ตอนที่ 7 : บทที่ 7: น้ำตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4897
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    2 มี.ค. 61

บทที่ 7: น้ำตา

            ช่างสักของโรสซาลินกำลังขะมักเขม้นโกยดินที่ทะลักออกมาจากกระถางต้นว่านซึ่งปลูกมาพร้อมๆกับร้านเข้าไปในกระถางใบใหม่ โดยว่านอ่อนแอกำลังเผยรากกับก้อนดินแหมะกางอยู่บนพื้นหน้าร้าน

            “มานี่เลยทอม มาขอโทษฟิลิปเดี๋ยวนี้นะ!”คุณนายร้านเย็บผ้าฝั่งตรงข้ามหิ้วคอเสื้อลูกชายตัวกลมแสนซนของนางกลับมา หลังจากเด็กชายวิ่งเข้าบ้านทันทีที่ทำกระถางต้นไม้สุดรักของเพื่อนบ้านล้มแตก

            ช่างสักหันไปหาแล้วยิ้มมีเมตตาใส่เด็กชาย ทั้งยังพูดแก้ตัวแทน ข้าผิดเอง ข้าแกล้งโผล่หน้าตรงหน้าต่าง...แล้วเผอิญกระถางมันดันวางผิดที่

            แต่เหมือนคำแก้ตัวจะแฝงความร้ายเล็กๆ เอาไว้ หญิงม่ายเพื่อนบ้านจึงก้มมองลูกชายนางพลางทำตาดุ นึกภาพออกว่าจอมซนน่าจะไปแอบด้อมๆ มองๆ อีกตามเคยทั้งที่ถูกสั่งห้าม ฟิลิปคงเกิดหมั่นไส้แกล้งหยอกเล่นให้ตกใจ

            “ก็ข้าอยากเห็นนางนี่ เด็กซนบอกแม่ทั้งเบะหน้า หากคำพูดนี้แสดงชัดว่าไม่ได้รู้ว่าตัวเองทำผิดสักนิด

            “นางไหนกัน...!”ยังไม่ทันได้ซักเต็มคำดี ‘นางที่ไปกระตุ้นต่อมอยากรู้ของเด็กเพื่อนบ้านได้เปิดประตูเดินออกมาจากร้าน ใบหน้าเรียบเย็นชาอยู่เป็นนิจจนไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรก้มมองช่างสักที่กำลังโกยดินบนพื้น ก่อนเงยหน้าขึ้นมองสองแม่ลูกที่ฝ่ายแม่หน้าซีดกอดลูกชายแน่น

            “นั่นไงนาง เด็กไม่ประสาร้องชี้นิ้วใส่หญิงสาวไร้ผมไร้คิ้วและสักหัวด้วยอารมณ์ตื่นเต้น

            หัวหน้ากิลล์ทวงหนี้ชาวมนุษย์เอียงคอมองเด็กชายแปลกหน้า ก่อนรอยยิ้มเล็กจะเผยออกมา มือเรียวหยาบยื่นออกไปหวังลูบหัวหยิกของแอนนิแมนลูกวัวตัวจ้ำม่ำ แต่แม่วัวกลับลากลูกถอยอีกก้าวหนึ่ง นั่นเองที่ทำให้หญิงสาวชะงักแล้วเก็บมือลงข้างตัวช้าๆ

            พอยซันมาสเตอร์...ท่าทางที่นุ่มนวลแต่ส่งบรรยากาศเย็นเยือกเป็นพิษทางมลภาวะตลอดเวลาทำให้หลายคนต้องกลั้นหายใจมาแล้ว ราวกับพวกเขาหวั่นว่านางจะชักมีดเสียบกบาลใครก็ตามที่ขวางหูขวางตาอย่างที่ได้ยินข่าวลือมานาน

            ตาสีฟ้าสว่างหากแต่ไร้ซึ่งแววเหมือนคนตายก้มมองทอมมีตัวร้ายที่ส่งสายตามีประกายวิบวับร้อนแรงขึ้นมาให้อย่างเด็กไม่ประสา ฟิลิปเป็นพ่อมดจริงๆ โรสกล่าวเนิบ และตาของทอมมีตอบสนองทันทีว่า...ข้านึกอยู่แล้วเชียว...

            ร่างสูงย่อตัวลงนั่งยองในระยะห่างที่แม่แอนนิแมนเว้นให้ นิ้วเรียวลูบรอยสักบนหนังศีรษะไร้ผมไปมา ขณะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนเกือบอ่อนโยน เขาเป็นพ่อมดแสนดีของข้า...เป็นคนที่ทำให้แผลเป็นน่าเกลียดพวกนี้หายไป

            วัวน้อยกระพริบตาปริบ มองปีศาจน่ากลัวตรงหน้าที่ไม่เห็นจะเหมือนอย่างใครอื่นพูดถึง แต่ยังไม่ทันจะซักไซ้แม่วัวก็ลากลูกวัวข้ามถนนกลับเข้าร้านของหล่อนไป

            ยี่โถมองตามเด็กชายแล้วเกิดนึกถึงไทเกอร์ขึ้นมาตงิดๆ เธอลุกขึ้นยืนตัวตรง หันตัวไปยังเพื่อนแอนนิแมนที่โกยดินและหยิบต้นว่านปลูกลงไปในกระถางใหม่จนเสร็จเรียบร้อย ตอนนี้เขากำลังหามุมดีๆสำหรับวางกระถางเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กคนเดิมมาเตะมันแตกอีก

            “ตกลงไม่เอาอะไรแน่ใช่ไหม เธอถามเมื่อใกล้ได้ออกเดินทางไปอีไรจา ดินแดนซึ่งต้องข้ามผ่านทะเลทรายไกลโพ้น

            ฟิลิปใช้ไม้กวาดกวาดดินพลางโบกมือเป็นเชิงอัปเปหิหยอกๆ ทั้งรอยยิ้มให้ ‘ตัวไล่ลูกค้ารีบไปเสีย ก่อนเขาจะล่มจมไม่มีอะไรกินตลอดเดือนเพราะไม่มีใครกล้าเข้าร้าน

             “ฮ้าว... เรย์หาวปากกว้างหวอดใหญ่ ขณะเรากำลังยืนรอใช้บริการโดยสารจากมูบาสู่อีไรจา ยี่โถจับกระเป๋าบรรจุเงินสามล้านซอลมั่นมือ

การเดินทางเพียงสองคนนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะยังไม่ทำให้ใครสงสัยว่าเป็นพอยซัน กิลล์ทวงหนี้ที่กำลังขนเงินสามล้านซอลไปส่งองค์ชาย ณ สุดขอบทะเลทราย ดังนั้นไมรอน เคที กับคนอื่นๆ จึงกลับไปคาราวานก่อน และไมรอนฝากคุณนายเจนนิเฟอร์กับเรย์ไว้เผื่อใช้ติดต่อกันระหว่างการเดินทางที่คงกินเวลาอย่างน้อยสุดราวๆ แปดวัน กว่าจะถึงที่รวมวันค้างและวันกลับเท่าขามา

            “ความจริงเราน่าจะเดินเท้า บินไปแบบนี้สิ้นเปลืองชะมัด คนรับหน้าที่คุมการใช้เงินของกลุ่มเพื่อกลับไปรายงานนูน่าอีกทีบ่นพำ สายตามองไปยังพาหนะเทียมแอนนิแมนสายพันธุ์นกกำลังผูกตัวเองไว้กับกล่องขนาดใหญ่ ถึงแม้มันจะดูหรูหราแต่ในสายตาของเรย์จอมงกก็แค่การให้พวกบินได้ราวๆ สิบห้าคนช่วยกันบินพากล่องบรรทุกคนไปจนถึงจุดหมาย

            “เสียเวลา”...อยากกลับมาหาพ่อกระต่ายน้อยกลอยใจจะแย่...ยี่โถตอบสั้นและเสริมจุดประสงค์ตัวเองในใจ เมื่อการขี่อูฐเดินเท้าต้องใช้เวลาเป็นสามเท่ากว่าจะถึงอีไรจา ในขณะที่การบินใช้แค่สี่วัน

            เธอกระชับผ้าคลุมสำหรับเดินทางในทะเลทราย เพื่ออำพรางส่วนหัวและตัวไม่ให้คนอื่นแตกตื่น กล่องหนึ่งใบบรรจุผู้โดยสารได้เจ็ดคน แต่เหมือนวันนี้ที่นั่งไม่เต็ม รอมาราวชั่วโมงกว่าแล้วก็ยังไม่มีใครมาเพิ่ม แอนนิแมนอีไรจาจึงเลื่อนเปิดประตูให้สามคนด้านหน้าเธอทยอยเข้าไป

            “เห็นทีไรอดทึ่งไม่ได้ เรย์กระซิบกระซาบ และยี่โถเหล่ปีกของชาวอีไรจาแวบหนึ่งก่อนจะปีนเข้าไปในกล่อง ที่เธอคิดเอาว่ามันคือเครื่องบิน

            ห้าคนนั่งประจำที่ใครที่มัน ไม่มีเข็มขัดก็จริงแต่มีตัวอักษรทองเขียนเตือนว่าให้จับราวด้านหน้าไว้แน่นๆ เสียงขานรับพร้อมกันดังกระหึ่มด้านนอกเพื่อให้สัญญาณกระพือปีก ตัวกล่องเอียงเล็กน้อยในขณะที่ยี่โถรู้สึกว่ากำลังลอยขึ้นช้าๆ เป็นจังหวะและเมื่อมองออกไปจากหน้าต่างก็ได้เห็นว่าพื้นอยู่ห่างลงไป ก่อนตาสีฟ้าจะกวาดขึ้นมองแอนนิเมนพันธุ์สัตว์ปีกร่างกำยำสวมชุดมีเชือกเส้นหนาล่ามร่างไว้กับตะขอเกี่ยวห้องผู้โดยสารอีกที

            เป็นการวิวัฒนาการที่ผิดแผกแตกต่างจากที่เคยรู้มา แอนนิแมนไม่ได้ถือกำเนิดมาจากลิง แต่มาจากสัตว์อื่นหลายชนิด ซึ่งแม้ตอนนี้มนุษย์จะมีประชาการมากกว่าและครองโลกทั้งใบ หากแอนนิแมนกลับอยู่ร่วมกันในทวีปเดียว  ห่างไกลโซโลเนียและอาเคียจนเหมือนอยู่กันคนละโลก

            ปีกใหญ่ไม่มีขนเลยเพราะธรรมชาติช่วยวิวัฒนาการจนเทียบเคียงมนุษย์ ยี่โถเห็นพังผืดกล้ามเนื้อมีเส้นเลือดและเอ็นที่ปูดบวมเมื่อพลขับเคลื่อนขยับปีกเกร็งพาของหนักบินขึ้น มันไม่ได้ดูสวยงามเหมือนปีกเทวดาในโบสถ์ ออกจะน่าสยองเหมือนเห็นปีกค้างคาวยักษ์ซีดเซียวเสียมากกว่า และชาวอีไรจาทุกคนเป็นแบบนี้ ยามปกติก็จะพับหดเก็บเข้าไปในหลังได้ไม่ต่างจากลิ้นในปาก ทั้งว่ากันว่าพวกชนชั้นสูงไม่เคยแสดงปีกให้ใครเห็นเพราะถือว่าเป็นของที่สงวนเอาไว้ให้เห็นเฉพาะคนในครอบครัว ยิ่งราชนิกูลยิ่งไม่มีโอกาสได้บินด้วยซ้ำ

            “คุณนายเจนนิเฟอร์อยากออกมาน่าดู เรย์บอก เมื่อท่าทางหงุดหงิดของเหยี่ยวสุดหยิ่งในกรงแสดงชัดในท่าที เจ้าหล่อนคงหมั่นไส้พวกแอนนิแมนด้านนอกเลยอยากออกไปโฉบปาดหน้าวาดลวดลายบ้าง แต่ไมรอนเตือนไว้ก่อนแล้วว่าอย่าปล่อยออกไป ไม่อย่างนั้นกล่องโดยสารร่วงแน่เพราะฝีมือคุณนายเหยี่ยว ดังนั้นเรย์จึงเอาผ้าคลุมกรงไว้ให้คุณนายเธอนอนหลับไปเสีย

            ผ่านไปหนึ่งวันเต็ม หลังนั่งจนหลังขดหลังแข็ง ในที่สุดค่ำคืนก็มาเยือน เครื่องบินลงจอดที่โอเอซิสเล็กๆแห่งหนึ่งเพื่อให้พลขับทั้งสิบห้านายได้พักร่างกาย

            เรย์ปล่อยคุณนายเจนนิเฟอร์ออกมาบิน อาคารพักเล็กๆ ที่ค่าเข้าพักจ่ายรวมกับค่าโดยสารไปแล้วตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ยี่โถนั่งเอนหลังพิงต้นไม้สูบไปป์ยาวด้วยสีหน้าผ่อนคลาย กระเป๋าบรรจุเงินและสัมภาระพกติดกายตามนิสัยไม่ไว้วางใจใครหน้าไหนวางพิงอยู่ข้างตัว

            “มาสเตอร์ เรย์เรียกขณะนั่งแคะทรายออกจากนิ้วเหล็ก ยี่โถจึงชำเลืองมองขณะพ่นควันทิ้งเป็นวงกลม

            “เรื่องของนายจ้างเรา ข้าว่ามันแหม่งๆอยู่นะ

            ยี่โถขยับริมฝีปากนิดเป็นเชิงชมเชย เรย์อาจพูดจาไร้สาระทุกทีที่มีโอกาส แต่ความจริงแล้วเป็นพวกคิดอะไรเยอะกว่าคนอื่น และมักสังเกตเห็นหลายสิ่งหลายอย่างที่หลายคนไม่เห็นว่าสำคัญก่อนลูกน้องคนอื่นเสมอ

            ...ใช่...มันแหม่งเหมือนมีกลิ่นตุๆโฉบไปโฉบมาที่ปลายจมูก...พอยซันมาสเตอร์ไม่แสดงสีหน้าเห็นด้วยใดๆแม้จะคิดไปในทางเดียวกันตั้งแต่ได้พบฟารัส อีไรจา ที่จัตุรัสน้ำพุในมูบา

            “ทำไมเจ้าชายจากอีไรจาถึงได้ถ่อข้ามทะเลทรายมาตามหาเพื่อนเก่าที่ร้างลากันไปนานเอาป่านนี้ ทั้งเรื่องสามล้านซอล ลองว่าใครติดข้าหนักปานนั้นล่ะก็ คงทวงแบบกะเอาตายไม่ใช่ปล่อยหนี้ไว้ตั้งหลายปีกว่าจะทวง แล้วข้าก็ไม่เชื่อว่าสามล้านซอลจะเป็นค่าเหล้าจริงๆ

            ...สามล้านซอล...ซื้อคฤหาสน์ของวิคเตอร์สามหลังยังเหลืออีกบาน...หญิงสาวคิดเสริม  พอจะรู้จากวิคเตอร์แล้วว่าจำนวนเงินมหาศาลนี้ไม่ใช่ค่าเหล้า แต่เป็นค่าใช้ชีวิตในดากาทา เธอเพียงพ่นควันขึ้นฟ้ากระจ่างดาวเงียบๆไม่ออกความเห็น แต่ไม่ได้ห้ามให้ลูกน้องคนสนิทหยุดพูดแต่อย่างใด

            “ข้าแปลกใจ ที่มาสเตอร์รับงานท่าทางมีปัญหานี่ คนหนุ่มที่แก่กว่าโรสซาลิน พอยซันราวสองปีบอกอย่างเป็นกังวล หวั่นว่าเธออาจกำลังถลำลึกพาพอยซันไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองวุ่นวายของโนโลนา

            ยี่โถเคาะไปป์ยาวเอาเศษยาเส้นออกก่อนจะเก็บมันเข้าในเสื้อ มือยาวเลื่อนไปคว้ามือของเด็กหนุ่มมาวางตักเพื่อช่วยพันผ้าที่มือให้โดยไม่ออกปากถามความสมัครใจ ตาสีฟ้าเรื่อยเฉยไร้ประกายเหมือนคนตายเสมอมามองนิ้วเหล็กอย่างว่างเปล่า

            “ดักลาสบอกว่า สักวันหนึ่งจะมีที่ที่เราเรียกว่าบ้านได้เต็มปาก ข้าอาจใช้ชีวิตตามใจจนทำให้ครอบครัวเดือดร้อนบ่อยๆ แต่ข้าเมินเฉยต่อความหวังของพ่อตัวเองไม่ได้ ลูกสาวคนเดียวของช่างตีดาบอันดับหนึ่งของโลกกล่าวเนิบ ขณะมัดปมสุดท้ายให้ชายหนุ่มอย่างดี รอยยิ้มเล็กเผยออกมาอย่างน่าค้นหา แววตาที่ลดความแข็งกร้าวลงชวนสะกดในแบบที่นานๆจะได้เห็นสักครั้ง จนฝ่ายจ้องมองต้องเบือนไปทางอื่น

            “ถึงเสี่ยงแต่อาจคุ้มค่าในอนาคต ข้าแค่หวังให้มีใครสักคนปันที่ดินสักผีนให้เราปักหลักบนที่ของเขา คนที่ยอมรับเรา และเราก็จะต้องไม่ทำให้เขาผิดหวังที่ยอมรับเราด้วย

            เรย์เงียบนิ่ง ก่อนหลุดหัวเราะออกมาหน่อยหนึ่งแด่ประโยคยาวที่สุดของมาสเตอร์คนพูดน้อย

           

            ในวันที่สองการเดินทางยังคงสภาพเดิมๆ และยี่โถใช้เวลาหมดไปกับการคิดเรื่องที่เรย์สงสัยเพราะเธอเองก็แคลงใจไม่แพ้กัน เมื่อการที่ต้องเสี่ยงเข้าไปสอดกลางเรื่องชาวบ้านไม่ว่าจะเรื่องไหนๆ มักทำตัวเองเจ็บตัวได้ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

            เรย์ออกมาจากห้องน้ำบนเครื่องบินด้วยท่าทีสบายตัว ร่างสมส่วนกลับมานั่งและหยิบหนังสือที่คั่นไว้ขึ้นมาอ่านต่อ บรรยากาศในห้องโดยสารสงบเงียบ กระทั่ง...

           มาสเตอร์!!

           จู่ๆ เสียงตะโกนของเรย์พร้อมกับที่วงแขนแข็งแรงล็อคคอคนกำลังเหม่อจากด้านข้างให้หลบทันดาบโค้งเสี้ยวจันทร์ที่หวิดบั่นคอเป้าสังหารระยะเผาขน คุณนายเจนนิเฟอร์กรี้ดคอแตกอยู่ในกรงตกใจดิ้นพล่าน ในขณะที่เราสองคนม้วนตัวลงจากเก้าอี้ไปตั้งหลักด้านหน้าสุดและกำลังเผชิญหน้ากับเพื่อนร่วมทางสามคน

           แหม่งพอไหม เรย์กัดฟันพูดสะบัดข้อมือจนมีดดีดตัวออกมาพร้อมต่อสู้ในที่แคบ แววตากร้าวมองแอนนิแมนที่กำลังคลานย่องดูเชิงอยู่ทั้งบนผนังและเพดาน พวกมันพรางตัวจนกลืนกับสถานที่และกลบเกลื่อนร่องรอยแนบเนียนทำเรย์เพิ่งมารู้สึกตัวในวินาทีสุดท้าย

ยี่โถกระโดดตัวลอยไม่นัดสัญญาณ ปลายเท้าเหยียบเก้าอี้โดยสารด้านหน้าแล้วดีดร่างเข้าหานักฆ่าที่อยู่ใกล้ที่สุดแบบไม่รอเสียเวลา เรย์จัดการตัวที่อยู่ไกลกว่าด้วยมีดบิน แต่เหมือนจะพลาด

ฉึก และก็เพราะพลาดนี่เองจังหวะที่ยี่โถปักมีดลงคอตัวแรก ตัวที่หลบมีดเรย์ได้ถึงเข้าใกล้ประชิดแล้วทำท่าจะแทง ไม่มีทางเลือก ลูกน้องหัวไวคว้าของใกล้มือเขวี้ยง ส่งให้ของใกล้มือกรี้ดสนั่น คุณเธอทำตาอาฆาตใส่พี่ชายไมรอนขณะลอยละล่องกลิ้งหลุนๆไปตกไกลแถวที่นั่งด้านหลัง

กรงคุณนายเจนนิเฟอร์เข้าหัวเป้าหมายจังๆ โรสซาลินจึงหลบได้หวุดหวิด และท่ามกลางความวุ่นวายนี้เอง

ปัง!” มือสังหารคนที่สามยิงปืนขึ้นเพดานส่งสัญญาณ

พลขับที่กำลังบินอยู่ด้านนอกบางคนตะโกนลั่น

เฮ้นั่นพวกเจ้าทำอะไร!!

ยี่โถมองออกไปทางหน้าต่าง เห็นวิหคอีไรจามากกว่าหนึ่งปลดตะขอล่ามกล่องออกจากร่างตัวเอง ส่งให้ที่นั่งโดยสารเอียงกระเท่เร่จนเธอเสียหลักกลิ้งตามองศาการเอียงลงไปทับเรย์ สมองที่ยังคงรักษาสติไว้คิดสบถลั่น

...นักบินโดนซื้อตัว ฉิบ!...

เสียงเชือกที่ดีดกระทบกับข้างผนังดังอยู่ราวห้าเส้น และกล่องก็เสียการควบคุมใกล้ร่วง  จึงเป็นเหตุให้พวกที่ไม่ได้โดนซื้อตัวแต่แรกกำลังจะโดนน้ำหนักของห้องโดยสารพ่วงพาโหม่งโลก

ดังนั้นสัญชาติญาณเอาตัวรอดของพวกเขาคือการปลดตะขอเชือกของตนเองเพื่อรักษาชีวิต มือสังหารที่ยิงปืนไต่เพดานด้วยความไว มันไม่ได้สนใจเธอกับเรย์แต่ตรงไปคว้ากระเป๋าสามล้านซอลไป จังหวะเดียวกับที่วิหคอีไรจาตัวสุดท้ายปลดเชือกทิ้ง กล่องทั้งกล่องก็ร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วง

            ของทุกอย่างและร่างเราลอยยกจากพื้น ก่อนแรงกระแทกเมื่อกล่องลงถึงพื้นทรายจะไม่จบแค่ครั้งเดียว มันกระดอนพลิกตีลังกาอีกหลายรอบ เธอได้ยินเสียงเรย์ร้องลั่นเมื่อหีบหนักหล่นลงมากระแทกขา ถึงอย่างนั้นสองมือก็กอดเธอไว้ไม่ปล่อย

เพล้ง!” สัมภาระเราเลื่อนกระแทกบานกระจกจนแตก หนุ่มฉลาดพยายามพาไปที่บานกระจกนั่น เขารอจังหวะที่กล่องกำลังม้วนตัวตีลังกาเพื่อให้เราหลุดออกไปพอดิบพอดี

            ยี่โถคว้ากรอบหน้าต่างได้ เศษกระจกทิ่มเข้าไปในมือจนเลือดโชกแต่ในสถานการณ์แบบนี้เธอไม่สน แขนแข็งแรงรั้งตัวเองที่กำลังลอยขึ้นลอยลงตามการหมุนพลิก เจ้าตุ๊กแกแบกเงินพังหน้าต่างอีกบานกระโดดออกไปได้ตามความสามารถของสายพันธุ์

            “ตึง!” ห้องโดยสารหยุดหมุนลงในที่สุด แต่มันยังคงไถลต่อตามทางลาดเอียงสู่เหวแยกกายอานากึ่งกลางทะเลทรายเบื้องล่าง เคราะห์ยังดีตะขอนักบินเส้นหนึ่งยังติดกับตัวห้องผู้โดยสารโดนลากไปเกาะเกี่ยวกับซอกหินเข้า กล่องจึงหยุดกระชากตัวค้างไว้อย่างรุนแรงกลางทางก่อนไหลลงเหว

            มือที่คว้าขอบหน้าต่างได้ทันมีเลือดไหลโชก หญิงสาวหอบหายใจหน้าตาตื่นท่ามกลางกองทรายที่ไหลตามลงมาเต็มหัวเต็มหน้า โดยอีกมือหนึ่งจับมือของเรย์เอาไว้ในทิศที่ผนังหน้าต่างกลายเป็นเพดาน

            “ปีนขึ้นไปเรย์!” เธอออกคำสั่งให้คนอยู่ด้านล่างรีบเร่ง แต่เมื่อก้มมองลงไป ดาบเสี้ยวจันทร์ของหนึ่งในมือสังหารก็แทงคาท้องของชายหนุ่ม ดวงตาเธอเบิกกว้างกลืนน้ำลาย เมื่อมันสามารถเกิดขึ้นได้ในเมื่อห้องพลิกตีลังกาตั้งขนาดนี้ แม้แต่เธอยังโดนอะไรต่อมิอะไรหล่นใส่หัวจนได้เลือด

            “...เหมือนมาสเตอร์ต้องไปต่อเองแล้วล่ะ ฮะๆ เรย์ฝืนหัวเราะเสียงสั่น ขณะเลือดไหลเป็นสายลงไปเบื้องล่าง และเชือกที่บังเอิญติดซอกหินก็คงทานน้ำหนักไว้ได้ไม่นาน

            “ปีนเดี๋ยวนี้!!” เธอตวาดลั่น แขนที่เกาะขอบหน้าต่างสั่นรับน้ำหนักผู้ชายตัวเต็มวัยไม่ไหว

            คุณนายเจนนิเฟอร์ที่ประตูกรงคงเปิดเองเพราะแรงกระแทกบินผ่านพวกเราออกนอกหน้าต่างไป เรย์หัวเราะสายตาค้อนๆของมันทีหนึ่ง ในขณะที่มือกำลังแกะผ้าพันนิ้วเหล็กออกช้าๆ

ยี่โถรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้น มือเธอชุ่มเหงื่อไปหมดและนิ้วเหล็กเป็นอย่างเดียวที่ทำให้มือเธอไม่ลื่นปล่อยมือเขา

            “ความจริงข้ามีเรื่องสำคัญอยากบอกเจ้านะโรส ผลัดมาตลอดจนป่านนี้ แต่...ฮะๆ คงต้องผลัดอีกนั่นล่ะเพราะขืนพูดไปเจ้าต้องเสียใจแหง ฝ่ายอายุมากกว่าสองปีบอกอารมณ์ดี เรียกชื่อเธอในวาระสุดท้ายขณะคลายปมผ้าไปเรื่อยๆ ไม่สนใจน้ำตาของพอยซันมาสเตอร์

            เขามองตาเธอแล้วเผยยิ้มเศร้าในฐานะลูกน้องที่เธอไม่มีวันมองเป็นอื่น “...คงไม่ต้องบอกหรอกใช่ไหม เพราะข้าแสดงออกให้เจ้ารู้มานานแล้ว

            “อย่า... ยี่โถหลุดปากได้เพียงแค่นั้นมือของเราก็หลุดจากกัน เรย์หล่นลงไป และเชือกเส้นเดียวดูจะรับน้ำหนักทั้งห้องผู้โดยสารไม่ไหวอีก เธอกัดฟันโหนตัวขึ้นไปด้านบน ก่อนกระโดดคว้าปลายเชือกไว้ทันพอดีกับที่มันขาด

            หญิงสาวปล่อยเชือกที่กำลังร่วงลงมา ร่างไถล มือป่ายไขว่คว้าทุกสิ่งจนไปเจอรากไม้ซึ่งยื่นออกมาจากเนื้อหินผา ยี่โถหลับตาแน่นเกาะรากเหนียวมั่นไม่ปล่อย หากแต่หูได้ยินเสียงทุกสิ่งกระทบพื้นดังสะนั่นก้องชัดจากเบื้องล่างเหวลึกกลางทะเลทราย

            แรงสะอื้นในอกพรั่งพรูออกมาทำทั้งร่างสั่นสะท้านเพียงอึดใจ ก่อนอิสตรีทระนงจะกัดฟันหยุดตัวเองไว้แค่นั้นแล้วดึงมีดออกมาสองเล่มเพื่อใช้ในการแทงปีนกลับขึ้นด้านบน

            ท่ามกลางแดดร้อนจ้าแผดเผา อาจใช้เวลานานราวครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงยอด เธอก่ายขาแล้วกลิ้งไปนอนหงายเป็นอย่างสุดท้าย ดวงตาและร่างเหนื่อยหอบสู้แสงจ้าจากท้องฟ้ากระจ่าง จากนั้นอมราจึงร้องไห้ออกมา

            ...ภูมิ...โถจะถามเป็นครั้งสุดท้ายแล้วโถจะไม่ถามอีก...

            ร่างสะบักสะบอมพลิกตัวสะอื้นลุกขึ้นนั่งคุกเข่า มือหลั่งเลือดแดงฉานกำปลอกนิ้วของคนตายแน่นจนสั่นระริก ดวงตาสีฟ้าโกรธจัดมองตรงไปยังทิศอีไรจาขณะหยาดน้ำตาทุกหยดตกต้องลงพื้นทราย โดยไม่ได้มองแอนนิแมนที่กลืนสีผิวไปกับสภาพรอบตัวค่อยๆ คืบคลานร่างเข้ามาเงื้อดาบขึ้นเหนือหัวของหญิงสาวที่กำลังหลั่งน้ำตาสาปแช่งพระเจ้าพร้อมตั้งคำถามกับวิญญาณสามี

            ...ภูมิอยากให้โถเรียนรู้อะไรกันแน่!?...

           

            หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ณ วังทองคำอีไรจา

            โอรสผู้งดงามจุมพิตมารดาแผ่วเบาเป็นเชิงทูลลา สายพระเนตรของราชินิแห่งทะเลทรายเพียงมองนิ่งไปไกลแสนไกลบนแท่นบรรทมที่ทรงประชวรเคลื่อนองค์ไม่ได้อยู่เช่นนี้มาตลอดห้าขวบปี

            ฟารัสพาร่างสูงสง่างามก้าวออกจากห้องที่มีทหารของอัคบาคุมเข้มประหนึ่งที่นี่คือคุกหาใช่ห้องบรรทมของราชินีแห่งอีไรจา ดวงตางดงามคู่ดึงดูดเกือบๆ จะว่างเปล่าและแสนเศร้ามองไกลไปเบื้องหน้า ทุกย่างก้าวไม่มีความลังเลใดๆ จนในที่สุดก็ถูกทหารของอัคบาคุมตัวมาหยุดอยู่หน้าห้องของเสนาบดีชั่วตามวันนัด

            ประตูเปิดออก ร่างชั่วช้านั่งรออยู่แล้วพร้อมรอยยิ้มชวนสะอิดสะเอียนอย่างที่เป็นมาเสมอ ที่นั่นมีแขกอื่นยืนอยู่ก่อน แขกโค้งคำนับให้ทั้งองค์ชายและเสนาบดีก่อนจะหุนหันเดินผ่านออกประตูไปโดยทิ้งบางอย่างไว้บนตั่งเตี้ยข้างอัคบา

            องค์ชายก้าวช้าๆ เข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางแน่วนิ่ง เสนาบดีเกาจมูกงุ้มเล็กน้อยทั้งรอยยิ้มที่มักมอบให้ด้วยความกระหายไม่เสื่อมคลาย

            “อาการประชวรฝ่าบาททรงเป็นเช่นไรบ้างองค์ชาย คำถามทั่วไปที่ไม่ได้เห็นถึงความใส่ใจในนั้นทักตามปกติ

            “ดีขึ้น ฟารัสตรัสตอบแบบเดิมทุกครั้ง ซึ่งนั่นเรียกรอยยิ้มพอใจให้กับคนที่ควบคุมทุกอย่างมาตลอดห้าปี

            อัคบาหัวเราะในลำคอเยียบเย็น ก่อนจะใช้เท้าเลื่อนตั่งเตี้ยมาตรงหน้าโดยบนนั้นมีถาดกำมะหยี่วางอยู่พร้อมถุงใบเล็กถุงหนึ่งเหมือนที่ไว้ใช้ใส่เพชรพลอยอย่างที่มักมีคนเอามาเสนอเป็นสินบนให้อัคบาเสมอ

            “วันนี้กระหม่อมได้ข่าวมาจากเพื่อนสนิท น้ำเสียงเนิบนาบใจเย็นขณะเอื้อมมือลงไปรูดเปิดถุงออกแล้วก้มหน้าลงมองสำรวจของด้านในเล็กน้อยก่อนช้อนตาขึ้นมอง

            “ความว่าการเสด็จประพาสมูบาขององค์ชายเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว เป็นไปเพื่อทวงหนี้เก่าจากสหายคนหนึ่ง...สามล้านซอลเห็นจะไม่ผิด เสนาบดีกล่าว

            ฟารัส อีไรจาสีหน้าไม่เปลี่ยน “วิคเตอร์ เคเลปติดหนี้ข้าตั้งแต่สมัยเรียน

            “หึๆ พระองค์เลยว่าจ้างให้พอยซันทวงหนี้แทน อืม...สมเหตุสมผล สุ้มเสียงหยอกแฝงความเอ็นดูฉาบฉวย  แววตาเจ้าเล่ห์ประหนึ่งรู้ทันไปเสียทุกเรื่องดูน่าขยะแขยงไม่เสื่อมคลาย แม้แต่เรื่องที่องค์ชายหวังก่อไมตรีกับตระกูลเคเลปอีกครั้งเพื่อดิ้นรนก่อการปฏิวัติ ในสายตาของเสนาบดีใหญ่ก็ยังเห็นเป็นเพียงยอดหนามน้อยๆ แทงเท้าให้แสบคันเล่นเท่านั้น

            “...”ฟารัสกดอารมณ์ไว้ในท่าทีเงียบเฉย ทนอย่างที่ทนมาได้ตลอด จนกระทั่งอัคบาเทของออกจากถุงลงบนถาด       บุกำมะหยี่สีดำนั้นเอง ลมหายใจและเนื้อในอกก็เหมือนจะเต้นผิดจังหวะไปเฉียบพลัน

            ก้อนเศษเล็กๆสีเงินและสีทองรูปร่างคุ้นตาตัดกับกำมะหยี่สีดำชัดเจนวางกระจาย...ทองสอง...เงินสาม...

            “เพื่อนสนิทกระหม่อมเผอิญเก็บได้จากศพหนึ่งที่โดยสารทางท้องฟ้ามาจากมูบา น่าเสียดายที่เกิดเหตุขัดข้องตกลงในเหวกายอานาเมื่อราวอาทิตย์ก่อน จึกๆๆ ถ้าที่ได้ยินมาไม่ผิด เหมือนมันจะเป็นของพอยซันมาสเตอร์...อุบัติเหตุเกิดได้เสมอนั่นล่ะหนอ เสียดายก็ตรงที่สัมภาระทั้งหมดหล่นลงไปอยู่ก้นเหว กระหม่อมว่าคงยากที่จะได้สามล้านซอลคืนในเมื่อพอยซันมีกฎรับผิดชอบหนี้สูญหาย...แต่สามล้านซอลนี่...อืม...พวกมันไม่น่ามีปัญญาหามาชดใช้ได้แน่ ต่อให้ขายพอยซันทุกคนเป็นทาสก็ตามแต่ อัคบาอธิบายเรื่อยด้วยน้ำเสียงสูงต่ำไม่เร่งเร้าหากติดจะเยาะหยัน

            ฟารัสมองพวกมันนิ่ง ในขณะที่อัคบาใช้เท้าเลื่อนตั่งออกไปแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเข้ามา มือหยาบช้าเชยคางองค์ชายองค์งามขึ้นเพื่อพินิจใกล้

            “จะประสงค์เงินทองไปทำไมในเมื่อกระหม่อมมีให้พระองค์ทุกอย่าง แม้กองกำลังเล็กๆของพระองค์แถวชายแดนเหนือจะน่ารักดีและกระหม่อมตื่นเต้นที่เห็นนกน้อยของกระหม่อมจิกตีกระหม่อมบ้าง...หากไม่ใช่ครั้งนี้ ตาวาวโรจน์เปลี่ยนอารมณ์เฉียบพลันพร้อมน้ำหนักมือที่แทบบีบคางงามจนคล้ายใกล้แหลกละเอียด

            “สามล้านซอลคือเงินที่ใช้จ้างวานทหารรับจ้างจากคาคอยกับสินบนให้เสมียน องค์ชายคิดว่ากระหม่อมไม่สังเกตหรือว่าทหารถูกสับเปลี่ยนทีละคนสองคนทุกวัน พระองค์ไม่ห่วงใยพระมารดาของพระองค์หรือไรจึงได้ก่อการณ์เช่นนี้ หรือพระองค์คิดว่าจะสามารถยึดอำนาจจากกระหม่อมได้...นี่ทรงโตป่านนี้แล้วยังไม่ประสีประสาถึงเพียงนี้เชียวหรือ

            ดวงตาสีทองงดงามมองนิ่งไกลแสนไกลเฉกเดิมไม่เปลี่ยนแปลง และท่าทีนี้เองที่ทำให้เสนาบดีอัคบาคว้าองค์ให้ลุกยืนแล้วลากร่างที่เหมือนตุ๊กตาไร้วิญญาณขึ้นทุกวันไปยังเตียงนอน ลำแขนแข็งแรงอย่างอดีตทหารกดลำคอดันติดยวบไปกับฟูก จนผมหยักเบาสีน้ำตาลอ่อนกระจายเต็มที่นอนขาว

            “..อึก..นาง... ริมฝีปากแดงธรรมชาติพึมพำออกมาเบาแสนเบาในลำคอที่ถูกบีบอยู่ อัคบาหรี่ตาแล้วทิ้งตัวลงไปฟังใกล้ๆพลางผ่อนแรงมือ

            “ทระนงหรือขี้แพ้...นางบอกให้ข้าเลือกด้วยตัวเองว่าจะยืนอยู่บนโลกใบนี้แบบไหน

            “มัน...อะไรกัน เสนาบดีเบิกตากว้างไม่คาดคิดถอยออกห่าง ในขณะที่องค์ชายทะเลทรายลุกขึ้นนั่งเปลื้องอาภรณ์ท่อนบน ดวงตาสีทองมีหยาดน้ำไหลร่วงขณะจับจ้องคนสารเลวแน่ว

            พระองค์รู้ข่าวเรื่องโรสซาลิน พอยซันมาตั้งแต่สองวันแรกที่พาหนะลอยฟ้าตกลงเหวกายอานา นั่นเองที่ทำให้แผนซึ่งวางไว้ว่าจะก่อการในอีกสองเดือนข้างหน้ากลับกลายเป็นเลื่อนเร็วขึ้นด้วยแรงอารมณ์ล้วนๆ

            “ทำไมมันถึงได้...พระองค์ทำอันใดกับปีกนั่น เสียงแหบเครือหลุดจากปากอัคบา รับไม่ได้กับสิ่งที่เห็น หากองค์ชายเพียงเอียงคอมองบุคคลที่มอบขุมนรกให้พระองค์มาตลอดห้าปีทั้งรอยเหยียดยิ้ม ขยับเคลื่อนบางสิ่งบางอย่างด้านหลังพระองค์อย่างอิสระ

“...ข้าจึงได้เลือก เพียงหนทางที่จะได้ชัยชนะและครอบครองทุกสิ่ง เสียงเยียบเย็นกระซิบบอก

ปีกของราชนิกูลไม่ใช่สิ่งที่จะนำออกมาให้ใครชื่นชมได้ง่ายๆ เป็นของสงวนที่จะได้เห็นเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น มันจึงไม่เคยโบยบินไปที่ไหนมาก่อนและไม่ค่อยได้ออกมารับอากาศภายนอก สิ่งที่อัคบาเห็นยามนี้หาใช่ปีกอ่อนแอมิเคยต้องสายลมไม่ หากมันกลายเป็นสิ่งที่อัปลักษณ์ยิ่งกว่า

แสงเงาจากเปลวเทียนสะท้อนใบดาบเงินยาวสี่ใบบนโครงปีกสี่ปีกที่เหลือเพียงกระดูกท่อนหลักขาวโพลนไร้พังผืด องค์ชายแห่งอีไรจายอมสละปีกขององค์เองเพื่อเปลี่ยนให้มันเป็นอาวุธคมกริบสี่เล่มสำหรับนาทีนี้

สายโลหิตแดงเข้มหลั่งออกจากปากแผลผ่าตัดที่ยังไม่หายสนิทดีด้านหลัง เสียงใบดาบคมตวัดผ่านอากาศและเฉือนลับกันไปมาเหนือศีรษะเหมือนพ่อครัวใหญ่กำลังจะลงมีดสับเนื้อบนเขียง

ในเวลานั้น ฟารัสสะดับได้ถึงเสียงหนึ่งแว่วมาจากอดีต หาได้สนใจเสียงร้องตะโกนเรียกทหารของอัคบาไม่

... “เช้ามาเราสามคนพ่อแม่ลูกนั่งดูข่าวครูสอนศิลปะถูกจับแขวนคอกลางห้องเรียน ขากับแขนโดนตัด ลูกตาโดนควัก ลิ้นลงไปอยู่ในตู้ปลา และอวัยวะเพศถูกพบยัดอยู่ในรูทวาร...

การเล่าเรื่องขื่นขมเรื่อยเฉยของเด็กสาวคนหนึ่งยังติดอยู่ในหัวดั่งว่านางเพิ่งเล่าให้ฟังเมื่อวันวาน...แผ่นหลังที่เล็กกว่าเขาเท่าหนึ่งดูบอบบาง จนไม่สามารถจินตนาการออกว่าบิดานางจะเจ็บปวดเพียงไหนที่ปกป้องลูกไม่ได้

ห้วงเวลายาวนาน โดยไม่มีทหารแม้แต่คนเดียววิ่งเข้ามาช่วย เสียงในห้องมีเพียงเสียงที่ปลายคมตัดผ่านเข้าไปในร่างเนื้อคนเป็นๆ เสนาบดีโดนหั่นสั่นกระตุกจนกระทั่งวาระสุดท้าย ก่อนองค์ชายจะปักปลายดาบลงพื้นแล้วยกตัวพาซากศพไร้ลูกตา ไร้แขน ไร้ขา ไร้ลิ้น และมีอัณฑะโสมมยัดอยู่ในรูทวารขึ้นไปแขวนเอาไว้บนตะขอเพดานซึ่งมีไว้สำหรับห้อยผ้ายาวสำหรับเต้นเปลือยกาย

 ร่างสูงเปื้อนเลือดกลับลงมายืนอย่างนิ่มนวลแล้วงัดปลายปีกออกจากพื้น ก่อนจะหดมันเก็บกลับเข้าไปในเนื้อหลัง โดยความหนักของเหล็กทำให้หลังของพระองค์งอเล็กน้อย

องค์ชายปาดโลหิตคาวออกจากพระพักตร์และมุมโอษฐ์ซึ่งเกิดจากการฝืนร่างที่ยังไม่หายดีจนช้ำใน หัตถ์สั่นเทาเอื้อมลงไปกอบเอาของดูต่างหน้าของนางขึ้นจากถาดกำมะหยี่ พระองค์กำทั้งหมดไว้แน่นแล้วยกจุมพิตอย่างแผ่วเบา เนตรงามเศร้าลึกปิดลง นึกถึงรอยยิ้มยิงฟันของเด็กประหลาดที่ชอบเย้ยหยันทุกครั้งเหมือนจงใจให้เห็นว่า ของดูต่างหน้าบิดากลายเป็นฟันทองของตนไปแล้ว

...ความสุขเล็กๆแบบน่าปวดหัวที่ติดค้างอยู่ในความทรงจำ...จวบจนวันนี้...วันที่ข้าไม่ใช่ขี้แพ้อีกต่อไป หากนางกลับเหลือเพียงของดูต่างหน้าแสนขันไว้ให้นึกถึงยามเหลือตัวคนเดียว...

  

เวลาเดียวกัน คฤหาสน์เคเลปแห่งมูบา

วิคเตอร์ เคเลปกำแฟ้มเอกสารแน่น สีหน้าโกรธจัดผลักคนคุ้มกันของบิดาจนกระเด็นหงายแล้วอาศัยความตัวเล็กแทรกผ่านจนถึงด้านในห้องใหญ่ซึ่งประธานาธิบดีแห่งมูบานั่งเสวนาหารือกับนักการเมืองอยู่

เราต้องคุยกันเดี๋ยวนี้!” กระต่ายหนุ่มประกาศลั่น ไม่สนใจใครหน้าไหนเมื่อสิ่งที่ตนค้นพบมันเกินจะรับ

วูดดี้ เคเลปมองลูกชายอย่างสงบ ไม่ตะโกนดุว่าแต่กลับขอให้คนอื่นๆออกไปจากห้องให้หมดและนัดวันประชุมใหม่ จนในที่สุดห้องก็ตกอยู่ในความเงียบมีเพียงสองคนพ่อลูกกระต่ายมองตากันด้วยภาวะอารมณ์ที่ต่างกันสุดขั้ว

บุตรชายโยนเอกสารหนาเป็นตั้งลงต่อหน้าพ่อบังเกิดเกล้า และวูดดี้เพียงเหลือบมองแวบเดียวก่อนเงยหน้าขึ้นมองหน้าลูกชายอีกครั้ง

มันมาได้ยังไง วิคเตอร์ถามออกไปแม้จะรู้อยู่แล้ว หากส่วนหนึ่งในจิตใจกลับภาวนาให้ตนเข้าใจพ่อตัวเองผิด

อะไรของแก พ่อกระต่ายถาม

ตึง!” นายกระต่ายทุบโต๊ะดังหัวเสีย “อย่ามาไขสือ ต่อให้เอาไปแทรกแยกเก็บในบัญชีอื่นข้าก็เห็นอยู่ดีว่าตลอดอาทิตย์นี้มีเงินแปลกๆ เข้ามาพร้อมกัน!

เอกสารหนารวบรวมรายรับยิบย่อยซึ่งแม้จะหลักแค่หมื่นซอลแต่เลขาของเขาเห็นว่ามียอดที่หาที่มาที่ไปไม่ได้จึงรวบรวมมาให้ดู บวกลบแล้วสามล้านซอลพอดิบพอดีจนไม่สามารถคิดได้ว่าเรื่องบังเอิญ

แกมองพ่อแกเป็นคนยังไง วูดดี้ถาม

เป็นเจ้าแก่บ้าเลือดที่โค่นบัลลังก์คนอื่น!” ลูกชายตอกกลับกร้าวหน้าขึ้นสี ข่าวการตายของโรสซาลิน เพื่อนใหม่ที่เพิ่งได้คุยกันสามวันทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมลงไปในน้ำเน่ามากขึ้นทุกที

ถูกแล้ว ข้าคือเจ้าแก่บ้าเลือด และยังเป็นเจ้าแก่ที่พามูบากับโนโลนารอดพ้นจากสงครามที่ใหญ่กว่านี้เพราะความอ่อนแอไร้แก่นสารของกษัตริย์ซึ่งเกือบทำให้มูบาโดนอีกสี่ประเทศฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ หากเจ้ายังพอนึกความดีความชอบของข้าออกบ้างล่ะก็ วูดดี้ เคเลปกล่าวอย่างสงบ ความเยียบเย็นในน้ำเสียงอย่างผู้ยิ่งใหญ่กว่ารูปลักษณ์ภายนอกสร้างความครั่นคร้ามได้เสมอไม่ว่ากับใคร

อย่ายกเรื่องเก่ามาอ้างพ่อทำทำไม พ่อโกงหนี้ฟารัสทำไม!” วิคเตอร์ตะโกน เจ็บปวดที่คำขอโทษไปไม่ถึงเพื่อนเก่าและรอยแยกของพวกเราคงไม่มีวันได้สมานอีกเลยชั่วชีวิตนี้หากมีใครขุดแคะจนรู้ว่าสามล้านซอลกลับมาอยู่ในมือลูกหนี้ซะเอง

ก็แล้วแกไม่คิดบ้างเล่าว่าทำไมฟารัส อีไรจาถึงได้มาทวงหนี้แกเอาป่านนี้ สายรายงานข่าวมาทุกวันว่าองค์ชายหมายจะก่อกบฏ แกมัวมารำลึกมิตรภาพบ้าบออะไรอยู่...ดากาทาไม่ได้สอนอะไรแกเลยรึไง คนที่ส่งลูกชายตัวเองไปตกนรกจำลองเพื่อให้สามารถฝ่าฟันเอาชีวิตรอดเหนือคนอื่นในโลกแห่งความเป็นจริงว่ากล่าวเสียงเข้ม

ไม่ใช่กบฏ...ฟารัสมีสิทธิในทุกอย่างที่เป็นของหมอนั่น อย่ามาอ้างนั่นอ้างนี่ สุดท้ายก็แค่ไม่อยากเสียสามล้านซอลกับเพราะอัคบาเป็นสหาย...

ใช่ อัคบาเป็นสหายข้า เป็นคนที่ช่วยเหลือให้เรามีวันนี้ ไม่เช่นนั้นป่านนี้แกคงได้เป็นทาสอยู่ที่ไหนสักแห่งเพราะพ่อแกแพ้สงคราม โตสักที มันไม่มีมิตรภาพที่ได้เปล่า ถ้าแกอยากช่วยเพื่อนแก แกก็ต้องแกร่งกว่านี้...ลองแกร่งกว่าข้าเมื่อไรจะทำอะไรก็ทำตามใจ แต่ถ้ายังทำไม่ได้ก็หุบปากซะ!” คำกร้าวที่ทำให้ลูกชายพูดไม่ออกส่งผ่านความเย็นชาและกดคนหนุ่มซะจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองตัวเล็กเพียงปลายเท้าของบิดาเท่านั้น

ขาสองข้างสั่นเทา หมัดแกร่งกำแน่นแล้วถึงหุนหันเดินกลับห้องตัวเอง วิคเตอร์กวาดทุกอย่างลงจากโต๊ะทำงานเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนจะนั่งหมดแรงลงบนเก้าอี้ปาดน้ำตาออกจากหน้า ทุกข์ตรมกับความหยาบช้าของใจคน

...คิดคด ทรยศ หักหลัง ว่าร้าย ลอบกัด โกหก เสแสร้ง กลั่นแกล้ง...เขาเติบโตมาด้วยสิ่งเหล่านี้แม้อยากหลีกหนีแค่ไหนก็ไม่เคยพ้น หากสิ่งที่หวาดกลัวยิ่งกว่า คือการที่ไม่วันใดก็วันหนึ่งข้างหน้าหัวใจของเขาจะเกิดชินชาจนโดนความมืดกลืนกินไม่เหลือ เมื่อวันนั้นมาถึง...คงไม่อาจมองโลกใบนี้อย่างสวยงามได้อีกเลยจนกระทั่งวันตาย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

2,195 ความคิดเห็น

  1. #2190 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 20:05
    ห่ะ....
    #2190
    0
  2. #2130 Pimneecha (@Pimneecha) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:29
    ไรท์ทำร้ายเรย์
    #2130
    0
  3. #2049 mel-em (@mel-em) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 10:27
    ยิ่งอ่านยิ่งหน่วง จะร้องไห้ คือทุกคนดูชีวิตมีปมไปหมดเลย มันน่าสงสารเกินไป
    #2049
    0
  4. #1949 bbgalaxy (@baitoeytears) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 11:56
    เรย์ชอบโรสหรอออ ทำไมเรย์ต้องตายอ่ะโคตรเศร้าเลย แต่เศร้าได้ไม่นานก็ต้องมาสงสารคนอื่นต่อ ชีวิตแต่ละคนรันทดมากๆ
    #1949
    0
  5. #1747 [F.S]Fang_041 (@octobersena2706) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 11:50
    เรย์~ ม่ายๆๆๆๆๆๆๅๅ ฮืออออ โอ๊ยย ไม่อยากให้เรย์ตายเลยอ่ะ ฮือออ ฟารัสโหดมากกกอ่ะ เมื่อไหร่นางจะกลับมาเนี่ยToT
    #1747
    0
  6. #1660 famedragonoy (@famedragonoy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:26
    นางจะกลับมาพร้อมผมยาวสลวย
    #1660
    0
  7. #1373 POSTION (@kkkpit0009) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 20:52
    ทำไมมันดราม่าปุบปับเเบบนี้!!!T^T
    #1373
    0
  8. #1139 yuan-yanyan (@yuan-yanyan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 19:19
    ไว้อาลัย1ชั่วโมง ให้แก่ผัวเรา?ที่ได้เสียไป1คน......ฮึก!!เพราะไรท์!!?ประชากรคนหล่อในเรื่องก็เลยลดลงไป่คนหนึ่ง!!
    #1139
    0
  9. #1039 Kuromi Nekomata (@kuroironeko) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 22:17
    เรย์! เรย์! ไม่นะเรย์! ถึงนายจะเป็นตัวประกอบแต่นายก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีของโรส! ทำไมไรท์ต้องทำแบบนี้!



    ไรท์ใจร้าย! ไรท์ทำร้ายเรย์! นางคือนางฟ้าตัวน้อยๆที่สร้างความอ่อนโยนในเรื่องนี้เลยนะ! 




    ฮืออออออออออออออ เรย์ ฮือออออออออออ อ่านช่วงเรย์แล้วแทบจะร้องไห้ เจ้าชายอะไร กระต่ายอะไรช่างแม่งแล้ว!



    ฮืออออ เรย์! T[]T ฆ่าใครก็ได้ที่ไม่ใช่เรย์ ไมรอน กับทอมมี่ ฮืออออออออ นางฟ้าขอฉันนนนนนนนนนน





    #1039
    0
  10. #732 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 02:47
    โห อยากปรบมือให้องค์ชายที่เปลี่ยนปีกมาเป็นอาวุธมาก ๆ 

    แต่ฉากตกเหวแอบเศร้าแย่งซีนด้วยนะคะ ฮือฮือ
    #732
    0
  11. #111 Jinjerbell (@k-ngong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 20:50
    ไม่ดาร์คเลย//เสียงโมโนโทน
    #111
    0
  12. #99 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2559 / 19:33
    เอิ่ม...ไม่ดาร์กเนอะ 
    #99
    0
  13. #96 Yona (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 06:56
    ตอนนี้ สงสารทุกคน(น้ำตาไหลเลยอ่ะ)

    ...อัคบา แกไปให้พ้นๆเลย
    #96
    0
  14. #95 Mizza (@wawy111) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 20:37
    ตอนนี้มาโหดจุง 
    #95
    0
  15. #92 Darky_ (@Darky_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 22:59
    แค่กๆ ทำเอากระอัก สำลักจมน้ำ(ดำ)กันเลยทีเดียว
    ช่างเป็นตอนที่ทรมานคนอ่านยิ่งนัก ว่าแต่.. ตอนต่อไปอยู่หนายยย
    #92
    0
  16. #90 Lady Lilac (@plyofana) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 19:45
    เจ้โรสน่ะไม่ห่วงหรอก นางถึกออกขนาดนั้น ไม่มีทางตายไปง่ายๆแบบนี้แน่นอน เพราะนางยังต้องอยู่ให้ไรต์ทรมาณอีกนาน

    แต่! แต่! เรย์ของชั้นน่ะสิ! โถ่ ก็พอจะทำใจไว้แล้วล่ะว่าอาจจะต้องตายสักวัน แต่นี่มันเร็วไปม้ายยย เพิ่งเริ่มเรื่องเหล่าสมุนหลักก็ตายซะละคนนึง TT_TT ให้อยู่นานๆกว่านี้ให้รีดชื่นใจหน่อยก็ไม่ได้

    รอตอนต่อไปค่ะ ฮืออออออ
    #90
    0
  17. #89 firstloveDavill (@firstloveDavill) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 18:41
    ....... ไรท์. ไม่มีคำบรรยาย. รีบมาต่อคะ. อยากรู้ๆๆๆๆว่านางยุไหนนนน
    #89
    0
  18. #87 Joelle (@joelle) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 17:38
    ...
    งืออออออออออ
    ตายหรอ?
    ง่ะ...
    #87
    0
  19. #86 xiujingggg (@xiu-jing) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 17:20
    สงครามกำลังจะเกิดแล้วสินะ
    #86
    0
  20. #85 Angleofwar (@Angleofwar) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 15:43
    นางเอกเราต้องไม่ตายอยู่แล้ว แต่กลับมายังไงนี้สิ #ทีมโรส
    #85
    0