กุหลาบรัตติกาล (เฮอร์ไมโอนี่~~เดรโก)

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 23 อุบัติเหตุในเรือนกระจก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 641
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    15 มี.ค. 60

เฮอร์ไมโอนี่แอบเข้ามาในเรือนกระจกที่ต้นกุหลาบสีน้ำเงินยังคงอยู่ที่นั่น สีน้ำเงินเปล่งประกายท่ามกลางความมืดสลัวไม่มีคบเพลิงหรือแสงไฟเป็นเพราะศาสตราจารย์เสปราต์ไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามาที่นี่ เมื่อหัวค่ำเธอยืมเฮ็ดวิกจากแฮร์รี่ส่งจดหมายไปหามัลฟอย และหวังว่าเขาจะเข้าใจเนื้อความในจดหมายเป็นอย่างดี เธอแน่ใจว่าถ้าเป็นคนอื่นนอกจากมัลฟอยเปิดจดหมายอ่านไม่มีทางรู้แน่ๆ ว่าใครเป็นคนส่ง ต่อให้รู้ก็ไม่มีทางรู้แน่นอนว่าเธออยู่ไหน   เพราะที่แห่งนี้ มีเพียงเธอและมัลฟอยเท่านั้นที่รับรู้ร่วมกัน ฉะนั้นสิ่งที่เธอควรห่วงมากที่สุดคือมัลฟอยเห็นจดหมายแล้วจะยอมมาพบเธอหรือไม่ เธอคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามัลฟอยอาจจะยังโกรธเธออยู่


เสียงกระพือปีกของนกดังพั่บรอดเข้ามายังช่องระบายอากาศของเรือนกระจก นกฮูกสีขาวหิมะตกลงมาอย่างกะปลกกะเปลี้ยต่อหน้าต่อตาเฮอร์ไมโอนี่ “เฮ็ดวิก!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องเสียงหลง เฮ็ดวิกดูยับยู่ยี่ เสียงร้องฮูกต่ำๆ พร้อมกับปีกที่ดูงอผิดรูปร่างทำให้ มีจดหมายผูกติดกับขาจ่าหน้าซองว่า เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ มีใครบางคนทำร้ายเฮ็ดวิกแล้วเขียนจดหมายปล่อยมันมาหาเธอ มัลฟอยหรอ หรือว่าเด็กสลิธีรินคนอื่น แต่นอกจากมัลฟอยแล้ว เฮอร์ไมโอนี่คว้าจดหมายที่ส่งถึงเธอก็ไม่พบว่ามีข้อความใดๆ เธอจึงโยนมันทิ้ง และไม่ทันได้คิดว่าจะเป็นใครที่ส่งเฮ็ดวิกกลับมาหาเธอ เสียงประตูเรือนกระจกถูกเปิดออก ใครคนหนึ่งก้าวอาดเข้ามาพร้อมกับปิดล็อคประตูตามหลัง แสงจากกุหลาบสีน้ำเงินไม่เพียงพอให้เฮอร์ไมโอนี่มองเห็นได้ชัดว่าใคร


“มัลฟอย ใช่นายหรือเปลา” เฮอร์ไมโอนี่ร้องถาม ขณะที่เฮ็ดวิกร้องฮูกอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวเองและถลาบินออกไป ใครคนนั้นหัวเราะเสียงแหลมสูง

“ไอ้นกฮูกนั่นมันส่งจดหมายไม่ถึงเดรโกหรอก” เฮอร์ไมโอนี่ขมวดคิ้วเพราะเป็นเสียงผู้หญิง และคับคล้ายคับคลาว่าจะเป็นเสียงที่เธอเคยได้ยินบ่อย ก่อนจะนึกออกว่าคนที่จะรู้ได้ว่าจดหมายถึงมือมัลฟอยหรือไม่ นอกจากตัวมัลฟอยเองก็ต้องเป็นเด็กสลิธีริน และเสียงนี้ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก

“พาร์กินสัน” เฮอร์ไมโอนี่ร้อง แพนซี่ยิ่งหัวเราะก่อนจะชูไม้กายสิทธิ์ขึ้นจุดไฟ ลูมอส เธอส่งยิ้มเยาะมาให้เฮอร์ไมโอนี่



“ตกใจละสิที่เป็นฉัน”

“เธอมาที่นี่ได้ยังไง” เฮอร์ไมโอนี่ถาม ในขณะที่มือค่อยๆ เลื่อนไปแตะที่ไม้กายสิทธิ์ในเสื้อคลุมอย่างไม่ไว้ใจ

“ก็...”แพนซี่แกล้งทำเป็นครุ่นคิด “ฉันเจอนกฮูกโง่พร้อมกับจดหมายถึงเดรโก บังเอิญจริงนะ ดีที่ฉันเป็นคนพบมันเสียก่อนฉันเลยให้มันนำทางฉันมาที่นี่”

“ทำได้ยังไง” แพนซี่เหยียดยิ้ม

“แค่จดหมายจ่าหน้าซองถึงเธอก็พอแล้ว ใช่มั้ยละ” เธอตอบพลางดึงเอาใบไม้แถวนั้นมาดมกลิ่นแล้วเบ้ปาก “ไม่ใช่ทุกคนในสลิธีรินที่จะโง่เหมือนแครบ กอยล์ หรือเดรโก”



“อย่าว่าเขาแบบนั้นนะ! มัลฟอยไม่ได้โง่” เฮอร์ไมโอนี่ท้วงขึ้นมาอย่างไม่พอใจ แพนซี่หัวเราะเสียงแหลมอีกครั้ง

“ฮะ ฮะ ฮ่า ถ้าเป็นเมื่อสองสามเดือนก่อน ใครมาบอกฉันว่า เดรโกกับแกรักกัน ฉันพนันเอาอะไรก็ได้ไปให้หมดเลยว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ตอนนี้ฉันชักเชื่อแล้วสิ ว่าไม่ใช่แค่เดรโกที่รักแก แกก็รักเดรโกด้วย”

“เธอก็เลย...คิดจะมาฆ่าฉันหรือไง”

“เธอก็รู้ว่าฉันฆ่าเธอไม่ได้” แพนซี่ตอบ เฮอร์ไมโอนี่กำไม้กายสิทธิ์ไว้ในมือเพื่อเตรียมพร้อม “แต่ฉันอาจจะทำ ถ้าทำแล้วไม่ถูกหักไม้กายสิทธิ์”

“แล้วเธอมาเจอฉันทำไม”

“เพราะฉันอยากจะลองพูดดีๆ กับเธอ” แพนซี่พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างน่าขนลุก เธอก้าวเข้ามาใกล้เฮอร์ไมโอนี่อีก เฮอร์ไมโอนี่มองอย่างระแวดระวัง “ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากมีปัญหา ฉันเองก็เหมือนกัน ฉะนั้นเลิกยุ่งกับมัลฟอยซะ แล้วเราต่างคนต่างอยู่”



“ถ้าฉันทำให้ไม่ได้ล่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ย้อนถาม แพนซี่ชักไม้กายสิทธิ์ออกมา

“ฉันสาบานว่าฉันจะสาปเธอทุกครั้งที่ฉันเห็นหน้าเธอ” แพนซี่ชูไม้กายสิทธิ์เตรียมเสกคาถาใส่เฮอร์ไมโอนี่ เธอตอบโต้กลับอย่างว่องไว้ตามสัญชาตญาณ

“เอ็กซ์เปลลิอาร์มัส!” ไม้กายสิทธิ์ของแพนซี่กระเด็นหลุดจากมือ เฮอร์ไมโอนี่อาศัยจังหวะนั้นวิ่งไปหลบซ่อนในมุมมืดของเรือนกระจก เพื่อหลบการเสกคาถาใส่อีกครั้งของแพนซี่หากเธอได้ไม้กายสิทธิ์นั่นมาอีกหน


...........................................................................................................................................


                ในหอนอนชายสลิธีรินมัลฟอยพลิกตัวไปมานอนไม่หลับเหมือนเช่นเคย ในขณะที่คนอื่นๆ ส่งเสียงกรนและหลับสนิท มัลฟอยลุกขึ้นนั่งเขามองเพื่อนทั้งสองที่นอนก่ายเตียงผิดท่าผิดทางก่อนจะขยี้ผมอย่างรำคาญใจ เขาจึงตัดสินใจก้าวออกไปจากหอนอนลงไปยังห้องนั่งเล่น มัลฟอยที่อยู่ในชุดนอนสีเขียวมรกตเดินท่อมๆ ลงมาในห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่า ไฟในเตาผิงประทุอย่างดุเดือด เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายพลางคิดถึงหน้าเฮอร์ไมโอนี่ ขณะที่เดินไปนั่งที่โซฟา เท้าของเขาสัมผัสกับกระดาษยับยู่ยี่ที่ใครก็ไม่รู้ขยำทิ้งไว้ มัลฟอยก้มลงมองกระดาษที่อยู่ที่ตรงเท้า ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู


“กอยล์มันแอบขยำการบ้านทิ้งอีกแล้วหรือไง”มัลฟอยพึมพำ ก่อนจะคลี่กระดาษออกดูผ่านๆ ลายมือเรียงชิดติดกันเป็นระเบียบทำให้มัลฟอยชะงัก ก่อนจะเพ่งสายตาอ่านอย่างตั้งใจ เนื้อความกระดาษแผ่นนั้นกล่าวถึงเขา ตัวเขาตั้งแต่ต้น และขอให้เขาไปพบ...เฮอร์ไมโอนี่รอเขาอยู่ที่เดิม


                รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาปรากฏอยู่บนใบหน้ามัลฟอย แต่เขาก็ต้องหุบยิ้มเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาเพิ่งเห็นเธออยู่กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ แต่เมื่อมัลฟอยจะอ่านจดหมายดูอีกครั้ง ความยับยู่ยี่ที่มีคนขยำไว้ทำให้มัลฟอยเริ่มเอะใจ จดหมายนี้มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วใครเป็นคนขยำมัน ความไม่ชอบมาพากลทำให้มัลฟอยเลือกที่จะวางทิฐิไว้เบื้องหลัง เพราะหากใครก็ตามที่เป็นคนเปิดจดหมายเลือกที่จะไม่ส่งจดหมายนั่นให้เขาต้องไม่หวังดีแน่ ถึงอย่างนั้นคนเปิดอ่านไม่มีทางรู้แน่ว่าเฮอร์ไมโอนี่รอเขาอยู่ที่ไหน มัลฟอยเป่าปากอย่างโล่งอก เขาพับจดหมายเก็บใส่กระเป๋าเสื้อนอน


“เหอะ ฉันจะไปพบเธอก็ได้เกรนเจอร์” มัลฟอยบ่นกับตัวเองเบาๆ “แต่ครั้งนี้เธอต้องยอมคืนดีกับฉันเท่านั้นนะ”


มัลฟอยชูไม้กายสิทธิ์เรียกเสื้อคลุมออกมาเพื่อจะออกไปข้างนอก แล้วเขาก็แอบหัวเราะถ้านึกถึงสีหน้าของเฮอร์ไมโอนี่ที่นั่งรอเขาไปหาอยู่ที่เรือนกระจก เธอคงจะต้องบ่นแน่ที่เขาไปช้า


............................................................................................................................................................


                สถานการณ์ในเรือนกระจกไม่ได้ดีขึ้นเลยหลังจากแพนซี่คว้าไม้กายสิทธิ์ได้ เธอยิงคำแช่งไปทั่ว เฮอร์ไมโอนี่ปัดป้องได้ทุกครั้งอย่างว่องไวและเหนือกว่า แพนซี่มีใบหน้ายุ่งเหยิงและโกรธจัด ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่หลบตามกระถางต้นแดฟโฟดิลที่อยู่ในเรือนกระจกเดียวกับกุหลาบสีน้ำเงิน กุหลาบกำลังเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำเพราะความโกรธและเกลียดชังของเฮอร์ไมโอนี่



“แกหนีฉันไม่พ้นหรอก ยัยเลือดสีโคลน” แพนซี่ตะโกน ยิงลำแสงพลาดไปโดนกระถางห่างจากเฮอร์ไมโอนี่ไปสามวา

“เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง พาร์กินสัน” เฮอร์ไมโอนี่ร้องตอบ เธอคลานหลบมาด้านหลังของต้นกุหลาบอีกครั้ง แพนซี่หยุดชะงักเพราะมองไมเห็นเฮอร์ไมโอนี่ว่าอยู่ตรงไหน

“ฉันไม่ได้บ้า ฉันสาปแก อย่างมากก็แค่กักบริเวณ” แพนซี่พูดอย่างเหี้ยมเกรียม “เทียบกับความสะใจของฉันมันคุ้มกว่ากันเยอะ” เฮอร์ไมโอนี่เงียบเสียงไม่โต้ตอบ ปล่อยให้แพนซี่ยิงลำแสงเดาสุ่มไปยังที่ต่างๆ ในเรือนกระจก



“เดรโกไม่เคยมองใคร...” จู่ๆแพนซี่ก็พูดขึ้น เสียงสั่นเครือ “ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันกำลังเสียเดรโกไป นอกจากเธอ” แพนซี่เดินย้อนกลับมาที่ประตูใกล้ๆ กับต้นกุหลาบที่เฮอร์ไมโอนี่หลบอยู่

“แล้วตอนนี้ ฉันแค่อยาก อยากให้เธอเลิกยุ่งกับเขา แต่เธอก็ทำให้ไม่ได้” แพนซี่หยุดยิงคาถาคำแช่ง ก่อนจะยกแขนเสื้อเช็ดน้ำตา

“ฉันก็อยากจะทำอย่างนั้น ถ้าฉันไม่ได้รักมัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่ตอบออกมาเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบ เสียงประตูเรือนกระจกเปิดออกอีกครั้ง แพนซี่ชี้ไม้กายสิทธิ์ไปด้วยความตกใจ ผู้ที่เข้ามาใหม่คือมัลฟอยที่มีสีหน้าตกตะลึงและในมือเล็งไม้กายสิทธิ์ไว้ที่แพนซี่เช่นกัน



“แพนซี่!

“เดรโก” แพนซี่เช็ดคราบน้ำตาอย่างลวกๆ ก่อนจะแสยะยิ้มให้ มือยังคงถือไม้กายสิทธิ์ชี้ไปที่มัลฟอย

“เธอคิดจะทำอะไร” มัลฟอยถาม

“เธอมาได้ยังไงกันล่ะ”แพนซี่เปลี่ยนเรื่องและถามย้อนเขา มัลฟอยหยิบจดหมายจากกระเป๋าเสื้อโชว์ให้ดู แพนซี่หัวเราะให้กับความเลินเล่อของตัวเอง “นึกไว้แล้วเชียว รู้งี้เอาเผาไฟซะก็ดี”



“เฮอร์ไมโอนี่” มัลฟอยร้องเรียก “เธออยู่ที่นี่หรือเปล่า”

“เดรโก” เฮอร์ไมโอนี่ร้องตอบก่อนจะวิ่งออกมาและโผเข้าหามัลฟอย เขากอดเธอไว้แต่สายตายังมองแพนซี่อย่างไม่ไว้วางใจ

“เธอไม่เป็นไรนะ” เขาถามรอดไรฟัน เฮอร์ไมโอนี่สั่นหัวแทนคำตอบ มัลฟอยแอบยิ้มมุมปาก “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว แต่โคตรรู้สึกดีชะมัดที่เธอเรียกชื่อฉัน เธอหัดเรียกชื่อฉันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มและกอดมัลฟอยแน่นขึ้น

“นายก็เรียกชื่อฉันเหมือนกันนั่นแหละ” มัลฟอยยิ้มกว้าง

“เอาเป็นว่าเรื่องที่เราต้องเคลียร์กัน ขอเป็นหลังจากฉันกำจัดยัยบ้านี่ออกไปก่อน” มัลฟอยบอกกับเฮอร์ไมโอนี่ “ไปหลบหลังฉัน” เฮอร์ไมโอนี่ค่อยๆเบี่ยงตัวไปหลบหลังมัลฟอย แพนซี่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ



“เธอจะไล่ฉันงั้นหรอ” แพนซี่ทวนคำ มัลฟอยเบ้ปาก

“ใช่ ไปซะแพนซี่ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับ เฮอร์ไมโอนี่” แพนซี่ขบกรามแน่น ก่อนจะค่อยๆลดไม้กายสิทธิ์ลงและ...

“สุดท้ายฉันคงต้องยอมรับจริงๆใช่มั้ย ว่าพวกเธอสองคนรักกัน” แพนซี่บอกเศร้าๆ “งั้นฉันต้องไปแล้ว” เธอบอกก่อนจะเดินออกไปจากเรือนกระจก มัลฟอยและเฮอร์ไมโอนี่มองกันอย่างโล่งใจ มัลฟอยเก็บไม้กายสิทธิ์ลงเสื้อคลุม เฮอร์ไมโอนี่เองก็เช่นกัน



“ขอบคุณนะที่นายมาที่นี่” เฮอร์ไมโอนี่คลายอ้อมกอดจากมัลฟอยและเริ่มพูดก่อน “ก่อนอื่นฉันมีเรื่องจะต้องอธิบาย คือเรื่องของแฮร์รี่น่ะ... ฉันกับแฮร์รี่เราไม่ได้...”

“ฉันเชื่อเธอ” มัลฟอยบอกอย่างไม่ลังเล

“ทีนี้ทำไมเชื่อฉันง่ายจัง”เฮอร์ไมโอนี่ถามล้อๆ

“ก็ที่ผ่านมาฉันทำตัวโง่ ห่วยแตก ไร้สาระ” มัลฟอยกระซิบ “เพราะอย่างงี้แหละ ทำให้ฉันเกือบเสียเธอไป” เขาเลื่อนจมูกมาคลอเคลียแก้มของเฮอร์ไมโอนี่ด้วยความรัก เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มเขินๆ “ฉันจะไม่ทำตัวอย่างนั้นอีกแล้วฉันสัญญา ต่อไปนี้ฉันจะบอกกับทุกคนว่าฉันรักเธอ”

“ฉันยังไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะกลับมาคบกับนาย” เฮอร์ไมโอนี่แกล้งพูดอย่างเจ้าเล่ห์

“ฉันก็ยังไม่ได้พูดเลยว่าจะกลับไปคบกับเธอ”  มัลฟอยตอบกวนๆ “ขี้ตู่ชะมัด” เฮอร์ไมโอนี่ทุบเขาที่ไหล่ก่อนที่มัลฟอยจะดึงเธอเข้าไปกอดอย่างอบอุ่น





                แต่ในจังหวะนั้นเองก็ไม่มีใครคาดคิดว่าแพนซี่ได้กลับเข้ามาอีกหน เธอส่งลำแสงสีส้มพุ่งตรงมายังเฮอร์ไมโอนี่กับมัลฟอย ที่เพิ่งหันมาเห็นอย่างตกใจ มัลฟอยผลักเฮอร์ไมโอนี่ให้หลบ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ร่างของเฮอร์ไมโอนี่เซไปปะทะกับต้นกุหลาบสีน้ำเงินแล้วล้มลงกองกับพื้นแน่นิ่งไป ส่วนลำแสงสีส้มของแพนซี่เหินไปกระแทกกับกระถางต้นไม้เฉียดแขนของมัลฟอยไปเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้น



“เฮอร์ไมโอนี่!” เสียงร้องอย่างตกใจของมัลฟอย แสดงให้รู้ว่าการแก้แค้นของแพนซี่สำเร็จ เธอรอที่จะเสกคำแช่งใส่คนทั้งคู่อยู่แล้ว ถึงแม้จะไม่โดนใครเลยแต่ร่างที่นอนอ่อนปวกเปียกอยู่กับพื้นของเฮอร์ไมโอนี่ก็ทำให้แพนซี่แน่ใจว่าอย่างน้อยก็มีคนบาดเจ็บ มัลฟอยรีบเข้าไปประคองร่างของเฮอร์ไมโอนี่ที่สลบสไลไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขน เขาพยายามมองหาแผลที่เธอถูกหนามของกุหลาบ แต่ก็ไม่พบ มัลฟอยพยายามเขย่าตัวเธอแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าเธอจะฟื้นขึ้นมา เขาจึงตัดสินใจอุ้มเธอไปยังห้องพยาบาล โดยมีเสียงหัวเราะสะใจของแพนซี่ไล่ตามหลัง


................................................................................................................................................................................................

                ในหอนอนชาย แฮร์รี่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนเช้ามืด เมื่อคืนเขานั่งรอเฮอร์ไมโอนี่กลับมาถึงตีหนึ่ง แต่ก็ไร้วี่แวว แต่เขาคิดว่าอย่างไรเสียเธอคงต้องอยู่กับมัลฟอยแน่ แต่เมื่อเขาลงมายังห้องนั่งเล่นรวมในอีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา ก็พบเฮ็ดวิกที่นอนกะปลกกะเปลี้ยอยู่ในห้องนั่งเล่น จึงสงสัยและตกใจว่าทำไมเฮ็ดวิกถึงกลับมาในสภาพนี้ แต่แฮร์รี่ยังไม่พบเฮอร์ไมโอนี่ เขานึกโกรธที่เฮอร์ไมโอนี่หายตัวไปโดยไม่ได้ดูเลยว่าเฮ็ดวิกโดนพวกสลิธีรินเล่นงานมาขนาดไหน แฮร์รี่จึงตัดสินใจจะพาเฮ็ดวิกไปหาแฮกริดเพื่อให้เขาช่วยรักษา แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น ศาสตราจารย์มักกอลนากัลก็เดินเข้ามาอย่างร้อนรน และตรงเข้ามาหาเขาราวกับมีเรื่องสำคัญจะบอก



“พอตเตอร์ ตอนนี้มิสเกรนเจอร์อยู่ที่ห้องพยาบาล และฉันคิดว่าเธอควรรู้ไว้ วิสลีย์อยู่ที่ไหน”

“รอนยังไม่ตื่นครับ แต่ว่า...คือ...มันเกิดอะไรขึ้นครับ”แฮร์รี่ถามด้วยความงุนงง

“เกิดอุบัติเหตุที่เรือนกระจกเมื่อคืนนี้...เกรนเจอร์ไปแตะโดนเอาหนามของกุหลาบรัตติกาล”

“กุหลาบรัตติกาล” แฮร์รี่ทวนคำของศาสตราจารย์มักกอลนากัล และพยายามนึกให้ออกว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องกุหลาบนี้บ้าง ฟังดูเหมือนศาสตราจารย์เสปราต์จะเคยพูดถึงมันในชั้นเรียน แต่เขาจำไม่ได้ว่าพูดอะไรบ้าง ดูเหมือนศาสตราจารย์มักกอลนากัลจะอ่านความคิดของเขาออก


“กุหลาบนี้ใครที่โดนหนามของมันเข้าไปจะเป็นเจ้าหญิงนิทรายังไงล่ะ” แฮร์รี่เผลอบีบเฮ็ดวิกแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว มันส่งเสียงเตือนให้เขารู้อย่างโกรธๆ มักกอลนากัลถอนหายใจ “ถ้ารู้อย่างนี้แล้วเธอควรปลุกมิสเตอร์วิสลีย์ไปห้องพยาบาลด่วนที่สุด”



“แต่ว่า...ศาสตราจารย์เสปราต์ไม่มีวิธีรักษาหรอครับ”

“ศาสตราจารย์เสปราต์ไม่มีวิธีรักษา และอาจจะต้องโดนสอบสวนจากคณะกรรมการด้วย โทษฐานที่นำเอาต้นไม้ที่อันตรายมาไว้ในโรงเรียน และอีกคนที่จะต้องโดนกักบริเวณคือมิสเตอร์มัลฟอย” มักกอลนากัลบอกราวกับปรารถนาจะเห็นสีหน้าของแฮร์รี่มีความตื่นตกใจ แต่ก็เปล่าเลย แฮร์รี่มีสีหน้าครุ่นคิดว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นได้อย่างไร



“เอาละ ถ้าเธอรู้แล้วละก็ ฉันต้องไปพบศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์” มักกอลนากัลบอกเสียงตื่นๆ “นี่เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก และต้องแจ้งผู้ปกครองของเกรนเจอร์ด้วย” มักกอลนากัลเดินจากไป แฮร์รี่เดินขึ้นไปตามรอนที่หอนอนเพื่อจะบอกเรื่องราวทั้งหมด รอนดูจะตามเรื่องไม่ทันที่สุด สิ่งที่เขาจับใจความได้คือ เฮอร์ไมโอนี่โดนหนามกุหลาบทำให้นอนหลับตลอดกาล



“ฉันไม่เข้าใจ เธอไปเข้าใกล้ไอ้กุหลาบบ้านั่นทำไม!”รอนโวยวายขณะที่เขาและแฮร์รี่เดินมาจนถึงหน้าห้องพยาบาล

“ฉันไม่รู้จะอธิบายฟังยังไงรอน เพราะเรื่องมันยาว” แฮร์รี่บอกขณะที่หมุนลูกบิดประตูห้องพยาบาลและเปิดออก “และฉันคิดว่านายต้องไม่เชื่อแน่ ถ้าหากนายรู้ว่า...”



                ภาพที่รอนและแฮร์รี่เห็นอยู่เบื้องหน้าเมื่อมองเข้าไปคือภาพของมัลฟอยกำลังเอามือของเฮอร์ไมโอนี่แนบข้างแก้มพร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ



...............................................................................................................................................................................


สวัสดีจ้ะน้องๆ ตอนนี้กลางเดือนเป๊ะๆเลย ไคลแม็กซ์ซะที เอ๊ะจะจบยังไงดี ฮ่าๆๆๆ

ใครจำได้บ้างว่ากุหลาบสีน้ำเงินมีคุณสมบัติอะไร หุหุหุ (แต่งเองยังจำไม่ได้เลย)

ตอนหน้าอาจจะอีกหลายอาทิตย์เลยน้า พี่ขอปั่นงานก่อน

ยังไงก็รบกวรช่วยเมนส์ ช่วยติชม พี่เข้ามาดูจะได้รู้เนอะ


สายธารแห่งราตรี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

322 ความคิดเห็น

  1. #266 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 12:18
    สงสารหนูเฮอร์  แพนซี่น่าตบจริงๆ
    #266
    0
  2. #222 หยดหมึก (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 02:10
    พี่อย่าเพิ่งฆ่าแพนซี่เลยค่ะ มันตายง่ายเกินไป คนแบบนี้ต้องอยู่อย่างทรมาน!!!!! หึหึ!!
    #222
    1
    • #222-1 สายธารแห่งราตรี (@draco-nam) (จากตอนที่ 23)
      18 มีนาคม 2560 / 15:48
      5555 ไม่ฆ่าจ้ะไม่ฆ่า แต่รอลุ้นกันตอนหน้าว่าแพนซี่จะเป็นยังไง แล้วเฮอร์จะฟื้นมั้ย เดรโกจะทำยังไงต่อ
      #222-1
  3. #221 ★EmoMelody™ϟHP (@emo_melody) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 17:51
    โอ้ยยย นังแพนซี่!!!!
    รอนได้โปีดจัดการแพนซี่แทนฉันด้วย! ????????
    #221
    1
    • #221-1 สายธารแห่งราตรี (@draco-nam) (จากตอนที่ 23)
      18 มีนาคม 2560 / 15:47
      5555 รอนจะจัดการไหวมั้ยก็ไม่รู้นะคะ ร้ายขนาดนี้ แพนซี่นะแพนซี่ มันน่านัก
      #221-1
  4. #218 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 09:11
    จะคืนดีทั้งที ไหงมีมารมาได้ ;.; ยัยแพนซี่!!!
    #218
    1