ่มสงบลง เม็ดน้ำบนตัวแห้งไปแล้วเพราะแอร์คอนดิชั่นที่เปิดไว้รวมถึงระยะเวลาที่ยาวนานระหว่างนั้น


ความรู้สึกโมโห รวมทั้งความกังวล สงสัย ราวกับจะสลายหายไปทันทีที่เห็นน้ำตาของร่างเล็กตรงหน้า และยิ่งกว่านั้นคือการที่ได้เห็นว่าข้างๆตัวคยองซูไม่มีใครอื่นนอกจากตัวเอง หัวเราะขึ้นจมูกเมื่ออยู่ๆก็คิดขึ้นมาว่าตัวเองนี่ก็ขี้หึงเหมือนกัน ก่อนจะลูบแผ่นหลังเล็กไปเรื่อยอย่างปลอบใจ


ร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่าที่เคยแนบชิดเพราะการกอดผละออกจากกันเมื่อคยองซูหยุดร้องไห้ได้แล้วถึงแม้จะยังไม่หยุดสะอื้นไปเสียทีเดียว มือใหญ่เชยคางมนของคนตัวเล็กกว่าที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาขึ้นสบมองก่อนจะก้มลงจรดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนเบาๆ

 

“นี่ บอกฉันทีได้มั้ย? ทำไมพักนี้ถึงเอาแต่อยู่กับพี่คริสล่ะ? ไหนจะรูปเมื่อวาน ไหนจะที่ขอเปลี่ยนไปนั่งรถอีกคัน ไหนจะชอบแอบคุยอะไรกัน ฉันกังวลนะ แล้วเมื่อกี๊อีก ทำไมถึงไปอาบน้ำด้วยกันได้? ทำไมถึงไม่มาอาบห้องที่ฉันอาบทั้งที่มันก็อยู่ใกล้กว่า? แบบนี้เขาก็เห็นร่างกายของนายหมดแล้วใช่มั้ย? ต่อไปห้ามอาบน้ำกับใครอีกนะ เข้าใจมั้ย?”

รัวคำพูดที่เป็นทั้งคำถามและคำสั่ง พลางกดไหล่เล็กให้นั่งลงหลังแรกที่อยู่ใกล้ที่สุดที่เป็นของลู่หานก่อจะย่อตัวลงนั่งทับส้นเท้าบนพื้นตรงหน้า มือใหญ่กุมมือเล็กๆมาจับไว้จูบเบาๆบนหลังมือบางอย่างหวงแหนก่อนจะแนบมันไว้ตรงข้างแก้มของตัวเอง

 

“ฉันรักนายมากนะคยองซูหวงมากด้วย ถึงจะกับพี่คริสก็เถอะ อย่าทำให้กังวลได้มั้ย?”

เงยมองคนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าก่อนที่มือใหญ่จะเอื้อมไปสัมผัสแก้มนิ่มของร่างตรงหน้าไว้ด้วย มือเล็กทาบทับลงไปบนหลังมืออบอุ่นที่แนบอยู่บนแก้มตัวเองหลังจากนั้นก่อนจะยิ้มออกมาน้อยๆ

 

“ขอโทษครับที่ทำให้ต้องกังวล ผมมีเหตุผลนะครับที่ทำแบบนั้น แต่วันนี้คงยังบอกพี่ไม่ได้ แต่ผมสัญญาว่าพี่จะรู้ในวันพรุ่งนี้”อธิบายให้ฟังเห็นว่าคนตัวโตกว่าตรงหน้าดูจะเป็นกังวลกับเรื่องของตัวเองมาก “วันนี้ ผมเสียใจมาก ที่พี่เมินผม...เรื่องของพี่แบคฮยอนด้วย ผมก็เหมือนพี่นั่นล่ะ ผมรักพี่ หวงมากด้วย...”

อีกครั้งที่ร่างเล็กๆถูกคว้าไปกอดไว้แน่น เสียงทุ้มพึมพำว่า ขอโทษ ซ้ำๆอย่างเข้าอกเข้าใจ เพราะถ้าให้คิด จริงๆแล้วคยองซูต่างหากที่ควรจะคิดมาก เพราะนอกจากแบคฮยอนจะถูกจับให้คู่กับชานยอลอยู่บ่อยๆแล้ว ยังเป็นรูมเมทกันอีก แถมแบคฮยอนก็แสดงออกชัดเจนว่ารักชานยอล ต่างกับคยองซูที่ไม่มีเรื่องแบบนั้นให้ต้องวุ่นวายใจเลยนอกจากครั้งนี้ที่เป็นการเข้าใจผิด

 

คำอธิบายมากมายหลุดออกจากปากสีสวยยาวเหยียดหลังจากนั้นเมื่อชานยอลเอ่ยถามทุกสิ่งที่สงสัยอีกรอบโดยเว้นเรื่องที่ว่าทำไมช่วงหลังมานี้ถึงติดคริสนักเอาไว้ เพราะคยองซูบอกแล้วว่าจะรู้เองเมื่อถึงพรุ่งนี้และเขาก็จะยอมรอถึงพรุ่งนี้ตามที่คนตัวเล็กขอไว้

รอยยิ้มที่หายไปตลอดหนึ่งวันเต็มกลับมาอีกครั้งบนใบหน้าคนทั้งคู่อย่างเข้าอกเข้าใจหลังจากได้รู้ความจริงทุกอย่างที่ติดใจสงสัย

 

“นี่ จูบได้มั้ย คิดถึงจัง”

เสียงทุ้มกระซิบถามหลังจากที่เดินไปหยิบชุดนอนที่คนตัวเล็กใส่ประจำมาสวมให้หลังจากที่นึกขึ้นได้ว่าคนตรงหน้ายังมีแต่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวผูกเอวไม่ต่างกัน สวมกอดเอวบางจากด้านหลัง จูบซับบนไหล่มนก่อนที่ฟันคมจะขบลงเบาๆด้วยรู้สึกหมั่นเขี้ยว


ถ้าเป็นเวลาปกติคงนึกอยากแกล้งอะไรซักอย่างแล้ว อาจจะด้วยการ กอด จูบ ลูบ คลำ แล้วก็ เอ่อ... ก็สภาพอย่างนี้ปกติได้เห็นนานๆกันซะที่ไหน จะเห็นเอาก็ตอนที่ทำอย่างว่าเท่านั้น แต่ว่าวันนี้คงต้องยกเว้นไปก่อน

 

“บ้า”

 

 

“เฮ้ เสร็จหรือยัง ง่วงแล้วนะ”

เสียงหวานดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงทุบประตูปึงปังทำให้สองร่างที่กอดกันอยู่จำต้องผละออกอย่างช่วยไม่ได้ ประตูเปิดออกหลังจากที่หันมองนาฬิกาแล้วพบว่าสมควรแก่เวลานอนแล้วจริงๆ

ร่างสองร่างของคนเป็นเจ้าของห้องที่ครั้งหนึ่งยอมเนรเทศตัวเองออกไปนั่งดูทีวีแทนเพราะต้องการให้ทั้งสองคนเคลียร์ทุกอย่างให้จบแทรกตัวเข้ามาทันทีที่ประตูเปิดออกก่อนที่กำปั้นเล็กๆของลู่หานจะต่อยเข้าที่ต้นแขนของชานยอลเบาๆด้วยรู้สึกหมั่นไส้และเซฮุนก็ทำตามด้วยอีกคน

 

“ดีกันแล้วใช่มั้ย? อย่าทำให้คยองซูร้องไห้อีกนะ ไม่งั้นจะไม่ยกให้อีกเลยตลอดชีวิต!

ลู่หานประกาศเสียดังพลางมองชานยอลตาขวาง พองลมเข้าแก้มน้อยๆก่อนจะดึงคยองซูไปกอดไว้แน่นอย่างคนหวงน้องชาย และอีกครั้งที่เซฮุนก็ทำตามตั้งแต่คำพูดตลอดจนสวมกอด และแม้คยองซูจะร้องบอกว่าอึดอัด ทั้งสองคนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยคนตัวเล็กให้เป็นอิสระง่ายๆ

 

“คร้าบๆ จะไม่ทำให้ร้องไห้เสียใจอีกตลอดชีวิต”

เสียงทุ้มกล่าวให้คำมั่นก่อนจะเหยียดยิ้มเมื่อหน้าขาวของคนตัวเล็กเริ่มขึ้นสี ลู่หานทำท่าโก่งคออ้วกกับคำพูดหวานเลี่ยนนั้นพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทาง และอีกครั้งที่เซฮุนก็ยังทำตามทำกระเบียดนิ้ว ชานยอลหัวเราะเสียงขึ้นจมูกพลางส่ายหัวน้อยก่อนจะโน้มตัวเข้าไปจูบเบาๆบนริมฝีปากอิ่มของคนเป็นแฟนที่ยังถูกสองพี่น้องรัดตัวไว้แน่น

 

ตากลมโตเบิกกว้าง และไม่ใช่แค่เขาคนเดียวแต่ลู่หานกับเซฮุนก็อยู่ในท่าทางที่ไม่ต่างกัน เมื่อสิ่งที่ชานยอลทำมันไม่ใช่แค่จูบแล้วก็ผ่านไป ลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวยิ่งทำให้แก้มขาวยิ่งขึ้นสีหนักขึ้น ตาโตปิดแน่นด้วยความเขินอายเมื่อที่ตรงนี้ไม่ได้มีแต่ตัวเองกับชานยอล ต่างกับอีกสองคนที่ดวงตาเบิกกว้าเมื่อได้เห็นภาพนั้นใกล้มากในระยะเผาขน

 

เสียงครางดังขึ้นในลำคอด้วยต้องการจะคัดค้านการกระทำของคนตรงหน้าแต่ก็เปล่าประโยชน์ มือหน้ายกขึ้นเชยปลายคางของคนตัวเล็กกว่าให้เงยขึ้นเพื่อสะดวกต่อการจูบ ลิ้นหนายังคงตวัดเกี่ยวพันลิ้นเล็กไปเรื่อยอย่างเอาแต่ใจแม้จะรู้ว่าทุกการกระทำของตัวเองมีอีกสองคนที่มองอยู่


ตากลมโตที่เคยฉายแบบซุกซนของคนร่างสูงที่เคยหลับพริ้มยามที่กำลังดื่มด่ำกับรสจูบหอมหวานจากร่างตรงหน้าค่อยๆปรือขึ้นก่อนจะยักคิ้วให้ลู่หานที่กำลังจ้องมองด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีจนแดงจัดไปทั้งหน้า


อกเล็กไหวขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่เร็วขึ้น หอบถี่เพราะอากาศที่โดนพรากไปจากปอดหลังจากริมฝีปากผละออกจากกัน กำปั้นเล็กๆกระหน่ำทุบลงบนอกแกร่งเมื่อร่างกายกลับเป็นอิสระจากคนทั้งสามแล้วร้อยเปอร์เซ็น

 

“โอ๊ยๆๆๆ พอแล้วๆ ฉันเจ็บนะคยองซู”

เสียงทุ้มโวยวายทั้งรอยยิ้มพลางใช้มือกันหมัดเล็กที่ยังกระหน่ำลงมาไม่เลิก

 

“พี่ชานยอลบ้า!!! ผมอายนะ ออกไปเลยผมโกรธแล้ว!

ยูหน้าน้อยๆพลางดันแผ่นหลังกว้างของชานยอลให้เดินออกไปนอกห้องโดยมีลู่หานช่วยดันด้วยอีกคน

 

“ใช่ๆออกไปเลยๆ ไอ้เด็กบ้า ดันมาจูบโชว์กันซะได้”

 

“เจ๋งสุดๆไปเลยครับพี่”

เซฮุนพูดขึ้นด้วยเสียงอู้อี้เพราะมือใหญ่ที่ยกขึ้นปิดปากไว้ก่อนที่หน้าขาวจะขึ้นสีขึ้นมาอีกระลอกพลางยกนิ้วโป้งให้คนเป็นพี่ด้วยรู้สึกชื่นชม

 

“คืนนี้ก็จัดซะนะเซฮุนนี่เบบี้”

ชานยอลทิ้งท้ายไว้ด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มก่อนที่ประตูจะปิดลงและตามด้วยหมอนและหมอนข้างอีกหลายใบที่ถูกปาตามหลังๆไปโดยลู่หาน

.

นิสัยเสียของ โด คยองซู

.

.

I do believe all the love you give

All of the things you do

Love you, Love you

I’ll keep you safe don’t you warry

 

ทิวทัศข้างทางเริ่มพร่าเบลอเมื่อบทเพลงที่ดังก้องอยู่ในหูกำลังทำปฏิกิริยากับความรู้สึกข้างในและสั่งให้ต่อมน้ำตาเริ่มทำงานขึ้นอย่างเงียบๆ หยาดน้ำไร้สีร่วงหล่นจากตารีอาบลงบนสองข้างแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ก่อนจะโดนเช็ดออกไปในทันทีเมื่อปากบางยังคงขยับไปเรื่อยตามเนื้อร้องที่ได้ยิน

 

...เพลงที่เขาเลือกจะร้องในรายการวิทยุวันนี้คู่กับชานยอล...

 

...I don’t wanna lose you and lose you and lose you...

...ฉันไม่อยากเสียเธอไป...

 

หลังมือยกขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าอีกครั้งเมื่อเนื้อร้องดำเนินไปถึงประโยคที่จี้ใจดำเสียเหลือเกิน

ก่อนจะหันมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อกันไม่ให้คนอื่นๆเห็นว่าตัวเองกำลังร้องไห้และมันดูจะได้ผลดีเพราะไม่มีใครเลยที่รู้ แต่สำหรับคนที่นั่งอยู่ข้างกัน การที่ไหล่ของคนที่นั่งชิดกันสั่นไหวเพราะแรงสะอึกสะอื้นมีหรือจะไม่รู้สึก

 

“อ้ะ”

ตารีที่ยังปริ่มรื่นไปด้วยน้ำตาเบิกกว้างขึ้นยามที่หันมาสบกับตาคมของคนร่างสูงข้างๆ มือเรียวยกขึ้นแตะบนศีรษะของตัวเองทันทีที่รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างสวมทับลงมา

 

“ใส่เอาไว้ คนอื่นจะได้ไม่เห็น แล้วก็เลิกฟังมันได้แล้ว กำลังฟังเพลง Love Song ที่จะใช้ร้องวันนี้ใช้มั้ย? ก่อนนี้ก็ร้องเล่นอยู่บ่อยๆ ไม่จำเป็นต้องซ้อมร้องมันตอนที่ไม่พร้อมจะร้องแบบนี้หรอก แค่ครั้งเดียวในรายการวันนี้ก็พอ”

ถอนหายใจพลางส่ายหัวน้อยๆ ดึงเอาหูฟังที่เกี่ยวอยู่ที่หูของอีกคนออกก่อนจะกดปีกหมวกที่เพิ่งจะสวมให้อีกคนลงอีกโดยหวังว่ามันจะช่วยบดบังใบหน้าเหยเกจากการร้องไห้ไว้ได้บ้าง

 

...หนึ่งคืนสำหรับการร้องไห้ดูเหมือนจะยังไม่พอ...

 

 ใบหน้าน่ารักก้มต่ำลงก่อนจะเบะปากร้องไห้ออกมาอย่างไร้เสียง และเป็นอีกครั้งที่คนร่างสูงข้างตัวถอนหายใจ มือหนาโอบเอาศีรษะเล็กๆลงซบไหล่ก่อนจะหันไปจูบเบาๆลงบนหมวกสีเข้มของตัวเองโดยที่อีกคนไม่รู้ตัว

 

“ร้องไห้พอแล้วกลับมาเป็นพี่แบคฮยอนที่ร่าเริ่ง สนุกสนานไวๆนะ”

เสียทุ้มกระซิบบอกเสียงค่อยเพราะกลัวว่าคนอื่นๆจะได้ยิน และแบคฮยอนเพียงแค่พยักหน้าตอบเท่านั้น

 

...ขอบใจนะจงอิน...

.

นิสัยเสียของ โด คยองซู

.

.

“นี่เช้าวันใหม่แล้วนะ”

เสียงทุ้มพูดขึ้นลอยๆขณะที่แกว่งมือเล็กๆที่เกาะกุมเอาไว้ไปมาเรื่อยๆระหว่างทางเดินแคบๆในตัวตึก ตาโตสบมองดวงตาของคนตัวสูงกว่าข้างกายก่อนจะเหยียดยิ้มและพูดตอบเบาๆ

 

“มันยังไม่ถึงเวลาครับ”

คนฟังทำหน้ามุ่ยลงทันทีเมื่อรู้ว่ายังต้องรอต่อไปอีก ก่อนจะยกมือขึ้นบีบจมูกของคนตัวเล็กไปหนึ่งทีและก้มลงเอาหน้าผากโขกเข้าที่หน้าผากมนอีกหนึ่งทีด้วยรู้สึกหมั่นเขี้ยว เรียกเสียงครางงุ้งงิ้งขึ้นจากลำคอคนของคนโดนกลั่นแกล้งได้ในทันที ปากอิ่มสีสวยยู่เข้าอย่างขัดใจก่อนทุบลงบนต้นแขนแกร่งของคนชอบแกล้งไปหลายที

 

สองเท้าของคนทั้งสิบสองชะงักหยุดเมื่อสองเท้าของคนที่เดินนำอยู่หน้าสุดหยุดลงตรงหน้าประตูห้องห้องหนึ่ง มืออวบอ้วนยกขึ้นจับลูกบิดประตูขณะที่หันมองเด็กๆในความดูแลทั้งสิบสองที่กำลังจ้องมองมาที่ตัวเองตาแป๋ว


“เอ้าๆ หลังประตูบานนี้ครั้งนี้ไม่ได้มีแต่พวกเรานะ แต่ยังมีแฟนคลับบางส่วนด้วย เพราะงั้นก็รักษาภาพพจน์กันหน่อย ใครรู้ตัวว่าอารมณ์ไม่ปกติก็รีบปรับซะ ทั้งสีหน้าท่าทาง ทุกอย่างเลยนะ” เสียงทุ้มของคนเป็นผู้จัดการร้องบอกเมื่อต่อไปจากตรงนี้เป็นส่วนที่ตนไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ หันไปมองแบคฮยอนที่ยังเอาแต่ก้มหน้าไม่สบตาใครมาตลอดตั้งแต่ลงจากรถ ถอนหายใจพร้อมส่ายหัวน้อยๆก่อนจะพูดต่อ “ทำงานด้วยความสนุกสนานนะ สู้ๆ EXO

 

เสียงกรีดร้องดังเกรียวกราวขึ้นทันทียามที่ประตูเปิดออกและสมาชิกทั้งสิบสองคนก้าวเข้ามา สองมือของชานยอลและคยองซูปล่อยจากกันโดยอัตโนมัติอย่างรู้หน้าที่

 

“รักนะ”

กระซิบเบาๆที่หูก่อนจะยิ้มกว้างกับทุกๆอากัปริยาที่แสดงออกบนใบหน้าของคนเป็นแฟนอย่างชัดเจนก่อนจะนั่งลงตรงตำแหน่งของตัวเองที่สต๊าฟของรายการจัดเตรียมไว้ให้ คนตัวเล็กไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่เม้มปากและอมยิ้มน้อยๆด้วยใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นและเดินผ่านไปยังเก้าอี้ตัวริมสุดที่เป็นของตัวเอง

 

“แหม ได้ยินนะ แต่ก่อนยังหวานกันแอบๆ ทำไม? เดี๋ยวนี้จะพัฒนามาหวานออกสื่อกันแล้วหรือไง?”

ลู่หานที่เพิ่งหย่อนตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ข้างๆกันแซวขึ้นพลางหรี่มองด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มทำเอาคนโดนแซวหน้าขึ้นสีขึ้นอีกระลอก เม้มปากเข้าอย่างเขินอายก่อนจะหันไปทุบลงบนหน้าขาของคนเป็นพี่เบาๆ

 

รายการเริ่มขึ้นด้วยการเกริ่นแนะนำสุดโอเวอร์ของดีเจผู้แสนอารมณ์ดี ก่อนจะตามด้วยการแนะนำตัวรายคนเหมือนอย่างเวลาที่ต้องไปออกรายการอื่นๆ คำถามต่างๆมากมายจากทางบ้านถูกสุ่มขึ้นมาถามในรูปแบบของเกมเพื่อให้รายการสนุกสนานและไม่น่าเบื่อ เสียงหัวเราดังขึ้นไม่ขาดอาจจะด้วยคำตอบและการพูดที่มีสไตล์ที่แตกต่างกันไปตามแต่สมาชิกแต่ละคน หรืออาจจะด้วยการเอ็นเตอร์เทนระดับมืออาชีพของตัวดีเจ หรืออาจจะเพราะทั้งหมดนั่น

 

เวลาดูจะผ่านไปรวดเร็วเพราะจนถึงตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่มากก็จะจบรายการแล้วเมื่อเสียงหัวเราะยังดังขึ้นอยู่ตลอดและมันดูเป็นธรรมชาติมากเสียจนเหมือนว่าจริงๆทุกอย่างมันปกติดีทั้งที่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย เพราะถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าแบคฮยอนผู้ร่าเริงที่วันนี้ถูกตั้งให้เป็นตัวหลักในการตอบคำถามดูจะไม่ค่อยช่างพูดเท่าไหร่ หรือถ้าพูดก็พูดแค่ประโยคสั้นๆเท่านั้น และแม้จะถูกแซวบ้างเรื่องบุคลิคที่เปลี่ยนไปแบคฮยอนก็ตอบแก้สถานการณ์ได้ด้วยดี เขายังยิ้มแย้มและหัวเราะได้อย่างเป็นธรรมชาติแม้ตายังบวมช้ำก็ตาม

 

“อา ถึงวันนี้เขาจะพูดน้อยแต่ก็ยังเป็นตัวหลักในปฏิบัติการสร้างเสียงหัวเราของเรานะครับ”

 

“แน่นอนครับ”

ขาดคำของดีเจแบคฮยอนก็ตอบกลับทันที พยักหน้าสนับสนุนคำตอบของตัวเองก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะและทุกคนก็หัวเราะไปตามๆกัน

 

“โอเค ถึงตอนนี้คุณยังอยู่กับผม และEXOทั้งสิบสองคนในรายการ Boom’s young street นะครับ จากเวลาตอนนี้ก็ เหลืออีกไม่มากนะ เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆนะเนี่ยผมรู้สึกว่าเราเพิ่งจะพูดเปิดรายการกันไปเมื่อไม่กี่นาทีนี่เอง” คนเป็นดีเจเกริ่นและสมาชิกคนอื่นๆโดยเฉพาะชานยอลและจงแดก็พยักหน้ารัวๆอย่างบ้าคลั่ง

“ได้ยินว่าวันนี้แบคฮยอนกับชานยอลเตรียมโชว์บางอย่างมาด้วย งั้นใช่มั้ยครับ?”

 

“อ่า ครับ วันนี้ผมจะร้องเพลง Love song ของรุ่นพี่ Bumkey แต่มันก็ไม่เชิงว่าได้เตรียมอะไรมากมายนะครับ จริงๆเพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมากเลยร้องมันอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะตอนอาบน้ำ หรือตอนไหนที่มีเวลาว่างๆ”

 

“อ๋า งั้นก็เหมือนว่าคุณซ้อมร้องมันอยู่ตลอดเวลาเลยซินะครับ งั้นวันนี้ต้องร้องออกมาได้ดีแน่ๆ?”

 

“ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นครับ ถ้าผมไม่อินจนร้องไห้กลางรายการซะก่อนผมว่ามันต้องออกมาดีแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ”

ตอบแบบทีเล่นทีจริงก่อนจะตามด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้งและอีกครั้ง

 

“แล้วคุณจะแสดงยังไงล่ะ ต้องเปิดซาวด์มั้ย?”

 

“ไม่ครับ เอ่อ.. ชานยอลจะเป็นคนเล่นกีต้าร์ครับ แบบไลฟ์โชว์ประมาณนั้น”

อธิบายเพิ่มอีกก่อนที่ชานยอลจะเสริมขึ้นบ้างในส่วนของตัวเอง

 

“ใช่ครับ ผมรู้สึกประหม่าจัง ฮ่าๆๆ สำหรับผมถึงจะเล่นกีต้าร์บ่อยแต่กับคอร์ดเพลงนี้ก็เพิ่งได้ลองเล่นเมื่อไม่นาน ผิดพลาดยังไงก็  ทำลืมๆไปนะครับ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งกับประโยคทิ้งท้ายของชานยอลก่อนที่คนทั้งคู่จะลุกไปยังจุดที่ถูกเตรียมเอาไว้สำหรับการแสดงนี้

 

แสงไฟในห้องถูกหรี่ลงก่อนจะสว่างขึ้นในจุดที่ชานยอลและแบคยอลนั่ง กีต้าร์ตัวโปรดที่หอบหิ้วไปด้วยทุกครั้งเวลาที่มีโชว์ร้อง/เล่นสด ถูกหยิบขึ้นตั้งบนหน้าขา นิ้วเรียวยาวจับคอร์ดไว้ รอยยิ้มเหยียดออกทันที่หันไปทางฝั่งที่สมาชิกคนอื่นๆนั่งอยู่และเห็นว่าคยองซูกำลังมองมา แต่โดยที่ไม่รู้ แบคฮยอนก็มองที่ชานยอลอยู่เหมือนกัน ลอบถอนหายใจน้อยๆเมื่อมองผ่านชานยอลไปก็เห็นว่าคยองซูก้มหน้าก้มตาเขินใหญ่เพราะโดนลู่หานที่นั่งข้างๆแซวไม่หยุดก่อนจะเปลี่ยนมาสนใจสิ่งที่กำลังจะต้องทำตรงหน้า

 

“อย่างที่บอกไม่เมื่อครู่นี้ เพลงนี้เป็นเพลงที่ผมชอบมาก เพราะคนที่ผมแอบชอบเอามาให้ฟัง นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักเพลงนี้ และนั่นคือสาเหตุว่าทำไมผมถึงชอบเพลงนี้มาก...” ขาดคำเสียงโห่ร้องก็ดังขึ้นทันทีและแน่นอนว่ามันเริ่มขึ้นจากกลุ่มแฟนคลับและตัวดีเจ นั่นทำให้สมาชิกคนอื่นๆที่จริงๆก็รู้ว่ามันไม่ได้น่าหัวเราะเท่าไหร่ เพราะคนที่แบคฮยอนหมายถึงก็คือ ชานยอล ต้องพลอยโห่ร้องตามไปด้วยเพื่อไม่ให้ดูผิดสังเกต

 

“งั้นมาฟังกันเลยครับ..Love song..”

 

เสียงกีต้าร์ดังขึ้นพร้อมกับที่คำแรกของเนื้อเพลงถูกเปล่งออกไป ตารีปิดลงทันทีที่เริ่มร้อง เนื้อเพลงที่เตรียมมาไม่ได้มีค่ามากไปกว่ากระดาษเปล่าหนึ่งแผ่นในเมื่อทุกคำที่เปล่งออกมามันออกมาจากใจไม่ใช่แค่การร้องตามเนื้อร้องไปเรื่อยอย่างน้องแก้วนกขุนทอง


เส้นขนตาที่เคยเรียงตัวสวยอยู่บนแก้มขาวเริ่มเกาะตัวเป็นช่อยามที่มันเริ่มเปียกชื้นเพราะน้ำตาที่เริ่มซึมออกมาอย่างเงียบๆ แบคฮยอนยังคงคุมเสียงได้ดีแม้จะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังร้องไห้ เขาไม่ได้ยกมือชึ้นเช็ดมันหากแต่ยังปล่อยให้มันค่อยๆไหลไปเรื่อยแบบนั้นเพราะกลัวว่าจะผิดสังเกตุ และมันดูจะเป็นไปได้ด้วยดีเมื่อคนอื่นๆก็ดูจะไม่รู้จริงๆ กระทั่งชานยอลที่นั่งอยู่ข้างๆกัน จะยกเว้นก็แต่คนคนหนึ่ง คนที่เคยใกล้ชิดกับแบคฮยอนที่สุดในฐานะเมนโวคอล โด คยองซู

 

“ร้องไห้”

เสียงเล็กพึมพำกับตัวเองก่อนจะเม้มปากแน่น

 

“หืม? ว่าไงนะ”

 

“เปล่าครับ”

 

“อ้าว จะไปไหนน่ะ อีกเดี๋ยวก็จะจบเพลงแล้วนะ”

 

“แฮะๆ ไปห้องน้ำครับ อยู่ๆก็ปวดขึ้นมา จะรีบกลับมานะครับ”

กระซิบตอบลู่หานที่นั่งอยู่ข้างกัน เม้มปากแน่นตามความเคยชินหลังจากนั้นก่อนที่ร่างเล็กๆจะยันตัวขึ้นลุกจากเก้าตัวเองออกไปจากห้องอัดรายการท่ามกลางสายหลายคู่ แน่นอนว่าหนึ่งในสายตาเหล่านั้นก็มีสายตาของ ปาร์ค ชานยอลด้วย ที่มองตามไปจนประตูที่ถูกเปิดออกปิดลง


ตาโตของคนที่มือยังคงกำคอร์ดกีต้าร์เบิกกว้างขึ้นอย่างตั้งคำถามยามที่มองไปยังลู่หานอย่างขอคำตอบ แต่แน่นอนว่าตอนนี้ลู่หานคงจะยังตอบอะไรไม่ได้เพราะเสียงทั้งหมดกำลังออกอากาศอยู่และถ้าลู่หานพูดอะไรออกไปมันคงถูกออกอากาศไปพร้อมกับเสียงเพลงและเสียงกีต้าร์ของแบคฮยอนและชานยอลแน่ๆ

 

“เดี๋ยวฉันไปเอง”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้คนหน้าสวยต้องหันไปมองและพบว่าคนนั้นคือคริส เขาสงภาษาใบ้ที่ไม่รู้ว่าชานยอลจะเข้าใจหรือเปล่าไปให้คนที่ยังมีหน้าที่ต้องทำและไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้ว่า จะตามไปดูให้เอง ก่อนเดินหายออกไปจากห้องอีกคน

 

ที่บันไดหนีไฟที่เชื่อมต่อระหว่างชั้นสองกับชั้นสาม ดูเผินๆเหมือนว่าคยองซูกำลังนั่งเล่นมือถือธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าจริงๆแล้วเขากำลังเปิดแอพฟังวิทยุออนไลน์ของรายการที่กำลังออนแอร์อยู่ตอนนี้

เสียงของแบคฮยอนและเสียงกีต้าร์ของชานยอลยังคงดังอยู่ และตามที่ได้ยิน

 

...แบคฮยอนยังคงร้องไห้อยู่ กระทั่งตอนนี้...

 

ปากอิ่มเม้มเข้าเมื่อเสียงเพลงของแบคฮยอนมันเหมือนกำลังกรีดแทงหัวใจอย่างช้าๆ มือเล็กยกขึ้นกำอกเสื้อจนยับ ในอกรู้สึกปวดหนึบไปหมดจนต้องปล่อยน้ำตาออกมาแม้จะรู้ว่ามันไม่ช่วยอะไร

ถึงแม้จะรู้สึกโกรธ แต่ที่ตีคู่กันมากับความรู้สึกนั้นด้วยคงไม่พ้นรู้สึกเห็นใจ เขารู้ว่าการที่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้นมันรู้สึกยังไง จึงได้แต่หนีออกมาและร่วมเจ็บปวดไปด้วยอย่างเงียบๆแบบนี้

 

“ไง”

ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นกับเสียงที่ดังขึ้นจากข้างหลัง มือเล็กยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะเงยขึ้นมองคนที่ยืนอยู่ในจุดที่สูงกว่าที่กำลังก้าวลงบันไดมาทีละขั้นๆและหย่อนตัวลงนั่งเมื่ออยู่ในขั้นบันไดขั้นเดียวกัน

 

“นายควรจะอยุ่ที่ห้องน้ำไม่ใช่หรอ แล้วทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ?”

ถามขึ้นพลางก้มตัวลงค้ำศอกลงบนหน้าขาก่อนจะหันมองคู่สนทนาตัวเล็กที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่ข้างๆ

 

“พี่แบคฮยอนร้องไห้”

 

“หืม?”

 

“พี่แบคฮยอนร้องไห้ครับ เสียงเขาสั่น ถึงจะแค่นิดหน่อยแต่ผมก็ฟังออก”

 

“ก็เลยหนีออกมาเพราะไม่อยากได้ยินงั้นหรอ? แต่นายฟังออนไลน์อยู่นี่นา?”

 

“ไม่รู้ซิครับ ผมแค่ไม่อยากอยู่ตรงนั้น ผมอาจจะแค่คิดมากไปแต่ ผมรู้สึกผิดมาตลอดเลยถึงแม้พี่ชานยอลจะบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดผม”

 

“รู้สึกผิด? เรื่อง?”

 

“ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นคนแย่งพี่ชานยอลมา..”

ถึงตรงนี้มือเล็กก็ยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างอีก ไหล่เล็กไหวน้อยๆยามที่เริ่มมีอาการสะอึกสะอื้น

 

“โอ๋เอ๋ นี่ตั้งแต่คบเจ้าชานยอลนายดูจะเจ้าน้ำตาขึ้นนะเนี่ย” เอ่ยแซวพลางยกมือขึ้นโยกศีรษะของคนตัวเล็กข้างตัวไปมา “คิดมากน่า เท่าที่ฉันรู้ชานยอลเป็นคนสารภาพรักกับนายก่อนนี่นา แล้วก่อนนี้สองคนนั่นก็ไม่ได้คบกัน แล้วตรงไหนล่ะที่บอกว่านายไปแย่งมา? ไม่เห็นจะมี เลิกคิดมากได้แล้ว ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรด้วย นายคบกับชานยอลอย่างถูกต้องนะ คนที่ต้องรู้สึกผิดควรจะเป็นแบคฮยอนมากกว่า” เขาเว้นช่วง ถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ “ถึงจะน่าสงสารก็เถอะ”

 

ความเงียบค่อยๆโรยตัวลงปกคลุมระหว่างคนทั้งคู่เมื่อคริสไม่ได้พูดอะไรต่อและคยองซูเพียงแค่นั่งฟังเพลงที่แบคฮยอนร้องและปล่อยน้ำตาให้ไหลไปเรื่อยอย่างเงียบๆ

เวลาผ่านไปโดยมีเสียงร้องและเสียงกีต้าร์ที่คุ้นเคยดีเป็นแบคกราวด์ระหว่างคนทั้งสอง อาการสะอึกสะอื้นค่อยๆสงบลง หลังมือยกขึ้นปาดเช็ดน้ำตาที่ปริ่มอยู่ที่ขอบตาเป็นครั้งสุดท้ายหลังจากที่เพลงจบลงและตัดเข้าสู่ช่วงพูดคุยและตอบคำถามตามปกติไปแล้วครู่หนึ่ง

 

ร่างสองร่างผุดลุกขึ้นจากขั้นบันไดที่เคยนั่งก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นที่อยู่สูงขึ้นไป บทสนทนาดังขึ้นสลับไปมาจากคนทั้งคู่และหนึ่งในนั้นคือเรื่องที่เป็นเหตุผลว่าทำไมพักหลังคยองซูถึงอยู่กับคริสบ่อยนัก

 

“แล้วสรุปรู้แล้วยังว่าจะให้อะไรชานยอลมัน วันนี้แล้วนี่ ยังหาเวลาออกไปหาซื้อไม่ได้เลยนี่นา”

คนโดนถามพยักหน้าอย่างเซ็งๆ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องโปรโมทเพลงใหม่อย่างอือรือรองพอดีเลยแทบไม่มีเวลาปลีกตัวไปทำอย่างอื่นเลย

 

“แล้วคิดว่าจะให้อะไรล่ะ? ฝากผู้จัดการไปซื้อให้มั้ย?”

เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆสนับสนุนคำพูดที่เป็นประโยคคำถามของตัวเองคนโดนถามเบิกกตาโตก่อนจะก้มหน้าลงน้อยๆ หลุบตาลงต่ำ รอยยิ้มจะเหยียดออกน้อยๆกับตัวเอง

 

“ก็นั่นซินะครับ”

 

“ห้ะ? คำตอบแบบนั้นหมายความว่ายังคิดไม่ออกงั้นใช่หรือเปล่า? แล้วแบบนี้นายจะมาปรึกษาฉันทำไมเนี่ย อุตส่าห์แนะนำไปตั้งเยอะแยะ”

ส่ายหัวน้อยๆก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อคยองซูเพียงแค่หัวเราะแฮะๆกลับมา

"งั้น...ง่ายๆเลย ลองแบบนี้เป็นไง....."

 

.

.

รายการจบลงหลังจากที่ทั้งคู่กลับเข้าไปไม่นานหลังจากนั้น รถมินิแวนคันแรกเคลื่อนออกจากลานจอดรถก่อนจะตามด้วยคันที่สองและเพียงไม่นานก็ถึงหอพักที่เป็นจุดหมายปลายทาง

 

อาหารที่ถูกตระเตรียมไว้ให้โดยคนเป็นผู้จัดการถูกฟาดเรียบแทบจะทันทีที่วางเพราะความหิว และเพราะพรุ่งนี้ก็เป็นอีกวันที่ยังต้องเหนื่อยกับการตระเวณเดินสายโปรโมท ไหนจะรายการวิทยุ ไหนจะมีอัดการายเพลงอีก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหลังจากท้องอิ่มแล้วทุกคนจึงรีบแยกย้ายกันจัดการตัวเองและเข้านอนแทบจะทันทีจะยกเว้นก็แค่สองคนที่ยังมีเรื่องต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง

 

“กำลังจะหมดวันแล้วนะ ไหนล่ะที่จะบอก”

เสียงทุ้มกระซิบลงข้างหูก่อนที่สองแขนจะกอดรัดร่างเล็กๆไว้จากด้านหลัง ขโมยหอมแก้มใสของคนรักไปหนึ่งทีก่อนจะเหยียดยิ้มน้อยๆ คนโดนจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวร้องอุทานเบาๆเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดรอบเอว มือบางที่กำลังจะยื่นไปบิดลูกบิดเปิดประตูห้องน้ำตรงหน้าหดกลับมากอดทับบนท่อนแบนแกร่งโดยอัตโนมัติ ร้องครางราวกับกำลังต่อต้านขัดขืนก่อนจะพลิกตัวกลับมาหา

 

“รอผมอาบน้ำก่อนได้มั้ยครับ นะๆ อาบเสร็จผมสัญญาเลยว่าจะบอก”

นิ้วก้อยเล็กๆถูกยื่นไปให้คนร่างสูงตรงหน้า ส่งสายตาออดอ้อนไปให้โดยหวังว่าอีกคนจะยอมให้ตัวเองอีกครั้งแต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่ามันจะให้ผมตรงกันข้าม ฟันคมกัดลงบนปลายนิ้วอย่างหยอกๆ ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกโดยมือหนาก่อนที่ร่างเล็กๆจะถูกดันเข้าไปข้างใน

 

“ไม่รออีกแล้ว ต้องเดี๋ยวนี้”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นชิดหูเรียกให้ขนอ่อนบริเวณต้นคอลุกชันขึ้นอย่างง่ายดายเมื่อสิ่งกระตุ้นปฏิกิริยาของร่างกายนั้นไม่ได้มีแค่เสียงที่ดังขึ้นข้างหูเท่านั้น หากแต่ยังมีผิวสัมผัสนุ่มหยุ่นของริมฝีปากและความรู้สึกเปียกชื้นของเรียวลิ้นอีกด้วยที่ทาบทันลงมาบนใบหู

มือเล็กยกขึ้นปิดหูของตัวเองทันที ใบหน้าร้อนวูบก่อนจะแดงเห่อขึ้นในความมืดของห้องน้ำที่ถูกดันเข้ามาทั้งที่ไม่ทันได้เปิดไฟด้วยซ้ำ

 

“ถึงเวลาบอกความจริงแล้วคยองซู และถ้าคำตอบไม่น่าพอใจนายจะต้องถูกลงโทษ”

พูดขึ้นอีกขณะที่ขยับพาร่างของตัวเองเดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็กที่ถอยกรูดไปตั้งหลักเสียไกลจนสุดกำแพง

 

รอยยิ้มเหยียดออกน้อยท่ามกลางความมืดที่สายตาเริ่มคุ้นชินแล้ว ตาโตเบิกกว้างก่อนจะหลับตาแน่นเมื่อปลายนิ้วเรียวยาวกำลังดันปลายคางของตัวเองให้เชิดขึ้น

 

“ตอบมาซิ คยองซู”

ใบหน้าน่ารักหันหลบไปอีกทางเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสเปียกชื้นบนใบหูอีกครั้ง มือเล็กขยับขึ้นกำอกเสื้อของร่างสูงตรงหน้าอย่างลืมตัวขณะที่สัมผัสนั้นยังคงดำเนินไปเรื่อย จากใบหูมายังแก้มขาวและหยุดอยู่ที่ปากอิ่มอยู่ครู่ใหญ่

 

เสียงดังจุ๊บจั๊บจากการจูบดูจะดังมากเมื่อห้องนั้นคือห้องที่เปิดทึบรอบด้านและมันเงียบสนิท เสียงครางดังอื้ออึงในลำคอเมื่อลิ้นหนายังรุ่งไล่ตวัดเกี่ยวต้อนปลายลิ้นเล็กไปเรื่อยราวกับต้องการต้อนให้จนมุม มือหนาที่เคยยันกำแพงยามที่คร่อมขวางร่างเล็กตรงหน้าไว้เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายมายังผิวเนื้อนิ่มใต้เสื้อยืดแขนยาวสีขาวที่ยังสวมปิดบังร่างกายไว้ ตาโตที่ยังหลับพริ้มหลบซ่อนอยู่ใต้เปลือกตาบางกระตุกวูบพร้อมหัวคิ้วที่ขมวดเข้ามากขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสจากปลายนิ้วของอีกคน

หน้าผากมนซบพิงไปกับอกกว้างของร่างตรงหน้า หอบหายใจอย่างหนักหลังจากที่ตัดสินใจเบือนหน้าหลบจูบที่หนักหน่วงและยาวนานจนแทบขาดใจนั่นมาแล้ว เสียงหัวเราะดังขึ้นจากคนตัวสูงก่อนที่มือหนาที่เคยใช้ประคองใบหน้าของคนตัวเล็กไว้จะเปลี่ยนมาลูบลงบนศีรษะของร่างที่กำลังอาศัยอกของตัวเขาเองเป็นหลักยึดอย่างเบามือ จูบเบาๆลงบนกลุ่มผมนุ่มที่ยังคงหอมอยู่แม้เวลาจะผ่านไปเป็นวันแล้วก็ตามก่อนจะลอบยิ้มคนเดียวอย่างเงียบๆ

 

“สงสัยเราจะห่างหายไปนานนะ แค่นี้นายก็เหนื่อยซะแล้ว มารื้อฟื้นกันหน่อยดีมั้ย?”

ความเจ็บที่หน้าอกจากการโดนกำปั้นเล็กๆทุบลงเพื่อระบายความเขินคือคำตอบของประโยคคำถามนั้น คนโดนทุบหัวเราะน้อยๆก่อนที่มือที่ลูบอยู่บนกลุ่มผมนุ่มจะเปลี่ยนเป็นยีผมเล่นด้วยรู้สึกหมั่นเขี้ยวแทน

 

“ขี้โกง บอกให้ผมบอกแต่พี่เล่นจูบผมแบบนี้แล้วผมจะบอกได้ยังไงเล่า”

ไม่ว่าเปล่า มือเล็กยังทุบลงมาบนอกแกร่งที่ตัวเองซบอยู่อีกหลายที ก่อนจะตามเอาหัวโขกตามไปอีกทีแล้วจึงยันตัวออกไปยืนยู่หน้า พิงกำแพงเหมือนเดิม

 

“โอ้ยๆๆ ทุบบ่อยๆเกิดช้ำในตายไปจะทำไง เป็นซาดิสม์ไปแล้วหรอไงน่ะ ติดมาจากพี่ลู่หานใช่มั้ยเนี่ย พรุ่งนี้ต้องจัดการพี่ลู่หานด้วยซักหน่อยละ”

เสตามองทางอื่นอย่างคนกำลังคิดวางแผนสิ่งที่คิดจะทำในเช้าวันพรุ่งก่อนจะหันมาสนใจร่างเล็กๆตรงหน้าต่อ

 

“ไม่เกี่ยวกับพี่ลู่หานซักหน่อย ถ้าพี่ว่าพี่ลู่หานผมจะตีให้ตายไปตรงนี้เลย”

เสียงเล็กสวนกลับทันควันก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่ลืมที่จะฝากหมัดไว้บนหน้าอกคนตรงหน้าไว้อีกหมัดเป็นของแถมก่อนจะโดนมือใหญ่คว้าจับข้อมือไว้ได้ และไม่ว่าจะขืนดึงรั้งข้อมือตัวเองคืนเท่าไหร่ก็เท่านั้น

 

...เสียแรงเปล่า...

 

“ทำเป็นพูดดีไปเถอะ ใครกันนะ แค่โดนฉันเมินยังร้องไห้แทบตายน่ะ หืม??”

เสียงทุ้มยอกย้อนกลับไปด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะเหยียดยิ้มอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า ปากอิ่มยู่เข้าน้อยๆเมื่อรู้ตัวว่าตกเป็นรองอีกแล้ว ท่อนแขนเล็กพยายามขืนชักมือข้างที่โดนพันธนาการไว้คืน หวังจะทุบคนตรงหน้าอีกครั้ง และอีกครั้งที่มันก็เปล่าประโยชน์ เสียงหัวเราะดังขึ้นจากคนร่างสูงตรงหน้าอีก ก่อนจะยอมปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระอีกครั้งและเป็นไปตามคาด ทันทีที่ปล่อยมือก็โดนทุบเข้าให้อีกทันที

 

“ถ้าทุบอีกทีจะจับมัดแล้วทำมิดีมิร้ายซะเลย เอาให้ร้องครางจนเสียบแหบแห้งจนร้องเพลงโชว์ในรายการพรุ่งนี้ไม่ได้เลย ดีมั้ย?” เว้นช่วงหัวเราะอีกเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนอีกคน

ชานยอลดูจะอารมณ์ดีเสมอเมื่ออยู่ใกล้กับคยองซู เหตุผลหนึ่งเพราะคนตัวเล็กตรงนี้ขี้เขินขี้อายและนั่นก็กระตุ้นต่อมชอบแกล้งของชานยอลมากๆ ส่วนอีกเหตุผล...มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรอที่จะอารมณ์ดียามที่ได้อยู่ใกล้ๆกับคนที่รัก??

 

“เอาล่ะๆ ฉันจะเปิดโอกาสให้นายบอกละ ว่าเหตุผลที่ตามติดพี่คริสแจขนาดนั้นคืออะไร แล้วทำไมถึงต้องบอกวันนี้”

 

“ พี่จำได้มั้ยครับว่าวันนี้วันอะไร?”

ตากลมโตดูเปล่งประกายขึ้นยามที่ปากอิ่มเอ่ยตั้งคำถาม คนโดยถามเลิกคิ้วก่อนจะเสตามองทางอื่นอย่างทุกทียามที่สมองกำลังใช้ความคิด

 

“อืมมมมม วันอะไรน้า”

ลากเสียงยาวพลางสบตากลมโตของร่างเล็กตรงหน้าเป็นครั้งคราว คนที่กำลังรอคำตอบยู่ปากน้อยๆก่อนจะว่าขึ้นบ้าง

 

“พี่ลืมอีกแล้ว เดือนที่แล้วก็ลืม”

หลุบตาลงต่ำ ถอยหายใจราวกับกำลังผิดหวังก่อนจะทุบลงอกกว้างอีกครั้ง

 

“น่ะ เลิกทำร้ายร่างกายกันได้แล้วน่า แค่แกล้งเล่นเฉยๆเอง”

 

“งั้นวันนี้วันอะไรครับ?”

 

“ก็วันที่ฉันขอให้นายมายืนข้างฉันในฐานะ คนรักยังไงล่ะ” พึมพำเสียงค่อยขณะที่ก้มลงจรดหน้าผากของตัวเองลงบนหน้าผากมนของคนซาดิสม์ตัวน้อยตรงหน้า สองแขนแข็งแรงดึงร่างบอบบางมากอดไว้แน่นก่อนจะจูบตามลงไปเบาๆ “ไม่มีวันลืมซ้ำสองหรอกน่า”

 ปากอิ่มของคนฟังเม้มเข้ากับคำพูดชวนจั๊กจี้ทั้งหมดนั่น ใบหน้าพลันร้อนวาบจนถ้าคิดว่านี่คือฉากหนึ่งในหนังสือการ์ตูนคงจะเห็นว่าบนผิวหน้าคยองซูกำลังมีควันจากความร้อนลอยเห่อขึ้นมาแน่ๆ หัวใจเริ่มทำงานหนักขึ้นเมื่อสมองกำลังบอกว่าเสียงทุ้มที่ได้ยินมีผลต่อความรู้สึกของตัวเองแค่ไหน

 

“แล้วยังไงต่อล่ะ มันเกี่ยวกับที่นายต้องไปตามติดพี่คริสยังไง?”

 

“ผมแค่ไปขอคำปรึกษา ว่าผมควรจะให้อะไรพี่ดี”

อธิบายพลางช้อนตาขึ้นมองดวงตาของอีกคนที่กำลังมองมาอย่างคนที่กำลังรอฟังคำตอบ

 

“แล้ว พี่คริสบอกว่าไงล่ะ?”

 

“ก็..ตอนแรกก็บอกว่าให้ซื้อหมวกให้ซักใบก็พอ ต่อมาก็บอกว่าแว่นกันแดด เสื้อคู่ สร้อยข้อมือ ต่อมาก็..”

 

“ยังมีอีกหรอ??”

 

“อื้อ” พยักหน้ารับก่อนจะก้มลงไม่ยอมสบตา “วันนี้..ก็บอกว่า...”

 

“ว่า?”

 

“ให้ผมผูกโบว์ตัวเอง..ให้พี่เป็นของขวัญ”

อีกครั้งที่ใบหน้าพลันร้อนวาบขึ้นอีก คนฟังเลิกคิ้วกับคำพูดนั้น หัวเราะในลำคอก่อนเชยคางมนของคนตรงหน้าขึ้น

 

“อันที่จริงมันก็เข้าท่านะ ไม่คิดงั้นหรอกหรอ หืม?”

 

“ไม่ซักหน่อย”

ทำท่าจะทุบคนช่างแซวตรงหน้าอีกก่อนจะโดนมือใหญ่หยุดไว้ได้

 

“ฮ่าๆๆๆๆ ไม่ก็ไม่ แล้ว..สรุปว่าเตรียมอะไรไว้ให้ฉันล่ะ?”

 

“ปิ๊กกีต้าร์ครับ มีห่วงคล้องกับสร้อยคอได้ด้วย ผมแวะซื้อที่ร้านขายเครื่องดนตรีที่ใต้ตึกXXตนไปอัดรายการวิทยุวันนี้ มันอยู่ที่ห้อง ผมถึงบอกว่าให้รอผมอาบน้ำเสร็จก่อน”

ยู่ปากน้อยๆเมื่อคิดไปถึงตอนก่อนที่จะถูกร่างสูงตรงหน้าฉุดให้เข้ามาในห้องน้ำ อีกครั้งที่เสียงหัวเราะดังขึ้น

 

“อันนั้นยังไงเดี๋ยวก็ต้องได้จากนายอยู่แล้วนี่นา ช้าเร็วก็ไม่ต่างกันหรอก แต่ฉันกับนายในช่วงเวลานี้ ไม่มีช่วงเวลาไหนมาแทนได้” กระซิบเบาๆข้างหูขณะที่สองแขนก็กระชับกอดร่างเล็กๆไว้อีกครั้ง รอยยิ้มเหยียดออกบางๆบนใบหน้าหล่อเมื่อคนตัวเล็กยกแขนขึ้นกอดตอบและซุกหน้าลงกับอกกว้างของตัวเอง “ขอบคุณนะที่คอยใส่ใจฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้เหมือนอย่างที่นายให้ฉันอยู่เสมอ ที่ฉันมีก็แค่คำพูดและการกระทำที่อยากจะให้นายเชื่อ ว่าฉันจะมีแต่นายไม่ว่าในชีวิตนี้จะยังต้องพบเจอใครอีกมากเท่าไหร่ จะรักแต่นาย จากนี้จนตลอดไปเลย คยองซู ฉันรักนาย”

 

“ผมก็รักพี่ พี่ชานยอล”

 

.

.

“ที่ฉันทำมันทำให้พวกนายยิ่งรักกันมากขึ้น งั้นซินะ”

เสียงเล็กพึมพำขึ้นกับตัวเองขณะที่มือบางยังคงปิดปากตัวเองราวกับไม่ต้องการให้มีเสียงอะไรหลุดรอดออกมา เสียงครางของคนเป็นน้องที่ดังแว่วมาเข้าหูเป็นระลอกยิ่งบีบคั้นให้น้ำตายิ่งไหลแต่ที่ยิ่งทำให้น้ำตาไม่อาจหยุดไหลได้เลยดูจะเป็นเสียงของชานยอลที่ดังสลับกันตลอดกับเสียงเล็กๆของคยองซู

 

...เสียงนั่นที่เคยดังขึ้นสลับกับเสียงตัวเอง แต่ต่อจากนี้ไปมันจะไม่มีวันเป็นแบบนั้นอีกแล้ว...

 

 ไหล่เล็กไหวน้อยๆตามแรงสะอื้นเมื่อไม่ว่าจะต้องปวดใจเท่าไหร่กับการที่รู้ว่าอะไรกับกำลังเกิดขึ้นด้านหลังประตูที่ตัวเองพิงอยู่ แต่สองขาก็ไม่คิดก้าวห่างออกไปจากตรงนี้ หน้าประตูห้องน้ำนี่เลยแม้แต่น้อย

 

“พี่ เลิกตอกย้ำตัวเองแบบนี้แล้วไปนอนเถอะครับ”

เสียงทุ้มของใครบางคนร้องบอกหลังจากที่ปิดประตูห้องของตัวเองลงก่อนที่สองขาจะหยุดนิ่งลงตรงหน้าของร่างเล็กที่กำลังคุยด้วย ใบหน้าหวานที่เปราะเปื้อนไปด้วยน้ำตาส่ายไปมาเป็นคำตอบขณะที่ยังปล่อยให้เม็ดน้ำมากมายซึมออกมาจากตารีอยู่เรื่อยๆ ลมหายใจผ่อนออกจากคนร่างสูงกว่าตรงหน้าก่อนที่สองเท้าจะก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนชิด ตารีฉ่ำน้ำเบิกกว้างขึ้นเมื่ออยู่ๆใบหน้าหล่อคมเข้มก็โน้มลงมา ใกล้จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอบอุ่มที่รดรินอยู่ข้างแก้ม มือหนายื้อเอามือบางที่กุมปิดริมฝีปากออกก่อนจะประกบจูบลงไปแผ่วเบา

หัวใจที่ยังเต้นอยู่ได้เพราะความเจ็บปวดที่หล่อเลี้ยงมาเป็นเดือนๆพลันกระตุกวูบก่อนจะเต้นตูมตามจนรู้สึกเจ็บ

 

“เลิกมองคนที่เขาไม่มองพี่ แล้วมองผมที่มองแต่พี่มาตลอดได้แล้ว...”



...จงอิน...

 

 นิสัยเสียของ โด คยองซู

END






TALK

จบเรื่องแบบเหมือนว่าจะมีตอนต่อ???? 555

อ่า เรื่องนี้ ในที่สุดก็มีตอนที่
3 มันผิดคาดมาก เพราะพล็อตที่คิดไว้ว่าจะแต่งตอนที่3จริงๆไม่ใช่แบบนี้เลย เรื่องนี้เกิดจากเพลง Love song ล้วนๆ จริงๆคิดว่าจะจะให้ซีนที่ร้องเพลงนั้นเป็นจุดพีค แต่พอแต่งไปแต่งมา.... นอกเรื่องเหมือนเดิมจ้า เราเป็ฯประเภทแต่งไปเรื่อยเปลี่ยนไปเรื่อยตามอารมณ์ ไม่ดีเลย

 

ตอน3นี้ค่อนข้างต่างไปจากตอนอื่น ตั้งแต่การเขียนที่เปลี่ยนจากการเล่าเรื่องในมุมมองของน้องโด้ มาเป็นแบบบรรยาย จริงๆเรารู้สึกคิดผิดนิดหน่อยที่ใช้แบบบรรยาย รู้สึกว่าทำให้เรื่องดูโตกว่าเดิมไปเยอะ ถ้ามีโอกาสได้ต่อตอน4จะเขียนแบบนั้นละกันนะ ถึงจะไม่ถนัดแบบเล่าเรื่องมากๆก็เถอะ

 

ตอนนี้ก็รู้สึกห่วยๆอีกแล้ว รู้สึกว่าเขียนยากด้วยแต่งไปก็เครียดไปเหมือนว่าหงอกจะขึ้นหัวอีกหลายเส้นสำหรับ5วันของการแต่งเรื่องนี้ ก็หวังว่าจะไม่ห่วยเกินจะรับไหวนะคะ

 
ปล.ตอนนี้น้องไม่ได้แสดงนิสัยเสียอะไร เราแค่อยากจะหยิบเอาความต่อเนื่องของตัวละครตรงที่ชานรักน้อง แบครักชานมาแต่งเฉยๆ แฮะๆๆ


ปล. อีกที มันเป็นเรื่องสั้นที่ยาวมากอีกแล้ว ซอยเป็นพาร์ทนี่ได้ซัก3ตอนอ่ะ แต่ ขก ก็รวดเดียวจบแล้วกันนะ 55


 

ENJOY READINGค่ะ หวังว่าจะจอย-___-

 
© Tenpoints!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

487 ความคิดเห็น

  1. #487 chicken (@tiwly30039) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 21:14
    จงอินของน้องง คนดีจริงๆ TT สรุปแล้วก็เข้าใจผิดนั่นแหละ ทำไมไม่เชื่อใจน้องล่ะชานยอล!!!
    #487
    0
  2. #475 SirimaHongngam (@SirimaHongngam) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 21:07
    ไรท์แต่งดีมากกฟินหนักมากกกชอบๆๆ
    #475
    0
  3. #422 hzt_s (@champ-sone) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 13:25
    ฟินกับชานซู >< 
    #422
    0
  4. #413 Wanilla (@mewziic) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มีนาคม 2558 / 17:58
    โอ้ยยยยยยยยยย สุดยอดเลยค่ะ เป็นช็อตฟิคที่ดีงามสนุกมากถึงมากที่สุด ถึงตอนนี้จะไม่ได้มีนิสัยเสียของคยองซูมาเกี่ยวข้องก็ตาม
    มันรู้สึกถึงความหึงหวงของคนรัก ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ต้องกราบขอบพระคุณพี่คริสงามๆที่คอยดูแลน้องคยองตลอด
    พี่คริสนี่เรียกได้ว่าเป้นตัวแปรสำคัญตัวนึงเลย
    ต้องขอบคุณเซฮุนและลู่หาน(โดยเฉพาะพี่ลู่)ที่เป็นตัวชงตัวช่วยแสนดี (แถมพอช่วยให้เค้าดีกันยังมาถูกเค้าจูบโชว์อีก) ฮ่าๆ
    และคนสุดท้ายแบคฮยอนผู้น่าสงสาร นางน่าสงสารจริงๆนะ แต่การกระทำของนางมันหน้าหมั่นไส้ไปพร้อมๆกัน จริงๆนางไม่ผิดนะที่จะรักชานยอล แต่พี่ชานดันไม่ไดรักนางนี่สิ ถ้าจะโทษว่าใครผิดก็คงเป้นหัวใจที่ไม่ตรงกันหล่ะมั้ง?
    ชอบประโยคที่พี่คริสพูดกับคยองซูว่า จริงๆแล้วมันไม่ใช่ความผิดของคยองซู เพราะคยองคบกับพี่ชานอย่างถูกต้อง คนที่ควรรู้สึกผิดน่าจะเป็นแบคมากกว่า แต่จริงๆแล้วแบคนางก็แอบน่าสงสารนะ เพราะอิพี่ชานคนเดียวเลย ถถถถถถ ไม่ชอบเค้าแต่เจือกไปมีอะไรกับเค้าคิดว่าเป็นการระบายความใคร่ เรื่องเลยเลยเถิดไม่จบไม่สิ้น ไปรักกับนีนี่ซะเถอะนะแบค ชีวิตจะได้ดีขึ้น อิอิ
    ชอบมากค่ะ สู้ๆนะคะ รอเรื่องเด็ดๆต่อไป
    #413
    0
  5. #263 Numwaen (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 22:26
    ยอลขี้หึงเหมือนกันนะเนี่ย น้องร้องไห้ใหญ่เลยโดนยอลเมินน่ะ

    แต่ผ่านการงอนกันครั้งนี้ไปได้ ดูจะเข้าใจกันมากกว่าเดิมนะ

    สงสารแบคนะ แต่เค้าไม่ได้รักเราอ่ะเนอะ ทำไงได้ล่ะ นอกจากทำใจ

    ลองเปิดใจ แล้วมองคนที่คอยยืนอยู่ข้างๆสิ คนๆนั้นเค้ารออยู่นะ

    เค้าเองเค้าไง เค้ารอแบคอยู่เองง่ะ กิกิ >ㅂ< ตุ้บบบ! #จงอินสอยร่วง

    ล้อเล่นน่า~ จบอินตะหากที่รออยู่น่ะ
    #263
    0
  6. #262 MindSJ (@200739) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 14:20
    โหยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย เปิดมาฟินคริสโด้เลย #โดนลีดเคตบ

    ชานยอลหึงน้องน่ารักอ่ะ แบคแกก็ตัดใจไปหาดำซะนะ

    รักไรท์ จุ๊บๆ
    #262
    0
  7. #261 Bai (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 02:14
    พี่ชานรักคยองซูมากสินะ หึงใหญ่เลย

    งี้แหละเนอะ อุปสรรคต่างๆทำให้รักกันมากยิ่งขึ้น T////T

    สงสารแบคฮยอนจัง แต่สุดท้ายก็มีจงอินที่คอยดูแล สู้ๆนะแบคฮยอนอ่า~

    #261
    0
  8. วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 14:38
    รออ่านเรื่องต่อไปนะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 สิงหาคม 2556 / 15:03
    #255
    0
  9. #254 Lilith (@Lilith) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 13:55
    บอกตรงๆ เราข้ามตอนแพคฮยอนไปเลย ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากช่วยแพคฟูมฟาย คือนิสัยไม่ดีเนอะ 55555555
    แล้วก็อ่านมาจนจบ หานิสัยเสียของโดคยองซูในเรื่องไม่เจอ ปรากฏว่าพี่เป้ไม่ใส่...ฮาเบย
    เหมือนว่าจะหลุดเกือบได้ฉากอัศ จ. ร.หัน การัน ย. แต่ไม่ได้ บร๊ะ! เสี้ยด๋ายจัง...

    แต่ก็ลุ้นกับเรื่องพี่คริสกับชานยอลเหมือนกันนะ เพราะอ่านไปแทนที่จะเชื่อคนแต่ง
    นังบ้านี่ก็เอาแต่คิดว่าไม่หรอก พี่เป้อาจจะหลอกดาวก็ได้ พี่คริสเนี่ยนะจะไม่จีบคยอง
    สรุปคือ นังบ้านี่ลืมไปว่าพี่คริสแฟนลีดเค OTL

    ขนฟิคออกมาอีก เรารู้ว่าพี่เป้มีเยอะ ขนออกมาเยอะๆ >w<
    #254
    0
  10. #253 Funwhanpark (@funwhanpark) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 02:51
    ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนน มากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    เปิดเรื่องมาด้วยคริสโด้ พี่คริสอบอุ่นน่ากอดมาก อยากได้ #ผิด
    คยองน่าร้ากกกกก ดูเป็นเด็กใสๆ ที่ใส่ใจพี่ชาน งื้ออออออออ
    ชานยอลหล่อมากกกกกกกกกกกกกกก หึงได้หล่อที่สุด บ้าจิง
    ชอบบบบบบมาก แซ่บบบบบบบบบบเฟ่อ ขอได้ป่ะ #ไม่ใช่ละ
    ฉากตอนจะอาบน้ำนี่แบบ โฮ..... แทบลงไปดิ้น
    ผม อาบด้วยคนนะครับ ฮอลลลลลลลลลล *กรีดร้องโหยหวน*
    พอสักพัก อ้าว ไม่ใช่ เชร้ดดดดด 555555555555555555555
    ขอจูบหน่อย คิดถึง คืออัลไล ชั้นเขินนะพี่ชาย กรี๊สสสสสสสสส
    ฉากลากไปจูบในห้องน้ำนี่มันบั่บ ฟหกด่าสวงผปแอทมฝภถคตจ
    ทำมากกว่านั้นก็ไม่ได้ แง่งงงงงงงงงงงงงงงง #เม้นนี้เริ่มเรทละ

    ปล.ตอนหน้าเค้าขอไคแบคด้วยน้า ฮริ้งงงงงงงงงง
    #253
    0
  11. #252 GinG- (@parkyuchun-ging) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 21:12
    จริงๆ นะ เค้าก็ไม่คิดว่าจะมีตอนที่ 3 ^^

    ผ่านไป 3 เดือน ความรักของชานซูก็ยังหวานไม่เลิก พี่ชานก็ยังจ้องแต่จะกดคยองอยู่เรื่อย
    ส่วนคยองในเรื่องก็ใส 55555 อาจจะสวนกระแสตอนนี้มาก แต่เค้าก็ชอบนะ ชอบที่คยองคอยใส่ใจพี่ชาน
    ตอนต่อไปคงจะมีไคแบคให้เห็นใช่มั้ยคะ ^^

    ปล.ฟิคเรื่องนี้มาได้ถูกเวลามากคะ ขอบคุณจริงๆ ที่มอบยาวิเศษต่อชีวิตชานซูชิปอย่างเค้า
    ขอบคุณจริงๆ นะ
    #252
    0
  12. #251 chankyung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 18:50
    อั๊ยๆๆ ยอลหึงโหดอ่ะ อิอิอิ ทำน้องเสียน้ำตา นิสัย!!

    อินมากกับตอนที่ร้อง love song ยังกับเรื่องจริงเลย

    ดีนะที่เคลียร์กันได้ พี่คริสพระเอกมากค่ะ >w
    #251
    0
  13. #250 llSHININGBOYll (@sugar_sugar) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 18:37
    โง้ยยยยยยยยยยยยยย แบบว่าจะหมั่นไส้หรือสงสารหรืออะไรแบคฮยอนดี!?
    คือมันก็น่าหรอก ส่งรูปไปให้ชานยอลเข้าใจผิดอย่างนั้นทั้งๆที่ความจริงไม่มีอะไร
    เข้าใจนะว่ารักชานยอล แต่ตอนนี้ชานยอลมันรักคยองซูเว้ย! เป็นแฟนกันละด้วย
    แถมยังสามารถพลอดรัก(?)กันต่อหน้าเซฮุนลู่หานอีกด้วย กรี๊ดดดดด คือตายยยยย ;/////;
    ละแบบพี่คริสเหมือนจะมีประโยชน์นะ แต่เอาจริงไม่ค่อยมีอะ5555555
    ล้อเล่นนนนนนน ก็ถ้าไม่มีพี่คริสเรื่องนี้ก็ไม่เกิดป้ะ! (คือดีอ่อ?)
    แล้วตอนนี้! ตอนนี้เลยยยยยยยย จงอินพระเอกมากกกกกกก พธูธธธธธธธธ
    แสดงว่าที่ผ่านมาแกมองแบคฮยอนมาตลอดใช่ไหมมมมมมมมมม?????
    จริงๆเรื่องนี้คนที่เจ็บสุดเป็นจงอินป้ะวะ คือแบคไม่แม้แต่จะสนใจมันเลย
    จงอินต้องสู้นะเว้ย ทำให้แบคลืมชานยอลให้ได้ คยองซูจะได้ไม่รู้สึกผิดอะไรอีก
    ทั้งๆที่จริงคนทำให้คยองซูเป็นงี้ก็ชานยอลแหละ มันเริ่มก่อน55555
    รอนิสัยเสียโด คยองซูตอนหน้าฮะ งื้ออออออออออ เลิ้บ <3
    ป.ล.คยองซูขี้แงมาก ชานยอลต้องคอยปลอบน้องนะ!!!! ถถถถถถถถถถถถ
    #250
    0
  14. #249 kyupraew (@hankyupraew) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2556 / 18:25
    อร้ายยยยยยยยยยยยยยย สงสารแบคฮยอนมากอ่ะ



    แต่แอบเชียร์พี่คริสเบาๆด้วยแหละ 5555 



    ขอNCด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #249
    0