อาณาเขตต้องห้ามของมิลล่า:3

ตอนที่ 25 : เนื้อหาการสอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มี.ค. 57


อ.มิลเลอร์ วาเลน

ในห้องเรียนที่มีการพูดคุยจ้อกแจ้กดังไปทั่วห้องก็มีร่างของชายหนุ่มวัย 19 ก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียน ดวงตาสีอ่อนกวาดตามองไปรอบๆชั้นเรียนก่อนจะเอ่ยเบาๆ

"สวัสดีนักเรียนทุกคน.....ผมชื่อมิลเลอร์ วาเลน จะมาเป็น อ.สอนวิชาการป้องกันตัวฯให้กับทุกคน ฝากเนื้อฝากตัวด้วย....."

ทั้งชั้นเรียนที่ส่งเสียงดังโหวกเหวกเมื่อครู่สงบลงอย่างเห็นได้ชัดอาจเป็นเพราะการปรากฎตัวของ อ.คนนี้นำพาบรรยายกาศดึงดูดแปลกๆไม่ก็อาจเพราะมิลเลอร์มีผ้าพันแผลตามตัวเยอะแยะไปหมด...ไหนจะใบหน้าสวยหวานและรูปร่างที่แสนบอบบางจนไม่น่าเชื่อว่า อ.คนนี้เป็นผู้ชายแถมสอนวิชาที่อันตรายอย่างวิชา
การป้องกันตัวจากศาสตร์มืดอีก

"ยังไงก็ไม่ขอพูดพล่ามอะไรมากล่ะ...เริ่มเรียนกันเลยล่ะกันบทเรียนที่จะเรียนกันในเทอมนี้คือ.....


ประเภทของศาสตร์มืดและวิธีการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดต่างๆ...


 
-ประเภทของศาสตร์มืด
ศาสตร์มืดนั้นมีมากมาและจำแนกได้หลากหลายประเภทแต่จำแนกได้หลักๆมี 2 ประเภทได้แก่ ประเภททั่วไปและประเภทที่มีความอันตรายสูง 

1.)ประเภททั่วไปนั้นได้แก่..

1.1ยมฑูต

Psychopomps” มาจากภาษากรีกว่า ψυχοπομπός” (psychopompos) ที่แปลตรงตัวว่า ผู้นำวิญญาณเป็นจินตสัตว์ (creature), สิ่งที่มีจิตวิญญาณ (spiritual being), เทวดา, ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ในหลายศาสนาผู้มีหน้าที่พาวิญญาณผู้ที่เพิ่งสิ้นชีวิตไปยังดินแดนหลังความตาย (afterlife) หน้าที่นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินผู้ตาย แต่เพียงนำทางเพื่อความปลอดภัย ยมทูตที่มักจะปรากฏในศิลปะเกี่ยวกับความตายจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ประเพณีและวัฒนธรรม บ้างก็เกี่ยวข้องกับม้า, กา, สุนัข, นกฮูก, นกกระจอก หรือกวาง

แม้เจ้าพวกนี้จะมีความอันตรายสูงสำหรับวิญญาณไม่ต้องห่วงเพราะเจ้าพวกนี้จะไม่ทำร้ายมนุษย์ขอแค่อย่าไปรบกวนการทำงานของมันก็พอแต่ถ้าเผลอรบกวนไปแล้วล่ะก็....คงต้องหาทางรอดกันเองนะ- -

ระดับความอันตราย:สูง(สำหรับวิญญาณ)ต่ำ(สำหรับมนุษย์ทั่วไป)

1.2เงือกและเผ่าพันธุ์จำพวกพรายน้ำ
เงือกเป็นร่างอมุษย์ครึ่งปลาสามารถพบเห็นได้ตามเทพนิยายโดยลักษณะก็จะเป็นหญิงสาวผมยาว ร้องเพลงเพราะเสนาะหู แต่ความจริงนางเงือกพวกนี้ถือเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความอันตรายสูง วันนี้จะเอาตำนานมาเล่าให้ฟังสักเรื่องสองเรื่องแล้วกัน

เริ่มจากตำนานของแถบอินโดจีนซึ่งรวมทั้งไทยนางเงือกคือสิ่งมีชีวิตที่ลึกลับและน่าหวาดกลัวโดยเงือกในแถบนี้จะปรากฏกายในรูปของหญิงสาวที่มีใบหน้าเล็กเท่างบน้ำอ้อย (เป็นอาหารอย่างหนึ่งทำจากน้ำอ้อยที่แข็งเป็นแผ่นขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อย) ซึ่งเงือกเหล่านี้จะขึ้นมาอาบแสงจันทร์ในยามค่ำคืนโดยนางเงือกจะมีกระจกที่ทำด้วยทองคำสำหรับส่องดูหน้าของนางและในเวลาที่นางเงือกเหล่านี้ขึ้นมาส่งกระจกอาบแสงจันทร์อยู่นั้นหากมีมนุษย์มาแอบเฝ้าดูและส่งเสียงดังพวกเงือกจะตกใจกระโดดลงน้ำและมักจะทิ้งกระจกเอาไว้ทว่าหากมนุษย์ผู้ใดนำกระจกทองคำของนางเงือกไปเขาผู้นั้นจะถูกนางติดตามล่าและสุดท้ายเงือกจะฉุดมนุษย์ผู้นั้นลงไปสู่ความตายใต้ผืนน้ำ

         

 ตำนานเรื่องนางเงือกเรื่องต่อมาเล่าขานกันในญี่ปุ่นโดยเล่ามาว่าในสมัยโบราณมีชาวประมงผู้หนึ่งอาศัยอยู่กับลูกๆชายหญิงสามคนที่ริมทะเลสาปบิวะส่วนภรรยาของเขานั้นได้สิ้นชีวิตไปนานแล้ววันหนึ่งขณะที่เขาออกไปทอดแหในทะเลสาปเขาจับนางเงือกได้ตนหนึ่งเงือกตนนั้นได้ร้องขอให้เขาปล่อยนางลงน้ำก่อนที่นางจะแห้งตายเพราะขาดน้ำทว่าชายผู้นั้นกลับไม่ไยดีต่อคำขอร้องของเงือกจนทำให้นางเงือกตนนั้นขาดใจตายหลังจากนางเงือกตายแล้วชาวประมงได้แล่เนื้อของนางหมักเกลือไว้เพื่อใช้เป็นเหยื่อปลาทว่าวันหนึ่งขณะที่เขาไม่อยู่บ้านลูกๆทั้งสามซึ่งยังเด็กอยู่ได้มาเจอถังหมักเนื้อเงือกเข้าพวกเด็กๆได้กินเนื้อในถังจนหมดและจากนั้นก็เกิดเกล็ดปลาขึ้นตามตัวอย่างรวดเร็วขณะที่ขาทั้งสองก็กลายสภาพเป็นครีบพวกเด็กๆเจ็บปวดและกระหายน้ำอย่างรุนแรงไม่ผิดกับเงือกที่พ่อของพวกเขาจับมาจนกระทั่งเมื่อชาวประมงผู้เป็นพ่อกลับมาในตอนเย็นก็พบว่าลูกๆทั้งสามได้แห้งตายแล้วชาวประมงเศร้าเสียใจที่ความโง่และความโลภของตนได้ทำให้ลูก ๆ ต้องพบจุดจบจากนั้นด้วยความสำนึกในบาปที่ก่อเขาจึงออกบวชเพื่ออุทิศบุญให้ลูกๆทั้งสามและนางเงือกที่ตายเพราะเขา

แม้จะมีความอันตรายสูงแต่ไม่ต้องห่วงหากพวกเธอเกิดจะต้องไปเดินทะเลแล้วได้ยินเสียงหญิงสาวร้องเพลงล่ะก็แนะนำให้หาอะไรมาอุดหูไว้และเดินเรือต่อไปโดยไม่ต้องสนใจหญิงสาวครึ่งปลาผู้นั้นหรือถ้าเลี่ยงการประจันหน้าไม่ได้จริงๆไม่ใช่เรื่องน่ากังวลเพราะนางเงือกพวกนี้โดนแค่คาถาป้องกันตัวอย่างง่ายก็หนีไปแล้วล่ะ....

ระดับความอันตราย:ธรรมดา

1.3วิญญาณเร่ร่อนทั่วไป
สิ่งที่เกิดจากความคิดคำนึงที่ยังมีห่วงติดในโลกใบนี้อยู่ ไม่มีร่างเนื้อ รูปร่างไม่แน่ชัดคล้ายอากาศธาตุและเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆที่เคยอยู่ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยพวกที่เคยจัดการเก็บวิญญาณพวกนี้คือยมฑูต(ในหัวข้อ 1.1)นั่นเอง ระดับความอันตรายอยู่ในระดับธรรมดาขอแค่ไม่ไปรบกวนวิญญาณพวกนั้นก่อนเป็นพอ...

ระดับความอันตราย:ธรรมดา

1.4 อสูรหรือปีศาจประจำถิ่น
สัตว์อสูรหรือปีศาจที่ทำหน้าที่ให้ปกปักษ์รักษาถิ่นนั้นๆตามที่ได้รับคำสั่งมา มีพละกำลังมากมายมหาศาลเหนือมนุษย์ ระดับสติปัญญาขึ้นอยู่กับปีศาจแต่ล่ะตัว ลักษณะภายนอกบางตัวอาจมีรูปร่างของปีศาจอย่างเห็นได้ชัดบางตัวอาจอยู่ในรูปร่างของมนุษย์ วิธีการป้องกันตัวจากอสูรหรือปีศาจจำพวกนี้ง่ายมากแค่อย่าเข้าไปในสถานที่ที่ห้ามเข้าไปก็พอ..หรือหากจำเป็นต้องเข้าไปจริงๆล่ะก็ลองใช้ปัญหาเชาว์ถามเจ้าพวกนี้ดูสิ...ได้ผลชะงักมากนะ(แนะนำ)

ระดับความอันตราย:ไม่แน่นอน

ประเภทคร่าวๆของศาสตร์มืดทั่วไปก็มีเท่านี้ ต่อไปคือ...

2.)ศาสตร์มืดที่มีความอันตรายสูง

2.1วิญญาณนอกรีต

วิญญาณที่ตายจากโลกนี้ไปด้วยความโกรธเกลียดอาฆาตแค้นแค้นชิงชัง ทำให้โดนความมืดมิดและความสิ้นหวังกัดกินจนสูญเสียความเป็นตัวเองไป และออกทำร้ายมนุษย์ที่ไม่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทาความทรมาณของตนเอง จุดที่น่ากลัวของวิญญาณประเภทนี้คือความสามารถในการ"สิงสู่"ร่างกายของมนุษย์ที่กำลังอ่อนแอได้ไม่ว่าจะเป็น คนป่วย เด็ก คนชรา หรือแม้กระทั่งมนุษย์ที่มีความรู้สึก"อยากตาย"ก็เช่นกัน...วิธีที่จะจัดการกับวิญญาณประเภทนี้มีแค่สองวิธีคือการ [ชำระล้าง]และ[กำจัด]ซึ่งสองวิธีนั้นเป็นศาสตร์ขั้นสูง.....จึงยังไม่ได้เรียนตอนนี้แต่ตอนนี้จะสอนเฉพาะวิธีป้องกันเบื้องตนก่อน

ระดับความอันตราย:สูง

2.2ซาตาน
ตัวตนที่อยู่ตรงกันข้ามกับพระเจ้า มีความสามารถที่เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับพระเจ้าเลยก็ว่าได้แถมไม่มีผู้ใดสามารถระบุกายเนื้อที่แท้จริงของมันได้ สถานที่พบเห็นก็ไม่แน่ชัด..ทำให้เผ่าพันธุ์นี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายมากถึงมากที่สุดและมันจะล่อลวงมนุษย์ให้ผูกพันธสัญญาเพื่อแลกกับความปรารถนาที่เป็นจริงและในขั้นสุดท้ายก็จะกลืนกินดวงวิญญาณนั้นไป

ระดับความอันตราย:สูงสุด

โดยหลักๆแล้วศาสตร์มืดที่มีความอันตรายสูงก็มีเพียงเท่านี้..ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆจะสอนเจาะลึกให้ทีหลังตอนนี้มาเริ่มการป้องกันตัวจากศาสตร์มืเบื้องค้นได้

-วิธีการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดขั้นพื้นฐาน
3.การป้องกันตัวโดยใช้คาถา
การใช้คาถาในการป้องกันตัวนั้นจะมีตั้งแต่คาถาป้องกันตัวพื้นฐานและคาถาขั้นสูง ศาสตร์มืดบางชนิดใช้แค่คาถาพื้นฐานอย่างง่ายก็สามารถจัดการได้ บางประเภทจะต้องใช้คาถาเฉพาะของแต่ละประเภท แต่ศาสตร์มืดที่มีความอันตรายสูงจะไม่สามารถใช้คาถาพื้นฐานป้องกันตัวได้เพราะงั้นจึงต้องดูวิธีอื่นๆกันก่อน

4.ป้องกันโดยใช้เครื่องรางและยันต์ปิดผนึก
วิธีการป้องกันนี้คือการพกสิ่งของที่ลงคาถาคุ้มภัยเอาไว้ติดตัวจะสามารถคุ้มครองเจ้าของได้ตราบเท่าที่มันยังไม่ห่างตัว มันก็จะปกป้องเจ้าให้ปลอดภัยได้ ส่วนยันปิดผนึกนั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีเชื้อสายของ'มิโกะ'เลือกบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถใช้มันได้ ตรงส่วนของยันต์ปิดผนึกจะสอนให้ในชั้นเรียนพิเศษ

5.ป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยง
วิธีการป้องกันที่ง่ายแสนง่ายนั่นก็คือไม่เดินทางไปสถานที่ที่ศาสตร์มืดนั้นๆจะปรากฎตัวแต่แน่นอนว่าเลี่ยงตลอดก็ทำไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นจึงต้องเรียนคาถาเพื่อป้องกันตัวไงล่ะ- -

เนื้อหาโดยรวมมีเท่านี้เดี๋ยวจะสอนเจาะลึกรายละเอียดที่ละหัวข้อเลยแล้วกัน!"


8 ความคิดเห็น