คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย ͡...բ·˹ҧ ดอกไม้...มีขายที่ไหนบ้าง | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ขออุทิศเรื่องนี้ให้แด่ชายหนุ่มผู้เสียสละเพื่อชาติ บ้านเมือง เพื่อปกป้องครอบครัวหลายๆครอบครัว 
และชายหนุ่มคนนั้น ย่อมมีครอบครัวอันเป็นที่รักของตนเอง...



...........................................................................................................................


เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 มี.ค. 59 / 20:27


เรื่องสั้น “ดอกไม้...มีที่ไหนขายบ้าง”

                ดอกไม้...มีที่ไหนขายบ้าง

                วิบูลย์ตื่นตั้งแต่ตีห้าในวันนั้น เขารีบอาบน้ำแต่งตัว เพื่อออกเดินทางเข้าตัวเมืองไปหาซื้อดอกไม้สักช่อ เขาปรารถนาที่จะได้ดอกกุหลาบแดงสักกำมือ แต่ถ้าหากหาไม่ได้ เขาก็ภาวนาขอให้มีดอกไม้ชนิดใดก็ได้วางขายอยู่ วิบูลย์ขับรถมอเตอร์ไซค์คันเก่ง ชื่อว่า “เจ้าแก่” ที่อยู่กับเขามากว่าสิบปีออกไปบนถนนทุรกันดารจากหมู่บ้านที่เขาต้องเข้าไปดูแลและปฏิบัติหน้าที่ ทอดยาวไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา ในขณะที่ท้องฟ้าเจือแต้มด้วยสีทองรำไร

                กว่าเขาจะเข้ามาถึงตัวเมืองใช้เวลาเกือบร่วมชั่วโมงเต็มๆ ข้อสันนิษฐานอาจเพราะเจ้าแก่ของเขาเครื่องยนต์มันโรยแรงเหมือนกับวัยอันร่วงโรยของเจ้าของที่ขับขี่มันมา หรืออาจเป็นเพราะระยะทางของหมู่บ้านกับตัวเมืองมันช่างห่างไกลกันเหลือเกิน

                ในตัวเมืองนี้ แม้จะเจริญกว่าหมู่บ้านที่เขาอยู่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหรูหราโอ่อ่ามีแสงสีดั่งตัวเมืองในจังหวัดอื่นๆ เมืองแห่งนี้เงียบสงบไม่ต่างจากหมู่บ้านที่เขาเพิ่งจากมาเมื่อชั่วโมงก่อน ผู้คนมีให้เห็นบางตา แต่ก็ยังพอมีคนเดินสัญจรกันอยู่บนท้องถนนคนเดินอยู่บ้าง วิบูลย์จอดเจ้าแก่ไว้ที่หน้าร้าน บังโอมซึ่งเป็นร้านสภากาแฟร้านประจำของวิบูลย์ อาทิตย์หนึ่งหากมีวันว่าง เขาจะแวะมาอุดหนุนกาแฟของร้านบังโอมประจำ

                แต่วันนี้วิบูลย์ตั้งใจว่าจะไม่อุดหนุนกาแฟ แค่มาขอถาม

                ดอกไม้...มีที่ไหนขายบ้าง

                “อ้าว...จ่าบูลย์” บังโอมทักทายอย่างคุ้นเคย “นั่งก่อน...นั่งก่อน กาแฟดำเหมือนเดิมใช่ไหม”

                “ไม่ล่ะบัง...วันนี้ผมแค่มาถามหาร้านดอกไม้”

                “โธ่เอ๊ย...แถวนี้มีกันที่ไหน ดอกม้งดอกไม้ หาลูกปืนหาระเบิดยังง่ายเสียกว่า” บังโอมพูดจ้อ เสียงสำเนียงทองแดงบ้าง แต่ก็เป็นที่เคยชินหูเสียแล้วสำหรับวิบูลย์

                “ไม่มีจริงๆหรอบัง...”

                “จริงสิจ่า...เออ ว่าแต่...ลูกน้องจ่าไปไหนซะเล่า ไอ้หนุ่มนั่นน่ะ หายหน้าหายตาไปเป็นเดือนๆเชียว” บังโอมมองหา เผื่อว่าจะมีเด็กหนุ่มผิวคล้ำ ฟันขาว ที่ปกติจะนั่งซ้อนรถมากับวิบูลย์ด้วยกันเวลามากินกาแฟที่ร้านบังโอม

                “ไอ้อ๊อดน่ะหรอ มันไปแล้ว...” เหมือนมีก้อนสะอึกมาจุกอยู่ที่คอ วิบูลย์พูดไม่ออก คำว่าไปแล้ว... ไอ้อ๊อดไปตามยถากรรมเสียแล้ว จากเด็กหนุ่มที่เป็นลูกน้องเขา ตอนนี้ได้เลื่อนยศนำหน้าเขาไปเสียไกลไกลจนกระทั่งว่า หากวิบูลย์ยังมีชีวิตอยู่ คงไม่อาจเลื่อนยศได้เท่าไอ้อ๊อดแน่ๆ

                “อ่อ กลับบ้านหรอ ดีจริงๆเลยนะ” บังโอมพูดไปมือก็ชงกาแฟไป ให้กับลูกค้าในร้านที่นั่งอยู่ก่อนวิบูลย์จะมา บังโอมคงไม่เข้าใจถึงความหมายของคำว่า ไปแล้วของวิบูลย์ แต่วิบูลย์เลือกที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืดเรื่องอ๊อด เขาถามบังโอมต่อว่า “บัง...ตกลงไม่มีดอกไม้ขายเลยหรอ” บังโอมชงกาแฟเสร็จก็เอาไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่นั่งรออยู่สองคนในร้าน

                “ไม่นะ...ไม่เคยเห็น” บังโอมเดินกลับมาตอบวิบูลย์ “จ่าลองดูในตลาดก่อนก็ได้ เผื่อมี แต่ผมว่าไม่มีนะ...” วิบูลย์ยิ้มรับ บังโอมยิ้มตอบแสดงให้เห็นฟันซี่หน้าที่หักไปสามซี่โดยไม่ทราบสาเหตุ

                “จ่าจะเอาดอกไม้ไปทำอะไร...” บังโอมถาม แต่วิบูลย์ยิ้มแทนคำตอบ ทำให้บังโอมไม่ถามต่อ เอาเป็นว่าเข้าใจกันดี ถ้าวิบูลย์ไม่ตอบแสดงว่าเป็นเรื่องที่บังโอมไม่จำเป็นต้องรู้

                ดอกไม้...มีที่ไหนขายบ้าง

                วิบูลย์ออกเดินเท้าจากหน้าร้านกาแฟของบังโอมอย่างสบายๆ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณเจ็ดโมงครึ่ง เขาเดินตรงไปยังโซนตลาด ซึ่งเคยแต่พาพวกลูกน้องมาซื้อหมูเห็ดเป็ดไก่ ไว้ไปกักตุนเป็นเสบียง เพราะบางทีในหมู่บ้านก็ไม่มีของขาย แต่วิบูลย์ไม่เคยเห็นดอกไม้ ไม่มีเลย บางทีเขาอาจจะมองข้ามของสวยๆงามๆเหล่านั้นไปก็ได้ แล้ววิบูลย์ก็มาหยุดยืนที่กลางตลาด พยายามสอดส่ายสายตามองหาดอกไม้

                เมื่อก่อน หากมีไอ้อ๊อดลูกคู่ของวิบูลย์มาด้วยกัน เวลาจะหยิบจับซื้อหาอะไรก็ง่ายดาย เพราะอ๊อดเป็นคนคล่องแคล่ว ว่องไว แถมคุยเก่ง ชอบเจ๊าะแจ๊ะกับพ่อค้าแม่ค้า จนบางทีคนที่เขาเอ็นดูไอ้อ๊อดก็จะให้ของแถมเป็นส้มสักครึ่งโล หรือพวกผักสดสักหัวสองหัว ถ้าไอ้อ๊อดยังอยู่ เรื่องดอกไม้คงไม่ยากนักที่จะหาให้เจอ

                “จ่าครับ...ผมเอาเงินมาไม่พอ ขอยืมหน่อย” ไอ้อ๊อดในยามนั้นทะเล้นทะลึ่ง และเป็นลูกน้องคนเดียวที่กล้าเล่นหัวกับวิบูลย์ ความที่วิบูลย์เห็นไอ้อ๊อดเป็นเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง วิบูลย์ก็ยอมหยิบกระเป๋าสตางค์ควักแบงค์ร้อยออกมาให้มันเสียไม่ได้ ด้วยสายตาอันฉับไวของไอ้อ๊อด มันก็เหลือบเห็นรูปภาพของวิบูลย์กับภรรยาในวันแต่งงานที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของเขา

                “จ่า...นั่นรูปเมียจ่าหรอ สวยจัง” ไอ้อ๊อดพูด พลางหันไปยื่นแบงค์ร้อยให้แม่ค้า แล้วรับเงินทอนมาพร้อมกับมังคุดสองกิโลกรัมถุงใหญ่

                “ทะลึ่ง” วิบูลย์ว่าไอ้อ๊อด

                “สวยจริงๆนะจ่า...ว่าแต่เมียจ่าอยู่ไหนล่ะครับ” ไอ้อ๊อดช่างซักช่างถาม

                “อยู่นครฯ” วิบูลย์ตอบสั้นๆ พลางสาวเท้าเดินนำหน้าไอ้อ๊อดอย่างรวดเร็ว ไอ้อ๊อดวิ่งตามต้อยๆ พร้อมกับถุงผักและผลไม้ในมือ

                “นครศรีธรรมราชน่ะหรือจ่า อ้าว...แล้วเมียจ่าอยู่กับใครล่ะ” วิบูลย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ในคำถามของไอ้อ๊อด

                “อยู่กับลูกสาว” วิบูลย์ตอบเสียงเรียบ พยายามก้าวเท้าเร็วขึ้นอีก

                “ลูกสาวจ่าหรอ...” เสียงไอ้อ๊อดเริ่มหอบๆ “สวยไหม ผมขอเป็นลูกเขยได้หรือเปล่าจ่า...โอ๊ย...จ่า เดินช้าๆได้หรือเปล่า ผมเหนื่อยนะเนี่ย” ไอ้อ๊อดบ่นกระปอดกระแปด

                “ถ้าเอ็งหุบปากแล้วเดินเงียบๆมันก็ไม่เหนื่อยหรอก” วิบูลย์ว่า แต่ก็ลดฝีเท้าลงเพื่อให้ไอ้อ๊อดเดินตามได้ทัน

                ดอกไม้...ข้าคิดถึงยามเมื่อเจ้าเบ่งบาน

                “จ่าแล้วจ่าได้เจอเมียครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่...ผมไม่เคยเห็นจ่าลากลับบ้าน” ไอ้อ๊อดถามจี้ใจดำ วิบูลย์ไม่เคยกลับไปพบหน้าลูกและภรรยามากว่า 2 ปีแล้ว ตั้งแต่สถานการณ์ในพื้นที่รุนแรงมากขึ้น วิบูลย์ได้คุยกับภรรยาทางโทรศัพท์บ้าง แต่ล่ะครั้งก็มีแต่การถามสารทุกข์สุขดิบของภรรยาและลูก อีกนัยหนึ่งการคุยโทรศัพท์เป็นการยืนยันอย่างหนึ่งให้ภรรยารับรู้ว่าวิบูลย์ยังมีชีวิตอยู่ ภรรยาเคยถามเหตุผล ว่าทำไมวิบูลย์ไม่ยอมกลับบ้าน แม้ว่าจะลากลับได้ก็ตามที

“พี่กลัวกลับบ้านแล้วไม่อยากกลับมาทำงาน...” วิบูลย์พูดเสียงสั่นเครือ ในขณะที่ภรรยาเองก็สะอึกสะอื้น แม้ปากของหล่อนจะบอกว่าเข้าใจในหน้าที่ต่อประเทศชาติของเขาที่ต้องรับผิดชอบ แต่เขารู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องทนความโดดเดี่ยวและต้องยืนหยัดเลี้ยงลูกเพียงลำพัง แน่นอนว่ามีหลายครั้งที่ภรรยาขอจะพาลูกมาหาเขา แต่วิบูลย์กลับปฏิเสธ

“ไม่เอามันอันตราย” วิบูลย์ให้เหตุผลสั้นๆ ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็แล้วแต่ วิบูลย์ปฏิเสธการเยี่ยมเยือนภรรยาทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้เกิดความลำบากขึ้นไม่ว่าจะทางใดทางหนึ่ง

“อ้าว...จ่าบูลย์ มองหาอะไรอยู่จ๊ะ” เสียงเจื้อยแจ้วของยายมูน เรียกสติของวิบูลย์กลับคืนมา ทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิดถึงเรื่องราวในอดีต วิบูลย์หันไปมองยายมูน ยายแก่ๆ เจ้าของร้านขายปลาสดที่ส่งยิ้มมาให้

“ผมหาซื้อดอกไม้น่ะครับ...” วิบูลย์ตอบ “พอจะมีร้านไหนขายบ้าง” หญิงชราส่ายหน้า

“ไม่มีหรอกจ้าพ่อคู้ณ... แถวนี้ไม่มีขายหรอก ลองไปถามบังโอมสิ”

“ถามมาแล้ว บังก็บอกว่าไม่มี”

“ถ้าบังบอกว่าไม่มีคือไม่มีนั่นแหละ ตั้งแต่อิฉันอยู่มาเจ็ดสิบกว่าปีก็เคยมีอยู่ร้านเดียว แต่เขาย้ายไปแล้วล่ะจ้ะ”

“ถ้าที่นี่ไม่มี แล้วมีที่ไหนขายดอกไม้บ้างครับ” วิบูลย์ถาม

“อิฉันก็ไม่รู้หรอกจ้ะพ่อ บังโอมน่าจะรู้ดี พ่อบังนั่นเขาไปต่างที่ต่างถิ่นบ่อย” วิบูลย์ยิ้มรับคำยายมูน เขาคงต้องย้อนกลับไปหาบังโอมอีกครั้งเผื่อจะหาที่ซื้อดอกไม้ได้สักที

ดอกไม้...มีที่ไหนขายบ้าง

วิบูลย์เดินกลับมาถึงร้านของบังโอม เกือบสิบโมงเช้าแล้ว ร้านของบังโอมไม่มีลูกค้า เหลือแต่บังโอมที่นั่งอยู่ลำพังในร้าน

“บัง...ผมหาทั่วตลาดแล้วไม่มีเลย แต่เห็นยายมูนบอกว่าบังน่าจะพอรู้ร้านแถวที่อื่น”

“ที่อื่นก็พอมีอยู่หรอกจ่า...” บังโอมดูเงียบๆไป คงเพราะไม่มีลูกค้าเข้าร้านกระมัง

“ที่ไหนล่ะบัง...”

“จ่าต้องซื้อวันนี้เลยหรอ...” บังโอมย้อนถาม วิบูลย์ยิ้มตอบ

“ใช่สิ...วันนี้ผมจะกลับนครฯ...” เขาพูดแววตาเป็นประกาย “กลับ...ไปหาลูกกับเมียน่ะ...”

“ทำไมจ่าไม่ไปหาซื้อดอกไม้ที่นครฯล่ะ...ที่นี่น่ะไม่มีหรอก”

“ผมกลัวจะพ้นวันก่อนน่ะสิบัง ผมจองตั๋วกลับตอนค่ำน่ะ กว่าจะถึงนครฯก็คงห้าทุ่มกว่าแล้ว ไม่มีร้านไหนขายหรอก” บังมีสีหน้าหนักใจ คงเพราะใช้ความคิดอย่างหนักในการหาร้านดอกไม้ให้กับวิบูลย์ วิบูลย์คิดถึงไอ้อ๊อดมันบอกแก่วิบูลย์เรื่องความสำคัญของวันนี้ วันวาเลนไทน์

“นี่จ่า...วันที่ 14 เดือนหน้าผมขออนุญาตพาจ่าลากลับนครฯนะครับ” ไอ้อ๊อดพูดขณะที่กำลังช่วยวิบูลย์ทำความสะอาดเจ้าแก่ที่ฝุ่นจับเขรอะ เลอะสกปรกด้วยดินแดงจากถนนลูกรัง

“เอ็งลาไปคนเดียวสิ เกี่ยวอะไรกับข้า” วิบูลย์กล่าวอย่างหัวเสีย ไอ้อ๊อดชักจะเอาใหญ่ ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัว ชอบซักชอบถามเรื่องของเขาไม่รู้จักจบจักสิ้น

“อ้าวจ่า...มันวันวาเลนไทน์นะ วันแห่งความรัก จ่าจะใจแข็งไม่กลับบ้านกลับช่องเลยหรือไง” วิบูลย์ไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตาขัดล้อให้เจ้าแก่ต่อไป

“จ่าห้ามเบี้ยวนะ...ผมจะบอกให้ วันแห่งความรักเขาให้ผู้ชายเอาพวกช็อคโกแลต ดอกไม้ ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาไปให้ผู้หญิง” ไอ้อ๊อดพูด ดวงตาของเด็กหนุ่มส่งประกายยามพูดถึงเทศกาลรื่นเริงนี้

“วันของพวกวัยรุ่นกะโหลกกะลาน่ะสิ” วิบูลย์สวนไอ้อ๊อด

“ไม่ใช่นะจ่า...แก่ๆอย่างจ่าก็ให้ของขวัญเมียจ่าได้”

“ไอ้อ๊อด! นั่นปากเอ็งใช่มั้ย?” ไอ้อ๊อดหัวเราะก๊าก ที่สามารถทำให้วิบูลย์หัวเสียได้

“จริงๆนะ วันแห่งความรัก ไม่ได้จำกัดเพศจำกัดวัยสักหน่อย จ่าน่าจะกลับไปหาลูกหาเมีย หิ้วดอกกุหลาบไปให้สักช่อ เอาช่อโตๆเลยนะจ่า เพราะยังไงซื้อช็อคโกแลตไป เมียจ่าน่าจะกินลำบาก” ไอ้อ๊อดพูดหน้าทะเล้น

“ไอ้อ๊อด!” วิบูลย์เขวี้ยงผ้าในมือใส่หัวไอ้อ๊อด ซึ่งโดดหลบแทบไม่ทัน เด็กหนุ่มส่งยิ้มร่ากลับมาให้วิบูลย์

“จ่า..ผมขอร้องจ่าเลยนะ กลับบ้านบ้างเถอะ จ่ากับผมน่ะนะ จนแล้วจนรอดถ้าไม่ได้ถูกย้ายออก มันก็ต้องตายอยู่ที่นี่อยู่แล้ว ผมน่ะอยากเห็นจ่ามีความสุข” ไอ้อ๊อดพูดน้ำเสียงจริงจัง “เพราะผมเป็นลูกเขยจ่า อะไรที่พอจะทำให้พ่อตามีความสุขได้ผมก็จะทำ” วิบูลย์จำได้ว่า หลังจากนั้นเขาก็ไล่เตะไอ้อ๊อดออกจากโรงรถจนมันล้มลุกคลุกคลานสะบักสะบอมไปทั้งเนื้อทั้งตัว

ดอกไม้...มีที่ไหนขายบ้าง

“มีอยู่ที่หนึ่ง...ออกจากตัวเมืองไปสักห้ากิโลแล้วมีทางแยกให้เลี้ยวขวา เลยไปหน่อยจะเป็นหมู่บ้านที่มีร้านขายดอกไม้อยู่ร้านนึง” บังโอมบอกออกมาในที่สุด วิบูลย์เห็นสีหน้าท่าทางที่ดูเป็นกังวลของบังโอม ก็รู้สึกแปลกใจ

“บังเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายหรอ หน้าซีดๆ”

“ผมแค่เหนื่อยน่ะจ่า...ไม่มีอะไรหรอกครับ” บังโอมพูดเสียงเย็นๆ

“ถ้างั้น ขอบคุณนะบัง...ไว้ผมกลับมา จะมาอุดหนุนนะ” วิบูลย์ยิ้มแย้มอย่างดีใจ บังโอมพยักหน้ารับเฉยๆ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหลังร้าน

วิบูลย์เดินไปสตาร์ทเจ้าแก่ มันงอแงเล็กน้อย เขาต้องถีบคันโยกตั้งห้าหกที กว่ามันจะติด ถ้าไอ้อ๊อดอยู่มันคงจะพูดว่าจ่า...ท่าทางเจ้าแก่ไม่อยากให้จ่าไปซื้อของน่ะ แล้วในที่สุดก็สตาร์ทติด วิบูลย์บิดคันเร่งและมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านเพื่อซื้อดอกไม้ในทันที

เมื่อมาถึงยังหมู่บ้านที่บังโอมบอกว่ามีดอกไม้ขาย วิบูลย์ก็จอดเจ้าแก่ไว้ที่หน้าหมู่บ้าน มีร้านเล็กๆ ร้านหนึ่งประดับประดาด้วยดอกกล้วยไม้ป่า หมู่บ้านนี้เงียบสนิทแบบน่ากลัว เกือบหมือนกับหมู่บ้านที่วิบูลย์ประจำการอยู่ วิบูลย์ได้ช่อดอกกล้วยไม้ป่า แม้จะไม่ใช่ดอกกุหลาบ แต่ก็มีความสวยงามอ่อนหวานไม่แพ้ดอกไม้ชนิดไหนๆ

วิบูลย์หวังว่าช่อดอกไม้คงจะเป็นสิ่งแทนความรักของเขาที่มีต่อภรรยา เขาทำตามที่ไอ้อ็อดบอกทุกอย่างทุกประการ เขาต้องกลับไปหาครอบครัว เพราะชีวิตทหารผู้รับใช้ชาติอย่างเขา ความตายมันแขวนอยู่บนเส้นด้าย...

วิบูลย์ขี่เจ้าแก่ออกมาจากหมู่บ้าน ช่อดอกไม้ถูกใส่ไว้ในถุงพลาสติกซึ่งแขวนห้อยอยู่บนแฮนด์ข้างซ้ายของเจ้าแก่ อยู่ๆเจ้าแก่ก็เกิดเรรวน วิ่งไม่ไปเสียเฉยๆ จนเขาต้องจอดดูอาการมันข้างทาง เมื่อวิบูลย์ตรวจดูก็พบว่ายางของเจ้าแก่ถูกเจาะเป็นรู และมีตะปูเรือใบ ติดเกาะมากับยางเสียด้วย

ปั้ง...ปั้ง...ปั้ง...

ดอกไม้...เจ้าโรยราแล้วหาได้บานใหม่ไม่

ร่างของเด็กหนุ่มทรุดตัวลงไปนอนกองกับพื้นท่ามกลางเสียงปืนที่ดังต่อเนื่องราวกับจุดพลุในงานเลี้ยงฉลอง วิบูลย์มองด้วยสีหน้าตกตะลึง ก่อนที่จะเข้าไปประคองและลากร่างนั้นเข้าสู่ที่กำบังเพื่อให้หลบพ้นวิถีกระสุน ไอ้อ๊อดถูกยิงเข้าที่หน้าอก เลือดสีแดงฉานไหลลงมาสีเข้มข้น แม้ในยามนี้ ไอ้อ๊อดก็ยังทำสีหน้าทะเล้นเพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บปวด

“จ่า...ลากผมมาทำไม...เดี๋ยวผมก็ตาย”

“หุบปากไปเลยเอ็ง” วิบูลย์เข่นเสียงรอดไรฟัน มือข้างหนึ่งยิงปืนตอบโต้โจรร้ายที่ดักปล้นอาวุธของพวกเขา

“จ่า...ยังไง...ผมก็ไม่รอด” ไอ้อ๊อดพูด วิบูลย์ก้มหน้าลงมองเด็กหนุ่ม ไม่มีแววทะเล้นทะลึ่ง และแฝงไปด้วยความเป็นจริงที่น่าเจ็บปวดใจ วาระสุดท้ายของลูกน้องร่วมทีมที่เปรียบเสมือนเพื่อนของวิบูลย์ มาถึงแล้วจริงๆหรือนี่...

“เอ็ง...มีอะไรจะฝาก...ให้ข้าทำหรือเปล่า” วิบูลย์พูดประโยคนั้นออกมาอย่างยากเย็น เขาไม่ชอบสถานการณ์นี้เท่าใดนัก เพื่อนร่วมงานของเขาหลายคนจากไปโดยไม่มีคำล่ำลา เขาจึงไม่รู้สึกตีบตันใจ โศกเศร้ามากเท่ากับช่วงเวลาสุดท้ายของไอ้อ๊อดในครั้งนี้

“ผม...ไม่มีอะไรต้องห่วง พ่อ...แม่ผม...ยังมี...พี่ชาย...พี่สาว...อยู่ดูแล” เสียงไอ้อ๊อดขาดเป็นห้วงๆ “ชีวิตผม,,,จบลงแล้ว,,,ตรงนี้...แต่จ่า...จ่า...ยัง...อยู่...” ไอ้อ๊อดเอื้อมมือจับแขนวิบูลย์ “จ่า...ต้อง...ทำ...เพื่อ...” ไอ้อ๊อดบีบแขนวิบูลย์แน่น ราวกับคำพูดที่ขาดหายไป คือคำว่า ตัวเอง วิบูลย์ไม่คิดเคยเลยว่าไอ้อ๊อดเด็กทะลึ่งทะเล้นคนนี้จะเป็นห่วงเป็นใยชีวิตของจ่าแก่ๆอย่างเขาเหลือเกิน

“จ่า...ควร...กลับ...ไป...หา...ครอบ...ครัว...ไขว่...คว้า...ความ...สุข” เสียงของมันเริ่มเบาลง วิบูลย์เริ่มยอมรับว่าน้ำตาของเขามันเอ่อล้นขึ้นมาจากหัวใจจนไหลอาบแก้ม น้ำตาชายชาติทหาร วาระสุดท้ายของคนเรามันช่างน่าเศร้าน่าเวทนา ร่างของไอ้อ๊อดกระตุกในอ้อมแขนวิบูลย์ มันพยายามสูดหายใจเฮือกใหญ่ ของเหลวสีแดงฉานไหลรินออกมาจากอกย้อมเสื้อยืดสีขาวของไอ้อ๊อดให้กลายเป็นสีเลือด

“...จำ...ไว้เว...ลามัน...สั้น...เหลือ..เกิน...ผ...ม...ดี...ใจ...ที่...ได้...เป็น...ลู...ก...น้อ...ง...จ่า...” ประโยคสุดท้ายสิ้นสุดลง พร้อมกับลมหายใจที่หยุดนิ่งของไอ้อ๊อด

ดอกไม้...เจ้าจะถึงมือผู้รับไหม?

ลูกกระสุนสามนัดพุ่งทะลุเข้ามาในอกของวิบูลย์ มือที่ประคองเจ้าแก่ไร้เรี่ยวแรงปล่อยให้มันล้มลง ร่างของวิบูลย์เองก็ล้มตามด้วยเจ้าแก่ความเจ็บปวดที่เสียดแทงเข้ามาในร่างกาย

ช่วงเวลามันสั้นเหลือเกิน...

ดอกไม้ที่แขวนอยู่กับเจ้าแก่ ร่วงผล็อยลงมา กระจัดกระจาย มันช่างสวยงามจริงๆ แม้ในยามที่สติของเขากำลังจะเลอะเลือน ใบหน้าภรรยาของวิบูลย์ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

วันที่วิบูลย์เจอภรรยาครั้งแรก เธอยิ้มสวย กิริยามารยาทอ่อนช้อยงดงาม

วันที่วิบูลย์ตัดสินใจขอเธอแต่งงาน และสัญญาว่าจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต เขาไม่มีวันทิ้งเธอ...

วันที่ภรรยามาส่งเขาที่ค่ายทหาร เมื่อได้รับคำสั่งให้มาประจำการที่นี่ เธอร้องไห้...

วันที่ภรรยาคลอดลูกสาว หน้าตาน่ารัก เป็นพยานรักของวิบูลย์กับภรรยา

วันที่วิบูลย์กลับไปบอกกับภรรยา ว่าตัวเองโดนหมายหัว เพราะไปฆ่าหัวหน้ากองโจรคนหนึ่งเข้า

วันที่วิบูลย์โทรศัพท์บอกกับภรรยาว่าจะไม่กลับไปบ้านอีกแล้ว เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว

                วิบูลย์ไม่อยากคิดถึงวันที่ภรรยาต้องมาเห็นร่างอันไร้วิญญาณของเขา

                เลือดสีแดงฉานไหลลงบนพื้นถนนลูกรัง ค่อยๆไหลรินไปเปื้อนดอกกล้วยไม้ป่าที่ตกอยู่ข้างตัวของวิบูลย์ หยาดน้ำตาไหลลงมา ชั่วขณะหนึ่งวิบูลย์คิดถึงไอ้อ๊อด ไอ้อ๊อด ข้าคงไล่ยศตามเอ็งทันแล้วล่ะงานนี้ วิบูลย์คิดถึงภาพวาระสุดท้ายของไอ้อ๊อด ซึ่งไม่ได้แตกต่างกับภาพวาระสุดท้ายของวิบูลย์เท่าใดนัก ไอ้อ๊อดเคยพูดให้เขาได้ตระหนัก ถึงการกอบโกยความสุขในช่วงที่มีชีวิตอยู่ ตอนนี้เวลาชีวิตเขากำลังเดินช้าลง... เขาทำตามที่มันเคยบอกไว้ไม่ได้เสียแล้ว

                หากเป็นไปได้ ขอได้ไหม...ขอให้เขามีเวลามอบดอกไม้แด่ภรรยาที่รักเขาและรอเขามาโดยตลอด สักหนึ่งนาที

                ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหยุดนิ่งลง ร่างของวิบูลย์แน่นิ่งไป หยาดเลือดไหลรินจนหยดสุดท้าย สายลมอ่อนๆ โชยพัดดอกกล้วยไม้ป่าผ่านร่างไร้วิญญาณ

                ดอกไม้...มีที่ไหนขายบ้าง

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ สายธารแห่งราตรี จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 ปลายด้ามขวาน
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 18:14
    ถึงนักเขียนถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก

    ขอชื่นชมจากใจค่ะ

    เราเองเป็นคนใต้ ถึงไม่ใช่สามจังหวัด

    แต่ก็เข้าใจสถานการณ์ดี ทุกๆปีพี่ๆผู้ชายในหมู่บ้านที่ไม่เรียนแล้วก็ถูกเกณฑ์ไปประจำการที่นั่น

    ใครโชคดีหน่อยก็ได้ใบดำ ได้อยู่กับพ่อแม่ลูกเมีย โชคดีรองลงมาก็ไปนคร แต่ก็มีหลายคนที่โชคไม่ดีถูกส่งไปปัตตานี...

    ทบ.1 ปัตตานี ประโยคสั้นๆง่ายๆที่ทำให้พ่อแม่ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร

    คนใต้เราไม่ได้อ่อนแอ คนใต้เราไม่ได้ขี้ขลาด แต่พอได้รู้ว่าคนที่ตัวเองรักต้องไปทำอะไรอยู่ที่ไหน โดยที่เราทำอะไรเพื่อช่วยเค้าเมื่อตอนเค้าเจอเหตุการณ์ร้ายๆไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่สุดจะกลั้นไหวจริงๆ



    ขอนกพิราบขาวบินกลับคืนสู่ใต้เถอะ

    ขออิสรภาพให้ลูกหลานพี่ชายเราได้กลับบ้าน

    อย่าให้เลือดพี่น้องไทยเราหลั่งรดผืนแผ่นดินด้ามขวานนี้มากไปกว่านี้เลย

    ขอชัยชนะจงอยู่เคียงข้างวีรชน



    สดุดีเหล่าทหารกล้าของพระราชา

    จากใจชาวพังงา



    #8
    0
  2. #7 ปลายด้ามขวาน
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 18:08
    ถึงนักเขียนถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก

    ขอชื่นชมจากใจค่ะ

    เราเองเป็นคนใต้ ถึงไม่ใช่สามจังหวัด

    แต่ก็เข้าใจสถานการณ์ดี ทุกๆปีพี่ๆผู้ชายในหมู่บ้านที่ไม่เรียนแล้วก็ถูกเกณฑ์ไปประจำการที่นั่น

    ใครโชคดีหน่อยก็ได้ใบดำ ได้อยู่กับพ่อแม่ลูกเมีย โชคดีรองลงมาก็ไปนคร แต่ก็มีหลายคนที่โชคไม่ดีถูกส่งไปปัตตานี...

    ทบ.1 ปัตตานี ประโยคสั้นๆง่ายๆที่ทำให้พ่อแม่ร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร

    คนใต้เราไม่ได้อ่อนแอ คนใต้เราไม่ได้ขี้ขลาด แต่พอได้รู้ว่าคนที่ตัวเองรักต้องไปทำอะไรอยู่ที่ไหน โดยที่เราทำอะไรเพื่อช่วยเค้าเมื่อตอนเค้าเจอเหตุการณ์ร้ายๆไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่สุดจะกลั้นไหวจริงๆ



    ขอนกพิราบขาวบินกลับคืนสู่ใต้เถอะ

    ขออิสรภาพให้ลูกหลานพี่ชายเราได้กลับบ้าน

    อย่าให้เลือดพี่น้องไทยเราหลั่งรดผืนแผ่นดินด้ามขวานนี้มากไปกว่านี้เลย

    ขอชัยชนะจงอยู่เคียงข้างวีรชน



    สดุดีเหล่าทหารกล้าของพระราชา

    จากใจชาวพังงา



    #7
    1
    • 31 มีนาคม 2560 / 20:38
      ขอบคุณค่ะ เชื่อว่าทหารทุกคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ปฏิบัติหน้าที่ยังเต็มความสามารถที่สุด และตัวนักเขียนเองรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งในทุกการสูญเสียของทุกคน
      #7-1
  3. วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 16:09
    จะมีรีไรท์มั้ยค่ะ
    #6
    1
  4. วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 15:29
    สนุกมาก ทำเราน้ำตาไหลไม่หยุดเลย
    อ่านแล้วสงสารมาก
    ขอบคุณทหารภาคใต้และชายแดนต่างๆ ที่คอยดูแลความสงบสุขให้ชาวบ้านจริงๆ
    #5
    1
  5. #4 Pollarin (@pe-lon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 05:34
    ตอนแรกเลื่อนผ่านนิยายเรื่องนี้ไปแล้ว ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ถึงได้เลื่อนกลับมาอ่าน...รู้สึกคาใจล่ะมั้งคะ
    และก็คิดไม่ผิดจริงๆ ค่ะ ถ้าไม่ได้อ่านเราคงเสียดายมากแน่เลยที่พลาดเรื่องดีๆ อย่างนี้
    ชอบการบรรยายแนวนี้มากค่ะ รู้สึกว่าเป็นธรรมชาติ อ่านแล้วสบายตามากเลย ^^ บรรยายจนเหมือนเห็นภาพ เห็นบรรยากาศที่...ไม่รู้ว่าจะดูแปลกไหมที่คิดว่ามันดู 'สบายๆ' เหมือนภาพในม้วนฟิล์มเล่าเรื่องเก่าๆ น่ะค่ะ รู้ว่าเป็นเมืองที่อันตรายแต่ก็อดเห็นว่าการบรรยายความคิดของตัวเอกดูเป็นแบบนั้นจริงๆ

    แฮ่ พิมพ์มาซะเยอะเลย ไม่รู้ว่าดูเพ้อไปรึเปล่า555555 แต่ชอบเรื่องแนวนี้มากเลย รออ่านอีกนะคะ :)
    #4
    1
  6. #3 เพียงครองใจ (@kingjun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 17:40
    เศร้าอ่ะ. เเต่งดีมาก ติดตามค่ะ
    #3
    1
  7. #2 เนตินา (@num0o0) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 09:16
    บีบหัวใจมากเลยค่ะ จะร้องไห้
    #2
    1
  8. Columnist
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 09:33
    เขียนดีจัง ชอบภาษาค่ะ เปรียบเทียบดีมาก
    ใครจะคิดว่าแค่ดอกไม้ที่มีอยู่ทั่วไปแท้ๆ แต่กลับหาซื้อยากนักในพื้นที่แบบนั้น
    อ่านไปแค่ ช่วงที่บอกว่า "อ๊อดไปแล้ว..." จู่ๆ น้ำตาเราก็คลอออกมาเลย
    เสียดายที่ตัวเอกกลับไปหาครอบครัวไม่ทัน เศร้าจัง
    พอมาถึงต้องที่ตัวเอกโดนยิง เราร้องไห้หนักมากเลยค่ะ 
    อยู่ตรงนั้นมันเสี่ยงจริงๆ ไม่รู้ว่าจะมีวันพรุ่งนี้มั้ย
    #1
    1