อาณาเขตต้องห้ามของมิลล่า:3

ตอนที่ 36 : สิ่งสำคัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 เม.ย. 57

เวลายามบ่ายของกลางเดือนเมษา อากาศร้อนอบอ้าวชวนให้อึดอัด ร่างเล็กบอบบางของคุโรยูกิ ทาเทฮะนอนซมเพราะพิษไข้ในศาลเจ้า เหงื่อเม็ดโตไหลลงตามพวงแก้มขาวซีดที่ขึ้นสีเล็กน้อย ในขณะนี้เรือนร่างของทาเทฮะเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่มีเพียงเสื้อเชิ้ตตัวเดียวที่ช่วยปกปิดร่างกายอยู่ ร่างกายหนักอึ้งจนขยับแทบไม่ได้ นัยน์ตาสีอะความารีนกระพริบถี่ เรือนผมสีสวยยุ่งกระเซิง  มือเรียวเอื้อมไปแตะศีรษะของของตน อุณหภูมิความร้อนในร่างกายแผ่ซ่านจนรู้สึกได้

ให้ตายสิ....ท่าทางไข้จะไม่ลดเลย....รู้สึกแย่ชะมัด

เส้นผมและผิวกายชุ่มไปด้วยเหงื่อ เวลานี้อย่าว่าจะได้เดินออกไปนอกตัวศาลเจ้าเลยแค่จะลุกขึ้นยังไม่ไหวด้วยซ้ำ

ท่าทางอาการจะทรุดหนักเลยนะ...”

ชายหนุ่มร่างผอมสูงคุโรยูกิ อาเงฮะเดินเข้ามาในห้อง ดวงตาข้างซ้ายจ้องมองร่างของน้องชายที่อาการทรุดหนัก เดิมทีเขารู้ เรื่องอาการผิดปกติของน้องชายนี้ไม่ใช่ผลที่มาจากสุขภาพทั่วไปหากแต่มันเป็นอิทธิพลมาจาก ‘คำสาป’ที่ฝั่งอยู่ในร่างกายของคุโรยูกิ ทาเทฮะ คำสาปที่ไม่มีทางแก้ไขได้จนกว่าจะตาย.....

“…พี่...

“เสื้อนั่นเปื้อนเหงื่อหมดแล้ว เปลี่ยนชุดเถอะแล้วก็เช็ดตัวด้วย

“อื้อ…...

มือหนาพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่ง ประดุมบนเสื้อถูกปลดออกเผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยแผลเป็นตามจุดต่างๆของร่างกาย...เลวร้ายสุดเห็นจะเป็นรอยแผลไฟไหม้ที่กลางหลัง ผ้าชุบน้ำค่อยๆไล้ไปตามผิวกายขาวสะอาด...ขาวสะอาดราวกับหิมะขาวบริสุทธิ์ มือหนาทาบทับลงบนหน้าผากของร่างบอบบาง ไข้ยังไม่มีทีท่าจะลดลงกลับกันมันเพิ่มสูงขึ้นด้วยซ้ำไป ร่างสูงกำมืออีกข้างแน่นทั้งๆที่รู้ทั้งรู้ ร่างของน้องชายตรงหน้ากำลังมีชีวิตอยู่อย่างทรมาณจะตายวันตายพรุ่ง ทาเทฮะอาจจะตายมะรืนนี้ พรุ่งนี้ ชั่วโมงต่อไป นาทีต่อไป หรือ วินาทีต่อไปมีความเป็นไปได้ว่าน้องชายที่เขารักที่สุดจะจากเขาไปได้ทุกเมื่อ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด

ชุดตัวใหม่ถูกเปลี่ยน ร่างของทาเทฮะทรุดตัวลงไปนอนบนฟูกนิ่มอีกครา

ตาคู่สวยหลับลงอย่างอ่อนเพลีย พิษไข้ยังคงเต้นเร้าไม่หมดไป ตาข้างซ้ายจ้องมองไปยังร่างของน้องของตนที่กำลังหลับใหล ใบหน้ายามหลับแลดูทรมาณราวกับกำลังฝันร้าย ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนไม่รู้จักจบจักสิ้น เสียงหวานครางในลำคอ ร่างสูงหลับตาลงก่อนจะเผลอนึกไปถึงอดีตที่ไม่ค่อยอยากจะนึกถึงขึ้นมา

 

.............................................................

3 มีนาคมถามว่าวันนี้คือวันอะไร?ถ้าตอบตรงๆวันนี้คือวันเทศกาลเด็กผู้หญิง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นวันที่น้องชายของผม....น้องชายที่อายุห่างกับผมถึง 7 ปีได้เกิดขึ้นมา คุณพ่อคุณแม่เองก็ดีใจมากเช่นกัน แต่ทว่า....ในวันเกิดอายุ 5 ขวบของทาเทฮะทุกอย่างก็เริ่มขึ้น ทุกอย่างที่เหมือนกับฝันร้ายตามหลอกหลอนมันก็เริ่มต้นขึ้น

“เด็กคนนี้น่ะมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งและอันตรายทำให้มีคำสาปติดตัวอยู่….

นั่นคือคำพูดของปู่ของผม ร่างกายของทาเทฮะมีไข้ขึ้นสูง รอยปานดำของปีศาจปรากฏขึ้นบนร่าง ในวันนั้นตัวผมที่อายุเพียง 12 ปีพูดอะไรไม่ออก ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด แค่เป็นผู้มีพลังวิญญาณสูงก็โดนสาปแช่งแล้วงั้นเหรอ...การพิพากษาอันไร้ความยุติธรรมนี่มันคืออะไร....บอกให้ตัดใจเพราะว่าทาเทฮะจะอายุสั้นแน่ๆ ไม่เอานะ...ไม่ยอมหรอก

ต่อมาผลจากการใช้อาคมระงับคำสาปในร่างของทาเทฮะก็ทำให้อาการฟื้นดีขึ้นแต่นั่นก็เป็นเพียงวิธีการซื้อเวลาต่อไปอีกสักหน่อยเท่านั้น...ผมจึงได้แต่เฝ้าทบทวนว่า........ผมไม่สามารถจะช่วยเหลืออะไรได้บ้างแม้สักนิดเลยเหรอ?

เรื่องครั้งต่อมาเกิดขึ้นอีกครั้ง....ในวันเกิดอายุ 7 ปีของทาเทฮะ...เขากลับมาที่ศาลเจ้าในสภาพบาปแผลเต็มตัว ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มสดใสพลันเศร้าหมอง ดวงตาสีสวยหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด พอถามอะไรก็ไม่ตอบสักคำและในที่สุดเขาก็พูดคำๆนั้นออกมาคำที่ผมไม่อยากจะได้ยินมากที่สุด

“พวกเขาน่ะ…บอกว่าผมเป็นปีศาจ

พระผู้เป็นเจ้า.......ทำไมกันทั้งๆที่ทาเทฮะไท่ได้ทำอะไรผิดแล้วจะทรมาณกันไปถึงไหนท่านถึงจะสาแก่ใจ?

การกลั่นแกล้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจากการหัวเราะเยาะเป็นการทุบตี ปาหินใส่ หลังจากวันนั้นผมแทบไม่เคยเห็นทาเทฮะยิ้มอีกเลย ทั้งๆที่อยากปกป้องทั้งๆที่เป็นคนสำคัญแต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้เลย วิธีที่จะทำให้ผมสามารถปกป้องคนสำคัญได้มีเพียงการขายวิญญาณให้ปีศาจเท่านั้นเหรอ?

 

ร่างของเด็กอายุ 14 ปีหรือผมเดินตัดผ่านพื้นหญ้าเข้าไปในป่าลึกสถานที่ที่ต้องห้ามที่โดนห้ามไม่ให้เข้าไป แต่กระนั้นผมก็ยังดึงดันที่จะพาตัวเองเข้าไปอยู่ดี เมื่อเข้ามาถึงจุดที่ลึกที่สุดของป่าความดำมืดได้จู่โจ่มเข้ามาใส่อย่างรุนแรงแต่กระนั้นผมยังคงหลับตา และเอ่ยเรียกนามของปีศาจตนนั้น

เซย์ริว เบียดโค สุซากุ เก็มบุ.....พวกนายสิงสถิตอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่.......จงปรากฎร่างของพวกท่านออกมาต่อหน้าข้าเถิด

คำอัญเชิญสำเร็จ ร่างของสัตว์อสูรในรูปร่างมนุษย์ทั้ง 4 ตนปรากฏร่างออกมา

มารบกวนพวกข้าถึงที่นี่มีธุระอะไรมิทราบเจ้ามนุษย์?

ร่างของหญิงสาวเรือนผมสีแดงฉานในชุดกิโมโนสั้นด้านหลังมีปีกใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเพลิงสุซากุเอ่ยถามเป็นคนแรก

ขออภัยที่มารบกวนเวลาของพวกท่านหากแต่ข้าอยากจะขอให้พวกท่านทำพันธสัญญากับข้าหน่อย...

เหล่าเทพมารทั้ง 4 แสยะยิ้มอย่างนึกสนใจ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะหาได้บ่อยๆที่จะมีมนุษย์ที่พลังวิญญาณสูงอย่างคุโรยูกิ อาเงฮะจะมาขอทำพันธสัญญากับเทพอสูรอย่างพวกเขาโต้งๆแบบนี้ เซย์ริวในร่างชายหนุ่มเรือนผมสีนิลชุดกิโมโนน้ำเงินนิ่งคิดอะไรสักอย่างอยู่แวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยความคืดนั้ออกมา

หืม....น่าสนใจดีนี่มนุษย์คนนี้พวกเราจะทำพันธสัญญากับเจ้าก็ได้อยู่หรอก....แต่ว่าท่าทางที่เจ้ายอมมาขายวิญญาณให้เทพมารอย่างพวกเราคงเพราะน้องชายของเจ้าล่ะสิ?ชื่ออะไรน้า....อ้อ..ทาเทฮะใช่มั้ย?

สิ่งที่เทพมารตนนั้นพูดออกมาทำให้ผมนิ่งชะงักไปชั่วครู่ และสารภาพออกมา

.........ใช่.......

“เข้าใจล่ๆน่าสนใจดีจริงๆน้า

ร่างของเด็กชายอายุประมาณ 11-12 เบียดโคเอ่ยออกมาพล่างยิ้มร่า

“ช่างเป็นพี่ชายที่น่าชื่นชมจริงๆแฮะ…ยอมขายวิญญาณของตัวเองเพื่อน้องชายคนสำคัญเนี่ย..

เก็มบุในร่างของชายหนุ่มวัยประมาณ 20 ปลายๆสวมชุดกิโมโนสีควันบุหรี่หาวอย่างเบื่อหน่าย

ได้...พวกเราจะยอมทำพันธสัญญากับนาย สำหรับตอนนี้นายอาจจะยังไม่จำเป็นต้องเรียกใช้พวกเราได้ทันทีหากแต่จำเป็นเมื่อไรก็เชิญเรียกพวกเราออกมาได้ทุกเมื่อนะ....นายท่าน...งั้นถึงเวลาประทับตราร่างสถิต ตำปหน่งสถิตร่างของพวกเราเอาเป็นตาข้างขวาของนายแล้วกัน...

สิ้นเสียงของเทพทั้ง 4 แสงสว่างพลันดับวูบรูปตัวอีกทีตัวเองก็มาล้มสลบอยู่หน้าบ้านพอลืมตาขึ้นมาก็รู้ว่านัยน์ตาข้างขวาของผมมันบาดสนิทไปเสียแล้ว......แต่ถึงอย่างงั้นก็ไม่เป็นไรหรอก....

หลังจากเรื่องราววันนั้นผมก็ยังไม่เคยเรียกใช้เทพมารที่ทำสัญญาออกมาเลยสักครั้ง ผมมองไปยังน้องชายของผมที่สามารถยิ้มแย้มและสีหน้าร่าเริงขึ้นมาหน่อย.....ทุกครั้งที่ทาเทฮะยิ้มผมดีใจจริงๆ

แต่แล้วทุกอย่างก็มีจุดสิ้นสุด........เวลาแห่งความสุขเองก็คงอยู่ได้ไม่จีรัง....

วันเกิดอายุ 10 ปีของทาเทฮะ...มันกลับกลายเป็นฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือน ตัวผมในวัย 17 ปี...ก็หมดความอดทนแล้วเช่นกัน... ในขณะที่ผมออกไปทำงานนอกสถานที่เมื่อกลับมาที่ศาลเจ้ามีเปลวเพลิงสีแดงอมส้มลุกโชกช่วง

พ่อ แม่ คุณลุง ทาเทฮะ!!

วินาทีที่พุ่งไปในศาลเจ้าที่กำลังจะโดนไฟเผาจนหมดโดยไม่คิดอะไรนั้น พอเขาไปผมถึงได้เห็นซากศพของพ่อแม่คุณลุงและทาเทฮะที่ร้องไห้ไม่หยุด ทำไม?ใครกัน?ใครเป็นคนทำเรื่องแบบนี้.....

หลังจากวันนั้นทาเทฮะพูดไม่ได้อีกเลยเพราะอาการช็อค...แน่นอนว่ามันก็คงต้องเป็นอย่างนั้นและผมรู้ว่าทาเทฮะคงกำลังโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่และคุณลุงต้องตายแน่ๆ

ไอ้โลกแบบนี้น่ะ...ทำลายมันทิ้งไปซะเลยก็ดี..

คำลวงและโลกอันสวยหรูที่สะท้อนในกระจก....ขอบอกได้เลยว่าฉันจะไม่มีวันอภัยให้พวกแกชั่วนิรันดร์!!

ในเมื่อถ้าโลกใบนี้ไม่ต้องการมีตัวตนอยู่ของคุโรยูกิ ทาเทฮะ.....ผมก็จะขอทำลายโลกอันเน่าเฟะใบนี้เอง..ถ้าเพื่อปกป้องเอาไว้แล้วต่อให้เป็นปีศาจมารร้ายขนาดไหน....ผมก็จะทำ

ข่าวการเสียชีวิตของครอบครัวผมดังขึ้นในหมู่บ้านอย่างรวดเร็วและไม่มีใครที่จะสงสารหรือเห็นใจมีเพียงคำก่นด่าและซ้ำเติมว่าเหตุอาเพศนี้เกิดจากทาเทฮะ...เป็นปีศาจตัวซวย....หมู่บ้านแบบนี้......หายไปซะเถอะ!

 

ถึงจะพูดว่าเสียใจมันก็ไม่สามาสรถทำอะไรให้เปลี่ยนได้แล้ว

เพราะตัวผมน่ะมันก็เป็นคนแบบนี้แหละ....

ความเงียบงันลอยเข้ามา นัยน์ตาอันไร้จิตสำนึกของผมวูบไหวอย่างว่างเปล่า เปลวเพลิงโหมกระหน่ำกลืนกินทั้งหมู่บ้านให้เป็นเพียงเถ้าธุลีซากศพล้มตาย โลหิตสาดกระเซ็นทั่วแผนดิน เทพมารออกร่ายรำ เสียงที่ดังสะท้านกึกก้องในหัวมีเพียงเสียงกรีดร้องอย่างทรมาณ........

ตราบนี้ชั่วนิจนิรันดร์ฉันจะไม่มีวันอภัยให้พวกแกเด็ดชาด!!

สังหารคนทั้งหมู่บ้านเพื่อปกป้องน้องชายเพียงคนเดียว....ใช่ตัวผมคือคนเห็นแก่ตัวที่เลวทรามที่สุดไง

.............................................................

พี่....”

เสียงเรียกของผู้เป็นน้องชายปลุกอาเงฮะให้ตื่นจากภวังค์

“มีอะไรเหรอ?”

ช่วยนอนข้างๆหน่อยสิ...

คำขอคำนั้นทำเอาผู้เป็นพี่ชายถึงขั้นติดสตั๊น ปกติแค่ยู่ด้วยกันก็ต้องใช้ความอดทนสูงไม่ให้ศีลธรรมถูกทำลายจะแย่อยู่แล้วนี่อ้อนให้นอนข้างๆเลยเรอะ....มีหวังไม่ได้นอนแถมต้องข่มตัวเองไม่ให้ตบะแตกกดคนป่วยทั้งอย่างนั้นแน่ๆอาเงฮะทำท่าจะปฎิเสธแต่กลับโดนทาเทฮะกอดเอวเอาไว้ซะก่อน

นะๆ”

ร่างเล็กบางช้อนตาอ้อนอย่างน่ารักจนผู้เป็นพี่ไม่มีสิทธิ์ปฎิเสธได้แต่ถอนหายใจ(แต่จริงๆดีใจแล้วอยากให้น้องอ้นบ่อยๆชิมิล่า#เบลอมันไป) และเอาร่างของตนล้มตัวลงนอนข้างๆร่างบอบบางนั่นเท่านั้น มือหนากระชับกอดร่างบางให้แน่นขึ้น อุณหภูมิของร่างกายที่รู้สึกได้ เสียงของลมหายใจที่อยู่ใกล้จนรู้สึกถึง มือหนากอดร่างนั้นไว้แน่นราวกับว่าถ้าปล่อยมือตอนนี้ร่างนี้คงจะต้องจากไปไกล ร่างเล็กหลับสนิทใบหน้ายามหลับในครานี้ดูน่ารักไร้เดียงสา ริมฝีปากแอบจุมพิตลงไปบนริมฝีปากบางใบหลับใหลอยู่เบาๆ

ผมน่ะรักพี่ที่สุดเลย..”

เสียงละเมอนั้นทำเอาผู้เป็นพี่อดยิ้มบางๆไม่ได้

อา...ให้ตายเถอะใสซื่อเกินเยียวยาจริงๆ

อาเงฮะจุบลงไปตรงหน้าผากของร่างเล็กในอ้อมกอดอีกครั้งแล้วกระซิบเบาๆก่อนจะจมลงสู่ห้วงนิทราทั้งคู่

พี่ก็รักทาเทฮะที่สุดเลยล่ะ.....พวกเราน่ะจะอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ

8 ความคิดเห็น