[EXO] INCIDENT สอนรักนายนักฆ่า [Kris x Tao] END

ตอนที่ 7 : ▌No.6: Delude

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ก.ย. 56






 

Either lies or truths

Both always make you high and drag you fall like leaves that led by the wind

Which one you choose to be?

Following as leaf or lead as wind..

 

 

                “ชานยอล คุณมาสายสามสิบห้านาทีกับอีกหกวินาที ชายเจ้าของเสียงทุ้มรับกับใบหน้าดุดันกำลังนั่งเขย่าขาอยู่บนลังไม้เก่าพูดขึ้นพลางมองนาฬิกาข้อมือแสนแพงสลับกับผมที่เพิ่งปรากฏตัวในสถานที่นัดพบ

                ขอโทษที พอดีมัวแต่ตามหาลูกน้องให้มาเป็นเพื่อน

                ผมคีบมวนบุหรี่สีดำสนิทออกจากริมฝีปากแล้วเหยียดยิ้มขอโทษขอโพย ใช้มืออีกข้างขยับหมวกทรงฟีดอร่าขาวครีมไอเทมประจำที่สวมอยู่เล็กน้อย ก่อนเบือนหน้าไปทางลูกน้องซึ่งกำลังยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านหลัง เอาแท่งกระดาษกลับจรดริมฝีปากอีกหน อัดกลิ่นหอมหวานระคนรสชาติขมส่งเข้าปอดอย่างใจเย็น ก่อนเผยอปากค่อยๆ พ่นกลุ่มควันออกมา ปล่อยให้มันเจือจางหายไปในอากาศขณะไล่สายตาสำรวจพื้นที่ขนาดใหญ่ช้าๆ

                ฝ่ายนั้นเล่นยกโขยงกันมาตั้งห้าหกคน ทั้งที่ผมใจป้ำมากับลูกไล่อีกแค่คนเดียว อากาศในนี้ออกจะเย็นเกินไปสักหน่อย คงเพราะมันอยู่ในพื้นที่ถูกทิ้งร้างนอกเมืองแถมแสงสว่างยังน้อยนิดจนชวนให้นึกถึงฉากสยองขวัญในหนังจำพวกฆาตกรโรคจิต เพียงแต่นี่มันไม่ใช่หนังที่ทำให้คนร่วมชะตากรรมขวัญกระเจิง มันเป็นหนังสงครามต่างหาก และผมก็เป็นบุคคลสำคัญในการสนับสนุนให้มันดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นเสียด้วย

                “ที่ตกลงกันไว้คุณบอกว่าจะมาคนเดียว

                ผู้ชายคนเดิมซึ่งดูท่าทางจะเป็นหัวหน้าของฝ่ายนั้นถามขึ้นด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ ผมทิ้งบุหรี่ที่สูบไปไม่ถึงครึ่งลงบนพื้น ก่อนใช้ปลายหัวรองเท้าหนังขยี้มันจนไม่เหลือเค้าเดิม จากนั้นจึงเงยหน้ามองคู่ค้าขี้ระแวงพร้อมกระตุกยิ้ม

                ต่อให้ไม่ถาม พอถึงเวลาฉันก็ต้องบอกพวกนายอยู่แล้ว พวกนั้นหันมองหน้ากันเหมือนกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดี เลยต้องรีบอธิบายเพิ่มเพื่อบรรเทาอาการกระต่ายตื่นตูมของอีกฝ่าย ไม่ต้องกังวล ฉันไม่ได้ยกพวกมาซุ่มเป่าสมองพวกนายหรอกน่า

                ฉีกยิ้มกว้างแสนจริงใจเท่าที่จะเสแสร้งได้ แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่ผมถนัดรองลงมาจากการทำเรื่องผิดกฎหมาย ถึงแม้บีเอพี ชื่อกลุ่มที่พวกนั้นใช้ในวงการค้าอาวุธจะดูไม่มีแววเชื่อใจสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่คิดจะเสียเวลาสนทนาหัวข้อนี้ต่อ

                แล้วของเล่นที่สั่งไว้ล่ะ?

                ชายคนเดิมพยักหน้าส่งสัญญาณให้พวกของตัวเอง ก่อนเด็กผู้ชายตัวสูงสุดในกลุ่มจะหยิบเอาตุ๊กตากระต่ายหน้าตาแปลกประหลาดออกจากเป้สีเข้มที่สะพายไว้แล้วอุ้มมันมาวางบนโต๊ะเหล็กสนิมเขรอะซึ่งตั้งกั้นกลางระหว่างผมกับพวกบีเอพี เด็กคนนั้นใช้มีดพับสีดำทั้งตัวบอดี้และใบมีดของแบรนด์สไปเดอร์โคที่ซ่อนไว้ใต้ขากางเกงกรีดลงบนตุ๊กตา ควักเอาใยสังเคราะห์ออกสองสามกำมือ ก่อนดึงกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าดำสนิทขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเล็กน้อยออกมา เจ้าตัวจับส่วนที่ดูเหมือนหูหิ้ว ก่อนออกแรงสะบัดเพียงเล็กน้อย อุปกรณ์หน้าตาคล้ายแบตเตอรี่แล็ปท็อปที่ว่าก็ขยายออกเป็นปืนกลในทันที

                ผมยื่นมือไปรับมันมาแล้วตรวจดูว่าเป็นของแท้ไม่ใช่ย้อมแมว แม๊กพุล เอฟเอ็มจีไนน์ (Magpul FMG-9) ปืนกลแบบพับเก็บได้อย่างแนบเนียนคิดค้นโดยแม๊กพุลอินดัสทรี่ส์ เป็นอาวุธต้นแบบไม่มีผลิตออกจำหน่าย ไม่อย่างนั้นมันคงจะเป็นอาวุธสงครามอีกชนิดที่ก่อความวุ่นวายได้ไม่น้อย จุกระสุนขนาดเก้ามิลลิเมตร น้ำหนักเบาเพียงกิโลนิดๆ เพราะทำจากโพลีเมอร์เพื่อให้พกพาสะดวก

                อาวุธต้นแบบ ปืนกลแบบพับได้น้ำหนักเบา ระยะการยิง..” ผมยกมือซ้ายขึ้นเป็นเชิงบอกให้คู่ค้าหยุดสาธยาย เห็นชัดเจนว่ารายนั้นชักสีหน้าไม่พอใจที่โดนขัดกลางคัน

                รายละเอียดยิบย่อยพวกนั้นฉันรู้หมดแล้ว แต่ที่อยากรู้คืออานุภาพของมันแบบเต็มๆ ตาต่างหาก อันที่จริงแค่ตกลงซื้อขายให้จบๆ ไปเลยก็ได้ ในเมื่อของเล่นที่ว่าก็ตรงตามสเป็คที่พวกนักสะสมไร้สมองสั่งมาทุกอย่าง แต่ทว่า..ผมยังมีแผนอีกนิดที่ต้องทำให้เสร็จด้วยก็เท่านั้น

                พอเด็กหนุ่มตัวสูงเดินกลับไปประจำที่ ผู้ชายอีกคนที่ผิวค่อนข้างคล้ำกว่าเพื่อนก็เดินออกมาแทน ผมส่งอาวุธในมือให้ฝ่ายคู่ค้าใส่แม๊กกาซีนยาวที่บรรจุกระสุนไว้แล้วเรียบร้อยเข้าไปในเอฟเอ็มจีไนน์ รายนั้นกำลังจะเดินไปยังตำแหน่งเตรียมสาธิต ซึ่งมีกระป๋องน้ำตั้งไว้ไกลๆ เป็นเป้ายิง ผมก็รีบเดินไปขนาบข้างเพื่อเสนอจุดประสงค์ที่แท้จริง

                ทดลองกับสิ่งของมันไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่ เปลี่ยนเป็นอะไรที่มันน่าสนุกกว่านั้นดีกว่า ผมบอกเสียงดังฟังชัดแล้วหันไปมองลูกน้องที่พามาด้วย

                พอรู้ตัวว่ากำลังจะกลายเป็นเป้านิ่งให้กระสุนพุ่งใส่แทนกระป๋อง เจ้าตัวก็เบิกตากว้าง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ผมแค่นลมหายใจกลั้วหัวเราะในลำคออย่างนึกสมเพช ก่อนหยิบปืนสั้นของตัวเองออกมาสไลด์ขึ้นลำกล้องแล้วยิงใส่หัวเข่าคนที่กำลังจะหนีอย่างแม่นยำ หลังเสียงกึกก้องจากดินปืนตัดผ่านอากาศสงบลง เสียงร้องโอดโอยอย่างเจ็บปวดก็ดังขึ้นแทนที่

                ผมถอนหายใจยาวทำเป็นสงสาร มองลูกน้องทรุดหมดสภาพบนพื้นพร้อมของเหลวสีสดที่ไหลซึมออกจากปากแผลไม่หยุด ผมเปล่าเห็นชีวิตคนเป็นผักปลา นึกอยากฆ่าทิ้งก็ทำโดยไม่มีเหตุผลหรอกนะ ไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำถึงขนาดนั้น แต่คนทำผิดก็ต้องได้รับโทษ ซึ่งบทลงโทษจากผมมันมีแค่อย่างเดียวคือกำจัดทิ้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อร้ายลุกลามไปส่วนอื่นต่อ

                หมอนั่นคงคิดว่าผมไอคิวต่ำหรืออะไรสักอย่างในแง่ที่ไม่น่าภูมิใจนัก ถึงได้แอบทำอะไรลับหลังอย่างการยักยอกของเล่นราคาแพงในคลังแสงผมออกไปขายเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเต็มๆ แค่ครั้งเดียวอาจพอแกล้งไม่รู้ไม่เห็น แต่ดันมีครั้งที่สองที่สามตามมา ผมก็คงปล่อยไอ้พวกสุนัขเลี้ยงไม่เชื่องทิ้งไว้ไม่ได้

                ฮัมทำนองเพลงโปรดอยู่ในลำคอ เมินเฉยเสียงอ้อนวอนร้องขอชีวิตของอดีตลูกน้องที่ตอนนี้เป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งสำหรับผมเท่านั้น หันกลับมามองคู่ค้าที่ถือปืนกลไว้ในมือกำลังส่งสายตาปรึกษากับพวกตัวเองถึงข้อเสนอที่ได้รับ และดูท่าทางพวกเขาจะไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่

                คิดจะหลอกให้ผมฆ่าคนแทนคุณหรือไง?

                เสียใจนะที่พวกนายตัดสินว่าฉันเป็นคนแบบนั้น ผมถอนหายใจพลางทำคิ้วตก

                Rrrrrrrrrrrr~~ เสียงโทรศัพท์แผดลั่นแข่งกับเสียงครวญอย่างเจ็บปวดจากอดีตลูกน้อง ผมกับพวกคู่ค้ามองหน้ากันไปมาว่ามันเป็นของใคร ก่อนสายตาทุกคู่จะหยุดลงที่ผม

                อ๋อ ของฉันเองผมเอาปืนเหน็บกลับในซองหนังตรงข้างลำตัวแล้วหยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกง อ่านชื่อคนโทรเข้าบนจอทัชสกรีนขนาดกว้าง ก่อนขอความร่วมมือจากทุกคนในโกดัง รบกวนเงียบๆ กันก่อนนะ ส่วนนายถ้าทำตัวดีฉันอาจจะเปลี่ยนใจไว้ชีวิตก็ได้ ประโยคแรกบอกกับพวกบีเอพี ส่วนประโยคหลังหันไปบอกอดีตลูกน้องที่พยายามกลั้นเสียงร้องทันที

                ว่ายังไงครับหมาน้อย ผมหยอดเสียงหวานอย่างสุภาพไปที่ปลายสาย เรียกสายตาขนลุกจากทุกคนที่ได้ยิน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องใส่ใจนี่นะ

                ยอลลี่ว่างมั้ย ฉันอยากเจอแบคฮยอนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเหน็ดเหนื่อยติดจะออดอ้อน

                ตอนนี้กำลังคุยงานกับลูกค้าอยู่ แต่อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว บอกพลางคำนวณเวลาในใจไปด้วย

                ถ้าอย่างนั้นไปหาที่คอนโดนะ ได้มั้ย?

                “ได้สิ อีกชั่วโมงเจอกันครับ

                ‘โอเค รีบมาไวๆ นะ ปลายสายบอกเสียงใสด้วยความดีใจ ก่อนตัดสัญญาณไป

                ผมกลับมาเหยียดยิ้มตามเดิมหลังคุยโทรศัพท์กับแบคฮยอนจบ เก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนหันกลับไปมองพวกบีเอพีที่เริ่มทำหน้าเซ็ง

                เมื่อกี้คุยกันถึงไหนแล้ว? แกล้งลอยหน้าลอยตาถาม การเล่นเกมปั่นประสาทเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นอีกอย่างที่ผมค่อนข้างจะโปรดปราน

                ตอนที่คุณบอกให้ผมทดสอบอาวุธกับหมอนั่น ชายผิวคล้ำคนเดิมตอบพลางพยักพเยิดไปทางฝ่ายที่กำลังเหงื่อออกท่วมตัวเพราะเสียเลือด

                อ๋อ จริงด้วย ฉันเปลี่ยนใจแล้วล่ะ พูดพลางสังเกตสีหน้าแสดงความโล่งอกอย่างท่วมท้นของคนทรยศ ยินดีด้วยนะ ฉันจะส่งนายกลับบ้านเก่า ด้วยมือของฉันเอง บอกด้วยน้ำเสียงร่าเริง ก่อนแย่งปืนกลจากมือคู่ค้าแล้วกราดกระสุนใส่อดีตลูกน้องจนหมดแม็กในคราวเดียว

                ปลอกกระสุนร่วงกราวเต็มพื้นที่ผมยืนอยู่ ชื่นชมผลงานตรงหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนหันปลายกระบอกปืนกลับไปทางพวกบีเอพีที่สะดุ้งกันเป็นแถบ ผมหัวเราะร่วนเพราะสีหน้าตลกของแต่ละคน ก่อนส่งของเล่นเปล่ากลับคืน

                ของเล่นชิ้นนี้ใช้ได้เลย เอาเป็นว่าทำตามออเดอร์เดิม เรื่องสถานที่จัดส่งจะติดต่อกลับไปอีกทีแล้วกัน กำลังจะหมุนตัวเดินออกจากโกดังก็นึกบางอย่างขึ้นได้ อ้อ ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ฝากทำลายเศษขยะนั่นด้วยได้มั้ย? เอาแบบให้สาบสูญกลายเป็นฝุ่นผงเลยยิ่งดี พวกนายคงไม่อยากเสี่ยงให้ฉันโดนตำรวจจับแน่ๆ ต้องรีบไปแล้วล่ะ พอดีติดธุระสำคัญ ขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะ

 

 
 

                เสียงสัญญาณสั้นๆ ดังขึ้น ก่อนตามด้วยเสียงล็อคถูกปลดเมื่อผมกดรหัสผ่านที่หน้าห้องตัวเอง เดินเข้าไปแล้วถอดรองเท้าทิ้งไว้ข้างชั้นวางหน้าประตู ไม่แม้แต่จะใส่ใจเก็บมันเข้าที่ เหลือบมองรองเท้าผ้าใบคู่เก่าๆ โทรมๆ ของแบคฮยอนที่วางอยู่ในชั้นอย่างดูแคลน นึกสมเพชพวกตำรวจต๊อกต๋อยยึดมั่นในจรรยาบรรณ คนประเภทนี้ต่อให้ทำงานจนเลือดเนื้อแทบเหือดแห้งก็ไม่มีวันได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย มีแต่จะตายในหน้าที่แล้วให้สังคมจอมปลอมแกล้งเชิดชูสักสองสามวัน จากนั้นก็ถูกหลงลืม

                แบคฮยอนเข้าออกที่นี่ได้ไม่ต่างกับบ้านตัวเองเพราะผมตั้งใจบอกรหัสผ่านให้ อีกกลวิธีเพื่อซื้อใจอีกฝ่ายในเวลาอันรวดเร็ว เป็นนายตำรวจที่ไม่มีเซนส์เอาซะเลย ไว้ใจคนง่ายเกินไป ไม่ระมัดระวังตัว ทั้งหลอกง่าย ทั้งใสซื่อ ไม่ใช่ว่าเกิดพิศวาสหรือเชื่อใจเจ้าตัว แต่ที่นี่มันไม่มีหลักฐานอะไรเชื่อมโยงว่าแท้จริงแล้วผมเป็นใครต่างหาก

                พอเข้ามาถึงห้องนั่งเล่น กลิ่นหอมอบอวลของอาหารก็ลอยฟุ้งอยู่ทั่ว ผมถอดหมวกกับเสื้อคาร์ดิแกนวางทิ้งไว้บนโซฟา ก่อนเดินออกมาตรงระเบียงกว้าง ซึ่งมีพื้นที่เหลือเฟือไว้ใช้วางโต๊ะทานข้าวสำหรับสองคน แน่นอนว่าบนนั้นมีจานอาหารหน้าตาน่ากินวางเบียดเสียดกันอยู่

                ผมกลับมาแล้ว ตะโกนบอกคนที่ยังคงหาตัวไม่เจอ

                ยืนรอสักพักก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ ผมขมวดคิ้วยุ่งอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ ก่อนร่างกายจะขยับเซไปข้างหน้าเล็กน้อยเพราะแรงกระแทกจากด้านหลัง ก้มมองแขนเล็กที่โอบไว้รอบเอวแน่นแล้วเลื่อนสายตามองแสงไฟระยิบระยับสวยจากตึกสูงนับไม่ถ้วนตรงหน้า มันน่าหลงใหลกว่าคนที่กำลังเผื่อแผ่ความอบอุ่นจากร่างกายตัวเองมาให้ตอนนี้เสียอีก

                ยินดีต้อนรับกลับบ้าน เสียงใสเอ่ยขึ้นแล้วซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของผม เหนื่อยมั้ย?

                ไม่เลย วันนี้งานสนุกมาก ผมตอบพลางคว่ำปากเหยียดหยัน เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา คนที่เหนื่อยน่ะ หมาน้อยไม่ใช่หรอ? ตอนโทรมาน้ำเสียงก็ไม่ค่อยดี

                ผมปรับโทนเสียงให้อ่อนโยนลงแล้วแกะมือที่เอวออกเพื่อจะหันกลับไปมองหน้าแบคฮยอน สร้างหน้ากากรอยยิ้มแสนอบอุ่นบนใบหน้า ก่อนวางมือสองข้างลงบนไหล่คนเตี้ยกว่า อีกฝ่ายมุ่ยหน้าพลางถอนหายใจยาวเหมือนกำลังหงุดหงิด

                ก็วันนี้น่ะสิ เกือบทั้งแผนกเตรียมตัวกันอย่างดีตั้งแต่เช้ามืด มั่นใจว่าต้องลากคอไอ้พ่อค้าอาวุธที่ฉันเคยเล่าให้ยอลลี่ฟังได้แน่ๆ แต่ปรากฏว่าพอไปถึงที่โกดังร้างข้างท่าเรือพร้อมพวกหน่วยสวาทกลับไม่เจอแม้แต่เงา พอลองตรวจสอบอีกทีถึงได้รู้ว่าข่าวที่ได้มามันเป็นข่าวลวง เล่าพลางกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจ กลับถึงสำนักงานหัวหน้าก็เลยโดนพวกผู้ใหญ่เรียกเข้าไปต่อว่าเป็นนานสองนานเพราะทำให้เสียหน้า พวกคนในทีมรวมถึงฉันก็เลยต้องอยู่รอเพื่อประชุมเตรียมหาแผนใหม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องประชุมแบ่งหน้าที่กันอีก

                พอบ่นให้ฟังจบ เจ้าตัวก็ยิ่งทำหน้าเหมือนหมาหงอย ผมยกมือขยี้ผมนุ่มสีน้ำตาลเข้มของอีกฝ่ายจนยุ่งเหยิงเลยได้ท่าทางกระเง้ากระงอดส่งกลับมา หัวเราะเบาๆ กับนิสัยเหมือนเด็กไม่รู้จักโตของแบคฮยอนแล้วดึงเข้ามากอดปลอบ

                แบคฮยอนวาดแขนกอดตอบหลวมๆ ขณะที่ผมกำลังยกยิ้มอย่างยินดีลับหลัง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ พวกตำรวจวิ่งตามแสงไฟที่ผมส่องให้เหมือนพวกคนโง่ที่พยายามจะเอาชีวิตรอดจากความมืดมิด เป็นผมเองนั่นแหละที่สั่งให้พวกลูกน้องปล่อยข่าวปลอมๆ หลอกให้พวกตำรวจไปคว้าน้ำเหลวที่อีกฟากของเมือง

                ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่พยอนแบคฮยอนคือหนึ่งในตำรวจของทีมที่กำลังไล่ล่าหาตัวผมอย่างบ้าคลั่ง จะเรียกว่าพฤติกรรมแย่ๆ ในฐานะเจ้าหน้าที่ หรือว่าพฤติกรรมดีๆ สำหรับผมก็คงไม่ผิดที่แบคฮยอนมักจะบ่นรายละเอียดของงานตัวเองให้ฟังอยู่เสมอ ผมก็เลยรู้ทุกความเคลื่อนไหวของศัตรูได้โดยไม่ต้องคอยสืบหาให้เสียเวลา

                ตอนนี้อยู่กับผมแล้วอย่าเอาแต่คิดถึงเรื่องงานสิ ในเมื่อรู้ผลลัพธ์ของแผนที่ตัวเองวางไว้อย่างแยบยลแล้ว ก็ถึงเวลาแสร้งสวมบทคนรักที่แสนดีต่อ

                อืม..” อีกฝ่ายฮึมฮัมเสียงแผ่วในลำคอ ก่อนผมจะดันตัวแบคฮยอนออก

                ถ้ากินข้าวเสร็จแล้ว ไปนอนแช่น้ำอุ่นๆ หน่อยดีมั้ย? จะได้หายเครียด อีกคนหน้าแดงจัด ก่อนก้มหน้าก้มตาพยักรับ

                ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวยอลลี่จะถูหลังให้หมาน้อยเองนะ หรือว่า..อยากได้แบบฟูลออฟชั่นดี? ผมถามพลางยิ้มกริ่ม แบคฮยอนหน้าแดงยิ่งกว่าเก่าแล้วทุบอกผมแก้เขิน

                ผมยกยิ้ม ก่อนเชยคางมนของอีกฝ่ายขึ้นแล้วก้มประทับริมฝีปากลงไปเพื่อฉกชิงความหอมหวานที่คุ้นเคย เส้นผมยาวประบ่าตกลงปรกใบหน้าเล็กซึ่งกำลังหลับพริ้มให้อยู่ภายใต้เงามืดที่เจ้าตัวไม่เคยคิดเอะใจสักนิดว่ากำลังโดนหลอกใช้ ถึงจะเริ่มเบื่อแบคฮยอนมาสักพักแล้ว แต่ผมก็ไม่ใจจืดใจดำทิ้งขว้างอย่างไร้เยื่อใยหรอก เก็บศัตรูไว้ใกล้ตัว มันก็พอจะช่วยลดทอนอาการเบื่อหน่ายได้บ้าง

 

 

rrrrrrrrrr

 

 

                ตะครุบมือที่ล้วงเข้ามาลูบไล้กล้ามท้องใต้เสื้อ พลันรีบดึงหน้าออกห่างจากเจ้านายจนก่อให้เกิดเสียงแปลกประหลาดเพราะอีกฝ่ายกำลังใช้ลิ้นชื้นเกี่ยวพันกับผมในโพรงปาก

บอสจะทำอะไรครับ? ลืมตามองใบหน้าที่อยู่ใกล้เพียงนิดพลางเผยอปากสูดอากาศที่ถูกลิดรอนจากจูบยาวนานอย่างไม่เข้าใจ ถึงจะถูกบอสกอดหรือโอบบ่อยๆ แต่ไม่เคยสักครั้งที่รุกล้ำเข้ามาใต้เสื้อผ้า ไม่เคยมีคนปฏิบัติแบบนี้กับผมมาก่อนและผมรู้สึกไม่ดีกับการกระทำนี้ แม้จะเป็นกับบอสก็ตาม

                เอ่อ..ขะ..ขอโทษ เขาพูดตะกุกตะกัก ก่อนหันตัวหนี ผมจึงปล่อยมือของอีกฝ่ายที่จับไว้ออก

                ไม่เป็นไรครับ เจ้านายคงเผลอขยับมือไปเองโดยไม่รู้ตัวเพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องทำแบบนั้น

                บอสไม่พูดอะไรอีก นอกจากก้มหน้ามองมือตัวเองเงียบๆ ผมสูดหายใจเข้าออกเป็นจังหวะเนิบช้า หวังให้หัวใจที่กำลังเต้นรัวในอกกลับเข้าภาวะปกติ ย้อนนึกถึงความรู้สึกตอนที่บอสแสดงให้เห็นว่าจูบที่ใช้ส่งผ่านความรู้ดีๆ เป็นยังไง ยามที่ริมฝีปากของเจ้านายขยับ ผมตื่นเต้นจนอัตราเร่งของชีพจรเร็วพอๆ กับตอนอยู่ในเหตุการณ์สุ่มเสี่ยงต่อชีวิตทั้งที่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้น ร่างกายตื่นตัวเพราะได้รับรู้สิ่งแปลกใหม่ แต่กลับปิดกั้นความเคลื่อนไหวจากสภาพแวดล้อมรอบข้างเมื่อลิ้นหนาถูกส่งเข้ามา จูบคราวนี้แทบไม่เหมือนสองครั้งก่อน มันแตกต่างในลักษณะที่ผมเองไม่สามารถอธิบายได้

                “..รู้สึกเป็นยังไงบ้าง รู้สึก..ดีรึเปล่า? บอสถามเสียงเบา รูปประโยคเต็มไปด้วยความลังเลราวกับสูญเสียความมั่นใจ ผมสังเกตท่าทางที่มือสองข้างของอีกฝ่ายบีบแน่นอยู่ตรงหัวเข่า บ่งบอกว่ากำลังรู้สึกกดดัน จากสาเหตุอะไรบางอย่าง

                ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน แต่ผมรู้สึกดีครับ แม้ไม่รู้แน่ชัดว่าควรเรียกมันว่าอะไร แต่ผมชอบสัมผัสจากริมฝีปากของเขา

                งะ..งั้นหรอ เจ้านายเปลี่ยนเป็นถูฝ่ามือกับหน้าขาแล้วอมยิ้ม ท่าทีเปลี่ยนจากไม่กี่วินาทีก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง

                รู้สึกไม่สบายหรือเปล่าครับ หน้าบอสแดงมาก อดถามอย่างเป็นห่วงไม่ได้ เมื่ออยู่ๆ แก้มขาวเนียนของอีกฝ่ายขึ้นสีแดงระเรื่อจนเห็นได้ชัด

                เปล่าๆ สบายดี บอสปฏิเสธพลางหันมองไปทางอื่น ถ้าเทาจูบเป็นเหมือนกัน ต้องรู้สึกดีกว่านี้แน่ๆ แม้เขาจะพูดเบาจนแทบฟังไม่ออกสำหรับคนปกติ แต่ผมกลับได้ยินชัดเจนเพราะถูกฝึกให้ประสาทเฉียบคมกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

                บอสสอนผมจูบได้ไหมครับ?

                อะไรนะ!? อีกฝ่ายหันขวับมาจ้องด้วยสีหน้าช็อค

                บอสสอนผมจูบได้ไหมครับ? ผมอยากรู้ว่ารู้สึกดีกว่านี้เป็นยังไง ถามย้ำอีกพร้อมบอกเหตุผลประกอบ แต่เขากลับนิ่งเป็นหินไม่มีปฏิกิริยาโต้กลับ ไม่ได้หรอครับ? อีกฝ่ายอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแล้วก็เม้มแน่น ก่อนเบือนไปทางอื่นด้วยท่าทีอึดอัดใจ

                ถ้าบอสไม่อยากสอนก็ไม่เป็นอะไรครับ

                ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ฉันไม่รู้จะสอนยังไงต่างหาก ของแบบนี้มันต้องเป็นเองตามธรรมชาติ เป็นเองตามธรรมชาติ?

                แล้วต้องทำยังไงผมถึงจะเป็นเองตามธรรมชาติล่ะครับ?เอียงคอถามอย่างสงสัย

                ก็ต้อง จูบบ่อยๆ คำตอบของอีกฝ่ายกลับฟังดูเหมือนกำลังตั้งคำถามกับตัวเองแทน

                ถ้าจูบบ่อยๆ กับใครก็ได้ ผมก็จะเป็นเองตามธรรมชาติอย่างนั้นใช่ไหมครับ?

                เจ้านายพยักหน้าช้าๆ แววตาเหม่อลอยเหมือนกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง ถ้าอย่างนั้นก็เหมือนเวลาที่ผมต้องฝึกร่างกาย ฝึกใช้อาวุธให้เชี่ยวชาญจนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของสัญชาตญาณอย่างนั้นสินะ

                เฮ้ย!! ไม่ใช่ ไม่ใช่กับใครก็ได้นะเทา อยู่ๆ อีกฝ่ายก็ตะโกนเสียงดังราวกับเพิ่งเข้าใจสิ่งที่ผมพูด กะพริบตามองบอสกำลังใช้นิ้วนวดขมับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ โอเค ฉันจะลองสอนให้ แต่จำไว้ว่าการจูบ ไม่ใช่ทำกับใครก็ได้ ต้องทำกับฉันแค่คนเดียว ระ..รู้มั้ย? จดจำสิ่งที่คนเป็นเจ้านายบอกแล้วพยักหน้ารับ

                จากนั้นบอสก็นิ่งเงียบไปอีกเหมือนกำลังจมอยู่ในห้วงความคิด มีเพียงเสียงเพลงช่วงเครดิตจากหนังที่เปิดทิ้งไว้ทำให้ห้องไม่ตกอยู่ภายใต้ความเงียบ ผมเขยิบไปนั่งเกือบติดกับเจ้านาย ทำให้เขาหันมามองด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีจัดกว่าเดิม

                แล้วต้องทำยังไงบ้างครับ?

                เอ่อ..” บอสหันตัวมาทางผมด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ เปลือกตาเขากะพริบถี่เหมือนทำอะไรไม่ถูกอยู่หลายวินาที ก่อนอื่นก็ต้อง..ทำ..แบบนี้

                แขนสองข้างถูกเจ้านายดึงไปคล้องคอไว้หลวมๆ ก่อนจะรั้งเอวผมให้เขยิบเข้าใกล้มากขึ้น ได้ยินเสียงบอสกลืนน้ำลายลงคอ จากนั้นเขาค่อยใช้มือประคองแก้มผมแล้วเลื่อนใบหน้าเข้าหาจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รินรดบนผิวเนื้อ

                แล้วก็เอียงหน้านิดหน่อย ไม่ให้..จมูกเราสองคนชนกัน

                ระดับเสียงอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นกระซิบและนิ่งสงบมากขึ้น บอสบังคับให้ใบหน้าผมเอียงไปคนล่ะทิศกับของตัวเองอย่างเบามือ ความอบอุ่นที่ถ่ายเทจากฝ่ามือของเขาส่งผลให้หัวใจผมเริ่มเร่งจังหวะอีกครั้งทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มจูบ

                หลับตาสิ

                ทำไมต้องหลับตาครับ แล้วจะมองเห็นได้ยังไง? ปรับเสียงเป็นกระซิบตาม เพราะใบหน้าของผมกับเจ้านายอยู่ใกล้กันนิดเดียวจึงไม่จำเป็นต้องใช้เสียงมาก

                การจูบน่ะ ต้องใช้ความรู้สึก เขาเอ่ยเสียงนุ่มพลางใช้นิ้วหัวแม่มือเขี่ยริมฝีปากผมเบาๆ

                ความรู้สึกแบบไหนครับ? บอสหรี่ตาเหมือนกำลังใช้ความคิดระหว่างเงียบอยู่สักพัก

                ก็เหมือนเวลาที่..เทามองไม่เห็นศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่ แต่ก็ยังรู้ว่าพวกนั้นอยู่ตรงไหน..ประมาณนั้นผมคิดตามแล้วพยักหน้า จากนั้นจึงหลับตาลง ประสาทส่วนรับฟังที่ถูกเปิดใช้งานเต็มที่ได้ยินเสียงลมหายใจของบอสถี่ขึ้นอย่างชัดเจน

                ต้องทำยังไงต่อครับ? ถามทั้งที่หลับตา เมื่ออีกฝ่ายไม่เริ่มสอนต่อเสียที

                เอ่อ ฉันจะทำให้ดูก่อน แล้ว..เทาค่อยลองทำตามแล้วกัน

                ครับ

                กินเวลาหลังจากนั้นอยู่นานนับนาที ริมฝีปากนุ่มของบอสถึงทาบทับลงมา แรงกดย้ำเบาๆ สลับหนักแตะคลึงเชื่องช้าขณะผมเริ่มรับรู้ถึงคลื่นความรู้สึกดีที่ไหลผ่านอยู่ในร่างกาย ตั้งใจจดจำและซึมซับทุกสัมผัสที่เจ้านายสอน ทุกจังหวะเมื่อกลีบปากขบเม้มเหมือนหยอกเย้า ก่อนเปลี่ยนเป็นดูดเบาๆ คล้ายกำลังลิ้มรสอะไรบางอย่างทีละเล็กทีละน้อย ผมกระชับวงแขนที่คล้องรอบลำคออีกฝ่ายแน่นขึ้นโดยที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเมื่อบอสเพิ่มน้ำหนักบดเบียดเร่งจังหวะเร็วต่างจากทีแรก ต่อมาไม่นานเขาก็ค่อยๆ ผละออก ผมลืมตามองใบหน้าที่ยังคงแดงจัดของคนเป็นเจ้านาย ดวงตาฉ่ำเยิ้มปรือมองกลับมาราวกับเหม่อลอย

                “ลองทำตามที่ฉันเพิ่งสอนสิเสียงแหบพร่าออกคำสั่ง

                หลังรับคำ ผมก็เอียงศีรษะเล็กน้อยระหว่างเลื่อนใบหน้าเข้าหาเขา เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมจึงค่อยหลับตาแล้วประกบปากตัวเองกับบอส เลียนแบบทุกอย่างที่จำได้จากการกระทำก่อนหน้า ชีพจรยิ่งทำงานหนักเมื่อทั้งผมและเขาต่างฝ่ายต่างขยับริมฝีปากบดเบียดตอบโต้กัน ความรู้สึกบางอย่างสูบฉีดแล่นพล่านเหมือนอะดรีนาลีนที่ถูกขับออกมาเวลาผมจะลอบสังหารใครสักคน บอสทั้งดูดและขบกัดจนเกิดเสียงดังจวบจาบขณะที่ผมทำตามอย่างกระหายรู้ อยากค้นหาว่าจะรู้สึกดีกว่านี้ได้มากแค่ไหน

                “อื้ม..ผมรีบถอยออก เพราะเสียงในลำคอที่อีกฝ่ายเปล่งออกมา

                “บอสร้องทำไมครับหรือว่าผมทำให้เจ็บ?”

                “มะ..ไม่ใช่ ฉันส่งเสียงเพราะว่ารู้สึกดีมากๆ ต่างหากเขาตอบแล้วกดจูบสั้นๆ ที่ริมฝีปากผมอีกหน

                “ถ้ารู้สึกดีก็ต้องส่งเสียงด้วยหรอครับ?”

                “เดี๋ยวสักวันเทาก็จะรู้เองหัวถูกบอสลูบเบาๆ ก่อนเขาจะไล่สายตามองสำรวจใบหน้าผมราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน

                “แล้วแบบที่ใช้ลิ้นด้วยล่ะครับ?” อีกฝ่ายเบิกตากว้างเหมือนเพิ่งได้ฟังเรื่องคอขาดบาดตาย ก่อนหันตัวไปด้านอื่น ทำให้ผมต้องปล่อยแขนที่คล้องคอเจ้านายไว้

                “ผมทำให้ไม่พอใจหรอครับ ผมขอโทษค้อมหัวเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด

                เจ้านายมองตรงไปยังจอทีวีที่ดับไปแล้วตามอัตโนมัติเมื่อไม่มีการออกคำสั่งใดๆ เขานั่งอยู่อย่างนั้นอีกหลายนาที ก่อนดวงตาจะฉายประกายวาบเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แลบปลายลิ้นสีสดเลียริมฝีปากแล้วหยิบลูกอมรสมินท์ออกจากถุงบนโต๊ะหน้าโซฟา ก่อนแกะมันกิน

                “บทเรียนต่อไป เทาต้องใช้ลิ้นแย่งลูกอมจากปากฉันให้ได้พอสั่งจบใบหน้าก็ถูกบอสรั้งเข้าหาพร้อมกับริมฝีปากที่ปิดทับลงมา เพียงไม่ถึงอึดใจกลีบปากล่างถูกกัดให้อ้าเปิดออก ก่อนเรียวลิ้นจะแทรกซอนเข้ามาโดยไม่รีรอ

                ผมลืมตาค้างเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว รสหวานจากลูกอมซึมซาบอยู่ทุกซอกมุมในโพรงปากด้วยการชักนำของเจ้านาย ตัดสินใจหลับตา สูดกลิ่นหอมเย็นที่คลุ้งอยู่ในจมูก ก่อนเริ่มขยับลิ้นเสียดสีกับอีกฝ่าย พยายามแย่งลูกอมมาเป็นของตัวเองตามคำสั่ง แต่ทุกครั้งที่กล้ามเนื้อชื้นแตะสัมผัสกับของบอส ความรู้สึกที่ไม่คุ้นชินกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกำลังถูกมอมยาให้สติพร่าเลือนคิดได้ไม่ซื่อตรง ราวกับร่างกายถูกครอบงำด้วยความโลภ เรียกร้องบางอย่างเพิ่มขึ้นทั้งที่ผมไม่อาจหาคำตอบได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

                ยกแขนคล้องคอบอสตามเดิม พลิกลิ้นที่โดนดูดจนเหมือนจะถูกกลืนกินหนีแล้วทำแบบเดียวกันคืนบ้าง ลิ้นเชี่ยวชาญของอีกฝ่ายตวัดไปทั่วโพรงปาก ผมเพ่งสมาธิมุ่งมั่นไล่ตามลูกอมที่ลดขนาดลงอย่างรวดเร็ว แต่พอเกือบจะชิงมาได้ เขาก็มักจะไล่ต้อนมันคืนกลับไปเสมอ

                ต้องแย่งมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับผมทำตามคำสั่งไม่สำเร็จ ชั่วขณะที่เกือบทนต่อไปไม่ไหวเพราะขาดอากาศ ผมก็ช่วงชิงลูกอมมาจนได้ จากนั้นจึงรีบผละออกจากบอสเพื่อสูดเอาออกซิเจน

                “บอสครับ ผม..

                ไม่ทันได้พูดสิ่งที่ตั้งใจ โพรงปากก็ถูกลิ้นชื้นยึดครองอีกรอบ ตัวผมถูกดันให้นอนราบกับโซฟาพลางแลกลิ้นกับอีกฝ่ายจนเกิดเสียง ไม่นานสมองก็เริ่มพร่าเบลอ จำต้องผลักบอสออกเพราะต้องการอากาศหายใจ

                ผมใช้ฝ่ามือสองข้างค้ำอกบอสที่คร่อมอยู่ด้านบน รอบริมฝีปากทั้งผมและเขาเปียกชื้นไปด้วยน้ำลาย ต่างคนต่างหอบหายใจจนอกกระเพื่อม เมื่อสบนัยน์ตาคมฉ่ำเยิ้มของอีกฝ่าย พลันรู้สึกว่าทั้งใบหน้าและร่างกายกำลังเห่อร้อนเหมือนจะเป็นไข้ แต่ขณะกำลังจะถามว่าตัวเองเป็นอะไร บอสก็พูดขึ้นก่อน

                ความจริงแล้ว ฉันไม่ได้จูบเทาเพื่อทำโทษหรอก ผมเงียบเพื่อรอฟังว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะบอกอะไร ฉันทำไปเพราะ..รักต่างหาก

                ..รัก?

                บอสจูบผมเพราะรักผมหรอครับ? ถามออกไป ทั้งที่ไม่เข้าใจความหมายของคำว่ารักเลยแม้แต่นิด

                ใช่ ฉันรักเทา บอสเงียบไปนาน ก่อนจ้องลึกเข้ามาในตาผม แน่วแน่และจริงจังราวกับต้องการใช้มันยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูด

                ผมไม่ค่อยเห็นแววตาแบบนี้จากเจ้านายบ่อยสักเท่าไหร่ เขาจะใช้ก็ต่อเมื่อมั่นใจอะไรมากๆ เท่านั้น ผมไม่รู้ว่าควรตอบอะไรกลับไป ตั้งแต่จำความได้ สิ่งที่อาจารย์ปลูกฝังเสมอนั่นคือความรักเป็นสิ่งที่นักฆ่าไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว ฉะนั้นผมจึงไม่อาจเข้าใจว่ามันมีลักษณะเป็นยังไง

 

            กฎเหล็กสำคัญสำหรับนักฆ่าที่ดี คือห้ามยุ่งเกี่ยวกับความรักโดยเด็ดขาด ถ้าหลงติดกับมันเมื่อไหร่ ความอ่อนไหว ความอ่อนแอ ความน่าสมเพชจะเข้าครอบงำ ทำให้สูญเสียตัวตนทีละเล็ก ทีละน้อย จากนั้นมันจะกลืนกินสติสัมปชัญญะและความแข็งแกร่งไปจนหมด หลงเหลือไว้แค่สิ่งที่เรียกว่าคนไร้ค่า

            ที่สำคัญ!! จงจำเอาไว้ให้ดี บนโลกใบนี้ไม่มีใครหน้าไหนคิดจะมอบความรักให้นักฆ่าอย่างพวกเรา

                ไม่มีทางและไม่มีวัน!!’

               

                ทั้งที่รู้ว่าผมเป็นนักฆ่า ทำไมบอสถึงรักผมล่ะครับ?เพราะยังจำสิ่งที่อาจารย์บอกเอาไว้ได้ชัดเจน จึงไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายถึงยังบอกว่ารักผม คนถูกถามยิ้มหม่นหมอง ก่อนปัดเส้นผมที่ปรกหน้าผมออก

                ไม่ว่าเทาจะเป็นใครหรือทำอะไรมันก็ไม่สำคัญหรอก ความรักมันมีพลังทำให้คนเรามองข้ามได้ทุกอย่าง ผมพยายามทำความเข้าใจ แต่นั่นก็ยังไม่ช่วยให้กระจ่างมากกว่าเดิม ดูอย่างหนังที่เราเพิ่งดูกันไปก็ได้ ทั้งที่พระเอกเป็นปีศาจ เป็นอันตราย แต่ถึงรู้ดีนางเอกก็ยังเลือกที่จะอยู่ด้วยโดยไม่สนใจเหตุผลพวกนั้น นั่นก็เพราะว่านางเอกรักพระเอกไปแล้วและยอมรับตัวตนของอีกฝ่ายได้ทุกอย่าง

                ครุ่นคิดพลางสบตาคนเป็นเจ้านาย หมายความว่าต่อให้ผมจะเป็นนักฆ่าและอันตรายมากแค่ไหน บอสก็ยังยินดีจะอยู่ข้างผม? เขาไม่ได้กลัวหรือประณามผมเหมือนที่คนอื่นๆ ทำ บางครั้งแม้กระทั่งนักฆ่าด้วยกันเองยังไม่อยากเข้าใกล้ผมด้วยซ้ำไป

                ผมอยู่อย่างโดดเดี่ยวจนชาชิน ไม่ข้องแวะยุ่งเกี่ยวหรือสนิทกับใคร แม้หลายครั้งจะนึกสงสัยว่าการมีเพื่อนสนิทเป็นยังไง แต่คำสอนของอาจารย์มักถูกต้องเสมอ มันเป็นวิถีที่พึงกระทำเพื่อความปลอดภัยทั้งของตนเองและของคนที่คอยรับใช้ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะมีคนคอยอยู่เคียงข้าง แต่ก็ยังลังเล ไม่แน่ใจว่าผลลัพธ์ต่อจากนี้จะออกมาดี แน่นอนว่าผมไม่สามารถปฏิเสธได้ หากมันเป็นความต้องการของบอส

                ความรักมันเป็นยังไงหรอครับ? อีกฝ่ายไม่ได้ตอบทันที เขาถอยกลับไปนั่งท่าปกติ ก่อนดึงผมให้ลุกตาม

                ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีอะไรตายตัว แต่มันทำให้มีความสุขมากๆ บางทีก็มากเกินจนควบคุมไม่ได้ หลายครั้งมันก็..เจ็บปวดบ้างเหมือนกัน บอสบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเจือแววเศร้าสร้อย

                ความรักฟังดูไม่มั่นคงเลยนะครับ ผมชอบทุกอย่างที่มั่นคง มีผลลัพธ์แน่นอน เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลากังวล

                มันขึ้นอยู่กับมุมมองแล้วก็สถานการณ์มากกว่า

                แล้วความรัก มันรู้สึกยังไงหรอครับ? ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนส่วนใหญ่ถึงยินยอมให้คำคำนี้มีอิทธิพลเหนือตัวเอง มีหลายชีวิตที่ถูกสังหารเพียงเพราะตกเป็นทาสของมัน

                อืม..มันจะทำให้หัวใจพองโตแล้วก็..เต้นเร็วขึ้น แค่เวลาได้อยู่ใกล้ๆ คนคนนั้นจากที่เคยทำอะไรมีเหตุผล อยู่ๆ ก็กลายเป็นทำอะไรแปลกๆ แบบหาสาเหตุมาอธิบายไม่ได้ อยากอยู่ข้างๆ อยากเห็นหน้าตลอดเวลา ทั้งเป็นห่วง กังวล คิดถึง บางครั้งแค่เห็นคนอื่นมาทำตีสนิทกับเทา ฉันก็รู้สึกไม่พอใจจนหงุดหงิด

                ละสายตาจากบอสที่กำลังจ้องตรงมายังผมขณะยกยิ้มมีความสุข หลายอาการที่อีกฝ่ายบอกมา มันเหมือนพฤติกรรมแปลกๆ ของผมพักหลังมานี้ เวลาอยู่ใกล้บอสมากๆ ผมจะใจเต้นแรง ตอนที่เห็นบอสจูบกับคุณฮโยรินผมก็รู้สึกไม่พอใจ

                ..หรือว่าผมเองก็รักเจ้านายเหมือนกัน?

 
 

 

                ผมกะพริบตาอยู่ในความมืด เห็นเพียงแสงสว่างบางเบาทะลุผ่านใยผ้าสีดำสนิทที่ผูกปิดตาเอาไว้จากฝีมือของบอส เนื่องจากอีกฝ่ายบอกว่ามีเรื่องจะเซอร์ไพรส์

                เซอร์ไพรส์อะไรครับ? ถามด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ ทุกครั้งเวลาต้องใช้ผ้าปิดกั้นการมองเห็นแบบนี้ก็มีเฉพาะตอนฝึกซ้อมต่อสู้เท่านั้น

                ถ้าบอกก่อนแล้วจะเรียกว่าเซอร์ไพรส์ได้ยังไง บอสบ่นกึ่งหัวเราะ ก่อนมือขวาจะถูกความอบอุ่นกอบกุมไว้แน่นแล้วจูงให้เดินตามอย่างระมัดระวัง

                ผมไม่ซักไซ้ต่อ นอกจากปล่อยให้เขาทำตามประสงค์ จมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่จำได้ขึ้นใจ มันสดชื่นเหมือนยามเช้าตรู่ในฤดูหนาวแต่ก็น่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน เพราะกลิ่นนี้กอปรกับทิศทางที่อีกฝ่ายพาเดินมา จึงรู้ได้ทันทีว่ากำลังอยู่ในห้องนอนของบอส โดนออกแรงดึงให้ก้าวต่ออีกเพียงไม่กี่วินาที กระแสลมอุ่นก็พัดเข้าปะทะใบหน้าพร้อมกับกลิ่นคลอรีนคลุ้งเข้าจมูก เขาคงพาผมเดินออกมาที่สระน้ำข้างห้องตัวเอง ความจริงผมสามารถเดินมาที่นี่ได้เองสบายๆ แม้จะถูกปิดตาอย่างมิดชิดเพราะสมองผมสามารถจดจำภาพรวมของสิ่งที่เคยมองผ่านได้อย่างแม่นยำ

                เตรียมตัวนะ ฉันจะแกะผ้าให้แล้ว

                ครับ น้ำเสียงตื่นเต้นของคนเป็นเจ้านายยิ่งทำให้อดสงสัยไม่ได้

                ทันทีที่ดวงตาเป็นอิสระ ผมก็กะพริบถี่สองสามครั้งเพื่อปรับให้ชินกับแสงสว่าง เผลอหายใจสะดุดเป็นระยะเวลาสั้นๆ ขณะกวาดมองภาพตรงหน้า ลูกโป่งหลากสีที่ถูกเป่าลมจนพองโตลอยอยู่เต็มสระ ปกคลุมผืนน้ำสีฟ้าใสเกือบมิด บริเวณรอบขอบสระมีเทียนสีขาวในแก้วทรงเตี้ยถูกจุดวางไว้ เปลวแสงสว่างไสวต่างลู่พัดไปตามทิศทางลมโดยพร้อมเพียง ทางขวามีโต๊ะทรงกลมสีขาวกับเก้าอี้เข้าชุดกันซึ่งผมไม่เคยเห็นมาก่อน บนนั้นมีขนมหลากชนิดวางเบียดจนเต็ม ตรงหลังเก้าอี้ก็มีกีตาร์โปร่งกับกล่องทรงสี่เหลี่ยมเขียวอ่อนลายจุดใบใหญ่ตั้งแอบไว้ข้างกัน

                บอสจะจัดปาร์ตี้หรอครับ? หลังสำรวจจนครบทุกรายละเอียดก็หันกลับมาถามเจ้านายที่กำลังยืนฉีกยิ้มกว้างมองผมอยู่

                ทำนองนั้น แต่เป็นปาร์ตี้ส่วนตัวของฉันกับเทา แค่เราสองคน

                เนื่องในโอกาสอะไรครับ?เท่าที่จำได้ ช่วงนี้ทางองค์กรก็ไม่ได้มีเรื่องน่ายินดีเป็นพิเศษ

                ไม่มีเหตุผล ฉันแค่อยากจัดให้เทา

                จัดให้ผม?

                อื้ม ชอบรึเปล่า? อีกฝ่ายถามพลางทำสีหน้ารอลุ้นคำตอบ

                ชอบครับ เพราะไม่เคยมีใครตั้งใจจัดปาร์ตี้ให้ผมมาก่อน บรรยากาศตอนนี้ทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองยืนอยู่ในโลกอีกใบ โลกที่ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต ไม่ต้องคอยหวาดระแวง ที่ที่ทำให้ผมผ่อนคลาย

                ชอบมากมั้ย?

                มากครับ

                แล้วมากแค่ไหน? ผมสบตาเขานิ่งเพราะไม่รู้ว่าควรให้คำตอบอย่างไร ถ้าเปรียบเทียบเป็นปริมาณ เทาชอบมากเท่าสระนี่ หรือว่าเท่าท้องฟ้า? บอสขยายความเพิ่มพลางชี้นิ้วไปยังสิ่งที่เพิ่งเอ่ยถึง

                เท่าท้องฟ้าครับ หยุดครุ่นคิดไม่กี่วินาทีแล้วตอบออกไป ผมชอบปาร์ตี้นี้มากๆ มากกว่าเอาปืนสวยๆ ทั้งโลกมากองรวมกันเสียอีก คนฟังฉีกยิ้มกว้างอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน จากนั้นก็ถูกจูงเดินมายังโต๊ะขนม

                ฉันไม่รู้ว่าเทาชอบกินขนมแบบไหนบ้าง ก็เลยเหมามาเพียบ

                ผมไม่เคยกินขนมพวกนี้เลยครับ บอกหลังจากไล่มองขนมหลากชนิดที่แค่เคยเห็นผ่านตา แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลอง

                ถ้าอย่างนั้นก็กินเยอะๆ เลยนะ

                ครับ

                ผมเลือกหยิบช็อคโกแลตทรงกลมที่เขียนกำกับไว้บนกระดาษห่อว่าทำจากช็อคโกแลตแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์และสอดไส้คาราเมลกับอัลมอนด์ขึ้นแกะกินเป็นอย่างแรก รสอร่อยของมันทำให้ผมเลือกจะหยิบชิ้นที่สองขึ้นมาแกะต่อ

                ทานด้วยกันไหมครับ? ผมถามเมื่อรู้ตัวว่ากำลังโดนบอสจ้องอยู่ เขาพยักหน้ารับทันที ผมจึงยื่นช็อคโกแลตที่ตั้งใจจะกินเองป้อนให้อีกฝ่ายที่อ้าปากรอรับแทน

                ดวงตาของเจ้านายหยีเล็กลงเป็นการยิ้มขณะที่ปากก็เคี้ยวขนมไปด้วย ผมหยิบชิ้นใหม่ขึ้นมาแกะส่งเข้าปาก ก่อนเดินมาย่อตัวลงที่ขอบสระ เอื้อมมือคว้าลูกโป่งสีน้ำเงิน สีที่ตัวเองชอบมาถือไว้แล้วพลิกมันดู

                วันนี้ท้องฟ้าสวยดีนะ เห็นดาวมากกว่าปกติด้วย บอสพูดขึ้นพลางเงยมองสิ่งที่อ้างถึง ผมแหงนมองตามจึงเห็นว่าวันนี้มันปลอดโปร่งมากกว่าทุกวัน ผืนฟ้ายังคงเป็นสีน้ำเงินเข้มจัดและปรากฏดวงดาวชัดเจน แต่ก็ไม่ได้มากมายเพราะแสงไฟจากตึกในเมืองใหญ่

                จริงด้วยครับ

                ว่าแต่..เทาชอบสีน้ำเงินหรอ? อีกฝ่ายถามระหว่างเดินมานั่งข้างผมที่ริมสระ

                ใช่ครับ ตอบพร้อมก้มมองลูกโป่งในมือ ขอบคุณสำหรับปาร์ตี้ครับบอส

                ยังมีเซอร์ไพรส์อีกนะ ไม่ทันได้ถามว่ามันคืออะไร เจ้านายก็ลุกไปลากกล่องกระดาษลายจุดที่ผมเห็นทีแรกจากหลังเก้าอี้กลับมา เทาเคยเล่นดอกไม้ไฟมั้ย? ดอกไม้ไฟ?

                ที่ต้องใช้ไฟจุดสายชนวนเหมือนระเบิดแบบเก่าใช่ไหมครับ? เขามีสีหน้าอึ้งไป ก่อนหัวเราะดังลั่น

                ก็ใช่ แบบที่ต้องใช้ไฟจุดนั่นแหละ แต่มันไม่ใช่ระเบิดหรอกนะ บอสบอกกลั้วหัวเราะ ก่อนเปิดฝากล่องขนาดมหึมาที่ตั้งคั่นกลางอยู่ระหว่างผมกับเขา

                ก้มมองลงไปข้างในซึ่งอัดแน่นด้วยวัตถุรูปทรงหลากหลาย แถมยังมีแต่ลวดลายแปลกประหลาดอยู่ค่อนกล่องอย่างสนใจ

                ผมไม่เคยเล่นครับ แต่เคยเห็นคนอื่นเล่น เคยใช้แค่พลุไว้จุดส่งสัญญาณบอกตำแหน่งเวลาอยู่กลางป่าเท่านั้นเอง

                ถ้าอย่างนั้น วันนี้มาเล่นด้วยกันให้ครบทุกอย่างเลยนะ ผมแค่พยักหน้าสองสามทีเพราะกำลังสงสัยว่าของแต่ละชิ้นในกล่องมันทำอะไรได้บ้าง เล่นอันไหนก่อนดี เทาเลือกมาสักชิ้นสิ

                ผมกลอกตามองแต่ล่ะชิ้นอย่างรวดเร็วพลางใช้มือรื้อๆ ค้นๆ อยู่ไม่นาน จากนั้นก็หยิบวัตถุทรงกลมขนาดเท่าฝ่ามือที่ทาสีเป็นรูปหน้าหมีแพนด้า ลักษณะก้นแบนและหนักพอสมควร ซึ่งดูแล้วน่าจะทำจากดินเผาออกมา ก่อนยื่นให้บอสตามคำสั่ง

                ถ้าอันนี้..ต้องจุดในที่โล่งๆ หน่อย เขารับไปถือไว้ ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วฉุดมือผมให้ลุกตาม จากนั้นก็พาเดินมายังอีกฝั่งของสระน้ำ ซึ่งเป็นลานโล่งที่พื้นปูด้วยกระเบื้อง เทายืนรอตรงนี้นะ

                เจ้านายสั่ง ก่อนเดินเอาวัตถุชิ้นนั้นไปวางห่างหลายฟุต อีกฝ่ายดึงสายชนวนที่ถูกปิดทับด้วยกระดาษแก้วออก ก่อนล้วงหยิบไฟแช็คจากกระเป๋ากางเกงจุดไปที่ปลายเชือก จากนั้นค่อยวิ่งกลับมายืนข้างกัน ผมจ้องมองสายชนวนขนาดยาวสองเซนติเมตรถูกประกายไฟไหม้จนหมดในเวลาอันสั้น ก่อนจะมีสะเก็ดไฟสีเหลืองอมส้มพุ่งตรงออกจากวัตถุนั่นขึ้นสูงประมาณสามเมตรแล้วทิ้งตัวกลับลงมาตามแรงโน้มถ่วงเหมือนน้ำตก

                ผมมองภาพตรงหน้าแทบไม่กะพริบ สะเก็ดไฟขนาดกว้างที่พวยพุ่งออกจากสิ่งนั้นดูสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ จังหวะหัวใจเร่งเร็วขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นเพราะประสบการณ์ใหม่ ยืนดูมันจนมอดดับ ทิ้งไว้แค่กลิ่นฉุนๆ อดรู้สึกเสียดายไม่ได้ที่ไม่มีดอกไม้ไฟแบบเดียวกันอีกเมื่อเดินกลับมาหาที่กล่อง ผมตัดสินใจยื่นแบบอื่นให้บอส สงสัยว่าที่เหลือมันจะปล่อยประกายไฟแบบไหนออกมาอีกบ้าง

 

 
 

                เอนตัวด้านหน้าทิ้งน้ำหนักกับขอบระเบียงปูนสูงระดับเอวซึ่งกั้นอยู่รอบๆ พื้นที่ดาดฟ้าขณะหันหลังให้สระว่ายน้ำ ในมือถือแท่งกระดาษทรงกระบอกขนาดใหญ่ ยื่นมันออกไปเหนือหัวสุดแขน ปล่อยให้สะเก็ดไฟพุ่งออกจากส่วนปลายพร้อมเสียงแหลมจากปฏิกิริยาของดินปืน มองมันกลืนหายไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน ก่อนจะแตกตัวออกเป็นรูปทรงดอกไม้หลากสีสันไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นตามชื่อ ผมขยับตัวเล็กน้อย เมื่อบอสเดินเข้ามาประชิดด้านหลัง ก่อนค้ำแขนสองข้างกับขอบระเบียง ล้อมตัวผมไว้ตรงกลาง

                สนุกมั้ย? ผมไม่ได้ตอบไปทันทีเพราะกำลังตีความคำว่าสนุกที่อีกฝ่ายถามมา

                มันเป็นยังไงหรอครับ สนุกที่บอสถามมา?

                “ก็แบบที่เทากำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ไง ชอบ ผ่อนคลาย สบายใจ หยุดเล่นดอกไม้ไฟไม่ได้ พอมันหมดแล้วก็อยากจะเล่นต่ออีก

                อ๋อ สนุกครับ ตอบคำถามที่ค้างเอาไว้ เมื่อเข้าใจความหมาย

                คนกำลังสนุกเขาไม่ทำหน้านิ่งแบบนี้กันหรอก บอสบอกแล้ววางคางเกยลงบนไหล่ซ้ายของผม ต้องยิ้มกว้างๆ ต่างหาก

                พอฟังคำบอกเล่าจากอีกฝ่ายจบ ผมก็ฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับหยีตาตามที่ได้เรียนมาแล้วหันไปหาคนสอน ข้างแก้มชนเข้ากับจมูกโด่งของบอสที่ตั้งอยู่บนไหล่ สัมผัสเพียงแผ่วเบาส่งให้รู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกายพร้อมกับหัวใจที่เริ่มสูบฉีดหนัก ผมรีบหันกลับมาที่เดิมพอดีกับที่พลุในมือหมดลง ทั้งๆ เมื่อกี้ผมเป็นอะไร?

                กลับไปนั่งที่โต๊ะกันเถอะ บอสถอยออกไปยืนห่างๆ บนใบหน้าประดับรอยยิ้มบางเหมือนแฝงความนัยบางอย่างไว้ ก่อนเดินนำไปที่โต๊ะ

                พอนั่งลงบนเก้าอี้ คนเป็นเจ้านายก็สั่งให้ลองชิมเครปเค้กชาเขียว ผมหยิบส้อมขนาดเล็กที่วางอยู่ข้างกันตักกินตามที่บอก รสชาตินุ่มลิ้นไม่หวานจนเกินไปกับกลิ่นหอมของชาเขียวที่แผ่ซ่านอยู่ในปาก ทำให้ผมตักคำต่อไปขึ้นกินอย่างรวดเร็ว ขนมอันนี้อร่อยสูสีกับช็อคโกแลตเลยทีเดียว

                อร่อยรึเปล่า?

                อร่อยครับ ผมตอบพร้อมกับพยักหน้าหนึ่งครั้ง

                ไหน ป้อนฉันบ้างสิ เขาบอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่เหมือนกำลังออกคำสั่งแล้วยื่นหน้าข้ามโต๊ะมาหา ผมตักแบบพอดีคำ ก่อนจรดปลายส้อมใส่ปากคนที่กำลังยกยิ้มกรุ้มกริ่ม ซึ่งต้องดูไม่น่าไว้วางใจสำหรับศัตรูที่เห็นเป็นแน่

                อร่อยจริงๆ ด้วย ไว้วันหลังพาเทาไปกินที่ร้านเลยดีกว่า มีแต่ขนมน่ากินๆ ทั้งนั้น

                หลังจากนั่งทานขนมสลับพูดคุยเรื่องทั่วไปกันสักพัก เจ้านายก็ลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินไปนั่งยองๆ ข้างกล่องใส่ดอกไม้ไฟ ก่อนกวักมือเรียกผมให้ไปหา

                อันนี้ฉันนำเสนอมากๆเขาพูดพลางฉีกซองกระดาษยาวที่พิมพ์เป็นลวดลายหลากสีไม่ต่างจากดอกไม้ไฟชนิดอื่น จากนั้นก็หยิบบางอย่างที่บรรจุอยู่ในนั้นยื่นให้ ซึ่งยังมีแบบเดียวกันอีกเกือบสิบอันเหลืออยู่ในซอง อันนี้เรียกว่าไฟเย็น

                ผมพลิกของชิ้นเล็กๆ ในมือดูอย่างสงสัย อยากถามว่าทำไมมันถึงเรียกว่าไฟเย็น ทั้งที่ขึ้นชื่อว่าไฟย่อมต้องร้อนเป็นธรรมดา ก่อนความคิดนั้นจะถูกบดบัง เมื่อบอสยื่นดอกไม้ไฟชื่อแปลกๆ ในมือตัวเองไปจี้ที่เปลวเทียนตรงขอบสระ จากนั้นก็เกิดสะเก็ดไฟเป็นเส้นขนาดเล็กแตกกระจายออกเป็นพุ่มไล่ลงมาตามดินประสิวสีเทาบางๆ ที่ถูกชุบไว้รอบลวดเหล็ก

                ที่เรียกว่าไฟเย็นก็เพราะว่าเราถือมันเล่นใกล้ๆ ได้ เหมือนเจ้านายอ่านความคิดผมออกถึงได้อธิบายเพิ่มเติม ผมพยักหน้าเข้าใจแล้วเอาวัตถุในมือไปจุดกับเทียนบ้าง จากนั้นก็นั่งจ้องมันจนหมดแท่งอย่างเพลิดเพลิน มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อยดีกว่า

                ผมกำลังจะหยิบไฟเย็นอีกอันมาเล่นก็ต้องหยุดชะงัก บอสหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองออกมาแล้วจิ้มนิ้วลงบนจอทัชสกรีนสองสามหน ก่อนใช้แขนโอบไหล่ผมที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วดึงเข้าหาจนใบหน้าผมกับบอสปรากฏอยู่ในจอโทรศัพท์ด้วยกัน

                พอฉันนับถึงสองเทาก็ยิ้มกว้างๆ เลยนะ

                ครับ

                หนึ่ง สอง สาม!!”

                พอได้ยินบอสนับถึงสอง ผมก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันตามที่อีกฝ่ายสั่ง ยังคงค้างเอาไว้แม้เสียงชัตเตอร์
กล้องจะดังไปแล้ว เจ้านายดึงมือซ้ายที่ใช้ถือโทรศัพท์ในมุมสูงเพื่อถ่ายรูปเมื่อครู่เข้ามาดู ก่อนใช้แขนขวาที่ยังคล้องคอผมอยู่อ้อมมาด้านหน้าเพื่อถือมันไว้ให้ผมดูได้ถนัด

                ผมหุบยิ้มแล้วมองภาพถ่ายในจอมือถือตรงหน้าด้วยความสนใจ ไม่เคยเห็นตัวเองตอนยิ้มแบบนี้มาก่อน ข้างแก้มที่เกือบแนบชิดกับสีหน้ามีความสุขของบอสดูไม่เหมือนตัวผม ราวกับเป็นคนละคนที่ไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ แต่เพราะสาเหตุนั้นถึงรู้สึกชอบรูปนี้มาก

                ดูสิ ตอนเทายิ้มน่ารักจะตายไป น่ารัก? เดี๋ยวฉันส่งเข้าเครื่องเทาด้วยดีกว่า เอามือถือมาสิ

                ยื่นมือถือของตัวเองให้บอสขณะพยายามตีความคำว่าน่ารักอยู่ในใจ มันเป็นคำชมหรือว่า..คำติ? ไม่นานรูปคู่ของผมและคนเป็นเจ้านายก็ถูกอีกฝ่ายตั้งเป็นวอลเปเปอร์หน้าจอให้เสร็จสรรพ

                ขอบคุณครับ ผมเอ่ยขอบคุณ แต่ยังไม่ทันรับเครื่องมือสื่อสารที่อีกฝ่ายยื่นคืนมาให้ บอสก็ดึงมันกลับไปอีก

                เอียงคออย่างสงสัย มองเจ้านายกดเข้ารายชื่อผู้ติดต่อที่ผมบันทึกเอาไว้ในเครื่อง ซึ่งมีไม่มากเท่าไหร่ เพื่อป้องกันหากโทรศัพท์เครื่องนี้ตกไปอยู่ในมือคนอื่น จากนั้นเขาก็ทำให้ผมแปลกใจ เมื่อคนเป็นเจ้านายเปลี่ยนจากคำว่า บอส ที่ผมบันทึกเอาไว้ เป็น พี่อี้ฟาน ผมเลื่อนสายตามองหน้าอีกฝ่ายที่แย้มยิ้มด้วยท่าทีภูมิใจระหว่างส่งมือถือกลับคืนให้อีกครั้ง

                ต่อไปนี้เวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคนห้ามเรียกว่าบอส ต้องเรียกว่าพี่อี้ฟานแทน

                แต่ว่ามันไม่เหมาะสมนะครับ บอสเป็นเจ้านายของผม

                จะขัดคำสั่งพี่หรอ? อีกฝ่ายถามเสียงดุพร้อมเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเอง ซึ่งผมไม่คุ้นชิน

                เปล่าครับ

                บอสชวนผมนั่งเล่นไฟเย็นต่อจนเกือบหมดซองที่สอง จากนั้นเขาก็ลุกกลับไปนั่งที่เก้าอี้ ผมหันมองตามจึงเห็นว่าเจ้านายหยิบเอากีตาร์โปร่งมาวางไว้บนหน้าขา เตรียมพร้อมจะเล่นมัน

                มีเพลงเพลงหนึ่งที่พี่อยากร้องให้เทาฟัง เวลาได้ฟังเพลงนี้ทีไรก็ต้องนึกถึงเทาตลอด พี่อยากให้เพลงนี้เป็นตัวแทนของเราสองคน หลายอย่างที่พี่รู้สึก..กับเทา อยู่ในเพลงนี้หมดแล้ว เจ้านายหมายความว่ายังไงที่อยากให้เพลงนี้เป็นตัวแทนของผมกับเขา? ฟังเฉยๆ ห้ามหัวเราะนะ

                “ทำไมผมถึงต้องหัวเราะด้วยล่ะครับ?เจ้านายยักไหล่พลางไล้มือกับกีตาร์เบาๆ

                เผื่อฉันร้องไม่ได้เรื่องไง

                ผมไม่มีทางหัวเราะบอสหรอกครับ อย่าห่วงไปเลย

                อีกฝ่ายยิ้มเขินอยู่สักพัก เขาไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากกระแอมเสียงดังในลำคอแล้วเริ่มใช้ปลายนิ้วเรียวดีดสายกีตาร์ ก่อให้เกิดเสียงหวานก้องบ้างทุ้มบ้างออกมา ไม่นานบอสก็เปล่งเสียงนุ่มทุ้มร้องเป็นเพลงภาษาอังกฤษที่มีจังหวะเนิบช้า

                “Just a kiss from your lips

                In the dark gives my life a brand new start

                Just a kiss on your lips

                Every night gives me energy to fight so hard.”

                ผมไม่อาจรู้ว่าทำไมบอสถึงอยากร้องเพลงนี้ให้ฟัง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงบอกว่าทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้เขาต้องนึกถึงแต่หน้าของผม แน่นอนว่าสามารถเข้าใจความหมายของเนื้อร้องที่กำลังถูกถ่ายทอดผ่านริมฝีปากคู่นั้น ริมฝีปากที่ใจดีเสมอ ริมฝีปากที่สอนให้ค่อยๆ เรียนรู้โลกอีกใบ

                บอสพยายามจะสื่อว่าผมคือคนที่ทำให้เขาสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้และเป็นแรงผลักดันให้ต่อสู้กับเรื่องร้ายๆ ได้อย่างนั้นหรือ? แต่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีอิทธิพลหรือความหมายต่อจิตใจใคร ไม่เคยแม้แต่จะคิดมาก่อนว่าเขาจะรักผม ขณะที่ครุ่นคิดอย่างไม่อาจหาคำตอบหูก็ยังคงรับฟังท่วงทำนองและเนื้อหาของมันต่อ             
               “I tried to open up my mind to show you
                Everything that’s here inside..
                I don’t even need a reason why. A reason why..

                I tried to catch a falling star
                And you saved me by lighting up the dark
                You brought the beat back to my heart
                Before I lost the will and fell apart
                You made it right and you saved my life oh~~ You saved my life Wooh oh~~”

                ผมจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหลับตาขณะร้องเพลงพลางดีดเครื่องดนตรีในมืออย่างงข้องใจ ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยถึงเบื้องหลังของความหมายเหล่านั้น ผมชอบเสียงโทนต่ำแต่กลับนุ่มสบายหูของบอส สีหน้าและท่าทางที่เขาไม่เคยแสดงให้เห็นยามปกติ สิ่งเหล่านั้นทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่นเหมือนกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้าโล่งกว้าง ใต้แสงอาทิตย์อ่อนๆ ของกลางฤดูใบไม้ผลิและสรรพเสียงการเริ่มต้นใหม่ของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ
                “Hand in hand. Cheek to cheek
                You and me. Standing up against the..”
                ผมเหยียดยิ้มจังหวะเดียวกับที่บอสลืมตาขึ้นมา เสียงร้องและเสียงกีตาร์กลับค่อยๆ เงียบหายไปขณะที่เขาจ้องมองผมนิ่งไม่ขยับเขยื้อน เพราะว่ากำลังรู้สึกสนุกผมจึงตัดสินใจยิ้มออกไป เพื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้

                ขอบคุณที่ทำให้ผมรู้จักกับความสนุกแล้วก็ความรักครับ พี่อี้ฟาน

 

 

rrrrrrrrrr

 

 

                ผมดันบานประตูที่เปิดแง้มทิ้งไว้ออกกว้าง ก่อนแทรกตัวเดินเข้ามาในห้องซึ่งยกให้เทาใช้ตั้งแต่เขาบาดเจ็บจากการเอาตัวมารับกระสุนแทนผม มองคนบนเตียงนอนกำลังนั่งพับเสื้อตัวเองใส่กลับในกระเป๋าเป้ ก่อนได้แต่ทอดถอนใจอย่างแสนเสียดาย

                เทาไม่กลับไปอยู่อพาร์ตเมนท์ไม่ได้หรอ? ผมถามเสียงอ่อย ก่อนทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามกัน หวังอยากให้แผลอีกฝ่ายหายช้ากว่านี้อีกสักนิด อาจดูเหมือนหวังดีประสงค์ร้าย แต่เพราะผมอยากอยู่กับเขานานกว่านี้ ตลอดไปได้เลยยิ่งดี

                ขอโทษครับ ผมทำแบบนั้นไม่ได้ ผมอยากสืบว่าพวกอินทรีย์ทมิฬต้องการอะไรกันแน่และผมไม่มีทางให้บอสมาเสี่ยงกับเรื่องนี้ เด็กตรงหน้าหยุดสิ่งที่ตัวเองทำอยู่พลางสบตาผมนิ่ง ยังคงยืนยันความคิดตัวเองไม่เปลี่ยนแปลง

                อย่างน้อยก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น ไม่ใช่ที่น่ากลัวแบบนั้น

                ที่นั่นก็ดีแล้วครับ

                ผมกลอกตาไปมาอย่างอับจนหนทาง ทำไมเทาถึงได้ใจแข็งแบบนี้ ไม่สิ เรียกว่าดื้อน่าจะเหมาะกว่า อพาร์ตเมนท์ผีสิงนั่น ไม่ว่าจะพยายามมองหาข้อดียังไงก็ไม่มีทางหาเจอ ทั้งอันตรายแถมยังมีแต่ฝุ่นละอองกับเชื้อโรคอีกเพียบ ผมไม่อยากให้เทาใช้ชีวิตกินนอนในที่แบบนั้นต่อ ไม่มีทาง..ไม่มีทางแน่ๆ

                หลังจากนั่งเงียบมองอีกฝ่ายเก็บข้าวของอยู่นาน ผมก็บังเกิดไอเดียดีๆ วิธีนี้เท่ากับว่าทั้งผมและเทาวินวินกันทั้งสองฝ่าย ในเมื่อเขาไม่คิดจะย้ายออกจากที่นั่น..

                ถ้าอย่างนั้นพี่จะตกแต่งภายในที่นั่นให้ใหม่รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ใหม่ด้วย และห้ามปฏิเสธ!! นี่เป็นคำสั่ง ผมรีบชี้หน้าดักฝ่ายที่กำลังจะอ้าปากท้วงอีก แล้วก็บอกกี่หนแล้ว เวลาอยู่ด้วยกันสองคนให้เรียกพี่ว่ายังไง?

                เทาพยักรับด้วยสีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดใดเหมือนอย่างเคย จากนั้นผมเลยแย่งกระเป๋าอีกฝ่ายมารื้อของที่เพิ่งเก็บไปเมื่อกี้ออกมาอีกหน เพราะว่าเขาจะต้องอยู่กับผมที่นี่ต่อจนกว่าอพาร์ตเมนท์จะตกแต่งเสร็จ แค่นี้ก็ยืดเวลาได้อีกตั้งหลายวันแล้ว

 

 

rrrrrrrrrr

 

 

                ผมเดินสำรวจอพาร์ตเมนท์ตัวเองที่ถูกตกแต่งภายในใหม่จนแทบไม่หลงเหลือเค้าเดิม กำแพงห้องเก่าที่เคยมีลวดลายรอยแตกร้าวประดับถูกปิดทับด้วยวอลเปเปอร์สีน้ำเงินที่ผมชอบ บางมุมก็ใช้เป็นสีขาวสะอาดทำให้ไม่รู้สึกอึมครึมจนเกินไป มุมห้องที่ไม่เคยใช้สอยกลายเป็นโซนครัวเล็กๆ พร้อมอุปกรณ์ครบครัน เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ผมไม่มีความจำเป็นต้องใช้ถูกจัดเรียงจนห้องโล่งๆ ดูหรูหราไม่ต่างจากห้องชุดตามคอนโดกลางเมือง เตียงนอนเก่าถูกบอสสั่งยกไปทิ้ง แทนที่ด้วยเตียงคิงไซส์หนานุ่มพร้อมผ้าคลุมเข้าชุดกับโทนสีของห้อง ซึ่งมันใหญ่มากเกินไปสำหรับคนคนเดียว

                โซฟาเก่ากับตู้เซฟลับที่ผมใช้เก็บอาวุธและของจำเป็นอื่นๆ ยังอยู่ที่เดิมไม่ได้ถูกแตะต้องหรือแม้แต่เคลื่อนย้าย กลับกลายเป็นพวกมันที่ดูไม่เข้าพวกและน่าสงสัย ผมควรจะรู้สึกยินดีที่บอสมีน้ำใจทำให้ถึงขนาดนี้ แต่รู้ดีว่าตัวเองไม่ได้คิดแบบนั้น ที่ผมเลือกจะอยู่ในสถานที่โทรมๆ ไม่มีสิ่งของคอยอำนวยความสะดวกทั้งที่หาได้อย่างง่ายดาย นั่นก็เพราะผมไม่ต้องการมีความรู้สึกผูกพันกับพวกมัน ไม่ต้องคอยกังวลว่าสักวันมันอาจจะพังหรือสูญสลาย ไม่ต้องคอยเสียเวลาดูแลรักษา

                Rrrrrrrrrrrrrrr~~ หันมองต้นตอของเสียงโทรศัพท์ ซึ่งมาจากคนเป็นเจ้านายที่กำลังยื่นหน้าเข้าไปสำรวจห้องน้ำใหม่เอี่ยม เขาปล่อยให้มันดังอยู่สักพัก ก่อนล้วงออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วดูหน้าจอ จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกไปคุยนอกห้องโดยไม่สั่งอะไรไว้ ผมหันกลับมาสนใจชั้นที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมายหลายประเภทซึ่งไม่เคยอ่านต่อ ก่อนเครื่องมือสื่อสารของตัวเองจะสั่นเตือนบ้าง

                มีอะไรให้ผมรับใช้ครับบอส กดรับขึ้นแนบหูอย่างว่องไวเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้า ใช้หางตาเหล่มองไปทางประตู ระวังไม่ให้เจ้านายคนปัจจุบันจับได้ ผมต้องปิดเป็นความลับหากบอสใหญ่ติดต่อมา ถ้าเขารู้จะต้องไม่พอใจมากแน่

                พรุ่งนี้มาพบฉันตอนสิบเอ็ดโมงน้ำเสียงนิ่งสงบ ซึ่งยังคงแฝงด้วยอำนาจเด็ดขาดตอบกลับมา

                ได้ครับ ผมรับคำสั่ง รอให้บอสใหญ่วางสายไปจึงค่อยเก็บมือถือกลับเข้ากระเป๋ากางเกงตามเดิม

                หันมองเจ้านายที่เดินกลับเข้ามาในห้องพอดี สีหน้าอีกฝ่ายดูเคร่งเครียดเหมือนเจอเรื่องหนักใจแตกต่างจากก่อนเดินออกไปคุยโทรศัพท์อย่างเห็นได้ชัด

                มีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าครับ? ถามออกไป เผื่อว่าผมจะช่วยแนะนำหรือคลี่คลายปัญหาที่บอสกำลังกังวลให้ได้

                เปล่าหรอก ฮโยรินแค่โทรมาเตือนว่าพรุ่งนี้ต้องไปลองชุดแต่งงานน่ะ





 






Talk with D.Luv: หลังจากทยอยอัพมานาน ในที่สุดตอนนี้ก็ครบร้อยแล้ว เฮ~~ มันยาวกว่าตอนที่แล้วอีกต่างหากนะ ค่อยๆ อ่านกันล่ะ ไม่ต้องรีบ
อย่าลืมติดแท๊ก #อซด ในทวิตเตอร์กันนะจ๊ะ



farry テーマ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

659 ความคิดเห็น

  1. #649 Peachsmile (@kanokwan09) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 07:48
    คุณพี่ใจเย็นๆสิคะ ปากน้องหนูช้ำหมดแล้ววววว แต่ตอนท้ายนี่น่าสงสารพี่เขานะคะ
    #649
    0
  2. #624 เพียงทราย (@natnicha_sand) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2558 / 01:37
    จูบกันดูดดื่มเลยตอนนี้ ดูดดื่มจริงๆ!
    #624
    0
  3. #558 ♥ D E S T I N Y '_ dear (@violy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:01
    อพค.มันร้ายอ่ะแกกกกก > <
    #558
    0
  4. #352 eunpunch (@punchiiz38) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2556 / 18:28
    ดหาหยนกดายนหกดนยหดกยนหกนด บ้าาาาาา บ้าที่สุดเลยตอนปาร์ตี้ T////////T
    คือตอนเทาหันหน้าไปแล้วชนจมูกบอสก็ว่าเขินแล้ว แล้วบอสร้องเพลงให้เทาคืออะไรรรรรร T////////T
    ตอนเทาเรียกบอสว่าพี่อี้ฟานคือโลกหยุดหมุนสุด ยิ้มให้แล้วเรียกพี่อี้ฟาน ถามว่าบอสตายไหมคะ แงงงง
    พี่คริสรักน้องมากไหมคะ T_____T
    แล้วมีสอนน้องจูบ คือจริงๆแล้วควรจะบอกความจริงไปตั้งแต่แรกไง 55555 มาตอนนี้ช็อคเลย น้องขอให้สอนจูบเลย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 กันยายน 2556 / 18:29
    #352
    0
  5. #309 หลี่หุ้ยเฟิง (@simiin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 00:15
    โอ่ย มันจะดราม่าไหมน้อ
    #309
    0
  6. #308 Apostrophe-s (@benzene07) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2556 / 11:04
    ฮ โ ย ริ น !
    หายไปนานกว่านี้ไม่ได้อ่อ....
    คริสเทากำลังฟินเลอนะ
    รอนะ รอ^^
    #308
    0
  7. #307 Ta-O-ru (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2556 / 02:17
    เฮียสอนจูบบบบ

    ตอนนี้เริ่มสับสนและ ว่าใครเมะใครเคะ

    = =
    #307
    0
  8. วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 15:09
    สงสารแบค ยอลก็หลอกกันได้นะ
    แต่คริสเทา ละมุนเว่อร์ ชอบตอนนี้มากมาก มันโรแมนติกบอกไม่ถูก
    น้องก็ใสมาก พี่คริสก็หลอกกอบโกยจากน้องทุกอย่าง
    เอาฮโยรินไปไหนก็ไปเถอะ เริ่มหมั้นไส้555
    เพลงเพราะมากอ่ะ อ่านแล้วได้อารมณ์สุดๆ
    #301
    0
  9. #299 Midiizney (@mildsuka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 21:09
    ชานยอลเลว !! หลอกแบคอ่ะ งอนแปบ -^-



    โอยยยยยยยยย อีพี่คริสไม่ค่อยอ่ะ เห็นน้องซื่อก็แกล้งหยอดตลอด

    ไม่ใช่หรอก เทาเองก็ซื่อ ไปให้พี่คริสสอนอะไรแบบนั้น โฮกฮาก ! ก็เข้าทางพี่คริสสิ !



    คือมันฟินมากอ่ะ อยากจะดิ้นตายกับตอนนี้ เทาผู้ใสซื่อกับพี่คริสจอมเจ้าเล่ห์ (?)

    หลงละมุนอยู่กับสองคนนี้แหละ แอร้งงงงงงง ! >/////////<
    #299
    0
  10. #298 pongpang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 00:28
    พี่คริสต่อสู้ไม่เก่ง แต่เรื่องจูบนี่พี่คริสไม่หวั่นนะเออ

    สอนได้ๆ ชอนอย่างเชี่ยวชาญ

    แอบหวังให้พี่มันสอนมากกว่าจูบ //ควบคุมตัวเองเอาไว้//

    คือแบบ ฟินมากกกก เขิน บิด ม้วน มือไม้อยู่ไม่สุข ชอบมาก

    ถ้าพี่มันจะหวานใส่น้องขนาดนี้ ยอมค่ะ

    น้องเทาคะ ถ้าพี่เป็นน้องนี้นี่พี่ละลายไปตั้งแต่ซีนแรกและ พี่จะไม่ห้ามเฮียเลยแม่แต่น้อย (เอิ่ม)

    น้องเท่าน่ารักมุ้งมิ้งมากอะ ยิ้มเยอะๆนะ โลกงดงาม พี่หลงน้องโงหัวไม่ขึ้นแล้วเนี่ย โอยยยย

    เฮ้อ แต่ตอนหน้ามันคงต้องดราม่ากันแล้วใช่ไหม รู้สึกยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ยังคงเป็นปริศนา

    ฮืออออออ ไม่อยากจะตื่นจากฝัน คนกำลังฟินๆ ฮือๆๆๆ

    น้องเทาบอกเฮียไปว่าหนูก็รักเฮีย

    #298
    0
  11. #297 miimii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 00:19
    พี่คริสไม่เก่งด้านต่อสู้ แต่เรื่องจูบพี่คริสไม่เคยหวั่นนะเออ

    สอนได้ๆ สอนอย่างเชี่ยวชาญ

    แอบหวังให้สอนมากกว่าจูบ //ควบคุมอารมณ์เอาไว้//

    อ่านแล้วแบบเขิน ม้วน บิด ชอบมากๆๆๆๆ คือแบบ มันหวานมากค่ะ

    น้องเทาคะ ถ้าพี่เป็นน้องนี่พี่ละลายไปตั้งแต่ต้นแล้วค่ะ

    เซอร์ไพรส์เอาไว้ก่อนนะเฮียอะไรอย่างงี้

    ฟินมากกกกก กรี๊ดดดดด จนข้างห้องคงงงว่ามันเป็นอะไรของมัน

    เฮ้อออออ แต่ตอนหน้าเราคงต้องตื่นจากฝันกันแล้วใช่ไหม

    ไม่นะไม่ หนูอยากฝันต่อ ฮื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #297
    0
  12. #296 Wu.F (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 20:47
    สุขไม่เท่าไหร่ มาทุกข์อีกแล้วว TT
    #296
    0
  13. #295 ❝pattin (KarunaZitao) (@karunazitao) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 11:55
    ฮโยไปก่อนได้ไหมมมม T____T
    แล้วคือบอสใหญ่เรียกจื่อเทาไปทำไมอีก
    เรื่องนี้มันซับซ้อนเหลือเกิน ฮรืออออออ
    คือพี่คริสรักจื่อเทาแต่ก็ยังคุยกับฮโยแบบนี้
    แล้วเรื่องมันจะจบไหมละค่ะ จะรักใครก็เลือกสักคน
    ส่วนจื่อก็ใสซื่อเหลือเกิน เป็นคนที่ใสมากๆๆ
    แนะนำให้อพค.จับปล้ำไปเลย แล้วก็ปฏิเสธฮโยไปซะ
    เรื่องจะได้จบแบบแฮปปี้ แล้วอิบอสใหญ่พ่อพี่คริสอีกคน
    คืออะไรกานนักานหนาค่ะ ท่านทำไมชอบสั่งจื่อนัก
    น้องไม่เหมาะกับงานแบบนี้เลย เฮ้ออออออออออ -w-
    #295
    0
  14. #293 -JuPPi'JunG (@zzeng-jubjang) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 02:05
    อ๊ากกกกกกกกกกก เขาเเย่งลูกอมกันหนูอยากกกกทำบ้าง อะคึ 

    เขินอ่าาาาาา 

    ตอนต่อไปจะดราม่าไหม? รอรอรอ >..<
    #293
    0
  15. #292 jinsoku (@sugyu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 00:30
    เทาโดนเรียกตัวไปอีกแล้ววว มีงานเข้าซินะ>< ที่รักของอี้ฟานเก่งและโหดขนานแท้ 555

    แต่เทายอมให้อีฟานก็ดีที่สุดแล้วววว แอร๊ยยยยยยยยย >///<
    #292
    0
  16. #291 Happy Almond (@300434) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 00:16
    อา...ลองชุดแต่งงาน อา...ลองชุดแต่งงาน คำนี่ดูหลอนๆเนอะ

    งาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา...สงสารเทาเทาจริงๆ

    ส่วนเฮียก็ถ้าชอบเทาจริงก็ไปทำอะไรให้มันชัดเจนหน่อยก็ดีมั้ง

    แต่อย่างว่าแหละ...มันก็ยากน่ะเนอะ  เฮ้ออออออออออออออ...

    รออ่านตอนต่อไปนะคะพี่เลิฟฟฟฟฟ  สู้ๆค่ะ >O<
    #291
    0
  17. #290 ฟลฉ (@phalonephone) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 00:09
    คือจะเขินมันก็เขิน แต่ฮโยรินโทรมาผิดตอนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โอ้ยๆๆๆๆๆ
    #290
    0
  18. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  19. #287 Sorrow (@sorrowm) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 23:07
    แอบอ่านตรงประโยค 'เตรียมตัวนะ ฉันจะแกะผ้าให้แล้ว'เป็นจะแก้ผ้าให้แล้ว สัมผัสได้ถึงความหื่นของตัวเอง 5555 น้องเทาใสซื่อไปป่ะ รู้ไหม โคตรชอบเลย ชอบมาก ยิ่งจินตนาการว่าน้องยิ้มนะ ฟินอ่ะ โอ้ยยยย คริสไปแต่งกับฮโยรินไป น้องเทาเราขอเอง ล้อเล่นนะ อย่าทำแบบนั้นนะ สงสารน้องเทา รู้สึกเราจะอินไปป่ะ55555
    #287
    0
  20. #286 ความทรงจำ28 (@philaiphorn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 22:35
    เจ็บตอนประโยคสุดท้ายจริงๆนะ.................................................."ลองชุดแต่งงาน"
    #286
    0
  21. #285 Kyudutchie (@kyudutchie13) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2556 / 22:01
    ชานยอลเลวมากข่าาา -*- 



    ส่วนพี่คริสกะเทานี่มัน....... -///////////////////////- อ๊ากกกกกกกกก



    !@#$%^&*()_!@#$%^&* ไม่ไหวแล้วแงงง ทำไมฟินขนาดนี้ละ เกินห้ามใจแว้วว อ๊ากกกกกฮือออ

    ชอบมากเลย เขินเว้ย พี่คริสกะเทารักกันแล้ว อิ้อิ้
    #285
    0
  22. #282 BaMBiE (@bambooss501) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 22:22
    โอ๊ยยยย เขินจริงๆนะ-/-~
    มันหวานมากๆอ่ะ บรรยายไม่ถูกเลยอ่ะ อ่านไปหน้าแดงไปเหมือนคนบ้าเลยอ่ะㅠㅅ ㅠ
    ชอบมากๆ><~
    #282
    0
  23. #281 ngampisut (@ngampisut) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 22:14
    ดูเหมือนคริสหลอกเด็กไงไม่รู้

    เทานี่ก็เเบบ น่าหลอกขึ้นเตียงอ่ะ
    #281
    0
  24. #280 gagchan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 21:25
    โอ้ยคุณคริสคะ ไม่ค่อยจะเลยจริงๆ ไม่ค่อยเล้ยยยย

    อ่านแล้วขำ ทำเป็นสอนน้อง ตัวเองมีแต่ได้กับได้

    โถ้ะ 5555555555555555555555
    #280
    0
  25. #279 likeme (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2556 / 21:17
    >
    #279
    0