อาณาเขตต้องห้ามของมิลล่า:3

ตอนที่ 29 : Death Screen 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 มี.ค. 57

ผู้ถูกแขวนคอ:แพทชูว์ลี่ โนว์เลดจ์

ร่างของหญิงสาวนามแพทชูว์ลี่ โนว์เลดจ์ เดินอยู่ตรงบริเวณโถงทางเดินของคาสิโนอย่างสบายใจ เพราะว่าจากผลโหวตแล้วเธอไม่ได้โดนแขวนคอแน่นอน แถมจำนวนของหมาป่าและกระต่ายตอนนี้เรียกได้ว่ากระต่ายได้เปรียบแบบสุดๆเพราะยังไงถ้าเอาตามผลโหวตวันนี้ผู้ที่ถูกแขวนคอคือนิชิไม ชินจิรุแน่นอน....หากว่าไม่มีคนใช้สกิลพิเศษ...ล่ะก็นะ?

คิกๆ

เสียงหัวเราะคิกคักสดใสที่แฝงไปด้วยความแค้นที่งอกงามยิ่งกว่าต้นไม้ที่ได้รับการใส่ปุ๋ยดังขึ้น หญิงสาวผู้โง่เขลาหารู้ไม่เลยว่า ความตายกำลังมาเคาะประตูเรียกหาเธอเสียแล้ว

พรึ่บ!

แสงไฟโดยรอบดับสนิทอย่างไม่มีที่มาที่ไปจนทำให้หญิงสาวตกใจเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้แพทชูว์ลี่ตกใจแทบสิ้นสติยิ่งกว่าเดิมก็คือแสงไฟเจ้ากรรมที่กระพริบติดๆดับๆทำให้เธอเห็นร่างเงาของคนบางคน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังรอบๆตัวราวกับมีดวงวิญญาณต้องการหยอกล้อเล่นกับเธอ มือเย็นเยือกปริศนาที่เข้ามาปิดตาเธอ กลิ่นคาวจากมือนั้นคละคลุ้งจนพอจะรับรู้ได้ว่ามันคือกลิ่นคาวของหยาดโลหิต

ทาย...สิ....ใคร.....เอ่ย?”

นั้นคือสิ่งที่แพทชูว์ลี่ได้ยินก่อนสติจะดับวูบไป

 

.........................................................

กะ...เกิดอะไร...ขึ้น...ที่นี่ที่ไหน.?

หญิงสาวเรือนผมสีม่วงจับหัวตัวเองอย่างงงๆและกวาดตามองไปรอบๆเป็นสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก สายลมเย็นยะเยือกปะทะกับผิวกายให้หนาวจนตัวสั่น แต่ว่าเมื่อเธอได้เจอกับเวทีลานประหารที่จัดขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเธอแล้วล่ะก็ แค่ลมที่พัดผ่านมาแค่นี้น่ะไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องเก็บมากังวลใจเลย

ตุ๊บ..แกรก

เสียงของวัตถุตกกระทบขึ้นมาจากที่ไหนสักที่และมีวัตถุปริศนาล่วงลงมาตรงหน้าเธอ...สิ่งนั้นคือกล่องของขวัญที่ไม่รู้ว่ามันตกลงมาได้อย่างไร แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ทำให้แพทชูว์ลี่อดที่จะแกะกล่องของขวัญออกเพื่อดูสิ่งของข้างในไม่ได้ และเมื่อเธอได้พบของที่อยู่ข้างในมันก็ทำให้เธอผงะ นัยน์ตาสีม่วงเบิกกว้างอย่างหวาดผวา ร่างกายรีบถอยกรูดออกมาให้ห่างจากบริเวณที่เธอแกะของขวัญเอาไว้และส่งเสียงกรีดร้องออกมาดังลั่น

 “รี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”

เพราะสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกล่องของขวัญก็คือมือของมนุษย์ที่มีร่องรอยการโดนใช้ของมีคมฟันซ้ำที่เดิมหลายครั้งจนขาด แม้แต่เลือดและกลิ่นของเนื้อก็ผสมปนเปกันจนน่าสะอิดสะเอียน

“นี่มันอะไรกันเกิดอะไรขึ้น ผู้คุมเกมอยู่ไหนน่ะ!?”

แปะ!แปะ!แปะ!

เสียงปรบมือดังขึ้นในความมืดมิด แพทชูว์ลี่กวาดสายตาหันไปหาต้นเสียง ก่อนจะพบร่างของเด็กสาวอายุประมาณ 17 ปีเรือนผมสีรัตติกาลยืนหันหลังให้อยู่ แสงจากสปอตไลท์สว่างแวบขึ้นจนทำให้รู้ว่าบริเวณที่เธออยู่ ณ.ตอนนี้คือชั้นดาดฟ้าของตึกใจกลางเกาะเหนือสิ่งอื่นใด คือที่นี่ราวกับเป็นเวทีที่จัดการแสดงอย่างดีไว้ให้เธอเพราะยามเมื่อมีแสงไฟแล้วเผยให้เห็นเหล่าตุ๊กตาหน้าตาน่ากลัววางเรียงรายอยู่

“ยินดีต้อนรับสู่ลานประหาร^^”

น้ำเสียงเริงร่าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากเด็กสาวผมสีดำเมื่อร่างนั้นหันมาก็ทำเอาแพทชูว์ลี่ต้องตกตะลึงอีกครั้งเพราะร่างนั้นคือบุคคลที่ควรจะตายไปในเกมรอบที่แล้ว ฟูจิวาระ นานะ

“ทะ…เธอ น่าจะตาย...ไปแล้ว...นี่..นา...

ใช่ค่ะ ฉันน่ะตายไปแล้วแต่คุณผู้คุมให้สิทธิพิเศษนั่นคือ หากคุณตาย...ฉันจะได้มีสิทธิ์ลงมีดปลิดชีวิตคุณได้น่ะสิ...งั้นตอนนี้เธอน่ะ...ตายซะเถอะนะ

เมื่อกล่าวจบนานะไม่รีรอให้อีกฝ่ายพูดอะไรมากกว่านี้ คมมีดสีเงินวาววับตวัดไปหมายจะปลิดชีวิตคนตรงหน้าแต่เธอก็หยุดชะงักก่อนจะนึกขึ้นมาได้ ให้ตายง่ายๆแบบนี้น่าเบื่อออก...เมื่อคิดได้มือเพรียวทำการจิกเรือนผมสีอเมทิสสวยขึ้นก่อนจะโน้มตัวกระซิบเบาๆ

ผมสวยดีน้า...แต่มันยาวเกะกะไปแล้วละ ไหนๆก็ไหนๆฉันตัดให้แล้วกัน”

รอยยิ้มถูกประดับไว้บนใบหน้าของนานะ คมมีดสีเงินทำการตัดผมและอีกมือหนึ่งก็จิกจนเส้นผมหลุดออกจากหัวของแพทชูว์ลี่หลายกระจุก นานะสวมรอยยิ้มวิปริตที่ใบหน้าก่อนจะหยิบขวานที่อยู่บริเวณใกล้ๆนั้นมาสับลงบนขาแพทชูว์ลี่

อ๊ากกกกกกกกก

“เจ็บเหรอ?แค่นี้เจ็บแล้วเหรอ?ตอนที่ฉันตายมันเจ็บกว่านี้เยอะนะ ทนหน่อยสิ กระต่ายน้อย^^”

ปลายขวานถูกสับลงอีกครั้งหากแต่คราวนี้แพทชูว์ลี่เอาแรงที่เหลือยู่พยายามดันตัวหนีและตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ

ใครก็ได้ช่วยด้วย!!”

“ไม่มีใครมาช่วยคุณหรอกค่ะ เชิญร้องตามสบายเลย”

บนดาดฟ้าของตึกใจกลางเกาะเวลานี้ช่างสุดแสนจะเวิ้งว้างวังเวงยิ่ง มองออกไปจากดาดฟ้านี้จะเห็นวิวจากทั่วทั้งเกะบวกกับสายทะเลที่พัดมาและมีแสงไฟระยิบระยับจากบริเวณต่างๆของเกาะนี้ตัดกับแสงของดวงดาราบนฟากฟ้า มันน่าจะเป็นบรรยายกาศโรแมนติกไม่น้อยถ้ามีคนรักมาให้นั่งซบไหล่บนนี้...แต่ยังไงมันต้องไม่ใช่สถานการณ์ที่แพทชูว์ลี่กำลังเจอแน่ๆเพราะตอนนี้เธอกำลังถูกคนๆหนึ่งไล่ฆ่าอย่างน่าสยดสยองเพราะงั้นมันไม่มีทางจะนึกมีอารมณ์โรแมนติกไปได้แน่ๆ!!

พรึ่บ!!เปลวไฟที่ถูกกลไกติดตั้งไว้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วไปรอบๆบริเวณดาดฟ้าแต่กระนั้นนาะนะก็ยังคงยิ้มร่าอย่างไม่ทุกข์ร้อนเพราะเธอตายไปแล้วไฟแค่นี้ทำเธอตายอีกรอบไม่ได้!!แต่สำหรับแพทชูว์ลี่มันอาจจะพอมีผลอยู่ เมื่อไฟเริ่มลามมาติดเสื้อผ้าของเธอแพทชูว์ลี่เริ่มร้องไม่เป็นภาษาอีกครั้งและพยายามดับไฟที่ติดตามเนื้อตัวแต่เหมือนจะไม่เป็นผลไฟเริ่มโหมลุกร้อนรุนแรงขึ้นจนผิวของเธอเริ่มส่งกลิ่นไหม้เกรียมออกมาผสมคละคลุ้งกับกลิ่นเนื้อและกลิ่นคาวเลือดบริเวณที่โดนขวานฟันนานะมองสภาพน่าสังเวชอย่างสนุกสนานไปชั่วขณะหนึ่งแล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังจะโดนไฟคลอกตายนั้นแล้วเอ่ยเสียงราบเรียบ

“กรี๊ดดดดดดดดด!!ไม่นะ ม่ายยยยยย!!”

ฉันว่าศพคุณควรจะเลอะกว่านี้อีกหน่อยนะคะ

สิ้นเสียงหวานของนานะระบบที่ติดตั้งไว้ทำการดับไฟบนดาดฟ้าเมื่อไฟดับสนิทแพทชูว์ลี่เกือบจะตายแล้วถ้าปลายเธอไว้ต่ออีกสักประมาณ 5-10 นาทีป่านี้แพทชูว์ลี่ได้เป็นBBQย่างสดเป็นดาดฟ้าแน่ๆ ยังล่องใจไม่ทันเสร็จนานะผลักเธอให้ล่วงลงมาจาตึกสูงโดยไม่มีรีรอ ร่างของหญิงสาวลอยละลิ่งลงสู่พื้น จนรู้สึกได้ว่าความตายกำลังหายใจรดต้นคอเธอ!!!

.........................................................

เห...น่าทึ่งจังนะคะที่คุณยังมีชีวิตอยู่”

นัยน์ตาสีฟ้าใสมองไปยังร่างของแพทชูว์ลี่ที่อยู่ในสภาพคนตายก็ไม่ใช่คนเป็นคนไม่เชิง

“ถ้าเอาตามปกติคนที่ตกจากตึกสี่ชั้นจะมีโอกาสรอดแบบ 50 50 แต่ถ้าตกจากตึกที่สูงกว่านี้โอกาสรอดแทบไม่มีส่วนใหญ่จะเสียชีวิตคาที่แล้วทำไมคุณถึงรอดมาได้ล่ะ…แต่เอาเถอะฉันจะได้ทรมาณคุณต่อไงล่ะ...

ร่างของแพทชูว์ลี่ตกลงมาจากชั้น 15 แต่ร่างของเธอกลับไปกระแทกกันสาดที่ยื่นออกมาจากชั้น 9 และร่วงลงมาที่ระเบียง นานะมองสภาพกึ่งเป็นกึ่งตายแล้วอดสมเพชในใจลึกๆไม่ได้เด็กสาวกระโดดข้ามระเบียงมาก่อนจะหยิบกรรไกรแล้วกระชากร่างของแพทชูว์ลี่ขึ้นมา

ฉึก!!

คมมีดของกรรไกรทิ่มลงไปในดวงตาสีม่วงของแพทชูว์ลี่ แม้ว่าคนที่กำลังจะโดนควักลูกตาออกขณะนี้อยากกรีดร้องออกมาดังๆแต่กระนั้นเธอก็ไม่มีแรงเหลือแล้ว กรรไกรคมคว้านลูกนัยน์ตาออกมาสีแดงสดๆอุ่นๆกระเซ็นเปื้อนร่างของนานะแต่สำหรับเธอตอนนี้เธอรู้สึกสนุกแบบสุดๆมากกว่า

ซวก.....

ลูกนัยน์ตาสีม่วงที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดสีแดงถูกคว้านออกนอกเบ้า นานะแสยะยิ้มอีกครั้งก่อนจะปล่อยลูกตานั้นลงและขยี้ให้แหลกคาเท้า

“ทรมาณใช่มั้ยคะ?งั้นฉันจะช่วยคุณเองค่ะ

มือเพรียวของนานะเอื้อมไปผลักร่างของแพทชูว์ลี่ให้ตกลงไป ร่างนั้นล่วงลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกและค่อยๆจะกระทบพื้นแต่ทว่า....

ร่างของแพทชูว์ลี่กลับโดนเหล็กแหลมของรั้วเสียบทะลุ ลำไส้และอวัยวะเต้นตุบๆเริ่มไหลมาตามตัวเหล็กชวนอาเจียน โลหิตสีแดงไหลทะลักพรวด ความเจ็บปวดไหลไปทั่วร่าง โพรงเนื้อตรงปากแผลแหวกขยายกว้าง เสียงของเนื้อที่เสียดสีกับท่อนเหล็กเกิดเสียงน่ารังเกียจ จนกระทั่งร่างเรื่มจะฉีกออกจากกันโดยมีกล้ามเนื้อและกระดูกบางส่วนที่เชื่อมกันอยู่เท่านั้น ร่างนั้นกระตุกอย่างทรมาณสองสามที ร่างเกร็งสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด

แล้วทุกอย่างกสงบ...

“เรียบร้อยแล้ว…ยังไงก็....หวังว่าความตายที่ฉันจัดเตรียมให้คุณจะชอบนะคะแพทจัง^^”

8 ความคิดเห็น