Hestia มนตรามายารัตติกาล

ตอนที่ 7 : สอบเข้าแสนครื้นเครง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    20 มี.ค. 60

เขตปกครองพิเศษเฮสเทีย รัฐอิสระเก่าแก่เพียงหนึ่งเดียวที่ปรากฏหลักฐานว่าดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคก่อตั้งดินแดนไฮยาซินด์ แม้มีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่าอาณาจักรอื่น ๆ ทั้ง 12 อาณาจักร ทว่าเฮเทียกลับมีฐานะเป็นเพียงเขตการปกครองพิเศษเท่านั้น ไม่ใช่เพราะมีพื้นที่น้อย เทียบขนาดแล้วยังเล็กกว่านครหลวงของอาณาจักรวอเรนด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะขาดคุณสมบัติสำคัญ... กษัตริย์ผู้ปกครอง

 

เนิ่นนานมาแล้วที่เฮสเทียไม่มีกษัตริย์ หรือความจริงแล้วอาจไม่มีมาตั้งแต่ต้น เคยมีผู้คนมากมาย ทั้งกษัตริย์ เชื้อพระวงศ์ ผู้มีอำนาจ หรือแม้แต่สามัญชนที่มีความทะเยอทะยาน คิดตั้งตนเป็นผู้ปกครองแผ่นดินเฮสเทีย น่าเสียดายที่ไม่ว่าใครก็ล้วนลงเอยด้วยคำว่า ตายสยอง ราวกับโดนสวรรค์ลงทัณฑ์ในเวลาไม่นาน สุดท้ายจึงไม่มีผู้ใดกล้าคิดการใหญ่เกินตัวอีก จนเมื่อกว่าสามพันปีก่อนที่โรงเรียนเวทแห่งเฮสเทียก่อตั้งขึ้น พร้อมกับการแต่งตั้งคณะปกครองอย่างเป็นทางการในรูปแบบราชสำนักจำลองหรือที่เรียกกันว่า สภาเฮสเทีย นำโดย ประธานสภา รองประธานฝ่ายซ้ายขวา เลขาธิการ และหัวหน้าหอพักทั้งสี่ของโรงเรียนเวทแห่งเฮสเทีย ทั้งนี้ ผู้ดำรงตำแหน่งทุกตำแหน่งต้องคัดเลือกมาจากนักเรียนเวทแห่งเฮสเทียเท่านั้น มีอำนาจสั่งการสูงสุด ภายใต้การดูแลของผู้อำนวยการโรงเรียน โดยมีกษัตริย์ทั้ง 12 อาณาจักรเป็นผู้ให้ความคุ้มครองพิเศษตามสนธิสัญญาว่าด้วยการพิทักษ์นครรัฐมรดกโลก

 

ด้านความสำคัญ เขตปกครองพิเศษเฮสเทียอยู่ในอันดับ 3 รองจากอาณาจักรวอเรน...ดินแดนแห่งนักรบที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุด และ อาณาจักรไซครอส...ดินแดนต้นกำเนิดเวทมนตร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรที่ลึกลับที่สุด บรรยากาศภายในเมืองจึงเต็มไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะเขตศูนย์กลางการปกครองหรือที่เรียกกันว่า เซ็นทรัลปาร์ค อันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเวทแห่งเฮสเทีย โรงเรียนเวทมนต์ที่เก่าแก่และน่าเชื่อถือที่สุดในโลก ทั้งไม่จำกัดเงื่อนไขและจำนวนในการรับสมัครนักเรียนเพื่อเข้าศึกษา ขอเพียงผู้สมัครมีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ และสามารถผ่านเกณฑ์การทดสอบได้เท่านั้น นักเรียนที่จบจากที่นี่ทุกคนจะได้ใบรับรองระดับผู้ใช้เวทมนต์ชั้นจอมเวท ในแต่ละปี บรรดาผู้ปกครองที่มีลูกหลานอายุครบ 15 ปี จึงพากันส่งลูกหลานมาสมัครเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะปีนี้ที่มีผู้สมัครมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นรุ่นที่โรงเรียนเวทแห่งเฮสเทียจะมีอายุครบ 3,333 ปี พอดี

 

 

…………………………………………………………

 

 

ยามเช้าอันสดใสมาเยือนเขตศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรเฮสเทียอีกครั้ง ผู้คนร้านรวงเต็มไปด้วยคึกคักตั้งแต่เช้ามืด ต้อนรับวันคัดเลือกนักเรียนใหม่ของโรงเรียนเวทแห่งเฮสเทีย

 

ใกล้เวลาแปดโมงเช้าอันเป็นเวลานัดหมายสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการจะสอบเข้าศึกษา เอเวอลีนยืนอยู่บริเวณลานกว้างด้านหน้าโรงเรียน นัยน์ตาสีดำขลับจากการใช้เวทแปลงกายที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดเสื้อคลุมตัวใหญ่ มองภาพแนวกำแพงอิฐทึบสีแดงเข้มยาวสุดลูกหูลูกตา หลังแนวกำแพงเห็นยอดปราสาทก่อด้วยหินอ่อนสีแดงเข้มหายากหลังมหึมา มีหอคอยสูงเสียดฟ้า รายล้อมด้วยปราสาทขนาดย่อมกว่าสี่หลัง ภาพสุดอลังการเบื้องหน้าทำให้คนเพิ่งเคยมาเฮสเทียครั้งแรกรู้สึกอย่างตื่นตาตื่นใจยิ่ง

 

ร่างในเสื้อคลุมสีน้ำเงินตัวใหญ่ที่กำลังเหลียวซ้ายแลขวาลอกแลกราวพวกบ้านนอกเข้ากรุงช่างสะดุดตา จนทำให้เด็กหนุ่มสามคนที่ยืนมองด้วยความสนใจอยู่พักใหญ่อดไม่ได้ที่จะเข้ามาทักทาย

 

สวัดดี

 

เอเวอลีนหันไปทางซ้ายทันทีที่ได้ยินเสียงห้าวร้องทักทาย เด็กหนุ่มสามคนยืนเรียงหน้ากระดาน ส่งรอยยิ้มผูกมิตรมาให้ ก่อนที่เด็กหนุ่มผมสีแดงเข้มซึ่งยืนอยู่ซ้ายสุดจะเป็นฝ่ายแนะนำตัวก่อนด้วยน้ำเสียงระรื่น

 

สวัสดี... ฉันชื่อ ราเอล หรือจะเรียกว่า ราฟ ก็ได้ มาจากวอเรน ส่วนนี่ กาเบรียล เพื่อนสนิทฉัน มาจากวอเรนเหมือนกัน แล้วก็... เมราซ หรือ  เมซ มาจากเซอคัส ยินดีที่ได้รู้จักนะ

 

ยินดีที่ได้รู้จัก กาเบรียลและเมราซเอ่ยพร้อมกัน

 

เอเวอลีนแห่งมาราคัส ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ เอเวอลีนเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ มองสีหน้าเหลอ ๆ ของเพื่อนใหม่หัวสามสีด้วยความขบขัน

 

เธอชื่อเอเวอลีนเหรอ เมราซถาม

 

ใช่ค่ะ แต่เรียกอีวี่ก็ได้ แล้วก็...ไม่เห็นต้องทำหน้าอย่างนั้นเลย ในดินแดนไฮยาซินด์น่ะ มีเด็กผู้หญิงตั้งหลายคนที่ใช้ชื่อเดียวกับเจ้าหญิงแห่งไซครอสท่านนั้น พวกนายคงไม่คิดว่าฉันเป็นพระองค์หรอกนะ

 

สามหนุ่มยกมือเกาหัวแกรก ๆ แก้เขินที่ถูกอีกฝ่ายรู้ทัน ก่อนที่เด็กหนุ่มผมดำนามกาเบรียลจะชวนเปลี่ยนเรื่อง

 

นี่มันย่างเข้าฤดูร้อนแล้วนะ เธอใส่เสื้อคลุมตัวใหญ่อย่างนี้ไม่ร้อนบ้างรึไง

 

ร้อนสิ มากด้วย ใกล้จะละลายแล้วเนี่ย เอเวอลีนตอบทันที

 

อ้าว...งั้นจะใส่ทำไมล่ะ ร้อนนักถอดซะก็ได้ เมราซถามบ้าง

 

ถ้าถอดได้ ฉันถอดไปแล้วล่ะ แต่บังเอิญมีคนบ้าบางคนบังคับให้ใส่ตลอดเวลานี่สิ

 

ริมฝีปากสีแดงสดที่โผล่พ้นขอบฮู้ดเสื้อบิดเล็กน้อย นึกไปถึงช่วงเช้าตรู่ที่พี่ชายบุกมาหาถึงห้องพักเพื่อกำชับและบังคับให้เธอใส่เสื้อคลุมตัวใหญ่ผ้าหนาหนักท่ามกลางอากาศที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แถมด้วยการยกสารพัดบทลงโทษพิสดารมาข่มขู่จนเอเวอลีนไม่กล้าดื้อดึง ได้แต่ปลงกับชะตากรรมของตน

 

คิดแล้วยังฉุนไม่หาย ท่านพี่บ้า!!

 

เสียงระฆังดังกังวานมาจากภายในโรงเรียน ทำให้การสนทนายุติลงชั่วคราว ผู้ที่อยู่ในลานกว้างเกือบทั้งหมดหันไปมองร่างทั้งห้าที่เดินทะลุกำแพงโรงเรียนตรงตำแหน่งที่ระบุในใบสมัครสอบไว้ว่าเป็นจุดนัดหมายเป็นสายตาเดียว ก่อนที่คนกลุ่มนี้จะหยุดอยู่ด้านหน้ากลุ่มผู้สมัครสอบด้านใกล้กำแพงโรงเรียน

 

กลุ่มผู้มาใหม่ประกอบด้วยชายสามคนหญิงสองคน หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุดอายุไม่น่าจะเกิน 30 ปี สวมชุดนักเวทหญิงสีฟ้าจาง นัยน์ตาสีชมพูกวาดมองหน้าผู้สมัครสอบทุกคนพลางยิ้มบาง ๆ ขณะที่เด็กหนุ่มสาวอีกสี่คนด้านหลังยืนเรียงหน้ากระดานนิ่ง เด็กหนุ่มสามคนแต่งกายเหมือนกันด้วยเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวสีขาว สวมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวครึ่งน่องสีแดงเข้มอันเป็นสีประจำโรงเรียน แขนซ้ายติดปลอกแขนแบบเดียวกันแต่คนละสี ส่วนเด็กสาวอีกคนเต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับประโปรงสีขาวยาวเหนือเข่าเล็กน้อย และเสื้อคลุมสีแดงเข้มกับปลอกแขนแบบเดียวกันกับสามหนุ่ม

 

หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าสุดคลี่ยิ้มกว้าง ยกมือขึ้นดีดนิ้วครั้งหนึ่ง บาเรียสีเขียวอ่อนจางพุ่งจากพื้นสูงขึ้นไปบนฟ้าเกือบ 10 เมตร ล้อมผู้สมัครสอบไว้ทั้งหมด ยกเว้นด้านที่คนทั้งห้ายืนอยู่ ที่ทอดยาวเป็นทางเดินขนาดกว้างราวสี่เมตร ไปสิ้นสุดลงที่กำแพงทึบด้านหลังที่ปัจจุบันกลายเป็นซุ้มประตูสีขาวสะอาดกว้างเท่ากับความกว้างของทางเดินพอดี

 

สวัสดีทุกคน เสียงหวานทรงอำนาจดังขึ้นเป็นครั้งแรกด้วยท่าทางธรรมดา ๆ แต่เสียงที่ออกมากลับดังจนได้ยินกันทั่วอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วนางก็เริ่มพูดต่อด้วยรอยยิ้มใจดี ขัดกับบุคลิกทรงอำนาจอีกครั้ง

 

ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่ายินดีต้อนรับสู่โรงเรียนเวทแห่งเฮสเทียในขั้นต้น สำหรับคนที่ผ่านบททดสอบแรกนั่นก็คือการตรงต่อเวลา ในบททดสอบนี้มีผู้สอบผ่าน 12,875 คน จากผู้ยื่นใบสมัคร 13,961 คน จากนี้ไปจะเป็นการทดสอบบทที่สอง ซึ่งอาจมีหลายคนต้องกลับบ้านก่อนที่จะได้ก้าวเข้าไปในโรงเรียนด้วยซ้ำ

 

รอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจที่ประดับอยู่บนใบหน้าคนพูด ทำเอาบรรดาผู้ฟังทั้งหลายเสียวสันหลังวาบ เกร็งร่างเตรียมรับสถานการณ์ไม่คาดฝันเต็มที่

 

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะจ๊ะ ครูชื่อ เลดี้จีเซล เอล ฟาเรีย เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเวทมนตร์ศาสตร์ พวกเธอได้พบกับครูในเทอมนี้แน่ ๆ นั่นหมายความว่าจะต้องสอบผ่านก่อนนะจ๊ะ

 

เอเวอลีนกับเพื่อนใหม่ทั้งสามฟังคำพูดของว่าที่อาจารย์ในอนาคตของตนด้วยท่าทีสบาย ๆ ต่างจากคนอื่น ๆ ที่ยิ่งฟังก็ยิ่งเครียด

 

หึๆ ๆ อาจารย์คนนี้ร้ายไม่เบา ถึงได้เจตนาทำสงครามจิตวิทยาก่อนสอบแบบนี้

 

ขณะที่ฝ่ายอาจารย์เองก็รู้สึกพอใจไม่น้อย ที่เห็นว่าที่นักเรียนใหม่หลายคนยังมีสีหน้าสงบนิ่ง ไม่ได้เคร่งเครียดเพราะถูกกดดัน น้ำเสียงที่พูดจึงสดใสยิ่งขึ้น

 

ส่วนสี่คนนี้เป็นนักเรียนหัวหน้าหอพักทั้งสี่ของเรานะจ๊ะ ครูจะให้พวกเขาแนะนำตัวกันเองก็แล้วกันเธอผายมือไปยังลูกศิษย์ทั้งสี่

 

สิ้นเสียงอาจารย์สาว เด็กหนุ่มผมสีเขียวเข้มตาสีเขียวที่ยืนอยู่ทางซ้ายสุด แขนซ้ายสวมปลอกแขนสีขาว เอ่ยแนะนำตัวเป็นคนแรก

 

ปี 3 เดวิด โคลว์ แห่งบาวาเรีย...หัวหน้าปราการเหนือ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง

 

ปี 3 ลูอิส วินเซนส์ แห่งเชมเบอริล...หัวหน้าปราการใต้คร้าบ ชายหนุ่มร่างบึกบึน ผมสีชา ตาสีครามเอ่ยด้วยท่าทางขี้เล่น เขาสวมปลอกแขนสีน้ำเงินเข้ม

 

ปี 3 เชลีน เดนนิส แห่งยูเซรุส...หัวหน้าปราการตะวันออกค่ะ หญิงสาวผมสีส้ม ตาสีแดงเข้ม สวมปลอกแขนสีเขียวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน

 

ปี 3 จูเลียน เอล คาซซาร์ แห่งไซครอส...หัวหน้าปราการตะวันตก ชายหนุ่มหน้าตาคมคาย ผมและตาสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำเอ่ยเสียงเย็น ที่แขนซ้ายมีปลอกแขนสีดำ เขาก้มหัวลงน้อย ๆ คล้ายเป็นการทักทาย แต่แท้จริงแล้วเจ้าตัวรู้ดีว่า นี่เป็นการทำความเคารพใครบางคนที่ไม่สามารถเผยตัวได้ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเอเวอลีนที่ยืนห่างออกมา ตรงตำแหน่งเดียวกับที่เขายืนอยู่พอดี

 

เอเวอลีนได้แต่บ่นอุบในใจ เธอรู้จักจูเลียนที่เป็นเพื่อนสนิทกึ่งองครักษ์ของพี่ชายเป็นอย่างดี เมื่อเช้าที่อเล็คเซลรีบพาเธอมาส่งแล้วเผ่นหายไปพร้อมกับโซฟิเลีย แสดงว่าท่านพี่บ้าต้องกลับเข้าไปในโรงเรียนเพื่อบอกเรื่องที่เธอมาสอบให้เพื่อนคนนี้รู้แน่ ๆ เขาถึงได้แสดงกิริยาเช่นนี้

 

สามหนุ่มมองท่าทางกระฟัดกระเฟียดของเด็กสาวอย่างแปลกใจแต่ไม่ทันได้เอ่ยถามเพราะอาจารย์สาวขัดขึ้นมาซะก่อน

 

ทีนี้ก็รู้จักกันแล้วนะจ๊ะ เอาล่ะ...ได้เวลาทดสอบครั้งที่สองแล้วล่ะนะ เลดี้จีเซลหันไปพยักหน้าให้หัวหน้าปราการทั้งสี่ก่อนจะพาตัวเองไปยืนรอที่ด้านในซุ้มประตูทางเข้าโรงเรียน ปล่อยให้หัวหน้าหอทั้งสี่แยกย้ายกันทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย

 

เชลีนขยับมายืนแทนที่อาจารย์สาว เพียงสะบัดมือเบา ๆ ครั้งเดียว ม้วนกระดาษที่ถือมาด้วยตั้งแต่ต้นก็คลี่ออกยาวเหยียดจนบางส่วนกองอยู่บนพื้น มืออีกข้างกระชับปากกาขนนกเตรียมจด

 

ฝ่ายหนุ่ม ๆ ทั้งสามแยกกันยืนเป็นชั้น ๆ ห่างกันชั้นละสองเมตรพร้อมกางบาเรียสามสี ชั้นแรกเดวิดกางบาเรียสีขาวทอดขวางเต็มทางเดิน ถัดมาลูอิสกางบาเรียแบบเดียวกันแต่สีเหลือง ปิดท้ายด้วยจูเลียนที่กางบาเรียสีเขียวใสอยู่ด้านหน้าประตูโรงเรียน ทั้งสามคนถือม้วนกระดาษเปล่ากับปากกาขนนกไว้ในมือ หันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้เพื่อนสาวพร้อมกัน แล้วเชลีนก็เริ่มอธิบายกติกาการสอบเมื่อเห็นว่าสามหนุ่มเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว

 

กติกาการสอบรอบสองมีง่าย ๆ นะจ๊ะ แค่ทุกคนต้องเดินผ่านบาเรียทั้งสาม ชั้นไปหาเลดี้จีเซลให้ได้เท่านั้นเอง

 

เสียงถอนหายใจคนที่ต้องถูกทดสอบดังเบา ๆ แต่เมื่อหลาย ๆ คนถอนหายใจพร้อมกันมันจึงเสียงดังจนได้ยินกันทั่วอย่างช่วยไม่ได้ เชลีนเห็นหลายคนเริ่มยิ้มออกจึงเอ่ยต่อ

 

แต่...

 

รอยยิ้มสดใสหุบฉับอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะคำว่าพูดลอย ๆ คำเดียวที่มักตามด้วยประโยคที่ให้ผลในแง่ลบเสมอ แล้วก็จริงดังคาด

 

บาเรียทั้งสาม ชั้นมีความหมายต่างกันออกไป ใครผ่านบาเรียชั้นแรกไม่ได้ถือว่า สอบตก ทันที!”

 

หลังรุ่นพี่สาวเน้นคำว่าสอบตก ผู้เข้าสอบทั้งหลายรู้สึกราวกับถูกผีหลอกกลางวันแสก ๆ หลายคนเริ่มมองบาเรียสีขาวอย่างหวาดระแวง แต่ดูเหมือนว่าเชลีนจะยังไม่สะใจ คำพูดที่เป็นดั่งฝันร้ายของผู้ฟังทั้งหลายจึงตามมาหลอกหลอนติดๆ

 

ส่วนคนที่ผ่านบาเรียชั้นแรกกับชั้นที่สอง แต่ไม่สามารถผ่านบาเรียชั้นที่สามได้ก็ถือว่า สอบตก เช่นกัน คราวนี้เชลีนเริ่มยิ้มหวาน สรุปง่าย ๆ ว่าคนที่สามารถผ่านบาเรียทั้งสามชั้นจนไปถึงประตูโรงเรียนได้เท่านั้นจึงจะสอบผ่าน อ้อ...ระหว่างที่เดินผ่านซุ้มประตูเข้าไปในโรงเรียน กรุณาหันมองสีของมันให้ดีแล้วแจ้งเลดี้จีเซลด้วยนะจ๊ะ เอาล่ะ...เริ่มสอบกันเลยดีกว่า

 

หัวหน้าปราการตะวันออกคนงามก้มลงมองรายชื่อเล็กน้อยแล้วประกาศเสียงดัง

 

คนแรก...กาเบรียล ดิวรอส แห่งวอเรน

 

กาเบรียลหันมามองหน้าเพื่อนทั้งสามแล้วยักไหล่เป็นเชิงว่าช่วยไม่ได้ แล้วเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างเดินทอดน่องผ่านบาเรียทั้งสามชั้นไปหน้าตาเฉย แต่เมื่อกำลังจะเดินผ่านซุ้มประตูเข้าไปด้านในโรงเรียน ฝีเท้าที่สม่ำเสมอพลันชะงักเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรได้ เด็กหนุ่มเหลือบมองสีของซุ้มประตูด้วยหางตา คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยกับสีที่ต่างไปจากเดิม ก่อนจะเดินไปแจ้งสีที่เห็นกับเลดี้จีเซลที่ยืนถือปากกาขนนกกับม้วนกระดาษเปล่าที่เพิ่งปรากฏชื่อเขาขึ้นมาเป็นชื่อแรก นัยน์ตาสีอำพันเหลือบมองชื่อตนบนกระดาษ รู้ตัวอยู่เหมือนกันว่าโดนประเมินเป็นทอดๆ

 

เริ่มแรกเมื่อเชลีนซึ่งมีรายชื่อผู้ส่งใบสมัครสอบทั้งหมดคลี่ม้วนรายชื่อออก ชื่อของผู้สมัครที่ไม่อยู่ในอาณาเขตบาเรียจะหายไปทันที หลังจากนั้นม้วนกระดาษจะเริ่มจัดลำดับการเข้าสอบใหม่โดยการสุ่ม ซึ่งผลปรากฏว่ากาเบรียลได้ลำดับแรก เมื่อมีขานชื่อแล้วเด็กหนุ่มแสดงตัวโดยการเดินออกมาจากกลุ่มผู้สมัคร เชลีนจะทำเครื่องหมายผ่านที่หน้าชื่อของเขา ชื่อกาเบรียลก็จะไปปรากฏบนม้วนกระดาษเปล่าของเดวิดที่เป็นผู้ทดสอบคนแรก เมื่อกาเบรียลผ่านบาเรียชั้นแรกได้สำเร็จ เดวิดจะทำเครื่องหมายผ่านที่หน้าชื่อเขา ม้วนกระดาษเปล่าในมือลูอิสจึงจะมีชื่อเขาปรากฏขึ้นมา และทั้งลูอิสทั้งจูเลียนล้วนต้องทำแบบเดียวกันกับเดวิด สุดท้ายชื่อของผู้ที่ผ่านบาเรียชั้นที่สามได้จะไปปรากฏที่กระดาษในมือเลดี้จีเซลซึ่งมีหน้าที่เพียงรอให้เจ้าของชื่อมาแจ้งสีของซุ้มประตูทางเข้าและจดมันลงไปหลังชื่อ เป็นอันจบการทดสอบครั้งที่สองเพียงเท่านี้

 

เชลีนที่มองตามกาเบรียลตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มแจ้งสีกับเลดี้จีเซลเป็นที่เรียบร้อยจึงหันกลับมาประกาศรายชื่อต่อทันที

 

เลดี้เอเวอลีน เคลมโซราส แห่งมาราคัส

 

เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันทีที่ชื่อของเอเวอลีนถูกประกาศออกไป หลายคนพยายามมองหาเด็กสาวท่าทางผู้ดีที่น่าจะเป็นเจ้าของชื่อ ก็ชื่อเด็กสาวที่มีคำว่า เลดี้ นำหน้ามันหาได้ง่าย ๆ ซะที่ไหน นอกจากเจ้าของชื่อจะเป็นธิดาของขุนนางชั้นสูงและต้องได้รับการอนุญาตโดยตรงจากกษัตริย์ให้ใช้คำว่าเลดี้นำหน้าชื่อ หาไม่แล้วก็เป็นได้แค่คุณหนูธรรมดา ๆ คนหนึ่งเท่านั้น เรียกได้ว่า...หายากพอ ๆ กับเจ้าหญิงเลยทีเดียว

 

นามสกุล เคลมโซราส ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เป็นจุดสนใจ เพราะเป็นนามสกุลก่อนอภิเษกของพระราชินีแห่งมาราคัส แต่ใครเลยจะรู้ว่าก่อนหน้านี้แค่สามวัน กษัตริย์ซารูนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับกษัตริย์และพระราชินีแห่งมาราคัสอุตส่าห์เดินทางไปเยือนทั้งสองพระองค์ถึงที่ ก็เพื่อ (เล่นเส้น) ขอยืมนามสกุลเก่าของเพื่อนสาวมาให้ลูกสาวสุดที่รักใช้ปลอมตัวโดยเฉพาะ

 

เอเวอลีนขยับกายไล่ความเมื่อยขบเพราะต้องยืนมาตั้งแต่เช้าเล็กน้อยก่อนจะก้าวออกไป ร่างเล็กที่มีเสื้อคลุมสีน้ำเงินตัวใหญ่คลุมปิดมิดชิดตกเป็นเป้าสายตาได้ไม่ยาก แต่เด็กสาวไม่สนใจ สาวเท้าเดินผ่านบาเรียทั้งสามอย่างรวดเร็วและมั่นใจ ขณะเดินผ่านซุ้มประตูก็เหลือบมองสีของมันเล็กน้อย จึงออกเดินต่อ ตรงไปหาเลดี้จีเซลทันที

 

เธอเห็นซุ้มประตูเป็นสีอะไรจ๊ะเลดี้เอเวอลีน เลดี้จีเซลถามเสียงหวาน

 

สีฟ้าค่ะ เอเวอลีนตอบ ครั้นแอบมองในกระดาษก็เห็นว่าเพื่อนใหม่ที่ผ่านการทดสอบก่อนหน้านี้ตอบสีเดียวกัน แม้จะสงสัยว่าไอ้ดาวหนึ่ง ดวงหลังสีที่ตอบมันจะหมายถึงอะไรก็เถอะ

 

สีฟ้าแบบไหนจ๊ะ

 

เด็กสาวเหลือบมองซุ้มประตูอีกครั้งก่อนตัดสินใจตอบ

 

สีฟ้าอ่อนค่ะ

 

เลดี้จีเซลเขียนคำตอบลงหลังชื่อเอเวอลีนแถมท้ายด้วยดาวอีกหนึ่ง ดวงเหมือนของกาเบรียลเสร็จแล้วจึงเงยหน้าขึ้นส่งรอยยิ้มอ่อนโยน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเดียวกันว่า

 

ไปนั่งรอคนอื่น ๆ กับกาเบรียลก่อนก็ได้นะจ๊ะ

 

ค่ะ

 

เอเวอลีนยอบกายทำความเคารพอาจารย์สาวอย่างสวยงามตามตำรามารยาทกุลสตรีชั้นสูงเปะ ๆ จากนั้นจึงค่อยหันหลังเดินไปสมทบกับเพื่อนใหม่ที่นั่งเอกเขนกหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก ริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์

 

หึ ๆ ซุ้มประตูสีฟ้าอ่อนอย่างนั้นเหรอ ขอโทษนะคะอาจารย์ จริง ๆ แล้วหนูเห็นเป็นอีกสีต่างหาก แต่ถ้าขืนบอกไปทั้งอย่างนั้นความซวยได้มาเยือนหนูแน่ ๆ เพราะฉะนั้นเอาสีฟ้าอ่อนไปแทนก็แล้วกันนะคะ สวยดี คิก ๆ

 

เด็กสาวนั่งลงข้างกาเบรียลเงียบ ๆ รอไม่นานนักผู้สอบผ่านคนที่สามและสี่ก็ตามมาสมทบ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...เมราซกับราเอลนั่นเอง

 

พวกนายเห็นซุ้มประตูสีอะไร เมราซถามเพื่อนทั้งสองเมื่อทรุดกายลงนั่งล้อมวงพร้อมกับราเอล

 

สีฟ้าอ่อน เอเวอลีนกับกาเบรียลตอบพร้อมกันด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แถมคำตอบยังเหมือนกันอีกต่างหาก

 

ราเอลอ้าปากค้าง มองเอเวอลีน กาเบรียล และเมราซ สลับไปมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ทำไมพวกมันบอกเลดี้จีเซลเหมือนกันทั้งสามคนเลยฟะ ขณะที่เมราซหัวเราะเบา ๆ เปรยด้วยน้ำเสียงรู้ทัน


สีฟ้าอ่อนจริงเร้อ


เจ้ากับราเอลบอกว่าเห็นสีนี้ด้วยล่ะสิ กาเบรียลย้อน


เมราซเพียงยิ้มรับ ส่วนราเอลพยักหน้าแรง ๆ หลายที


ถามจริงเหอะ พวกเจ้าเห็นเป็นสีอะไรกันแน่ ราเอลยื่นหน้าเข้ามากลางวง กระซิบถามเสียงเบาราวกลัวว่าเลดี้จีเซลที่ยืนห่างออกไปจะได้ยิน


สีไหนก็สีนั้นแหละ เอเวอลีนตอบเสียงกลั้วหัวเราะ และยิ่งหัวเราะดังยิ่งขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของเพื่อนใหม่หัวแดง


ประตูนั่น...ราเอลตวัดนัยน์ตาสีแดงเข้มที่เริ่มมีคนทยอยกันเดินเข้ามาอย่างสงสัย


เขาเรียกว่าประตูทดสอบน่ะ เป็นประตูใหญ่ทางเข้าโรงเรียนเวทแห่งเฮสเทีย สามารถวัดระดับพลังเวทได้ ดังนั้นผู้ที่เดินผ่านจึงเห็นสีของประตูต่างกันตามระดับพลังเวท เรียงจากสูงไปต่ำก็... สีทอง...เป็นระดับสูงสุดเท่าที่ประตูสามารถวัดค่าพลังได้ จากนั้นก็เป็นสีดำ แดง น้ำตาล ฟ้า เขียว เหลือง ขาว เทา อ่อนเข้มสลับกันไปตามแต่ขั้นของระดับสีต่าง ๆ ล่ะนะ เมราซอธิบายยาวเหยียด

 

แต่ฉันว่าประตูนี่มันแปลก ๆ นะ ราเอลลูบคางเปรยลอย ๆ ตามองเพื่อนหัวเขียวเป็นเชิงบอกให้มันเล่ารายละเอียดให้ฟัง ซึ่งอีกฝ่ายก็แสนรู้พอจึงอ้าปากบรรยายต่อไป

 

นอกจากจะมีคุณสมบัติในการวัดระดับพลังเวทของผู้ที่เดินผ่านแล้ว ตามข้อมูลที่ฉันรู้ ประตูหน้าของโรงเรียนหรือประตูทดสอบนี้ไม่เคยอยู่ที่เดิมซ้ำกันสักวัน วันนี้อาจอยู่ตรงนี้ พรุ่งนี้อาจหลบไปอยู่ตรงไหนของกำแพงโรงเรียนก็ได้ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่ามันจะไปอยู่ตรงไหน แม้แต่ท่านผู้อำนวยการก็เถอะ อีกอย่าง เราจะมองเห็นซุ้มประตูได้จากภายในบริเวณโรงเรียนเท่านั้น ถึงจะเป็นตำแหน่งเดียวกันแต่คนภายนอกจะเห็นเพียงกำแพงโล่ง ๆ เหมือนกับที่เราเห็นรุ่นพี่เขาเดินทะลุกำแพงออกมานั่นแหละ ทำให้ในแต่ละปี โรงเรียนเวทแห่งเฮสเทียประกาศสถานที่รวมตัวของเด็กที่มาสอบเข้าไม่ซ้ำกันสักปี นั่นก็เพราะต้องเลือกที่ที่ใกล้ประตูโรงเรียนมากที่สุดไง

 

แล้วอย่างนี้ไม่เข้าออกโรงเรียนลำบากแย่รึ ราเอลถามต่อ

 

สอบเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนนี้ให้ได้ซะก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องนั้นก็ยังไม่สายนะไอ้หัวแดง เมราซหันมาส่งรอยยิ้มกวนอวัยวะเบื้องล่างให้เพื่อนซี้ ตาเริ่มสังเกตผู้คนรอบสบริเวณที่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ปีนี้ท่าทางจะมีคนเก่ง ๆ สอบผ่านเยอะนะ

 

อย่างคนหัวสีน้ำทะเลกับคนหัวสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังเดินมาทางนี้เป็นต้น กาเบรียลต่อให้ ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มทักทายเด็กหนุ่มสองคนที่เดินมารวมกลุ่มด้วย จนที่เหลือต้องหันมองตาม

 

หวัดดี ขอพวกฉันนั่งด้วยคนได้ป่าว...ฮ้าววววว เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนท่าทางง่วงนอนถามพลางหาวพลาง

 

เอาสิ ราเอลยิ้มร่า ขยับที่ทางให้เพื่อนใหม่ได้นั่งลงด้วยกัน

 

ฮ้าวว... ฉันชื่อเฟอนันโด ครูซ เรียกเฟอเฉย ๆ ก็ได้ มาจากมาราคัส ส่วนนี่...ยูค แซนดัล มาจากไซครอส ยินดีที่ได้รู้จักนะฮ้าวววววว เฟอนันโดหาวอีกรอบ ผายมือมาทางเด็กหนุ่มผมสีน้ำทะเลท่าทางเย็นชาที่เพียงแค่ผงกหัวทักทายเท่านั้น

 

ฉันชื่อราเอล แต่เรียกราฟดีกว่า ส่วนนี่เมราซ แต่เรียกมันว่าเมซก็พอ นั่น...กาเบรียลแล้วก็เอเวอลีน... ราเอลแนะนำยังไม่ทันเสร็จ สองหนุ่มหันขวับมามองสาวเดียวในกลุ่มทันที นัยน์ตาสองคู่เบิกกว้างอย่างตื่นเต้น คนหนึ่งลืมมาดเย็นชา ส่วนอีกคนลืมง่วงนอนไปชั่วขณะ จ้องอยู่ไม่นานนักทั้งคู่พากันสะดุ้งโหยงได้สติ เริ่มกลับเข้าสู่โหมดเดิมอีกครั้ง ท่ามกลางความแปลกใจของพวกกาเบรียล

 

เจ้าจะแกล้งง่วงอีกนานมั้ยห้ะ! ดูแล้วมันขัดลูกตาพิกล กาเบรียลปั้นหน้าตาหมั่นไส้แขวะเฟอนันโด มีหรือที่เขาจะรู้ไม่ทันว่าเพื่อนใหม่คนนี้แกล้งง่วงแกล้งเฉื่อยปกปิดตัวตนที่แท้จริงซึ่งคาดว่าคงมีฝีมือไม่น้อย

 

นั่นสิ ถ้าอยากง่วงนักล่ะก็ ช่วยเก็บไว้ง่วงต่อหน้าคนอื่นเถอะนะ เว้นพวกเราเอาไว้สักสี่ห้าคนเถอะ มันดูแล้วขัดใจจริง ๆ ว่ะ ราเอลว่าเข้าอีกคน

 

เฟอนันโดได้แต่หัวเราะแหะ ๆ เพื่อนใหม่รู้ทันซะแล้ว สงสัยคงต้องเลิกแกล้งง่วงเฉพาะต่อหน้าพวกนี้ ไม่งั้นเกิดคนใดคนหนึ่งรำคาญเขาจนถึงขั้นลงไม้ลงมือขึ้นมาสักคน มีหวังเละเป็นโจ๊กแน่ แต่ละคนท่าทางธรรมดาซะที่ไหน ไม่งั้นอยู่ดี ๆ คนเย็นชาไม่สนใจมนุษย์โลกหน้าไหนทั้งนั้นแบบยูคคงไม่ชวนเขามาทำความรู้จักกับพวกนี้หรอก

 

พูดถึงเพื่อนสนิทแล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ ตั้งแต่มานั่งด้วยกัน หมอนี่ยังไม่ได้ง้างปากตัวเองเลยนี่หว่า...ปากไวเท่าความคิด เฟอนันโดหันมาหาเพื่อนซี้ทันที

 

ยูค...แกลืมปากไว้ที่ท่านแม่คนสวยรึไง

 

อย่าเอาฉันไปเทียบกับพวกลูกแหง่ติดแม่อย่างแก ประโยคแรกที่ออกมาจากปากคนพูดน้อยแต่ต่อยหนัก ทำเอาเฟอนันโดค้อนขวับ หุบปากได้สนิทเหมือนกัน เพื่อนใหม่ทั้งสี่คนหัวเราะลั่น มั่นใจเต็มร้อยว่าเป็นเรื่องจริงแน่นอน

 

  

…………………………………………………………

 

 ตัดฉับ!!!!! จบ...ตอน แล้วนะค้าาาาาาาาา  ^3^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

4,178 ความคิดเห็น

  1. #4115 hibernateZz (@hihibernate07) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 19:13
    รอตอนต่อไปปป
    #4115
    0
  2. วันที่ 18 มีนาคม 2560 / 15:01
    รอออออออ
    #4114
    0
  3. #4112 Miss.Park (@paremyoung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 21:33
    จะติดตามไปเรื่อยๆ นะคะ รออ่านทุกวันเลยยยย ขอบคุณค่ะ
    #4112
    0
  4. #4111 hibernateZz (@hihibernate07) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 10:08
    เราจะรอค่าาา
    #4111
    0