The plan love รักหลงเดือนหัวใจหลงเธอ

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 7 คนมันคิดไม่ซื่อ 75 เปอร์เซ็นต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    9 ส.ค. 62

“อะไรว่ะพี่”

“แล้วอะไรของมึงล่ะ จ้องกูอยู่ได้ จะหาว่ากูเจ็บไม่จริงหรอ” เชี้_ย ยังกับไปขุดคุ้ยอยู่ในความคิดของผมยังไงยังงั้น

“ก็มันน่าสงสัย เห็นอยู่เนี้ยว่ายืนได้”

“นี่มึงโง่หรือแกล้งโง่ไม่เห็นหรอว่ากูยืนขาเดียวเนี้ย” ผมก้มลงไปมอง เออวะ ไอ้พี่ดิวมันยืนขาเดียวจริงๆ ส่วนอีกข้างพี่มันไม่ยอมแตะพื้นเลย พูดไปก็อยากจะแกล้งให้พี่มันล้มอีกรอบจะได้ไม่ว่างมารับน้องอีกแต่แค่คิดครับเพราะผมเป็นคนดีเกินกว่าจะคิดทำร้ายใครแบบนั้น

“แล้วจะเอาไงกับชีทพวกนี้ดีล่ะ” เรียกว่ามันตกกระจายอยู่เต็มพื้นห้องเลยก็ว่าได้ ไม่อยากจะคิดต่อว่าอนาคตชีทพวกนี้จะตกทอดมาเป็นของผม ถึงตอนนั้นผมอาจจะไม่มีชีวิตรอดเพราะอาจจะตายห่าหลังถูกไอ้กองชีทนี่ทับใส่ตัว

“ก่อนที่มึงจะห่วงชีท มาห่วงตีนกูก่อนดีมั้ย เจ็บจะตายห่าอยู่แล้วเนี้ย” ไอ้พี่ดิวมันเล่นโวยวายใหญ่ แถมยังมาเร่งให้ผมรีบพาออกไปข้างนอกแต่แม่_งก็แค่เจ็บตีนป่ะว่ะทำไมมือไม้พี่มันถึงอ่อนแรงไปด้วย เล่นเอาผมเหงื่อแตกเพราะไอ้พี่ดิวมันทิ้งน้ำหนักลงมาที่ตัวผมคนเดียวเลย นี่ถ้าไม่คิดว่าพี่แกจะเจ็บจริงๆ ผมจะแกล้งทำเป็นล้มทับใส่อีกรอบ เอาให้ร้องหาความหล่อไม่เจอเลย

ที่ห้องโถง มีไอ้พี่ดิวนั่งหน้าหงิกหน้างอเพราะอาการปวดมันเริ่มกำเริบอีกแล้ว ผมเองก็ไม่รู้จะต้องทำยังไง แนะให้พี่แกไปโรงพยาบาลก็ดันเป็นโรคกลัวโรงพยาบาลซะงั้น เดือดร้อนผมอีกที่ต้องเซิร์ดหาวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นในอากูว์เอา

“จริงสิ ที่คอนโดพี่มียาแก้ปวดอยู่ป่าว” ผมละสายตาจากจอมือถือแล้วมองหน้าคนเจ็บที่ตอนนี้กำลังนั่งเอาน้ำแข็งประคบเท้าอยู่

“ไม่น่าจะมี แต่ถ้าเป็นพวกเควายเจลลี่ไม่แน่”

“อะไรคือเควายเจลลี่ ยานวดหรอ”

“อืม...ยานวดแต่เป็นแบบหล่อลื่นที่เอาไว้ใช้ทาเฉพาะที่นะ ไม่เหมาะจะเอามานวดเท้ากูหรอก” สีหน้าของไอ้พี่ดิวดูนิ่งมากจนผมไม่คิดว่าพี่มันจะแกล้งอะไรผมอีกแต่ก็เริ่มตงิดๆ กับคำพูดของพี่มันแหละ ‘อะไรคือไว้ใช้ทาเฉพาะที่ว่ะ’

“สนใจหรอแต่อย่างมึงคงไม่ต้องใช้หรอกมั้ง เล็กขนาดนั้น”

“เดี๋ยว หมายความว่าไงว่ะพี่ อะไรเล็ก”

“อ๋อเปล่า ช่างมันเถอะ ตอนนี้มาช่วยดูเท้ากูก่อน มันเริ่มบวมขึ้นแล้วเนี้ย จะหักไหมก็ไม่รู้” เห็นอยู่ว่าไอ้พี่ดิวมันกำลังเปลี่ยนประเด็น ผมเลยเลิกสนใจเรื่องเควายเจลลี่นั้นเสีย ท่าทางไอ้พี่ดิวมันก็น่าจะเจ็บอยู่หรอกเท้าบวมซะขนาดนั้นใจหนึ่งก็สงสารแต่ไม่รู้ทำไมอีกใจหนึ่งกลับรู้สึกสมน้ำหน้าเฉยเลย

“แล้วจะให้ผมทำยังไง ไปหาหมอก็ไม่เอา ยาแก้ปวดก็ไม่มี นี่ถ้าให้หมอฉีดยาแก้ปวดสักเข็มก็จะได้ไม่ต้องทนปวดอยู่แบบนี้หรือว่าจะโทรให้หมอมาฉีดยาที่นี่ดี” ผมเสนอเพราะมันคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับคนที่ไม่ชอบไปโรงพยาบาลแต่เสียงที่ตอบกลับมาเล่นเอาผมอ้าปากค้าง

“ไม่ กูยอมเจ็บตายคาคอนโดดีกว่าจะต้องโดนจับฉีดยา” ช๊อตนี้ไอ้พี่ดิวมันเสียงแข็งมาก จากที่ผมอ้าปากค้างด้วยความอึ้งจู่ๆ ก็หลุดขำออกมาดื้อๆ ก็แบบไม่คิดว่าไอ้พี่ดิวมันจะมีโมเม้นต์แบบนี้

“อูว์...ที่แท้ไม่ได้กลัวโรงพยาบาลแต่กลัวเข็มฉีดยานี่เอง” ผมแซวออกไปขณะที่ไอ้พี่ดิวมันก็หน้าหวอทันที

สุดท้าย....

เราก็ไม่ได้ไปโรงพยาบาลและที่แย่ไปกว่านั้นคือไอ้พี่ดิวมันยอมทนเจ็บ แม้ผมจะเสนอตัวว่าจะออกไปซื้อยาแก้ปวดมาให้แต่ไอ้พี่ดิวมันก็ว่าจะไม่ยอมกินยาอีก ผมไม่รู้ว่าพี่มันโตมาถึงทุกวันนี้ได้ยังไง ยังคิดอยู่เลยว่าตอนเจ็บป่วยคนรอบตัวคงต้องวุ่นวายแน่

“คิดอะไรของมึงอยู่วะแล้วนี่ยังไง ใจคอนี่ไม่คิดจะอาบน้ำอาบท่าบ้างเลยหรอ ทนเหม็นอยู่ได้เนาะ” เป็นเสียงบ่นจากปากคนเจ็บ แหม...เปลี่ยนเรื่องเร็วฉิบหาย อยากบอกเหลือเกินว่าผมไม่ได้อยากเหม็นแต่เป็นเพราะพี่นั่นแหละที่ทำเอาผมไม่ได้อาบซะที

“ทำไม ที่ถามเพราะกลิ่นตัวมึงแรงมากเลยตอนนี้” ก็เออดิ ก็มันกลิ่นอ้วกกูนี่นา

“เพราะพี่นั่นแหละ”

“เอ้าสรุป...กูผิดว่างั้น ผิดที่กูตั้งใจจะหาชุดมาให้มึงเปลี่ยนแล้วกูก็ผิดที่มัวแต่หาชีทให้มึงจนเจ็บตัวแบบนี้ สรุปที่ทำไปทั้งหมดกูผิดอยู่คนเดียว” ฟังดูเหมือนผมเป็นคนชั่วช้ายังไงยังงั้นเลย จริงๆ ก็ไม่ได้ขอร้องให้ทำอะไรแบบนั้นนะ ไอ้พี่ดิวมันก็ทำของมันเอง แต่ถ้าผมพูดออกไปเกรงว่าระเบิดจะลงมากลางกบาลของผมแน่ นี่ถ้ารู้ว่าจะวุ่นวายอะไรแบบนี้ผมชิ่งกลับตั้งแต่ลงจากเตียงแล้วหากไม่ติดว่าผมอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

“ไหนล่ะชุด”

สุดท้ายก็เป็นผมเองที่ไม่อยากต่อปากต่อคำเพราะอย่างที่บอกว่าอยากอาบน้ำเต็มทนแล้ว ส่วนไอ้พี่ดิว ด้วยความเจ็บเลยขี้เกียจต่อปากต่อคำกับผมเช่นกัน

“ไปหยิบดิ วางอยู่บนโต๊ะในห้องแต่งตัวนะส่วนผ้าขนหนูก็วางอยู่ใกล้ๆ นั่นแหละแต่ถ้าไม่อยากใช้ของใหม่อยากใช้ต่อจากกูก็ไม่ว่านะ จะได้ไม่เปลือง”

“อี๋” ผมเผลอทำท่าขยะแขยง ไอ้พี่ดิวมันก็หัวเราะหึหึ แต่ไม่พูดอะไรอีกได้แต่นวดเท้าตัวเองวนไปมาอยู่อย่างนั้น ส่วนผมก็ขอเวลาจัดการกับตัวเองอยู่สักพัก ตอนแรกก็ลังเลอยู่ว่าจะอาบดีมั้ยแต่สุดท้ายก็ทนกับความสกปรกของตัวเองไม่ไหวจริงๆ และเพื่อไม่ให้เสียโอกาสที่นานๆ จะมีมาที ผมก็ขอใช้โอกาสนี้สำรวจแม่_งเสียเลย

แกร็ก...

เรียกว่าห้องน้ำไอ้พี่ดิวดูดีเลยทีเดียวแต่แม่_งเปิดมาปุบก็ได้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกระจายมาเต็มปอดกูเลย สงสัยไอ้พี่ดิวมันจะใช้น้ำหอมอาบน้ำชัว ผมไล่สายตามองไปทีละส่วนตั้งแต่เพดาน ผนังข้างยันลงพื้น ผมบอกไปหรือยังว่าห้องน้ำไอ้พี่ดิวเป็นโทนสีทึบๆ ประตูห้องเป็นกระจบทึบเช่นกัน บนโต๊ะยังเห็นขวดน้ำหอมวางเรียงกันอยู่หลายขวด บางทีไอ้พี่ดิวมันก็ใช้น้ำหอมเปลืองไป



   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

65 ความคิดเห็น