fiction sengokubasara : aisuru no ennai (วุ่นรัก..นักจัดสวน)

ตอนที่ 6 : “แผนการลับในสวนดอกไม้”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ก.ค. 54



วันนี้อากาศดี ถึงดีมากๆ..เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคแพ้เกสรดอกไม้ทีเดียว เพราะจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานกับอาการจามจนน้ำมูกน้ำตาไหลเพราะละอองเกสรดอกไม้ที่ลอยล่องตามอากาศ ทั้งที่ช่วงนี้เป็นช่วงดอกไม้เริ่มผลิบานแท้ๆ

แต่ทว่า...อิชิดะ เจแปน การ์เดนลิ่ง ก็ยังมีมลภาวะทางเสียงเช่นเดิม...

 

“แปะ!กระถางหมด!

เสียงเจ้าทาสประจำสำนักงานเอ่ยเรียกผู้อาวุโสประจำถิ่นซึ่งกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างมีเลศนัย...ทำอะไรอ่ะแปะ..อัพเฟสบุ๊คเรอะ!?

อาแปะโอทานิอารมณ์ดีค่อยๆหันมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเหลือบไปดูกองกระถางด้านหลังเจ้าทาสซึ่งนับเรียงเรียบร้อยดีแล้ว พร้อมกับหยิบใบออเดอร์ขึ้นมาดูจำนวนที่แน่นอนของกระถางที่ต้องใช้ในงานจัดสวนน้ำชาบ้านโอดะในอีกอาทิตย์หน้า...

ไม่พอจริงด้วย...แผนงานครั้งนี้ล้างผลาญกระถางกว่าที่คิดแฮะ...

ถ้ามิสึนาริมันรู้เข้าล่ะก็..มีหวังงานนี้ได้ขำกันบ้านพังแน่เจ้าข้าเอ้ย...

ระหว่างที่อาแปะโอทานิกำลังนึกภาพเจ้าคู่ปรับตลอดกาลกำลังหัวเราะจนบ้านพังอยู่นั่นเอง...เจ้าตัวแสบประจำสำนักงานก็ได้กระโดดเข้ามาในห้องอย่างอารมณ์ดี งานส่วนของตัวเองเสร็จแล้วสิท่า ดีเลย จะได้มีแรงงานเพิ่มอีก...

“โมโตจิกะ แกนี่ไม่ไหวเลยแฮะ...สุภาพกับแปะแกหน่อยสิ” เจ้าตัวแสบแย้งพร้อมกับกระโดดขี่หลังเจ้าทาสซึ่งกำลังยืนหัวฟูเนื่องจากกรำงานหนักมานานนับชั่วโมง...เอ็งจะขี่หลังตูทำมะเมียอะไรมิทราบ?ไอ้มาซามุเนะ?

“สุภาพยังไงของแกฟะ?” เจ้าทาสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ...ว่าแต่เอ็งช่วยลงไปซักทีเหอะ หนักจริงอะไรจริง...

“ก็แบบนี้ไง...แปะจ๋า~

“จ๋า~

“กระถางหมดแล้วจ้ะแปะจ๋า~

“หมดแล้วก็สั่งโมริเพิ่มได้จ๋าจ้ะ~

“จริงเหรอจ้ะ...รักแปะที่สุดเลย จุ๊บๆ~

“จ้า...แปะก็รักตัวเองนะ จุ๊บๆ~

หลังจากฟังบทสนทนาที่แสนจะหวานสวาทบาดใจแล้ว เจ้าทาสประจำบริษัทก็ถึงกับพะอืดพะอมราวกับโดนกรอกน้ำมันพืชทันที...คนนึงก็แก่จนปูนนี้แล้วแต่ก็เกรียนได้โล่ห์ อีกคนมันหล่อสะบัดแต่ก็ดันทำตัวเสื่อมไปวันๆ เออ...เข้ากันได้ดีเหลือเกินนะพวกนี้นี่!

“เข้าใจไหม? บริษัทนี้เค้าต้องแสดงความรักกันแบนี้แหละเจ้าทาสเอ๋ย”

เหรอ...ตูเพิ่งจะรู้...เอ็งลองไปแสดงความรักกับเจ้ามิสึนาริแบบนี้สิ อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะพูดว่ารักนะ จุ๊บๆ เหมือนอย่างนี้บ้างไหม? แต่สงสัยว่ามันอาจจะสวนความรักกลับคืนมาด้วยฝ่าเท้ามากกว่า...เฮ่อ...

ระหว่างที่กำลังนึกถึงฝ่าเท้าของมิสึนาริอยู่นั่นเอง ราวกับว่ามีอะไรดลใจให้เจ้าทาสผู้โชคร้ายนึกถึงเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมาได้กะทันหัน..

“แปะ เรื่องกระถางที่หมดนี่ จะเอาไงอ่ะ?”  ก็เรื่องนี้ไง เกือบไปแล้วไหมล่ะ...วังวงเสน่หาของคนพวกนี้เกือบทำตูลืมเรื่องสำคัญไปซะได้!

แปะโอทานิหมุนเก้าอี้ตัวเองถอยหลังไปมาประหนึ่งเต้นแบบมูลวอลค์ พร้อมกับหันกลับมาชี้แจงด้วยสีหน้าแอ๊บแบ๊ว...แปะนี่ก็สดใสหัวใจเกินร้อยได้อีก...หน้าสิ่วหน้าขวานนะเนี้ย!

“ก็...จะให้สั่งโมริที่อยู่ฮิโรชิม่าปั่นกระถางภายในวันนี้ก็ไม่ทันอยู่ดีอ่ะ”

“ไม่ทันยังไงแปะ?” เจ้าทาสเอ่ยแย้งทันควัน นั่นสิ ทำไมถึงไม่ทัน เวลาเหลือเฟือพอจะโดดงานไปเตะฟุตบอลได้เลยนะเนี้ย...

“เวลาในการจัดส่งสินะแปะ...ผมเข้าใจอยู่ ถึงเจ้าโมริมันจะปั้นเสร็จ แต่กว่าเราจะเดินทางไปรับมาและรับกลับโตเกียว มันจะไม่ทันการเอา...” เจ้าตัวแสบครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจัง ทั้งๆที่มันยังขี่หลังเพื่อนอยู่...

“นอกจากจะไม่ทันกินแล้ว พวกเราอาจจะโดนมิสึนาริกินหัวเอาด้วย...” แปะโอทานิชี้แจงพร้อมกับเอาชีทออเดอร์สั่งของพัดตัวเองแทนพัดลม...แค่นึกถึงหน้ามิสึนาริตอนจะกินหัวก็แทบจะเป็นลมได้ทันที...คนอาร้าย... น่ากลัวแม้อยู่ในจินตนาการของคนอื่นเค้า...

สองหนุ่มผู้อยู่ในเหตุการณ์ทำหน้าคิดหนัก กระถางหมดมันก็น่ากลัวว่าจะไม่ทันทำรายละเอียดหลักของสวนน้ำชา และมันก็น่ากลัวถ้าเจ้าแม่ประจำสำนักงานอย่างมิสึนาริจอมวีนจะองค์ลงและอาละวาดได้ทุกเมื่อถ้ามันรู้ว่ากระถางไม่พอใช้...

ดีนะที่วันนี้มันออกไปดูสถานที่จัดงาน และนับว่าเป็นโชคดีอีกอย่างของพวกเราที่มันลากเจ้าอิเอยาสึไปเป็นกระสอบทรายด้วยเผื่อเวลามันหงุดหงิดกับลูกค้าแล้วหาที่ระบายอารมณ์ไม่ได้ ซึ่งหากต้องโทรไปบอกความจริง เจ้ามิสึนาริมันก็คงฟัดเจ้าทานูกิอ้วนจนน่วมไปซะก่อนที่จะมาอาละวาดที่นี่ และมันคงจะสงบจิตสงบใจได้โขหากมีคนใดคนนึงยอมให้มันกระโดดเตะเพื่อระบายความโมโหส่วนตัว...

หน้าที่กิติมาศักดิ์นี้พวกเรายกให้แกคนเดียว! โตกุกาว่า อิเอยาสึ! ถ้าแกตายเพราะโดนมิสึนาริกระทืบเมื่อไหร่ พวกเราจะส่งดอกไม้ไปที่บ้านเกิดของแก แล้วบอกกับทางครอบครัวว่าแกตายเพื่อชาติ!(?)

(หาแพะกันแบบนี้เลยเหรอ?)

ไม่มีทางเลือกแล้วสินะ...ถึงเค้าจะไม่อยากมาเจอหน้าก็ตาม...เจ้าทาสคิดในใจอย่างวิตก

“คงต้องจิกเจ้าโมริออกมาจากฮิโรชิม่าให้ได้เท่านั้นแหละเนอะ” เจ้าตัวแสบเอ่ยพร้อมกับถอนหายใจบนหลังเพื่อน...แกจะเป็นวิญญาณเกาะหลังอีกนานไหม?

“ก็คงต้องเป็นไปฉันนั้นแลชาวเราเอ๋ย...” แปะโอทานิถอนหายใจแข่ง โดยมีเจ้าทาดาคัทสึขนปุยยืนกระดิกหางอยู่ข้างๆ...

“จะไปทำได้ยังไงฟะ?พูดเป็นการ์ตูนสี่ช่องจบไปได้” เจ้าทาสยังไม่วายที่จะเถียง...อย่าพูดในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สิเฟร้ย!

.................

อืมมมมม.....

เสียงสามหนุ่มสามมุมครุ่นคิดอย่างวิตก ไอ้การที่จะลากมนุษย์รากแก้วออกมาจากบ้านแล้วถ่อสังขารมาทำงานที่โตเกียวชั่วคราวนี่มันช่างลำบากเสียนี่กระไร...คุยกันก็ยังไม่ค่อยจะได้คุย ทักในเน็ตก็ไม่คิดจะตอบ เรื่องทำงานเห็นหน้าจ๊ะเอ๋กันทุกวันนี่คงไม่มีทางเป็นไปได้เข้าไปอีก...มิชชั่นอิมพอสสิเบิ้ลแท้ๆ!

ตรู๊ดดดดดดด.....

เสียงโทรศัพท์ประจำสำนักงานดังขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว เล่นเอาสามหนุ่มต่างวัยพากันสะดุ้งสุดตัวโดยไม่ทันนัดหมาย ใครโทรมาตอนนี้ฟะ? แหม... มันน่าตบให้หงายท้องจริงๆ!

แปะโอทานิตัดสินใจที่จะเลื่อนเก้าอี้เข้าไปรับสาย แต่เจ้าตัวดีกลับเบรคด้วยประโยคชวนเสียวสันหลังเข้าให้...

“แปะ...ถ้าเป็นมิสึนาริโทรมาถามเรื่องกระถางล่ะ?”

แปะโอทานิมองเจ้าตัวดีด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความวิตกจนเห็นได้ชัด จะพูดทำไมเนี้ย? เมื่อกี๊อุตส่าห์แกล้งทำเป็นลืมแล้วนะตัวเอง...

“สงสัยงานนี้ได้มีรายการสารภาพบาปแหงมๆ” แปะโอทานิตอบอย่างไม่รู้ไม่ชี้...พร้อมกับยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างช้าๆ โดยมีเจ้าตัวแสบและเจ้าทาสยืนลุ้นจนตัวโก่ง...ไม่ใช่มันๆ เพี้ยง!

“แกร๊ก”

“สวัสดีครับ...อิชิดะเจแปนการ์เดนลิ่งครับ”

แปะโอทานิพยายามแอ๊บเสียงให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะสามารถ...พร้อมกับกดปุ่มสปีคเกอร์โฟนเพื่อให้อีกสองหนุ่มได้ยินเสียงสนทนาของปลายสายด้วย...

“โยชี่ ผมเองนะ...กำลังจะมาถามว่างานทางนั้นเป็นยังไงบ้างน่ะ”

ครั้นจบประโยคทักทายของปลายสาย...เจ้าตัวแสบและเจ้าทาสได้สวมกอดกันอย่างปลื้มปิติ.....ลัคกี้! เสียงไอ้ทานูกิอ้วนนี่หว่า! รอดไปที กรี๊ดดดดดดดดดด!!!!!

“ตกใจหมดเลยโตกุโกะจัง เล่นเอาคนแก่หวั่นไหวอีกแล้ว ร้ายจริงนะตัวเอง” แปะโอทานิถอนหายใจอย่างโล่งอก...มุขนี้อย่ามาบ่อยนะ เดี๋ยวคนแก่รับไม่ไหวนะเธอ...

“มะ...มีอะไรเหรอครับโยชี่?...”

“เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกตัวเอง”

“นั่นแน่!ถ้าให้ผมเดา กระถางของโมริไม่พอใช้สิท่า ใช่ม้า~ เจ้าทานูกิอ้วนๆกลมๆเหมือนจะรู้ทัน....

ทีงี๊ฉลาดขึ้นมาทันทีเลยนะ โตกุโกะจัง. = =”.....

“ไม่ได้นะครับโยชี่ อิแบบนี้ต้องรีบรายงานมิสึนาริแล้วล่ะ ไม่งั้นอาทิตย์หน้างานไม่เดินแน่” ปลายสายพูดเหมือนเจ้าตัวแสบเป๊ะๆ ปัญหาระดับชาติที่ต้องรีบแก้ไขอย่างไวเลยนะตัวเอง...

“แต่ว่า...ถ้ามิสึนาริมันรู้เข้า มีหวังงานนี้มีรายการทำสงครามน้ำลายจนบริษัทป่วนแหงๆ”

.......

นั่นสินะ ถ้ามิสึนาริรู้เข้า...อาทิตย์นี้อย่าหวังว่าจะได้ทำงานกันอย่างสงบสุขเลย...

ในหัวของเจ้าทานูกิตอนนี้ กำลังนึกภาพมิสึนาริกำลังกลายร่างเป็น”มิจซิลล่า”(มิสึนาริ+ก๊อตซิลล่า)กำลังพ่นไฟอาละวาดจนอิชิดะเจแปนการ์เดนลิ่งพังทลายไม่มีชิ้นดีไปซะได้...

แย่ชะมัดเลยแฮะ...พักนี้มิสึนาริกำลังเป็นกังวลเรื่องงานซะด้วยสิ โอดะกรุ๊ปเป็นเจ้าพ่อวงการอิเล็คโทรนิกส์ในเมืองหลวงซะด้วย การที่วันนี้ได้มาเห็นตัวงานจัดสถานที่ พร้อมกับได้รับทราบว่าแขกที่เข้าร่วมพิธีชงชานั้นมีทั้งนักธุรกิจรายใหญ่  ปรมจารย์ศิลปะแขนงต่างๆ รวมทั้งคนในวงการบันเทิงนั้น มันเหมือนมีแรงกดดันมหาศาลจากตระกูลโอดะที่แผ่มาทาบทับบริษัทของเราอย่างน่ากลัวเลยทีเดียว...ซึ่งถ้างานนี้ออกมาไม่บรรลุตามที่โอดะกรุ๊ปผู้เป็นผู้ว่าจ้างตั้งเงื่อนไขไว้ ก็เตรียมตัวโดนเพ่งเล็งจนกระดิกตัวไปไหนไม่ได้กันเลย!

แต่จะให้ทำยังไงนี่สิ เพราะกระถางที่โมริทำนั้นถึงจะเสร็จทันเวลาก็จริง แต่การขนส่งก็เป็นตัวแปรสำคัญที่จะทำให้งานไม่คืบหน้า...คนในบริษัทยิ่งไม่พอทำงานอยู่ซะด้วย เจ้ามาเอดะกับเมียก็ติดงานที่อาโอโมริยังกลับมาไม่ได้ เจ้าทาสอีกวันสองวันก็ต้องมาคุมไซส์งานลงแปลง เจ้าตัวแสบก็ต้องเร่งสั่งต้นไม้และหินสำหรับงาน ยูคิจังต้องเตรียมงานในส่วนของอิเคบาน่าซึ่งเป็นนางเอกของงาน แปะกับมิสึนารินี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ยุ่งกว่าชาวบ้านเค้าเลย!

ทุกอย่างกลับเข้ามาสู่ความเงียบ และเกิดอาการเครียดลงตับกันถ้วนหน้าอีกครั้ง...งานนี้ท่าจะลำบากหลายเท่าตัวเลยแฮะ ...

ระหว่างนั้นเอง...

“แปะ...ส่งมาหน่อย เดี๋ยวหล่อเคลียร์เอง...” เจ้ามาซามุเนะตัวแสบแบมือขอโทรศัพท์จากอาแปะขาโจ๋อย่างหน้าตาเฉย แต่สีหน้ามันเริ่มเข้าโหมดเอาการเอางานอีกครั้งโดยอัตโนมัติ...

หลังจากที่อาแปะอารมณ์ดีได้ส่งโทรศัพท์เจ้าปัญหาให้เรียบร้อยแล้ว การเจรจาต่อรองแผนงานซึ่งเป็นไม้ตายเฉพาะหน้าของเจ้าตัวแสบเพียงคนเดียวที่สามารถทำได้ก็ได้บังเกิดขึ้น..

“ได้ยินไหมเจ้าอ้วน?” เจ้าตัวแสบถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย...

“ได้ยินสิ....” เจ้าทานูกิตอบรับกลับมา ว่าแต่...คำก็เรียกเจ้าอ้วน สองคำก็เจ้าอ้วน ฉันเปล่าอ้วนนะ!

“วันนี้แกหาทางทำยังไงก็ได้ให้มิสึนาริยังไม่รีบกลับบริษัท  จะหาเรื่องไปแด๊กเหล้าเมายา หรือไปโดดบันจี้จัมพ์ที่ไหนก็ได้  แต่ขออย่างเดียว อย่าเพิ่งรีบกลับมาก่อนสองทุ่ม โอเค๊?”

เจ้าทานูกิเมื่อได้ฟังภารกิจเสริมแล้วก็ถึงกับอึ้งรับประทาน!

“หา? แต่ว่าตอนนี้ใกล้จะคุยงานเสร็จแล้วนะ...อีกอย่างถ้าฉันทำตัวมีพิรุธล่ะก็ ผลที่จะตามมาคงไม่ต่างกันหรอก...พวกนายก็รู้ว่าคนอย่างมิสึนาริน่ะชอบบีบคนให้สารภาพบาปเป็นงานอดิเรกเลยน้า...”

ฮ่วย...งานนี้ไม่ว่าจะทำด้วยวิธีไหน ผลที่ตามมาก็คือต้องโดนเจ้าแม่แหกอกอยู่ดี ถึงจะถ่วงเวลาไปได้ แต่ก็คงได้แค่นิดหน่อยเท่านั้นแหละ เพราะคนอย่างมิสึนาริถ้ามันเสร็จธุระเมื่อไหร่ มันจะรีบกลับมาประทับที่บริษัททันที แถมมาตรงเวลาซะด้วย! หนอยยย....ไอ้มนุษย์เลือดกรุ๊ปเอ!ความเถรตรงของแกนี่ทำเอาชาวบ้านเค้าเดือดร้อนอยู่นะเฟร้ย!รู้ตัวเปล่า!!!

“ไม่ไหวหรอกฟ่ะมาซามุเนะ...ถึงจะถ่วงเวลาได้ก็คงได้เต็มที่แค่...ราวๆ...ครึ่งชั่วโมง ถึงชั่วโมงกว่าๆโดยประมาณ” เจ้าทาสเอ่ยอย่างวิตกพร้อมชำเลืองมองดูนาฬิกาเรือนยักษ์ที่แขวนอยู่เหนือศีรษะ....

แล้วจะให้ทำยังไงดีฟะเนี้ย?...

“พวกนายทุกคน คงจะกังวลเรื่องมิสึนาริอยู่สินะ...อย่าห่วงไปเลย หมอนั้นคงทำใจได้และไม่ถือโทษโกรธพวกนายหรอก...” เจ้าทานูกิยังคงมองโลกในแง่ดีของมันต่อไป...พ่อพระจริงๆนะเอ็ง....

แกแน่ใจเหรอเจ้าอ้วน? แล้วไอ้ที่มันเตะแกเช้าเย็นนี่ แสดงว่ามันไม่ได้โกรธแกอยู่หรือไง?

“ฉันรู้ว่าตอนนี้พวกเรากำลังเครียด แต่ว่า...ฉันก็อยากให้พวกเราอดทนและค่อยๆแก้ปัญหาด้วยกันนะ”

“เหรอ?...ก็พยายามอยู่นี่ไงล่ะเจ้าอ้วนเอ้ย...” เจ้าตัวแสบไม่วายที่จะแซวเล่น

“มิสึนาริคงดีใจ ถ้ารู้ว่าพวกนายทุ่มเทให้กับงานถึงขนาดนี้” เจ้าทานูกิเอ่ยอย่างซาบซึ้ง แม้ว่าปกติเจ้าพวกนี้จะทำตัวเสื่อมไปวันๆ และชอบยั่วโมโหมิสึนาริเล่นกันเป็นกิจวัตร  แต่ก็ยังคงมีความห่วงใยต่อเจ้านายของตนเองอยู่เสมอ...แม้ว่าจะโดนวีนแตกใส่ทุกวี่วันก็ตาม...

หรืเปล่านะ?....

“หา?...ใครบอกว่าพวกเราห่วงมิสึนาริกันฟะ? พวกเรากลัวเสียหน้าต่างหาก...ขืนเจ้านั่นมันรู้ว่าแผนการของพวกเราผิดพลาดล่ะก็ มันคงได้หัวเราะเยาะพวกเราแน่...” เจ้าตัวแสบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิดสุดฤทธิ์  พร้อมกับพลพรรคร่วมแก๊งค์อีกสองที่ยืนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างสุดซึ้ง...

พวกฉันไม่ได้ห่วงมันเฟร้ย...แต่ที่ลนลานเพราะกลัวเสียหน้าต่างหาก!อย่าเข้าใจผิดนะเจ้าอ้วน!

“ขืนแพ้เจ้ามิสึนาริ ฉันกับแปะก็เสียชื่อในฐานะบอสใหญ่กับบอสลับของบริษัทอ่ะเด่ะ...” เจ้าตัวแสบยังไม่วายจะเสริมรายละเอียดเข้าไปอีก สรุปว่าแกสองคนกลัวเสียฟอรม์ก็ว่ามาเหอะ!

“........= =

เจ้าทานูกิถึงกับพูดไม่ออก...ความรู้สึกซาบซึ้งที่มีต่อคนพวกนั้น มันเหมือนภาพมายาที่ตอแหลลวงโลกสิ้นดี!พวกนายนี่มันใจร้ายมากเลยนะที่บังอาจขโมยหัวใจของชายหนุ่มผู้ใส่ซื่ออย่างฉันไปได้อย่างหน้าตาเฉย!

ระหว่างที่ความซาบซึ้งของเจ้าทานูกิได้จบลงอย่างเงียบสนิทนั่นเอง....

“เอ่อ...ผมมารบกวนเวลางานหรือเปล่าครับ?” เสียงใสของเด็กฝึกงานตัวน้อยเอ่ยขึ้นมาจากหน้าประตูสำนักงาน โดยเจ้าสามหนุ่มสามมุมนั้นก็ได้พากันหันไปตามเสียงโดยไม่ได้นัดหมาย...

“ไม่เป็นไรยูคิจัง....ไม่ได้ยุ่งแต่วุ่นวายนิดหน่อย” เจ้าทาสตอบอย่างกำกวม...เล่นเอาเด็กฝึกงานตัวน้อยถึงกับยิ้มแห้งๆกับมุขตลกเหลือร้าย...สรุปคือยุ่งสินะครับ...แล้วทำไมต้องเล่นมุขกันด้วยล่ะเนี้ย?

เด็กฝึกงานตัวน้อยยื่นสมุดวาดเขียนขนาดเอสี่ให้กับแปะโอทานิซึ่งกำลังกอดเจ้าทาดาคัทสึขนปุยอยู่อย่างกล้าๆกลัวๆ...

“ผมลองร่างแบบอิเคบาน่าที่จะทำให้มิจจังแล้วครับ...อยากให้โยชี่กับทุกคนช่วยตรวจดูหน่อยว่ามันใช้ได้หรือยัง?”

แปะโอทานิกางสมุดวาดภาพออกเพื่อดูผลงานของเด็กฝึกงาน โดยมีสองหนุ่มและอีกหนึ่งตัวยื่นหน้าเข้าไปดูด้วยความสนใจ....

......

แหล่มเลย!!!!

“ยืมหน่อยนะแปะ!

เจ้าตัวแสบประจำสำนักงาน คว้าสมุดวาดเขียนออกจากมือแปะโดยไม่ทันฟังคำอนุญาตจากผู้อาวุโส พร้อมกับเปิดเครื่องส่งแฟ็กซ์ของสำนักงานเพื่อเริ่มแผนการลับโดยทันที...

ทุกคนที่เห็นการกระทำประหลาดๆของเจ้าตัวแสบนั้นได้แต่ยืนงงด้วยความสับสน...ตกลงมันจะทำอะไรฟะนั่น?...บอกผู้ร่วมอุดมการณ์บ้างสิ...

เจ้าตัวแสบไม่ตอบอะไร หากแต่รอยยิ้มแสยะชวนเสียวสันหลังนั้นได้เผยออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งมากพอจะทำให้ทุกคนเข้าใจได้ว่า มันเริ่มคิดอะไรแผลงๆออกเข้าแล้วสิ...

หลังจากส่งแฟ๊กซ์ไปเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวแสบจึงได้หันกลับมาคุยกับเจ้าทานูกิซึ่งรอปลายสายอยู่ทันที....

“อิเอยาสึ แกเดินไปที่รีเซฟชั่นของตึกโอดะกรุ๊ป เพื่อขอรับแฟ๊กซ์ที่ฉันส่งไปด้วยล่ะ...”

เจ้าทานูกิเริ่มสับสนกับน้ำเสียงที่อารมณ์ดีผิดหูผิดตาของเพื่อนร่วมงานตัวแสบ...ตกลงมันจะมาไม้ไหนหว่า?...

“นายส่งอะไรมาอ่ะ?”

“มันคือไอเท็มลับที่ได้จากเด็กน้อยสุดที่รักของฉันเอง”

“เอะ..เอ๊ะ!!???” เด็กฝึกงานตัวน้อยถึงกับร้องเสียงหลงด้วยความไม่ทันมุข อย่าพูดแบบนี้สิฮะมาซะซัง!!!เดี๋ยวคนอื่นเค้าจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่นะคร๊าบบบ!!!

ไอเท็มลับ?....อ้อ...เข้าใจแล้ว

แปะโอทานิกับเจ้าทาสเหมือนจะนึกออกได้ พร้อมกับหันมาส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กันอย่างมีเลศนัย...เอาล่ะเหวยยย...มิชชั่นนี้ยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพพนักงานนะพี่น้องงง...

“ไอเท็มลับ?....นายหมายถึงอะไรอ่ะ?” เจ้าทานูกิถามด้วยน้ำเสียงสงสัย ตกลงเจ้าพวกนี้มันส่งอะไรมากันแน่เนี้ย?ระเบิดพลีชีพเหรอ?แค่งานไม่ทันเวลาเองไม่เห็นต้องถึงกับระเบิดตึกโอดะกรุ๊ปเลยนี่นา(คิดได้ไงเนี่ย?)

เจ้าตัวแสบยิ้มร่าออกมาอย่างมีชัย...แน่นอนว่างานนี้ยังไม่หมดเวลาที่จะเอ็นจอยกันหรอกนะเพื่อนฝูง...

“แกเอานี่ไปเสนอกับคุณโอดะหรือภรรยาของเค้าซะ  มันจะช่วยเพิ่มเนื้อหาในการคุยงานของพวกแกได้อีกยาวเลยล่ะ? ยิ่งถ้าคุณโนะเห็นเข้า รับรองว่าไม่จบแค่การคุยแน่เพื่อนเอ๋ย....ถ้าไปคุยงานต่อที่ร้านเหล้าล่ะก็ วันนี้แกเตรียมแบกมิสึนาริไปรำลึกความหลังที่บ้านแกได้เลย ฮ่าๆๆๆๆ!!

เจ้าตัวแสบทิ้งบนสนทนาที่ชวนสงสัยเอาไว้เพียงเท่านี้ พร้อมกับวางสายทันทีโดยไม่รอฟังเสียงจากปลายสายที่กำลังงงรับประทานกับมุขที่ยังไม่เก็ทเลยแม้แต่น้อย...มันตัดมุขกันหน้าตาเฉยเลย....

“เยส!

เสียงโห่ร้องอย่างสะใจของพ่อสามหนุ่มสามมุมดังขึ้นพร้อมกันราวกับว่าพวกตนกำลังกุมชัยชนะเอาไว้ในมืออย่างสมบูรณ์แบบ...จะชนะพวกเรากองกำลังหนุ่มเกรียนน่ะ มันเร็วไปสิบล้านปีแสงนะเจ้ามิสึนาริเอ๋ยยยย.....

ทว่าเด็กฝึกงานตัวน้อยๆนั้นกลับรู้สึกสงสัยมากเสียจนที่จะอดถามไม่ได้นี่สิ...

“เอ่อ....ตกลงมีเรื่องอะไรกันหรือฮะ?”

ทั้งสามคนหยุดหัวเราะในทันที พร้อมกับหันหน้ามามองเด็กฝึกงานอย่างมีเลศนัย...ให้ตอบยังไงดีอ่ะตัวเอง...ฮุๆๆๆ เด็กอย่างเจ้ายังไม่ถึงเวลาที่จะเข้าในหรอกนะไอ้น้องเอ๋ยยยย....

แต่เจ้าตัวแสบนี่สิ ท่าทางน่าสงสัยกว่าชาวบ้านเค้าอีก....ดูแล้วยังสนุกอยู่ไม่น้อยกับท่าทีของเหยื่อตนเองที่ยืนเอียงคอสงสัยอยู่เบื้องหน้า...

“อยากรู้จริงเหรอ?เดี๋ยวพี่ชายจะบอกด้วยร่างกายให้เอามะ?” มันไม่พูดเล่นด้วย เพราะมันกำลังจะฉุดเด็กฝึกงานตัวน้อยเข้ามุมมืดที่มันโปรดปรานอีกแล้ว....และแน่นอนว่าเด็กมันคงจะยอมหรอกนะ...

“มะ ไม่เอาฮะ ผมไม่เอาแบบนี้!!!” เด็กแว่นตัวน้อยถึงกับหน้าถอดสี ตอบด้วยวาจาไม่ได้เหรอฮะ! แง้!...

“ไม่ชอบที่ลับตาคนเหรอ? งั้น...พี่ชายทำตรงนี้เลยก็แล้วกัน” เจ้าตัวแสบพูดจบ ก็จับเด็กฝึกงานนอนลงกับโซฟาทันทีโดยไม่แคร์สายตาเพื่อนร่วมงานที่นั่งหัวเราะอยู่แม้แต่น้อย...เข้าโหมดหื่นแล้วสินะ...ตามสบายเหอะพ่อ...พวกตูไม่ห้ามหรอก จะนั่งดูอย่างมีมารยาทเลยล่ะ.....(อยากดูก็ว่างั้น?)

“แง๊!!!!!!!!มิจจังช่วยด้วยยยยย!!!

 เจ้าเด็กฝึกงานหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิดพร้อมกับวิ่งหนีไปรอบๆสำนักงานอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยที่เจ้าตัวแสบจอมหื่นนั้นยังคงวิ่งไล่ตามอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับเจ้าทาดาคัตสึขนปุยที่นึกสนุกวิ่งไล่กวดไปด้วยตามประสาเจ้าหมาตัวน้อยที่อยากมีส่วนร่วมด้วย....

ระหว่างนั้นเองที่บรรยากาศของอิชิดะ เจแปน การ์เดนลิ่ง  ได้กลับมาสดใสอีกครั้ง...

แปะโอทานิเปิดดูสมุดวาดเขียนเล่มเดิมที่บันทึกรูปแบบของอิเคบาน่าที่จะใช้ในโปรเจ็คครั้งนี้ซ้ำไปมา พร้อมกับเผยยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

 

“พระจันทร์สีม่วงที่ถูกสร้างจากดอกยิปโซฟิลล่า*งั้นเหรอ?

ไม่เลวเลยแฮะ...โลกนี้จะมีซักกี่คนกันนะ

ที่จะได้ชมจันทร์ที่แสนวิเศษนี้”

 

 


สารานุกรมนักจัดสวน

*ยิปโซฟิลล่า = เป็นดอกไม้จำพวกไม้เล็กๆ ฝอยๆ อายุหลายปี พุ่มสูง 0.80 1.20 เมตร มีเง้าใต้ดิน ทรงพุ่มโปร่ง มักนิยมใช้แซมช่อดอกไม้ต่างๆ มีสีขาวไปจนถึงสีม่วงอ่อนและเข้ม ภาษาดอกไม้หมายถึง ความรักที่บริสุทธิ์

 

*ขออภัยที่ตันมุขอย่างแรงค่ะ ตอนนี้ดาวจังแต่งฟิคไม่ออกเลยค่ะ แต่ก็จะพยายามต่อไปนะคะ ช่วยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

84 ความคิดเห็น

  1. #82 CutieZ Writer >[]< (@cutepimmy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2555 / 08:40
    เป็นกำลังใจให้พี่ดาวอย่างต่อเนื่อง ><
    #82
    0
  2. #56 タンメ (@chanada) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2554 / 17:55
     ขนาดมุขฝืดยังทำทำผมขำตกเก้าอี้เลยนะฮะ

    ชอบตรงที่คำว่า รักนะ จุ๊บๆ (เพราะผมใช้ทุกวัน XP)

    คราวหน้าลองพุดกะอาแปะว่า love you จุ๊บุ จุ๊บุ >333<  ดูเนาะ

    ผมอยากรู้ว่าอาการอ่แปะโอทานิจาเปงไง 555+ ^o^
    #56
    0
  3. #46 赤い魂 (@hisane) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2554 / 20:05
     ฉลาดล้ำโลก + หื่นขั้นเทพ
    #46
    0
  4. #43 บีเวอร์น้อย (@rugnak) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2554 / 12:35
    ตอนนี้ก็ฮาได้อีก.....

    อิเอจังเราเป็นกระสอบทรายส่วนตัวของมิจจังไปแล้ว

    มาซะเราก็เจ้าเล่+หื่นขั้นเทพได้อีก...

    ว่าแต่ไปร่ำลึกความหลังนี้ยังไงเหรอค่ะ???

    อัพต่อด่วนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #43
    0
  5. #42 Bem007 (@bem007) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2554 / 20:38
     555+   มุขตันมิใช่เรื่องใหญ่แต่อย่างใด

    พี่ดาวฝีมือขั้นเทพอยู่แล้วค่ะ!!
    #42
    0
  6. #41 Azai Nagamasa (@azai) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 01:42
     ขอรับผมกำลังใจที่ส่งให้ทุกวันเพื่อรออ่านอย่างเดียว (ก๊ากๆๆๆๆๆ)
    ขนาดมุขตันก็ยังขำอยู่ครับไม่ต้องห่วง
    สู้ต่อไป!!!
    #41
    0