[EXO] INCIDENT สอนรักนายนักฆ่า [Kris x Tao] END

ตอนที่ 10 : ▌No.9: Toxic

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 พ.ย. 56








 

Loves like toxic. Flows in your vein

Maybe harmful but needs 

 
 

                กวาดสายตามองกลุ่มศัตรูหกคนที่กำลังล้อมเข้ามาเป็นวงกลมเพื่อประเมินสถานการณ์ เป็นเอเชียเสียสี่ และชาวต่างชาติร่างยักษ์คนพื้นเมืองของแถบนี้ ซึ่งคงถูกว่าจ้างมาต่างหากอีกสอง ผมมั่นใจว่ายังมีพวกมันอีกจำนวนไม่น้อยแอบซ่อนอยู่ในเงามืดรอจังหวะเวลา ดวงตาหรี่แคบไร้ความเป็นมิตรของอีกฝ่ายวาววาบกระทบแสงไฟน้อยนิดเหมือนนัยน์ตาแมวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ เพียงแต่ผมไม่ใช่ทั้งหนูหรือนกที่พวกนั้นคาดหวังไว้แน่

                แล้วนายน้อยของพวกแกอยู่ไหน? ถามด้วยโทนเสียงตามปกติ ไม่รู้สึกยำเกรงฝ่ายได้เปรียบแม้แต่นิด

                นายน้อยที่พวกนี้อ้างถึงคงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากหัวหน้าคนล่าสุดของอินทรีย์ทมิฬที่เป็นข่าวใหญ่ในวงการมืดดำเมื่อสองปีก่อนตอนขึ้นรับสืบทอดตำแหน่ง ว่ากันว่าอายุยังน้อย แต่นิสัยใจคอกลับโหดเหี้ยมเด็ดขาด ทั้งบ้าอำนาจและหมกมุ่นอยู่กับการคิดขยายอิทธิพลของแก๊งตัวเองโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ผมเองเคยได้ยินเพียงกิติศัพท์แบบปากต่อปาก ยังไม่เคยได้เห็นตัวเป็นๆ สักครั้ง เพราะไม่มีธุระต้องข้องเกี่ยว ทว่าคราวนี้คงถึงเวลา

                นายน้อยส่งพวกฉันมารับแกไปพบ ชายเอเชียรูปร่างค่อนไปทางสันทัด และตัวเล็กที่สุดในกลุ่มบอกด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนง จากนั้นจึงยกยิ้มมุมปากพร้อมทอดมองด้วยสายตาดูถูกดูแคลน เจ้าตัวยืนแคะเล็บวางท่าโอ้อวด คงเป็นหัวหน้าในการคุมกำลังคนครั้งนี้

                ถ้าอย่างนั้นคงเจตนาไม่คิดมาพบที่นี่ตั้งแต่แรก มิน่าถึงส่งคนของตัวเองมาต้อนรับเสียเอิกเกริก

                ในการ์ดที่นายน้อยของพวกแกส่งมา บอกให้มาเจอที่นี่เท่านั้น นอกเหนือจากนี้ฉันไม่รับรู้

                แปลว่าแกจะไม่ยอมไปกับฉันดีๆ สินะ มันเชิดหน้าพลางยิ้มถูกใจกับคำตอบของผม ก่อนหักข้อนิ้วเสียงดังแทนการข่มขู่ ผมไม่คิดตอบโต้ให้เปลืองน้ำลาย ในเมื่ออีกฝ่ายก็คาดเดาได้แต่แรก เฮ้อ ถ้าหน้าสวยๆ เป็นแผลขึ้นมา จะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งทีหลังไม่ได้นะ ปั้นเสียงเหี้ยมระคนเยาะเย้ยเตือน แต่ผมยังคงยืนนิ่ง ไม่รู้สึกสะทกสะท้านหวั่นกลัวใดๆ ทั้งสิ้น

                ฝ่ายนั้นขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใบหน้าบูดเบี้ยว แผ่นอกขยับขึ้นลงชัดเจน เพราะสูดหายใจฟืดฟาดอย่างเดือดดาลจากการคิดว่าถูกผมเมิน ท่าทางคงทำให้รายนั้นโมโหจนเลือดขึ้นหน้าเข้าแล้ว ไม่กี่อึดใจหลังความเงียบ อีกฝ่ายก็ออกคำสั่งให้ลูกน้องทั้งห้าคนที่ยืนคอยท่าพร้อมกระโจนอยู่นานเข้ารุม

                ผมยืนนิ่งอยู่จุดเดิม ปล่อยให้ประสาทสัมผัส ทั้งสายตาและการได้ยินเปิดออกเต็มที่เพื่อประเมินวิธีตั้งรับที่ดีที่สุดจากทุกทิศทาง คนพื้นเมืองผมหยิกฟูร่างหนา ซึ่งสูงกว่าผมประมาณครึ่งฟุต วิ่งด้วยความเร็วสูงเข้ามาทางขวา ชั่ววินาทีก่อนอีกฝ่ายเกือบประชิดตัว ผมก็ตั้งศอกขวาเอียงขึ้นเล็กน้อยแล้วสวนกระแทกเข้าใต้ชายโครงเจ้าตัวอย่างแม่นยำ มันชะงักกึกแล้วเซถอยหลังด้วยสีหน้าเจ็บปวด ผมแทบไม่ต้องออกแรง เพราะอีกฝ่ายพุ่งเข้ามารับเอง ซี่โครงคงร้าวไปหลายซี่ ทีนี้จะขยับก็ไม่มีทางคล่องแคล่วอย่างเดิม

                หางตาเหลือบเห็นพวกมันคนหนึ่งกำลังพุ่งมาจากด้านหน้า ผมรีบคว้าแขนคนพื้นเมืองร่างยักษ์รายเดิมเหวี่ยงใส่ ขณะทั้งคู่กำลังซวนเซเสียหลักก็จัดการถีบเข้าเต็มแรงซ้ำที่หน้าท้อง ส่งให้พวกนั้นล้มไม่เป็นท่าบนพื้น อย่างน้อยก็ถ่วงเวลาและลดจำนวนได้อีกหน่อยระหว่างต้องจัดการกับพวกที่เหลือ

                ผมรีบหมุนตัวกลับเพราะเสียงฝีเท้าสามคู่ด้านหลัง ก่อนเบี่ยงหลบกำปั้นหนาที่จวนเจียนกระแทกเบ้าตาได้หวุดหวิด ถือโอกาสนั้นยึดท่อนแขนที่ยังไม่ได้ชักกลับของชายเอเชียตัวผอมบางเหมือนหนังหุ้มกระดูกไว้ แล้วย่อตีเข่าเข้าที่หน้าท้องจนอีกฝ่ายงอตัวเป็นกุ้งเพราะความเจ็บจุก จากนั้นจึงบิดแขนมันไขว้หลังให้ไร้หนทางขัดขืน เสียงร้องท้วงโอดโอยสลับสบถดังลั่น แต่ผมไม่สนใจ เพราะกำลังยุ่งอยู่กับการยกเท้าถีบใส่หนึ่งในฝ่ายตรงข้ามแล้วรีบผลักมันไปให้พ้นทาง ก่อนรีบย่อตัวหลบหมัดจากบุคคลใหม่แล้วกวาดเท้าขวาสกัดขา ส่งให้รายนั้นล้มก้นกระแทกพื้นดังพลั่ก ผมยืดตัวทันทีแล้วลงส้นตรงตำแหน่งซี่โครงอีกฝ่าย เสียงกระดูกหักดังชัดเจนตามด้วยเสียงแผดลั่น ตัดสินใจเตะเข้าที่สันกรามซ้ำอีกหน ทำให้อีกฝ่ายแน่นิ่งไปแทนที่จะทรมาน

                ลดไปอีกหนึ่ง เพราะไม่ต้องการมัวเสียเวลาอยู่ที่นี่ จึงเน้นโจมตีจุดตาย และส่วนที่ทำให้บาดเจ็บสาหัสจนขยับเขยื้อนไม่ได้ เพื่อสงครามย่อยๆ นี่จะได้ไม่ยืดเยื้อเกินจำเป็น

                ผมเซถลาจากแรงถีบด้านหลังแล้วสะดุดเข้ากับคนที่นอนสลบเหมือดอยู่แทบเท้าทำให้ล้มเข่ากระแทกพื้นคอนกรีต เสียงวืดแหวกผ่านอากาศข้างหูส่งให้รีบกลิ้งหลบไปด้านข้างตามสัญชาตญาณ ก่อนมองไม้เบสบอลโลหะท่อนใหญ่อยู่ในตำแหน่งที่ผมอยู่ก่อนหน้าพอดี รีบดีดตัวลุกขึ้นแล้วหลบแท่งโลหะที่กำลังจะฟาดใส่อีกหน ผมถอยออกมาตั้งหลัก ทันใดนั้นพวกมันอีกนับสิบก็โผล่ออกมาสมทบ หอบเบาๆ ขณะจ้องตัวหัวหน้าที่ยืนพิงกำแพงสบายใจพลางส่งยิ้มเยาะหยันมาให้

                คิดเสียว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะผมเองก็ไม่ได้ออกแรงขนาดนี้มาสักพักใหญ่แล้วเหมือนกัน ตั้งสมาธิระหว่างไล่สายตามองฝ่ายศัตรูทีละคนเพื่อหยั่งเชิง ทันทีที่หัวหน้ามันส่งสัญญาณ พวกนั้นก็วิ่งเข้ามาตะลุมบอนเหมือนหมาหมู่กระหายเลือด ผมยังคงเน้นโจมตีจุดตายเพื่อตัดกำลังศัตรู ซึ่งได้ผลดีเยี่ยม ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ผมเพียงแค่มีรอยฟกช้ำดำเขียว และต่อสู้ได้ต่อเนื่องสบายๆ แต่สิ่งหนึ่งที่กวนใจคือพวกนั้นไม่มีใครพกอาวุธร้ายแรง ซ้ำไม่มีทีท่าจะลงมือจริงจัง เหมือนผมแค่กำลังโดนตัดกำลังหรือถูกทดสอบบางอย่างมากกว่า

                เม็ดเหงื่อผุดจากไรผมไหลย้อยเข้าดวงตาจนแสบ เนื้อตัวและใบหน้าเหนียวเหนอะหนะ เสื้อกล้ามตัวในชุ่มเหงื่อจนแนบติดผิว เกือบชั่วโมงแล้ว แต่พวกศัตรูกลับมาสมทบเพิ่มเรื่อยๆ รายที่ยังอยู่ดีมีจำนวนเท่ากับพวกที่นอนโอดโอยบ้างก็แน่นิ่งเกลื่อนกลาดบนพื้นไม่ต่างจากเศษขยะ ผมเงื้อหมัดตั้งใจต่อยเสยใต้คางศัตรูตรงหน้า แต่วัตถุลักษณะเหมือนเขี้ยวทู่สองข้างที่จี้เข้าตรงต้นคอก็ทำให้ชะงักงัน กระแสไฟมากมายไหลผ่านร่างทำปฏิกิริยากับของเหลวในร่างกายจนชักกระตุกอย่างหมดหนทางควบคุม เจ็บเหมือนถูกหอกแหลมคมนับพันทิ่มแทง สายตาที่เคยเฉียบคมกลับพร่าเบลอมองแทบไม่เป็นรูปร่าง ผมกัดปากแน่นสะกดความเจ็บปวดจนกลิ่นคาวเลือดโชยเข้าจมูก ทันทีที่กระแสไฟฟ้าหยุดลง ร่างกายก็ดิ่งลงพื้น ความมึนงงเข้าทลายระบบความคิดกระจัดกระจายระหว่างที่ความเจ็บแปรเปลี่ยนเป็นชาดิกแทบไร้ความรู้สึก เหมือนแขนขาและร่างกายของตัวเองอันตรธานหายไป

                ผมพยายามครองสติไว้ให้ได้มากที่สุด แม้จะรู้ว่าตัวเองคงกำลังโงนเงนไปมาจากภาพพร่ามัวที่อยู่ไม่นิ่ง สูดหายใจเข้าออกลึกๆ เป็นจังหวะตามที่เคยได้รับการฝึกจนเคยชิน ซึ่งทำให้ร่างกายเข้าที่เข้าทางได้เร็วยิ่งขึ้น  ทว่าหากอาจารย์ไม่เคยฝึกให้ผมทนต่อกระแสไฟฟ้ามาก่อน อาจสลบไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนคนปกติไปแล้ว

                จากนั้นผมกระจุกหนึ่งก็ถูกดึงกระชากจนใบหน้าแหงนขึ้นตามแรง เพราะสมองยังมึนเบลอเหมือนยังมีกระแสไฟฟ้าวิ่งวนอยู่ภายในและบีบเส้นประสาทจนปวดเขม็ง ทั้งร่างกายยังอ่อนปวกเปียกไม่เชื่อฟังคำสั่งจึงไม่อาจขัดขืน

                อึดไม่เบาเหมือนกันนะแกเนี่ย มิน่านายน้อยถึงได้สนใจนักหนา แว่วเสียงเต็มด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์เอ่ยขึ้น

                ไม่นานใบหน้าของไอ้ตัวหัวหน้าก็ปรากฏชัดเต็มสองตา เมื่ออีกฝ่ายย่อตัวอยู่ระดับเดียวกันขณะมือยังดึงรั้งหัวผมไม่ปล่อย ออกจะเพิ่มแรงจากเดิมเสียด้วยซ้ำ ผมถุยน้ำลายผสมคาวเลือดจากปากตัวเองใส่หน้าเจ้าตัว บอกให้รู้ว่าผมไม่คิดเกรงกลัวคนที่คอยแต่ออกปากสั่งให้คนอื่นออกแรงแทน ขณะตัวเองเอาแต่วางท่าทว่าหดหัวอยู่ในซอกหลืบ

                อีกฝ่ายถลึงตาอย่างโกรธจัดจนเหมือนจะถลนออกจากเบ้า ก่อนรีบใช้เสื้อเช็ดน้ำลายด้วยท่าทางขยะแขยง มันปล่อยมือจากผมแล้วเงื้อตบเข้าที่กกหูเต็มแรง ใบหน้าผมหันตามแรงส่งมหาศาล หูด้านในเจ็บแปลบจากแรงสะเทือน ได้ยินเพียงเสียงวิ้งแหลมน่ารำคาญดังก้องเหมือนเสียงหวูดเตือนก่อนเกิดการทิ้งระเบิดในสมัยก่อน ผมกำหมัดขวาแน่นแล้วรวบรวมแรงต่อยสวนตรงเข้าที่กรามของมัน เสียงกระดูกกระทบกระดูกดังน่าฟัง รายนั้นเซหงายหลังไม่เป็นท่า ผมสูดหายใจลึกจับจ้องมันนิ่งอย่างไม่รู้สึกรู้สา ก่อนพยายามบังคับขาหยัดกายลุกขึ้น

                ไม่ทันทำสำเร็จของแข็งก็กระแทกเข้ากลางหลังจนทรุดฮวบตามแรงโน้มถ่วงอีกครั้ง ผมอยู่ในท่าคลานสี่ขา ยังฝืนดันตัวจะลุกอีก แต่คราวนี้ไม้เบสบอลฟาดลงกลางหัวเกิดเสียงดังลั่น ความเจ็บร้าวแล่นริ้วไปทั่วศีรษะ สติที่ไม่เคยได้กลับมาทำงานเต็มที่ก็ยิ่งเหือดหาย รู้สึกว่าข้างแก้มแนบกับพื้นกระเบื้องปูถนนเย็นเฉียบ ความคิดต่างๆ นาๆ พร่าเลือนหายหลอมรวมกับอาการปวดสาหัส ซึ่งยังพอฝืนทนไหวจากการฝึกร่างกายอย่างหนัก ทว่าหนนี้กลับไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ตามใจคิดอีก พวกมักใช้ฝ่าเท้าเหยียบลงบนหัวแล้วกดตรึงไว้ หูได้ยินเสียงหัวเราะปะปนกับเสียงก่นด่าราวกับถูกเล่นผ่านลำโพงที่ใกล้เสีย

                วินาทีนั้นคำสอนประโยคหนึ่งจากอาจารย์ก็ผุดเข้ามาในความคิดราวกับต้องการตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้ นักฆ่าต้องไม่พลาดท่าเสียที ต้องฉลาด และคิดนำศัตรูก้าวหนึ่งเสมอจึงจะรอด

                แต่ตอนนี้ผมพลาด ผิดพลาดมหันต์ที่นิ่งนอนใจ ไม่ทันระวังและคิดให้รอบคอบ เป็นฝ่ายปล่อยให้ศัตรูนำไปหนึ่งก้าว ไม่มีโอกาสได้นึกโกรธแค้นตัวเองต่อ ร่างกายก็ขยับจากแรงกระแทกตรงสีข้าง ความจุกเล่นซ้ำไปซ้ำมาราวกับไม่มีวันจบสิ้น เพราะดูเหมือนพวกมันจะสนุกสนานกับการรุมเตะผม ประสาทรับรู้เริ่มแย่ลง และแย่ลงเรื่อยๆ กระทั่งฟังไม่ออกว่าพวกศัตรูคุยอะไรกัน จากนั้นดวงตาก็ถูกผูกปิดด้วยผ้าปิดตา รับรู้ว่าร่างกายโดนประคองขึ้น พวกมันคงกำลังพาผมไปหาคนที่ถูกเรียกว่านายน้อย เพียงไม่กี่อึดใจสติก็ชิงดับวูบทั้งที่พยายามฝืนรั้งเต็มที่

 

 

rrrrrrrrrr

 

 

                ฮโยรินจูงมือผมเดินออกจากลิฟต์พร้อมด้วยรอยยิ้มสดใสราวกับแสงแรกในวันอากาศปลอดโปร่ง ปั้นยิ้มบางกลับคืน ก้าวเดินตามแรงดึงจากมือนุ่มนิ่มออกมายังบริเวณล๊อบบี้กว้างขวางของโรงแรม อีกฝ่ายบอกว่าอยากไปหามื้อเช้าทานที่ร้านอาหารข้างนอก แน่นอนว่าผมไม่คิดขัดใจ ก่อนมองผู้พักคนอื่นๆ เดินตัดกันไปมาดูคึกคัก และพร้อมเต็มที่สำหรับการตะลุยกรุงโรม เมืองแห่งความโรแมนติกในเช้าวันใหม่

                แม้เมื่อคืนผมจะโกหกอีกครั้งว่าปวดหัวและเข้านอนก่อน เช้านี้ฮโยรินกลับยังคงร่าเริงเหมือนปกติ เธอยังคงบริสุทธิ์ผ่องใสและไร้ข้อกังขาใดๆ ทว่าสิ่งนี้ทำให้ผมรู้สึกหม่นหมอง เจ็บปวดและเลวทราม เกลียดตัวเองที่คงทำให้อีกฝ่ายต้องหม่นแสงลงไม่วันใดก็วันหนึ่ง ฮโยรินไม่สมควรเจอเรื่องแบบนี้ ไม่สมควรได้รับการตอบแทนแบบนี้จากผม ทั้งที่เธอมอบความรักและหัวใจให้จนหมดสิ้น แต่ผมมันขี้ขลาด อ่อนแอเกินจะตรึกตรองหาทางแก้ไขอย่างจริงจัง เพียงเพราะกลัวจะต้องนึกถึงผลลัพธ์มากมายที่ตามมา

                ลอบถอนหายใจยาว ปล่อยให้อีกฝ่ายกอบกุมมือผมที่ไม่แม้แต่คิดจะจับตอบเอาไว้แน่น ละอายใจที่สิ่งเดียวซึ่งรบกวนจิตใจอย่างแท้จริงมาตลอดคืนจนถึงเวลานี้คือประโยคที่เทาบอกว่าไม่ได้คิดอะไร.. ผมหันกลับไปมองบอดี้การ์ดห้าคนที่เดินตามอยู่ด้านหลัง ก่อนขมวดคิ้วแปลกใจเมื่อไร้วี่แววของเทา

                ผมแกะมือฮโยรินที่กำลังยืนดูแผ่นพับแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวออกแล้วเดินเข้าไปหากลุ่มบอดี้การ์ด พวกเขายืนตรงแล้วค้อมหัวให้อย่างสุภาพนอบน้อมเหมือนทุกครั้งเมื่อผมเดินมาถึง

                เทาหายไปไหน ทำไมถึงไม่มาทำหน้าที่? ผมถามเสียงเรียบ พยายามคงมาดน่าเกรงขามไว้ให้มากที่สุดระหว่างกวาดตามองบอดี้การ์ดทีละคนเพื่อรอคำตอบ จากนั้นฮโยรินก็เดินตามมายืนข้างๆ มองผมสลับกับลูกน้องด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม

                หัวหน้าหวงไม่อยู่ครับ ออกไปทำธุระ ธุระ? ผมมุ่นหัวคิ้วอย่างสงสัย

                ธุระอะไร?

                ไม่ทราบครับ หัวหน้าหวงไม่ได้บอกไว้ แต่ดูท่าทางคงเป็นเรื่องด่วนเพราะเร่งรีบออกไป

                ออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่?

                ตั้งแต่เมื่อคืนครับ ประมาณสี่ทุ่มยี่สิบนาที

                ตั้งแต่เมื่อคืน!? ผมทวนถามเสียงดัง บอดี้การ์ดคนเดิมพยักหน้าอย่างหวั่นเกรง เมื่อคืนหลังลงจากดาดฟ้าพร้อมอีกคน ผมจำได้ว่ากลับเข้าห้องตอนประมาณสี่ทุ่มเศษ ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าเทาออกไปหลังจากนั้นไม่นาน เรื่องด่วนอะไรนักหนาป่านนี้ถึงยังไม่กลับมา หรือผู้ชายคนนั้นจะสั่งเทาไปทำงานเสี่ยงอันตรายให้อีก? ผมรีบล้วงหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกงยีนสีดำ ก่อนพรูลมหายใจอย่างหงุดหงิดเมื่อพบว่าแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง โทรหาเทา ถามด้วยว่ากำลังทำอะไรอยู่ที่ไหน

                ครับ บอดี้การ์ดคนเดิมทำตามคำสั่งในทันที ผมยืนกัดริมฝีปากด้านในของตัวเองรออย่างร้อนใจ เพราะมันหลายชั่วโมงแล้วที่เทาออกไป โทรไม่ติดครับ ดูเหมือนหัวหน้าหวงจะปิดเครื่อง ราวกับหัวใจหยุดทำงานไปชั่วขณะหนึ่ง เหตุการณ์แบบนี้เหมือนครั้งที่เทาหายไปหนก่อน บางอย่างบอกผมว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ ลองสั่งให้บอดี้การ์ดโทรอีกครั้ง แน่นอนว่าผลลัพธ์ไม่ต่างจากเดิม หายไปทำอะไรที่ไหนกันแน่ เทา?

                เทาอาจจะไปทำธุระไกล เลยนอนค้างแถวนั้นแล้วมือถือแบตหมดพอดีก็ได้ ช่วงสายๆ ก็คงกลับมาเองนั่นแหละ เทาไม่เป็นอะไรหรอก อย่าเครียดนักสิ ฮโยรินพูดปลอบพลางบีบมือผมแน่นอย่างให้กำลังใจ มองรอยยิ้มจากอีกฝ่ายแล้วพยักหน้ารับแบบขอไปที ในใจก็พยายามจะคิดอย่างเดียวกับที่เธอบอก แต่ความรู้สึกบางอย่างในอกมันคอยแต่จะขัดแย้ง และพร่ำบอกว่าเกิดบางอย่างที่ไม่ใช่เรื่องดีขึ้นกับเทาแน่ๆ

                เราทานอาหารในโรงแรมแทนได้มั้ย? ผมไม่ค่อยอยากออกไปข้างนอกแล้ว เอ่ยถามทั้งที่สายตาจดจ้องพื้นกระเบื้องใต้เท้า ราวกับตั้งใจพิจารณาตีความลวดลายซับซ้อนของมัน แต่แท้จริงแล้วในหัวเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์ร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับเทา ผมไม่มีแก่ใจจะออกไปเดินชมเมือง ไม่มีสมาธิมากพอจะเสแสร้งยิ้ม

                อื้ม ได้สิ จับแววผิดหวังเลือนรางได้จากเสียงหวานที่ตอบรับกลับมา แต่ผมกำลังจมจ่อมกับเรื่องของเทา มากเกินกว่าจะแคร์คนข้างกาย

               


 

                ใช้ส้อมเขี่ยสลัดในจานเปลสีขาวขอบทองตรงหน้าไปมาอย่างเหม่อลอย ตั้งแต่พนักงานยกมาเสิร์ฟ ผมแค่ตักเข้าปากเคี้ยวกลืนพอเป็นพิธีสองสามคำแล้วก็หมดความรู้สึกอยากอาหารโดยสิ้นเชิง ในหัวเอาแต่คิดวกวนเฉพาะเรื่องของเทาซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด พยายามคาดเดาสาเหตุที่เขาหายไปนานหลายชั่วโมง ไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังทำอะไร กำลังกลับมาโรงแรม หรือที่ผมกลัวที่สุดคือตกอยู่ในอันตราย ถ้ารู้ว่าอีกคนไปไหนคงเบาใจมากกว่านี้ ก่อนออกไปแทนที่จะบอกกันเสียหน่อย เมื่อไหร่จะรู้ตัวสักทีว่าทำแบบนี้ผมกังวลมากแค่ไหน

                อาหารไม่อร่อยหรอคริส? ละสายตาจากปลายส้อมมองเจ้าของคำถาม ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจับจ้องผมด้วยสีหน้าไม่สบายใจ สั่งใหม่มั้ย?

                เปล่า แค่ไม่ค่อยหิวเฉยๆ ผมโกหก ความจริงกระเพาะที่กำลังมีอาการปวดแสบอยู่ตอนนี้มันร้องท้วงว่าร่างกายต้องการอาหาร แต่สมองกลับลิดรอนความรู้สึกอยากทานของผมไปหมดสิ้น

                หรือว่า..กังวลเรื่องเทาอยู่ ใช่มั้ย? ผมผ่อนลมหายใจยาวระบายความเครียด ก่อนพยักหน้ายอมรับ สายตาหลุบกลับลงจ้องมือที่กำลังจับส้อมเขี่ยสลัดจนเละเทะ กระจัดกระจายไม่เป็นหนึ่งเดียวเหมือนจิตใจของผมยามนี้ เทาอาจจะแค่แอบหนีไปเที่ยวก็ได้ เทาน่ะยัง..”

                เทาไม่ใช่คนแบบนั้น ผมขัดเสียงเย็น ไม่พอใจที่ฮโยรินเดาสุ่มทั้งที่ไม่รู้จักเทาแม้แต่นิด ผมจ้องเธอเขม็ง ฮโยรินตัวแข็งทื่อ ดวงหน้าไร้สีเลือดด้วยความตกใจ

                ผม..ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ รีบก้มหน้าแล้วหลับตาเพื่อสงบสติอารมณ์

                ไม่นานจึงเงยสังเกตท่าทีของฮโยริน เธอฝืนยิ้มเฝื่อนให้ ก่อนก้มมองอาหารในจานตัวเองโดยไม่ได้แตะต้องอยู่นาน ผมรู้สึกผิดที่เผลอแสดงท่าทีแบบนั้นออกไป แต่ก็ไม่รู้จะแก้ตัวว่าอย่างไร เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย ให้เราทั้งคู่ตกอยู่ภายใต้ความเงียบอันแสนอึดอัด

                ยังไงก็กินสักหน่อยดีกว่า เดี๋ยววันนี้ไม่มีแรงเดินเที่ยวนะอีกฝ่ายพยายามทำเป็นลืมเหตุการณ์ก่อนหน้าแล้วใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกในจานตัวเองยื่นมาตรงปากของผมพร้อมรอยยิ้มให้กำลังใจ ผมมองไส้กรอก ก่อนผลักมือฮโยรินออกเบาๆ ทำไมถึงไม่เข้าใจ เห็นอยู่ว่าผมไม่อยู่ในสภาพอารมณ์ที่จะออกไปเตร่ข้างนอก

                รอให้เทากลับมาก่อนแล้วค่อยไปเที่ยวได้มั้ย? หรือจะออกไปเดินเล่นคนเดียวก่อนก็ได้ ผมจะให้บอดี้การ์ดคอยตามไปด้วย วางช้อนส้อมลงบนจาน เพราะไม่มีเรี่ยวแรงจะถือมันอีก ก่อนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางพรูลมหายใจสั้นๆ ฮโยรินเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนพูดขึ้น

                ถ้าอย่างนั้นฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคริสที่นี่ พอเทากลับมาแล้วค่อยออกไปพร้อมกัน ก็นี่มันฮันนีมูนของเราสองคน จะให้หนีไปเที่ยวคนเดียวได้ยังไงล่ะ ผมรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจพูดแฝงความนัยบางอย่าง แต่ตอนนี้ผมไม่ต้องการเก็บมันมาใส่ใจ สิ่งที่สนใจตอนนี้มีเพียงแค่เทาคนเดียวเท่านั้น

               


 

                ผมมองนาฬิกาข้อมือแล้วผุดลุกจากโซฟาในห้องพัก ก่อนเดินวนไปวนมาอย่างกระวนกระวาย นี่มันตั้งสี่ทุ่มกว่าแล้ว ทำไมเทายังไม่กลับมาอีก? ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วที่เขาหายไป มันต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่ๆ ฮโยรินที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาจับมือให้หยุดเดินแล้วบีบเบาๆ ผมก้มมองสายตาเศร้าหมองของอีกฝ่าย ก่อนแกะมือนั้นออกช้าๆ

                เดี๋ยวผมมา รีบเดินออกมาหน้าห้อง บอดี้การ์ดสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่จึงหันมาทำความเคารพ ติดต่อเทาได้รึยัง?

                ยังติดต่อไม่ได้เลยครับ ผมชักสีหน้า ทั้งผิดหวัง หงุดหงิดและกังวล ราวกับจังหวะหัวใจ และการรับรู้เคลื่อนช้าลง เหมือนมันต้องการจะปิดทำงานเพื่อหลบเลี่ยงความกลัว และความหวั่นวิตก

                ไปตามพนักงานโรงแรมแล้วเอาคีย์การ์ดสำรองมาเปิดห้องเทา ผมออกคำสั่งเสียงเฉียบ หนึ่งในบอดี้การ์ดน้อมรับคำสั่งแล้ววิ่งหายไป ไม่แน่ในนั้นอาจจะมีเบาะแสบางอย่างบอกว่าเทาไปไหนก็ได้

                ห้านาทีต่อมาบอดี้การ์ดคนเดิมก็กลับมาพร้อมพนักงานโรงแรมชาย ผมยื่นมือขอคีย์การ์ดจากพนักงาน ก่อนรีบแตะมันกับแท่นรับเซ็นเซอร์ ทันทีที่ได้ยินเสียงปลดล็อคก็เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปทันที สภาพห้องเรียบร้อยเหมือนไม่เคยผ่านการใช้งาน เว้นก็แต่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ของเทาที่ถูกรูดซิบเปิดวางไว้ตรงปลายเตียง ซึ่งบ่งบอกว่าที่นี่มีเจ้าของ

                ค้นให้ทั่ว ถ้าเจออะไรน่าสงสัยให้รีบรายงานฉัน

                สิ้นคำสั่งบอดี้การ์ดสองคนที่เดินตามเข้ามาก็ตอบรับอย่างแข็งขัน จากนั้นทุกซอกทุกมุมในห้องพักของเทาก็ถูกรื้อค้น ผมยืนอยู่กลางห้องพยายามกวาดสายตามองหาอะไรก็ตามที่ดูผิดแผกจากปกติ รีบก้าวเท้าเดินมายังโต๊ะเครื่องแป้งเมื่อพบมุมซองเอกสารสีน้ำตาลขาดวิ่นโผล่พ้นออกจากลิ้นชักที่ปิดไว้ไม่สนิท ผมรีบดึงลิ้นชักออกจนมันเกือบหลุดจากตัวยึด ก่อนคว้าซองเอกสารขึ้นดู พลันหายใจสะดุดเมื่อเห็นตราประทับของพวกอินทรีย์ทมิฬ

                มือสั่นเล็กน้อยจากความเครียดและร้อนใจ ก่อนรีบคว่ำซองเททุกอย่างด้านในลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง เบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพแอบถ่ายเทากระจัดกระจายอยู่บนนั้นพานให้นึกถึงตอนที่ผมไปแมนชั่นของเขาครั้งแรก ตอนนั้นก็มีแบบนี้ส่งมาเหมือนกัน หัวใจเต้นถี่รัวอย่างหวาดวิตก เม็ดเหงื่อเริ่มผุดออกจากผิวหนังทั้งที่อากาศเย็นสบาย พวกมันต้องการอะไรกันแน่? ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย!? ผมปัดรูปภาพบนโต๊ะทิ้งอย่างโกรธจัด โกรธที่ตัวเองไม่มีปัญญาทำอะไรสักอย่าง ก่อนเหลือบเห็นการ์ดสีแดงที่ตกลงบนพื้นแล้วรีบคว้าขึ้นมาอ่าน

                พวกมันนัดเทาให้ไปพบ นึกแล้วไม่มีผิดว่าต้องเกิดเรื่องกับเทาแน่ ทำไมผมไม่เอะใจให้เร็วกว่านี้!!

                รู้จักที่นี่รึเปล่า? ผมเดินเอาการ์ดที่มีชื่อสถานที่ไปให้บอดี้การ์ดดู

                รู้จักครับ

                รีบพาฉันไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ผมออกคำสั่ง แต่บอดี้การ์ดทั้งสองคนกลับมองหน้ากันเหมือนมันไม่ใช่ความคิดที่ดี

                เจ้านายคอยอยู่ที่นี่ดีกว่าครับ มันอาจเป็นกับดักก็ได้ ผมมองหน้าคนใต้บังคับบัญชาขณะคิดตามที่อีกฝ่ายบอก พวกเราจะแบ่งคนออกไปตามหาหัวหน้าหวงเอง เจ้านายคอยฟังข่าวอยู่ที่นี่กับคุณฮโยรินจะปลอดภัยกว่าครับ เผื่อหัวหน้าหวงกลับมาระหว่างนี้ด้วย

                ผมหันมองไปทางอื่นอย่างลังเล ทะเลาะเบาะแว้งกับความคิดตัวเองอย่างหนัก ใจหนึ่งอยากไปตามหาเทาด้วยตัวเอง ส่วนอีกความคิดก็รู้สึกว่าควรจะรออยู่ที่นี่ เพราะถึงไปผมก็คงเป็นได้แค่ภาระ ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี สุดท้ายจึงจำยอมพยักหน้าตกลงแล้วกำชับให้พวกเขาคอยโทรรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ ผมกวาดตามองห้องพักของเทาอีกครั้ง ก่อนเดินกลับมายังห้องตัวเองอย่างเงียบเชียบ ฮโยรินรีบลุกจากโซฟาเดินเข้ามาหา ก่อนใช้มือประคองใบหน้าที่กำลังก้มต่ำมองพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยากของผมขึ้น

                ทำไมหน้าซีดแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นหรอ? รู้สึกว่าตัวสั่น เมื่อสาเหตุที่เทาหายไปเข้ามารบกวนจิตใจอีกครั้ง

                ผมลองเข้าไปค้นห้องเทา เจอข้อความของพวกศัตรูนัดให้เขาไปพบ..ตั้งแต่เมื่อวาน แม้กระทั่งเสียงก็ยังเบาหวิวและสั่นเครือ ฮโยรินหน้าเสียเมื่อได้ฟังคำตอบ ก่อนดึงมือผมไปกุมไว้แน่น

                เทาเก่งจะตายไป เทาจะต้องไม่เป็นอะไรแน่ๆ อย่ากังวลมากเกินไปเลยนะ เธอพูดปลอบใจ แต่ผมไม่อยากรับฟัง ได้แต่ยืนเหม่อจมอยู่กับความหวาดวิตกที่ถลำลึกลงเรื่อยๆ ของตัวเอง

 

 

rrrrrrrrrr

 

 

                ร่างกายเกือบทุกส่วนปวดระบม เส้นเลือดใต้ผิวเต้นประท้วงตุบ เพราะเลือดคั่ง เนื้อหนังคงเต็มด้วยรอยถลอกขีดข่วนและบาดแผล แสบทุกครั้งเมื่ออุณหภูมิต่ำโลมเลียให้มันแห้งตึง แม้จะบาดเจ็บระดับที่คนทั่วไปเรียกว่าสะบักสะบอม แต่ผมยังคงรักษาสติสัมปชัญญะรวมถึงการรับรู้เฉียบคมไว้ได้ ทั้งเสียงหยดน้ำ เสียงการเคลื่อนไหวรอบตัว เสียงพูดคุยทั้งที่ได้ยินชัดเจน และแผ่วเบา กระทั่งกลิ่นเหงื่อ กลิ่นบุหรี่รวมไปถึงกลิ่นอาหารก็ไม่สามารถเล็ดรอดประสาทรับรู้ที่ยังคงใช้งานได้ดี เว้นอย่างเดียวคือการมองเห็น ซึ่งยังคงถูกปิดกั้นด้วยผ้าสีทึบ

                ตั้งสมาธิสดับฟังทุกการเคลื่อนไหวในอาณาบริเวณที่อาจเป็นภัยต่อตนเอง เสียงน้ำหยดแว่วเป็นระยะจากด้านหลังไม่ไกล น่าจะเกิดจากการรั่วซึมของท่อประปาตามผนัง การเคลื่อนไหวของฝ่ายศัตรู แม้เพียงน้อยนิดทว่ากลับก้องสะท้อนทุกครั้ง บ่งบอกว่าผมคงอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมโล่งๆ กลิ่นเหม็นอับติดตรึงอยู่ในอากาศที่ค่อนข้างเย็น มีแนวโน้มว่าสถานที่นี้อาจถูกทิ้งร้างมานาน ห่างออกไปด้านหน้าหลายสิบฟุตเป็นเสียงปะทุจากกองไฟ ซึ่งร่างกายไม่ได้รับความอบอุ่นจากมันมากเท่าไหร่

                ฝ่ายศัตรูสามคนกำลังยืนจับกลุ่มเถียงเรื่องไร้สาระข้องเกี่ยวกับการเมืองเน่าเฟะอยู่รอบกองไฟ เพราะได้ยินเสียงพื้นรองเท้าเสียดสีกับพื้นคอนกรีตตลอดเวลา อีกหนึ่งคนคงกำลังกินแฮมเบอร์เกอร์เนื้อเพิ่มแตงกวาดองพิเศษอยู่มุมซ้ายของห้อง เพราะได้กลิ่นฉุนชัดเจน ประเมินจากน้ำหนักการลงเท้าคร่าวๆ พวกนั้นไม่น่าตัวใหญ่หรือมีรูปร่างกำยำ ออกจะผอมแห้งแรงน้อยเสียด้วยซ้ำ หากสามารถแก้เชือกป่านเส้นหนาที่มัดแขนผมไพล่หลังติดกับพนักเก้าอี้รวมถึงตรงขาได้เมื่อไหร่ คงจัดการได้ไม่ยากเย็นนัก

                ผมยกปลายคางขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่จำได้แม่นยำราวกับเห็นด้วยตาเดินเข้ามาใหม่ เป็นตัวหัวหน้าที่ผมพลาดท่าเสียทีให้จนต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าอดสู เสียงเนื้อผ้าหยาบแข็งเสียดสีกันสวบสาบราวกับกระดาษทุกครั้งที่ฝ่ายนั้นก้าวเดิน กลิ่นบุหรี่เหม็นคลุ้งติดตัวโชยนำมาเหมือนน้ำหอมที่ถูกพรมใส่เกินพอดี

                เบื่อรึยัง หึๆๆน้ำเสียงเยาะเย้ยระคนขบขันเสียเกินจริงของมันถามขึ้น ก่อนใช้มือสากตบแก้มซ้ายผมซ้ำๆ ไม่ได้แรงมากจนเจ็บ แต่ก็เหมือนจงใจซ้ำรอยช้ำที่มีอยู่เดิม

                ผมนิ่งเงียบไม่คิดตอบคำถาม อีกฝ่ายคำรามต่ำอย่างโกรธเกรี้ยวในลำคอ ก่อนปลายแหลมคมกริบจากโลหะเย็นเฉียบจะกดลงเหนือลูกกระเดือก ลงน้ำหนัก แต่ยังยั้งไม่ให้แทงทะลุ มันหัวเราะเสียงตลกราวกับชอบใจหนักหนา

                ถ้านายน้อยไม่ได้ต้องการตัวแกเป็นๆ ป่านนี้ฉันคงเอามีดนี่ควักหัวใจแกออกมาดูเล่นแล้ว บอกพลางกดปลายมีดทะลุเข้าเนื้อตื้นๆ รู้สึกถึงเลือดอุ่นไหลซึมออกมา แต่สำหรับผมก็ไม่ต่างจากโดนมดกัด บังอาจทำลูกน้องฉันปางตายเกือบหมด พล่ามต่อด้วยกระแสเสียงจงเกลียดจงชังแล้วลากปลายมีดต่ำลง ออกแรงกรีดตลอดทางจนเกือบถึงกลางหน้าอก ก่อนมันจะถูกดึงออก คาดว่าอีกฝ่ายคงกำลังยืนพิจารณาผลงานตัวเองอยู่พลางยิ้มภูมิใจ

                ถ้าฝ่ายแกไม่เริ่มก่อน ฉันก็คงไม่ต้องเปลืองแรง เจ้าตัวแค่นลมออกจมูก ก่อนเสือกมีดกลับมาใต้ลำคอ

                อยู่สภาพนี้ยังกล้าต่อปากต่อคำอีกนะ พอพูดจบประโยค กลุ่มผมด้านหลังก็ถูกกระชากแรงจนหน้าหงาย หึ สร้อยสวยดีนี่ น้ำเสียงแข็งกระด้างเปลี่ยนเรื่องพูดพลางใช้มีดเกี่ยวสร้อยคอที่บอสเพิ่งให้ผมมา ท่าทางจะเป็นของมีราคาซะด้วย ไหนลองทดสอบดูหน่อยว่าทนสมราคารึเปล่า

                เสียงรองเท้าบูทส้นหนาบดกับเศษพื้นซีเมนต์เดินอ้อมไปด้านหลัง ทันใดนั้นสร้อยที่สวมอยู่ก็ถูกดึงรั้งให้แผ่นหลังแนบกับพนักเก้าอี้ตามแรง โลหะเส้นเล็กบาดเข้าผิวเนื้อราวกับจะตัดลำคอให้ขาดสะบั้นพร้อมปิดกั้นช่องทางหายใจ ผมตั้งสติแล้วเกร็งลำคอ ขืนแรงดึงมาด้านหน้าเพื่อให้สร้อยขาด ก่อนตัวเองจะขาดอากาศ ขณะที่ปอดเริ่มเจ็บแปลบ ร่างกายเหมือนจะกระตุกเกร็ง เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็เดินเข้ามา

                แกกำลังทำอะไร!!” เสียงต่ำคล้ายขึ้นจมูกตะโกนถามอย่างเกรี้ยวกราดจังหวะเดียวกับที่สร้อยขาดพอดี ได้ยินเสียงมันกระเด็นไปตกฝั่งซ้ายมือ ผมหอบหายใจสูดอากาศผ่านลำคอปวดหนึบ รู้สึกไม่ต่างจากมีแท่งเหล็กแหลมคมทิ่มแทงอยู่ทั่วลำคอด้านนอกพยายามจะทะลุเข้ามา

                นะ..นายน้อย..” นิ่งทันทีเมื่อเสียงตะกุกตะกักหวาดกลัวของฝ่ายที่เพิ่งทรมานผมต่างๆ นาๆ พูดขึ้น นายน้อยอย่างนั้นหรือ? มาได้เสียที ถ้าไม่ใช่เพราะตั้งใจรอพบคงหนีออกไปตั้งแต่ได้สติเมื่อสองชั่วโมงก่อนแล้ว จากนั้นก็ได้ยินเสียงกุลีกุจอเดินกลับไปยืนข้างหน้า ห่างจากผมไปประมาณสี่ห้าฟุต

                ฉัน ถาม ว่า แกกำลังทำอะไร? โทนเสียงที่บ่งบอกว่าอายุยังน้อยถามย้ำช้าๆ อีกรอบ อัดแน่นด้วยความไม่พอใจ และข่มขู่อยู่ในที น้ำเสียงแบบนี้ รู้สึกคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินมาก่อน ต้องมากกว่าหนึ่งครั้งแน่

                ผะ..ผม..ผมแค่กำลังสั่งสอนที่มันทำคนของเราเจ็บหนักครับ คนถูกถามตอบเสียงแผ่วสั่นด้วยความหวาดกลัวมากกว่านอบน้อม

                แกกล้าทำนอกเหนือคำสั่งฉัน? ถามด้วยความกังขาแฝงแววเหมือนกำลังตัดสินใจเรื่องบางอย่าง

                ผมขอโทษครับนายน้อย

                คำขอโทษของแก มันช่วยให้ของขวัญพิเศษของฉันกลับสภาพเดิมไม่ได้ ผมพยายามค้นความทรงจำว่าเคยได้ยินเสียงนายน้อยของอินทรีย์ทมิฬจากไหนมาก่อน ขณะคนที่ทำกร่างทรมานผมกำลังเริ่มร้องขอชีวิตอย่างน่าสมเพช ไม่กี่อึดใจเสียงขึ้นลำกล้องปืนสั้นก็ดังก้องในห้องสี่เหลี่ยม จากนั้นไกถูกเหนี่ยวตามด้วยเสียงเลือนลั่นแล้วทุกอย่างก็เงียบกริบ หมอนั่นคงถูกส่งไปนรกแล้ว

                เสียงขาเก้าอี้ไม้ถูกลากครูดกับพื้นหยุดห่างจากผมเพียงหนึ่งฟุต มันลั่นเอี๊ยดอ๊าดเมื่อมีคนนั่งลง ไม่ต้องมองเห็นก็รู้ว่าต้องเป็นนายน้อยของอินทรีย์ทมิฬ เพราะกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่รู้สึกเคยคุ้นลอยมาเตะจมูก คนที่น่าสงสัยน้อยที่สุด ถูกมองข้าม กลมกลืน และแนบเนียนมากที่สุด ไม่คิดว่ามาก่อนว่าตัวเองจะบกพร่องในหน้าที่ได้ขนาดนี้

                ต้องขอโทษด้วยที่ลูกน้องไร้สมองของฉันทำรุนแรงกับนายเกินไปหน่อย โทนเสียงแสดงความห่วงใย ขณะเดียวกันฝ่ายตรงข้ามก็ใช้ผ้าหอมกรุ่นผืนนิ่มซับหยาดเหงื่อตามไรผม และข้างแก้มให้เบาๆ

                ผมจำเสียงคุณได้ หมอไค มืออีกฝ่ายหยุดทันที ได้ยินเสียงถอนหายใจ ก่อนมือจะถูกดึงกลับ จากนั้นเสียงหัวเราะเหมือนเจอเรื่องผิดแผนก็แค่นผ่านจมูก

                แบบนี้คงไม่จำเป็นต้องปิดตาแล้วสิ พูดเหมือนทอดถอนใจในเวลาเดียวกัน ไม่นานก็มีคนแก้ผ้าผูกตาออกให้ ผมค่อยๆ ลืมขึ้นแล้วกะพริบถี่เพื่อให้ชินกับแสงสว่างจ้าจากเสาไฟสปอร์ตไลท์ตรงมุมติดกับกรอบประตูไม้ที่ไร้บานประตู

                ผมจ้องมองหมอไค อดีตหมอไคที่ตอนนี้เป็นนายน้อยของอินทรีย์ทมิฬ ศัตรูคู่อาฆาตตลอดกาลขององค์กร ในมือเขาถือผ้าที่คงใช้ผูกตาผมมาตลอดอยู่ อีกฝ่ายสวมสูทสีเทามีลวดลายเล็กๆ แทรกตลอดผืนผ้ากับรองเท้าหนังราคาแพง ทรงผมก็ถูกจัดแต่งอย่างดีไร้ที่ติ เขายิ้มให้ ยังคงเป็นรอยยิ้มที่ผมจำได้ทว่าครั้งนี้เปิดเผยตัวตนหมดเปลือก ด้านหลังมีบอดี้การ์ดร่างกำยำในชุดสูททางการสีดำสองคนคอยยืนคุมเชิงอยู่

                คุณต้องการอะไรจากผม? อีกฝ่ายยิ้มกว้างกว่าเดิมแล้วเปลี่ยนเป็นนั่งท่าไขว่ห้าง

                ใจร้อนจังเลยนะ คนพูดมีท่าทีสบายอกสบายใจ ฉันเข้าใจว่านายโกรธที่ต้องเจ็บตัวมากขนาดนี้ แต่มันเลี่ยงยากจริงๆ เห็นชัดว่านายไม่ยอมมาด้วยดีๆ ลูกน้องของฉันเลยต้องลงมือทำตามแผนสอง นายน้อยของอินทรีย์ทมิฬหยุดพูด ก่อนเอียงคอเสมองไปทางอื่นเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง ก่อนหน้านี้ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสพ่อค้าอาวุธเพื่อนของนายคนหนึ่ง ให้ช่วยส่งต่อข้อเสนอจากฉันให้นาย ทั้งที่ข่มขู่ก็แล้ว แต่ดูเหมือน..ชื่ออะไรนะ ..อ้อ ปาร์คชานยอล หมอนั่นไม่ใส่ใจสักนิด ตอนนี้ฉันเลยส่งของขวัญเนื่องในโอกาสแสนพิเศษให้กับทางการเพื่อลงโทษเพื่อนนาย ต่อจากนี้คงทำตัวเป็นมนุษย์ล่องหนไม่ได้แล้วล่ะ

                ผมไม่สนว่าคุณทำอะไรกับพ่อค้าอาวุธนั่น อย่าเฉไฉนอกเรื่องจะดีกว่า เอ่ยเตือนสติอีกฝ่าย

                โอเคๆ ฉันก็แค่อยากคุยเรื่องอนาคตกับนาย เลยถือโอกาสนี้ทดสอบความอึดด้วยนิดหน่อย ไม่คิดว่าลูกน้องของฉันตั้งหลายโหลจะเหลือใช้งานได้แค่ไม่กี่คน เขาพูดเหมือนกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศพลางยิ้มกว้างอย่างสนุกสนาน

                คุณต้องการคุยอะไรกับผม? ถามอีกรอบ เพราะคนตรงหน้าไม่ยอมเข้าเรื่องเสียที นายน้อยของอินทรีย์ทมิฬนั่งจ้องผมนิ่งๆ สักพัก ประกายตาไหววูบขณะกำลังคิดอะไรบางอย่าง

                ฉันต้องการให้นายมาเป็นคนของอินทรีย์ทมิฬ

                ผมมองกลับด้วยสายตานิ่งเฉยแล้วนึกถึงการพบเจอกับอาจารย์ครั้งล่าสุด เรื่องที่ท่านสารภาพว่าเพราะอะไรจึงทรยศองค์กรไปอยู่กับอีกฝ่าย พวกนี้ยังคงใช้วิธีการเดิมๆ เพื่อดึงคนจากฝ่ายตรงข้าม เพียงแต่พวกมันหาคนบริสุทธิ์มาข่มขู่ผมอย่างที่ทำกับอาจารย์ในอดีตไม่ได้ เพราะผมไม่มีใครต้องห่วง ไม่มีความผูกพันกับใคร แต่ช่วงเวลานี้ใบหน้าของบอสกลับลอยเด่นขึ้นมา

                กำลังคิดอะไรอยู่หรือ? อีกคนถามพลางยิ้มกริ่ม ราวกับอ่านใจผมออกทะลุปรุโปร่ง

                กำลังคิดว่าจะปฏิเสธคุณด้วยวิธีไหนดี จำต้องโกหกเพื่อปกปิดความจริง เขาหัวเราะแล้วเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้อีกจนเข่าของเราสองคนเกยกัน

                ถ้าเราตกลงกันได้ตั้งแต่หนนี้ เรื่องก็จะจบ และไม่มีใครต้องสังเวยชีวิต..ด้วยเรื่องนี้อีกฝ่ายนั้นเน้นย้ำตรงคำว่าใคร ตั้งใจตอกย้ำกึ่งบังคับให้ยอมตกลงโดยไร้ทางเลือก ขณะฝ่ามือลูบไล้อยู่แถวต้นขาของผมช้าๆ ดูสายตาก็รู้ว่าเขามีแผนร้ายในใจอีกมากมาย

                มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่บอกเพราะรู้ดีว่าแผนของอีกฝ่ายหลังจากนี้คืออะไร เขาหุบยิ้มฉับเหมือนเด็กถูกขัดใจ ก่อนจ้องผมอย่างโกรธกรุ่นเมื่อรู้ว่าข้อเสนอถูกปฏิเสธ

                ไม่ทันได้คุยต่อ บอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่ด้านหลังคนหนึ่งก็ยื่นโทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่นมาตรงหน้าคนเป็นเจ้านาย เขาเพียงจ้องมองหน้าจอแล้วดันมือลูกน้องตัวเองกลับไปด้วยสีหน้าหงุดหงิด จากนั้นอีกฝ่ายก็รั้งลำคอผมแล้วดึงเข้าหา ก่อนตัวเองจะลุกจากเก้าอี้พลางยื่นหน้ามาใกล้ๆ ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดใส่ข้างแก้ม ขณะผมกำลังสงสัยว่าเขาคิดทำอะไร

                ฉันไม่ได้สนใจแค่ความเก่งกาจของนายอย่างเดียว อย่างอื่นในตัวนาย..ฉันก็สนเหมือนกัน อีกฝ่ายกระซิบ จากหางตาเห็นเจ้าตัวกำลังยิ้มมุมปาก รออยู่ที่นี่ดีๆ ก่อนแล้วเดี๋ยวหมอไคจะกลับมาทำแผลให้นะครับ พอพูดประโยคกึ่งจงใจเสียดสีจบ เขาก็แตะริมฝีปากลงบนข้างแก้มของผม ก่อนถอยห่างไปยืนตำแหน่งเดิม

                ผมเลื่อนสายตามองตาม รู้สึกแปลกใจ เขาหอมแก้มผมทำไม? บอสบอกว่ามันมีไว้ใช้แสดงความขอบคุณไม่ใช่หรือ? แล้วฝ่ายนั้นจะขอบคุณผมเรื่องอะไร หรือแค่ต้องการแกล้งให้หงุดหงิด? รายนั้นยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนรับโทรศัพท์มาจากมือบอดี้การ์ด กำชับให้พวกลูกน้องสี่คนที่อยู่ในห้องคอยเฝ้าผมให้ดีๆ ก่อนเร่งรีบเดินออกไป

                ตอนนี้ในห้อง ซึ่งผนังปูนทั้งสี่ด้านเต็มไปด้วยรอยพ่นสเปรย์เป็นตัวอักษรของพวกมือบอนจึงเหลือแค่ผมกับฝ่ายศัตรูสี่คนเดิม ตามเนื้อตัว และใบหน้าแต่ละคนมีรอยฟกช้ำบ้างนิดหน่อย หนึ่งในพวกนั้นมองอดีตหัวหน้าชะตาขาดที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าสยดสยอง ดวงตาข้างขวาแหลกเละเกือบกลวงโบ๋เพราะโดนกระสุนเจาะทะลุ จากนั้นมันจึงสั่งให้อีกสองคน ซึ่งคงระดับต่ำกว่าลากศพไปไว้ที่อื่น คนคอยเฝ้าที่เหลือก็ไม่ได้ใส่ใจผมเท่าไหร่นัก จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะเริ่มแผนหลบหนี

                ผมสามารถแก้เชือกที่มัดข้อมือไว้ได้ตั้งแต่นั่งคุยกับนายน้อยของอินทรีย์ทมิฬ แค่แกล้งตบตาใช้มือประคองมันไว้เหมือนเดิมเพื่อไม่ให้พวกนั้นสังเกตเห็น ไม่ว่าเงื่อนจะซับซ้อนมากขนาดไหน ผมก็เคยถูกฝึกผูก และแก้ภายใต้สถานการณ์กดดันถึงชีวิตมาหมดแล้ว ยิ่งเงื่อนมั่วซั่วพวกนี้ถือว่าง่ายแสนง่าย

                ปล่อยทิ้งเชือกลงบนพื้น ฝ่ายตรงข้ามทั้งคู่หันหลังให้ คนหนึ่งยังกินเบอร์เกอร์ที่ถูกขัดจังหวะไว้เสียนานต่อ ส่วนอีกคนกำลังยืนสูบบุหรี่ข้างกองไฟ ซึ่งถูกจุดในถังเหล็กขึ้นสนิม ต้องจัดการรายที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน สายตาล็อคอยู่ที่ศัตรูอย่างระมัดระวัง ขณะก้มตัวลงหยิบมีดพกที่ซ่อนไว้ใต้ขากางเกงแล้วตัดเชือกบริเวณข้อเท้าให้ขาดออกจากกัน แม้กระทั่งการค้นตัวเพื่อยึดอาวุธจากตัวผมไปทิ้ง ซึ่งถือเป็นสิ่งแรกที่ควรทำ แต่พวกมันก็ไม่ คงไม่ใช่เพราะในอินทรีย์ทมิฬมีแต่มือสมัครเล่นแบบนี้ถึงต้องคอยดึงตัวคนจากฝ่ายศัตรูอยู่ตลอด

                ผมกระชับมีดพกในมือแล้วลุกจากเก้าอี้ ค่อยๆ ย่องอย่างเงียบเชียบตรงไปยังชายสูงผอมที่ยังคงสนใจแค่เบอร์เกอร์ จากนั้นเร่งเข้าประชิดตัวทางด้านหลัง ใช้มือซ้ายอ้อมปิดปากไม่ให้อีกฝ่ายส่งเสียง ก่อนมืออีกข้างจะกดใบมีดพาดขวางเป็นแนวนอนบนลำคอตัดผ่านหลอดลมและเส้นเลือดใหญ่ กลิ่นคาวจากเลือดคลุ้งเข้าจมูก แฮมเบอร์เกอร์ร่วงลงพื้น เพราะเจ้าของกำลังกุมลำคอตัวเอง ผมค่อยๆ วางเจ้าตัวลงกับพื้น ของเหลวแดงข้นไหลทะลักราวกับดีใจที่ได้ออกมา จังหวะนั้นอีกคนหันกลับมาพอดี ผมจึงขว้างมีดปักเข้าตรงขั้วหัวใจของฝ่ายที่กำลังวิ่งพุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ รายนั้นชะงักพลางตาเบิกค้างด้วยความตกใจ หวาดกลัวและเคียดแค้น ผมไม่สน แต่รีบกวาดตาหาสร้อยที่บอสเป็นคนให้ เห็นมันตกอยู่ชิดกำแพงแล้วเก็บมากำไว้แน่น ก่อนเดินมาดึงมีดออกจากกลางอกศัตรูที่นอนแน่นิ่งอยู่แล้วก้าวเร็วๆ ผ่านวงกบไม้ออกมานอกห้อง โถงทางเดินยาวมืดเกือบสนิท มีประตูเรียงติดกันนับสิบ คงเป็นตึกที่ถูกทิ้งร้าง

                พยายามสร้างเสียงสะท้อนระหว่างช่องกำแพงน้อยที่สุดขณะเดินหาทางออก ไม่แน่ใจว่ายังมีพวกศัตรูเฝ้าอยู่ตรงไหนอีกบ้าง ชั้นที่ผมอยู่คือชั้นสอง เพราะเห็นหมายเลขอารบิกตัวใหญ่สีขาวจางเขียนอยู่สุดทางเดิน จนเกือบถึงบันไดซีเมนต์ที่เชื่อมขึ้นไปชั้นบน และหายลงไปข้างล่างในความมืดก็ได้ยินเสียงแว่วของเพลงพื้นเมืองดังออกมาจากห้องติดบันได รีบขยับเข้าไปชิดกำแพงตรงกรอบประตูว่างเปล่าแล้วเลื่อนหน้ามองเข้าไป เห็นศัตรูแค่คนเดียวกำลังนั่งฟังวิทยุรุ่นเก่าบนโซฟาเดี่ยวทั้งเก่าและขาดวิ่น มือขวากระดกขวดเหล้าราคาถูก ก่อนเรอเสียงดัง

                ผมถือโอกาสเดินไปด้านหลังอีกฝ่ายที่ไม่ได้คิดระแวดระวังแม้แต่นิด นอกจากเอนหลังพิงพนักโซฟากลางห้องเตรียมจะหลับ ย่อตัวเล็กน้อยแล้วอ้อมแขนทั้งสองข้างล็อคศีรษะศัตรู ก่อนจับบิดไปด้านซ้ายอย่างว่องไวในทิศทางผิดรูปร่างของมนุษย์ กระทั่งเกิดเสียงดังกร๊อบของกระดูก ทว่าถูกกลบเกือบมิดด้วยเสียงเพลงจากวิทยุ จัดวางศีรษะอีกฝ่ายที่ไม่สามารถทรงตัวได้อีกพิงกับพนักโซฟา ก่อนตัดสินใจถอดเสื้อโค้ทยาวระดับเข่าสีเทามอซอของร่างไร้ลมหายใจมาสวมทับชุดเปรอะเปื้อนทั้งดินทั้งเลือด และขาดวิ่นไม่น่าดูจากการต่อสู้ของตัวเองแล้วเก็บสร้อยลงในกระเป๋าข้างของเสื้อ

                รีบลงบันไดโดยไร้เสียงฝีเท้าจนมาถึงด้านในของประตูทางออก ข้างนอกเป็นป่าเล็กๆ กินพื้นที่ไม่มาก เพราะบริเวณนี้ถูกทิ้งร้าง มีถนนคอนกรีตที่ตรงบริเวณขอบแตกกะเทาะห่างออกไปห้าเมตร แต่ใหญ่พอจะให้รถสี่ล้อวิ่งได้สบาย น่าจะยาวสักประมาณหนึ่งถึงสองกิโล และเชื่อมกับถนนสายหลัก เพราะได้ยินเสียงรถมากมายดังแว่วมา ผมกวาดสายตามองทั่วบริเวณหน้าตึก มีฝ่ายศัตรูอีกสามคนยืนจับกลุ่มห่างออกไปไม่ไกล มีคนคอยเฝ้าน้อยกว่าที่คิด ถ้าไม่ใช่เพราะถูกผมจัดการไปตั้งแต่ทีแรกเกือบหมด คนพวกนี้ก็ประมาทมากเกินไป

                จากตรงนี้ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจจะปลอดภัยกว่า เพราะถ้าหากพวกนั้นสักคนไหวตัวทันระหว่างต่อสู้แล้วโทรไปรายงานเจ้านายของพวกมันจะยิ่งยุ่งยาก ผมก้มหยิบเศษปูนข้างตัวขึ้นมาสองก้อน คำนวณหาทิศทางให้ห่างจากถนนมากที่สุดแล้วปาก้อนแรกเข้าไปในพงหญ้าซ้ายมือ พวกนั้นหันขวับตามเสียงทันที ยืนเกี่ยงกันอยู่สักพัก ก่อนแยกออกไปคนหนึ่งด้วยท่าทางไม่สู้เต็มใจ

                นับหนึ่งถึงห้าในใจเพื่อเว้นจังหวะไม่ให้ดูน่าสงสัย ก่อนปาเศษปูนออกไปอีกก้อน จงใจให้มันตกไกลกว่าเดิมสักเมตร แต่เบี่ยงห่างจากจุดแรก สองคนที่เหลือหันมองหน้ากัน ผมเห็นแววระแวงสงสัยระคนหวาดกลัว ไม่รู้พวกนั้นคิดว่าเสียงเกิดจากอะไรถึงได้กึ่งจูงกึ่งลากกันไปทั้งคู่ ทว่าถือเป็นโอกาสดีสำหรับผม เมื่อมั่นใจว่าฝ่ายศัตรูยังไม่มีใครกลับออกมาจึงรีบออกจากตึก วิ่งตรงไปยังถนนแล้วเบี่ยงเข้าข้างทางให้พงหญ้าสูง และต้นไม้ช่วยพรางตัว วิ่งให้เร็วที่สุด เพราะไม่อยากเสี่ยงกรณีนายน้อยของพวกมันกลับมา ราวสิบห้านาทีผมก็ออกมาเจอถนนสายหลัก ยืดตัวตรงแล้วหอบหนัก ขณะมองรถรากับผู้คนพลุกพล่านที่ยังคงเดินสวนไปมาท่ามกลางแสงไฟสีส้ม

                ผมรีบดึงฮู้ดของเสื้อโค้ทขึ้นปกปิดใบหน้าฟกช้ำกับลำคอเปื้อนเลือด เมื่อนักท่องเที่ยวคู่หนึ่งเดินผ่านพลางมองด้วยความตกใจ จากนั้นจัดการติดกระดุมเสื้อให้แน่นหนา ก่อนเดินหาแท็กซี่เพื่อกลับไปยังโรงแรม

                เกือบชั่วโมง แท็กซี่ก็จอดนิ่งอยู่หน้าโรงแรม ผมถอดนาฬิกาข้อมือราคาแพงจ่ายแทนเงินสด เพราะกระเป๋าเงินหายไปตั้งแต่ตอนต่อสู้ โชคดีที่มันไม่ได้รับการเสียหายมากเท่าไหร่ ผมแร่งฝีเท้าเดินผ่านพนักงานต้อนรับชายร่างผอมผิวซีดที่ประตู ซึ่งมองมาอย่างสอดรู้สอดเห็น ก่อนผ่านล็อบบี้ ซึ่งค่อนข้างเงียบ เพราะตอนนี้คือเวลาพักผ่อน ทันทีที่ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นห้องพัก บอดี้การ์ดสามคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องบอสก็รีบผละออกจากตำแหน่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าตกใจตามๆ กันเมื่อเห็นสภาพของผม

                “หัวหน้าโอเคไหมครับ? ลูกน้องคนหนึ่งถามขึ้นหลังผมดึงฮู้ดออก

                ฉันไม่เป็นไร แค่แผลกับฟกช้ำนิดหน่อย

                แต่..”

                สถานการณ์ที่นี่ปกติดีหรือเปล่า? ผมถามแทรก

                ปกติดีครับ แต่เจ้านายกังวลมากที่หัวหน้าหายตัวไป วันนี้ทั้งวันไม่ยอมออกไปไหนเลย สั่งให้พวกเราออกตามหาหัวหน้าอย่างเดียว ท่านหงุดหงิดมากที่พวกเราตามตัวหัวหน้าไม่เจอ ผมพยักหน้ารับรู้ รู้สึกผิดมหันต์ที่เป็นสาเหตุให้บอสต้องกังวลและอารมณ์ไม่ดี ทั้งที่อีกฝ่ายควรได้มาเที่ยวพักผ่อนกับคุณฮโยริน

                ฉันจะไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้ก่อนแล้วจะเข้าไปรายงานตัวกับบอสเอง พวกนายยังไม่ต้องบอกว่าฉันกลับมาแล้ว ถ้าให้คนเป็นเจ้านายมาเห็นผมในสภาพแบบนี้จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่

                จะดีหรือครับ? ผมมองหน้าคนถามนิ่ง บอกกลายๆ ว่านี่เป็นคำสั่ง สุดท้ายพวกนั้นจึงค้อมหัวเล็กน้อยแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง

                หลังกลับเข้ามาในห้อง ผมล้วงสร้อยคอที่บอสให้ออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท ก่อนถอดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี พิจารณาสร้อยเส้นสวย ซึ่งใส่ได้ยังไม่ถึงวันขาดออกจากกัน ถ้าบอสรู้จะโกรธหรือเปล่า? เดินเอามันมาวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนสังเกตเห็นว่าห้องถูกรื้อค้น ที่เห็นชัดคงเป็นภาพแอบถ่ายที่พวกอินทรีย์ทมิฬส่งมาให้ ซึ่งกระจายตกอยู่เต็มพื้น บอสเข้ามาค้นห้องหรือ? ไม่ใช่ฝีมือพวกศัตรูแน่ๆ เพราะข้างนอกบอกว่าสถานการณ์ที่นี่ปกติดี

                ผมถอดแจ็คเกตยีนเขรอะดินตัวนอกออกพาดกับพนักเก้าอี้ไม้ของโต๊ะเครื่องแป้ง มองแผลถูกมีดกรีดแดงเข้มเป็นเส้นตรงราวกับสัญลักษณ์ของลัทธิอะไรบางอย่างจากใต้ลำคอจนเกือบถึงกลางอก เลือดยังไหลซึมออกมาประปราย แต่ก็มากพอที่เสื้อกล้ามสีขาวจะถูกย้อมแดงชุ่มเป็นหย่อม เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อตรวจดูร่องรอยถูกสร้อยรัด รอยโซ่เล็กแนวนอนพาดรอบคอไม่ต่างจากลวดลายแดงช้ำเลือดช้ำหนอง ผมเผ้ายุ่งเหยิงพันจับเป็นกลุ่มก้อนจากทั้งเหงื่อไคล และเลือด ข้างใบหน้ามีรอยของเหลวสีแดงแห้งกรังไหลย้อยเป็นทาง มุมปากแตก หางตาซ้ายบวมเป่ง ตามเนื้อตัวมีรอยช้ำทั้งม่วงทั้งเขียวเต็มไปหมด ส่วนใหญ่น่าจะเกิดจากตอนโดนพวกศัตรูรุมซ้อม

                กำลังจะเดินไปทางห้องน้ำ ประตูหน้าก็เปิดผางออก ผมหยุดมองบอสที่ในมือกำคีย์การ์ดไว้แน่น ซึ่งคงจะเป็นสำรองของห้องผมอีกฝ่ายถึงเข้ามาได้ เจ้านายเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ระหว่างไล่สายตามองมาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขายืนนิ่งสีหน้าซีดเผือดอยู่นานหลายวินาที ก่อนจะปิดประตูห้องแล้วเดินมายืนตรงหน้า ผมค้อมหัวทำความเคารพ อีกฝ่ายอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็เม้มแน่นเป็นเส้นตรง ทำอย่างเดิมซ้ำอยู่หลายรอบ ขณะดวงตาฉายแววไม่สบายใจระคนรู้สึกผิดราวกับเป็นความผิดของตัวเอง ทั้งที่ไม่ใช่

                จะไปไหนทำไมไม่บอกก่อน!? บอสขึ้นเสียงสั่นถาม แววตาเปลี่ยนเป็นโกรธขึ้ง และผิดหวังในเวลาเดียวกัน ถ้าพวกศัตรูเรียกไปพบ ทำไมไม่พาคนอื่นไปด้วย?

                ผมขอโทษครับ ก้มหน้าตอบ เจ้านายทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ ก่อนดึงผมมานั่งลงที่ขอบเตียง แต่ตัวเองกลับคุกเข่าลงกับพื้นแล้วแทรกตัวอยู่ระหว่างขาของผมแทน

                ทำไมบอสนั่งตรงนั้นครับ? ถามอย่างไม่เข้าใจ กำลังจะดึงมือบอสขึ้นมานั่งข้างกัน แต่เขากลับบีบมือผมไว้แล้วส่งสายตาปราม เป็นเจ้านายนั่งข้างล่างไม่เหมาะนะครับ ขึ้นมา..”

                มันใช่เวลามากังวลเรื่องไร้สาระพวกนี้รึไง? หรือจงใจเปลี่ยนเรื่อง? อีกฝ่ายว่าเสียงดุ

                ผมเปล่าครับ

                ดี ถ้าอย่างนั้นอยู่เฉยๆ แล้วฟังพี่พูด น้ำเสียงของบอสยังคงสั่น ดวงตาบอกว่าเจ้าของพยายามอดกลั้นบางอย่างที่ใกล้จะระเบิดเต็มที ผมพยักหน้ารับแล้วนั่งนิ่งตามคำสั่ง

                เขาขบริมฝีปากล่างของตัวเองจนซีดไร้สี ก่อนก้มหน้าจ้องมองมือตัวเองที่ยังกอบกุมมือผมไว้ เพียงแต่หลวมกว่าเดิม เจ้านายเงียบอยู่นาน นานจนผมคิดจะเอ่ยถาม ทว่าเขาก็เงยขึ้นสบตาเสียก่อน ความรู้สึกวูบโหวงจู่โจมผมโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อเห็นว่าดวงตาทั้งสองข้างของบอสแดงก่ำ รื้นน้ำวาวแววกระทบแสงไฟ บอสร้องไห้? ทำไม?

                รู้บ้างมั้ยว่าพี่เป็นห่วงมากแค่ไหน ฟังเหมือนประโยคเปรยเลื่อนลอยมากกว่าคำถาม

                ผม..” มีโอกาสพูดเพียงเท่านี้ ก่อนบอสจะพูดต่อ

                พอรู้ว่าเทาหายไป พี่ก็แทบไม่เป็นอันทำอะไร ยิ่งรู้ว่าเทาไปพบไอ้พวกสารเลวนั่น พี่ก็ยิ่งกลัว กลัวจนอยากจะเป็นบ้าไปซะ จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไรอีก

                บอสไม่ต้องกลัวหรอกครับ ที่ผมตัดสินใจไปก็เพื่อทำให้เรื่องมันจบ บอสจะได้ไม่ต้องมาเสี่ยงอันตรายด้วย ถึงแม้แท้จริงมันจะยังไม่จบก็ตาม เจ้านายกลับยิ่งขมวดคิ้ว สีหน้าฝืนกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ ก่อนใช้สองมือประคองใบหน้าผมไว้

                ไม่ให้กลัวได้ยังไง พี่ไม่ได้กลัวว่าพวกนั้นจะทำอะไรพี่บ้าง แต่พี่กลัวเทาจะเป็นอันตราย กลัวเทาจะหายไป กลัวจะไม่ได้เห็นหน้าของเทาอีก เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นต่างจากก่อนหน้า จ้องลึกเข้ามาในดวงตาจนหัวใจผมเต้นรัวผิดจังหวะ บอสเป็นห่วงผม?

                ทำไมล่ะครับ?

                เพราะพี่ รัก เทา รักมากๆ มองตอบดวงตาหม่นหมอง ผมคิดว่าผมเองก็รักบอสเหมือนกันครับ พี่อยู่บนโลกนี้ต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่มีเทา

                ผมไม่เข้าใจ บอสยังมีคุณฮโยรินนะครับ

                ใช่ เทาไม่เข้าใจ พี่ไม่ได้รักฮโยริน เทาสำคัญต่อพี่มากกว่าฮโยริน ถ้าเทาเจ็บ พี่ก็รู้สึกเจ็บ ถ้าเทา..หยุดหายใจ ไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว พี่เองก็จะไม่อยู่ด้วยเหมือนกัน ความรู้สึกหลากหลายหลอมรวมอยู่ในความคิดจนสับสน รู้สึกยินดีเมื่อรู้ว่าตัวเองสำคัญกับบอสมากแค่ไหน แต่ผมก็ตกใจในเวลาเดียวกัน ถ้าผมบาดเจ็บก็จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บด้วย มันเกิดขึ้นได้หรือ?

                ผมทำให้บอสเจ็บด้วยหรือครับ? ถามอย่างสงสัย

                ใช่ คราวหลังอย่าทำอะไรเสี่ยงอันตรายตามลำพังจนบาดเจ็บแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย?

                เข้าใจครับ แต่บอสไปโรงพยาบาลดีไหม เจ็บตรงไหนบ้างครับ?ผมถามพลางสอดส่ายสายตาหาร่องรอยอาการบาดเจ็บของอีกฝ่าย ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้

                เด็กโง่ นายต่างหากที่ต้องไปโรงพยาบาล เอียงคอมองเจ้านายอย่างงงงัน ทำไมเขาถึงว่าผมแบบนั้น จากนั้นอยู่ๆ เสียงหัวเราะแผ่วก็ดังออกจากปากบอส เรื่องนั้นช่างมันก่อน แต่ถ้าวันหนึ่งเทาไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว พี่เองก็จะไม่อยู่เหมือนกัน ฉะนั้นจำเอาไว้ ต่อจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าจะตัดสินใจทำอะไรให้นึกถึงความปลอดภัยของตัวเองก่อนเสมอ ถ้าเทาเป็นอะไรขึ้นมาพี่จะเสียใจ..เสียใจมากๆ

                ผมสำคัญกับบอสมากถึงขนาดถ้าผมตายเขาเองก็จะตายตามเชียวหรือ? ผมไม่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นกับบอส เขาต้องมีชีวิตอยู่ ต้องมีความสุข ต้องเป็นผู้นำองค์กรดูแลอีกนับพันนับหมื่นชีวิต ผมมีหน้าที่ปกป้องเขา ฉะนั้นผมจะไม่มีวันยอมให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้านายเด็ดขาด

                ผมจะจำไว้ครับ บอสยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มขมขื่น จากนั้นเขาอ้อมแขนกอดเอวผมไว้ ก่อนซบหน้าลงมาบนหน้าขา

                พี่ดีใจที่เทากลับมา ขอบคุณที่กลับมา พึมพำอู้อี้เสียงเบา ผมไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรจึงยกมือขึ้นลูบผมเจ้านาย เพราะเวลาเขาทำอย่างเดียวกันผมรู้สึกดี และผ่อนคลายหายเหนื่อย อยากให้บอสรู้สึกแบบนั้น

                ผ่านไปหลายนาที คนเป็นเจ้านายยังคงอยู่ท่าเดิม ประโยคข่มขู่ของนายน้อยอินทรีย์ทมิฬกลับมาเล่นวนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นครั้งแรกที่มันทำให้ผมหวั่นใจ และไม่มั่นใจในตัวเอง หนีออกมาแบบนี้ ไม่นานทางนั้นต้องลงมือทำอะไรอีกแน่ ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับหัวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย จากนี้ผมจะต้องกลับไปฝึกร่างกายและฝึกสมาธิให้ดีขึ้น จะไม่ยอมให้ใครหรือสิ่งไหนมาทำอันตรายเขาได้เด็ดขาด

                บอสจับมือผมที่ยังคงลูบอยู่บนศีรษะตัวเอง จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้น ก่อนกดจูบลงบนหลังมือ อีกฝ่ายกลับมาทำสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง ขณะจ้องมองรอยถลอกปอกเปิกบนมือของผม

                เจ็บมากรึเปล่า หืม?

                ไม่มากครับ ผมตอบพร้อมส่ายหน้ายืนยัน อีกไม่นานก็หาย ทว่าเขากลับพ่นลมหายใจเหมือนได้ฟังคำตอบที่ไม่ต้องการ

                แล้วนี่รอยอะไร ทำไมเป็นแบบนี้? นัยน์ตาตื่นตกใจ ขณะดันคางผมขึ้นเพื่อให้เห็นรอยการทำร้ายที่รอบคอได้ถนัด ก่อนเลื่อนลงมองรอยมีดกรีดราวกับกำลังเห็นภาพสยองขวัญ

                พวกนั้นคนหนึ่งใช้สร้อยคอที่บอสให้รัดคอผมครับ แต่ตอนนี้มันขาดไปแล้ว ผมบอก ก่อนลุกเดินมาหยิบสร้อยแล้วยื่นให้อีกฝ่ายดู ส่วนรอยนี้แค่มีดกรีดครับบอสจ้องมองสร้อยในมือผมด้วยสายตาไม่สู้ดี ก่อนเขาจะคว้าสร้อยแล้วปามันทิ้งไปมุมห้อง ปาทิ้งทำไมครับ?

                เพราะสร้อยเส้นนั้นทำให้เทาบาดเจ็บ เขาบอกเสียงเรียบ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมบอสต้องลงกับสร้อย ในเมื่อไม่ใช่ความผิดของมัน

                บอสต้องลงกับคนที่ทำสิครับ สร้อยมันไม่ผิด เพราะมันไม่มีชีวิต เจ้านายเงยมองผม ก่อนยิ้มแปลก

                ถ้าเป็นไปได้ พี่ก็อยากจะฆ่าคนที่ทำแบบนี้กับเทา

                เขาตายไปแล้วครับ คนเป็นเจ้านายส่งสายตาสงสัย คงคิดว่าผมทำ เจ้านายของพวกนั้นทำเอง  เพราะเขาทำเกินคำสั่งคนฟังพยักหน้ารับ ยังคงมองสำรวจเนื้อตัวผม ริ้วความกังวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บอส ผมขอเก็บสร้อยไว้ได้ไหมครับ ผมชอบมัน พอเห็นว่าเจ้านายยิ้ม จึงรู้โดยสัญชาตญาณว่านั่นคือคำอนุญาต ผมเดินไปเก็บสร้อยแล้วเดินมาคุกเข่าลงข้างบอส

                เอามานี่สิ พรุ่งนี้พี่จะเอาไปซ่อมให้ ผมยื่นสร้อยให้เจ้านายตามคำสั่ง พอซ่อมเสร็จแล้วพี่จะคืนให้นะ

                ขอบคุณครับ บอสจ้องมองมันสักพัก ก่อนเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ต จากนั้นก็หันตัวมาหาแล้วใช้นิ้วโป้งไล้ข้างแก้มของผม

                เทาไปอาบน้ำเถอะ ออกมาแล้วพี่จะช่วยทำแผลให้

                ไม่เป็นไรครับ บอสกลับห้องไปพักผ่อนดีกว่า เดี๋ยวผมเรียกลูกน้องมาช่วยเอง

                แต่พี่อยากช่วย

                บอสมาฮันนีมูนนะครับ ฮันนีมูนคือการที่คนสองคน ซึ่งเพิ่งแต่งงานกันมาใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่ใช่หรือครับ กลับไปอยู่กับคุณฮโยรินเถอะครับ เธอคงกำลังรอบอสอยู่อีกฝ่ายนิ่งเงียบ สายตาเหม่อมองด้านหลังผมราวกับกำลังจมอยู่กับเรื่องบางอย่างที่ไม่น่ายินดี

                ก็ได้ ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจแล้วตอบตกลง แต่พี่มีข้อแม้

                ข้อแม้อะไรครับ?

                ไม่รู้พี่บอกกี่ครั้งแล้ว ว่าเวลาอยู่ด้วยกันสองคนห้ามเรียกว่าบอส ให้เรียกพี่อี้ฟาน

                ผมคิดว่าฟังดูไม่เหมาะสมครับ พอได้ยิน อีกฝ่ายก็ถลึงตาดุใส่

                ทำไมดื้อแบบนี้ ต่อไปนี่ถือเป็นคำสั่งเด็ดขาด เวลาอยู่กับพี่สองคน ห้ามเรียกว่าบอสอีก ต้องเรียกว่าพี่อี้ฟานเท่านั้น เข้าใจมั้ย? ผมนั่งตัวตรงตั้งใจฟัง ก่อนพยักหน้ารับโดยไร้ข้อโต้เถียง

                ต่อไปนี้เวลาอยู่ด้วยกันสองคน ผมจะไม่เรียกบอสว่าบอสอีก จะเรียกว่าพี่อี้ฟานเท่านั้นครับ

                ดีมาก อีกฝ่ายยกยิ้มฝืน ก่อนจูบหน้าผากเลอะเทอะของผมแล้วยืนขึ้น ผมลุกตามแล้วมองบอสเดินออกไปจากห้องพัก

                เป็นอีกครั้งที่ผมมองประตูห้อง ขณะเฝ้าคิดว่าอยากให้บอสอยู่ด้วย อยากให้ช่วยทำแผล อยากจะนั่งคุยกันต่อ แต่ผมเอ่ยปากขอสิ่งที่เห็นแก่ตัวเหล่านั้นไม่ได้ เขาเป็นเจ้านาย และผมเป็นเพียงลูกน้อง ควรอยู่ในขอบเขตที่ยึดมั่นมาตลอด ถ้าหากล้ำออกไปเมื่อไหร่ ผมมีลางสังหรณ์ว่ามันยากที่จะกลับดังเดิม

 

rrrrrrrrrr

 

 

                เจ้านายมีอะไรให้พวกเรารับใช้หรือเปล่าครับ? บอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องหันมาถาม เพราะผมดันเดินออกมาตอนตีสามทั้งที่ควรจะหลับไปนานแล้ว ผมแสร้งหันมองไปทางอื่นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งระหว่างพยายามเค้นสมองคิดหาคำตอบดีๆ อย่างหนัก ถ้าให้บอกตามตรงก็คือเป็นห่วงเทามากจนนอนไม่หลับ เลยต้องลุกออกมาเพื่อจะไปดูให้เห็นกับตาว่าเขาไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ แต่คุณก็รู้ว่าผมไม่ควรพูดความจริง

                ฉันมีเรื่องเร่งด่วนต้องปรึกษากับเทา แกล้งตอบแบบไม่สบอารมณ์ เหมือนรำคาญที่อีกฝ่ายละลาบละล้วง เหลือบเห็นบอดี้การ์ดคนเดิมมีสีหน้าสงสัยชั่วครู่ ผมทำเป็นไม่เห็นแล้วใช้คีย์การ์ดที่ถือมาปลดล็อคประตูห้องเทา คอยดูแลฮโยรินให้ดีๆ ด้วย ทำเป็นเบี่ยงเบนไปเรื่องอื่นเพื่อวางมาด ก่อนจะแทรกตัวผ่านประตูเข้ามาในห้องแล้วปิดลงตามเดิม

                พรูลมหายใจอย่างโล่งอกในห้องมืดสนิท ก่อนได้ยินเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของเตียง จากนั้นโคมไฟสีส้มนวลตรงหัวที่นอนก็ถูกเปิดขึ้น เทาใช้ศอกยันตัวกับฟูกนอนขึ้นดู ก่อนเปลี่ยนเป็นลุกนั่งเมื่อผมเดินเข้าไปหา

                บะ..พี่อี้ฟานมีอะไรหรือครับ? ผมนั่งลงตรงขอบเตียงแล้วใช้มือลูบหัวอีกฝ่ายที่มีสีหน้าดีขึ้นจากเดิมเยอะ

                พี่นอนไม่หลับ เป็นห่วงเทา

                ตอนนี้ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ พี่อี้ฟานกลับไปนอนเถอะ ตาเรียวคมกลับดูกลมโต และเป็นประกายไม่ต่างจากดวงดาวบนท้องฟ้าเมื่อต้องกระทบแสงไฟ แม้หางตาข้างหนึ่งจะยังบวมช้ำ ทว่าก็ไม่ได้ลดทอนความน่าหลงใหล แต่ดวงหน้าที่ปกติเรียบเนียน ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ซึ่งตอกย้ำให้ผมรู้ว่าตัวเองไม่อาจสบายใจได้ตามคำบอกของเด็กตรงหน้า

                พี่อยากนอนที่นี่ด้วย ได้มั้ย? เหมือนผมเห็นความเปลี่ยนแปลงในดวงตาของอีกฝ่ายวูบหนึ่ง ไม่รู้ว่าเพียงคิดไปเองหรือเป็นเพราะแสงไฟ แต่มันคงไม่ได้เกิดขึ้นจริง

                ได้ครับ ถ้าเป็นความต้องการของพี่อี้ฟาน ผมไม่ค่อยปลื้มกับประโยคหลังเสียเท่าไหร่ แต่เลือกจะปัดมันทิ้งไป เพราะถึงอย่างไรก็จะได้นอนกอดเทาอยู่ดี

                ผมยิ้มอ่อนโยนให้อีกคน ก่อนปีนข้ามไปอีกฝั่งของเตียง ซึ่งว่างอยู่ จากนั้นจึงเอนตัวลงนอนบนหมอนนุ่มใบโต เทาปิดโคมไฟข้างตัวส่งผลให้ทั้งห้องกลับมืดสนิทเหมือนตอนแรก ไม่นานฟูกนอนด้านข้างก็ขยับยวบลง เทาคงนอนลงแล้ว

                ราตรีสวัสดิ์ครับพี่อี้ฟาน เสียงราบเรียบบอกแผ่วชัดในความเงียบ

                เมื่อสายตาเริ่มปรับชินกับความมืด ผมจึงเห็นว่าเทานอนตะแคงหันหน้ามาหา เปลือกตาอีกฝ่ายปิดสนิท ขณะแผ่นอกใต้เสื้อยืดตัวบางขยับขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผมอ้อมแขนซ้ายดึงเทาเข้ามากอดไว้หลวมๆ เขาขยับตัวอย่างว่าง่ายเข้ามา กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกจนผมเผลอตัวสูดกลิ่นของอีกฝ่ายเข้าเต็มปอด ก่อนสำรวจรายละเอียดบนดวงหน้าในความสลัว บรรจงจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มที่ปรกหน้าผาก ถอนออกอ้อยอิ่งเนิบช้าแล้วไล่ลงจูบเปลือกตาที่ยังหลุกหลิกทั้งสองข้าง

                เสมือนตัวผมไม่ระมัดระวังจึงโดนยาพิษร้ายแรงเข้า แต่พอรู้ตัวกลับยอมรับผลของมันแต่โดยดีซ้ำเห็นว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกวันยาพิษแพร่กระจายสร้างความเจ็บปวดขมขื่นจากรักต้องห้าม หากความรู้สึกนั้นคือยาพิษ เทาก็เปรียบดั่งยาถอน เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้มันทุเลาไม่แผดเผาร่างกายหรือบีบรัดหัวใจจนย่อยยับเป็นจุล ผมเผลอไผลตกอยู่ภายใต้ความเย้ายวนของมัน เพราะนั่นหมายความว่าจะมีเทาอยู่เคียงข้าง และยังสามารถหายใจต่อ

                คลอเคลียปลายจมูกโด่งเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ จากนั้นจึงเลื่อนลงสัมผัสกลีบปากสวย เก็บเกี่ยวความหอนหวานแต่พอประมาณเพื่อชะลอพิษร้าย ก่อนต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงอันแสนทรมานในตอนเช้า

                ฝันดีนะ เทาของพี่







Talk with D.Luv: ในที่สุดก็ทยอยอัพตอนใหม่ครบเสียที~~ ทำไมมันช่างยาวนานเช่นนี้ =.= ในทวิต อย่าลืมติดแท๊ก #อซด กันน้า ^^

farry テーマ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

659 ความคิดเห็น

  1. #651 Peachsmile (@kanokwan09) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 23:11
    กรีดร้องงงงงงง น้องเทาลูกแม่โดนหนักเกินไปแล้ววววววว แงงงงงง เจ็บแทน คุณหมอไคน่าจะกระทืบซ้ำๆก่อนที่จะยิงนะคะ มาทำบอดี้การ์ดของดิฉันเจ็บตัวไปหมดแบบนี้ ฮือออออออ แต่สุดท้ายก็เห็นใจคุณอี้ฟานเขานะคะ สงสารอะ ทั้งน้องเทาทั้งคุณพี่
    #651
    0
  2. #627 เพียงทราย (@natnicha_sand) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:36
    น้องเทา! ฮึก หนักเลยตอนนี้ เด็กน้อยของเค้าโดนหนักเลย!! ไคทำไมแกกลายเป็นตัวโกง แต่ดีใจนะที่ไคชอบเทา ฮ่าๆ อยากให้มีคนรักน้องเทามากๆ เหมือนที่เค้ารักน้อง (เกี่ยว?) แต่ดูเหมือนฝั่งอินทรีย์ทมิฬจะมีแผนการอะไรบางอย่าง น้องเทาออกจากที่นั่นง่ายไปไหมอะ? ไคจะทำอะไรกันแน่? ค้างเลยค้าง! พี่คริสนี่ก็น่าสงสาร เป็นพระเอกที่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากรักน้องเทามากขึ้นทุกลมหายใจ
    #627
    0
  3. #582 กุ๊กกุ๋ย~ (@kuilanla) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มีนาคม 2557 / 23:13
    ดีใจจังที่เทารอดกลับมาได้T-T#ใจหายหมดเลย  ไคเพราะเเกคนเดียว!!!!

    ถึงอย่างนั้นก็เถอะพี่คริสคิดจะสงสารฮโยรินบ้างมั้ย!!!เขารู้ว่าพี่คริสห่วงเทาเเต่ก็น่าจะสนในฮโยรินบ้างก็ดีนะ
    #582
    0
  4. #441 kewi (@viveara) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 20:54
    เทาไหวไหมเนี่ย..โดนซะสะบักบะบอมเลย
    แอบอยากให้มีไคเทาเบาๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าหมอไคคนที่แสนจะอ่อนโยนจะเป็นนายน้อยของอินทรีย์ทมิฬ เทาเอ๋ย นี่ไม่รู้จริงๆหรือว่าไคหมายถึงอะไร เพราะพี่คริสนั่นแหละ สอนอะไรน้งก็ไม่รู้ นี่กะจะกั๊กไว้คนเดียวเลยใช่ไหม
    สงสานฮโยรินอ่ะ พี่คริสอย่าทำร้ายจิตใจเขาสิ
    #441
    0
  5. #422 miimii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 11:59
    หมอไค อุ๊ยตายยยย เป็นเธอเองรึนี่นายน้อยแห่งอินทรีย์ทมิฬ

    แบบว่าเธอต้องมาแอบรักแอบชอบน้องเทาของเราแน่ๆเลย

    มีการเดี๋ยวหมอไคจะมาทำแผลให้ ฮิ้วววว ชอบอะเธอว์

    แบบว่านีมันต้องเกิดศึกชิงนางแน่เลย

    อยากถามว่าชาติที่แล้วทำบุญด้วยอะไรอะน้องเทา

    ไคเทาเลยไหม แอบเชียร์อยู่เล็กๆ

    แต่พอเลื่อนลงมาเจอฉากแอบมานอนด้วยของพี่คริสแล้วแบบ

    ยอม ยอมเฮียเลย ฟินไปถึงสามโลกกกกก

    เฮียยยย มันละมุนอะ เฮียทำได้ไง มีการมานั่งคุกเข่าร้องไห้ จุ๊บมือ โอ้ยยย แค่จินตนาการโลกก็งดงามแล้วอะ

    อ่านเรื่องเตอนนี้มีช็อค มีช้ำ สงสารน้องเทา มีฟิน มีหวานละมุนๆมุ้งมิ้ง ครบรสสุดๆ

    อ่านไปบิดไป ก็คนมันเขินนี่

    เอาเป็นว่าอยากรู้ว่านายน้อยมันจะทำอะไรต่อไป

    และเฮียจะทำยังไงกะฮโยริน โอ้ววว แอบสงสารนางนะ แต่ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าคริสเทา ฉะนั้นซอรี่นะฮโยริน

    ไรท์ขา มาต่อไวๆนะคะ ขอร้อง

    #422
    0
  6. #421 Kt88 (@popo810) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 09:12
    อยากพาจื่อเทาไปใส่บาตร วันเดียวนางจัดกี่ศพคะเนี่ย... ละมุนฉากพี่คริสดอดมากอดน้องเหลือเกิลลลลลล เมื่อไหร่แกจะแก้ปมนี้ซะทีตาคริส
    #421
    0
  7. #420 Midiizney (@mildsuka) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 14:21
    ตอนนี้เทาดูสะบักสะบอมเหลือเกิน = =
    แง่งงงงงง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไคจะเป็นนายน้อยของอินทรีย์ทมิฬ แล้วนี่คิดจะทำอะไรอีกหรือปล่าก็ไม่รู้
    แต่ไคชอบเทาใช่มั้ย ? ไม่ให้หรอกนะ เทาเทาของพี่คริส !

    พี่คริสดูแลเทาดี ๆ นะ อย่าให้เทาเป็นอะไร เทเทาก็ต้องดูแลตัวเองและก็ดูแลพี่คริสด้วย


    #420
    0
  8. #419 ❝pattin (KarunaZitao) (@karunazitao) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 12:30
    น้องจื่อเสน่ห์แรงง่ะไคเทา คริสเทา
    แต่เราคิดว่าถ้าอพค.ไม่เคลียร์เรื่องนี้ให้มันจบๆ
    เราจะหันไปเชียร์ไคเทาแทนล่ะ
    แอบสงสารฮโยริน เฮ้อ ความจริงอพค.ผิดที่สุด
    ส่วยคนที่น่าสงสารที่สุดคือน้องเทา 
    ทำไมชีวิตมันหน่วงเศร้าเคล้าน้ำตาแบบนี้ T___T
    #419
    0
  9. #418 Vashiraya Intarsian (@mukvashi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 10:34
    อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆจางงง เทาของพี่ ฟินสิค้ะ >< 55555
    #418
    0
  10. #417 Jiจิ'biบิ. (@luvshose) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 09:39
    เฮ้ยยยยย นี่เดาเล่นๆดันถูกอีกอ้ะ 55555555
    รึเราจะเชียร์หมอไคดี =,.= รำคาญเฮียอ่ะโลเลอยู่นั่น ไม่ได้หลั่งจัยอั้วะเล่อะะะ!!!
    เเต่น้องไม่บอกบอสจะดีเหรอ อย่างน้อยบอกบอสใหญ่ก็ได้นา แต่เก็บหมอไคไว้ให้รีดเดอร์เสียวเล่นๆก็ดี #อะไร5555
    #417
    0
  11. #415 likeme (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 03:18
    ดีใจจังที่ไรท์เตอร์อัพครบร้อยแล้ว เย้ พี่คริสหวานมาก แหม..เลือกอาเทาเลย อย่าได้แคร์จริงๆเชื่อเขาสิพี่คริส
    #415
    0
  12. #414 eunpunch (@punchiiz38) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 02:19
    เทาควรจะบอกบอสนะเรื่องนี้ อย่างน้อย บอสก็จะได้ระวังตัวไว้จากหมอไค
    แต่ว่าถ้าบอสรู้แล้วบอสจะต้องไม่ยอมให้เทาหรือใครฆ่าหมอไคแน่ๆ ซึ่งไม่ควรไง ไม่ควรเก็บหมอไคไว้
    คือเทาเก่งมากกกกกนะ ที่หนีออกมาได้ ถือจะรู้ว่าเทาต้องออกมาได้อยู่แล้วก็เถอะ
    ดีนะที่เทากำจัดไปเยอะแล้วตอนแรก ไม่งั้นคงลำบากกว่านี้แน่เลยตอนหนีออกมา

    แต่เดาไว้ไม่ผิดเลย!!! เดาไว้ไม่ผิดเลยที่ว่าหมอไคต้องชอบเทาอยู่แน่ๆ
    คือหมอไคแสดงตัวมาตลอดว่าเนี่ย รู้ใจเทานะ เป็นห่วงเทาอยู่นะ แต่คือเทาไม่รู้ค่ะ สวัสดี
    แต่นี่มันผิดวิธีไปหน่อยนะ คือเป็นคนของอีกฝ่าย(เจ้านายอีกต่างหาก) แต่คือน่าเกลียดมากที่เอาแต่จะดึงคนของศัตรูไป

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 ตุลาคม 2556 / 02:20
    #414
    0
  13. #413 Wu.F (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 00:43
    อพค. ทำร้ายคนสองคนไปพร้อมๆกันเลยอ่ะ อีใจร้ายยย
    #413
    0
  14. #411 jinsoku (@sugyu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 22:53
    แอร๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย หนีออกมาได้แล้ว กร๊ดเก่งมากอ่ะ แต่ไคก็ต้องกลับมาอีกแน่นอน อิอิ #รีบมาเถอะ เทารออยู่ 5555555555

    แต่คริสถ้าแกไม่รักฮโยรินแล้วก็บอกเขาไปก่อนที่อะไรๆมันจะแย่กว่านี้สิฟร่ะ - - ถ้าฮโยรินรู้เองอาจจะโทษว่าเป็นความผิดเทาก็ได้นะเออ #ความผิดอิพี่คริสเคอะ!

    ยังไงก็ชอบเทา เทายังไงก็ต้องเป็นเทา เขาต้องเชื่อฟังสิ่งที่ได้รับได้เรียนรู้มาตั้งแต่เด็กมากกว่าสิ่งที่เพิ่งพบเจอไม่กี่ปีจากบอสคริอยู่แล้ว แม้จะเป็นความรัก สิ่งที่เติมเต็มทำให้มีความสุข แต่เขาก็รู้ว่ามันยังไม่ถูกต้องพอ เทายังมีหน้าที่ และคริสก็ดื้นรั้นเกินไป หลายครั้งที่ทำให้เทาเจ็บโดยไม่ตั้งใจ 

    แม้เทาจะหวั่นไหวจริงๆ แต่การที่เทาเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียนก็สมกับเป็นเทาแล้ว เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่จะมานึกรักจะเป็นจะตาย กลับกลายนิสัยที่เคยเป็นมาตั้งแต่เด็กอ่ะนะ จะโดนฆ่าโดนขู่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทั้งจากพ่อคริส ทั้งจากไค ถ้าเผยความรู้สึกออกไปจนสูญเสียความเป็นตัวเอง ความเก่ง ก็ตายแน่ๆ

    ชอบเทาที่ยังเป็นเทาอยู่อย่างนี้คะ ถ้าคริสจะรักเทา ก็ต้องรักเทาที่เป็นแบบนี้ได้นะ

    สู้ๆนะไรท์เพิ่งเข้ามาอ่านหลังจากที่บอกว่าจะอ่านตั้งนาน 5555555  
    #411
    0
  15. #410 pleng_sun (@pleng2015) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 20:31
    ไคอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรอ คยองซูอยู่ไหน~~

    เราว่าฮโยรินน่าสงสารมากเลยนะ เมื่อไหร่คริสจะบอกไปซะทีว่าคริสรักเทา
    คริสก็ห่วงเทาอิกนอกหน้าเกินฮะ

    เทาเรื่องนี้ดูใสซื่อมากเลยนะเนี่ย><
    #410
    0
  16. #409 Clover* (@skiing) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 18:04
    ณ จุดนี้สงสารฮโยรินคนเดียวเลยอะ ;__;
    พี่คริสก็นะ รู้ว่าห่วงเทาเทา แต่ก็น่าจะห่วงความรู้สึกภรรยาตัวเองบ้าง
    // เทาเทาคงไม่เป็นไรแล้วหลังจากนี้เพราะท่าทางไคน่าจะอยากได้เทาเทา
    เอ้อ สุดท้าย คนที่น่าเป็นห่วงสุดก็คือพี่คริสสินะ
    หวังว่าไคคงไม่เอาชีวิตของคริสมาใช้ขู่น้องนะ TT

    ปล. แอบกรี๊ดไคเทานิดนึง -////- แต่ไคแอบดูซาดิสม์นะ 5555

    รออ่านต่อนะคะ สู้ๆ ค่ะ >..<

    #409
    0
  17. #407 ngampisut (@ngampisut) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 11:22
    เอิ่ม ไคเทารึ -_- ผิวสีเดียวกันเลยอ่ะ
    คริสเทาแย่แน่ๆ ไครู้เรื่องทั้งหมดดีจะตาย
    แต่คือ จนถึงตอนนี้เทายังไม่เข้าใจอีกหรอคะ
    ทั้งจูบ หอมแก้ม แล้วก็ ป้อนไอติมอ่า
    แต่เราว่า เดี๋ยวก็คงรู้แล้วล่ะ

    ป.ล. เอ๊ะ ทำไมเราดูไม่ห่วงน้องเลยนะ 555
    #407
    0
  18. #406 31November dream (@moondaki) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 09:41
    ว้ายฟินเทาไค โดนตบ5555
    อย่าตบเขานะตะเอง
    เฮียมาช่วยน้องเร็วๆๆๆ
    หน่อยระวังไคคาบเอากินนะเฮีย
    #406
    0
  19. #405 raining-sahara (@sahara) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 00:44
    สงสารฮโยรินนนนนน ;_________;
    มาหาเรามา เดี๋ยวดามใจให้นะคนสวย
    เทาอึดถึกทนมากอะ .. เป็นคนที่เหมือนจะฉลาดแต่ก้ไม่ฉลาดเลย 555
    #405
    0
  20. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  21. #403 Kt88 (@popo810) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 00:41
    นางมุ้งมิ้งใสๆแม้จะถูกลวนลามมมมมม .///.
    #403
    0
  22. #402 ความทรงจำ28 (@philaiphorn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 00:13
    อาเทาหนูเจ็บมากไหมลูก ไม่เป็นไรนะทนหน่อยนะ
    อพค.ต้องมาช่วยหนูนะ (ออกแนวคาดหวัง)
    คิดดูแล้วรู้สึกว่าฮโยรินจะจับสังเกตได้แล้วนะ
    ส่วนไค...เห้ย...ไม่คิดว่าจะเป็นนายนะ

    สุดท้าย.........เรื่องหอมแก้มทำให้เรารู้ว่าฝีมือการต่อสู้ของเทา
    ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรู่ความสามารถด้านอื่นเลยยยย
    #402
    0
  23. #401 ฺbbto (@battlewater) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 18:18
    สงสารเทาาาา T3T

    #401
    0
  24. #400 Kyudutchie (@kyudutchie13) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 11:35
    น้องเทาเทา กรี๊ดดดดดดดดดด แกทำงี้ได้ไง *วิ่งไปตะลุมบอนด้วยคน*
    งื้ออออ พี่คริสรู้ไหมว่าตอนนี้น้องเจ็บ รู้บ้างไหม ว๊ากกกกกกกก
    รอๆๆๆมาอัพต่อน้า หนุกมากกก
    #400
    0
  25. #398 likeme (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 20:02
    สงสารอาเทาจังเลยคะต้องเจ็บมากแน่ๆเลย แล้วจะรออ่านนะคะไรเตอร์ สู้ๆนะ
    #398
    0