CODENAME: ZIKE เจาะรหัสดับแค้น [ E N D ]

  • 100% Rating

  • 5 Vote(s)

  • 78,397 Views

  • 1,483 Comments

  • 1,778 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    78,397

ตอนที่ 11 : แค้นที่10: บทลงโทษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

แค้นที่10: บทลงโทษ


เมื่อไซค์ส่งน้ำฟ้าที่บ้านแล้ว เขาจึงรีบบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปDDC โดยไม่ลืมถอดวิกกับคอนแทคเลนส์ เด็กหนุ่มมุ่งหน้าไปหน่วยของตน แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นว่าบรรยากาศในหน่วยงานดูกดดันกว่าปกติ เมื่อฤทธิ์เห็นว่าหัวหน้าของตนมาแล้ว เขาจึงรีบวิ่งตาลีตาเหลือกมาหา
“ห..หัวหน้าครับ! รีบเข้าไปด้านในห้องทำงานหัวหน้าด่วนเลยครับ!” ฤทธิ์เอ่ยออกมาด้วยท่าทางร้อนรน ทำเอาไซค์ต้องขมวดคิ้วสงสัย
“เกิดอะไรขึ้น?” ไซค์ถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
“บ..บอส..บอสมาหาหัวหน้าครับ!” คำตอบของฤทธิ์ทำเอาไซค์ตาเหลือกตาม เขารีบวิ่งเข้าไปยังห้องทำงาน
เมื่อเปิดประตูออก ไซค์จึงต้องพบร่างของชายวัยกลางคนที่ดูสุขุมและภูมิฐาน บรรยากาศเย็นยะเยือกรอบตัวเขาถูกแผ่ออกมาจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ไซค์ขมวดคิ้วสงสัยกับการปรากฏตัวของบอส หรือ ประธานองค์กรDDC ชายคนmujนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของไซค์ และเปิดเอกสารทั้งหมดเพื่อตรวจเช็กระหว่างรอ ลินที่นั่งอยู่ด้านข้างของห้องมองไซค์อย่างขอความช่วยเหลือ
“ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าครับบอส?” ไซค์ถามด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
ทำไมคนตรงหน้าถึงมาหาเขาตอนนี้กัน?
เขาคิด พลันเจ้าของตำแหน่งบอสแห่งDDC จึงเงยหน้าขึ้นมามองเด็กหนุ่มทันที ก่อนจะเผยรอยยิ้มอ่อนโยนต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ ทำให้บรรยากาศมาคุ ภายในห้องหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ลุงแค่มาถามเรื่องอาการน่ะ เห็นหน่วยพยาบาลบอกว่ามันใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว” บอสเอ่ยออกมาด้วยความห่วงใย ในขณะที่ท่าทางของไซค์ยังคงเป็นเช่นเดิม
“ครับ.. คาดว่าคงทนได้อีกไม่กี่อาทิตย์ครับบอส” ไซค์สารภาพตามตรง พร้อมกับลงเสียงหนักในคำสุดท้าย เพื่อย้ำเตือนสติอีกฝ่ายถึงฐานะของเขา แต่คำตอบของเขาทำให้ชายวัยกลางคนต้องเผยสีหน้ากังวลใจ
“เฮ้อ.. งั้นข้าจะสั่งเร่งโปรเจคนั้นให้ก็แล้วกัน” เขาตอบกลับโดยไม่สนใจการเตือนสติของอีกฝ่าย ไซค์จึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ต้องหรอกครับบอส หากสั่งเร่งโปรเจคแล้วคุณภาพของงานอาจต่ำลง ทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ แล้วอีกอย่างโปรเจคนั้นก็ไม่ได้มีเพียงแค่ผมที่ต้องใช้งานมัน” ไซค์เอ่ยตอบตามจริง
“แล้วหลานจะทนได้เหรอ?” เขาถามด้วยแววตารวดร้าว ไซค์จึงต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
“บอสครับ ช่วยปฏิบัติกับผมเหมือนหัวหน้าหน่วยทั่วไปด้วยเถอะครับ สิ่งที่ผมทำทุกอย่างก็เพื่อองค์กรและการล้างแค้น บอสก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจนะครับ” ไซค์เสียงแข็ง ในขณะที่อีกฝ่ายเบ้ปากอย่างไม่ชอบใจนัก
“จะให้ลุงทำอย่างนั้นได้ยังไงกันล่ะ? ในเมื่อหลานเองก็รู้อยู่แล้ว ว่าลุงทำอย่างนั้นไม่ได้ แค่หลานมาทำงานที่นี่ ลุงก็รู้สึกผิดแทบแย่ กลับมาเรียกลุงแบบเดิมไม่ได้หรือไงไซค์” ชายวัยกลางคนพร่ำบ่นง ไซค์ที่ได้ยินดังนั้นถึงกับนิ่งค้าง เขาถอนหายใจอีกครั้งอย่างปลงตก
“ถ้าจะให้ผมกลับมาเรียกท่านว่า ลุงฟราน ในตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ” ไซค์ตอบ ความดื้อรั้นของเขาทำให้ฟรานถอนหายใจบ้าง เขาลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมเดินออกจากห้อง ก่อนจะนึกบางอย่างได้
“อ้อ! เจ้าเด็กแสบนั่นฝากลุงมาบอกว่า จับตัวแฮกเกอร์ที่เอาข้อมูลองค์กรไปเผยแพร่ได้แล้วนะ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่คำพูดของเขาทำให้ไซค์ต้องรีบก้มหัวทันที
“ครับ ขออภัยด้วยครับที่ทางเราดันปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหล” ไซค์เอ่ยออกมา พร้อมกำหมัดแน่น แต่ฟรานกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เป็นอะไรหรอก หลานเองก็จัดการได้ก่อนที่มันจะบานปลาย แถมเจ้าแฟนต้ายังจับตัวแฮกเกอร์นั้นได้ด้วย” ฟรานเอ่ยด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนที่เขาจะเดินจากไปพร้อมกับบรรยากาศที่เริ่มผ่อนคลาย ลินถอนหายใจอย่างโล่งอก
“นึกว่าบอสจะมาเล่นงานเรื่องข้อมูลรั่วไหลแล้วนะคะ” เธอเอ่ยอย่างอ่อนแรง ไซค์จึงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงานของตน
“ว่าแต่ทำไมวันนี้หัวหน้าเข้างานช้ากว่าปกติล่ะคะ? เกิดเรื่องอะไรที่SS หรือเปล่า?” ลินถามออกมาด้วยใบหน้าตึงเครียด ในขณะที่ไซค์กำลังนั่งเท้าคางตัวเองอย่างเบื่อหน่ายอยู่บนโต๊ะ
“ก็นังเวรนั่น ดันโทรไปลางานที่SS ให้ แล้วก็ลากฉันไปเดินห้างน่ะสิ บ้าเอ้ย! วุ่นวายฉิบหาย” เขาสถบอย่างเหลืออด พร้อมกับขยี้หัวตัวเอง
“จริงๆ หัวหน้าก็แค่จับนังเด็กนั้นมาเป็นตัวประกันก็น่าจะพอแล้วนี่? ทำไมต้องทำให้เรื่องวุ่นวายขนาดนี้ด้วย?” ลินเอ่ยถาม ไซค์จึงปรายตามองเธอย ก่อนจะแสยะยิ้มชั่วร้าย
“ถ้าเธอโดนผู้ชายที่ตัวเองทั้งรักทั้งหลงทั้งไว้ใจหลอกแบบนี้ จะรู้สึกยังไงบ้างล่ะ? แล้วถ้าประธานบัดซบนั้นรู้ว่าฉันวางแผนจะทำอะไรกับของนังนั้น คิดว่ามันจะทำหน้ายังไง?” ไซค์เอ่ยพร้อมกับแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทันที ทำให้ลินพอจะเดาได้ว่าจุดประสงค์ของหัวหน้าหนุ่มคนนี้คืออะไร
“งั้นถ้าจะทำอะไรก็อย่าลืมป้องกันด้วยแล้วกันนะคะหัวหน้า ไม่ระวังจะพลาดท่าเอาได้” ลินเอ่ยเตือนตามภาษาผู้หญิง แต่ไซค์กลับเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์
“ไอ้เรื่องพรรณนั้นมันไม่มีในแผนแต่แรกแล้ว ให้ทำกับนังนั้นขอกัดลิ้นฆ่าตัวตายดีกว่า” ไซค์เผยสีหน้าขยะแขยงออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะกดโทรศัพท์บนโต๊ะ เพื่อติดต่อหาเพื่อนร่วมองค์กร
‘ว่างแล้วเหรอ?’ เสียงทุ้มรื่นเริงและยินดีของแฟนต้าดังออกมาตามสายทันที่ไซค์กดปุ่มโทรออก ทำให้เขารู้ทันทีว่าเพื่อนคนนี้กำลังรอสายจากเขาอยู่
“บอกมาเลยว่าห้องไหน” ไซค์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
‘ห้อง721 งั้นฉันลงไปก่อนเลยนะ!’ แฟนต้าเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับตัดสายเพื่อนตนไปแทบจะในทันที ไซค์มองโทรศัพท์ตนอย่างเบื่อหน่าย
ให้ตายสิพอเรื่องนี้ทีไรล่ะรีบเชียว
เขาคิดพร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหันไปมองรองหัวหน้าสาวของตนที่กำลังรัวแป้นพิมพ์อย่างตั้งอกตั้งใจ
“จะไปด้วยกันไหม?” เขาถาม ทำให้เธอต้องหันมาหรี่ตามองหัวหน้าตน ก่อนจะเบ้ปากไม่ชอบใจนัก
“ถ้าจะให้ฉันไปเจอไอ้เด็กบ้านั้นล่ะก็ ขอผ่านค่ะหัวหน้า! ขืนไปเจอหน้ามันล่ะก็มีหวังตีกันตายคาองค์กรอีกแน่!” ลินมั่นใจ ไซค์จึงกระตุกอย่างนึกสนุก
“ก็นะ คนมันคู่กันก็เงี้ย” เขาแหย่ที ทำให้เธออ้าปากค้าง
“คู่กันบ้าอะไรล่ะหัวหน้า! นี่หัวหน้าไปเอาข่าวแบบนี้มาจากไหนกัน” ลินแผดเสียง ไซค์จึงต้องยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เขาเดินออกจากห้อง โดยไม่ลืมทิ้งประโยคที่อีกฝ่ายแทบคลั่งไว้ด้านหลัง
“ก็เขาลือเรื่องนี้กันให้แซ่ดทั้งองค์กร” เมื่อประตูปิดลงเสียงกรีดร้องจึงดังลั่นออกมาจากห้องทำงาน ทำเอาเหล่าลูกน้องพากันสะดุ้งเฮือก

เมื่อลงมาถึงจุดที่นัดกับแฟนต้าไว้ เขาจึงกวาดตามองบรรยากาศภายในห้องด้วยความเฉยชา ชั้นนี้ทั้งชั้นให้บรรยากาศราวกับห้องขังที่ปิดทึบ ทุกห้องมีประตูสีดำสนิทพร้อมกับลูกกรงเล็กๆ ติดอยู่ บริเวณทางเดินเองก็มีผู้คุมร่างยักษ์เดินตรวจตราอยู่โดยรอบ เมื่อเหล่าผู้คุมเห็นไซค์เดินมา พวกเขาก็วิ่งมาหาแทบจะในทันที พร้อมกับยื่นถุงมือยางแบบพิเศษให้กับเด็กหนุ่ม ไซค์รับถุงมือมาอย่างเคยชิน
“รายงานเรื่องแฮกเกอร์มา” เขาสั่ง หนึ่งในผู้คุมจึงยกสมุดขึ้นมารายงาน
“เพศชาย อายุยี่สิบสามปี ไม่ได้สังกัดบริษัทไหน เป็นเพียงนักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบแล้วอยากลองวิชาครับ ครอบครัวมีพ่อและแม่อายุหกสิบเอ็ดปี พี่ชายอายุยี่สิบห้าปี และน้องสาวอายุยี่สิบปีครับ ทุกคนอาศัยอยู่ที่เขตTY-975 ครับผม” ผู้คุมรายงานอย่างราบเรียบ ไซค์จึงพยักหน้าเชิงเข้าใจ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปยังห้องที่เขานัดไว้กันแฟนต้า
“ช้าชะมัด” แฟนต้าเอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย แต่ไซค์กลับไม่สนใจ ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังร่างของลูกน้องในหน่วยเมื่อวานและร่างของชายอีกคนที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ร่างของพวกเขาถูกมัดแน่นด้วยเชือก เพื่อไม่ให้หลบหนี ผ้าสีน้ำตาลอุดปากทั้งคู่แน่น ไม่ให้พวกเขาชิงกัดลิ้นตาย ดวงตาสีดำของชายหนุ่มที่ไซค์คาดว่าน่าจะเป็นเกรย์แฮ็ตจ้องมองมาที่ไซค์ด้วยความไม่เข้าใจ
“แกสินะ ไอ้โง่ที่บังอาจมาลองดีเจาะระบบเรา” รอยยิ้มยิ้มเหี้ยมปรากฏบนใบหน้า ไซค์เดินไปนั่งยองๆ อยู่ด้านหน้าผู้ริอาจลองดี บรรยากาศภายในห้องทำเอาเหยื่อทั้งสองต้องขนลุก อุปกรณ์ทรมานมากมายถูกประดับตกแต่งภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็นมีด เข็ม เลื่อย หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ที่ใช้ถ่างดวงตา ไซค์หันไปมองผู้คุมที่เข้ามาพร้อมกับเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“เอาผ้าปิดปากมันออกซะ” ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง ผู้คุมร่างยักษ์จึงต้องรีบมาถอดผ้าปิดปากของทั้งคู่
“ผ..ผม ผมขอโทษ! ผมผิดไปแล้ว! อย่าทำอะไรผมเลยนะ!” เมื่อเกรย์แฮ็ตถูกถอดผ้าปิดปาก เขารีบร้องขอชีวิต ท่าทางของเขาทำให้ไซค์เลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างไม่เข้าใจ
“ทำไมฉันต้องทำตามที่นายขอด้วย? ในเมื่อนายบังอาจมาลองดีกับพวกเราเอง!” เขาคำรามลั่นและถลึงตามองด้วยโทสะ แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าช้าๆ เพื่อปฏิเสธอย่างหวาดกลัว
“ผม.. ผมแค่ไม่คิดว่าระบบนั้นเป็นของDDC! ตอนนั้นผมก็แค่คิดว่าระบบตรงนั้นเป็นแค่ระบบที่มีใครสร้างขึ้นมาแอบอ้างเฉยๆ เพราะระบบตรงนั้นมันดูเปราะมาก” เขาตอบออกมาด้วยใบหน้าสั่นเครือ แต่คำตอบของเขานั้นทำให้ไซค์ต้องหันไปมองผู้ที่ทำให้ระบบเป็นเช่นนั้น
“เฮ้ย.. เขาว่างั้นน่ะ แกไม่คิดจะพูดอะไรบ้างเหรอฮะ ไอ้สวะ” ไซค์เอ่ยออกมาพร้อมกับแสยะยิ้มเย้ยหยันชะตากรรมของอดีตลูกน้องตน แต่ดูเหมือนครั้งนี้เขาจะหวาดกลัวไซค์มากจนไม่กล้าพูดอะไร สีผิวที่ขาวซีดด้วยความหวาดกลัว ดวงตาสีดำที่สั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
“หมอนั่นมันใกล้จะชักตายตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” แฟนต้ารายงานตามที่เห็น ไซค์จึงต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
“อ่า.. แย่ชะมัด งั้นเริ่มกันเลยแล้วกัน” เขาถีบเข้าที่สีข้างอดีตลูกน้องอย่างแรง ส่งผลให้เขาลงไปกองอยู่กับพื้น เด็กหนุ่มใช้เท้าพลิกร่างอีกฝ่าย ราวกับเป็นสิ่งของ โดยไม่แม้แต่จะสนใจเสียงร้องของร่างใต้เท้า
“นายจะให้ฉันหยิบอะไรให้ไหม?” แฟนต้าถามราวกับรู้ทัน ไซค์นิ่งคิดเล็กน้อย
“เข็ม..เข็มเยอะๆ เลย” ไซค์สั่งเสียงเรียบ แฟนต้าจึงต้องรีบวิ่งไปหยิบเข็มเงินมาให้ไซค์เป็นกำ ดวงตาสีดำของเขาเป็นประกายออกมาด้วยความตื่นเต้น
“นายนี่กล้าดีนะ ที่ทำงานฉันมอบหมายพลาดไม่พอ ยังจะกล้ามาลองดีกับฉันอีก อ้อ เรื่องที่แกสะเหร่อไปเจาะระบบของSS ด้วย” ไซค์ยิ้มเย็น นิ้วของเขาจับเข็มในมือแน่น พร้อมกับนั่งลงทับร่างบนพื้น เท้าข้างซ้ายของเขายันไปที่ศีรษะของเหยื่อตรงหน้าที่กำลังร้องขอชีวิต ไซค์บีบมือของเหยื่อที่ถูกมัดไว้ด้านหลัง ก่อนจะงัดนิ้วของมันออกมา
“จะ..จะทำอะไร..น่ะ!!” ร่างที่โดนไซค์นั่งทับถามขึ้นด้วยความหวาดกลัว แต่ไซค์กลับเพียงแค่เหยียดยิ้มหวานไปให้ พร้อมชูเข็มในมือ
“ทั้งๆ ที่ฉันอุตส่าห์ใจดีให้แกฆ่าตัวตายแล้วแท้ๆ” รอยยิ้มเมื่อครู่หุบลงทันที ใบหน้าบึ้งตึงไร้ความเห็นใจปรากฏขึ้น เขาดึงนิ้วของเหยื่อให้เหยียดตรง แทงเข็มเงินเรียวแหลมจรดลงบนนิ้วสัมผัสเย็นเฉียบและความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับหวังให้เจ้าของร่างได้ซึมซับและจดจำถึงความเจ็บปวด
“อ๊ากก!” เสียงทุ้มกรีดร้องลั่นจนเปลี่ยนเป็นเสียงแหลม ร่างด้านใต้พยายามดีดดิ้นเต็มกำลัง แฟนต้าที่เห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาช่วยเพื่อนตนเพื่อล็อกร่างนั้นไว้
“จัดการเลยไซค์! เสียงกรีดร้องอย่างนี้แหละที่ฉันต้องการ ขอเลือด..ขอเลือดอีก! ละเลงเลือดให้มากกว่านี้สิ! แค่หยดๆ แค่นี้มันพอที่ไหน!” แฟนต้าครวญครางราวกับบ้าคลั่ง สิ่งนี้คือสิ่งที่เขารอคอยมานานแสนนาน ทว่าไซค์ไม่สนใจแฟนต้าแม้แต่น้อย
“อย่าดิ้นสิ แกทำงานพลาดเองไม่ใช่หรือไง? ยังเหลืออีกตั้งเก้านิ้ว จะให้ฉันปล่อยไปง่ายๆ ได้ยังไงกันล่ะ?” น้ำเสียงที่เย้ยหยันไร้ซึ่งความสงสาร ทำให้เกรย์แฮ็ตหน้าถอดสี
คนๆ นี้ไม่มีความรู้สึกเลยงั้นเหรอ? เขาไม่มีจิตใจเลยงั้นเหรอ!!
แทงเข็มที่สองถูกแทงลงบนนิ้วชี้ ทว่าเจ้าของนิ้วกลับพยายามงอนิ้วตนเพื่อหลบเข็มนั้น ทำให้ไซค์แทงพลาด เข็มเงินทะลุเนื้อออกมาแทนที่จะฝังเข้าไปด้านใน เมื่อไซค์เห็นดังนั้นจึงส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหยิบเข็มอีกเข็มมาแทงลงนิ้วเดิม ราวกับจะเตือนว่าหากงอนิ้วอีกเขาจะแทงเพิ่ม
เมื่อไซค์แทงเข็มเข้าไปยังทุกนิ้วบนมือขวาของอีกฝ่าย แล้วเขาจึงค่อยๆ ดัดมันไปด้านหลัง เสียงกรีดร้องโหยหวนพร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวแสดงถึงความเจ็บปวด เข็มเงินค่อยๆ ดันเนื้อของเจ้าของนิ้วออกมาจนมันเริ่มฉีกออกเรื่อยๆ จนเผยให้เห็นกระดูกเล็กสีขาว เลือดสีแดงสดพร้อมกับเส้นเลือดที่ปูดเกร็งขึ้นมาดูน่าสยดสยอง ใบหน้าของไซค์ดูเรียบเฉยราวกับไม่รู้สึกอะไร ต่างจากแฟนต้าที่มองสภาพอีกฝ่ายด้วยแววตาเป็นประกาย เกรย์แฮ็ตมองภาพนั้นด้วยสีหน้าหวาดผวาพร้อมกับจินตนาการกับสิ่งที่ตนจะโดนในระยะเวลาอันใกล้
“อ๊ากกก!” เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นพร้อมกับเลือดสีแดงสดที่กระเซ็นเข้าใส่หน้าของเด็กหนุ่ม เสียงกระดูกที่ถูกหักนั้นยิ่งทำให้แฟนต้าฉีกยิ้มอย่างพอใจ ผู้คุมวัยกลางคนที่เห็นว่าเลือดของเหยื่อนั้นกระเซ็นเข้าใส่ใบหน้าของไซค์ ทำให้เขาต้องคว้าผ้าขนหนูชุบน้ำยาฆ่าเชื้อส่งไปให้เขา เด็กหนุ่มรับผ้านั้นมาเช็ดคราบเลือดนั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
“น็อต” ไซค์สั่งเสียงห้วน แฟนต้าจึงรีบลุกไปหยิบของสิ่งนั้นมาให้
“จะเอาขนาดไหน?” แฟนต้าถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ เขากวาดตามองบรรดาน็อตหลากหลายขนาดที่วางเรียงอยู่บนชั้น เมื่อเหยื่อด้านใต้ได้ยินดังนั้นเขาจึงต้องร้องขอชีวิตออกมาทั้งน้ำตา
“ขอ..ขอร้องล่ะ.. ผม ผมขอโทษ..หัวหน้า ได้โปรดพอแค่นี้เถอะครับ ฮือ..อ ปล่อย..ปล่อยให้ผมตายเถอะ มันไม่มีประโยชน์ที่หัวหน้าจะทรมานผม..ม” เหยื่อด้านใต้เอ่ยออกมาด้วยใบหน้าหวาดกลัว ทว่าไซค์กลับไม่แม้แต่จะแยแส
“แกก็รู้ว่ากฎขององค์กรเราเคร่งขนาดไหน ถ้าไม่เชือดไก่ให้ลิงดู มีหวังทุกคนได้ทำงานเล่นๆ แน่ แล้วทุกอย่างก็จะตกเป็นของSun Saver ก่อนจะรับแกเข้าทำงาน ฉันก็บอกเรื่องทุกอย่างแล้วนี่? แกก็ยอมรับมันใช่ไหมล่ะ..? นายเองก็รู้ว่ากฎหมายของรัลเทลลาร์เอาผิดกรณีทะเลาะวิวาท ทำร้าย หรือฆ่ากันโดยยินยอมทั้งสองฝ่ายไม่ได้ แฟนต้าเอาน็อตขนาดกลางมาซะ ขนาดเล็กมันไม่รู้สึกรู้สาอะไรนัก ส่วนขนาดใหญ่มันจะไขยาก” ไซค์สั่งออกมาตามประสบการณ์ของเขา แฟนต้าที่ได้ยินดังนั้นจึงรีบหยิบของพวกนั้นออกมาตามคำสั่งไซค์
“อยากลองไหม?” คำเชิญชวน ทำให้แฟนต้ารีบพยักหน้า ดวงตาสีดำที่เป็นประกายอย่างเด่นชัด
“ลองสิ! แล้วฉันต้องทำยังไงบ้าง?” แฟนต้าถามทันที ไซค์จึงต้องเอื้อมมือไปหยิบน็อตบนมือของแฟนต้า เขาไขมันลงลงบนปลายนิ้วข้างขวาของเหยื่อ เพื่อให้ยึดติดกับหลังมือ เสียงกรีดร้องดังลั่น เกลียวเหล็กเย็นเฉียบถูกหมุนเข้าในเนื้ออุ่น เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาราวกับตอบรับเสียงโหยหวน แฟนต้ามองภาพตรงหน้าด้วยความชอบใจ ริมฝีปากของเขาเหยียดขึ้นอย่างมีความสุข
“บิดลงไปให้แน่นฉันต้องการให้เหล็กนั้นอยู่ด้านนอก” ไซค์สั่ง ก่อนจะหลบให้แฟนต้าจัดการ
เมื่อแฟนต้าได้ยินเช่นนั้น จึงรีบทำตามที่เพื่อนร่วมองค์กรทันที ในขณะที่ไซค์ลุกขึ้น เขาถอดถุงมือเปื้อนเลือดออก เพื่อหยิบโทรศัพท์เครื่องสีดำ เขาไล่นิ้วไปตามหน้าจอ ก่อนเขาจะสะดุดเข้ากับบทความหนึ่ง ดวงตาสีเขียวเป็นประกายชั่วร้ายขึ้นมา มุมปากของเขาที่แสยะยิ้มราวกับพบเจอบางสิ่งที่น่าสนใจนัก
“แฟนต้า นายเห็นไอ้นี่ยัง” ไซค์ถาม ในขณะที่แฟนต้ากำลังหมุนน็อตลงบนนิ้วเหยื่อ เมื่อได้ยินคำถามแฟนต้าจึงหันมามองหน้าจอที่ไซค์ยื่นให้เขาดู
“สิบสามวิธีทรมานคนที่โหดร้ายที่สุด?” แฟนต้าอ่านหัวข้อนั้นด้วยความไม่เข้าใจ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพร้อมกับเงยหน้ามองเพื่อนตน
“ฉันไม่ชอบวิธีซ้ำใคร” แฟนต้าเอ่ยตัด ไซค์จึงส่ายหน้าเชิงปฏิเสธ
“มีวิธีในนี้น่าสนใจอยู่.. ผ่าท้องคนแล้วใส่หนูเข้าไป นายคิดว่ามีสัตว์อะไรที่น่ากลัวกว่าหนูไหม? ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของไซค์ทำให้เหยื่อทั้งสองเริ่มหวั่นใจ ขณะที่แฟนต้านิ่งนึก
“มด..ล่ะมั้ง? จริงอยู่ที่มันตัวไม่ใหญ่ แต่ถ้ากัดขึ้นมานี่ก็โคตรเจ็บแสบเลย” แฟนต้าตอบออกมาตามตรง
ยังไงมดก็คงไม่สำลักเลือดตายหรอก..มั้ง? พวกมันก็ว่ายน้ำได้นี่เนอะ
สิ้นเสียงแฟนต้าร่างด้านใต้ถึงกับต้องดิ้นพล่าน ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ไซค์ที่ได้ยินดังนั้นจึงต้องหันไปหาผู้คุมร่างยักษ์เพื่อสั่งการ
“ไปเอามดคันไฟมาจากหน่วยวิทยาศาสตร์มา ฉันได้ยินมาว่าไอ้ทีมมันเกิดบ้าอยากวิจัยมดขึ้นมาพอดี น่าจะมีสักรังสองรังมั้ง” ไซค์เอ่ยตอบพร้อมกับหันมาไล่ดูวิธีการต่างๆ มากมายระหว่างรอ เมื่อผู้คุมได้ยินคำสั่งเขา จึงรีบไปนำสิ่งที่เด็กหนุ่มต้องการมาให้ ก่อนหางตาของไซค์จะเหลือบไปเห็นร่างของเกรย์แฮ็ตที่สลบไปด้วยความหวาดกลัว
“แฟนต้าเอาไง? เกรย์แฮ็ตมันสลบไปแล้ว” ไซค์ถามเสียงเรียบ
“นายก็น่าจะรู้อยู่ไม่ใช่หรือไง ยังจะมาถามฉันอีก” แฟนต้าเอ่ยออกมาอย่างเบื่อหน่าย ไซค์จึงแสยะยิ้มกว้างก่อนจะเดินไปหยิบมีดสั้นมา พร้อมกับใช้เท้าของเขาเหยียบลงบนร่างนั้นอย่างแรง
ฉึก
“อ๊ากกก” เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสนั่นห้อง เมื่อโลหะสีเงินคมกริบแทงเข้าที่กระพุ้งแก้มด้านขวา เสียงร้องนั้นเรียกให้ร่างด้านใต้แฟนต้าต้องเหลือกตามองด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเบิกตากว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าผู้ร่วมชะตากรรมโดนอะไรไป
ไซค์กำปลายมีดแน่น รอยยิ้มเย็นยะเยือกและเย้ยหยันเผยออกมาบนใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาสีเขียวมรกตเต็มไปด้วยความดูแคลน เขาเกร็งแขนขวาของตัวเองพร้อมกับใช้แรงของตนดันมีดนั้นให้ขยับไปทางด้านซ้าย เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนเมื่อปากของเจ้าของเสียงนั้นถูกฉีกออก
มีดที่แต่เดิมเคยอยู่ที่แก้มด้านขวาถูกเคลื่อนไปที่แก้มด้านซ้ายตามรอยฉีกของปาก เนื้อของปากด้านล่างถูกฉีกออกมาเผยให้เห็นฟันเหลืองเรียงราย
“นายมันรนหาที่เองแท้ๆ” ไซค์เอ่ยอย่างเย้ยหยัน เขาดึงมีดออก แล้วจึงเดินไปหยิบน้ำกรดที่ผนังด้านข้างหมายจะค่อยๆ กรอกเข้าไปยังปากนั้น
ปี๊ดดด ปี๊ดดด ปี๊ดดด
เสียงโทรศัพท์เครื่องสีดำที่ดังขึ้นทำให้ไซค์ต้องชะงัก ก่อนจะวางมือจากขวดน้ำกรดในมือเพื่อรับสาย ดวงตาสีเขียวปรายตามองแฟนต้าที่หมุนน็อตนั้นลงบนมือของเหยื่อเสร็จเรียบร้อย เขาจึงหยิบมีดสั้นด้านข้างโยนให้เพื่อนตนพร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นดู
ทีม SC
ไซค์ขมวดคิ้ว ก่อนจะส่งสัญญาณให้แฟนต้ากรีดท้องเหยื่อ ดวงตาสีดำเป็นประกายวิบวับราวกับได้รับคำสั่งถูกใจ เขาตัดเชือกบางส่วนที่มัดร่างนั้นไว้ เมื่อเห็นท่าทางจะหลบหนีไซค์จึงเดินไปกระทืบเข้าที่ท้องของเหยื่ออย่างแรง เพื่อให้มันจุกจนขยับตัวไปไหนไม่ได้
“ว่าไง” ไซค์กรอกเสียงห้วนลงไปในโทรศัพท์ ขณะที่แฟนต้าพยายามจะเอาตะปูขนาดยักษ์ตอกลงไปบนมือของเหยื่อหมายจะตรึงมันไว้ แต่เหยื่อกลับขัดขืน พร้อมกับร้องขอความช่วยเหลือและเมตตาจากสายในโทรศัพท์
'เสียงอย่างนั้นแปลว่ายังไม่ได้ฆ่าไอ้หมอนั้นสินะ' เสียงทุ้มปลายสายเอ่ยอย่างเบื่อหน่าย
“แล้วไง” ไซค์ถามกลับไปอย่างไม่ชอบใจนัก เขาเดินไปกระทืบเข้าท้องของเหยื่ออีกครั้ง ก่อนที่มันจะสำลักเลือดออกมาพร้อมกับเริ่มที่จะแน่นิ่ง
“เฮ้ยไซค์! เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวมันก็ตายก่อนหรอก” แฟนต้าเอ็ดใส่เพื่อนตนทันที แต่ไซค์กลับยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“เห็นผู้คุมหน้าโฉดนั้นบอกว่านายอยากได้มดที่ฉันวิจัยอยู่งั้นเหรอ?” ทีมเข้าประเด็น
ตูละเบื่อเสียงสยองขวัญนี่จริงๆ
“ใช่” ไซค์ตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินกลับไปหยิบน้ำกรดของตนขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าแฟนต้าสามารถตรึงร่างนั้นได้แล้ว
“ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน” ทีม หัวหน้าหน่วยวิทยาศาสตร์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ทันที ทำให้ไซค์ต้องนิ่งคิด
“..ว่ามา” เขาตอบกลับขณะเปิดฝาน้ำกรด แต่แล้วก็ต้องชะงักมือทันทีที่ได้ยินคำขอ
“ฉันต้องการแฮกเกอร์ที่นายกำลังเชือดอยู่มาเป็นหนูทดลอง” ทีมเอ่ยอย่างจริงจัง
“นายมีหนูทดลองเยอะแล้วไม่ใช่หรือไง? ” ไซค์ย้อน
“ก็หนูทดลองนั้นมันมีแฮกเกอร์ไหมล่ะ? นายก็รู้ว่าสมองของคนแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน” ทีมตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก ไซค์ต้องถอนหายใจ
“ก็ได้ แต่ฉันฉีกปากมันไปแล้วนะ ส่วนอีกคนคิดว่าน่าจะโดนแฟนต้าทรมานจนเสียสติไปแล้ว” ไซค์ตอบตามตรง ในระหว่างที่แฟนต้ากำลังกรีดท้องเหยื่อรายแรก
“..วิธีใหม่อีกแล้วเหรอ เออ! ช่างเหอะ งั้นเอาคนแรก ข้าขอแค่มันไม่บ้า ไม่ตาย สมองยังอยู่ดีก็พอ” ทีมเอ่ยพร้อมกับตัดสายทันที โดยไม่แม้แต่จะรอให้ไซค์ตอบกลับ
เด็กหนุ่มที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้สังหารเหยื่อที่เป็นแฮกเกอร์ได้แต่มองหน้าจอโทรศัพท์ตนด้วยความหน่ายใจ ก่อนเขาจะหันมาเปิดขวดในมือต่อ
“ถือว่าแกรอดตัวจากฉันไปแล้วกัน” ไซค์เอ่ยออกมาพร้อมกับแสยะยิ้มเหี้ยม ..ไปอยู่กับทีม ชีวิตก็ไม่ต่างจากตอนนี้เท่าไรหรอก.. ไซค์คิด พร้อมกับร่างของเกรย์แฮ็ตที่สลบไป
ไซค์หันไปมองเพื่อนหนุ่มของตนที่เริ่มจะโรคจิตขึ้นเรื่อยๆ อวัยวะสีแดงปนขาวถูกบีบเล่นอยู่ในมือของแฟนต้า ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมส้มเต็มไปด้วยความชอบใจและหลงใหลคลั่งไคล้
เท่าที่ดูเหยื่อนั้นคงใกล้ตายแล้ว..
“เดี๋ยวมันก็ตายก่อนหรอก” ไซค์เอ่ยเตือน แต่หากการกระทำของเขากลับตรงกันข้าม มือที่ถูกสวมไว้ด้วยถุงมือยางของไซค์ล้วงเข้าไปยังท้องของร่างที่ใกล้ช็อกจากการเสียเลือด
เสียงของน้ำและก้อนเนื้อที่เคลื่อนหากัน และความรู้สึกค่อนข้างเหนอะหนะไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองรู้สึกขยะแขยงแม้แต่น้อย
“ไม่ไปจัดการเกรย์แฮ็ตนั่นล่ะ?” แฟนต้าขมวดคิ้ว พร้อมกับมองใบหน้าเรียบเฉยของเพื่อนตน
“ถ้าทำมากไปเดี๋ยวจะไม่ทนไม้ทนมือไอ้ทีม” เขาตอบตามตรง
“อ่า..ครั้งนี้มันจะทำอะไรล่ะ? ใช้ไฟจี้สมองทีละจุดเพื่อทดสอบการเคลื่อนไหวงั้นเหรอ?” แฟนต้าเอ่ยถามแต่ไซค์กลับยักไหล่เชิงบอกว่าเขาเองก็ไม่ทราบ
อ๊อดดด อ๊อดดด อ๊อดดด
เสียงโทรศัพท์เครื่องสีขาวที่ดังขึ้นทำเอาสองเด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือก ไซค์ที่เห็นดังนั้นจึงรีบถอดถุงมือตนทันทีพร้อมกับวิ่งออกไปจากห้อง ดวงตาสีเขียวมองชื่อบนโทรศัพท์ด้วยความร้อนรน
มันโทรมาทำบ้าอะไรตอนกลางคืน!
ไซค์โวยวายลั่นในใจรีบเดินออกจากห้องให้ไกลพอจะไม่ได้ยินเสียงร้องแล้วจึงกดรับสายนั้น
“ครับคุณเลอัส” ไซค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ แต่ใบหน้าของเขากลับแสดงถึงความเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด
'ไซค์ช่วยเฮียด้วย' เสียงทุ้มที่ฟังดูโหยหวน ทำให้ไซค์ถึงกับต้องขมวดคิ้วสงสัย

____________________________
สั่งซื้อรูปเล่มได้ที่เพจ พิราบนักฝัน เพนกวินนักฝัน





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1461 belly_abc (@belly_abc) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 07:05
    มีเนื้อหาซ้ำกันอยู่นะคะตอนนี้ ตอนที่ดันมือแล้วเข็มเจาะจนกระดูกโผล่อ่าค่ะ มันซ้ำทั้งประโยคเลย
    #1461
    0
  2. #66 gokutara (@pigpig808) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 / 17:17
    โอ๊ย อย่าบอกนะว่าแท้จริงแล้วไซค์กับบอสอาจจะเป็นพ่อลูกกันจริงๆ
    ไม่ก็มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดน่ะ อยากดรู้ความจริงแล้วสิ
    อ๊ายยยย มาอัพไวๆนะคะ
    #66
    0