Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 101 : ตอนที่ 30 เปิดเทอมอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    19 พ.ย. 53

           
            สวัสดีค่ะเพื่อนๆ กลายเป็นว่าเราอัพวันศุกร์ซะงั้น 55+ คึกจัดก็งี้แหละ เอาเป็นว่าศุกร์ไหนคึกไม่ไหวขอกระดึ้บไปอัพวันเสาร์นะคะ อิอิ ส่วนคอมเม้นสัปดาห์นี้ขอเราคุยกับเพื่อนๆที่ สารจากผู้เขียนละกันค่ะ

                                                            ................................................................................


             แสงแดดส่องกระทบหอคอยปราสาททรายที่ตั้งเด่นเป็นสง่าในบริเวณโรงเรียนเซพาตรา โรงเรียนที่เคยได้รับความเสียหายจากการโจมตีของเซรีนได้รับการบูรณะจนสวยงามดังเดิม และสามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ตามปรกติ

                บัดนี้ลานหน้าโรงเรียนคลาคล่ำไปด้วยนักเรียนของโรงเรียนเซพาตราที่พากันตบเท้าเดินเข้าไปสู่ตัวปราสาท เสียงพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขดังไปทั่วบริเวณ ภาพบรรยากาศเหล่านี้ทำให้คนผมฟ้าที่ยืนมองภาพจากมุมสูงอมยิ้มแก้มปริ มีความสุขจนต้องแสดงออกโดยการกระแซะเพื่อนสาวผมทอง เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากคนโดนกระแซะได้อย่างดี

                สวัสดีจ้ะอัล สวัสดีจ้ะโรสทำอะไรอยู่เหรอ วันนี้มาเช้าจัง แอนนาทักทายเพื่อนสาวที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน

                ดูพวกเพื่อนๆ น่ะ นั่นฟีรอสนี่นาหัวสีน้ำเงินอย่างนั้นฉันจำได้ อัลชี้ไปที่ร่างของเพื่อนหนุ่มที่เดินมาพร้อมกับเพื่อนสาวผมส้ม ดูเหมือนฟีรอสคงไปทำอะไรให้ลิลลี่โกรธเพราะ ชายหนุ่มกำลังหลบฝ่ามืออรหันต์ของแฟนสาวเป็นพัลวัน ตอนนี้ฟีรอสเหลือบตาไปเห็นเซดริกที่เดินออกมาทางโรงเก็บจักรยาน เขาเลยวิ่งไปใช้ชายหนุ่มผมเงินเป็นเกราะกำบัง

                อ่า สงสัยขึ้นมาฟีรอสหัวบวมแน่ค่ะ หวังว่าเซดริกคงไม่โดนลูกหลงไปด้วยหรอกนะคะ โรสออกความเห็นกับภาพนั้น คำแซวนั้นกระตุกต่อมหัวเราะของอัลและแอนนาจนทั้งคู่อดไม่ไหวที่จะหัวเราะ และพอเจ้าคนโดนนินทาโผล่หน้ามา ทั้งสามคนก็หัวเราะโดยพร้อมเพรียงกัน

                ขำอะไร เจ้าหนุ่มผมยุ่งถาม ตวัดตาสีเทามองเพื่อนสาวที่กำลังขำกันท้องแข็ง ข้างหลังเขามีลิลลี่ที่กำลังยิ้มกลั้นยิ้ม และเซดริกที่เสหน้าอมยิ้มไปมองทางอื่น

                หัวรังนก อัลหัวเราะกร๊าก แถมทำมือทำไมล้อเลียนฟีรอสเสียยกใหญ่

                ฟีรอสเดินกระฟัดกระเฟียดมาเล่นหัวเพื่อนสาวผมฟ้าที่หัวเราะดังกว่าเพื่อน แต่เจ้าหล่อนไวเป็นปรอท วิ่งหลบไปมาข้างหลังเพื่อน

                วันนี้ขอให้เดเร็กตีเธอหลายๆ รอบในชั่วโมงภูติคำนวณ ฟีรอสพูด เขาวิ่งไล่ยายตัวดีจนรู้สึกเหนื่อยแต่หัววัน

                เรื่อง วันนี้เดเร็กไม่มาย่ะ อัลแลบลิ้น ชี้ให้ดูว่าบนหัวของเธอนั้นไม่มีเจ้ามังกรราตรีสีเงินนอนเล่นอยู่

                อ้าวไม่มาเหรอคะ ปรกติเห็นไปไหนมาไหนด้วยกัน แล้วนี่เดเร็กไปไหนล่ะ แอนนาหันมาถามเพื่อนสาว ในขณะที่ลิลลี่เดินไปพัดให้ฟีรอสที่ยืนหายใจหอบ

                อัลขยิบตา ยิ้มน่ารัก ทำท่าตามปรกติที่เธอมักจะทำเพราะเมื่ออยู่ที่แกรนเพนท์เธอเป็นเพียงนักเวทฝึกหัด อัลมาริน่า ไอวารีนไม่ใช่ราชินีแห่งริเวเทีย เรื่องตำแหน่งของเธอที่ริเวเทียถูกปิดเป็นความลับ ตอนนี้อัลเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่สามารถจะเล่นซนได้ตามปรกติ

                เดเร็กไปทำงานน่ะ

 
                                                                           ................................................

                มาทำงานวันแรกงานก็กองเต็มโต๊ะเลยหรือ

                ดวงตาสีเงินหรี่ลงเมื่อมองเอกสารที่จัดวางอยู่บนโต๊ะภายในห้องทำงานบนหอคอยฝั่งตะวันตกของสภาเวท ห้องทำงานห้องนี้เป็นห้องทำงานของเขามาแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแต่มีการจัดวางสิ่งของใหม่เล็กน้อย เขาจึงไม่รู้สึกแปลกที่มากนัก ขายาวสืบไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน พร้อมกับลอบถอนใจเบา

                ถึงกับถอนใจเลยหรือ โซฟอสที่แวะมาดูชายหนุ่มหัวเราะหึๆ ข้างหลังจอมเวทอัคคีคือ แอนนิมอลมาสเตอร์มือฉมังที่ตามมาให้กำลังคนรักของหลานสาวและเอาของมาส่ง

                นี่คงกะจะเอาคืนที่อู้งานไปสามร้อยปี ทำไมตำแหน่งมหาเวทต้องสิ้นสุดตอนตายด้วยนะ ลาออกก็ไม่ได้เดเร็กบ่น คว้าปากกาขนนกที่ทางสภาเวทจัดเตรียมไว้ให้ เนื่องจากรู้ดีว่าเขายังไม่คุ้นกับปากกาในสมัยปัจจุบันเท่าไร นาทีต่อมาชายหนุ่มก็เริ่มต้นทำงานทันทีโดยไม่สนใจแขกที่มาเยี่ยมอีกสองคน

                ยังบ้างานเหมือนเดิม มาถึงก็ทำงาน เอ้านี่ของที่นายขอไว้ ลูสเพิ่งเอามาให้เมื่อวาน ดีนะที่นายขอตอนจังหวะที่หมอนั่นได้ลาพักพอดี สตีฟยิ้มจาง ยื่นตะกร้าหวายให้เดเร็ก ซึ่งชายหนุ่มผมดำก็ยื่นมือมารับก่อนเลิกคิ้วใส่

                นายก็ไปทำงานซะทีสิ เดี๋ยวโดนหักเงินเดือนหรอก

                ชายผมเทายกมือเกาหัวแกร็กๆ

                ส่งของเสร็จก็ไล่เชียว นั่นสิน้า ไปทำงานบ้างดีกว่า ไปดูว่าหลานสาวตั้งใจเรียนไหม

                ถ้าไม่ตั้งใจเรียนก็ฝากตีสักทีสองที เดเร็กพูดทั้งๆ ที่ยังก้มหน้ามองในตะกร้าหวาย คำพูดของเขาทำให้สตีฟกลั้วหัวเราะ นี่ขนาดตัวทำงานอยู่ที่นี่ แต่ใจน่ะคิดถึงหลานสาวเขาไม่ขาดเลย

                ไม่ได้หรอกมือฉันใหญ่ ไม่ได้เล็กเหมือนมือมังกรราตรีสีเงิน อยากตีก็โดดงานไปตีเอง สตีฟหลิ่วตา ก่อนจะหันไปยิ้มให้โซฟอส ผมไปทำงานแล้วนะพี่

                ไปเถอะ ฝากดูแลอัลด้วย โซฟอสตบบ่าสตีฟ

                แน่นอนโดยเฉพาะชั่วโมงการดูแลสัตว์วิเศษจะดูแลให้เป็นพิเศษ อ่อ ดาร์ซี ดูแลมันดีๆ หน่อยนะ เจ้าตัวนั้นมันค่อนข้างจะมีปัญหาเข้ากับพวกไม่ได้ แถมติดคนแจเชียว แต่อย่างว่าแหละนะ ถ้าไม่มีปัญหาทางหน่วยแอนนิมอลมาสเตอร์ไม่มีทางทำเรื่องยกมันให้อัลหรอก สตีฟโบกมือให้ชายหนุ่มทั้งสอง ก่อนหมุนตัวแล้วเดินลงบันไดวนไปยังชั้นล่าง ทิ้งสองหนุ่มผู้ร่วมบ้านอาศัยให้คุยกันต่อ

                งานเยอะแต่ทำไปเรื่อยๆ ก็เสร็จเองแหละโซฟอสให้กำลังใจ เขาก้าวเท้ามาสำรวจกองงานของมหาเวทรัตติกาล

                อืม แต่ว่าอยากทำให้เสร็จเร็วหน่อยจะได้ไปรีบไปจ่ายตลาด มื้อเย็นกะจะทำมันฝรั่งอบเนยกับสเต็กหมู ของหวานเอาเป็นพายแอปเปิ้ล เดเร็กพูด พลางวางตะกร้าหวายใบนั้นลงบนกล่องกระดาษข้างตัวอย่างเบามือ

                ตั้งแต่ลูเซียไปเป็นผู้สำเร็จราชการอยู่ที่ริเวเทีย ชายหนุ่มสองคนแห่งบ้านไอวารีนและท่านหญิงแห่งเซเลส ก็ต้องผลัดเวรกันทำอาหาร โดยที่ทั้งสามคนลงมติว่ าอย่าเพิ่งเอาอัลที่มีฝีมือทำอาหารขึ้นๆ ลงๆมารวมกับเวรประจำวันนี้ มิฉะนั้นพวกเขาอาจท้องเสียกันตอนกลางคืนได้

                 อีกอย่างว่าจะแวะไปดูกราเคนที่ห้องสมุดหน่อยดวงตาสีเงินของเดเร็กกวาดอ่านตัวอักษรเล็กจิ๋วบนกระดาษเอกสารนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ

                นั่นสิป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ โซฟอสเอี้ยวตัวมามองสิ่งที่นอนหลับอยู่ในตะกร้า พอเห็นว่าเป็นตัวอะไร ดวงตาสีแดงก็เบิกโพลง

                นี่สตีฟเอาของแบบนี้มาให้อัล

                ใช่ โอ๋หลานซะจนเกินเหตุ ฉันว่าอีหรอบนี้สงสัยสตีฟแอบระบุชนิดสัตว์ไปด้วยแหง ฉันบอกแค่ว่าขอสัตว์วิเศษมาให้อัลเลี้ยงสักตัว พอเห็นเจ้านี่อัลต้องเหลิงแน่ เดเร็กร่ายยาวถึงเจ้าชายแห่งริเวเทีย ดวงตาสีเงินตวัดมองเจ้าตัวน้อยที่นอนหลับปุ๋ยในตะกร้าหวาย มือหนาเอื้อมลงไปลูบหัวมันเบาๆ ส่งผลให้เจ้าตัวน้อยร้องครางอย่างชอบใจ

                เอาตัวแบบนี้มาให้ร้อนถึงฉันต้องทำปลอกคอควบคุมขนาดให้มันอีก ไม่งั้นมีหวังบ้านนายพังแน่

                บ่นไปก็เท่านั้นแหละ น้าหลานคู่นี้ โซฟอสยืนกอดอก ดวงตาสีแดงพราวระริกเมื่อเห็นคิ้วมุ่นๆ ของมหาเวทรัตติกาล

                นั่นสินะ เดเร็กเห็นด้วย

                                                                               ......................................

               

                โรงอาหารของโรงเรียนเซพาตราในตอนเที่ยง ยังคงคึกคักด้วยพวกนักเรียนที่พากันลงมารับประทานอาหารกลางวันและพักผ่อนจากการเรียนในภาคเช้า และในวันนี้โต๊ะของปี 2 ห้อง B ก็ยังมีเสียงโวยวายของพวกตัวป่วนดังเป็นระยะอันถือเป็นเรื่องปรกติที่เกิดขึ้นในโรงอาหาร

                วันนี้เอาอะไรมากินจ๊ะอัล มิลาเบลถามเพื่อนสาวที่กำลังอมยิ้มพลางแกะห่อข้าวออกจากผ้าเช็ดหน้าสีชมพู พอเปิดออกก็พบกับแซนวิชปูอัดราดด้วยน้ำสลัดและไข่กุ้งสีสันน่าทาน ของหวานคือวุ้นส้มที่มีเนื้อส้มปนอยู่ด้วย

                ว้าว น่ากินจัง มิราเบลร้อง คุณแม่ของอัลนี่ทำอาหารเก่งจริงๆ

                ไม่ใช่หรอก เดเร็กทำให้น่ะ อัลส่ายหน้า ก่อนจัดการกินแซนวิชคำแรกท่ามกลางสายตาสงสัยของเพื่อนๆ อึดใจต่อมาเจ้าหล่อนก็เปิดปากอธิบายต่อ แต่ยิ่งทำให้เพื่อนๆ ทำหน้างงกว่าเดิม

                ตอนนี้คุณแม่ไม่อยู่น่ะ คุณพ่อกับเดเร็กแล้วก็โรสเลยต้องผลัดเวรทำอาหารกัน วันนี้เป็นเวรเดเร็กพอดี

                เดเร็ก ฟีรอสทวน ทำตาโตเท่าไข่ห่าน เดเร็กเป็นมังกรนะจะทำอาหารได้ยังไง!”

                อะฮ๊า ไม่รู้อะไรซะแล้ว เดเร็กน่ะพ่อครัวดีๆ นี่เอง อยู่ด้วยกันนานๆ มีหวังฉันอ้วนแหง อัลกัดแซนวิชคำต่อไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ผิดกับเพื่อนๆ ที่มีสีหน้างงเป็นไก่ตาแตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแอนดรูว์ที่สมองลองประมวลผลยังไง คำว่า มังกรกับพ่อครัวก็ดูไม่เข้ากันอยู่ดี

                ฝ่ายเซดริกที่คุยกับโรสเงียบๆ หันมาเห็นเพื่อนๆ มองยายตัวดีเป็นตาเดียว ก็อดถอนใจไม่ได้ ส่วนโรสก็ยิ้มพราย

                คุณป้าไปทำงานต่างเมืองน่ะค่ะ ตอนนี้ที่บ้านอัลเลยเหลือแค่ ฉัน อัล คุณลุงและเดเร็กอยู่ที่บ้าน ทีนี้ เลยต้องผลัดเวรทำอาหารกัน โรสอธิบายเสียงหวาน ขณะที่ทายาทเซฟิรุสนั่งเท้าคางมองพี่สาวที่กินได้อย่างไม่สนใจใคร

                ดีนะที่ยังมีโรสอยู่บ้านนั้น งานบ้านเลยไม่ค่อยห่วงเท่าไร ขืนมียายนี่เป็นผู้หญิงคนเดียวในบ้านมีหวังเละแน่ เซดริกบ่น ก่อนจะตักข้าวผัดรวมมิตรเข้าปากแล้วส่งสายตาดุๆ ไปให้พี่สาวตัวดี

                คนอื่นฉันเข้าใจแต่เดเร็กทำอาหารได้ยังไง ฟีรอสทำตาปริบๆ

                เดี๋ยวเย็นนี้ก็รู้เองน่าทายาทเซฟิรุสตอบสั้นๆ พลางจินตนาการถึงสีหน้าของเพื่อนๆ ตอนเห็นคนที่จะมารับยายตัวแสบตอนเย็นนี้ ชายหนุ่มนึกสีหน้าแต่ละคนออกเลยล่ะว่าจะเป็นยังไง

                เซดริกทำให้เพื่อนๆ อยากรู้ยิ่งกว่าเดิมนะคะ โรสกระซิบบอก ยื่นขวดน้ำเปล่าให้ชายหนุ่ม

                อ้าว ก็ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นแหละ ได้เวลาที่ยายนี่จะโดนเพื่อนๆ ล้อแล้ว ทายาทเซฟิรุสหัวเราะเบาๆ พลางยิ้มอย่างมาดมั่น

 
                                                                ..............................................................

                เวลายามบ่ายแก่ประมาณสามโมงกว่า คือ เวลาที่ผู้ทำงานในสภาเวทจะเริ่มเบาบางตา เนื่องจากเป็นเวลาที่บรรดาผู้ใช้เวทจะชอบออกภาคสนามหรือออกไปสำรวจอะไรข้างนอก ดังนั้นยามนี้ทางเดินที่ทอดยาวสู่ห้องสมุดของสภาเวทจึงค่อนข้างปลอดคนเดินผ่านผิดกับทางเดินที่วุ่นวายเมื่อเช้า ยังผลให้ชายหนุ่มผมดำที่กำลังเดินมารู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง

                เดเร็กเดินถือตะกร้าหวายมาเงียบๆ ดวงตาสีเงินของเขากวาดมองดูสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ราวจะดูว่าในรอบสามร้อยปีนี้มีสิ่งใดเปลี่ยนไปบ้าง แต่ส่วนมากทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมอย่างที่เขาเคยรู้จักดุจมันได้หยุดเวลาของมันเอาไว้

                ไม่นานร่างสูงก็เดินมาถึงเป้าหมาย เขาเห็นเคาเตอร์ฝากของสำหรับฝากสิ่งที่อนุญาตให้เข้าไปในห้องสมุด อาทิ อาหาร เครื่องดื่ม และสัตว์เลี้ยง ดังนั้นชายหนุ่มจึงเลี้ยวไปยังเคาเตอร์ฝากของ ทำเรื่องขอฝากตะกร้าหวายไว้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะเข้าไปในห้องสมุด

                รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ นิ้วยาวดุนจมูกสีดำชื้นของเจ้าตัวน้อย ทำให้มันตบอุ้งเท้าหนาลงมาบนมือขวาเบาๆ เดเร็กหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปในห้องสมุดเวทมนตร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแอตแลนตาร์ ภายในนั้นมีพวกนักเวทกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ พวกเขาคือผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเวทมนตร์เซพาตรา อันตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกของสภาพเวท นอกจากพวกนักเวทแล้วยังมีบุคคลภายนอกที่สนใจศึกษาเวทมนตร์มาขอเข้าใช้บริการอีกด้วย และถ้ามองดีๆ ก็เห็นจอมเวทบางคนมานั่งอ่านหนังสือที่นี่หลังเสร็จจากงานสอน

                เบียทริก เบเนลัส

                เดเร็กจ้องมองเรือนผมสีชมพูหยักศกที่คุ้นตาสักพัก ตัดสินใจไม่เดินเข้าไปทักทาย เพราะเขากับหล่อนไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไร จากนั้นชายหนุ่มจึงสืบเท้าเดินไปยังตรอกหนังสือ เพื่อหาชายผมม่วง ไม่นานเขาก็พบว่าชายคนนั้นจัดเรียงหนังสือตามระบบดิวอี้อย่างขะมักขะเม้น

                ไงกราเคน เดเร็กทักทาย ยกมือกอดอกมองรุ่นน้องผู้เพิ่งจัดหนังสือเสร็จ ทำงานวันแรกเป็นไงบ้าง

                กราเคนยิ้มทักทาย ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะอ่านหนังสือ เพื่อจัดการเก็บหนังสือที่วางไว้เข้าชั้น

                ก็ดีครับ ยังไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นใคร ทุกคนเลยปฏิบัติต่อผมดีอยู่ แต่หลังจากนี้จะเป็นไงก็ไม่รู้นะครับ ดวงตาสีเขียวหลุบต่ำ อาจจะไม่มีใครเข้ามาใช้บริการห้องสมุดอีกเลยก็ได้

                นายก็คิดมากไป เดเร็กก้าวเข้ามาช่วยกราเคนเก็บหนังสือที่วางกองไว้ตามโต๊ะ ชายหนุ่มใส่หนังสือเหล่านั้นไว้ในรถเข็น แล้วปล่อยให้กราเคนเข็นมันไปยังเคาเตอร์ยืม-คืนหนังสือที่มีบรรณารักษ์อีกคนทำประจำอยู่

                แล้วจะมีใครอยากคุยกับนักโทษอย่างผมบ้างล่ะ ชายผมม่วงพูดเสียงเบา สีหน้าของเขาดูเศร้าหมอง แต่ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะพยายามทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด เป็นการไถ่โทษนะครับ

                นี่นายยังทำใจเรื่องเซรีนไม่ได้อีกหรือ เดเร็กเดาอาการเศร้าออก

                ครับ ดาร์ซีถ้าเป็นนาย นายจะรู้สึกยังไง ถ้านายเป็นคนรอดชีวิตเพียงคนเดียว แล้วเพื่อนคนอื่นของนายตายหมด กราเคนปรายตาสบด้วงตาสีเงิน

                อย่างน้อย นายก็ไม่ใช่คนที่ฆ่าพวกเขานะกราเคนเดเร็กขยับยิ้ม หลุบตาสีเงินลงเพื่อซ่อนความอาดูร อีกอย่างฉันก็ยังอยู่ ฉันเป็นคนที่มาจากสมัยเดียวกับนาย มีอะไรก็มาคุยได้

                ขอบคุณครับ

                เดเร็กถอนใจยาวกับอาการเนือยของกราเคน เขาเองก็เข้าใจความรู้สึกของรุ่นน้องคนนี้ดี กราเคนเป็นคนอ่อนโยน คนแบบนี้มักจะจมสู่ห้วงแห่งความเศร้าได้ง่ายที่สุด และตอนนี้ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกไป กราเคนเองก็คงปิดใจไม่ยอมรับรู้

                อีกอย่างไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ขอให้จำไว้ว่า เซรีนอยากให้นายอยู่ แสดงว่าชีวิตของนายมีค่าในสายตาหล่อน ดังนั้นห้ามดูถูกตัวเองล่ะ ฉันต้องขอตัวก่อนเดเร็กตบบ่ากราเคนหนึ่งครั้ง นาทีต่อมาร่างสูงก็หันหลังเดินจากไป

                กราเคนระบายลมหายใจนิด รู้สึกผ่อนคลายที่เดเร็กเดินคล้อยไป จริงอยู่ที่ดาร์ซีดีต่อเขา แต่ว่าหลายปีที่ฝ่ายมาทั้งสองคนต่างอยู่คนละฝ่าย จะให้มาปรับอารมณ์และความสัมพันธ์กันทันทีก็ใช่ที่ ทุกอย่างคงต้องค่อยเป็นไปค่อยไป อีกนานกว่าที่เขาจะกล้ามองหน้ามหาเวทรัตติกาลตรงๆ เหมือนเดิม และอีกอย่างตัวเขาในตอนนี้ก็ยังไม่อยากพบเจอใคร ไม่ว่าใครทั้งนั้น

                เพราะคนที่สำคัญที่สุดได้จากเขาอย่างไม่มีวันหวนกลับ และเขาไม่สามารถช่วยอะไรหล่อนได้เลย เขาจึงต้องทุกข์ตรมกับความทรงจำอันแสนเจ็บปวด แม้บางความทรงจำจะเคยเป็นความทรงจำที่เป็นสุข แต่พอไม่มีเธอคนนั้น เขาเองก็ไม่อยากจะนึกถึงมัน

                ไม่อยากนึกถึงวันเวลาที่เคยมีร่วมกัน...

                ตึก ตึก

                เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบื้องหลังกราเคน ชายหนุ่มหลับตา พลางคิดว่าดาร์ซีคงลืมพูดอะไรบางอย่าง เขาจึงหมุนตัวไปหาเจ้าของเสียงเดินที่เข้ามาใกล้

                ดาร์ซีมีอะไรอีกหรือชายหนุ่มพูดได้แค่นั้น เมื่อพบว่าคนที่กำลังใกล้เข้ามาเป็นหญิงสาวผมชมพูหยักศก ผู้สวมแว่นตาปิดบังดวงตาสีชมพูคู่สวย เจ้าหล่อนหอบหนังสือเล่มใหญ่มาสามเล่มไว้ในอ้อมแขน

                คุณเบเนลัส ผมขอโทษครับ จะยืมหนังสือหรือครับกราเคนโค้มหัวลงเป็นการขอโทษหญิงสาว

                ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันขอยืมหนังสือสามเล่มนี้หน่อยค่ะ เบียทริกยื่นหนังสือให้ ซึ่งกราเคนก็รับไว้ และพอเขาชายตาดูว่าเพื่อนบรรณารักษ์ทำอะไรอยู่ ก็พบว่าเจ้าหล่อนกำลังยุ่งวุ่นวายกับการหาหนังสือให้นักเวท กราเคนจึงต้องทำการยืมหนังสือเอง

                ขอบัตรห้องสมุดด้วยครับ ชายหนุ่มยื่นมือออกไปและรับบัตรของเบียทริกมา มือหนาเขียนชื่อหนังสือสามเล่มที่หล่อนประสงค์จะยืมลงไป ก่อนประทับวันเวลาที่ต้องมาคืนต่อท้ายชื่อหนังสือ

                อ่านหนังสือเก่งนะครับ กราเคนชม กวาดตาไล่มองชื่อหนังสือที่ยาวเหยียดในบัตรยืม

                ก็เป็นอาจารย์นี่คะ ต้องศึกษาไว้หน่อย เดี๋ยวลูกศิษย์ถาม

                ครับ สามเล่มที่คุณยืมนี่ผมก็เคยอ่าน เป็นหนังสือเกี่ยวกับภาษารูนที่ดีนะครับ มีอีกเล่มที่คุณควรอ่าน อืม ไว้วันหลังผมจะหาไว้ให้นะ

                ดีใจจังค่ะ ที่ได้นักภาษาศาสตร์เวทมนตร์เก่งๆ อย่างคุณกราเคนมาแนะนำแบบนี้ เบียทริกหัวเราะ แต่แล้วก็ต้องทำตาโต เมื่อเห็นดวงตาสีเขียวประกายเศร้าของชายหนุ่ม จึงรู้ว่าการที่ตนพูดเรื่องเมื่อสามร้อยปีที่แล้วออกไป คงไปจุดอารมณ์เศร้าของเขาเข้าแล้ว

                ขอโทษค่ะ คุณกราเคนคงยังไม่หายเศร้า เบียทริกก้มหน้า คว้าหนังสือสามเล่มที่ยืมมากอดแนบอก หญิงสาวสงสารชายหนุ่มจับใจ

                กราเคนก้มหน้า แสร้งทำเป็นอ่านรายชื่อหนังสือที่จะสั่งเข้าห้องสมุด

            มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ประหลาด เรื่องที่อยากลืมมักจะจำ เรื่องที่อยากจำมักจะลืม คุณเบียทริกครับ ถ้ากาลเวลามันพัดผ่านความทรงจำที่เจ็บปวดไปด้วยก็คงดีสินะครับ ไม่สิถ้าผมตายไปซะตอนนั้นคงจะดีกว่า เขากล่าว ชายหนุ่มไม่หวังให้หญิงสาวตอบกลับ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อสิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือความเงียบ เงียบเสียจนเขาคิดว่าเธอเดินหนีไปแล้ว

            กราเคนเงยหน้าขึ้น พลันดวงตาสีเขียวทุกข์ระทมก็สบประสานกับดวงตาสีชมพูอ่อนโยน

                เบียทริกสูดหายใจลึก กล่าวเตือนสติกราเคน

                การมีชีวิตอยู่มันยากกว่าการตายนะคะ บางครั้งตายไปซะเลยอาจดีกว่า แต่ในเมื่อเธออยากให้คุณอยู่ และคุณก็เลือกที่จะอยู่แล้ว คุณก็ควรมีความสุขกับสิ่งที่เลือกไม่ว่าจะยากสักแค่ไหนก็ตาม คุณกราเคนต้องรักตัวเองบ้างนะคะ ถ้าคุณกราเคนไม่รู้จะคุยกับใคร ฉันจะเป็นเพื่อนคุยให้คุณเอง ฉันไม่อยากให้คุณโดดเดี่ยวอยู่ในห้องสมุดนี้คนเดียว ห้องสมุดนี้ไม่ได้เป็นห้องขังของคุณหรอกค่ะ จิตใจที่เศร้าหมองของคุณต่างหาก อย่าจองจำตัวเองไว้กับความเศร้าอีกเลยนะคะเสียงหวานที่ดังเข้าโสต เป็นดังน้ำทิพย์ชโลมหัวใจที่อ่อนล้า ชายหนุ่มเริ่มครุ่นคิดตามคำพูดของเบียทริก ก็พบว่าจริงดังที่เธอกล่าว เขาเลือกแล้วที่จะมีชีวิตอยู่ แม้จะเป็นการเลือกแบบกึ่งบังคับจากท่านเซรีน แต่เขาก็เลือกที่จะมีชีวิตอยู่แทนท่าน

                ฉะนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาก็ต้องพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไป

                พลันรอยยิ้มอ่อนก็จุดที่ปากของกราเคน ทำเอาเบียทริกยิ้มกว้าง

                ขอบคุณมากครับ คุณนี่สมกับเป็นอาจารย์จริงๆ

 
                                                                   .....................................................................

                เสียงระฆังดังหง่างเหง่งบอกเวลาเลิกเรียนดังกังวานทั่วบริเวณโรงเรียนเซพาตรา พวกนักเวทฝึกหัดตัวน้อยเริ่มทยอยออกจากห้องเรียน มุ่งไปยังประตูทางออกของโรงเรียน บ้างก็วิ่งไปยังโรงเก็บจักรยานของโรงเรียน ก่อนจะมาสมทบกับเพื่อนๆ เพื่อกลับบ้าน

                เอ วันนี้อัลไม่ได้เอาจักรยานมาเหรอ แอนดรูว์ถามเพื่อนสาวผู้ยืนชะเง้อชะแง่ง

                เปล่าหรอก วันนี้ซ้อนโรสมา อัลตอบ เธอกำลังรอเซดริกกับโรสที่กำลังไปเอาจักรยานที่โรงเก็บจักรยาน ประมาณห้านาทีต่อมาทั้งคู่ก็โผล่มาพร้อมจักรยานคนโปรด กลุ่มนักเรียนปี 2 ห้อง Bจึงเริ่มออกเดินกันอีกครั้ง

                แล้วนี่จะซ้อนท้ายโรสกลับหรือครับ แอนดรูว์ถามต่อ แต่สาวเจ้าส่ายหน้า

                เปล่าหรอกวันนี้จะมีคนมารับน่ะ เสียงใสว่า หัวใจของเธอกำลังพองโตเหมือนลูกบอลลูนยักษ์ มีความสุขนักที่มีคนมารับวันนี้

                วันนี้มีคนมารับน่ะ เสียงนุ่มของชายผมเงินพูดตามเสียงใส ทันใดนั้นอัลก็แยกเขี้ยวให้เซดริกที่ทำหน้าล้อเลียนเธอ ทำเอาอัลหน้าแดงซ่าน สาวน้อยเกือบจัดการเซดริกอยู่แล้ว แต่ทว่าพอเธอเหลือบไปเห็นร่างสูงในชุดดำผู้ยืนกอดอดตรงหน้าประตูโรงเรียน สาวเจ้าก็ทำตาโต

                เดเร็ก!” อัลร้อง ร่างบางถลาเข้าไปหาชายหนุ่มอย่างไม่สนสายตาจากเพื่อนๆ นับสิบ ที่งุนงงกับปฏิกิริยาของเธอ และคำเรียกหาที่เธอกล่าว

                เดเร็ก...

                เมื่อกี้อัลเรียกผู้ชายคนนั้นว่าเดเร็ก ลิลลี่ตาโตเท่าไข่ห่าน นิ้วชี้ไปยังชายหนุ่มที่กำลังกอดอัลแน่น เขาลูบหัวเพื่อนสาวของเธอแสดงออกถึงความรักใคร่

                ใช่ฟังไม่ผิดหรอก นั่นละเดเร็กเซดริกกล่าวเสียงเนือย ถึงเขาอยากจะเห็นพี่สาวโดนล้อยังไง แต่พอเจ้าหล่อนแสดงอาการลิงออกขนาดนี้ ก็อดกลุ้มใจแทนตระกูลไอวารีนและตระกูลกัวมาริแนร์ไม่ได้

                เดเร็กจริงๆ แล้วไม่ใช่มังกร แอนดรูว์เริ่มสรุปสถานการณ์ เขาหันไปหาโรสเพราะคิดว่าเจ้าหล่อนน่าจะรู้เรื่องนี้ด้วย แต่เป็นคนใช่ไหม

                ใช่ค่ะ โรสพยักหน้า โบกมือให้เดเร็กที่หันมามองทางเธอและเซดริก

                แล้วก็เป็นแฟนของยายนั่นด้วย เซดริกต่อคำให้เสร็จสรรพ และข่าวใหม่นี้ก็สะเทือนวงการยิ่งกว่าข่าวที่เดเร็กเป็นมนุษย์เสียอีก อัลมาริน่า ไอวารีน เด็กสาวจอมแก่นไม่สนใจผู้ชายคนนั้นน่ะนะจะมีคนรัก แถมเป็นคนรักที่ดูอายุมากกว่าหลายปีด้วย

                ไม่คิดเลยว่ายายนั่นจะเป็นแฟนกับมังกรจริงๆ ฉันล้อเล่นๆ นะตอนปีหนึ่ง ฟีรอสทำสีหน้าปั้นยาก แล้วอายุห่างกันเท่าไร ทำอีท่าไหนถึงไปอยู่ในร่างมังกร

                เรื่องนั้นพวกนายอย่ารู้เลยดีกว่า เซดริกยังไม่อยากเฉลยเพื่อนๆ ในตอนนี้ เขาอยากอุบไว้เป็นความลับ เฉลยวันละเรื่อง ดีกว่าเฉลยโครมเดียวจบแล้วเป็นลมกันทั้งห้อง

                ทว่า...โธมัส ก็ดันจำหน้าของบรรพบุรุษที่เคารพของเซดริกได้

                แต่ว่าผู้ชายคนนั้น ดูเหมือนดาร์ซี เซฟิรุสเลยนะครับ มหาเวทรัตติกาลที่มีชีวิตอยู่เมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน คนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชา ไร้หัวใจคนนั้น โธมัสขยับแว่นหลายหนเพื่อดูหน้าเดเร็กให้ชัดๆ

                นั่นสิเหมือนอย่างกับแกะ เบนจามินว่าบ้าง

                สิ้นเสียง โรสก็หัวเราะคิกคัก ส่วนเซดริกพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่ แต่ก็ยั้งไว้ไม่อยู่

                ไม่ใช่เหมือนหรอก นั่นน่ะใช่เลย!” ทายาทเซฟิรุสหัวเราะ สีหน้าทุกคนดูตกใจเหมือนอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ แต่ละคนเหมือนเจอเรื่องที่ช็อกสุดๆ และดูท่าจะไม่อยากเชื่อคำพูดของเซดริกเลยด้วยซ้ำ

                เรื่องอายุของเดเร็กกับอัลห่างกันเท่าไร พวกนายไปบวกลบคูณหารกันเองนะ ฉันยังไม่เคยทำเลย ทำแล้วมันปวดใจน่ะที่พี่สาวคบกับคนที่แก่กว่าขนาดนั้น ชายผมเงินเสริม มองพี่สาวคนเก่งที่พรุ่งนี้คงโดนเพื่อนๆ ตั้งศาลซักฟอกเรื่องนี้ทั้งวันเป็นแน่

                พลันแอนนาผู้ตั้งสติได้คนแรก เขม่นตามองคู่รักสุดประหลาดตรงประตูโรงเรียน ก่อนพึมพำออกมาเบาๆ

                ยายนั่นสติยังดีอยู่หรือเปล่าน่ะ

                                                                                   
                                                                       ...............................
           

                เดเร็กมารับเร็วจัง ฉันนึกว่าต้องรออีกสักพักซะอีก อัลพูดเสียงอู้อี้ เนื่องจากซุกหน้าอยู่กับอกของเดเร็ก เสี้ยวนาทีเธอก็คลายอ้อมกอดที่กำลังกอดเดเร็ก ปล่อยให้ชายหนุ่มลูบหัวเธอเล่น

                รีบทำงานน่ะเลยเสร็จเร็ว ไปจ่ายตลาดกันได้แล้ว รู้เมนูมื้อเย็นแล้วใช่ไหม

                อืม มันฝรั่งอบเนยกับสเต็กหมู ของหวานคือพายแอปเปิ้ล อัลทวนรายการอาหารอย่างแม่นยำ พลันดวงตาซุกซนก็เห็นตะกร้าหวายในมือชายหนุ่ม เธอจึงก้มมองก็เห็นว่ามันมีผ้าขนหนูสีฟ้าปิดอยู่เหมือนกำลังให้ความอบอุ่นแก่สิ่งที่อยู่ภายใน

                นั่นอะไรน่ะ อัลสงสัย ยื่นแขนออกทำท่าขอของ

                นี่เป็นอีกเรื่องที่ฉันมาเร็ว คู่หูตัวใหม่ของเธอ ไม่รู้มันตื่นหรือยัง เดเร็กชูตะกร้าสูงเสมอตาแผ่นอก แล้วจัดการเปิดผ้าขนออกมา ก่อนใช้มือหนาอุ้มเจ้าสิ่งนั้นออกมา ภาพเจ้าตัวน้อยลืมตาส่งเสียงร้องเงี้ยวๆ คล้ายแมวสะท้อนบนแก้วตาสีเพลิงที่เบิกกว้าง

                ลูกเสือขาว!” อัลร้องลั่น ค่อยๆ รับมันมาจากมือของเดเร็กแล้วกอดมันแนบอก เจ้าเสือน้อยเงยหน้ามองนายหญิงก่อนทำท่าคลอเคลียไม่ผิดกับลูกแมว เสียแต่ว่ามันตัวใหญ่กว่าลูกแมวมาก

                อายุประมาณสองเดือนน่ะ ชอบไหม เป็นสัตว์ธาตุน้ำพอดีน่าจะเหมาะกับเธอ

                อืม ขอบคุณนะเดเร็ก อัลทำท่าเห่อเจ้าเหมียวสุดๆ

                ไปขอบคุณสตีฟด้วย ฉันขอแค่สัตว์วิเศษอะไรก็ได้ หมอนั่นล่อเอาเจ้านี่มาให้ น้าเธอนี่โอ๋เธอจริงนะ แต่เห็นสตีฟบอกว่าเจ้านี่มีปัญหาเข้ากับลูกเสือตัวอื่นไม่ได้ แถมติดคนด้วย เลยเอามาให้เธอ เดเร็กอธิบาย ใช้นิ้วเขี่ยขนนุ่มสีขาวลาดพาดกลอนของมัน

                ตั้งชื่อให้มันซะสิ เขาว่า

                ไทก้า อัลยิ้มแป้น เธอชื่อไทก้าน่ะเจ้าตัวน้อย

                ไทก้าร้องคราง เหมือนถูกใจกับชื่อนั้น อาการออดอ้อนของมันทำเอาอัลหลงจนอดไม่อยู่ เธอไม่อยากไปจ่ายตลาดแล้ว เธออยากกลับบ้านไปเล่นกับไทก้า อยากดูแลไทก้าเหมือนที่เคยดูแลเดเร็ก

                แต่ถ้าไม่ไปจ่ายตลาดมีหวังเดเร็กดุจนเธอโกยเก็บไม่หวาดไม่ไหวแน่

                เดี๋ยวตอนไปตลาดไปดูของให้ไทก้าด้วยนะ สาวน้อยอ้อน วางไทก้ากลับลงในตะกร้าดังเดิม พร้อมห่มผ้าให้มันจะได้นอนหลับสบาย

                ได้สิเดเร็กขยับยิ้ม คว้ามืออัลมากุม ก่อนจะเริ่มออกเดินไปพร้อมกันท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่สาดส่อง และสายลมอ่อนที่คลอเคลียผิวกาย

                ได้ทุกอย่างที่เธอต้องการเลย

                                                                       ...............................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1821 Dream (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 17:08
    วันนี้ห้องบีเจอเรื่องอึ้งสามเรื่องซ้อนเลยนะเนี่ย
    #1821
    0
  2. #1659 may (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 22:22
    หวานจัง ชอบแบบนี้อ่ะ

    แต่งได้ฟินนนนนนนนนนนนนนนนเลย
    #1659
    0
  3. #1334 rainy0_0 (@rainyyy) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2554 / 17:20
    ชอบเรื่องนี้สุดเลยอ่า สนุก น่าตื่นเต้น และหวานมากกกกก^^
    #1334
    0
  4. #1100 DawwyJung (@dawwyjung) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 18:35
    ไทก้าขี้อ้อนอ่ะ

    แบบนี้เดคุงจะเรตติ้งตกไหมเนี่ย 555+
    #1100
    0
  5. #1094 Double_Up (@pleomax001) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 16:57
    หวานไปไหน
    #1094
    0
  6. #1010 yen9 (@dog8) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 / 18:16
    น่ารักจังเลยยยยยยยยยยยย
    #1010
    0
  7. #993 nook (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 / 22:03
    หวานมาก น่ารักด้วย
    #993
    0
  8. #990 ยูยีนส์ O-O (@queennoname) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 / 17:37
    หวานจังเลยคะ  : )
    #990
    0