กุหลาบรัตติกาล (เฮอร์ไมโอนี่~~เดรโก)

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 30 บทสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    7 พ.ค. 61

                เฮอร์ไมโอนี่นั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่นาน นานมากพอจนเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งดวงตะวันก็ใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที เธอจึงเดินกลับเข้ามาในปราสาทอีกครั้งแล้วเดินตรงไปยังห้องโถงใหญ่ ในห้องโถงใหญ่เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังกินอาหารค่ำกันอย่างเอร็ดอร่อย แฮร์รี่กับรอนอยู่ที่โต๊ะกริฟฟินดอร์ ทั้งสองกวักมือเรียกเฮอร์ไมโอนี่ แต่เธอส่งสายตารังเกียจให้เพื่อนรักทั้งสองแล้วเลือกที่จะเดินไปนั่งข้างเนวิลแทนที่จะนั่งข้างรอนหรือแฮร์รี่ตามปกติ เธอวางขวดโหลสีเขียวที่ถือติดมือไว้ลงบนโต๊ะอาหาร ขวดโหลที่มัลฟอยให้เธอมามันยังคงส่องแสงสีเขียววิบวับและแผ่ไออุ่น เฮอร์ไมโอนี่บังคับตัวเองไม่ให้เหลียวหลังไปมองยังโต๊ะบ้านสลิธีริน เธอกลัวเหลือเกินที่จะเห็นดวงตาสีซีดจ้องเธอกลับมา ในขณะที่เนวิลมองแฮร์รี่กับรอนส่งซิกอะไรกันอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เขาจะหันมาหาเฮอร์ไมโอนี่ เนวิลอ้าปากพูด


“หวัดดีเฮอร์ไมโอนี่ เธอโอเคมั้ย” เนวิลทักเสียงตื่นๆ เฮอร์ไมโอนี่สงสัยกับท่าทางดูลุกลี้ลุกลนของเพื่อนร่วมชั้น

“โอเคสิ...เอ่อ...นายสบายดีนะเนวิล”

“โอเค๊...” เนวิลตอบเสียงแปร่งๆ เขาเสมองไปทางแฮร์รี่กับรอนที่จ้องเขม็งเอาใจช่วยให้เนวิลช่วยพูดเป็นสื่อกลางให้ เฮอร์ไมโอนี่มองตามสายตาของเนวิล เพื่อนรักทั้งสองสะดุ้งรีบตักอาหารในจานกินโดยไม่มองมาทางเธออีก



“สองคนนั้นวานให้เธอทำอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า...คือ...เปล่า” เนวิลรีบตอบปฏิเสธ ”คือจริงๆ แล้วพวกเขาก็แค่...อยากให้ฉันช่วยพูดอะไรบางอย่าง...กับเธอ” เฮอร์ไมโอนี่ถลึงตาใส่แฮร์รี่กับรอนที่ทำเมินมองไปคนละทาง



“ฉันบอกนายแล้วไงแฮร์รี่ว่าเนวิลอธิบายไม่ได้หรอก” รอนกระซิบกระซาบบอกกับแฮร์รี่ที่แกล้งทำเป็นดื่มน้ำฟักทองแต่ตายังเหลือบๆ มองดูว่าเฮอร์ไมโอนี่จะว่ายังไง



“พวกเธอสองคนมีอะไรจะพูดกับฉันหรอ” เฮอร์ไมโอนี่โพล่งถามอย่างอดรนทนไม่ได้ รอนรีบออกรับ

“มี ก็เธอน่ะเฮอร์ไมโอนี่ เธอไม่ยอมฟังพวกเราเลย”

“ฉันยังไม่ลืมเรื่องเมื่อคืนนะโรนัลด์...” เฮอร์ไมโอนี่ย้อนถาม รอนอ้าปากจะตอบแต่แฮร์รี่ชิงพูดขึ้นว่า



“เฮอร์ไมโอนี่ เรื่องนี้เราต้องเคลียร์กัน ถ้าเธออยากรู้ความจริงทุกอย่าง เราจะอธิบายให้เธอฟัง” เฮอร์ไมโอนี่ทำหน้าชั่งใจ “แต่ทีหลังนะ ไม่ใช่ที่นี่” แฮร์รี่สำทับปรายตามองไปทางปาราวตี และลาเวนเดอร์ที่ดูเหมือนเงี่ยหูฟังพวกเขาคุยกันอยู่อย่างเปิดเผย เฮอร์ไมโอนี่กลอกตาก่อนจะถอนหายใจ



“ได้ หวังว่าเธอสองคนคงจะมีคำอธิบายที่พอฟังขึ้นนะ...อ้อ...” เฮอร์ไมโอนี่ยกส้อมในจานขึ้นชี้ไปทางเพื่อนทั้งสอง “แล้วห้ามเธอสองคนเล่นตลกอะไรอีก ไม่อย่างงั้น...ฉันจะ...”



“พวกเรายอมล้างก้นกรอปว์เลย สาบานได้” รอนชิงพูด เฮอร์ไมโอนี่ยักไหล่ แฮร์รี่กับรอนสบตากันแล้วตั้งใจว่าคืนนี้จะต้องกล่อมให้เฮอร์ไมโอนี่ดื่มน้ำยาทดลองให้ได้



                หลังอาหารค่ำแฮร์รี่กับรอนเดินนำเฮอร์ไมโอนี่ออกจากห้องโถงใหญ่ตรงไปยังระเบียงทางเดินที่ปลอดผู้คนมากพอที่จะตั้งต้นคุยเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง เฮอร์ไมโอนี่ยืนกอดอกจ้องหน้าเพื่อนทั้งสองอย่างเอาเรื่อง

“เธอสองคนมีอะไรจะอธิบายก็ว่ามาเลย” แฮร์รี่สูดหายใจเข้าลึกๆ อย่างเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจ เขาเอื้อมจับไหล่เฮอร์ไมโอนี่ทั้งสองข้าง


“ฟังนะเฮอร์ไมโอนี่ เรื่องที่ฉันจะเล่าต่อไปนี้มันอาจจะเหลือเชื่อ...” รอนพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับคำพูดของแฮร์รี่ “แต่ฉันรับรองได้ ว่ามันคือความจริงทั้งหมด และอยากให้เธอ...เปิดใจรับฟัง” เฮอร์ไมโอนี่เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ แต่ก็สงวนท่าที เธอกระแอมเล็กน้อยอย่างวางท่า


“ก็...ถ้ามันเข้าท่า...ฉันหมายถึง ถ้ามันคือเรื่องจริง ทำไมฉันจะไม่เชื่อล่ะ”

“พนันได้เลยว่าเธอไม่เชื่อแหงๆ” รอนเอี้ยวตัวมากระซิบข้างหูแฮร์รี่

“ฉันได้ยินย่ะ” เฮอร์ไมโอนี่บอกเสียงเขียว “เอาเป็นว่า...พวกเธอเล่ามาเถอะน่า” 


                         แฮร์รี่ตบไหล่เฮอร์ไมโอนี่เบาๆ ก่อนจะเริ่มตั้งต้นเล่าตั้งแต่แรก...ตั้งแต่ที่เขารับรู้ว่าเธอกับมัลฟอยคบกัน เรื่องกุหลาบสีน้ำเงิน สีหน้าของเฮอร์ไมโอนี่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากคิ้วที่ขมวดมุ่นกลายเป็นคลายออก ริมฝีปากเผยอค้างราวกับแฮร์รี่กำลังเล่าเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริงให้เธอฟัง รอนเล่าเสริมในเรื่องที่เธอโดนคำสาปจากต้นกุหลาบ เฮอร์ไมโอนี่มีท่าทางสับสนระหว่างความคิดในหัวกับความจริงที่เพื่อนกำลังเล่า


“ทีนี้...มัลฟอย...ก็เลือกที่จะให้เธอฟื้นโดยการ...”


“พอแล้ว...” เฮอร์ไมโอนี่กรีดเสียงพลางยกนิ้วชี้เชิงบอกให้แฮร์รี่หยุด เธอกำลังพยายามประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในหัวที่ตีกันอย่างยุ่งเหยิง มืออีกข้างของเฮอร์ไมโอนี่กดตรงขมับที่ปวดแปลบราวกับมีเข็มมาทิ่มแทงจนแทบเซล้ม รอนกับแฮร์รี่รีบเข้ามาช่วยประคอง



“เธอไหวมั้ย” รอนถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน เฮอร์ไมโอนี่ยังมีท่าทางช็อคหลังจากฟังเรื่องเล่าจากปากเพื่อนทั้งสอง

“ไม่จริง” เฮอร์ไมโอนี่พูดราวกับกระซิบบอกตัวเอง

“ฉันสาบานเลยเฮอร์ไมโอนี่ จริงที่สุด” แฮร์รี่ตอบ “แล้วนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากให้เธอเจอกับมัลฟอย”

“แล้วก็เป็นเหตุผลว่าทำไมไอ้หมอนั่นถึงทำตัวแปลกๆ กับเธอยังไงล่ะ” รอนบอก



“ฉันจำอะไรไม่ได้เลย สักเรื่องเดียว...ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ...” เฮอร์ไมโอนี่พยายามพูดต่อแต่ก็ไม่สามารถพูดคำนั้นออกมาได้


“ความรักใช่มั้ยล่ะ เธอจำไม่ได้ว่ารักมัลฟอยได้ยังไง ก็เพราะคำสาปของต้นกุหลาบนั่น” รอนอธิบาย “แต่ว่า...เธอไม่รู้สึกแบบว่า แปลกๆ หน่อยหรอ...อย่างเช่นว่า...รู้สึก...ใจเต้นหรือว่า...รู้สึก...รัก...” เฮอร์ไมโอนี่หน้าแดงโดยไม่รู้สาเหตุ รอนกับแฮร์รี่รอฟังคำตอบจากปากของเธอ



“ไม่...” เฮอร์ไมโอนี่ตอบอย่างไม่เต็มปากเต็มคำนัก เธอรู้ดีว่าหัวใจของเธอปั่นป่วนผิดปกติทุกครั้งที่เธอเจอกับมัลฟอย แต่เธอไม่รู้ว่าจะเรียกว่ารู้สึก รักหรือได้หรือไม่ ในเมื่อความทรงจำดีๆ ที่เกี่ยวกับมัลฟอย ๆ ไม่มีอยู่เลย นอกจาก...



                เฮอร์ไมโอนี่ล้วงมือเข้าไปกำขวดโหลสีเขียวที่มัลฟอยให้ไว้ตอนพบเขาที่ริมทะเลสาบ มันยังคงอบอุ่นในอุ้งมือเธอ ฉับพลันหัวใจของเธอก็เต้นรัวเร็วเมื่อนึกถึงเจ้าของขวดโหล...มันจะใช่ความรู้สึกที่รอนถามเธอหรือไม่



“สักนิดก็ไม่หรอ” รอนถามอย่างผิดหวังนิดหน่อย เมื่อเห็นเฮอร์ไมโอนี่ยืนแข็งเป็นหินไม่ตอบอะไร เขาถอนหายใจเอียงคอไปกระซิบกับแฮร์รี่“ให้ตายเถอะ กุหลาบอาถรรพ์นี่อันตรายชะมัด”



“เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก...” เฮอร์ไมโอนี่รีบตัดบท “แต่เท่าที่พวกเธอเล่ามา มันดูเป็นไปไม่ได้เลยนะ อย่างมัลฟอยเนี่ยนะจะรักฉัน...คือ...” เธอหัวเราะแห้งๆ ราวกับเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องตลกร้าย “ดูฉันสิ ฉันเลือดสีโคลนนะแฮร์รี่ รอน คนอย่างเขาไม่น่าจะมา...รักฉัน”



“บางทีฉันก็อยากให้คนฉลาดๆ อย่างเธอ ยอมเชื่ออะไรที่มันดูแปลกพิกลไร้เหตุผลแบบง่ายๆ ดูบ้างนะ เฮอร์ไมโอนี่” รอนบอกพลางกลั้วหัวเราะ แฮร์รี่เองก็เผลอยิ้มออกมาเช่นกัน เฮอร์ไมโอนี่ฝืนยิ้มทั้งๆ ที่ยังไม่อยากจะเชื่อเรื่องทั้งหมดจริงๆ



“ฉันจะบอกเรื่องจริงเรื่องสุดท้ายนะ” แฮร์รี่บอกอย่างเคร่งขรึม “มัลฟอยยอมแลกให้เธอลืมเรื่องทั้งหมด แลกความรักของเขา...“ เขาชี้นิ้ววนไปที่ตัวของเฮอร์ไมโอนี่ “เพื่อเธอ...คิดว่าเขารักเธอหรือเปล่า?” แฮร์รี่ถาม เฮอร์ไมโอนี่นิ่งเงียบเป็นคำตอบ รอนยิ้มอย่างเศร้าๆ


“เอาเป็นว่า...เราเล่าทุกอย่างที่รู้ให้เธอฟังทั้งหมดแล้วนะเฮอร์ไมโอนี่...” รอนบอก “นอกเหนือจากนี้เราไม่รู้แล้ว...” แฮร์รี่ยิ้มกริ่ม


“มีอีกเรื่องหนึ่งที่เรารู้...” แฮร์รี่จงใจพูดเจาะจงกับเฮอร์ไมโอนี่เท่านั้น “มันพอมีทางแก้เรื่องทั้งหมดให้กลับไปเป็นแบบเดิม”

“เนวิลกับศาสตราจารย์เสปราต์ทำยาแก้คำสาปให้กับเธอ” รอนชิงพูดแทรก “คือหมายถึง ยาแก้ตัวทดลอง...” เฮอร์ไมโอนี่เอียงคอสงสัย



“ยาแก้อะไร” เธอถามด้วยความฉงนใจ

“แก้คำสาปของกุหลาบสีน้ำเงิน...” แฮร์รี่ตอบ “ถ้ามันได้ผล เธอน่าจะจำ...เรื่องระหว่างเธอกับมัลฟอยได้” เฮอร์ไมโอนี่นิ่งอยู่นานพอควรก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวกว่าเสียงกระซิบ



“แล้วมันอยู่ไหนล่ะ...” เฮอร์ไมโอนี่สอดส่ายสายตาไปยังมือของเพื่อนทั้งสองเพราะหวังว่ามีใครคนใดคนหนึ่งจะถือขวดน้ำยามาด้วย แต่ก็ไม่มีใครยื่นอะไรมาให้เธอ รอนมีสีหน้ากังวลใจ



“คือจริงๆ แล้ว เราตั้งใจจะแอบเอาให้เธอกิน” รอนถองศอกแฮร์รี่และกระแอมให้ข้ามเรื่องแผน นั่นไปซะ แฮร์รี่ยักไหล่ ก่อนจะบอกว่า “แต่พอเราไปบอกมัลฟอย...หมอนั่นก็เลย...”

“ทำไม” เฮอร์ไมโอนี่ถามทันควัน

“เขาคิดว่า...เธออาจจะไม่อยาก...แบบว่า...” แฮร์รี่พูดต่อไม่ถูก รอนจึงรีบรับช่วงอธิบายต่อ



“มัลฟอยน่ะ หมอนั่นมันบื้อแล้วก็คิดอะไรแบบ...เอ่อ...ปัญญาอ่อนด้วย อย่าว่ากันนะ” รอนบอกอย่างตรงไปตรงมา “มันบอกว่าน่าจะดีกว่าที่เธอจำเรื่องระหว่างมันกับเธอไม่ได้ มันก็เลยเอาน้ำยาทดลองไป...” เฮอร์ไมโอนี่หน้าเจื่อน แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครพูดอะไรต่อ เสียงรองเท้าก้าวฉับๆ กระทบกับพื้นระเบียงทางเดิน แพนซี่ พาร์กินสัน เดินตรงมายังทั้งสามคนด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก



“พอตเตอร์ วิสลีย์...พวกนายอยู่นี่เอง อ้อ แล้วก็ดีเลยที่เธออยู่ที่นี่ ยัยเลือดสีโคลน” แพนซี่พูดรัวเร็วปนหอบนิดหน่อยราวกับมีเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องมาพูดกับคนทั้งสาม



“อย่าเรียกเฮอร์ไมโอนี่อย่างนั้น” รอนทำเสียงขรึม ก่อนจะกระแอมแล้ววางท่าขึงขังดูต่างจากปกติที่รอนเป็น “เธอมีอะไรกับพวกเราหรอพาร์กินสัน”


“มัลฟอยน่ะ... เขาตั้งใจจะ... ไปที่เรือนกระจก...” แพนซี่พูดเสียงขาดๆ ราวกับไม่เต็มใจที่จะต้องมาบอกเรื่องนี้นัก แต่ก็อดเสียไม่ได้ “ตั้งใจจะไปยุ่งกับกุหลาบเส็งเคร็งนั่น...เพื่อที่จะได้...”



“ทำลายมันหรอ? หมอนั่นคิดอะไรบ้าๆ อีกแล้ว” รอนถามกลับ แพนซี่ส่ายหน้า

“เปล่า ไม่ใช่ แต่...เขาจะ...” 


          ยังไม่ทันที่แพนซี่จะพูดจบ มีบางสิ่งบางอย่างผลักดันให้เฮอร์ไมโอนี่ออกวิ่งก่อนที่แพนซี่จะพูดจบประโยค เหมือนเธอจะรู้ในทันทีตั้งแต่แพนซี่พูดคำว่าเปล่า เหมือนเธอรู้ว่ามัลฟอยกำลังจะทำอะไร และความรู้สึกของเธอสั่งเธอว่า เธอต้องไปหยุดเขาให้ทันให้ได้ไม่ว่าเขาคิดที่จะทำอะไรอยู่ก็ตาม


................................................................................................................................................................................................................


                มัลฟอยยืนมองต้นกุหลาบสีน้ำเงินที่เปล่งประกายเป็นสีน้ำเงินเข้ม ความรู้สึกของเขากำลังหม่นหมองและโศกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาสีซีดมองขวดน้ำยาขวดสีแดงสดเปล่งประกายอยู่ในมือ ในตอนแรกที่แฮร์รี่กับรอนนำน้ำยาขวดนี้มาให้มัลฟอย เขาดีใจเมื่อคิดว่าเฮอร์ไมโอนี่จะจำเรื่องทุกอย่างได้แล้ว และเขากำลังจะได้ความรักของเขาคืน แต่แล้วก็มีอีกความรู้สึกหนึ่งมาดึงรั้งมัลฟอยเอาไว้ เขานึกถึงเรื่องไม่ดีต่างๆ ที่เขาเคยทำไว้กับเฮอร์ไมโอนี่ มัลฟอยไม่อยากทำให้เธอเจ็บปวดอีก ทำให้มัลฟอยเลือกที่จะมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้พร้อมกับขวดน้ำยาที่ควรเอาให้เฮอร์ไมโอนี่



“ความทรงจำมันอาจจะทำให้เธอเจ็บปวดก็ได้” มัลฟอยทวนคำที่เขาบอกกับแฮร์รี่และรอนเมื่อตอนเย็น “ถ้าฉันเห็นแก่ตัว... อยากให้เธอกลับมารักฉันอีก เธอก็อาจจะไม่มีความสุข” เขาพูดกับต้นกุหลาบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับตั้งใจสารภาพบาปทั้งหมดให้ต้นไม้ฟัง ความเงียบสงัดส่งให้บรรยากาศโดยรอบดูวังเวงและเงียบเหงา




“แต่ในทางกลับกัน...”   มัลฟอยยื่นมือไปข้างหน้า “ถ้าฉันอยู่โดยไม่มีความรักของเธอ...ฉันเอง...ก็เจ็บปวด มันคงจะดีกว่าถ้าฉันจะนอนหลับไปตลอดกาล” เขาเอี้ยวตัวหวังจะแตะหนามของกุหลาบสีน้ำเงิน แต่กำแพงที่มองไม่เห็นก็กั้นขวางทำให้มือของเขาแตะไม่ถึงต้นกุหลาบสีน้ำเงิน!





                มัลฟอยเหลียวหลังกลับมามองว่าใครเป็นคนเสกคาถาเกราะป้องกัน แต่ยังไม่ทันที่จะมองเห็น ร่างของผู้มาเยือนในเรือนกระจกตรงเข้ามากระแทกมัลฟอยจนล้มลง ตามมาด้วยการคร่อมร่างของมัลฟอยไม่ให้ลุกขึ้นมาทำเรื่องบ้าๆ อีก มือเล็กๆ คว้าเอา ขวดยาในมือของมัลฟอยไปเปิดแล้วยกขึ้นดื่มอย่างไม่ลังเลจนหมดขวด มัลฟอยหรี่ตามองดูในแสงสลัว ใบหน้าของหญิงสาวผู้เป็นที่รักปรากฏให้เห็น เธอยกแขนเสื้อเช็ดน้ำยาที่หกเลอะริมฝีปาก แล้วเหวี่ยงขวดน้ำยาทิ้งไปอีกทาง ทั้งสองจ้องตากันในความมืดสลัว




“เกรนเจอร์...” มัลฟอยเรียกเธออย่างแผ่วเบาๆ มือเล็กๆ ของเฮอร์ไมโอนี่สัมผัสที่แก้มของมัลฟอยอย่างเบามือ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตบหน้าเขาอย่างแรง และเริ่มตีมัลฟอยไปในทุกทีที่มือของเธอจะเอื้อมถึง



“นายมันบ้า... ทั้งบ้า ทั้งโง่ ” น้ำตาของเฮอร์ไมโอนี่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง ปากพร่ำว่ามัลฟอยไปในทุกๆ คำที่เธอนึกออก มือของเธอยังคงตบตีมัลฟอยไม่ยั้ง มัลฟอยไม่แม้แต่จะปัดป้องเพื่อป้องกันตัวเอง “คิดจะทำอะไร ทำแบบนี้ทำไม นายมันประสาทกลับ”



“ฉันทำเพื่อเราทั้งคู่...” มัลฟอยบอก เฮอร์ไมโอนี่ยั้งมือไว้ แต่น้ำตายังคงไม่หยุดไหล “ในเมื่อเธอลืม ฉันเองก็ทนไม่ได้ที่ต้องเสียเธอไปจริงๆ  แต่ฉันเองก็ไม่อยากให้เธอกลับมาเจ็บปวดเพราะคนห่วยแตกอย่างฉันอีก มันอาจจะซับซ้อน แต่เชื่อเถอะ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา” “เพี๊ยะ!” เฮอร์ไมโอนี่ตบหน้ามัลฟอยจนหน้าหัน



“จริง...นายมันห่วยแตก” เฮอร์ไมโอนี่บอกพลางสะอื้น “แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะมาห้ามคนห่วยแตกอย่างนายทำไม ฉันไม่รู้เลยว่ามาที่นี่ทำไมด้วยซ้ำ ฉันแค่...ฉันแค่...” 


               เฮอร์ไมโอนี่โน้มตัวลงจูบมัลฟอยโดยไม่ทันตั้งตัว สัมผัสอันคุ้นเคยพาให้มัลฟอยนึกถึงวันเก่าๆ ในขณะเดียวกันภาพความทรงจำต่างๆ ก็เริ่มผุดขึ้นมาในหัวของเฮอร์ไมโอนี่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาจูบเธอที่ทางเดินของชั้นเรียนวิชาสมุนไพรศาสตร์ เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเรือนกระจก ทุกเรื่องหมุนวนเวียนไปเรื่อยๆ จนเฮอร์ไมโอนี่เป็นฝ่ายถอนจูบและเริ่มทำท่าเหมือนหายใจไม่ออก มัลฟอยมองอาการผิดปกติของเฮอร์ไมโอนี่ เขารีบกระเด้งตัวลุกขึ้นโอบรอบตัวเฮอร์ไมโอนี่อย่างเป็นห่วง



“เธอเป็นอะไร”

“ฉัน...”


                เฮอร์ไมโอนี่เอนซบมัลฟอยแล้วหมดสติไป ดวงตาปิดสนิทนิ่งไม่ไหวติงจนมัลฟอยหวั่นใจว่าผลจากฤทธิ์ยาตัวทดลองจะทำให้เธอเป็นอะไรไป เขาเอามืออังจมูกเฮอร์ไมโอนี่ที่ยังหายใจอยู่ ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งใจไปเปราะหนึ่งแล้วยกตัวเฮอร์ไมโอนี่ขึ้นอุ้มพาเธอไปส่งห้องพยาบาล


.......................................................................................................................................................................................................................................


                เฮอร์ไมโอนี่นอนพักฟื้นอยู่ที่ห้องพยาบาลโดยมีแฮร์รี่ รอน และมัลฟอย ผลัดเปลี่ยนกันมาเฝ้าตลอดทั้งวัน แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมัลฟอยที่แทบจะไม่ห่างจากข้างเตียงของเฮอร์ไมโอนี่ไปไหนนอกจากโดนแฮร์รี่ไล่ให้ไปเข้าชั้นเรียน แม้ทุกคนจะบ่นว่ามัลฟอยทำอะไรสิ้นคิดจากเรื่องเมื่อคืนก่อน แต่ทุกคนก็เอาใจช่วยให้น้ำยาที่เฮอร์ไมโอนี่ดื่มเข้าไปนั้นสัมฤทธิ์ผล ซึ่งคนคิดค้นอย่างเนวิลดูจะเป็นกังวลมากเป็นพิเศษและไม่มีความมั่นใจด้วยซ้ำว่าจะสำเร็จหรือไม่



“ถ้ายัยเลือดสีโคลนไม่ฟื้นขึ้นมาละก็ รับรองว่าเดรโกเอาแกตายแน่ลองบัตท่อม” แพนซี่แอบกระซิบขู่ระหว่างที่เนวิลเดินผ่านหน้าเธอ ทำเอาเนวิลต้องรีบไปคุยกับศาสตราจารย์เสปราต์ ซึ่งพูดแต่เพียงสั้นๆว่า ต้องรอดู ฃทำให้เนวิลมาบอกกับทุกคนด้วยท่าทางกลัดกลุ้มและรอลุ้นว่าเมื่อไหร่เฮอร์ไมโอนี่จะฟื้นขึ้นมา


................................................................................................................................................................................................................



                มัลฟอยนั่งกุมมือเฮอร์ไมโอนี่ในขณะที่แสงจากดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าฉายกระทบหน้าเฮอร์ไมโอนี่ที่นอนหลับตาพริ้มไม่รับรู้อะไร



“เธอต้องฟื้นนะ” มัลฟอยบอกอย่างเศร้าๆ “เธอจะจำเรื่องของเราไม่ได้ก็ช่าง แต่เธอห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด แล้วฉันสาบานเลยว่าถ้าน้ำยาเส็งเคร็งนั่นมันทำให้เธอแย่ ฉันจะเอาเรื่องลองบัตท่อมให้ถึงที่สุด” มัลฟอยซุกหน้าลงกับมือของเฮอร์ไมโอนี่ ดวงตาสีซีดรื้นน้ำตา เขากลัวเหลือเกิน กลัวว่าเฮอร์ไมโอนี่จะไม่ตื่นขึ้นมาอีก แต่ทันใดนั้นมือของเธอก็กระตุกเบาๆ เฮอร์ไมโอนี่ลืมตาแล้วพูดอย่างแผ่วเบากับมัลฟอยว่า



“ถ้านายทำอย่างนั้นนะ เดรโก...ฉันจะโกรธนาย...”



“เกร...เฮอร์ไมโอนี่...” มัลฟอยผงกหัวขึ้นอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เฮอร์ไมโอนี่จ้องตาแป๊วแล้วส่งยิ้มให้เขา “เธอ...เธอเรียกฉันว่า...”



“คิดก่อนนะ...ฉันเรียกนายว่าอะไรน้า...” เฮอร์ไมโอนี่ทำเสียงเจ้าเล่ห์ “อืม...เรียกว่า เดรโก”



“เธอจำเรื่องของเราได้แล้วเหรอ” มัลฟอยถามอย่างตื่นเต้น เฮอร์ไมโอนี่อมยิ้มพยักหน้ารับ



“...ใช่...” เธอเอื้อมมือมาหยิกที่แขนมัลฟอย เขาร้อง โอ๊ย ด้วยความเจ็บ



“หยิกฉันทำไม”

“สำหรับความคิดงี่เง่า ที่จะยอมให้ฉันลืมเรื่องของเรา... แล้วก็...” เฮอร์ไมโอนี่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงคนไข้แล้วต่อยแขนซ้ายมัลฟอยอีก มัลฟอยจับแขนตัวเองด้วยความเจ็บ “นี่สำหรับความคิดอุตริจะไปยุ่งกับกุหลาบสีน้ำเงิน...” เธอกระโดดลงจากเตียงแล้วจ้องหน้ามัลฟอยด้วยดวงตาเป็นประกาย

“นี่สำหรับความรักทั้งหมดที่นายมีให้ฉัน...”เฮอร์ไมโอนี่จุ๊บที่แก้มของมัลฟอยเบาๆ



“แค่นี้ไม่พอหรอก...” มัลฟอยแกล้งทำเสียงงอนๆ “ไม่พอ” เขาทำเสียงเข้ม



“อย่าเยอะน่า...” เฮอร์ไมโอนี่ทำเสียงเขียว ก่อนจะรีบเล่าเรื่องให้มัลฟอยฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแทน “ไม่อยากจะเชื่อเลย ฉันจำทุกอย่างได้ทั้งเรื่องก่อนหน้านี้...แล้วก็ตอนที่ฉันจำเรื่องของนายไม่ได้”



“แสดงว่าเธอ...”

“ใช่ ฉันจำทุกอย่างได้หมดเลย พ่อคนน่าสงสาร” เฮอร์ไมโอนี่บอกเสียงหวาน “แต่ก็ขอบคุณนะที่เสียสละเพื่อฉันขนาดนี้” มัลฟอยเกือบน้ำตาร่วงเพียงแต่เขาสะกดกลั้นมันไว้ ความดีใจที่ได้เฮอร์ไมโอนี่คนเดิมกลับมาทำให้เขาแทบจะเสียน้ำตาลูกผู้ชาย เฮอร์ไมโอนี่เองก็แอบเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นเธอเองก็ดีใจที่ได้รู้ว่ามัลฟอยรักและเสียสละเพื่อเธอมากขนาดไหน




“ถ้าไม่ใช่เธอ...คิดหรอว่าฉันจะทำ” มัลฟอยตอบอย่างวางท่าหลังจากทำเป็นเก็กขรึมให้ตัวเองดูดี แต่ใบหน้าขาวซีดแต้มด้วยสีเลือดฝาด 

     ทันใดนั้น เฮอร์ไมโอนี่ดึงคอเสื้อของมัลฟอยให้เขาโน้มตัวลงมาเธอประทับริมฝีปากของเธอบนริมฝีปากของมัลฟอยอย่างนุ่มนวลราวกับปรารถนาจูบนี้มานานแสนนาน มัลฟอยจูบตอบ เขาโอบเอวเธอและครางในลำคออย่างพึงพอใจ จูบนี้เนิ่นนานพอที่จะทำให้แฮร์รี่ รอน เนวิล แพนซี่ แครบ และกอยล์ที่ตั้งใจว่าจะมาดูอาการเฮอร์ไมโอนี่ด้วยกันเปิดประตูเข้ามาเห็นภาพที่เฮอร์ไมโอนี่จูบกับมัลฟอย ทั้งสองไม่สังเกตเห็นใครเลย เฮอร์ไมโอนี่ถอนจูบมือทั้งสองโอบรอบคอมัลฟอย ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองเขาอย่างรักใคร่ มัลฟอยแกล้งหยอกเอิน ด้วยการบอกว่า



“แค่นี้ก็ไม่พอ..” ก่อนจะเหลือบไปเห็นดวงตาทั้งหกคู่ที่จ้องมองดูทั้งสองคนอย่างกระอักกระอ่วน เฮอร์ไมโอนี่กรีดเสียงร้องเบาๆ ก่อนจะปีนกลับขึ้นเตียงและดึงผ้าห่มคลุมโปงแก้เขินจากเพื่อนทุกคนทั้งหมด



“ไม่ทันแล้ว” รอนแหวใส่ “ให้ตายเถอะ น่าคลื่นไส้ชะมัด”

“สะอิด...สะเอียน” แพนซี่เสริมอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“เอ่อ...เป็นอันว่า เราเห็นกันแล้วนะว่าน้ำยาได้ผล”แฮร์รี่รีบบอกแก้เก้อ เนวิลก็ดูจะตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่เรื่องที่เห็นเฮอร์ไมโอนี่กับมัลฟอยจูบกัน แต่เป็นเรื่องที่เฮอร์ไมโอนี่พ้นจากคำสาปของกุหลาบสีน้ำเงิน



“ฉันว่าฉันต้องรีบไปบอกศาสตราจารย์เสปราต์ว่ามันได้ผล ให้ตายเถอะ ฉันคิดค้นน้ำยาได้” เนวิลบอกกับทุกคนที่น่าจะพอฟังเขา ซึ่งมีแต่แครบกับกอยล์โห่ร้องให้กับความยินดีปรีดาของเนวิล ก่อนที่มาดามพรอมฟีร์จะออกมาไล่ทั้งสามคนให้ออกไปเพราะทำเสียงดัง



“ขอบใจพวกนายมากนะ” มัลฟอยบอกกับทุกคน เฮอร์ไมโอนี่เลิกซ่อนตัวจากผ้าห่มแล้วลุกขึ้นมาพูดคุยจริงจังกับเพื่อนๆ แฮร์รี่ส่งยิ้มเฮอร์ไมโอนี่

“เธอโอเคแล้วใช่มั้ย” เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มตอบ

“ใช่...ขอบใจมากเลยนะแฮร์รี่ รอน” เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองแพนซี่ ที่ยืนกอดอกทำหน้าเชิดตัวตรง “เธอด้วยนะ”



“จริงๆ แล้ว ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก...” แพนซี่บอกเสียงแหลม “เพราะ...ฉันแค่พยายามแก้ปัญหาที่ฉันก่อเท่านั้นเอง”

“เธอหมายถึงขอโทษน่ะ” รอนรีบแก้ตัวให้ แพนซี่ทำตาเขียวใส่ก่อนจะแอบถองเขาที่ข้อศอกเบาๆ



“พวกเราออกไปกันดีกว่า คิดว่าพวกเขาน่าจะอยากอยู่ด้วยกันตามลำพัง” แฮร์รี่บอกกับทุกคนก่อนที่จะเป็นคนนำทุกคนออกจากห้องพยาบาล ปล่อยให้มัลฟอยกับเฮอร์ไมโอนี่อยู่กันตามลำพังตามประสาคนรัก มัลฟอยนั่งลงข้างเตียงอีกหน และดึงมือของเฮอร์ไมโอนี่ขึ้นมาแนบแก้ม



“เหมือนนานเป็นชาติเลยที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้” มัลฟอยบอก

“ตั้งแต่เราทะเลาะกัน...” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยก่อนจะสั่นหัวเปลี่ยนใจไม่พูดต่อ



“ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก”มัลฟอยบอกอย่างมาดมั่น “ฉันรู้แล้วว่าถ้าฉันเสียเธอไป ฉันจะรู้สึกแย่แค่ไหน ยิ่งตอนที่เธอไม่ได้รักฉัน...”



“รัก...” เฮอร์ไมโอนี่บอก “ฉันไม่เคยไม่รักเธอ...แม้ตอนที่ฉันจำไม่ได้ ฉันก็ยังรู้สึก...ว่าฉันรักเธออยู่”



“จริงเหรอ” มัลฟอยยิ้มกว้าง เขาหอมมือเธอเบาๆ “ฉันเกือบถอดใจแล้วเธอรู้มั้ย”

“รู้สิ ไม่งั้นคงไม่คิดทำอะไรปัญญาอ่อนแบบนั้นหรอก”



“นี่เธอ! เลิกว่าฉันเรื่องนี้สักทีเถอะ” มัลฟอยขึ้นเสียง

“ดูสิคนเรา...” เฮอร์ไมโอนี่ทำเสียงยั่วล้อ “เนี่ยน่ะหรอ คนที่บอกว่าเป็นแฟนฉัน” มัลฟอยเปลี่ยนจากสีหน้าโมโหกลายเป็นอมยิ้ม

“ใครปลุกเธอขึ้นมาเนี่ยหา” มัลฟอยพูดพลางดึงแก้มเฮอร์ไมโอนี่เบาๆ อย่างเอ็นดู “ฉันไม่น่าปลุกเธอจากไอ้กุหลาบบ้าๆนั่นเลย”



“กุหลาบบ้าๆ ก็มีข้อดีอยู่นะ” เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มเขินๆ มัลฟอยทำหน้าไม่เข้าใจ

“ดียังไง...”



“ข้อแรก...ฉันได้รู้ว่าคนอย่างนายก็มีมุมโรแมนติกแล้วก็อ่อนไหว...” มัลฟอยอ้าปากจะเถียง แต่เฮอร์ไมโอนี่ชิงพูดต่อโดยไม่ให้เขาพูดแทรก



“ข้อสอง...ฉันไม่เชื่ออีกแล้วที่นายบอกว่านายไม่เคยเสียสละเพื่อใคร...” มัลฟอยยิ้มมุมปากเมื่อนึกถึงคำพูดของตัวเองในอดีต

“ก็เพราะเป็นเธอไง...” เฮอร์ไมโอนี่เอานิ้วชี้แตะริมฝีปากมัลฟอยเป็นเชิงบอกให้หยุดพูดแทรก



“และข้อสุดท้าย... ฉันรู้แล้วว่าใครคือรักแท้ของฉัน....เดรโก...มัลฟอย” ทั้งสองสบตามองกันด้วยความรักและความเข้าใจซึ่งกันและกันหลังจากที่ผ่านเรื่องราวทั้งหมด มัลฟอยบีบมือเฮอร์ไมโอนี่แน่นแทนคำสัญญาว่าต่อจากนี้ไปเขาจะไม่มีวันปล่อยมือเธอ เพราะเธอคือรักแท้ของเขา

......................................................................................................................................................................................................................


                กุหลาบสีน้ำเงินในเรือนกระจกทอแสงเป็นสีรุ้งขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุระหว่างที่ศาสตราจารย์เสปราต์กับเนวิลเข้ามาตรวจดูเพื่อหวังว่าจะหาวิธีทำลายต้นกุหลาบนี้ทิ้งเสีย แต่ก็พบว่าทุกวิธีที่ได้ลองทำไม่มีทางไหนที่จะทำลายต้นกุหลาบรัตติกาลนี้ได้เลย สิ่งเดียวที่ศาสตราจารย์เสปราต์ทำได้คือปิดเรือนกระจกหลังนี้ไว้เป็นเขตต้องห้ามไม่ให้นักเรียนคนใดในฮอกวอร์ตเข้ามายุ่มย่ามกับมันอีก เพราะคงไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีรอดพ้นคำสาปของต้นกุหลาบมีพิษต้นนี้ และไม่ใช่ทุกคนที่จะพบกับความรักที่มาพร้อมกับความเสียสละเหมือนเช่นคนทั้งสองคนนี้



                เฮอร์ไมโอนี่&เดรโก



..................................................................................................................................................................................................................................


จบ บริ บูรณ์




.............................................................................................................................................................................................................................


ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ในที่สุดนิยายเรื่องนี้ก็จบลง

น้ำต้องขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ ติดตามอ่านผลงานเรื่องนี้ของน้ำมาตลอด ไม่ทิ้งกันไปไหน

จะแต่งดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ทุกคนก็ยังรัก และสนุกไปกับเรื่องราวของเฮอร์ไมโอนี่กับมัลฟอยที่เป็นคู่ที่น้ำชอบมากที่สุด

หลังจากนี้ไป ไม่รู้ว่าน้ำจะได้มีโอกาสแต่งฟิคคู่นี้อีกหรือไม่ แต่ก็ขอให้คู่ของเฮอร์ไมโอนี่กับมัลฟอยครองใจผู้อ่านฟิคแฮร์รี่ พอตเตอร์ตลอดไป

น้ำทำตามสัญญาว่าจะไม่ทิ้ง และน้ำทำสำเร็จแล้ว รักผู้อ่านทุกๆคนนะคะ

รักคำและประโยคหวานๆ ทุกประโยคในเรื่องนี้

น้ำรู้สึกดีมากที่ทำให้คนอ่าน แฟนๆฟิคมีความสุข

น้ำรักทุกคนจริงๆนะคะ


...หากผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ...


จนกว่าจะพบกันใหม่



สายธารแห่งราตรี





ป.ล. ตอนนี้เหลือแค่เรื่องของป๋าสเนปกับเฮอร์ไมโอนี่นะคะ ใครชอบตามไปรอเรื่องนั้นเลยนะคะ เป็นคิวต่อไปที่จะปั่นให้จบ...ให้จบพร้อมๆทีสิสของน้ำด้วย ร้องไห้....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

322 ความคิดเห็น

  1. #322 Kwan Pimpun (@kwaniipp) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 16:00
    เพิ่งมาอ่านสนุกมากเลยค่ะ อ่านง่าย ภาษาดี เนื้อเรื่องเดินไว ชอบมากๆ
    #322
    0
  2. #319 IsVeola (@IsVeola) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 05:20
    สนุกมากค่ะ ภาษาดีด้วย ชอบตอนที่เดรโกเสียใจมากจนอยากเป็นเจ้าชายนิทรามันพีคมาก
    #319
    1
  3. #318 Thisisarpo (@ArparuthJitsawat) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 18:33
    ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ ส่วนตัวชอบคู่มากๆอยู่แล้ว พอมาอ่านเรื่องนี้เหมือนเห็นภาพของทั้งเรื่องลอยอยู่ตรงหน้าเลย มันดีมากๆ แต่งเก่งมากๆเลยค่ะ
    #318
    1
  4. #303 wanyenny (@kaimookppm) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 00:38
    ขอบคุณมากนะคะที่อัพจนจบ ชอบเรื่องนี้มาก งื้ออออ💕
    #303
    1
  5. #297 ★EmoMelody™ϟHP (@emo_melody) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 14:34
    เย้ ดีใจด้วยนะคะกับการกลับมาแต่งต่อได้จนจบ เป็นแรงบันดาลใจให้ทางนี้เหมือนกันค่ะว่าอยากทำอะไรที่ทำค้างไว้ให้เสร็จสิ้นบ้างสักอย่างนึง

    ขอแอบไปมโนคู่รอนแพนซี่ต่อ 555555

    เป็นกำลังใจให้กับชีวิตต่อไปนะคะ ทางนี้ก็ว่างงานมาหลายเดือนแล้วฮืออ
    สู้สู้ค่ะ
    #297
    1
    • #297-1 สายธารแห่งราตรี (@draco-nam) (จากตอนที่ 30)
      7 มิถุนายน 2561 / 04:34
      ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่ติดตาม ^ ^ ขอให้ได้งานไวๆ นะคะ นี่ก็อยากเรียนจบไวๆ แล้วค่ะ
      #297-1
  6. #296 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 11:00
    เย้ ดีใจที่หนูเฮอร์มาห้ามเดรทัน จำรักของเดรได้สักที



    รักกันไปนานๆเลยนะ



    ติดตามมานานมากๆ ดีใจที่ตะเองมาแต่งต่อจนจบนะ สนุกมากเลย รักคู่นี้เหมือนกัน



    ปล. สู้ๆกะ thesis นะคะ เก๊าก็เรียน MBA จะเลือกทำ IS 💕💕
    #296
    1
    • #296-1 สายธารแห่งราตรี (@draco-nam) (จากตอนที่ 30)
      7 มิถุนายน 2561 / 04:33
      ขอบคุณมากเลยค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ขอบคุณที่ติดตามทุกเรื่องเลย
      #296-1
  7. #295 ❄_Seimi_♣ (@ND_TC) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 08:13
    ในที่สุดก็อัพ
    #295
    1