Hestia มนตรามายารัตติกาล

ตอนที่ 9 : สัญลักษณ์บนฝ่ามือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 เม.ย. 60

บทที่ 6 สัญลักษณ์บนฝ่ามือ

กาเบรียลซึ่งกำลังนั่งกอดอกกระดิกเท้ารอคนอื่น ๆ อยู่บนเก้าอี้ในห้องพักสำหรับผู้ที่สอบผ่านแหงนหน้าขึ้นมองหลุมดำของช่องว่างระหว่างมิติที่อยู่ดี ๆ ก็โผล่ขึ้นเหนือศีรษะตนประมาณหนึ่งเมตรอย่างแปลกใจระคนสงสัย แล้วร่างหนึ่งก็หล่นลงมาบนตักเขาอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่ก็ยังมีปฏิกิริยาเร็วพอ แขนแข็งแรงตวัดรวบร่างบางไว้ได้ทันก่อนร่างนั้นจะตกกระแทกพื้น


อู๊ย...เจ็บอ่ะ ร่างเล็กพยายามชันตัวนั่งด้วยความลำบากหลังเจ้าของตักแกร่งคลายวงแขนออก จนกาเบรียลที่เป็นคนเจ็บตัวจริงอดแขวะไม่ได้


คนที่สมควรร้องโอดโอยน่าจะเป็นฉันมากกว่านะอีวี่


เสียงนี้มัน...


กาเบรียล!” เอเวอลีนผวาลุกจากตักกว้างทันทีราวต้องของร้อน


ก็ฉันน่ะสิ ดันตกลงมาใส่ฉันซะได้ ไปทำอีท่าไหนเข้าล่ะ พอรู้ว่าเป็นเพื่อนสาวคนใหม่ อาการฉุนน้อย ๆ ก็จางหาย กลายเป็นขบขันแทน


เอเวอลีนหัวเราะแหะ ๆ ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวติดกัน ตอบเสียงอ่อย


เอ่อ...พอดีมันมีเหตุขัดข้องบางประการน่ะ นายอย่ารู้เลย ว่าแต่ที่นี่มันที่ไหนเหรอ ว่าแล้วก็เฉไฉเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย


ห้องพักของคนที่ผ่านการคัดเลือกน่ะ


เหรอ งั้นฉันก็สอบผ่านแล้วน่ะสิ นัยน์ตาสีดำขลับมองไปรอบห้องจึงหันกลับมาถามเพื่อนหนุ่มอีกครั้ง ทำไมไม่เห็นมีใครเลยล่ะ นี่มันใกล้บ่ายสองรึยัง


จะมีได้ไงเล่า ตอนนี้เวลาสอบยังผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ


ฮ้า...งั้นนี่ก็ยังไม่...


โครมมมม!!!


เที่ยง...


อะไรบางอย่างหล่นกระแทกพื้นรุนแรงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เฉียดเท้าเอเวอลีนกับกาเบรียลไปไม่ถึงคืบทำเอาทั้งคู่ถึงกับสะดุ้งโหยง รีบหดเท้าแทบไม่ทัน นัยน์ตาสองคู่มองกองซากสิ่งมีชีวิตตาค้างไปสองวินาทีแล้วพร้อมใจกันระเบิดเสียงหัวเราะดังสนั่น ต่างกับพวกซากสิ่งมีชีวิตกองใหญ่ที่หน้าตาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความจุก


ราเอล เมราซ เฟอนันโด และยูค หล่นมาจากช่องว่างระหว่างมิติพร้อมกัน ซ้ำร้ายยังเป็นตำแหน่งเดียวกันอีกต่างหาก คนที่ซวยที่สุดจึงเป็นราเอลที่หล่นลงมาก่อนใคร แล้วโดนเมราซ เฟอนันโด และยูคหล่นลงทับเป็นทอด ๆ จุกกันไปตามระเบียบ แต่ดูเหมือนยูคจะโชคดีอยู่บ้าง จึงหล่นลงมาทั้งท่านั่งขัดสมาธิมือกอดอกทับเพื่อนอีกสามคน จุกบ้างเล็กน้อยพอเป็นพิธี


โว้ย! ลุกไปสักทีสิเจ้าพวกบ้า ตับไตไส้พุงฉันจะทะลักออกมาทางปากแล้ว ราเอลที่ถูกทับอยู่ล่างสุดโวยวายลั่น อีกสามหนุ่มจึงค่อย ๆ ลุกออกมานั่งที่พื้นข้าง ๆ ทีละคนทั้งที่ยังจุกไม่หาย


ทำไมฉันถึงซวยอย่างนี้ฟะ อยู่ดีไม่ว่าดีดันมียักษ์หล่นลงมาทับตั้งสามตัว ราเอลที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งบ้างสบถอุบ ตวัดสายตาค้อนยักษ์ทั้งสามคนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้าง ๆ


งั้นฉันก็โชคดีกว่าที่คนตกใส่เป็นสาวน้อยร่างบอบบางอย่างอีวี่


เธอก็หล่นลงมาเหมือนกันเหรออีวี่ เมราซเลิกคิ้วสูงพลางถาม


อือเอเวอลีนตอบ


แล้วนายล่ะ หันไปถามกาเบรียลบ้าง


หล่นลงมาบนเก้าอี้ตัวนี้พอดี กาเบรียลตอบเสียงกลั้วหัวเราะ


เอาน่า นายก็อย่าคิดมากสิราเอล ถือซะว่าเป็นโชคสามชั้นก็แล้วกันนะ เอเวอลีนปลอบหลังจากเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เพื่อนหนุ่มผมแดงก็ยังงอนไม่หาย


โชคเลือดสามชั้นล่ะไม่ว่า แล้วนี้มันที่ไหนเนี่ย ราเอลค้อนขวับ


เห็นกาเบรียลบอกว่าเป็นห้องพักของคนที่ผ่านการคัดเลือกน่ะ นี่ก็ยังไม่เที่ยงเลย เราคงต้องรอกันอีกนานกว่าจะหมดเวลาสอบ


“โหย... อีกตั้งนาน ได้เบื่อตายก่อนพอดี” เฟอนันโดทำหน้าเซ็ง


กลัวทำไม เราก็หาอะไรทำฆ่าเวลาก็สิ้นเรื่อง เมราซเสนอซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อน ๆ ครบทุกคน

 

 

…………………………………………………………

 

 

ประตูบานหนาหนักของห้องพักผู้ผ่านการคัดเลือกถูกเปิดออกก่อนที่คนเปิดจะพาร่างดูไม่จืดของตนเดินเข้าไปหาที่นั่งพัก ทว่ายังไม่ทันที่ก้นจะได้แตะเก้าอี้ คนที่เหนื่อยแทบขาดใจก็เกือบสิ้นใจเพราะตกใจเสียงตะโกนเกรี้ยวกราดและเสียงตบโต๊ะกับเสียงเก้าอี้ล้มกระแทกพื้นเป็นเอฟเฟ็กต์ประกอบฉาก


เฮ้ย! โกงนี่หว่า ราเอลโวยวายลั่น ลุกขึ้นเต้นผาง ชี้หน้าหน้าเพื่อนร่วมกลุ่มครบทุกคน


โกงที่ไหน สาวเดียวในกลุ่มโต้กลับ มีหนุ่ม ๆ อีกสี่คนพยักหน้าสนับสนุน


นั่นสิ อย่ามาใส่ความกันนะโว้ยกาเบรียลว่า


หุบปากไปเลยกาเบรียล ถ้าพวกนายไม่โกงแล้วฉันแพ้ทุกตาได้ยังไง ราเอลแผดเสียงดังกว่าเก่า ปาไพ่ในมือลงบนโต๊ะอย่างอารมณ์เสีย


ห่วยเอง อย่าโทษคนอื่น ยูคเอ่ยเสียงเย็น


ใช่!” อีกสี่คนพยักหน้าหงึกหงักเป็นลูกคู่ เห็นด้วยอย่างแรง


นี่พวกนายเข้าข้างกันเหรอห้ะ!”


เออสิ ฮ้าว...ก็พวกฉันไม่ผิดนี่นา ฮ้าว... ในห้องคนเยอะ เฟอนันโดเลยต้องกลับมาง่วงนอนเช่นเดิม


แพ้ก็คือแพ้ หัดยอมรับความจริงซะบ้าง อย่าทำตัวเป็นขี้แพ้ชวนตีน่าราฟ


กาเบรียลหรี่ตามองอย่างเอาเรื่อง ราเอลเลยหุบปากฉับ ทำหน้ามุ่ย กระแทกเท้าลงบนขาเก้าอี้ข้างหนึ่งอย่างแรงจนมันดีดขึ้นมาตั้งเหมือนเดิม แล้วจึงนั่งลงด้วยท่าทางเจียมเนื้อเจียมกับสายตาดุ ๆ อีกห้าคู่ที่มองมา สองมือโกยไพ่ที่ตนแพ้เป็นครั้งที่สิบแปดมารวมกัน ยกขึ้นสับเตรียมเล่นใหม่อีกครั้ง


ราเอลยังไม่ทันแจกไพ่ ประตูห้องถูกเปิดออกและปิดลงเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อรุ่นพี่สภาเฮสเทียสี่คนเจ้าเก่าก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าต่างกัน คนหนึ่งตีหน้าดุราวกับโกรธใครมาสักร้อยปี อีกคนยิ้มร่าราวกับคนบ้า ขณะที่สาวเดียวในกลุ่มเพียงยิ้มน้อย ๆ และเดวอน...หนุ่มโหดเมื่อเช้า บัดนี้เข้าสู่โหมดขรึมไปเรียบร้อยแล้ว


ผลการคัดเลือกรอบสุดท้ายโดยการวัดจากทักษะการเอาตัวรอด มีผู้เข้าสอบ 7,327 คน ผ่านการคัดเลือก 521 คน ขอแสดงความยินดีกับทุกคนในห้องนี้ที่สอบผ่านนะ เดวอนพูดด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน ลุกขึ้นแล้วตามมา เราจะแยกหอพักให้พวกเธอที่หอประชุมใหญ่ แม้ว่าตอนนี้บางคนจะมีสภาพ...ดูไม่ได้ก็ตาม


เด็กใหม่หลายคนยิ้มแหยเมื่อก้มลงพิจารณาสภาพตัวเอง มีตั้งแต่คนมอมแมมน้อยไปจนถึงมากที่สุดแบบหาเค้าเดิมไม่เจอ ขณะเดียวกันก็ยังมีกลุ่มหนึ่งที่ยังเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เดวอนมองวงไพ่แล้วอมยิ้มพึงใจ ถ้าได้มาอยู่หอเดียวกันทั้งกลุ่มล่ะเจ๋งเลย


ตามมา!”


เดวอนนำกลุ่มรุ่นพี่เดินออกไปทางประตูบานเดิม โดยมีเด็กใหม่ทั้งหลายตั้งแถวเดินตามไป กระทั่งทุกคนเดินผ่านประตูไม้สลักลวดลายงดงามเข้าไปจึงได้เห็นหอประชุมขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง


หอประชุมแห่งนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ดูมีมนต์ขลังด้วยโทนสีแดงเข้ม ด้านหนึ่งของห้องมีอัฒจันทร์หินขนาด 6 ชั้นเรียงยาวเต็มผนังทั้งด้าน แบ่งได้เป็นสี่สี ได้แก่ อัฒจันทร์สีขาวด้านขวาสุด ด้านหน้าสลักลวดลายแบบนูนสูงรูปดาวหกแฉกล้อมรอบด้วยเถาใบมะกอก อันเป็นสัญลักษณ์ของปราการเหนือ ถัดมาทางซ้ายเป็นอัฒจันทร์สีเขียวมรกต ด้านหน้าสลักรูปปีกนางฟ้าของปราการตะวันออก ด้านซ้ายสุดเป็นอัฒจันทร์สีน้ำเงินเข้ม สลักรูปธนูใหญ่และลูกศรไว้ด้านหน้าของปราการใต้ ถัดมาทางขวา ข้าง ๆ อัฒจันทร์ของปราการตะวันออกคืออัฒจันทร์สีดำสนิท ด้านหน้าสลักรูปดาบไขว้กับคทาของปราการตะวันตก


ฝั่งตรงข้ามอัฒจันทร์ทั้งสี่เป็นเวทีหินสีแดงเข้มจนเกือบดำขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ตรงผนังหลังเวทีสลักตราประจำโรงเรียนเป็นแบบนูนสูงเช่นกัน ถัดลงมาด้านหน้าของเวทีใหญ่เป็นเวทียกพื้นเตี้ย ๆ ที่สร้างขึ้นมาชั่วคราว ปล่อยให้พื้นที่ระหว่างเวทียกพื้นกับอัฒจันทร์เป็นเพียงที่ว่างโล่ง ๆ


ส่วนผนังด้านตรงข้ามประตูทางเข้ามีเก้าอี้หินสลักสีขาวสิบตัววางเรียงกัน ซึ่งปัจจุบันถูกยึดครองโดยเหล่าคณาจารย์ของโรงเรียนเวทแห่งเฮสเทียครบทั้งสิบตัว


เดวอนผายมือไปทางอัฒจันทร์ทั้งสี่เป็นเชิงบอกให้เด็กใหม่ทั้งหลายขึ้นไปนั่งได้ตามสบาย ส่วนพวกตนแยกไปยืนเรียงหน้ากระดานอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามกับเหล่าคณาจารย์ต่อจากหัวหน้าหอทั้งสี่ที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว


ขอบใจมากเดวอน ชายชราผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่มคณาจารย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวกลางเดินออกมายืนตรงเวทียกพื้น พลางหันไปส่งยิ้มให้ชายหนุ่มรูปงามเจ้าของเรือนผมสีม่วงเข้มที่นำเด็กใหม่เข้ามา


มิได้ครับ เดวอนเพียงค้อมศีรษะลงเล็กน้อย


ชายชราหันมาส่งยิ้มใจดีให้กับเด็ก ๆ บนอัฒจันทร์ทั้งสี่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สามารถได้ยินอย่างชัดเจนทั้งหอประชุมว่า


สวัสดีนักเรียนใหม่ทั้งหลาย ฉันคือฟรานซิส รานิคอฟ เป็นผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้


พลันเกิดเสียงฮือฮาดังกระหึ่ม นัยน์ตาหลายคู่หันขวับมาจ้องหน้าคนพูดอย่างตกตะลึง เมื่อรู้ว่าชายชราท่าทางใจดีคนนั้นมีศักดิ์เป็นถึงมหาปราชญ์จอมเวทที่เก่งกาจที่สุดในทวีปไฮยาซินด์


ในฐานะตัวแทนคณาจารย์และนักเรียนรุ่นพี่ทั้ง 4 ชั้นปี ขอแสดงความยินดีกับผู้ผ่านการสอบคัดเลือก และขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่โรงเรียนเวทแห่งเฮสเทียอย่างเป็นทางการนะ นัยน์ตาสีฟ้าแจ่มใสมองกลุ่มเด็กใหม่ที่กระจายตัวนั่งบนอัฒจันทร์ต่าง ๆ แบบผ่าน ๆ พลันหยุดลงที่เด็กกลุ่มหนึ่ง ใบหน้าใจดีเผยรอยยิ้มขบขันในกิริยาที่ต่างกันของพวกเขา


กลุ่มของเอเวอลีนพร้อมใจกันนั่งเรียงหน้ากระดานอยู่ตรงอัฒจันทร์ชั้นบนสุดของปราการตะวันตก ทว่าอิริยาบถที่แต่ละคนกำลังกระทำนี่สิที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ราเอลนั่งเท้าคาง มือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปากที่หาวแล้วหาวอีก เฟอนันโดซึ่งอยู่ข้างกันนั่งกอดอกพิงพนักหลับไปแล้ว ถัดมาคือเมราซที่กำลังอ่านหนังสือเล่มเล็กซึ่งพกติดตัวมาด้วย ส่วนเอเวอลีนที่มีฮู้ดเสื้อบดบังจนมองเห็นสีหน้าไม่ชัดหันมาคุยกับยูคที่แสดงสีหน้าอ่อนโยนผิดปกติ มีกาเบรียลนั่งเอามือเท้าคางตะแคงหน้าฟังเพื่อนทั้งสองคุยกันตาแป๋ว


มหาปราชญ์ฟรานซิสหัวเราะเบา ๆ อย่างชอบใจแล้วจึงกล่าวต่อ


เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเริ่มการคัดแยกนักเรียนเข้าหอพักทั้งสี่กันเลยดีกว่า พูดจบก็เดินกลับไปนั่งที่เดิม


สตรีเดียวในกลุ่มผู้นำทางเจ้าของนาม...แอนนาเบล ก้าวล้ำออกมายืนหน้าคนอื่น ๆ ในแถว อธิบายเสียงดังฟังชัด


โรงเรียนเวทแห่งเฮสเทียมีหอพักสี่หอ กระจายตัวล้อมรอบปราสาทเฮสเทียทั้งสี่ทิศ เรียกชื่อตามทิศที่ตั้ง ได้แก่ ปราการเหนือ ปราการใต้ ปราการตะวันออก และปราการตะวันตก ในการคัดเลือกนักเรียนใหม่เข้าประจำแต่ละหอพักจะมีจำนวนไม่เท่ากันตามแต่คุณสมบัติของแต่ละคน และทุกคนจะต้องประจำที่นั่นตลอดการศึกษาอยู่ที่นี่ ห้ามเปลี่ยนหอพักโดยเด็ดขาด ซึ่งการคัดแยกนั้นได้เสร็จสิ้นลงแล้วตั้งแต่ที่พวกเธอทุกคนก้าวเข้ามาในห้องพักสำหรับผู้ผ่านการคัดเลือก


เกิดเสียงฮือฮาทั้งหอประชุมจากเหล่าเด็กใหม่ทั้งหลายที่เพิ่งรู้ว่าตนจับแยกหอโดยไม่รู้ตัว และเงียบลงอีกครั้งเมื่อแอนนาเบลเอ่ยต่อ


ผลการแยกหอพักนั้นได้มาจากผลการสอบของพวกเธอในรอบสุดท้าย ฉะนั้นขอให้ทุกคนก้มลงดูที่ฝ่ามือข้างซ้ายของตัวเอง จะเห็นว่ามีตราประจำโรงเรียนเรียน ตรานี้จะปรากฏบนฝ่ามือก็ต่อเมื่อพวกเธออยู่ในเขตโรงเรียนเพื่อเป็นการยืนยันสถานภาพการเป็นนักเรียน แต่ทันทีที่พวกเธอก้าวเท้าออกจากเขตโรงเรียนแม้เพียงครึ่งก้าว ตรานี้จะจางหายไปทันที หวังว่าตอนนี้ทุกคนคงจะเห็นตราในมือของตัวเองแล้วนะ


เด็กใหม่เกือบทั้งหมดพยักหน้ารับ แอนนาเบลคลี่ยิ้มหลังเห็นว่ามีเด็กใหม่หลายคนชะโงกหน้าไปดูตราของเพื่อนแล้วขมวดคิ้ว เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนอธิบายต่อ


หลายคนอาจเห็นว่าตราของตัวเองกับเพื่อนเป็นคนละสีกันก็ไม่ต้องแปลกใจไป เพราะสีของตราโรงเรียนบนฝ่ามือนี้จะเป็นตัวบ่งบอกว่าพวกเธอได้อยู่หอไหน ตราสีขาวหมายถึงปราการเหนือ ตราสีน้ำเงินเข้มหมายถึงปราการใต้ ตราสีเขียวหมายถึงปราการตะวันออก และตราสีดำหมายถึงปราการตะวันตก หวังว่าทุกคนคงรู้แล้วนะว่าตนอยู่ปราการไหน ฉะนั้นกรุณาย้ายตัวเองไปนั่งตามอัฒจันทร์ที่มีสีเดียวกับตราสัญลักษณ์ด้วย


ขณะเด็กใหม่คนอื่น ๆ วุ่นวายกับการเปลี่ยนที่นั่ง เอเวอลีนกำลังจ้องฝ่ามือข้างซ้ายของตัวเองราวกับไม่เคยเห็นมันมาก่อน บนฝ่ามือบางปรากฏตราสัญลักษณ์สีดำสนิท ที่เธอจ้องเขม็งนั่นก็เพราะมันไม่ใช่ตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน แต่มันเป็นตรารูปพระจันทร์เสี้ยวหงายสีดำโอบด้วยปีกขนนกสองคู่แบบเดียวกับที่เธอเคยเห็นบนหน้าผากของราชันย์ภูต ครั้นยกมือขวาขึ้นมาดูก็มีสัญลักษณ์ถูกตราไว้กลางฝ่ามือไม่ต่างกัน นี่มันหมายความว่ายังไง


อย่างที่ข้าเคยบอก... นิลกาฬเสี้ยวจันทราเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของนายหญิงครับ


เสียงที่ให้ความกระจ่างแก่คนกำลังมึนตึ้บเช่นเอเวอลีนดังขึ้นในสมองของเธอ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อยก่อนคลายออกเมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงของดาร์โกนีคัส ภูตมนตราประจำกายตัวใหม่ที่ติดตามมาจากมหาวิหารรัตติกาลด้วยและตอนนี้แฝงกายอยู่ในรูปกำไลข้อมือรูปเถาไม้เลื้อยทำด้วยนิลแท้พันสูงเกือบถึงข้อศอกอยู่ที่แขนซ้าย


ตราประจำตัวของฉัน?


เอเวอลีนส่งกระแสจิตถาม


ครับ มันเป็นตราของนายหญิงคนเดียวเท่านั้น นอกจากตรานิลกาฬเสี้ยวจันทราแล้ว ตราหรือเครื่องหมายใด ๆ ไม่มีสิทธิ์ประทับบนร่างกายของนายหญิงได้ครับ และเพื่อแสดงถึงความเป็นนายแห่งข้า มันจึงถูกตราอยู่บนหน้าผากข้าด้วย


เท่านั้น...เอเวอลีนถึงกับกุมขมับ ร้องคร่ำครวญในใจ


เวรกรรมแล้วไง แล้วทีนี้ฉันจะเอาตราโรงเรียนที่ไหนไปแยกหอพักกับบ่งบอกสถานะความเป็นนักเรียนของตัวเองล่ะเนี่ย


นายหญิงไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ นิลกาฬเสี้ยวจันทราเป็นของนายหญิง มันก็ย่อมรู้ใจของนาย เพราะฉะนั้น...นอกจากนายหญิงแล้ว คนอื่น ๆ จะเห็นมันเป็นเพียงตราโรงเรียนเวทแห่งเฮสเทียสีดำเท่านั้นครับ


คราวนี้คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อถามภูตของตน


สีดำ? หมายความว่าฉันได้อยู่ปราการตะวันตกงั้นสิ


ครับ ไม่มีปราการใดเหมาะสมกับนายหญิงเท่าปราการตะวันตกอีกแล้วล่ะครับ


ทำไมล่ะ


ไม่มีเหตุผลครับ แต่ไม่ว่ายังไง ในความคิดข้า ไม่ว่ามองจากมุมไหน นายหญิงย่อมต้องเหมาะสมกับปราการตะวันตกที่มีทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดในโรงเรียนนี้ เช่นเดียวกับนายหญิงที่เป็นหญิงงามที่สุดในแผ่นดินอยู่แล้ว


เอเวอลีนหัวเราะเบา ๆ กับอาการช่างออดอ้อนของดาร์โกนีคัส เงยหน้าขึ้นมองซ้ายมองขวา เห็นเพื่อนใหม่ของตนยังนั่งอยู่ครบทั้งห้าคนก็ให้โล่งใจ อย่างน้อยก็ยังได้อยู่ปราการเดียวกันทั้งหมด แต่เมื่อกวาดสายตาสำรวจจำนวนเด็กใหม่บนอัฒจันทร์คร่าว ๆ คิ้วเรียวยิ่งขมวดแน่นขึ้นด้วยความข้องใจ รออยู่ไม่นานนักเสียงผู้คลายความสงสัยให้เธอก็ดังขึ้น


ผลการแยกหอพักสรุปได้ดังนี้ นักเรียนของโรงเรียนเวทแห่งเฮสเทียรุ่นที่ 3,333 มีทั้งสิ้น 521 คน เป็นนักเรียนปราการเหนือ 172 คน ปราการใต้ 169 คน ปราการตะวันออก 168 คน และปราการตะวันตก 12 คน หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมปราการตะวันตกจึงมีสมาชิกน้อย ต้องขอแจ้งให้ทราบว่า จนปัจจุบันทางโรงเรียนก็ยังไม่ทราบสาเหตุเช่นกันว่าทำไม แม้เราจะพยายามหาข้อผิดพลาดและแก้ไขอย่างไรก็ตาม สุดท้ายจำนวนนักเรียนของปราการตะวันตกในแต่ละปีการศึกษาก็ไม่เคยเกิน 20 คนสักครั้ง” แอนนาเบลกล่าวสรุป


น้องใหม่ปราการตะวันตกหันมามองหน้ากัน


สิบสองต่อร้อยกว่า... บางทีมันก็น้อยเกินไปไหม


“อีกเรื่องหนึ่ง... โรงเรียนจะเปิดเทอมในวันที่ 15 เมษายน ซึ่งก็คืออีก 5 วันข้างหน้า ขอให้ทุกคนนำข้าวของมาพร้อมกันที่ลานหน้าโรงเรียนที่พวกเธอเคยสอบรอบแรกนั่นแหละ จะมีรุ่นพี่หัวหน้าหอมารอรับตอนแปดโมงเช้า ห้ามมาสายเด็ดขาด ส่วนรายการของที่ต้องซื้อให้มารับได้จากรุ่นพี่หัวหน้าหอของตนหลังจากเลิกประชุมแล้ว มีใครสงสัยอะไรรึเปล่าจ๊ะ แอนนาเบลกวาดสายตามองรอบ ๆ เมื่อไม่เห็นว่ามีใครยกมือขึ้น จึงหันกลับไปโค้งให้มหาปราชญ์ฟรานซิส


มหาปราชญ์ลุกขึ้นยืน เอ่ยยิ้มๆ


งั้นก็ขอจบพิธีการสอบเข้าเรียนประจำปีการศึกษานี้เพียงเท่านี้

 

 

…………………………………………………………

 

 

หลังเสร็จสิ้นการประชุมไม่นานนัก ในห้องประชุมใหญ่ก็เหลือเพียงเด็กใหม่กับรุ่นพี่หัวหน้าหอทั้งสี่ เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เจ้าของเรือนผมและนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มก็พาร่างอันสง่างามของตนมาที่อัฒจันทร์ของปราการตะวันตก ซึ่งเหล่าน้องใหม่ทั้งสิบสองคนพากันลงมานั่งเรียงหน้ากระดานตีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมตรงบริเวณที่นั่งสองชั้นล่าง นัยน์ตาใสแจ๋วแสนซื่อมองหน้ารุ่นพี่อย่างตั้งใจฟังเต็มที่ จนผู้เป็นรุ่นพี่แอบหัวเราะในใจ ดูท่าทางแล้ว...เจ้าพวกนี้คงแสบใช่ย่อย ก็ดีเหมือนกัน ได้คนน้อยแต่มีคุณภาพ ยังดีกว่าได้คนมากแต่หาคุณภาพไม่เจอ


ฉันชื่อ จูเลียน เอล คาซซาร์ เป็นหัวหน้าปราการตะวันตก หวังว่าทุกคนคงจะจำได้นะ จูเลียนเอ่ยเสียงเย็นที่แฝงความเป็นกันเองอยู่ในที


ครับ/ค่ะ รุ่นน้องฉีกยิ้มหวานขานรับ


เรามีกันเพียงสิบสองคน ต่างจากปราการอื่น ๆ ที่มีไม่ต่ำกว่าร้อยหกสิบทั้งนั้น ดังนั้นขอให้รักและสามัคคีกันไว้ล่ะ


ครับ/ค่ะ


นี่เป็นใบรายการของที่พวกเธอต้องนำมาด้วยในวันเข้าเรียน จูเลียนยื่นเอกสารปึกหนึ่งให้เด็กหนุ่มผมสีบลอนด์ฟ้าที่นั่งอยู่ตรงหน้าพอดี เขารับมาแจกจ่ายให้เพื่อนอย่างรู้หน้าที่จนได้รับกันครบทุกคน


อย่างหนึ่งที่ฉันอยากให้ทุกคนจำไว้ จงทะนงในการเป็นคนปราการตะวันตก ถึงเราจะมีคนน้อย แต่หลายปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลการเรียนหรือการประลองชิงชัยต่าง ๆ ปราการของเราไม่เคยแพ้ใคร เราชนะปราการอื่นได้อย่างขาวสะอาดทั้งที่มีคนน้อยกว่าหลายเท่า นั่นเป็นเพราะความพยายาม ความมุ่งมั่น และฝีมือของพวกเราล้วน ๆ ฉันไม่ขออะไรจากพวกเธอมากมาย แค่ความพยายามเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น ได้รึเปล่า


ได้รับ/ค่ะ รุ่นน้องตอบเสียงหนักแน่น รุ่นพี่เลยชักจะยิ้มออกและมั่นใจมากขึ้นว่ารุ่นน้องปีนี้ฝีมือคงไม่ธรรมดา โดยเฉพาะไอ้กลุ่มหกคนที่นั่งยิ้มเผล่อยู่ตรงชั้นสอง


ใครมีอะไรอยากถามรึเปล่า


ค่ะเอเวอลีนยกมือขึ้นทันที


มือบางที่ชูสูงขึ้นทำให้แขนเสื้อคลุมตกลงมากองที่ไหล่ เผยเรียวแขนขาวนวลให้เพื่อน ๆ ได้ยลเป็นครั้งแรก ก่อนที่มันจะถูกปกปิดด้วยแขนเสื้ออีกครั้ง เมื่อเอเวอลีนลดแขนลงตอนที่จูเลียนพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้ถาม


รุ่นพี่ชั้นปีอื่น ๆ ของปราการตะวันตกมีกันกี่คนเหรอคะ


ปี 5...18 คน ปี 4...15 คน ปี 3...19 คน ปี 2...16 คน ปี 1 น้อยที่สุด มี 12 คน และนับว่าน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของปราการตะวันตกด้วย เพราะทุกรุ่นที่ผ่านมาไม่เคยต่ำกว่า 15 คน ตอนนี้รวมทุกชั้นปีแล้วก็ 80 คนพอดี เอาล่ะ แยกย้ายกันได้ วันที่ 15 ตอนแปดโมงเช้า ฉันจะรออยู่ที่เดิม อย่ามาสายล่ะ


ครับ/ค่ะ


เด็กปี 1 ปราการตะวันตกเริ่มลุกขึ้นยืนเตรียมแยกย้ายกลับที่พัก เอเวอลีนเองก็ลุกขึ้นเตรียมเดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับเพื่อนหนุ่มทั้งห้าคน หากไม่โดยรุ่นพี่หัวหน้าหอเรียกเอาไว้เสียก่อน


น้องหญิงอีวี่ น้ำเสียงอ่อนโยนเป็นกันเองที่จูเลียนใช้เรียกเอเวอลีน เรียกสายตาจากเพื่อนร่วมปราการคนอื่น ๆ ให้หันมามองเจ้าของชื่อด้วยความสนใจได้เป็นอย่างดี ก็ตั้งแต่เจอหน้ารุ่นพี่คนนี้มา พี่ท่านเคยใช้น้ำเสียงอย่างนี้เสียที่ไหน มีแต่เย็นชาใส่รุ่นน้อง


คะ? ริมฝีปากสีแดงสดที่อยู่ต่ำกว่าเงาฮู้ดเสื้อเปิดยิ้มกว้างขวาง ถามกลับด้วยน้ำเสียงแสดงความสนิทสนมพอกัน มีอะไรเหรอคะพี่จูเลียน


อเล็คฝากมาบอกว่าหลังประชุมเสร็จแล้วให้รออยู่กับพี่ที่นี่ก่อนค่ะ เดี๋ยวจะมารับ


ค่ะ เอเวอลีนหันไปโบกมือลาเพื่อน ๆ ก่อนเดินมาสมทบกับจูเลียนที่ก้มลงกระซิบข้างหูเบา ๆ


มาวันแรกก็ได้เพื่อนใหม่เป็นหนุ่มหล่อถึงห้าคน ระวังอเล็คจะอาละวาดนะคะ


เอเวอลีนหัวเราะคิก ตอบด้วยความดังระดับเดียวกัน


ท่านพี่ไม่ว่าหรอกค่ะ


เฮอะ! กับน้องน่ะพี่ไม่เถียง แต่กับเพื่อนใหม่ทั้งห้าคนของหญิงน่ะไม่แน่


เอเวอลีนเงยหน้ามองเพื่อนสนิทกึ่งองครักษ์ของพี่ชายที่เธอทั้งรักทั้งสนิทสนมราวกับเป็นพี่ชายอีกคนอย่างขบขัน นั่นสิ...คราวนี้เพื่อนใหม่ของเธอคงถึงคราวซวยกันบ้างแล้ว

 

 

…………………………………………………………

 ช่วงเม้าท์สั้น ๆ ... 


          เอเวอลีนและผองเพื่อเป็นคนขยัน มักทบทวนคณิตคิดเร็วทุกครั้งที่มีเวลาว่าง 555

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

4,178 ความคิดเห็น

  1. #4124 hibernateZz (@hihibernate07) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 14:04
    รอตอนต่อไป ไรทสู้ๆน่ะค่ะ
    #4124
    0
  2. #4123 lunaria (@leavy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 06:17
    ไม่ชอบที่คนอื่นพูดคะขากับอีวี่เลย ทำไมอ่านแล้วขัดใจ 555+
    #4123
    0