คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Lucifer Family ครอบครัวพันธุ์ปีศาจ

ตอนที่ 3 : บทที่ 2


     อัพเดท 31 มี.ค. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนตาซี
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : enter-books ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ enter-books
My.iD: https://my.dek-d.com/enter-books
< Review/Vote > Rating : 90% [ 3 mem(s) ]
This month views : 10 Overall : 16,222
132 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 87 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Lucifer Family ครอบครัวพันธุ์ปีศาจ ตอนที่ 3 : บทที่ 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1847 , โพส : 3 , Rating : 100% / 2 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ก่อนอื่นผมคงต้องอธิบายว่าคาริเดียเป็นสถานที่แบบไหนกันแน่

เมืองหรือ? ประเทศหรือ?

เปล่าเลย ไม่ใช่สิ่งที่ว่ามาทั้งนั้น

แต่คาริเดียคือดินแดนในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกคู่ขนานกับโลกที่ชื่อว่าเอิร์ลที่พวกผมอาศัยอยู่ในปัจจุบัน บนดินแดนอันลี้ลับห่างไกลเกินกว่าใครจะรับทราบถึงการคงอยู่ของมัน เมื่อเอาแผนที่ของโลกทั้งสองมาวางซ้อนทับกัน ตำแหน่งของประตูข้ามมิติที่เชื่อมต่อระหว่างคาริเดียและเอิร์ลจะอยู่ที่เมืองออร์ติบาลแห่งนี้พอดี ด้วยเหตุนี้จึงมักมีคนจากคาริเดียเดินทางผ่านประตูข้ามมิติเข้ามาปรากฏตัวในเมืองออร์ติบาลอยู่เรื่อย

ผมและพวกพ่อก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่ถึงพวกเราจะเป็น คนของคาริเดีย พวกเราก็ไม่ใช่ คนของเอิร์ลหรอกนะ ไม่ใช่เลยสักนิดเดียว

พวกเราเป็นอมนุษย์!

คาริเดียคือดินแดนในมิติอันลี้ลับซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายเผ่าพันธุ์ ผู้ที่อยู่ที่นั่นมีทั้งมนุษย์หมาป่า แวมไพร์ เอลฟ์ เผ่าสามตา หรือแม้แต่สัตว์ในเทพนิยายปรัมปราเพ้อฝันที่มนุษย์ทางฝั่งเอิร์ลต่างพากันเฝ้าฝันหา

ผมเองก็เป็นอมนุษย์เช่นกัน

คุณก็เห็นแล้วนี่ว่าพ่อของผมเป็นมนุษย์หมาป่าน่ะ เพื่อนๆ ของพ่อก็ใช่ พวกเราเดินทางผ่านประตูข้ามมิติเข้ามาตั้งรกรากอยู่ในออร์ติบาลในเวลาไล่เลี่ยกัน และหลังจากที่พ่อเปิดร้านอาหารกับหอพักเมื่อสามปีก่อน พวกเขาเลยมาพักอาศัยอยู่ด้วยกันกับพ่อ นับจากวันนั้นเป็นต้นมาหอพักของพ่อก็เป็นแหล่งรวมตัวของอมนุษย์ทั้งหมดในออร์ติบาล ซึ่งต่อมาผมก็ได้ขนานนามหอพักของพ่อว่า หอพักปีศาจ ฟังดูดีกว่าหอพักอมนุษย์เยอะเลยว่าไหม

แต่แน่นอนว่านี่เป็นชื่อที่มีแต่ผมเรียกเพียงคนเดียวและไม่เคยเอ่ยให้คนนอกหอพักได้ยิน ผมไม่อยากให้ชาวมนุษย์ทั้งหลายในออร์ติบาลหัวเราะเยาะว่าผมยังเป็นเพียงเด็กน้อยช่างเพ้อฝัน เพราะผมคงได้แต่หัวเราะแหะๆ โดยไม่รู้สึกตลกไปกับพวกเขาเลย

พวกเราเหล่าอมนุษย์มีกฎเกณฑ์ในการอยู่ร่วมกันกับมนุษย์สองสามข้อ หนึ่งในนั้นก็คือจะต้องไม่ให้มนุษย์รับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของอมนุษย์อย่างเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้ในยามกลางวัน พวกเราจึงมักหลบซ่อนตัวอยู่ในหอพัก หรือไม่ก็ดำเนินชีวิตอย่างคนธรรมดาทั่วไป แล้วค่อยออกไปท่องเที่ยวในตอนกลางคืนที่ผู้คนต่างเข้าสู่ห้วงนิทรา

ดังนั้นเมื่อยามราตรีเวียนมาถึง เวลาของพวกเราจึงเริ่มต้นขึ้น

อย่างไรก็ตาม การข้ามมิติมายังเอิร์ลไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับพวกเราที่หลบหนีมาจากคาริเดียได้แล้ว ที่เอิร์ล...ไม่สิ ที่เมืองออร์ติบาลแห่งนี้ก็คือสวรรค์ดีๆ เชียวล่ะ

อย่าให้ผมพูดเลยว่าที่คาริเดีย มันนรกแค่ไหน!

ด้วยเหตุนี้พวกเราอมนุษย์แต่ละตนที่เดินทางข้ามมิติมาจากคาริเดียจึงตกลงกันว่าจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับมนุษย์อย่างสงบสันติและไม่ทำร้ายพวกเขาเด็ดขาด (อย่างน้อยก็ในตอนกลางวันที่อยู่ในคราบมนุษย์ล่ะนะ) แต่ตอนนี้กลับมีอมนุษย์ตนใดก็ไม่ทราบซึ่งพวกเราไม่รู้จักมาปรากฏตัวในเมือง พนันกันได้เลยว่าหมอนั่นต้องไม่รู้ข้อตกลงของอมนุษย์ทั้งหมดในออร์ติบาลแน่ๆ

และถ้าหมอนั่นเกิดทำลายข้อตกลงอันสำคัญของพวกเราล่ะก็... แม้แต่เมืองออร์ติบาลก็จะไม่มีที่ให้พวกเรายืนอีกต่อไป

อเลน เราต้องรีบบอกเรื่องนี้ให้พวกเกลรู้ชิอันว่า

เกลคือพ่อของผม พ่อผู้มีเชื้อสายของเผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าผู้แสนดุร้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนพระจันทร์เต็มดวง แต่ทว่าพ่อกลับมีนิสัยประหลาดผิดแผกจากมนุษย์หมาป่าทั่วไปคือท่านเป็นคนใจดีมากอย่างเหลือเชื่อ ในคืนพระจันทร์เต็มดวงเมื่อเจ็ดปีก่อนตอนที่พวกเราข้ามมิติมาใหม่ๆ ท่านที่กลับคืนเป็นร่างเดิมเต็มตัวแล้วยังเคยช่วยพาคุณยายที่สายตาไม่ดีคน หนึ่งเดินข้ามถนนด้วยซ้ำ!

พ่อถูกกล่าวหาจากพวกพ้องในคาริเดียว่าเป็นรอยด่างพร้อยของเผ่าพันธุ์จึงต้องย้ายมาอยู่ที่ออร์ติบาล แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับเพื่อนๆ ของพ่อในออร์ติบาลแล้ว ท่านเป็นคนที่ทุกคนไว้วางใจและพึ่งพาได้มากที่สุด พวกเขาจึงยกให้พ่อเป็นผู้นำเหล่าอมนุษย์ทั้งหมดในเมือง

แต่กว่าพ่อจะกลับมาก็คงเช้า และตอนนี้ที่หอพักมีเพียงผมกับชิอันอยู่กันสองตน ถึงพวกเราจะเป็นอมนุษย์ แต่ก็ยังถือว่าเป็นอมนุษย์เด็กอมมือที่มีอายุน้อยนักคือแค่สิบสี่ปี ในขณะที่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเป็นใคร

ฉันจะโทรศัพท์ไปตามพ่อให้

ถึงแม้ออร์ติบาลจะเป็นเมืองเล็ก แต่ก็ไม่ขาดแคลนเทคโนโลยีนะ

ในหอพักมีโทรศัพท์เครื่องหนึ่งวางอยู่ตรงข้างประตูทางเข้าออกสำหรับให้ทุกคนใช้ร่วมกัน ผมรีบหมุนเบอร์โทรศัพท์ของพ่อเพื่อบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่พอหมุนได้ถึงตัวเลขที่สาม ชิอันก็ร้องตะโกนเสียงดัง

อเลน ระวัง!

ผมยังไม่ทันหันกลับไปมองก็ถูกเงาดำๆ ของใครบางคนพุ่งกระแทกเข้าใส่จนล้มกลิ้งเสียก่อน จากนั้นเงาดำที่ว่าก็กระโจนขึ้นคร่อมตัวผมและบีบคอผมอย่างรุนแรง ผมพยายามแกะมือของเขาออก แต่อีกฝ่ายเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดที่ผมไม่สามารถต่อกรได้ ชิอันรีบวิ่งไปคว้าเก้าอี้ไม้จากในห้องครัวมาฟาดใส่ศีรษะของเขาเต็มแรงจนขาเก้าอี้หักเป็นสองท่อน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่คลายมือที่บีบคอผมลง

นี่ต้องเป็นแรงของอมนุษย์อย่างแน่นอน!

อมนุษย์ตนนั้นบีบคอผมแรงมากจนผมหายใจไม่ออก นี่ถ้าไม่ใช่เพราะผมเองก็เป็นอมนุษย์เหมือนกันคงได้คอหักตายไปนานแล้ว

ปล่อยอเลนเดี๋ยวนี้นะ!ชิอันพยายามใช้พละกำลังอันน้อยนิดของเขาผลักอมนุษย์ที่ขึ้นคร่อมตัวผมอยู่ ซึ่งมันไม่กระเทือนแม้แต่น้อย ก็ถ้าขนาดผมยังสะบัดเขาให้หลุดไม่ได้ ก็ไม่ต้องหวังพึ่งแรงของชิอันกันล่ะ

อีกอย่างพลังพิเศษของชิอันไม่ใช่การมีพละกำลังเรี่ยวแรงมหาศาลเหนือมนุษย์อย่างที่อมนุษย์ทั่วไปพึงมี แต่เป็นบางอย่างที่อันตรายกว่านั้นมาก

อเลน! อเลน! แกรีบปล่อยอเลนนะ!

ชิอัน แทนที่นายจะเอาเวลามาเรียกชื่อฉัน นายน่าจะไปตามคนมาช่วยฉันมากกว่านะ

ผมอยากจะพูดแบบนี้ออกไปเหลือเกิน แต่ก็พูดไม่ได้ เจ้าอมนุษย์นั่นมันกดหลอดลมของผมจนหายใจไม่ออก

ผมกำลังจะถูกฆ่า

บ้าที่สุด!!

วี้ดดดดดดดดดดดดด!!!

ผมตัดสินใจกรีดเสียงร้องที่ทั้งแหลมและเล็กแสบแก้วหูยิ่งกว่าชิอันเมื่อครู่เป็นสิบๆ เท่า ร้อยๆ เท่า ปลดปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงออกไปเพื่อรบกวนระบบประสาทการทำงานของมัน แล้วก็ได้ผลเมื่ออมนุษย์ตนนั้นตกใจจนผงะชั่วครู่ เปิดโอกาสให้ผมดิ้นหลุดจากเงื้อมมือมัจจุราชที่หวุดหวิดจะลากผมลงสู่ก้นหุบเหวอเวจีอยู่รอมร่อ

แค่ก แค่กโอย...นึกว่าจะไม่ได้สูดอากาศอีกแล้วสิ

อเลน นายเป็นยังไงบ้างชิอันปรี่เข้ามาลูบหลังให้ผม

เอ่อ...อันที่จริงมันไม่ใช่เวลาจะมาทำอะไรอย่างนี้นะ นายน่าจะไปตามพ่อกับวอแลนซ์มา หรือไม่ก็ใช้พลังพิเศษที่แสนจะอันตรายของนายช่วยฉันมากกว่า มันดีกว่าการลูบหลังให้กันในขณะที่เจ้าอมนุษย์ตนนั้นยังยืนจังก้า มองตาขวางเยอะเลย

ถอยไปก่อนชิอันผมสั่งเมื่อเห็นเจ้าอมนุษย์ตนนั้นกางกรงเล็บอันแหลมคมของตนเองออกและทำท่าจะกระโจนเข้ามาขย้ำผมอีกครั้ง

ตอนนี้ผมกับชิอันยืนรักษาระยะห่างจากเจ้านั่นหลายวา พวกเราจึงค่อยมีโอกาสสำรวจอมนุษย์แปลกหน้าอย่างจริงๆ จังๆ เป็นครั้งแรก ดูจากรูปร่างแล้วเขาน่าจะเป็นชายหนุ่มที่มีร่างกายสูงโปร่งกำยำ ส่วนสูงของเขาเกือบจะเท่าๆ กับวอแลนซ์ที่สูงมากกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผมเผ้ายาวรุงรัง ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเกผิดรูปทรงเนื่องมาจากอารมณ์ที่คลุ้มคลั่ง เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ฉีกขาดเป็นริ้วๆ เนื้อตัวขะมุกขะมอมเต็มไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นละออง

ดวงตาสีโลหิตแดงฉานของเขาจ้องมองผมเขม็งอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ และยิ่งเมื่อเขาแยกเขี้ยวคำรามจนมองเห็นเขี้ยวขาวๆ อย่างชัดเจนนั่น ผมก็มั่นใจว่าตัวเองคงไม่ได้คาดการณ์ผิดจากความเป็นจริงสักเท่าไหร่

ชิอันอุทานด้วยความตื่นตระหนก เขาเป็นแวมไพร์!

เออใช่ แถมยังเป็นแวมไพร์ที่แข็งแกร่งมากซะด้วย!

 

แวมไพร์ตนนั้นแยกเขี้ยวแผดเสียงคำรามกึกก้องอีกครั้ง ระเบิดอารมณ์ฟาดฝ่ามือใส่กำแพงห้องพักของใครสักคนในหอที่อยู่ใกล้มือโครมใหญ่จนมันทลายเป็นรูกว้าง จากนั้นกระโดดพรวดเดียวก็เข้ามาถึงตัวผมที่กำลังคิดคำนวณค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากค่าซ่อมกระจกหน้าต่างในห้องพักของชิอัน

ความเร็วและพลังทำลายของแวมไพร์คืออุปสรรคที่น่าปวดหัวสำหรับผม โดยเฉพาะแวมไพร์ต่างถิ่นที่กำลังบ้าคลั่งเลือดเข้าตา และตอนนี้ผมพอจะทราบแล้วล่ะว่าเพราะเหตุใดเขาถึงได้ตรงเข้าโจมตีผมอย่างไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้

คนเราเวลาหิวแสบท้องมากเข้า ถ้าไม่นอนซึมกะทือรอวันตาย ก็มีแต่ต้องหาอะไรจุนเจือท้องเท่านั้น

เพียงแต่สิ่งที่เขาต้องการนำมาจุนเจือท้องคือชีวิตของผมน่ะสิ!

กรงเล็บแหลมคมที่ตรงเข้าหมายสังหารตวัดผ่านปอยเส้นผมด้านหน้าของผมที่พลิกตัวหลบพาตัวเองรอดพ้นได้อย่างฉิวเฉียว ถามชิอัน

เลือดที่พี่วอแลนซ์เอามาให้ยังมีเหลืออีกหรือเปล่า

ไม่มีแล้ว แก้วนั่นเป็นแก้วสุดท้ายที่ฉันตั้งใจจะเก็บไว้ดื่มตอนเช้า

แย่ชะมัด ผมไม่น่ารีบเทของฝากในกระติกที่พี่วอแลนซ์เอามาฝากทิ้งเลย เพราะเลือดเพียงแก้วเดียวไม่เพียงพอสำหรับแวมไพร์รุ่นๆ ที่กำลังหิวโหยจนสติแตกได้แน่ และถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปผมจะต้องถูกแวมไพร์ต่างถิ่นที่กำลังหิวจัดฉีกกระชากเลือดเนื้อเพื่อดื่มกินเลือดของผมเป็นอาหาร เผลอๆ เขาอาจจะกินผมลงไปทั้งตัวเพื่อหยุดยั้งความหิวของตัวเองก็เป็นได้

ซึ่งถ้าต้องเป็นแบบนั้น ผมขอเป็นฝ่ายกินเขาเองดีกว่า!

วี้ดดดดดดดดดดดดด!!!

ผมปลดปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงอีกครั้งเพื่อยับยั้งการโจมตีอันรวดเร็วของฝ่ายตรงข้าม แต่ฝ่ายนั้นไม่ยอมพลาดท่าซ้ำสอง ปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงของตนเองเข้ามาปะทะเพื่อหักล้างคลื่นเสียงของผมทันควัน ชิอันถึงกับคู้ตัวลงไปอุดหูเพราะแรงสั่นสะเทือนที่ดังอื้ออึงไปหมด

ผมเกร็งฝ่ามือทั้งสองข้างทั้งที่ยังปลดปล่อยคลื่นเสียงไม่หยุด เล็บทั้งสิบนิ้วของผมที่ตัดสั้นสะอาดสะอ้านค่อยๆ งอกยาวจนกลายเป็นกรงเล็บแหลมคมไม่แพ้กรงเล็บของแวมไพร์ต่างถิ่นเบื้องหน้า ดวงตาซึ่งเป็นสีดำสนิทเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อเรืองราวกับสีของหยาดโลหิตอย่างแช่มช้า แม้กระทั่งแนวฟันที่เคยเรียงตัวสวยงาม บัดนี้ที่มุมปากทั้งบนและล่างก็ค่อยๆ ปรากฏเขี้ยวแหลมคมทั้งสี่ซี่งอกออกมา

แล้วผมก็กลายร่างเป็นแวมไพร์อย่างเต็มตัว

 

การปรากฏตัวในร่างจริงของผมไม่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามประหลาดใจได้ เขาคงเดาออกตั้งแต่ตอนแรกที่เห็นผมปลดปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงแล้ว เพราะนั่นคือความสามารถเฉพาะตัวของเผ่าพันธุ์แวมไพร์

พวกเราเลิกปลดปล่อยคลื่นเสียง แล้วกระโจนเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง ซัดอาวุธเข้าใส่กันทั้งเขี้ยวและเล็บอย่างอุตลุด และเนื่องจากผมดูยังไงก็อายุน้อยกว่า สรีระทางร่างกายของผมจึงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบกว่ามาก การเอาหมัดไปแลกกับฝ่ายตรงข้ามที่ตัวสูงใหญ่กว่าร่วมๆ ยี่สิบเซนติเมตรจึงไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนักเลย ดังนั้นผมจึงเลือกใช้ประโยชน์จากความที่ตัวเล็กกว่าด้วยการเคลื่อนไหวไปในทิศทางมุมอับของสายตาฝ่ายตรงข้าม แล้วฉวยโอกาสฝากรอยกรงเล็บไว้บนร่างกายเขาทีละแผลสองแผล แต่ดูเหมือนว่านั่นจะยิ่งเป็นการยั่วโมโหเขามากขึ้นไปอีก

อเลน! ระวังนะ! อย่าเข้าไปใกล้มากมันอันตราย!

เฮ้ๆ! ถ้าไม่เข้าไปใกล้แล้วจะจู่โจมเขาได้ยังไงล่ะ ฉันมีแค่เขี้ยวกับเล็บ ไม่ได้แกว่งดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์อยู่นะ

ชิอันตะโกนเชียร์ผมอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ

ทำไมเขาถึงไม่ใช้พลังพิเศษของตัวเองช่วยผมจัดการกับผู้บุกรุกสักทีนะ หรือเขาคิดว่าแวมไพร์เด็กอายุสิบสี่จะสามารถเอาชนะแวมไพร์ผู้ใหญ่ที่ตัวโตกว่าได้จริงๆ ถ้าแค่ถ่วงเวลาก็พอไหวหรอก เพราะถ้านับเฉพาะความเร็ว ผมก็พอจะมั่นใจตัวเองอยู่บ้าง แต่ถ้าจะให้สู้กันจริงๆ จังๆ โดยที่ไม่มีพวกผู้ใหญ่ในหอพักอยู่ด้วยล่ะก็ เกรงว่านั่นคงจะเป็นการถ่วงเวลาเพื่อยื้อชีวิตของผมให้นานออกไปอีกไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง

ผมคิดพลางทอดถอนใจ ขณะที่ก็เอนตัวหลบคมเขี้ยวและกรงเล็บของคู่ต่อสู้ไปด้วย โชคดีที่อย่างน้อยผมก็ยังมีตัวช่วยอย่างอื่นในการต่อสู้ที่ไม่พึงปรารถนาอย่างเช่นในเวลานี้...

การเคลื่อนไหวของแวมไพร์ต่างถิ่นเริ่มช้าลงมากจนผมสามารถคิดอะไรเป็นตุเป็นตะได้เรื่อยเปื่อย อย่างเช่นว่าการที่เขาสามารถเข้ามาปรากฏตัวในออร์ติบาลได้เป็นเพราะเดินทางผ่านทางประตูข้ามมิติที่เชื่อมต่อกับคาริเดีย...

ผมว่ามันก็ไม่เชิงเป็นตุเป็นตะเสียทีเดียวหรอกว่าไหม

 

หลังจากผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่สักพักใหญ่ รอยแผลบนร่างกายคู่ต่อสู้ของผมก็เพิ่มขึ้นอีกหลายแผล เขาเริ่มซวนเซไปมาเพราะทรงกายไม่อยู่ก่อนจะสลบล้มทั้งยืน...ต้องใช้เวลานานพอดูทีเดียวกว่ายาสลบที่ผมทาไว้บนเล็บจะซึมเข้าไปในกระแสเลือดผ่านทางรอยแผลของเขาแต่ละรอยจนออกฤทธิ์

ผมนั่งแปะลงกับพื้นพลางเอนหลังพิงประตูหอพัก การต่อสู้เมื่อครู่ทำเอาเหนื่อยจนแทบขาดใจ

อเลน นายเก่งชะมัดเลย นายอัดมันซะหมอบกระแตเลยแน่ะ

ชิอันยังคงคิดว่าผมสามารถเอาชนะแวมไพร์ที่ตัวใหญ่กว่าได้จริงๆ นี่ถ้าไม่ได้ตัวช่วยซึ่งเป็นยาสลบชนิดที่แรงขนาดล้มช้างได้ที่พกติดตัวอยู่เป็นประจำล่ะก็ คนที่นอนหมอบกระแตอยู่นั่นไม่ใช่เขาหรอก!

ชิอันสรรเสริญเยินยอความเก่งกาจของผมไม่ขาดปาก ในขณะที่คนถูกสรรเสริญอย่างผมนั่งหอบแฮ่ก บางทีผมก็คิดนะว่าหมอนี่แกล้งทำเป็นคนอ่อนโยนไร้พิษสงเพื่อให้คนอื่นปกป้อง จะได้คอยกินแรงหรือเปล่า

แขนนายบาดเจ็บด้วยนี่นา

ในที่สุดคนกินแรง เอ๊ย! ชิอันก็มองเห็นบาดแผลบนตัวผมจนได้ โรมรันพันตูกันตั้งขนาดนั้น ไม่มีแผลติดมาเลยสักแผลสิแปลก

ผมกุมต้นแขนข้างซ้ายที่พลาดท่าถูกกัดจนเลือดไหลโชก เนื้อวิ่นแหว่งไปนิดหน่อย ดูท่าแวมไพร์คู่ต่อสู้ของผมคงจะหิวมากจริงๆ ถึงได้คิดจะสู้ไป กินผมไป ชิอันละล่ำละลักอย่างคนขวัญเสีย บอกให้ผมใจเย็นๆ และนั่งรอก่อน เขาจะรีบไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาให้ แต่ดูจากท่าทางของเขาแล้ว ผมว่าเขานั่นแหละที่ควรต้องใจเย็นๆ

ชิอันวิ่งหายเข้าไปในห้องครัวรวมของหอพัก ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลในมือ เขาวางมันลงตรงหน้าผม ส่วนตัวเองก็นั่งแหมะลงข้างๆ

ลืมไป ฉันปฐมพยาบาลใครไม่เป็น

หมอนี่ต้องเป็นพวกกินแรงคนอื่นแน่ๆ!



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Lucifer Family ครอบครัวพันธุ์ปีศาจ ตอนที่ 3 : บทที่ 2 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1847 , โพส : 3 , Rating : 100% / 2 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 3 : ความคิดเห็นที่ 43
สนุกมากๆเลย คนกินแรงมีอยู่เติมไป เช่น เพื่อนกวนประสาทที่โรงเรียนก็ได้
Name : กุxลาบLLห่Jรัตติnาล [ IP : 180.180.13.84 ]

วันที่: 26 เมษายน 2553 / 16:37
# 2 : ความคิดเห็นที่ 33
ชอบชิอันจังเลย...สบ๊าย สบาย

ตื่นเต้นดีจัง...เค้าเป็นใครกันเนี่ย...ไว้ใจได้เปล่า

พ่อจ๋ากลับมาเร็วๆซิ
Name : nc23 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nc23 [ IP : 202.139.223.18 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 เมษายน 2553 / 10:24
# 1 : ความคิดเห็นที่ 24
อ่า
กินเเรง
5555+
PS.  ...การเรียนที่ก้าวหน้า ถือเป็นการโกยทางให้ไปได้ไกลเเละสดใสยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ก็จริง เเต่ว่า...ทำไมมันทำยากจังฟระเนี่ย!!?-*-
Name : •Zol2iäc• < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ •Zol2iäc• [ IP : 117.47.130.219 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 เมษายน 2553 / 17:44
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android