CODENAME: ZIKE เจาะรหัสดับแค้น [ E N D ]

  • 100% Rating

  • 5 Vote(s)

  • 78,398 Views

  • 1,483 Comments

  • 1,777 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24

    Overall
    78,398

ตอนที่ 9 : แค้นที่8: บทเพลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60

แค้นที่8: บทเพลง

ผ่านไปสักพักหลังถึงจุดหมาย พวกเขาจึงเริ่มเดินเล่นภายในห้าง รูปลักษณ์ของพวกเขา โดยเฉพาะไซค์และน้ำฟ้าดูจะเป็นจุดสนใจของผู้คนนัก ยิ่งเมื่อทั้งคู่ยืนข้างกันก็ยิ่งดูโดดเด่น เมื่อเดินมาได้เกือบชั่วโมงพวกเขาจึงนั่งพักบริเวณจุดพักผ่อนด้วยความเมื่อยล้า
“ฟ้าไม่อยากซื้ออะไรบ้างเหรอ?” ไซค์ถามด้วยความไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่เพื่อนของเธอวิ่งเข้าวิ่งออกแทบทุกร้าน ซื้อนู่นซื้อนี่ไปทั่ว เมื่อน้ำฟ้าได้ยินดังนั้นเธอจึงส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่ล่ะ ฟ้ายังไม่เจอชุดหรือของที่ถูกใจเลย” เธอเอ่ยตอบตามตรง ก่อนที่ยูเนะจะแทรกขึ้น
“ฟ้าไปคาราโอเกะกันเถอะ!” ยูเนะชวนด้วยท่าทางระริกระรี้ แต่คำชวนของเธอทำเอาไซค์ผงะอย่างเห็นได้ชัด
“อือ!” เธอตอบรับด้วยแววตาเป็นประกาย ไม่ต่างจากริซซ่าที่พยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นพี่ขอไปเดินเล่นรอนะ” ไซค์พยายามปลีกตัว โดยไม่รอให้ใครถาม แต่น้ำฟ้ากลับหันขวับมาทางเขาทันที
“ไม่ได้นะพี่ไซค์! ไปด้วยกันเลย” เธอจับข้อมือคนรักแน่นด้วยใบหน้าจริงจัง
นี่มันเป็นโอกาสที่เธอจะได้ฟังพี่ไซค์ร้องเพลงเลยนะ! จะให้พลาดได้ยังไงกัน?!
“งั้น.. พี่ไม่ร้องนะ” ไซค์ถอนหายใจ ฟ้าจึงแสร้างพยักหน้า
เข้าไปก่อนแล้วค่อยบังคับที่ทีหลังก็ได้ คิกๆ
เธอหลุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำให้ไซค์รู้ทันทีว่าคนตรงหน้าจะทำอะไร
“งั้นฉันกับยูเนะไปจองห้องให้นะ” ริซซ่าอาสา แต่ไซค์กลับยกมือห้าม
“เดี๋ยวพี่ไปเอง เอาร้านไหนล่ะ?” ไซค์ถาม
“The Day ค่ะพี่!” เมื่อได้ยินคำตอบไซค์จึงเดินนำทันที โดยไม่ได้ยินประโยคที่เด็กสาวคุยกันหลังจากนั้น
“ทำไมต้องร้านThe Dayล่ะ?” น้ำฟ้าถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ก็ร้านนี้น่ะ มีธรรมเนียมว่าถ้าเจอห้องไหนร้องเพราะๆ แล้วจะชอบเปิดเพลงห้องนั้นให้ฟัง พวกนักร้องหลายๆ คนที่ดังได้ก็เพราะร้านนี้ เพื่อเสียงฉันจะดังเปรี้ยงปร้างบ้างไงยะ ฮิๆๆ” ริซซ่าตอบ พร้อมกับเดินเข้าไปยังร้านที่เธอหมายตา
ไซค์สั่งพนักงานให้จัดเตรียมห้องVIP ที่ไม่มีคนพลุกพล่านให้พวกเขาเพื่อความเป็นส่วนตัว ในระหว่างที่พนักงานกำลังปรับแต่งเครื่องเสียง เด็กหนุ่มจึงทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ปรายตามองเด็กสาวที่กรี๊ดกร๊าดเลือกเพลง
เมื่อพนักงานเดินออกไป ริซซ่ากับยูเนะจึงรีบจับไมค์คู่กันทันที เสียงตะโกนแหกปากร้องของพวกเธอทำให้ไซค์เริ่มปวดแก้วหู ผ่านไปสักพักอาหารที่สั่งมาทานเล่นจึงค่อยๆ ถูกเสริฟ.. และแน่นอนว่าคนจ่ายย่อมเป็นเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวในกลุ่ม ไซค์ไม่สนใจเงินที่สูญไปกับเรื่องไร้สาระแบบนี้นัก
หากมันแลกกับความเชื่อใจและความรักจากฟ้าได้
“พี่ไซค์ไม่ร้องบ้างเหรอ?” ฟ้าถามออกมาด้วยตาเป็นประกาย พร้อมกับยื่นไมค์ให้แฟนหนุ่มที่เอาแต่นั่งนิ่ง ไซค์ที่เห็นดังนั้นจึงต้องส่ายหน้า
“ไม่ล่ะครับ พี่ไม่อยากร้อง” เขาตอบตามตรง ก่อนจะก้มหน้าลง เพื่อไม่ให้คนตรงหน้าต้องเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรวดร้าวของเขา
“โหยพี่ชาย! มาถึงนี่แล้ว ร้องๆ ไปสักเพลงเถอะ!” ริซซ่าชวน ทำให้แรงกดดันเริ่มถาโถมใส่เขา
กับอีแค่ร้องเพลงจะอะไรนักหนา!
ไซค์คำรามลั่นในใจด้วยความโทาะ แต่เขากลับต้องเอ่ยอีกอย่างออกไปแทน
“พี่ไม่ได้ร้องเพลงมานานมากแล้วน่ะ” ครั้งนี้ไซค์ตอบตามจริง
ใช่ เขาไม่ได้ร้องเพลงมานานมากแล้ว.. นานมากแล้วจริงๆ
“ไม่เห็นเป็นอะไรเลยพี่! พวกหนูก็ตะโกนร้องหลงคีย์กันมาตั้งเยอะ” ยูเนะปลอบ จนไซค์ต้องถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ
“เพลงเดียวเท่านั้นนะครับ” เขารับไมค์มาจากมือแฟนสาว พร้อมกับเปิดหนังสือลิสต์เพลงในมือ โดยไม่ได้รู้ถึงธรรมเนียมร้านแม้แต่น้อย สามสาวจึงพากันมามุงดูว่าอีกฝ่ายจะเลือกเพลงอะไร เมื่อเห็นว่าไซค์เอาแต่ดูเพลงภาษาอังกฤษ ริซซ่าจึงต้องถามทันที
“พี่ไซค์ไม่ร้องเพลงรัลเทลเหรอคะ?” เมื่อได้ยินคำถามนั้น มือที่กำลังจะพลิกหน้ากระดาษจึงชะงัก ไซค์เงยหน้าขึ้นมา พร้อมรอยยิ้มจางๆ
“พ่อพี่เป็นลูกครึ่งไทยเยอรมันครับ ส่วนแม่ก็เป็นลูกครึ่งจีนอังกฤษ ที่บ้านก็เลยไม่ได้ฟังเพลงรัลเทลนัก” เขาตอบ มือข้างซ้ายที่จับปกหนังสือ เริ่มกำแน่นด้วยความรู้สึกโกรธแค้นและชิงชังที่แล่นเข้ามาในใจ
“มิน่าพี่ไซค์ถึงได้หน้าตาดีขนาดนี้! ที่แท้ก็ลูกครึ่งเยอรมันกับอังกฤษนี่เอง” ยูเนะอุทานลั่น ทำให้ไซค์ยิ้มแหยๆ
“ลืมไทยกับจีนด้วยหรือเปล่าครับ..” ไซค์ท้วงเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพิจารณารายการเพลงในมือ พลันสายตาของเขาจึงไปสะดุดเข้ากับเพลงๆ หนึ่ง ..เพลงที่เขาคุ้นเคยมาตลอดในช่วงวัยเด็ก
..My Light..
ไซค์นิ่งคิดไปพักหนึ่ง เขาหลับตาลง พร้อมกับภาพในอดีตที่แล่นเข้ามาในหัว ภาพของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มและนัยน์ตาสีเขียวที่กำลังร้องเพลงและดีดกีต้าร์โปร่งในมืออย่างอารมณ์ดีให้หญิงสาวข้างกายฟัง ศีรษะทั้งและดีดกีต้าร์โปร่งในมืออย่างอารมณ์ดีให้หญิงสาวข้างกายฟัง ศีรษะทั้งสองพิงเข้าหากันด้วยความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยน ร่างบางเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนดวงตาสีฟ้าเป็นประกาย เผยรอยยิ้มสดใสที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ทว่าภาพในอดีตที่เคยเป็นภาพแห่งความสุขที่ไม่รู้ลืม
..กลับกลายเป็นความทรงจำอันแสนปวดร้าวในปัจจุบัน..
น้ำอุ่นใสเริ่มคลอขึ้นในดวงตาสีฟ้าของเด็กหนุ่ม เขายกมือหนาทั้งสองข้างมาลูบหน้า เพื่อระงับความรู้สึกไว้ แล้วจึงรีบเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม และพลิกกระดาษเพื่อเปลี่ยนหน้า หากไม่ติดว่ามือของน้ำฟ้าจับหน้ากระดาษหน้านั้นไว้ ไซค์ชะงักเล็ก ก่อนจะมองแฟนสาวด้วยความไม่เข้าใจ
“พี่ไซค์ร้องเพลงนี้สิ” ฟ้าด้วยดวงตาเป็นประกาย พร้อมกับจ้องมองใบหน้าแฟนหนุ่มด้วยความคาดหวัง เมื่อไซค์ก้มลงมองว่าเป็นเพลงอะไร ใบหน้าของเริ่มซีดขาวลงทันที ลำคอเริ่มแหกผากจนรู้สึกได้
“..พี่..พี่ร้องไม่เป็นหรอกครับ” ไซค์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
“ฟ้ารู้นะว่าพี่ร้องเป็น” เด็กสาวเอ่ยเสียงเขียว พร้อมๆ กับที่เพื่อนๆ ที่พยักหน้าเห็นด้วย
ขอแค่เพลงนี้ไม่ได้หรือไง!!
“ใช่ๆ เพลงนี้ออกจะดังนะพี่! ถ้าบ้านพี่ฟังแต่เพลงสากลจริงๆ ก็ไม่มีทางที่จะพลาดเพลงของซาลหรอก” ริซซ่าท้วง ทำให้ไซค์ต้องถอนหายใจอย่างจนใจ เขาเดินก้าวออกไปด้านหน้าทีวีจอแบนขนาดใหญ่บนกำแพง แสงไฟเริ่มมืดลง พร้อมกับแสงสีฟ้าที่สว่างออกมาช้าๆ ตามจังหวะเพลง เพื่อปรับบรรยากาศภายในห้อง
The day I met you
(วันที่ผมได้พบกับคุณ)
A meaningless life of mine tasted a glimpse of hope
(ชีวิตอันไร้ซึ่งความหมายได้ลิ้มรสของความหวัง)
You’re a beautiful angle
(คุณเป็นเหมือนนางฟ้าที่แสนสวยงาม)
Who I couldn't reach
(นางฟ้าที่ผมไม่มีวันเอื้อมถึง)
เสียงเพลงที่ยิ่งกว่าต้นฉบับถูกขับขานออกมาจากปากของเด็กหนุ่มที่อ้างว่าตนไม่ได้ร้องเพลงมานาน ทำให้เด็กสาวทั้งสามพากันตื่นตะลึง ไม่เว้นแม้แต่พนักงานที่เดินไปมาเพื่อตรวจเช็ก ก่อนพวกเขาจะรีบวิ่งไปบอกให้เคาท์เตอร์กดเปิดเสียงภายในห้องนั้นให้ออกมา
But you raised me up to light
(แต่คุณกลับดึงผมมายังแสงสว่าง)
The light I’ve been longing for
(แสงสว่างที่ผมโหยหามาแสนนาน)
Your smile change my life
(รอยยิ้มของคุณเปลี่ยนชีวิตของผม)
Your sight bring me my life
(สายตาของคุณเรียกให้ผมกลับมามีชีวิต)
Your touch drown me to dream
(สัมผัสของคุณราวกับทำให้ผมจมดิ่งในโลกแห่งความฝัน)
เสียงที่ออกมาตามสาย ทำให้ทั้งร้านเงี่ยหูฟัง บางห้องถึงกับรีบปิดเพลงของตน เพื่อฟังเสียงเพลงที่ถูกขับขานไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความสุข ความเศร้า ความเจ็บปวดที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างกลมกลืน ประสานกับสำเนียงภาษาอังกฤษที่ไม่ผิดเพี้ยนฟังรื่นหู แม้เสียงของเด็กหนุ่มจะค่อนข้างสูงกว่าต้นฉบับเล็กน้อย
Never have you cared for my past
(คุณไม่เคยสนใจว่าอดีตของผมเป็นอย่างไร)
You only see me for who I really am
(หากแต่มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของผมเท่านั้น)
As if my wounded spirit was healed
(ราวกับดวงวิญญาณที่บาดเจ็บของผมได้รับการเยียวยา)
You're the light in the darkest ocean
(คุณเป็นเหมือนแสงสว่างในมหาสมุทรอันมืดมิด)
Pull me up from drowning
(ที่ดึงผมขึ้นจากการจม)
เคาน์เตอร์หน้าร้านเริ่มแออัดไปด้วยผู้คนที่พากันถามหาเจ้าของเสียงอย่างร้อนรน พวกเขาเพียงคิดว่าผู้ร้องอาจจะเป็นนักร้องคนใดคนหนึ่งที่แวะเวียนมายังห้างสรรพสินค้า เหล่าพนักงานที่รู้ว่าหากพวกเขาไม่ยอมบอก เหล่าลูกค้าทั้งหมดคงไล่หาทีละห้องแน่ๆ พวกเขาจึงตัดสินใจเปิดกล้องวงจรปิดภายในห้องขึ้นจอแทน เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเด็กหนุ่มและเด็กสาวภายในห้อง
And brush all my hurtful past away
(ปัดเป่าอดีตอันแสนปวดร้าวไปหมดสิ้น)
With our two little angles
(กับเทวดาองค์น้อยๆ ทั้งสองของเรา)
I will love you forever
(ผมจะรักคุณไปชั่วนิรันดร์)
With all my life
(ชั่วชีวิตของผม)
ท่วงท่าในการขับร้องที่ดูราวกับเคยชินและผ่านการฝึกฝนถูกเผยออกมาบนหน้าจอภายในร้าน มือหนาที่กุมบริเวณท้อง เสียงทุ้มที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาตามท่วงทำนอง ใบหน้าหล่อเหลาได้รูปที่คุ้นเคยภายในจอ ทำเอาทุกคนตื่นตะลึง
You are the one and only angle
(คุณเป็นเพียงนางฟ้าองค์เดียว)
Who could guide me, Satan,
(ที่สามารถนำซาตานอย่างผมขึ้นมา)
To the heaven of yours
(อยู่บนสรวงสวรรค์ข้างกายคุณ)
เมื่อเพลงจบทั้งภายนอกและภายในห้องต่างถูกความเงียบเข้าครอบงำ ไซค์วางไมค์ลง พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อย
เสียงจากฝูงชนด้านนอกเริ่มแตกฮือ พร้อมกับขอเหล่าพนักงานเพื่อเข้าไปหาเด็กด้านใน ทว่ากลับถูกพนักงานรั้งไว้ เนื่องจากห้องที่เด็กหนุ่มจองไว้เป็นถึงห้องVIP หากพวกเขาถูกรบกวนล่ะก็ มีหวังพนักงานทั้งร้านหัวขาดแน่ แค่เปิดกล้องนั้นก็นับว่าเสี่ยงตายพอแล้ว!
ท่ามกลางความวุ่นวาย พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่ามีเพียงชายหญิงวัยกลางคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงตื่นตะลึงกับภาพใบหน้าของเด็กหนุ่ม ก่อนที่จอจะดับไป น้ำตาของพวกเขาเริ่มไหลรินลงมาด้วยความเศร้าสร้อย ห่วงหาและคิดถึง
ไม่นึกเลย ไม่นึกเลยว่าตนจะได้เห็นใบหน้าและน้ำเสียงนี้อีก ถึงแม้จะแค่คล้าย แต่มันก็ทำให้นึกถึงเขาคนนั้น
“ซาล..ซาล.. ซาลชัดๆ เลย” พวกเขาเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาพนักงาน เพื่อขอให้ไปพบกับเด็กหนุ่มคนนั้น!


___________________________________________________________________

สั่งซื้อรูปเล่มได้ที่เพจ พิราบนักฝัน เพนกวินนักฝัน





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1482 Nhangkai-sama (@Nhangkai-sama) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 23:58
    สนุกกกกกกกกกกกกก!!!
    #1482
    0
  2. #1272 noo_parekapoom (@noo-pare) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 21:06
    ใครเป็นสายหนออ
    #1272
    0
  3. #59 cystalsky (@mueanfan_sapapak) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 21:02
    ว้ายๆ หลอกเด็กเหรอไซค์
    #59
    0