คัดลอกลิงก์เเล้ว

Skinny Girl ฉันจะต้องผอมให้ได้

สังคมต่างปฏิเสธเธอ ด้วยรูปร่างไม่ดีของเธอ เมื่อถึงจุดอิ่มตัว จึงต้องทำสิ่งที่คาดไม่ถึง...

ยอดวิวรวม

153

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


153

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 พ.ค. 61 / 18:46 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ถึงชื่อจะฟรุ้งฟริ้ง แต่มั่นใจเถอะครับ ด้านในไม่ฟริ้งแน่ๆ

กิจกรรมปราบเซียน

ได้หัวข้อ ชอบแหกกฎ ชอบเป็นจุดเด่น  ชอบกินจุกกินจิก โอตาคุ มองโลกในแง่ดี

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 12 พ.ค. 61 / 18:46

บันทึกเป็น Favorite


     "ขะ...ขอโทษนะคะ จากภาพที่ส่งมาเอ่อ....คุณฝันหวานหรอคะ" 

     กี่ครั้งกันแล้วนะที่ฉันต้องมาทนฟังคำดูถูกนี่กัน   ขณะที่พยายามจะตะคอกกลับไป คู่สนทนาก็ตัดสายอัดหน้าไปเสียแล้ว  ทำไมคนพวกนี้มันต้องพูดจากันรุนแรงด้วยนะ แค่ฉันฝันอยากเป็นนางแบบ มันไม่เห็นต้องถึงขั้นด่ากันขนาดนี้...

     น้ำตาหยดเล็กๆซึมผ่านดวงตาแทนความเสียใจที่แฝงไว้ด้วยความหวังและกำลังใจที่มีให้ตัวเอง   ฉันต้องท้อแท้กับคำดูถูกมามากมายจนเกือบจะฆ่าตัวตาย แต่สิ่งเดียวที่ยังผลักให้ตัวฉันยังอยู่คือ ความหวังว่าจะมีใครสักคนยอมรับ กำลังใจที่มีให้ตัวเอง ว่ามันต้องผ่านไปได้แน่ๆมันไม่ใช่เรื่องใหญ่


     แต่ทุกครั้งที่คิดแบบนั้น ฉันก็สมเพชตัวเองพลางสะอื้นในใจอย่างเลี่ยงไม่ได้....

     หลายครั้งที่ผู้คนตอกย้ำสิ่งที่ฉันชอบที่สุด 'ถ้าเธอไม่เลิกกิน เธอจะเอาอะไรไปผอม'  ฉันไม่มั่นใจหรอกว่าถ้าเลิกแล้วมันจะผอม แต่ฉันรักการกิน รสสัมผัสที่มันเข้าปากมา มันมีความสุขเหลือเกิน ความนุ่ม ความหวาน ความมัน ความอร่อย มันยิ่งกว่าการมีวิมานเมฆซะอีก


     'จะร้องตะโกนดังๆ ว่าคิดถึงเธอแค่ไหน'


     เสียงเพลงกระโดดกอด เพลงที่ฉันได้ฟังกับพ่อแม่ครั้งสุดท้าย ก่อนจะแยกจากกันมา และแน่นอนว่าทั้งสองเสียไปหมดแล้ว ฉันตั้งมันไว้เป็นเสียงรอสายเมื่อมีใครโทรมา ชื่อที่ปรากฏด้านหน้ามันคือหนึ่งแรงที่ช่วยฉันยามทุกข์ยากลำบาก... 


      "ทะ...โทรมามีอะไรหรอปราง"  ฉันพยายามพูดกับเพื่อนสนิทให้ดูปกติที่สุด แต่มันดันมีน้ำเสียงสั่นๆโผล่ออกมา

     "น้ำเสียงแกดูไม่ดีอะ เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย"

     "กะ..ก็ มะ...เหมือนเดิม"

     "อีกแล้วนะ นี่เธอไม่เข็ดบ้างเลยหรอ 5ครั้งติดต่อให้เธอดีแค่ไหนก็ไม่น่าไหว "   ฉันพูดไม่ถูก ความห่วงใยที่จริงใจของเพื่อนส่งมาถึงฉัน หลังจากความสิ้นหวังในจิตใจ

     "วันนี้ที่โทรมาเนี่ย ฉันอยากพาเธอมาบ้านฉันน่ะ วันนี้มีเลี้ยงพอดี สนใจมั้ยละ"

     "สนใจนะแต่....ฉันจะไม่ไปเป็นภาระหรอ"

     "ช่างมันเถอะน่า วันนี้นะ ตอนเย็นบ่าย3แล้วฉันจะรอ"

     ปรางก็ตัดสายไปในทันที ถ้าฉันไม่ไปฉันก็จะดูเสียมารยาท แถมงานเลี้ยงซึ่งมีอาหาร ฉันชอบมันมากแต่ฉันอยากจะอดใจห้ามมันไม่ให้ไปกินมันแต่...มันก็ห้ามไม่ไหว ปรางก็อุตส่าห์หวังดีอีกด้วย ตอนนี้เวลา บ่ายโมงตรง ฉันคิดว่าตัวเองควรนอนพักก่อน ควรจะให้ทุกอย่างเป็นปกติภายใน2ชั่วโมง เพื่อที่เพื่อนจะได้ไม่ต้องมาลำบาก...


##

     ผ่านไป1ชั่วโมงครึ่ง ฉันนอนเพื่อคุยกับตัวเองให้พร้อมก่อนจะลุกขึ้นมามองดูเวลา เหลือประมาณ ครึ่งชั่วโมง ขี่รถไปอีกไม่นานก็ถึง อันที่จริงเดินหรือขึ้นรถประจำทางก็ได้ แต่ฉันยังไม่พร้อมที่จะรับความเจ็บปวดทางจิตใจ คงเหลือแค่ขึ้นรถไปก็เท่านั้น...

      ตอนนี้ฉันมาอยู่หน้าบ้านของปรางแล้ว เป็นบ้านในแถบตัวเมืองใกล้ๆนี้ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นการผ่อนคลายก่อนจะเคาะประตูก่อนเข้าไปตามมารยาท...

     "ใครหรอคะ อะ..."

     ทันทีที่ปรางเจอหน้าฉัน แทนที่จะเป็นคำทักทายที่มีให้กัน เธอกลับปิดประตูอัดหน้าฉันอย่างรวดเร็ว อ่า...ฉันอาจจะมาเร็วเกินไปสินะ เพราะยังเหลือเวลาตั้ง15นาที ปรางคงไม่ยังไม่พร้อมที่จะเจอฉันสินะ ว่าแล้วฉันก็เดินออกไปจากตรงประตู เดินออกไปยังที่อื่นอย่างไร้จุดหมาย...

 "'จะร้องตะโกนดังๆ ว่าคิดถึงเธอแค่ไหน~~"

     เสียงเพลงเสียงเดิมดังพร้อมโทรศัพท์สั่นๆ ฉันกดรับสายโดยที่ยังไม่ได้มองหน้าจอ ทันทีที่กดรับสาย เสียงเพื่อนสนิทที่คุ้นเคยก็ดังเข้ามาในหูพร้อมน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วง ฉันรู้สึกดีใจแต่ทำไมมันดูไม่จริง

      "อะนี่ฉันขอฝากซื้อมีดมาเล่นหนึ่งได้มั้ย พอดีที่บ้านมีดพังหมดแล้วฉันจะเอามาตัดแบ่งเค้กอะ"

     "ได้สิ"

     สิ้นบทสนทนา ฉันก็วางสายลง ก่อนจะไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆบ้านปราง ซื้อมีดหนึ่งเล่มมาตามคำขอ มันก็น่าแปลกใจที่บ้านหลังใหญ่ทำไมจะไม่มีมีดสักเล่มเดียว แต่ไม่เป็นไรไง ยังไงฉันก็เชื่อใจในตัวเพื่อนสนิทของฉันที่สุดแล้ว


"ทำไมคุณหนูถึงฝากเหยื่อไปซื้อมีดละครับ?" 

"มันจะเปื้อนรอยนิ้วมือฉันน่ะสิ ถ่ายทำทั้งทีถ้าโดนจับอย่างน้อยก็ไม่มีหลักฐาน1อย่าง"

      ฉันมองมีดที่ฉายแสงความแวววับนี่ ราคามันก็หลายบาทอยู่หรอก แต่ฉันคงซื้อให้ได้ มันก็แค่มีดเล่มเดียวเท่านั้น ฉันเดินกลับมาที่หน้าประตูที่เดิม พลางเคาะประตูเป็นสัญญาณว่ามาถึงแล้ว ปรางเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะจูงมือฉันเข้าไปในบ้าน

     ภายในเป็นบรรยากาศที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีในตอนเด็กๆ กลิ่นอาหาร จำนวนห้อง สภาพที่คุ้นเคย มันอาจจะเป็นบ้านหลังที่สองของฉันด้วยซ้ำ ปรางลากฉันไปเรื่อยๆจนไปอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง มีคน3คนกำลังนั่งกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย เป็นเพื่อนผู้ชายสมัยเด็กของเองนั่นแหละ

"สวัสดีเชอรี่ ไงไม่เจอกันนาน"

     พื่อนผู้ชายคนแรกทักทายฉัน ก่อนคนถัดๆไปจะตามมา ภายในห้องมีแสงไฟส่องสว่างไม่มืดมัว โต๊ะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางห้อง พร้อมกับอาหารหลากหลายชนิด เก้าอี้5ตัว ซึ่งตอนนี้เหลือสองที่คือสำหรับฉันและปราง...

"เข้าไปนั่งสิ"

     ปรางผลักตัวฉันเบาๆ ฉันเดินเข้าไปนั่งด้วยท่าทีหวาดหวั่นนิดหน่อย แต่รอยยิ้มอันเป็นมิตรของทุกคน ทันทีที่นั่ง ความกังวลก็หายไปในทันที ปรางมานั่งข้างๆฉัน ก่อนทุกคนจะลงมือกินอาหารด้านหน้าตัวเองพร้อมพูดคุย มันมีแต่ของโปรดฉันทั้งนั้น แฮมเบอร์เกอร์ เสต็ก  ขาหมู อ่า...นี่มันสวรรค์ชัดๆ

"นี่ไงเธอชอบขาหมูไม่ใช่หรอ"

     อาหารหลายชนิดวางอยู่ข้างหน้าฉัน ถูกตัดเป็นแบบพอดีคำ ทันทีที่ได้กินคำแรก ความอร่อยก็ทำให้ฉันมีความสุขจนหยุดกินต่อไปไม่ได้ ทำให้ทุกคนที่มองฉันอยู่ถึงกับยิ้มออกมา ทันทีที่จัดอย่างแรกไปแล้ว อย่างสองและอย่างที่สามก็ตามมา

     ความสุขจากการกินนี่มันมากเหลือเกิน ฉันจะกินได้อย่างมีความสุขที่สุดถ้าไม่ต้องมากังวลว่าคนอื่นจะมองฉันยังไง หรือถ้ารูปร่างของฉันไม่มีผลต่อหน้าที่การงานคงจะมีความสุขกว่านี้ แต่มันห้ามไม่ได้ รสชาติแรกที่ไหลเข้าปากมันหยุดไม่ได้จนต้องกินต่อไปเรื่อยๆจนหมด

"เชอรี่กินผักด้วยสิอย่ากินแต่เนื้ออย่างเดียว"

     ปรางเอ่ยกับฉันก่อนจะหยิบสลัดผักจานเล็กมาให้ ในขณะที่ฉันกำลังเพลินกับการกินทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันไม่ค่อยชอบผักเท่าไหร่แต่สัญชาตญาณแห่งการกินของฉันมันก็คว้าช้อนพร้อมเอาสลัดทั้งจานยัดเข้าปาก มันไม่ได้อร่อยมากแต่ก็กรุบกรอบดีแต่...

     ทำไมมันรสฝาดละ...

     "ดีมากจ้ะเชอรี่"  

     ทันทีที่กินเข้าไป รอยยิ้มแสยะของคนทั้ง4คนเผยออกมาผิดกับตอนแรก ไม่ทันได้พูดอะไรเพื่อนผู้ชายทั้งสามก็จับตัวฉันล็อคเอาไว้พร้อมกับคาดผ้าปิดตา มัดแขน มัดขา ฉันพยายามจะดิ้นให้หลุดออกมาแต่เรี่ยวแรงกลับไม่มีเหลือเลย ทันทีที่ขั้นตอนสุดท้ายคือการผูกขาจบลง ตัวฉันก็ชาจนขยับไปไหนไม่ได้ แต่ยังได้ยินเสียงของคนอื่น...

     "ทำไมปรางถึงเอายัยเชอรี่มาละ...""     


     "อ้วนๆซึมๆแบบนี้ โง่มากด้วยหลอกง่ายจะตายไป"

       อะ...นี่ฉันโดนหลอกมาอย่างนั้นหรอ... นี่ฉันกำลังโดนหลอกจริงๆหรอแล้วโดนหลอกอะไรละ


       "อย่างน้อยมันก็ยังเป็นเพื่อนๆนะเว้ย เอาให้จบเร็วๆมันจะได้ไม่ต้องมาทรมาณมาก"

        " ไม่ได้ต้องให้ยาชาหมดฤทธิ์ ทำให้มีเสียงร้องมากที่สุด ไม่งั้นเจ้าพวกนั้นอาจไม่พอใจแล้วฆ่าเราก็ได้"

          "เอาตามที่เธอสบายใจเลยละกัน"

         มันคืออะไรกัน สลัดเมื่อกี้คือยาชา.... แล้วอะไรคือเสียงร้องที่ปรางบอก ฉันกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในภวังค์ของสิ่งใด ทั้งสี่คนยกร่างของฉันที่ทำอะไรไม่ได้ อยากจะตะโกนให้สุดเสียงแต่ก็ไม่มีแรง ได้แค่เพียงพึมพำเสียงเบาภายใต้ผ้าปิดปากอย่างหดหู่ ฉันกำลังจะโดนอะไร...

     ถึงแม้ภาพที่ฉันเห็นจะมืดมิดจากผ้าปิดตา แต่ก็สัมผัสได้ว่าร่างกายตอนนี้มันกำลังถูกเคลื่อนย้ายขึ้นบันได เสียงเปิดห้องดังขึ้นพร้อมกับหลังของฉันที่ถูกอัดให้ระนาบกับกำแพง ปลอกคอเหล็กถูกสวมเข้ากับคอของฉัน ร่างกายที่ชาด้านล้มลงกับพื้นแต่...ปลอกคอมันถูกล่ามกับโซ่เอาไ้ว ร่างของฉันจึงถูกตรึงไว้ไม่ให้ล้มลง...

 "ใส่ถุงมือกันให้เรียบร้อยละ พวกเราจะเริ่มแล้ว 2คนไปตั้งกล้อง 1คนเตรียมอุปกรณ์ ฉันจะยืนรอตรงนี้เอง"

"ฉันขอโทษนะเชอรี่ ฉันจำเป็นต้องทำมัน"

     เสียงกระซิบแผ่วเบาดังข้างหูของฉันจนขนลุก น้ำตาหยดเล็กๆไหลผ่านผ้าปิดตาออกมา ปากที่อยากจะตะโกนร้องก็ทำไม่ได้ ฤทธิ์ยาชามันหายไปแล้ว แต่ร่างกายทุกส่วนมันถูกจองจำไม่สามารถขยับไปไหนได้ ฉันไม่สามารถรับรู้อะไรได้นอกจากสีของผ้าปิดตาและเสียงอันคุ้นเคยของทุกคนที่กำลังพูดกัน

     "ทุกอย่างพร้อมแล้วสินะ"

     "สวัสดีผู้มีอิทธิพลแสนน่ารักทุกคนค่ะ วันนี้พวกเราจะมาถ่ายทำหนังสดกัน หรือ Snapfilm โดยเราได้รับโจทย์ในการถ่ายทำคือ 'ผ่าคนเป็น' เพื่อความบันเทิง เราได้รับความอนุเคราะห์ยาตัวหนึ่งมาเป็นยาชนิดใหม่ที่จะทำให้คนคนหนึ่งไม่มีทางตายได้แน่นอนในช่วงเวลา30นาทีไม่ว่าพวกเขาจะเหลือแค่หัวหริอหัวใจหายไปแล้ว แต่พวกเขาจะสามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้"

     ปรางถอดผ้าปิดปากฉันออก เธอรีบจับฉันกรอกยาก่อนจะเอามือปิดปากฉันไว้ไม่ให้พูดอะไรออกไปได้ ยาไหลลงสู่ร่างกาย แต่ฉันก็ยังไม่รู้สึกว่าร่างกายตัวเองมีอะไรผิดปกติ 

     "เผื่อเพิ่มอรรถรสที่ดี เราจะทำการเปิดผ้าปิดตาออก เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแววตาสื่ออารมณ์ออกมานะคะ"

     ปรางถอดผ้าปิดตาของฉันออก เผยให้เห็นดวงตาที่เปื้อนแค่น้ำตา มันสื่ออะไรให้เธอเลิกไม่ได้... ปรางเดินไปหยิบมีดมาหนึงเล่ม นั่นมันมีดที่ฉันซื้อมานิน่า...

     อ่า

     ปราง

     ฉัน

     เกลียด

     แก

     "มาดูตรงส่วนหน้าท้องกันค่ะ เมื่อเราใช้มีดกรีดลงไปที่หน้าท้องลึกๆ จะเผยให้เห็นถึงไขมันเน่าๆสีเหลืองนี่เอง เมื่อเราแทงมัน น้ำสีเหลืองๆมันๆจะทะลักออกมาพร้อมกับเลือด สวยงามมากเลยละค่ะ"

     "เราต้องขออภัยที่ต้องใส่ผ้าปิดปากไว้เพื่อกันเสียงดังเกินเหตุ แต่มีเสียงสะอึกสะอื้นที่ทำให้รู้สึกว่าเจ็บปวดแทน เราต้องขอโทษด้วยจริงๆ"

     "มาต่อกันเถอะค่ะ เมื่อเราเอาไขมันออกจากตัวทั้งหมด จะเผยให้เห็นอวัยวะภายใน พร้อมกับซี่โคร่งหลายซี่ เราจะทำการเอาค้อนปอนด์ทุบซี่โครงตรงนี้ให้แตกเป็นเสี่ยงๆนะคะ... เห็นมั้ยเครื่องในไหลมากองเต็มเลย แต่ยังมีบางอย่างที่ติดอยู่กับร่างกาย เช่น ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร  เราจะใช้มีดตัดมันออกมาให้ทุกคนได้ดูกัน"

     "เรามาต่อตรงส่วนหัวกันต่อนะคะ จะเห็นว่าที่โหนกแก้มเนี่ยก็มีไขมัน ฉันจะผ่าออกมานะคะ เห็นมั้ยเมือกสีเหลืองเยิ้มเลย ตรงส่วนสมองเราจะเอาค้อนปอนด์ทุบแล้วควักมาออกมาให้ทุกคนได้ดูกันนะคะ"

     "ถ้าทุกคนมองดูตรงนี้จะมีหัวใจเต้นตุบๆตับๆอยู่ ฉันจะตัดขั้วหัวใจออกมา ให้ทุกคนได้สัมผัสกับหัวใจคนเป็นยามเต้นอยู่แบบใกล้ชิดหน้าจอกันนะคะ"

     "ยังมีเวลาอีก15นาทีก่อนจะหมดเวลาฤทธิ์ยา เราจะผ่ากันยาวๆค่ะ เพราะยังไงยัยนี่ก็ไม่มีค่าในชีวิตอยู่แล้ว"



    
   










     











ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Imagine Future จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น