ตอนที่ 17 : บทที่ 17: สู่ดากาทา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    2 มี.ค. 61

บทที่ 17: สู่ดากาทา

            หมู ไก่ กระรอก...เด็กสามคน...กับการบ้านพิเศษหนึ่งชิ้น

            “นี่มันไม่ดีเลยนะหมูน้อยว่าขึ้นหวาดๆ คอเป็นชั้นหดสั้น ใบหน้าอวบอ้วนอุดมสมบูรณ์ซีดเซียวหันซ้ายหันขวา เมื่อไก่และกระรอกปาเศษหินใส่กระจกหน้าต่างห้องนางกลางดึกเพื่อเรียกให้ปีนออกมาย่องเงียบในโรงเรียนที่แทบร้าง จนมาหยุดอยู่หน้าทางลงคุกใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นแต่ไม่ได้ใช้งานและปิดตายเอาไว้มาเป็นร้อยๆปี

            “ชู่...เงียบน่า ถ้าปอดนักก็กลับไปนอนแล้วเตรียมหลุดทุนเทอมหน้าได้เลยกระรอกดันแว่นหนาพูดใจร้ายใส่ นั่นเลยทำให้หมูน้อยหน้าง้ำตัวสั่น เกาะเสื้อไก่อย่างขอความช่วยเหลือ

            ตลอดการปิดภาคเรียน พวกเขาไม่จำเป็นต้องเหนื่อยวิ่งให้วุ่น เมื่อแค่ใช้เงินจ้างพวกภารโรงกับแม่บ้านในดากาทา...ที่อยู่ของประติมากรรมรูปสัตว์ก็ถูกบันทึกละเอียดยิบจนแทบไม่ได้กระดิกกระเดี้ย ต่างก็กินๆนอนๆใช้เงินจัดการทุกอย่างอย่างนิ่งนอนใจ จนกระทั่งปัญหาได้เกิด...เมื่อมีเพียงภาพเดียวเท่านั้นที่แม่บ้านกับภารโรงไม่ยอมไปดูให้

            ...ดอกกุหลาบดอกหนึ่ง...

            “มันจะมาอยู่ในนี้ได้ยังไง...แล้วทำไมพวกภารโรงไม่ลงไปดูให้เราหมูน้อยถามตะกุกตะกัก มองกระรอกกำลังไล่หากุญแจจากพวงกุญแจใหญ่ที่ใช้เงินหยิบยืมมาชั่วคราวสำหรับไขเปิด โดยที่ไก่ยกตะเกียงส่องแม่กุญแจและหันซ้ายหันขวาอย่างกังวลใครผ่านมา แม้แถบนี้จะเป็นเขตหวงห้ามจนไม่มีใครเหยียบมานมนานกาเลแล้วก็ตาม

            “จิ๊!”กระรอกอารมณ์เสีย เมื่อเปลี่ยนกุญแจดอกแล้วดอกเล่าแต่ก็หาที่ตรงกับแม่กุญแจไม่เจอเสียที แถมยัยหมูยังปอดแหกพล่ามน่ารำคาญ... “...พวกนั้นเชื่อเป็นตุเป็นตะเรื่องผีสางน่ะสิ บอกผีจะลักพาทุกคนที่ลงไปในนั้นจนกลับออกมาไม่ได้ ตาแก่ขัดส้วมที่ชื่อชัคกี้...คนที่ไม่ค่อยเต็มน่ะ เจ้านั่นเคยลงไปแล้วรอดกลับออกมา แต่ดันกลายเป็นคนพูดไม่รู้เรื่อง มันพูดว่าเคยเห็นดอกกุหลาบที่ข้างล่างนั่น... ไม่รู้จะเชื่อได้รึเปล่า

            “หา?...แล้ว...แล้วเราจะเป็นอะไรไหม...เราจะเจอผีไหมผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มถามเดือดร้อนปากสั่น จนได้ยินเสียง ‘อี๊ดๆเล็ดรอดออกมาจากลำคอ

            “เจอแล้ว!”กระรอกเผลออุทาน เมื่อกุญแจขึ้นสนิมในห่วงขนาดคล้องคอคนและหนักอย่างที่สามารถถ่วงเด็กคนใดคนหนึ่งจมน้ำตายได้เสียบปลดล็อคแม่กุญแจเก่าคร่ำคร่าได้อย่างพอดิบพอดี

            หนุ่มน้อยพยายามปลดโซ่หนักอึ้งอย่างยากลำบากคนเดียว ก่อนจะตวัดตาเขียวปั้ดสั่งให้อีกสองคนที่ยืนเฉยมาช่วยกัน

            “เคร้ง!”เสียงเหล็กหนักอึ้งสนิมกรังร่วงลงพื้นอย่างไม่ตั้งใจ สามหน่อต่างสายพันธุ์สะดุ้งชะงักหยุดหันมองไปรอบๆกลัวใครได้ยิน จนเมื่อแน่ใจแล้วนั่นเองไก่ก็เปิดปากเป็นครั้งแรก

            “ข้าเคยได้ยินว่าดากาทาก่อนจะมาเป็นโรงเรียน มันเคยเป็นคุกกลางของโนโลนามาก่อน...

            “เรื่องนี้ใครๆก็รู้ จะพูดให้ได้อะไรขึ้นมา อีกอย่าง พวกบ้าที่กลับออกมาไม่ได้นั่นคงเป็นพวกนักเรียนงี่เง่าอุตริลองดี... แต่เรามีแผนที่ มีกุญแจ แล้วก็มีคนรู้ว่าเราเข้าไป เกิดอะไรขึ้นก็ต้องมีคนมาช่วยอยู่แล้วกระรอกขี้โมโหหันไปปรามและให้เหตุผล

            แต่ไก่เพียงยักไหล่ไม่สนใจกระรอกหลักการแยะ หันไปเล่าเรื่องให้เด็กผู้หญิงฟัง... “...ว่ากันว่าสมุนของฟิลิป ฟรานเชียส ถูกจับมาจองจำอยู่ข้างล่างนั่นหลังยุคมืดสิ้นสุด แต่พอเกิดไฟไหม้ ผู้คุมวิ่งหนีขึ้นมาหมด ปล่อยนักโทษถูกเผาทั้งเป็นคาคุก...ซากไหม้เกรียมของพวกมันอยู่ในสภาพเกาะลูกกรงกระเสือกกระสนอย่างทุกข์ทรมาน และจนถึงเดี๋ยวนี้เมื่อค่ำคืนสงัดเงียบพอ...ใครที่เดินผ่านทางมาจะได้ยินเสียง...กรีด...ร้อง...

            “อี้....เสียงลมหายใจของหมูน้อยฟังคล้ายจะเป็นลมสลบตรงนั้น กระรอกแทบอยากกระโดดถีบขาคู่ใส่ไอ้ไก่ปัญญาอ่อนที่กำลังจะก่อการ ‘หามหมูกลับเตียงเอาซะตั้งแต่งานยังไม่เริ่ม

            “เลิกไร้สาระแล้วหุบปากซะ มาช่วยดันประตูหน่อย...คนชอบออกคำสั่งต่อว่า พยายามที่จะดันประตูหนาหนักเต็มไปด้วยสนิมจนเหงื่อตก

            เมื่อต่างก็ถอยหลังกลับไม่ได้ เพราะอีกไม่กี่วันโรงเรียนก็จะเปิดเทอมอยู่แล้ว แต่การบ้านชิ้นสำคัญของพวกเขายังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ดังนั้นสามหน่อหัวกะทิที่เกรดเฉลี่ยสำคัญยิ่งชีพจึงก้าวเข้าสู่ห้องลับแลที่ขนาดคนเก่าคนแก่บางคนยังไม่คิดที่จะเหยียบย่างเข้าไป

            กลิ่นเหม็นไหม้ลอยมาพร้อมความอับชื้นและกลิ่นเหล็กสนิมเต็มหกรูจมูกที่เดินกันแบบกล้าๆกลัวๆ หันโบกตะเกียงของแต่ละคนชูหาดอกกุหลาบบนผนังและเพดานอย่างระมัดระวังขณะก้าวลงบันไดหินซึ่งไม่รู้ว่าไปสิ้นสุดที่ตรงไหน

            “ความจริง ถ้ามันอยู่ในเขตหวงห้าม เราก็น่าจะขอหยวนกับศาสตราจารย์ได้ เพราะโรงเรียนไม่อนุญาตให้นักเรียนเข้ามาในนี้อยู่แล้วไก่เสนอ เมื่อยิ่งเดินกลิ่นไหม้เก่าแก่ที่ยังไม่ลบเลือนไปตามกาลเวลาก็ทำให้ชักปอดตามหมูด้านหลังที่แทบจะขยำถลกเสื้อคนอื่นไปห่ม จนหากมุดเข้ามาซ่อนได้นางคงทำไปแล้ว

            “ก็ถ้ามันไม่อยู่ล่ะ...จิ๊มาถึงขั้นนี้แล้วกระรอกแว่นบ่นหงุดหงิดเดินนำ ไม่ค่อยเชื่อถือภารโรงสติไม่สมประกอบเท่าใดนัก

            “ศาสตราจารย์เองก็หายเงียบตั้งหกอาทิตย์แล้ว ไม่ยักตามงานไก่พูดอีกทำลายความวังเวง

            “คงไปขุดสำรวจอยู่ที่ไหนล่ะมั้งกระรอกตอบส่งๆ เมื่ออาจารย์คนดังรับให้คำปรึกษาการขุดสำรวจทั่วราชอาณาจักร...ทั้งในฐานะนักวิชาการ นักประวัตศาสตร์ นักอักษรศาสตร์ และนักโบราณคดี...

            “นี่...ไม่คิดว่ากุหลาบมันแหม่งๆเลยรึ รูปอื่นเป็นสัตว์หมด แล้วไหงถึงมีกุหลาบโผล่มาได้ไก่ตั้งคำถามต่อเนื่อง รับรู้ได้ว่าพื้นบันไดมีน้ำเจิ่งนองเป็นช่วงๆจากท่อที่คงรั่วที่ไหนสักแห่งด้านบน

            กระรอกหยุดกึกแล้วหันมา แต่แทนที่จะดุรำคาญ กลับยกคิ้วขึ้นพยักหน้าครุ่นคิดเห็นด้วยซะอย่างนั้น... “ก็จริง...มันน่าสงสัย...งานบ้านี่ง่ายไปหน่อยรึเปล่า...หากยังพูดไม่ทันจบดี หมูน้อยที่ตัวสั่นมาตลอดทางอยู่ๆก็ยกนิ้วสั้นขึ้นจุ๊ปากหน้าตาตื่น

            “ชู่เงียบก่อน

            ทุกคนกลั้นหายใจพร้อมกัน

            ....แกรก...แกรก...กริ๊ก...แกรก...

            “พวกเจ้าว่าเสียงอะไรหมูถามพวกผู้ชายที่พอหยุดพูดคุยและตั้งใจฟัง เสียงประหลาดก็ดังแว่วมาให้ได้ยินจากเบื้องล่างบันไดที่พวกเขาเดินลงมาหลายต่อหลายขั้น

            “หนูล่ะมั้งกระรอกทาย

            “หรือไม่ก็...วิญญาณนักโทษกำลังลากตรวนไต่บันไดขึ้นมาหา...พวก...เรา...ไก่ตบท้ายด้วยทำนองเสียงหลอน และนั่นทำให้

            “อี๊ด!!!!”หมูน้อยทนต่อไปไม่ไหวกรี้ดลั่นภาษาหมู เสียงสะท้อนดังกึกก้องในสถานที่ปิดและโอ่โถงในความมืดมิดที่ไม่รู้ว่าไปสิ้นสุดที่ตรงไหน และแม้ไก่จะพุ่งมือตะครุบอุดปากเด็กผู้หญิงแล้วก็ตาม หากการสะท้อนยังไม่ยอมสิ้นสุดลง ส่งเสริมความหลอนของสถานที่จนสามหน่อหน้าซีดเผือด ยืนนิ่งรอทุกอย่างกลับสู่ความเงียบในอีกอึดใจใหญ่ต่อมา

            กระรอกส่งสายตาอาฆาตแรงกล้าใส่ไก่กวนประสาทที่ยิ้มเจื่อนขอโทษ

            “ฮือ...ข้าอยากกลับบ้าน...แม่....จ๋า!...หมูโยเยหนักกองลงไปนั่งกับขั้นบันไดน้ำตาเล็ดน้ำตาร่วง ต่อหน้าพวกผู้ชายที่ต่างก็คิดพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย ว่าถ้ายัยหมูนี่หลุดทุนล่ะก็...ตายก่อนใครเพื่อนแน่...

            ...“แก๊งๆๆๆ!”...

            เสียงเหมือนโลหะทุบกับโลหะกรวงดังเซ็งแซ่ขึ้นมาจากชั้นล่างถี่รัว สามเกลอสะดุ้งโหยงอีกครั้งกลั้นหายใจฟังเสียงที่เหมือนดังมาจากทุกทิศทาง

            .... “ช่วย........ด้วย......แก๊งๆๆ!....ช่วย.....ข้า.....ใคร....อยู่..บ้าง.....ช่วย.....แก๊งๆ!...ข้า...ติด...ใน......นี้....”...

            “ว๊าก!!!/อี๊ด!!!/อ๊าก!!!”สามเด็กทุนผสานเสียงกรี๊ด หันหลังกลับวิ่งขึ้นบันไดหกลุกคลุกคลานไม่คิดชีวิตจนกลับมาที่ประตูหนักปิดสนิท หมูก็เอาแต่ตบประตูอย่างกับคนบ้า ในขณะที่ไก่พยายามผลักปัญญานิ่มยิ่งกว่า และกระรอกที่มาถึงหลังสุดชูกุญแจอย่างมีสติมองรูกุญแจห้ารูที่ต้องใช้กุญแจห้าอันในการเปิดออกไป

            ...ภารโรงที่ให้มาบอกว่า ต้องเสียบและบิดก่อนหลังให้ถูก ไม่อย่างนั้นกับดักทวารจะทำงาน...แน่นอนว่าหัวกะทิไม่มีทางจำพลาด แต่มันจะพลาดก็ตรง...

            “แกร๊ง...แกร๊ง....แกร๊....

            ...ดอกกุญแจพวงแยกที่ใช้เปิดประตูจากข้างในมันดันร่วงลงบันไดไปไงเล่า!!...

            “เราต้องลง เดี๋ยวนี้!”กระรอกตะโกนแหวกเสียงร้องแรกแหกกระเฌอของพวกตัวถ่วง และมือหนึ่งแทบกระชากแขนอวบของยัยหมูก่อนลากถูลู่ถูกังอย่างไม่สนความเป็นสุภาพบุรุษ ณ จุดนี้อีกต่อไป ไก่สาวเท้าตามหลังด่าลั่น

            “ทำไมไม่ถือดีๆวะ!

            “จะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมาห๊ะ!”กระรอกสวน ตอนนี้ปล่อยมือจากแขนของเด็กผู้หญิงเพื่อให้เจ้าตัววิ่งหน้าตั้งไม่อยู่กับร่องกับรอยเท่าไหร่ตามมาติดๆอย่างหมดทางเลือก

            “....กริ้ง...แกร๊ง....กริ๊ง....ไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะหยุดกลิ้ง แต่เสียงพวงกุญแจนั่นยังดังกระทบกับบันไดไปเรื่อยๆ บันไดบางช่วงน้ำเจิ่งเพราะท่อรั่ว พวกเขาลื่นอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถหยุดตัวเองที่วิ่งตามกุญแจลงไปอย่างกลัวว่าถ้ามันลงไปลึกกว่านี้ พวกเขาอาจต้องเจอกับอะไรที่ไม่สมควรเจอ

            แต่แล้ว...เมื่อแสงจากตะเกียงส่องเห็นทางราบในความมืดสุดลูกหูลูกตานั่นเอง คนนำทีมก็หยุดตัวเองกะทันหัน เกือบพาสองคนที่ตามหลังหัวคะมำหยุดตามไม่ทัน

            “อะไรอีกไก่บ่นหงุดหงิด

            “พื้น

            “แล้วไง  รีบเข้าเหอะ เสียงหยุดแล้ว มันคงกระเด็นอยู่แถวนี้ไก่ว่าพยายามเบียดผ่านหมูตัวอ้วนที่ยืนขวางเพื่อเดินนำเอง แต่เมื่อได้มาหยุดอยู่ตำแหน่งเดียวกับเจ้ากระรอกแว่น คำว่า ‘พื้นก็ทำเอาไก่ต้องหยุดเท้าหน้าซีดเผือดไม่กล้าเหยียบย่าง

            ...คุกใต้พื้น...

            ซี่กรงถี่ยิบเป็นตะแกรงกว้างใหญ่ไพศาล และแสงจากตะเกียงพวกเขาก็สาดให้เห็นร่างดำตะคุ่มๆนอนไหม้ตายเป็นโครงกระดูกตอตะโกหลายร้อยซากเบื้องล่าง พวกนั้นดูอยู่ลึกลงไป แต่ก็มีบางส่วนที่ยื่นนิ้วเกาะบนซี่กรงราวกับพยายามกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด หากก็ทำได้แค่เหลือนิ้วโครงกระดูกขาวขุ่นเกี่ยวติดกับซี่กรงปล่อยร่างลอยเท้งเต้งในคุกที่ไร้อากาศภายนอกเข้ามาเยี่ยมเยือนเป็นเวลานานแสนนาน

            ...บ้าน่า ตั้งสองร้อยปี ทำไมสถานที่แบบนี้โรงเรียนไม่พยายามกำจัดออกไป...ปล่อยไว้ได้ยังไงฟร๊ะ!...

            หากคำตอบของคำถามมาพร้อมกับ...

            “กริ๊ก...เสียงสลักปลดเบาๆ และเสียงเอี๊ยดอ๊าดของฟันเฟืองเก่าขนาดใหญ่เสียดสีกันจนคล้ายเสียงกรีดร้องดังให้ได้ยินจากในผนัง หมูน้อยสะดุ้งเมื่ออยู่ๆบันไดที่พวกเขาเพิ่งเดินลงมาก็เคลื่อนหายยุบไปในกำแพง นางตาเหลือกวิ่งกระโดดลงเหยียบพื้นทันเวลา... ทั้งสิ่งปลูกสร้างไม่มีการสั่นสะเทือนใดๆทั้งสิ้น แต่ทั้งสามกลับรู้สึกได้ว่าคุกนี้กำลังเคลื่อนที่ มันไหลอย่างเอื่อยช้าจนหยุดนิ่งในที่สุด

            ...มันเปลี่ยนที่เอง....คุกทั้งหมด...เคลื่อนที่เอง...เพื่อกันนักโทษหนี...หรือใครก็ตามที่จะบุกมาช่วย...และจนป่านนี้ก็ยังทำงานอยู่...เสียงกรีดร้องที่เล่าลือคือเสียงกลไกกำลังทำงาน...เพราะอย่างนี้คนที่ลงมาบางคนถึงหลงหายไป พวกเขาเจอปรากฏการณ์เคลื่อนย้าย....เหมือนเรา...

            “จบแล้วใช่ไหมไก่ถามเสียงหวิวตาตื่นเมื่อห้องหยุดนิ่งอีกครั้ง

            “น่าจะหยุดแล้ว มันอาจเคลื่อนนานๆครั้งกระรอกบอก ซึ่งไก่กวนไม่ออกส่ายหน้าช้าๆแก้ไขการสื่อสารที่ผิดพลาด

            “เปล่า...ที่ข้าหมายถึงคือชีวิตพวกเราต่างหาก

            สามเกลอที่หลุดออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิงเพราะกุหลาบดอกเดียว และยังไม่รู้ว่าจะออกไปได้อีกหรือไม่ หันหน้ามองกันก่อนมองคุกใหญ่โตอันเงียบงัน โดยมีกุญแจพวงปัญหานอนแอ้งแม้งคาห้อยอยู่บนตะแกรง ข้างนิ้วกระดูกซีดเซียวของนักโทษที่พยายามเอาชีวิตรอดเมื่อกว่าสองศตวรรษที่แล้ว

            ... ‘โครก...... “ฮือ...กระซิก กระซิก”...

            ...

            ... “คร่อกๆ ฮือ....กระซิก...”... ‘โครก...

            ...

            เสียงร้องไห้เบาๆสลับกับเสียงท้องร้องทำผู้ชายสองคนประสาทเสีย ต่างสามัคคีหันกลับไปมองยัยหมูที่เดินต้วมเตี้ยมตามหลัง และเหมือนนางจะรู้ดีว่าถูกจ้องอย่างไม่พอใจ เลยเม้มปากกลั้นน้ำตาพราวหน้าแต่ก็ยังสะอึกอยู่

            จากนาฬิกาเรือนพกของไก่ พวกเขาติดอยู่ในคุกโลกลืมมาราวห้าชั่วโมงเข้าไปแล้ว และความหวังที่จะออกไปก็ริบหรี่ลงทุกขณะ ข้างล่างนี่ทั้งหนาว ทั้งเงียบ และมืด จนต้องประหยัดเชื้อเพลิงจุดโคมไฟแค่โคมเดียว

            แผนที่เก่าแก่ที่ได้มาก็ไม่ได้ช่วยแล้วตอนนี้ เพราะถ้าห้องมันหมุนเองมาตลอดก็หมายความว่าเจ้าแผนที่นี่จริงๆมันควรจะมีหลายหน้าเย็บรวมกัน แสดงรูปแบบต่างๆที่ควรเป็นในการหมุนแต่ละครั้ง

            “ข้าบอกภารโรงที่ให้กุญแจว่าถ้าตอนเช้าไม่เห็นเราเอากุญแจไปคืน ให้ไปแจ้งฝ่ายปกครองกระรอกบอกให้ทุกคนสบายใจเหมือนที่ย้ำมาตั้งแต่แรกจนห้าชั่วโมงผ่านมา

            “เราโดนไล่ออกแหงไก่ทำนายอนาคต หากแววตามีประกายยินดีพอๆกับความกังวลฉายวาบ

            “อาจไม่...เรามีบัตรทอง และอาจารย์ต้องรับผิดชอบงานที่อาจารย์ให้เราทำอย่างไม่มีข้อยกเว้น ข้าอ่านกฎมา...อยากไม่อยู่ให้ถามดีนักกระรอกแค่นยิ้มเครียด ตอนนี้ปัญหาโดนไล่ออกมันเล็กกระจิดเดียวเมื่อเทียบกับว่าพวกเขาจะได้ออกไปอย่างปลอดภัยไหม แล้วพวกฝ่ายปกครองจะส่งใครลงมาตามหาเรา...ตัดเรื่องโดนทิ้งได้เลย เพราะในอดีตดากาทาเคยปล่อยให้เด็กนักเรียนตายในนี้ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับโนโลนามาแล้ว ดังนั้นโรงเรียนไม่มีทางปล่อยให้ประวัติศาสตร์เกิดซ้ำรอยแน่

            ทางเดินที่ไม่รู้ว่าเชื่อมไปสู่ที่ไหนดูยาวไกลไม่สิ้นสุด แต่จะให้ทนอยู่กับซากกระดูกของพวกนักโทษต่อให้ใจแข็งขนาดหนักก็ต้องพ่ายแพ้อยู่ดี แล้วพวกเขายังพอมีหวังว่าเดินไปเดินมาอาจไปโผล่ทางออกได้เอง เนื่องจากแปลนคุกใต้ดินมีโครงสร้างเป็นรูปทรงกลม

            “อี๊ด!!!”เสียงหวีดหมูน้อยอีกระรอกทำสองหนุ่มสะดุ้งหัวใจจะวาย หันไปเจอยัยคนเดิมคนเดียวหลังชนฝาผนังด้านหนึ่ง เสียงเจ้าหล่อนสะท้อนก้อง

            “อะไรอีกไก่ถาม ชักไม่สนุกกับความตระหนกง่ายๆของสาวน้อยอีกต่อไป

            “ขะ ข้าได้ยินเสียงจากในกำแพง...นางชี้นิ้วสั่นเทาไปยังรูอิฐที่กะเทาะหลุดเป็นโพรง สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วก้าวเข้าใกล้ กระรอกเอียงหูแนบใกล้โพรงแล้วสามเกลอก็กลั้นหายใจอีกรอบตั้งใจฟัง

            ... “...เมฆกลมดั่งสำลี...ทุ่งขจีกว้างไกลแสนไกล...ไหล่ข้าเป็นของเจ้า...ลา...ล้า...ลา......

            ...มีบางคนกำลังร้องเพลง!...

เฮ้!!...เราอยู่ตรงนี้ถ้ามีใครอยู่ตอบด้วย!!”หนุ่มกระรอกไม่รอปรึกษาใคร รีบตะโกนใส่โพรงเล็กๆบนกำแพงสุดเสียง และหมูกับไก่ก็ร่วมแหกปากไปด้วยอย่างเอาเป็นเอาตาย  แต่เหมือนทางนั้นจะไม่ได้ยิน ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ได้ตั้งใจฟังมัวแต่ร้องเพลง

...  “...นกอินทรีบินมาสู่...หมูน้อยหลงทาง...ไก่กางปีกขึ้นเหยียบบนรั้วคอก...กระรอกไต่อยู่บน...ฮู้วฮู...กระรอกไต่อยู่บน...ฮูวฮู้ว......

ฟึบ!...เสียงตัดอากาศ แสงสว่างสีน้ำเงินอุ่นวาบเรียกสายตาสามเกลอในเนื้อเพลงให้หันมองตาเบิกกว้าง ฟังคำสุดท้ายในเนื้อที่เจ้าของบทเพลงยิ้มกว้างร้องจนจบ... “...กำแพง

สถานการณ์เวลาหยุดเดิน หมู ไก่ กระรอก ยืนอึ้งอีกครั้ง พวกเขากำลังมองชายหนุ่มหน้าตาดีจัดยิ้มละไมกลางเพลิงสีน้ำเงินในชุดผ้ากันเปื้อนลายดอก มือหนึ่งถือกระทะร้อนฉ่ายังมีอาหารคา และอีกมือคือไม้พาย

สายันสวัสดิ์ พวกเจ้ามาทันมื้อดึก...แต่เทพบุตรผมสีน้ำเงินเดียวกับเปลวเพลิงกลับต้องหลับตาปี๋ข้างหนึ่งเมื่อ ‘แขกยามวิกาลของเขา...

อี๊ด!!/ว้าก!!/อ๊าก!!”หวีดร้องกันหูดับ หกขาโกยแนบโดยสาวอ้วนกลมวิ่งเร็วสุดหากวัดจากสายตาของชายในชุดผ้ากันเปื้อนที่เอียงคอมองตาม

ทั้งร่างโดนเพลิงตัวเองเขมือบหายวับอีกครั้งแล้วไปโผล่ขวางหน้าเด็กๆที่เบรกสุดตัวล้มกลิ้งระเนระนาด

บู!”คนขี้แกล้งทักหลอก

อี๊ด!!/ว้าก!!/อ๊าก!!

เสียงร้องเดิมๆ กับการกระเสือกกระสนตัวอุตลุดเพื่อหนี ‘ปีศาจผ้ากันเปื้อนซึ่งยืนสะบัดข้อพลิกไข่กวนสองสามครั้งฮัมเพลงกล่อมเด็กอารมณ์ดี ในขณะที่เปลวเพลิงสีน้ำเงินที่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรเขมือบแขกทั้งหมดซึ่งเอาแต่วิ่งหลับหูหลับตาไม่รู้เรื่อง ไปโผล่อีกทีในอีกที่หนึ่งซึ่งสว่างไสวและดูอบอุ่น

สามเกลอกลิ้งโค่โร่ก่อนก่ายหงายถอยหลังหนีเจ้าของเพลิงสีน้ำเงินที่ยืนส่งยิ้มมา และกำลังเดินกลับไปที่เตาทำอาหารเพื่อพลิกไข่อีกสองสามครั้งถึงเทลงจาน

นั่งตามสบาย ข้าขอเอามื้อค่ำไปให้ศาสตราจารย์สักครู่เจ้าบ้านที่จัดคุกกว้างจนกลายเป็นสวรรค์บอกเป็นมิตร  

ไก่เป็นตัวแรกที่สังเกตเห็นรอบข้าง มือเร่งสะกิดเรียกเพื่อนยิกๆให้แหงนคอตั้งบ่า จนสามสายตาเห็นตะแกรงคุกเป็นเพดาน...หลักฐานอย่างดีว่าตอนนี้พวกเขาทั้งหมดถูกจองจำในแดนขังอีกแห่งของดากาทา

ความกว้างใหญ่ไพศาล...สถานการณ์แปลกประหลาดเมื่อทั้งสามเห็นบ้านเก่าโกโรโกโสมีป้ายชื่อร้าน ‘ฟิลิปและแผ่นกระดานติดลายสักจำนวนหนึ่งแสดงอยู่ตรงประตูทางเข้า ณ ด้านหนึ่งของคุก แล้วยังชุดเก้าอี้นวมตรงนั้นตรงนี้ หนังสือสูงท่วมหัวกองเป็นภูเขา กับครัวเล็กๆที่ตั้งโด่อย่างเข้ากันได้ในสถานที่โล่งซึ่งสมควรไว้บรรจุนักโทษไม่ใช่เอามาทำบ้าน

มะ เมื่อตะกี้เขาพูดถึงศาสตราจารย์ใช่ไหมนะหมูน้อยกระซิบเสียงสั่น มองเพดานลูกกรงแล้วเกิดเข้าใจนักโทษสมัยสองศตวรรษที่แล้วขึ้นมาทันทีว่าการแหงนคอแล้วเจอแบบนี้มันสิ้นหวังแค่ไหน

หนุ่มสองคนชะงักเหลือบมองกัน เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง หากคำตอบก็เผยตัวเมื่อเสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งวิ่งมาจากหลังกองหนังสือที่ชายผมสีน้ำเงินถือถาดอาหารหายเข้าไป

พวกเจ้าทำไมมาอยู่ที่นี่ศาสตราจารย์วินนี่ผู้หายไปหกอาทิตย์เต็มๆถามเครียดแทบเป็นดุทันที

เด็กๆ พอเห็นอาจารย์ก็ผุดลุกด้วยความดีใจ เต็มตื้นไปด้วยความหวังว่านี่อาจเป็นการสำรวจของศาสตราจารย์ผู้เก่งกาจ คนนำทีมอึกอัก

เรามาทำงานที่ศาสตราจารย์สั่งฮะ  ภารโรงชื่อชัคกี้ที่เคยลงมาที่นี่บอกว่าเห็นดอกกุหลาบ...ในนี้

งั้นเสียงที่ข้าได้ยินคือพวกเจ้า ฉิบ!”เด็กสะดุ้งเมื่อศาสตราจารย์สบถออกมาไม่สนใจการบ้านพิเศษอะไรทั้งนั้น ทำนักเรียนรู้ในทันทีว่าเสียงตะโกนขอให้ช่วยตั้งแต่แรกอาจเป็นของคนตรงหน้า

แหม สนิทกันมาก่อนหรือขอรับ ดีจริง ทีนี้ศาสตราจารย์ก็ไม่ต้องเหงาอีกตอนข้าไม่อยู่เจ้าบ้านเสนอหน้าออกมาจากกองหนังสือพร้อมถาดอาหาร  วินนี่ ออกตาเวียสหันขวับกลับไปสั่งเสียงแข็งทันควัน

ปล่อยพวกเขาซะ หนึ่งในพวกนี้เป็นลูกคนตำแหน่งใหญ่ในมูบา แล้วถ้าพวกเขาหายไป...

ข้าคงลำบาก...แหม...ปลื้มจัง ที่มีท่านเป็นห่วงเป็นใยปีศาจผ้ากันเปื้อนพูดขัดยิ้มแย้ม

...ไม่มีใครเขาห่วงแกเลยเฟร๊ย!...และศาสตราจารย์ส่งคำพูดปฏิเสธความน่าปลาบปลื้มนี้ทางสีหน้าสีตาจนนักเรียนเห็นได้อย่างแจ่มชัด แต่เหมือนเทพบุตรจะสายตาไม่ดี ไม่ก็เข้าใจปฏิกิริยาคนอื่นยากหรืออย่างไรไม่ทราบทำเป็นฮัมเพลงเดินผ่านทุกคนไปวางถาดอาหารบนโต๊ะตัวใหญ่แล้วปลดผ้ากันเปื้อนแขวนรวมกับพวกโค้ทและหมวกคละสี

นักเรียนเข้าไปเบียดออเคียงข้างอาจารย์อย่างขอที่พึ่ง แม้จะเห็นอย่างชัดเจนว่าอาจารย์เองก็ตกอยู่ในสถานการณ์แย่พอๆกัน

ข้าบอกหรือยังว่าข้าชื่อฟิลิปชายผมสีน้ำเงินถามเชิงแนะนำตัว รอยยิ้มละมุนละไมมองมายังเด็กรุ่นสิบห้าสิบหกที่ตัวติดอาจารย์แจ และหมูน้อยกำลังจะปล่อยโฮเสียให้ได้ เจ้าบ้านจึงยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากบาง

ชู่...อย่าร้องเลยเด็กดี อยู่ที่นี่แบบไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ...ได้โปรด...เสียงต่ำนุ่มนวลปลอบประโลม ก่อนจะใช้น้ำเสียงเดียวกันนี้จบประโยคที่ทำเอาคนฟังหนาวเยือก... “...เพราะจะไม่มีใครได้ออกไปจากที่นี่แน่ ถ้าข้าไม่อนุญาต...หึๆ

             “ถึงซะทีไดอาน่า ไดแอน เท้าสะเอวพูดเมื่อตอนนี้เพื่อนร่วมชะตากรรมและสัมภาระอยู่พร้อมหน้า ณ ประตูอลังการของโรงเรียนชั้นนำที่เมื่อจบออกไปก็จะได้รับการยอมรับในแวดวงชั้นสูงและมีสิทธิอำนาจตามสายการเรียนที่จบการศึกษาหรือไม่ก็สามารถรับช่วงต่องานจากตระกูลอันใหญ่โตได้อย่างไม่มีใครกังขา

            ...ใบเบิกทางที่ใครๆต่างก็อยากได้...

            ท่านหญิงปลาทองสูดอากาศที่ยังเย็นเพราะหิมะเพิ่งเริ่มละลายเข้าปอดลึกแล้วหันกลับมาหา ‘เพื่อนๆของนาง ที่คนหนึ่งยืนหน้าเฉยสนิทแบกของไม่แสดงอารมณ์ ส่วนอีกคนห่อเหี่ยวเหมือนคนป่วยใกล้ตาย หากมันจะไม่น่าเจ็บใจเลยถ้าคนทำหน้าป่วยไม่แพร่ฟีโรโมนออกมากระจายเต็มพื้นที่จนตอนนี้สี่คนกลายเป็นเป้าสายตา

            ...ขมวดคิ้ว...สวย...

            ...สายตาวุ่นวาย...ยังสวย...

            ...หน้าบูด...มันก็ยังสวยได้อยู่...

            “ช่วยเอาถุงกระดาษไม่ก็กล่องสักใบคลุมหัวเจ้าทีได้ไหม นี่ข้าไม่ได้อยากเด่นตั้งแต่วันแรกหรอกนะไดอาน่าแหงนบอกด้วยความหมั่นไส้ญาติผู้น้อง(ชาย)ที่ชอบปล่อยมลภาวะทางหัวใจให้ใครต่อใครล่องลอยเป็นประจำ

            “ข้า...ข้าคิดว่าข้า ควรกลับโรคแพ้ดากาทาขององค์ชายอีไรจากำเริบ สายตาเหมือนลูกหมาที่ก้มมองญาติปลาทองมีน้ำน้อยๆส่ายระริกอยู่ภายในในระยะประชิด เล่นเอาไดอาน่าที่ถึงจะมีภูมิคุ้มกันเพราะอยู่กันมาแต่เล็กแต่น้อย หากก็ตัวสั่นเทิ่มเมื่อภาวะหัวใจใกล้ล้มเหลว อ้าปากเหวอมองไม่กระพริบแบบลืมหายใจ

            ยี่โถมองอยู่พักหนึ่งและเมื่อแน่ใจว่านายสาวไม่อาจปีนออกจากหลุมของกระปุกฟีโรโมนได้ จึงจัดการเขี่ยร่างเล็กบางออกห่างจากชายงามแล้วถึงเงยหน้าเอาตาสีฟ้าปลาตายของตัวเองสบแทนพลางพูดสั้น

            “อย่างอแงเป็นผู้หญิง

            ฟารัสสะอึก ฟีโรโมนโดนสะกัด อารมณ์เปลี่ยนหน้าร้อนทันควัน รีบเถียง... “ข้าเปล่างอแงเป็นผู้หญิง

            “แล้วบีบน้ำตาทำไม

            “ไม่...ข้าแค่...กลั้นหาวเฉยๆองค์ชายแก้ตัว หน้าขึ้นสีเบือนสายตามองประตูสูงชะรูดของแดนนรกเบื้องหน้าแล้วกลืนน้ำลายทีหนึ่งค่อยก้มกลับลงมาหา ปากยั่วๆนั่นขบนิดๆอย่างละอายที่ไม่อาจกักเก็บความขลาดไว้ได้

ความกลัวและวุ่นวายในแววตาสื่อชัดเจน จนมือหยาบเกินหญิงขยับสัมผัสหลังมือเรียวเนียนเบาๆ

            “คราวนี้...ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น จะไม่มีใครทิ้งเจ้า...

            ยี่โถย้ำคำพูดของไดอาน่าที่ตะล่อมเช้าตะล่อมเย็นจนคนมีแผลใจขนาดใหญ่ยอมกลับมาเผชิญกับขุมนรกอีกครั้ง เพี่อพิสูจน์ว่าตอนนี้ ตัวเขาเป็นใคร...ระหว่างทระนง...หรือขี้แพ้

            “ข้าจะไม่ทิ้งเจ้า ฟารัส อีไรจา นี่คือสัญญาคำสัญญาของคนไม่เคยผิดคำสัญญา...คำสัญญาของคนที่ทำให้องค์ชายขี้แพ้ยอมตามมาถึงปากทางนรกเพื่อจะได้อยู่ด้วย

            อาลี องครักษ์คนสนิทแบกสัมภาระเดินมาหยุดอยู่ข้างๆด้วยสายตาที่ดูมีความหวัง...ไดอาน่ายิ้มเรี่ยราดมองคนนั้นคนนี้อย่างเก็บรายละเอียด ส่วนฟารัสมองเหตุผลเดียวที่ทำให้ตนยอมกลับมาที่นี่...และเธอ...

            ...มองจุดหมายปลายทางที่ตั้งใจจะมาแต่แรกตามคำบอกของฟิลิป...เพื่อนช่างสักต้องสงสัย...

            ...

 

            สองเดือนก่อนหน้านี้

            “เฮือก!”ยี่โถสะดุ้งหายใจเข้าแรงเมื่อได้สติอีกครั้งอย่างน่าเหลือเชื่อ เธอมั่นใจว่าเธอยิงตัวตายไปแล้วต่อหน้าต่อตาคนทั้งคาคอย แล้วนี่มันอะไร...เกิดบ้าอะไรขึ้น...

            ความทรงจำที่ได้กลับไปยังโลกของตัวเองยังแจ่มชัด...และความรู้สึกเศร้าใจที่ได้เจอภูมิก็ยังไม่เลือนหายไป

            ตาเธอกราดมองรอบตัว และค้นพบว่าที่ที่ตนนอนอยู่คือห้องนอนแคบๆของที่ไหนสักแห่ง หากกลิ่นคุ้นเคยกลับทำให้เอะใจขมวดคิ้วมุ่น ร่างสวมกระโปรงนอนได้กลิ่นแดดคลานลงจากเตียง พยายามมองฝ่ากระจกฝ้ามัวแต่เมื่อมองไม่เห็นสิ่งใดข้างนอกก็เดินออกจากห้องและลงบันได พอถึงชั้นล่างนั่นเองเธอถึงนึกออกว่าอยู่ที่ไหน

            ...ร้านสักของฟิลิป...

            สัญชาติญาณฟ้องถึงความไม่ชอบมาพากล ยี่โถมั่นใจมากว่ายิงตัวตายไปแล้ว มือหยาบลูบหน้าแล้วคว้าที่เขี่ยฟืนจากข้างเตาผิงเดินตรงไปยังประตูร้าน ผลักเปิดออกไป

            แผ่นหลังร่างสูงร่างหนึ่งยืนหันหลังรินไวน์ หมวกทรงทิวลิปสีแดงสดสวมอยู่บนหัว และซุปร้อนๆกำลังเดือดอยู่บนเตา รอบบริเวณกว้างขวางเป็นเวิ้ง ส่วนด้านบนเป็นตะแกรงเหล็กหาใช่ท้องฟ้า

              มือแกร่งจับอาวุธมั่นแล้วเคาะกับผนังตัวบ้านเป็นเชิงเรียกให้แผ่นหลังปริศนาหันกลับมา เขาหันกลับมาจริงๆ ตอนแรกเธอจำไม่ได้ หากรอยยิ้มและดวงตาสีฟ้าอ่อนโยนกลับทำให้เธอนึกออกอย่างรวดเร็ว

            “ฟิลิปหญิงสาวทัก

            “สวัสดีโรส ไม่คิดเลยว่าจะหลับยาวขนาดนี้ เจ้าหลับไปสามวันเต็มๆจนข้าหวั่นใจคำทักทายธรรมดาๆเหมือนปกติทำผู้หญิงที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายบ่อยเหลือเกินทำตาเหี้ยมใส่  รีบปราดตาเก็บข้อมูลความประหลาดของสถานการณ์ครู่หนึ่งค่อยกลับมาจ้องหน้าเจ้าบ้านอีกครั้ง

            ฟิลิปหย่อนตัวลงนั่งบนชุดโต๊ะรับแขกของเขา แล้วรินไวน์ให้อีกแก้วก่อนผายมือเชื้อเชิญให้นั่งที่ฝั่งตรงข้าม แต่เธอไม่ขยับออกจากที่ และกำลังสงสัยเสียงหนังสือหล่นจากด้านหลังกองหนังสือมหึมาที่ด้านหนึ่งว่าอาจมีอีกคนอยู่ที่นี่ด้วย

            “น่า...นั่งเถอะ แล้วฟังที่ข้าจะพูด ทุกอย่างจะกระจ่างแค่เราสละเวลาฟังใครสักคนแก้ตัวคำพูดเรื่อยๆพร้อมท่าจิบไวน์เบาๆยังเหมือนเดิม ไม่ต่างจากฟิลิปที่เธอรู้จักมาตลอดเกือบห้าปีตั้งแต่เจอกันในย่านการค้ามูบา

            ร่างที่เพิ่งฟื้นจากความตายก้าวอย่างมั่นคงแล้วลงนั่งแต่มือยังถือที่เขี่ยไฟเอาไว้ ไม่คิดแตะเครื่องดื่ม

            “ถ้าเข้าเรื่องด้วยมายากลปาหี่ข้า เจ้าอาจใจเย็นขึ้นก็ได้ชายหนุ่มที่โกนหนวดเคราทิ้งจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเสนอ ลากหนังสือเล่มหนาขึ้นตั้งให้ตัวสันหันหาเธอ

            “สมมุติว่านี่คือหัวเจ้าเขาว่า ยื่นมือออกข้างตัวแล้วดีดนิ้วจนปืนกระบอกหนึ่งปรากฏในมือขวาที่กำลังลุกไหม้เพลิงสีน้ำเงิน ยี่โถเกือบแทงแท่งเหล็กเข้าร่างอีกฝั่งจากใต้โต๊ะอยู่แล้วถ้าไม่เพราะปืนนั่นหันใส่หน้าปกหนังสือ

            “สมมุติว่านี่คือปืนเจ้า และนี่คือเลือดเจ้าฟิลิปว่าต่อ โดยอีกมือถือแก้วไวน์

            “ปัง!”นิ้วเรียวเหนี่ยวไกพร้อมๆกับที่แก้วไวน์โดนสาดน้ำข้างในทิ้งไปในทิศด้านหลังข้ามไหล่กว้าง

            ไฟสีน้ำเงินปรากฏที่ปกหน้าหนังสือเพียงแวบเดียว มันเขมือบกระสุนหายไปก่อนจะทันทะลุตัวเล่ม และปล่อยน้ำไวน์ที่เจ้าของไฟสาดทิ้งด้านหลังตัวเองไปปรากฏทะลุกระฉอกจากปกหลัง จำลองฉากยิงหัวกระจุยหลอกๆได้อย่างเห็นภาพชัดเจน

            ...คุณพระแม่งวาร์ปได้ด้วย...อมราอึ้งอุทานในใจ มองนักมายากลตรงหน้าชูแขนขึ้นไชโยขอคำชม

            ...ฟิลิปช่วยให้เธอไม่ตาย แต่เดี๋ยว?...แล้วไอ้ที่ได้กลับไปและได้เจอภูมิมันคืออะไร...งง...

            “หึๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังอุตส่าห์นอนกินบ้านกินเมืองไปสามวันเหมือนตายจริงนี่สิ ข้าก็นึกว่าต้องจัดการงานศพซะแล้วพ่อมด นักมายากล ช่างสัก หรือจะอะไรก็แล้วแต่เหน็บแนมหยอกๆ

            ...สงสัยหัวใจวายหรือไม่ก็ช็อคจนตายไปแปบหนึ่ง....ใช่ไหมนะ?...ยี่โถพยายามหาคำตอบให้กับความผิดปกติเกินคาดฝันที่ได้ประสบ แม้การที่โดนส่งมาเกิดใหม่ที่นี่จะทำให้เธอเชื่อสนิทใจว่าบาปและเวรกรรมโลกโน้นโลกหน้ามีจริงมานานแล้ว หากก็ยังไม่สามารถทำใจได้ง่ายนักกับปาฏิหาริย์ที่นับวันชักจะกลายร่างเป็นคำสาปในความคิดเธอ

            “นี่มันเรื่องอะไร เกี่ยวกับภูมิรึเปล่าเธอลองถาม เผื่อว่าบุรุษตรงหน้าจะเป็นเทพอะไรสักองค์ที่กำลังปั่นหัวมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยอย่างเธออยู่ แต่ฟิลิปเพียงยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งไม่เข้าใจ

            “ภูมิ...ภูมิคืออะไรคำถามที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นชื่อคนทำยี่โถปิดปากขมวดคิ้วแล้วสะบัดหน้าไปทางอื่นทีหนึ่งค่อยหันมาถามใหม่

            “ช่างเถอะ ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงช่วย

            “หืม...ปกติต้องถามก่อนว่าข้าเป็นใครสิ คนธรรมดาเขาถามกันอดีตช่างสักว่ารวนไม่รีบร้อน

            “เจตนาสำคัญกว่ารากเหง้าเหตุผลสั้นกระชับนำความเงียบมาสู่

            ยี่โถรออย่างอดทน...

ไม่เข้าใจสักนิดว่าคำที่หลุดออกมาโดยไม่ได้คิดอะไรของเธอ มันกลับกระแทกใจคนฟังจนอีกฝ่ายนั่งนิ่งไป แล้วถึงค่อยหลุบตาลงซ่อนความพอใจ ความตื่นเต้นและตื้นตันบางอย่างที่ดูมากมายจนเอ่อร้นพาร่างโปร่งพิงหลังกับเก้าอี้แล้วปาดน้ำตานิดพร้อมรอยยิ้มปวดร้าว

            “หึ...ฮะๆ ดูน่าอายใช่ไหมที่ข้าโหยหาเจ้า...เคยรู้รึเปล่าว่าทุกครั้งที่ได้เจอเจ้า ได้คุยกับเจ้า ข้ารู้สึกจุกแน่นในนี้...โอย...คำพูดแปลกประหลาด ก่อนชายหนุ่มจะทนไม่ไหวมือพนมห่อจมูกโด่งเหลือกตาไปทางอื่นเพื่อซ่อนน้ำตาตัวเอง โดยหญิงสาวจ้องไม่กระพริบขมวดคิ้วแน่นขึ้น จนคนห่อจมูกยอมพูด

            “ห้าปี...ตั้งแต่วันแรกที่เห็นเจ้าเดินอยู่หน้าร้านขายชุดสตรี ที่ข้าตั้งใจชนเจ้าแล้วเจ้าพาข้าพยุงกลับร้าน มัน...มันช่างดีและอบอุ่นที่สุดตั้งแต่เกิดมา......ฮ่า..นี่ข้าพล่ามอะไร...เข้าเรื่องๆฟิลิปหัวเราะออกมาในตอนสุดท้าย รอยยิ้มไม่มีพิษภัยดูปลื้มมากมายก่อนจะพยายามลดความตื่นเต้นลงด้วยการถอนหายใจ

            “...”หญิงสาวไม่พูดสักคำ เมื่อไม่มีอะไรจะพูด ตอนนี้เธอแค่ต้องฟังและตัดสินอย่างระมัดระวังว่าชายตรงหน้าตกลงดีหรือร้ายกันแน่

            “ข้าจงใจทำหลายอย่าง รู้ไหม...ข้ามาถึงที่นี่และเฝ้ารอตลอดมาเพื่อทำบางสิ่งให้ลุล่วง...บางสิ่งที่จะช่วยโนโลนาและช่วยเจ้าดวงตาแสนเศร้าและเดียวดายกับภารกิจที่ไม่เคยมีใครรับรู้

            “ข้ามาที่นี่เพื่อรอสังหารคนๆหนึ่ง...คนที่จะทำให้โนโลนาพังพินาศเพราะความโกรธและเกลียดชังซึ่งเขาได้รับแต่เล็กจนโต เขาถูกปล่อยให้รอดชีวิต เติบใหญ่อย่างชาญฉลาด เคียดแค้นทุกสรรพสิ่ง โหดเหี้ยมกว่าที่ใครเคยพบเคยเจอ...ชื่อของเขาคือ...โจนัส...และเขาคือลูกชายที่จะเกิดมาของเจ้า...โรสซาลิน พอยซัน

            ความเงียบอันน่ากลัวในสถานที่ที่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของโลกชวนให้เธอรู้สึกกำลังลอยเคว้งคว้างในห้วงอวกาศไร้ทิศทาง ยี่โถนั่งนิ่งเหมือนถูกตรึง มือปล่อยแท่งเหล็กเขี่ยไฟจนมันกลิ้งลงพื้นเสียงดังสะท้อนไปมา

            “ถูกแล้ว ข้ามาจากอนาคต และไม่นานนับจากนี้เจ้าจะตั้งครรภ์กับใครสักคนในดากาทา...ข้ารู้ว่าฟังแปลก แต่หนึ่งในเหตุผลนับร้อยที่โจนัสบ้าคลั่ง ก็เพราะไม่เคยมีใครรู้ว่าพ่อของเขาเป็นใคร...เขาเป็นเด็กที่เกิดจากการข่มขื่น

            “...”ยี่โถนั่งหน้าเรียบกริบ แต่หัวหมุนติ้วๆเป็นพายุลูกข่าง

            “มันฟังเหมือนข้าบ้าใช่ไหม แต่ไม่...ข้าไม่บ้า...ไฟนี่ มันไม่ใช่เวทมนตร์อะไรทั้งนั้นแต่เป็นสสารแห่งกาลเวลาที่ในอนาคตโนโลนาค้นพบจากใต้ทะเลลึก มันพาข้ามาที่นี่...ผิดกฎหมาย แต่จำเป็น...ข้าปล่อยโจนัสไว้ไม่ได้ และในอนาคตก็ไม่มีใครหยุดเขาได้ด้วยนิ้วฟิลิปจุดติดไฟสีน้ำเงินจากความว่างเปล่าและกระสุนที่เพิ่งสาธิตมายากลให้ดูเมื่อครู่ก็พุ่งออกมา ยิงต่อไปตกที่ไหนก็ไม่อาจทราบได้ เมื่อตอนนี้ผู้หญิงที่อยู่ๆก็ได้รับรู้เรื่องช็อคแห่งปีนั่งเป็นหุ่นไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่จะกระพริบตา

            ฟิลิปโบกมือไปมาต่อหน้าเธอเมื่อความเงียบปกคลุมระหว่างเราทั้งคู่นานเกินไป หญิงสาวกลืนน้ำลายหายใจแรงถามเรียบ

            “มีเหตุผลอะไรที่ต้องเชื่อ”...เรื่องโกหกพันธุ์นี้ นักแต่งนิยายกะเลวกะราดที่ไหนก็แต่งได้...ถ้าไรท์ได้ยินคงสะดุ้งนิดๆ

            ฟิลิปยิ้มเจื่อนเกาหัวแกรก ก่อนจะเม้มปากเหมือนลังเลอยู่มาก เขาช้อนตามองเหมือนเด็กที่อยากเก็บความลับสำคัญเอาไว้กับตัว แต่จะเก็บก็ไม่ได้เมื่อในช่วงเวลาที่ตัวเองกลายเป็นบุคคลไม่น่าเชื่อถือ เขาจำเป็นต้องเอาไม้ตายมาใช้ ก่อนจะถอนหายใจแรงแล้วสารภาพความจริงที่เกือบๆจะร้ายแรงที่สุดพร้อมหลักฐานที่ทำยี่โถพูดไม่ออก

            “เพราะข้า...เป็นลูกชายคนรองของท่าน...ท่านแม่มือขาวถอดหมวกแดงออกจากศีรษะเผยเส้นผมสีน้ำเงินเดียวกัน พร้อมทั้งควักเอาปลอกนิ้วของเรย์ออกมาจากด้านในเสื้อวางลงบนโต๊ะ...แม้จะดูเก่าหากทั้งตำหนิและข้อต่อทุกอณูซึ่งนูน่า พอยซันเป็นคนทำให้กับมือ มองปราดเดียวก็รู้ว่าอันเดียวกับที่เธอห้อยคอติดตัวมาตลอดตั้งแต่เจ้าของตายจากไปที่ก้นเหวแห่งแดนทะเลทราย

ยี่โถสัมผัสปลอกนิ้วอันเดียวกันนี้ที่ห้อยอยู่ที่คอตัวเธอเอง แล้วถึงกำแน่นเงยหน้ามองลูกชายคนรองผู้หมายมั่นปั้นมือที่จะปลิดชีพพี่ชายตนก่อนที่ปีศาจ...จะลืมตาดูโลก...

           


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

2,195 ความคิดเห็น

  1. #2132 bluethunder (@wings-thunder) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 20:04
    นั่งถอนหายใจทั้งวัน ได้เเค่คิดว่าคนนึงๆสามารถมีชะตาที่โคตรบัดซบได้ขนาดนี้เลยหรอ อ่านแล้วแบบ ไม่ไหวละ บีบหัวใจมาก
    #2132
    0
  2. #2112 Parr Banaporn (@pare221045) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 05:54
    โหคือแบบทำไมนางเอกถึงต้องโดนไรเยอะแยะขนาดนี้ ข่มขืนมันเป็นเรื่องที่แย่มากสำหรับผู้หญิงแต่ต้องมาโดนครั้งที่สองโหหหหห
    #2112
    0
  3. #2105 faifai0512 (@faifai0512) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 18:27
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พีคที่สุดที่เคยอ่านมาเลย พีคหลายรอบแล้วนะ แต่ก็ยังพีคได้อีก ปล.พิมเสร็จแล้วขอนั่งสตั๊นสัก10วิ
    #2105
    0
  4. #1961 bbgalaxy (@baitoeytears) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 20:40
    สตั๊น..
    #1961
    0
  5. #1806 Good morning. (@ringkoa-567) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 10:36
    พออ่านถึงตรงที่บอกว่าเป็นลูก เรานี่หยุดอ่านไป10วิ... พีคอ่ะ หลายเรื่องค่ดพีค! แต่สนุกไง หยุดอ่านไม่ได้
    #1806
    0
  6. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:08
    มีใครได้ยินเสียงเรือล่มไหม
    ใช่แล้ว เรือทีมฟิลิป...
    #1712
    0
  7. #1553 YoGurT_Yo^^ (@nuyoja) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:14
    ฮะพอพูดว่าโดนข่มขืน ความคิดแรกใคร๊รรรรสามารถขนาดนั้น ข้อสองสงสารมาก ผญคนนึงจะทนอะไรได้มากมายขนาดนั้น โดยยังสามารถยิ้มได้ สามารถปกป้องคนอื่นโดยที่ไม่บ้าไปก่อน เฮ้ยนางเอกเรื่องนี้นอกจากเก่งทั้งกาย ใจยังเกร่งมาก
    #1553
    0
  8. #1541 หญิง นันทิยาื (@memolunla) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:19
    เม้นท์ ว่าอ่านถึงตรงนี้

    ช่างเป็นนิยายที่ดาร์คโดน ไม่ต้องเยอะ จนรับไม่ไหว (เป็นคนใสๆ ในทุ่งคอสมอส)
    #1541
    0
  9. #1378 POSTION (@kkkpit0009) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 11:49
    ใครจะข่มขืนเดาไว้ในใจหลายคน เเต่กลัวพีคเหมือนตอนนี้555
    #1378
    0
  10. #1033 gently weep (@tealrose) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 23:45
    ตอนที่บอกว่าโจนัสเกิดจากการข่มขืน
    อินี่>>แกแน่ๆ ฟิลลิป แกน่าสงสัยสุด
    ข้าคือลูกชายคนรองของท่าน ท่านแม่
    อินี่>> 0()o
    #1033
    0
  11. #978 2-CHAIR (@tellyou) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 22:02
    ใคร! ใครทำนางเอก!?
    #978
    0
  12. #853 ลี่ฉาฮวา (@cartoon23) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 17:33
    ชาติก่อนโดนข่มขืนไม่พอเหรอ ชาตินี้ถึงโดนข่มขืนอีก ชีวิตผู้หญิงคนนึงจะน่าสงสารได้มากขนาดไหนกัน จะตายก็ไม่ได้ตาย อยู่ในที่ที่มีแต่คนเห็นแก่ตัว เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ ที่นางไม่พูดอะไร อาจจะเป็นเพราะเหนื่อยเกินกว่าจะพูดอะไรออกไปด้วยมั้ง สามีก็เหลือเกิน ปล่อยทิ้งไว้ให้หาคำตอบเอง ทั้งๆที่ก็รู้อยู่ว่าภรรยาตัวเองน่าสงสารขนาดนไหน

    /ซับน้ำตาด้วยความอิน
    #853
    0
  13. #832 BloodSacrifice (@appleooo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 15:49
    คนที่ข่มขืนน่าจะเป็นวิคเตอร์...เดาเอานะ
    เพราะฮีซ่อนปีศาจร้ายไว้ในตัว
    #832
    0
  14. #781 อิงรัก (@nuinui610) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 10:40
    เรื่องเริ่มประติดประต่อมาทีละนิด
    #781
    0
  15. #780 อิงรัก (@nuinui610) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 10:39
    ชอบค่ะ
    #780
    0
  16. #263 Lady Lilac (@plyofana) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 16:30
    ขุ่นพระ!!! เดี๋ยวๆๆ ขอรีบกลับไปดีลีทคอมเม้นท์ที่แล้วแปป ไอ่เราก็คิดว่าทำไมฟิลิปดูรักเจ้โรสจัง ผมก็เหมือน ตาก็เหมือน ที่ไหนได้.. โอ้ยยย..ไม่เคยจะตามไรท์ถูกเล้ย แต่ละมุข ยอม 5555

    เดี๋ยวนะ.. เจ้จะถูกข่มขืน?! โอ้ ไม่ๆๆๆมันต้องมีเรื่องอะไรในกอไผ่แน่ๆ แล้วสรุปเจ้แกจะท้องกับใครล่ะเนี่ย???

    ค้างมากเพราะความสงสัย ไรท์รีบมาต่อให้ไวเลยค่ะ
    #263
    0
  17. #262 Nutchayapin (@Nutchayapin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 16:02
    ลุ้นทุกตอนจริงๆเดาไม่เคยถูก55555
    #262
    0
  18. #261 -o-ลูกแก้วหลากสี-o- (@kaewly) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 09:48
    ใครจะทำนางได้
    โหดเบอร์นี้
    คาดว่าอนาคตเปลี่ยนแน่นอน
    กระปุกฟีโรโมนมีบททั้งทีไม่ทำคะแนนเลยนะเรา
    กระต่ายกับตุ๊กแกคะแนนนำโด่งแล้วค่ะ
    ทำงานๆ
    #261
    0
  19. #260 xiujingggg (@xiu-jing) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 09:34
    กรี้ดดดดดด ไรท์ทำแบบนี้ได้ยังไง โรสต้องท้องกับราชาตุ๊กแกเท่านั้น -"-
    #260
    0
  20. #259 nongnongnlbb (@nongnongnlbb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 06:39
    แม่เจ้า!!ซับซ้อนซ่อนเงื่อน -[]-
    #259
    0
  21. #258 nuttyooy (@nutty-o-love) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 03:31
    ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ กลัวไรต์หักหลังอีกกกก เหมือนเรื่องhidden ที่หลอกกันไปหลอกกันมา
    #258
    0
  22. #257 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 02:40
    โอ้ย เกือบเปลี่ยนทีมเป็นฟิลิปแล้วนะเนี่ย ยูเทิร์นไม่ทัน เจอเฉลยตอนท้ายแทน ไม่นะ คุณน้องจะฆ่าคุณพี่หร่อ พนันว่าคุณพี่เป็นลูกของเฮียตุ๊กแก
    #257
    0
  23. #256 น้ำแข็งใส (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 02:21
    ใครจะมีความสามารถขนาดข่มขืนยัยโหดนี้ได้กันคะ ลุ้นนนนน

    ตาโตกับท้ายตอนมากคะ
    #256
    0
  24. #255 Ellim (@Ellim) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 02:19
    ??????????????
    #255
    0
  25. #254 ZiaZia_ (@ziazia005) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 02:02
    เดียวนะ -[]-!!!
    #254
    0
  26. #253 mr.13 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 01:44
    ห่ะ??? -[]- ละ ลูกชาย

    ใครมันบ้าไปข่มขืนยัยโหดกันนะ

    #"เจตนาสำคัญกว่ารากเหง้า"

    #253
    0
  27. #252 เทียแมต (@ldiva) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 01:29
    ใบ้เลย ฟิลิปนึกว่าเป็น fc เจ๊โรส 555. // เนื้อเรื่องสุดยอดเลยค่าา
    #252
    0
  28. #251 Purinhanaz (@anglepop8601) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 01:17
    ถึงกับหัวหมุน สามีโรสคือใครหนอ ข่มขืนซะด้วย แสดงว่าต้องโหดกว่าโรส แถมมีคนโต คนรอง แสดงว่าต้องมีคนเล็ก เดาไปอีก นิยายไรท์เดาทางยาก ปมเยอะ แต่สนุก55555
    #251
    0
  29. #250 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 01:09
    รออะไรคะ change a future เลย!!! ว่าแต่นางโดนข่มขืน "Oh God"
    #250
    0
  30. #249 Mapao555 (@mapao555) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 00:59
    ใครคือพ่อของเธอ???
    #249
    0