Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 104 : ตอนพิเศษ คำสัญญาที่ให้กัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 พ.ย. 53


เข้ามาแก้คำผิดค่า...ขอบคุณแมวคุงมาก นั่นสินะ ถ้าอัลกับเซดริกแต่งงานกันคงสยองได้ใจ=[]=
                                                                          .................................................

ตอนพิเศษ คำสัญญาที่ให้กัน

               

                ซองจดหมายสีน้ำตาลขนาดใหญ่วางอยู่ท่ามกลางกองเอกสารมากมาย มีรูปถ่ายสองสามใบแง้มตรงปากซอง เป็นรูปของชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่งที่กำลังหัวเราะให้แก่กัน ท่ามกลางวิวทิศทัศน์ที่สวยงาม มีทั้งรูปถ่ายที่พระราชวังโบราณ สวนดอกไม้ แต่รูปที่ทำให้คนดูอิจฉาที่สุดเห็นจะเป็นชายผมเงินแอบหอมแก้มหญิงสาวทอง และยิ่งพออ่านจดหมายฉบับน้อยที่แนบมากับรูปถ่าย คนอ่านก็ต้องอิจฉาคู่รักคู่นี้มากกว่าเดิม

...........................................               

 26 กันยายน

                สวัสดีเพื่อนรักและญาติที่รัก

 

สวัสดีจ้ะอัล นี่ฉันเองนะโรส เซดริกให้ฉันเขียนจดหมายมาหาเธอแทนเขา เพราะเขามีประชุมด่วนที่สภาเวท ในขณะที่ท่านพ่อยังคงอนุญาตให้ฉันพักร้อนต่ออีกสองวัน ตอนนี้ในบ้านเซฟิรุสก็เลยมีท่านแม่แอนนิต้าและฉันเป็นคนว่างงานกันอยู่สองคน ทำหน้าที่แม่บ้านคอยจัดหาอาหารให้แก่ชายหนุ่มสองคนที่ออกมาไปทำงาน คือ ท่านพ่อโบรีสต์กับเซดริก

ขอบคุณที่ไปเพื่อนเจ้าสาวในแต่งงานของฉันและเซดริกเมื่อสองสัปดาห์ก่อนนะ พวกเรามีความสุขมากๆ เลย ฉันส่งรูปฮันนีมูนมาให้เธอดูล่ะ เซดริกพูดน้ำเสียงล้อๆ กับฉันบอกว่าส่งรูปหวานๆ ให้เธอดู เผื่อเธอจะอิจฉาตาร้อนขึ้นมาบ้าง เธอคงไม่อิจฉาพวกเราหรอกใช่ไหม เพราะคู่เธอเองก็หวานใช่ย่อยเหมือนกัน ขนาดงานแต่งของฉัน พวกเธอยังสวีทกันจนคุณอาโซฟอส ต้องกระตุกคิ้วหลายหนเหมือนกัน ร้อนถึงคุณน้าลูเซียต้องเดินมาปลอบให้คลายความหวงลูกสาวลงบ้าง

                อ่อ พวกเราชอบของขวัญวันแต่งงานของเธอมากเลยอัล ผ้าปูเตียงลายสวยและนุ่มมาก ถ้าฉันจำไม่ผิดเห็นเธอบอกว่าทอมาจากใยกุหลาบใช่ไหม น่าจะแพงด้วยนี่ ขอบคุณมากเลยนะ เธอช่างรู้ใจคนชอบนอนอย่างเซดริกดีจริงๆ เพราะพอเราเลิกคุยเล่น ตกลงว่าจะนอนกันปุ๊บ ฉันหันไปอีกทีเขาก็หลับตาพริ้ม หลับสบายไปเสียแล้ว

อัลจ๊ะ ฉันกับเซดริกไปฮันนีมูนที่ประเทศเพนเซีย วิวสวยมากเลยล่ะ สวยจนเซดริกออกปากว่าอยากลางานต่ออีกสักเดือนแล้วเที่ยวให้ทั่วประเทศเลย แต่ฉันกลัวว่าพอเขากลับไปอยากพบกับกองงานขนาดมหึมาอยู่บนโต๊ะก็ได้ เลยห้ามเขาไว้ก่อน ไม่งั้นฉันอาจต้องมานั่งพยาบาลมือที่บาดเจ็บหนักของสามี เพราะเขียนงานจนหามรุ่งหามค่ำก็เป็นได้!

ตอนไปฮันนีมูนพวกเราไปทั้งปราสาทเก่าของตัวเมืองหลวง และไปร่วมทริปเดินชมป่าที่เต็มไปด้วยดอกไม้ ฉันล่ะ ตื่นเต้นจริงๆ ที่ได้เห็นดอกไม้มากมายขนาดนี้ ฉันแอบซื้อเมล็ดพันธุ์ของดอกไม้ในประเทศเพนเซียกลับมาเต็มเลย และพอเซดริกเปิดกระเป๋ามาเห็น เขาก็หันหน้ามาถามฉันว่า...จะทำให้คฤหาสน์เซฟิรุสเป็นป่าดอกไม้หรือ ฉันก็อ้อมแอ้มตอบไปว่า...ก็มันสวยนี่คะ

ดูเหมือนเซดริกจะไม่ชอบความคิดที่ฉันจะปลูกดอกไม้พวกนี้รวดเดียว เพราะที่บ้านเขาก็มีต้นไม้เยอะอยู่แล้ว แต่เอาเถอะอย่างที่อัลเคยบอกแหละจ้ะ ว่าคนอย่างเซดริกน่ะ อ้อนไปสักพักเดี๋ยวก็ยอมเอง ฉันจะอ้อนจนเขาใจอ่อนยวบเลยทีเดียว

สุดท้ายฉันคงต้องบอกว่า ขอบคุณนะแม่สื่อตัวดี เธอเป็นคนที่ทำให้ฉันกับเซดริกมีความสุขกันมากขนาดนี้  ถ้าไม่มีเธอสักคน เราสองคนอาจจะไม่ได้แต่งงานกันก็ได้ ต้องขอบคุณมากจริงๆ แล้วพอถึงงานเธอกับเดเร็ก ก็อย่าลืมส่งการ์ดมาเชิญเราล่ะ เราสองคนจะรีบลางานไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวของเธอเลย

 

รัก

โรซาเลีย เซฟิรุส

............................................
 

เฮ้อ ทำไมจะไม่อิจฉาล่ะ

ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในใจอัล หลังจากจดหมายจบ มือน้อยหยิบภาพถ่ายคู่ข้าวใหม่ปลามันมามองใกล้ๆ พิจารณารอยยิ้มของเซดริกที่สว่างไสวอย่างกับแสงอาทิตย์ ในความคิดของเธอ เจ้าน้องชายตัวดีเหมือนกำลังยิ้มเยาะเธออยู่

นี่นายกำลังเยาะเย้ยที่ฉันแต่งงานหลังนายใช่ไหมเซดริก!

อัลเลิกคิ้วใส่รูปน้องชายคนเก่ง ก่อนจะลอบถอนใจเบา แล้วเหลือบตาไปมองนิ้วนางข้างซ้าย แหวนทองคำขาวฝังทับทิมยังคงเปล่งประกายล้อแสงอาทิตย์ ประกาศว่าตัวเธอมีคนจับจองแล้ว แต่เจ้าคนจองตัวเธอนี่สิ ช่างบ้างานจริงๆ นี่ก็ไม่รู้หายหัวไปไหน!

ราชินีคนเก่งสูดหายใจลึก ปรายตามองภาพถ่ายของตนกับคนรักที่ถ่ายตอนรับปริญญาใหม่ๆ คิดถึงตอนนั้นที่เธอแอบถามเขาว่า อยากแต่งงานเมื่อไร เขาก็ตอบว่า ทันทีหลังเธอรับปริญญา

ทันทีบ้าบอน่ะสิ นี่มันผ่านมาตั้งครึ่งปีแล้ว! เจ้ามังกรบ้าเอ๊ย...

แถมพอเธอลองเลียบๆ เคียงๆ ถามเขาว่างานของเราจะมีเมื่อไร ตอนไปงานของเซดริก หมอนั่นก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แล้วดื่มน้ำส้มคั้นในมือต่อหน้าตาเฉย ดีนะเธอไม่โมโหขนาดระงับอารมณ์ไม่ไหว ไม่งั้นจะแอบให้บริกรเอาเหล้าผสมให้ซะเลย แล้วคอยดูสิ มหาเวทรัตติกาลผู้สง่างามเวลาเมาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

อ่า แต่ว่าเดเร็กเวลาเมาก็น่ารักไปอีกแบบนะ วันหลังค่อยมอมดีกว่า...

“ตกลงนี่นายยังอยากแต่งงานกับฉันอยู่ไหมเนี่ย” เสียงหวานรำพึงกับตัวเอง ดวงตาสีแดงปรือลงอย่างคนนึกน้อยใจ

หรือว่าหมอนั่นไม่อยากแต่งงานกับเธอแล้ว ไม่ได้นะ! อ๊า ทำไมเธอต้องมานั่งกลุ้มใจแบบนี้คนเดียวด้วย

พลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมเสียงประกาศของราชองครักษ์คนสนิท

“ฝ่าบาท ท่านมหาเวทรัตติกาลมาขอเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”

อ่อ หายหัวไปตั้งเดือนกว่า เพิ่งโผล่มารึ ดีๆ เธอจะไม่ยอมมานั่งกลุ้มใจคนเดียวหรอก

“เชิญเขาเข้ามาเลย อ่อ ท่านฮันนิบาล เรามีเรื่องจะคุยกับท่าน เข้ามาด้วยสิ” สิ้นคำสั่งของราชินี ร่างสูงสองร่างก็ปรากฏตัวขึ้นตรงบานประตูที่เปิดออก ฮันนิบาลในชุดราชองครักษ์โค้งตัวทำความเคารพ ขณะที่เดเร็กแค่ก้มหัวทักทาย

อัลโปรยยิ้มหวานให้แก่ชายหนุ่ม แต่โปรยให้ฮันนิบาลนะ ขณะที่ตาสีแดงเจ้าเล่ห์เหล่มองใบหน้าแต้มยิ้มของเดเร็ก

“ท่านฮันนิบาล” องค์ราชินีลุกขึ้น สืบเท้าตรงมายังองครักษ์หนุ่ม “งานที่เราให้ท่านดูไปถึงไหนแล้ว”

“งาน” ฮันนิบาลทวนด้วยน้ำเสียงงุนงง เลิกคิ้วสูง

อัลขยิบตาให้เห็นกันแค่สองคน เธอบุ้ยหน้าไปทางเดเร็ก ฮันนิบาลเข้าใจสัญญาณทันทีว่า องค์ราชินีกำลังจะให้เขาร่วมมือแกล้งท่านมหาเวทรัตติกาล

องค์ราชินีหาเรื่องให้เขาเสียแล้ว!

“เรียบร้อยพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมขอให้เรนาต้าดูแลให้แล้ว” องครักษ์หนุ่มเอาชื่อภรรยามาอ้าง ด้วยเขารู้ว่ามหาเวทรัตติกาลรู้ถึงความสนิทสนมขององค์ราชินีและภรรยาของเขา

“อืม จริงสิ เดี๋ยวเราไปหาเรนาต้าดีกว่า นางกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ย่อมต้องการการดูแลเป็นพิเศษ” ว่าจบหญิงสาวก็สาวเท้าเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชายหนุ่มสองคนยืนมองหน้ากัน ชายผมดำเจ้าของดวงตาสีเงินจ้องมองราชองครักษ์คนสนิทอย่างคาดคั้น

“เกิดอะไรขึ้น” เดเร็กกล่าว

“ผมก็ไม่รู้” ฮันนิบาลยอมรับ เขายิ้มเรี่ยๆ “พระองค์ทรงงอนอะไรท่านรึเปล่า”

เดเร็กเลิกคิ้วสูง เสตามองบานประตูที่เพิ่งปิดลงด้วยความสนเท่ห์ใจ

ไม่ได้เจอกันมาตั้งหนึ่งเดือน แล้วเขาจะไปทำอะไรให้เธอได้

                                                        ........................................................

“แล้วก็เลยแกล้งท่านมหาเวทรัตติกาลซะอย่างนั้น” เสียงหวานชุ่มชื่นดุจสายน้ำดังขึ้นใต้หมู่แมกไม้ในสวนอุทยาน หลังฟังหญิงสาวผมฟ้าเล่าเรื่องจบ เสียงหวานเสนาะดุจวารินไหลเรื่อยกล่อมให้แสงแดดที่แผดจ้ายามเที่ยงวันกลายเป็นแสงแดดที่อ่อนกำลังดี

“ก็ฉันงอนนี่เรนาต้า” อัลอธิบาย มองหน้าคู่สนทนา “ลองท่านฮันนิบาลหายหัวไปหนึ่งเดือน โดยไม่ติดต่อกลับมาสิ เธอก็ต้องงอนเหมือนกัน”

เรนาต้า อดามัส หัวเราะคิกคักเมื่อเห็นสีหน้าบูดบึ้งของนายเหนือหัว นางลูบแขนของอัลเพื่อปลอบประโลม ก่อนกล่าวเสียงเบา

“ท่านมหาเวทรัตติกาลคงงานยุ่งน่ะเพคะ” เส้นผมสีน้ำเงินอ่อนคล้ายสีของน้ำพลิ้วตามแรงลม ขณะดวงตาสีท้องทะเลจ้องมองวงหน้างามของอัล “อย่าทรงเอามาใส่ใจเลย”

“ตอนนี้ยังขนาดนี้ แล้วพอแต่งงานจะขนาดไหน” อัลลอบถอนใจ ดวงตาสีแดงเพลิงสบดวงตาสีน้ำทะเลของภรรยาราชองครักษ์

“คนเราจะแต่งงานกันก็ย่อมต้องเข้าใจวิถีชีวิตที่แตกต่างของกันละกัน และยอมรับมันให้ได้นะเพคะ อย่าพยายามเปลี่ยนเขา เพราะท้ายสุด เราจะไม่ได้อะไรที่เราต้องการเลย” เรนาต้าสอนหญิงสาวผู้เยาว์วัยกว่า ถ้าเป็นคนอื่นพูด อัลจะคิดว่าพูดไปอย่างสวยหรูเท่านั้น แต่นี่เป็นเรนาต้า เธอรู้ซึ้งดีกว่า วิถีชีวิตของหล่อนและท่านฮันนิบาลแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน เรนาต้าต้องทิ้งวิถีชีวิตเก่าเพื่อมาอยู่กับฮันนิบาล

แล้วถ้าเป็นคู่แบบเธอที่ต่างฝ่ายต่างทิ้งวิถีชีวิตตนไม่ได้ล่ะ

“ทุกอย่างย่อมมีทางแก้ไขเพคะ อย่าทรงกังวล การที่พระองค์ได้มาพบกับท่านมหาเวทรัตติกาล ทั้งที่เกิดกันคนละช่วงเวลา คงเป็นเพราะชะตาฟ้ากำหนด พรหมลิขิตของท่านทั้งสองต้องพันผูกกันอยู่เป็นแน่” เรนาต้าหลับตาลงแช่มช้า แพขนตายาวงอนทาบทับแก้มเนียนละเอียดของนาง

“เหมือนอย่างเธอกับฮันนิบาลน่ะรึ” อัลสัพยอก “นั่นสิน้า...คู่เธอเองกว่าจะลงตัวก็ใช่ย่อย เอิ่ม อย่าเอาแต่มาคุยเรื่องมังกรบ้านั่นเลย มาคุยเรื่องเธอกับเจ้าตัวเล็กดีกว่า กี่เดือนแล้วนะ”

“สองเพคะ” เรนาต้ายิ้มหวาน

“เหลืออีกกี่เดือนนะ เจ็ดใช่ไหม” อัลคำนวณ

“แปดเพคะ” เรนาต้าแก้ ทำเอาอัลยู่หน้า

“นั่นมันสิบเดือนนะเรนาต้า บวกผิดรึเปล่า”

“ถูกเพคะ สิบเดือน พระองค์ชอบลืมเรื่อยเลยว่าหม่อมฉันไม่ใช่คนทั่วไป” เรนาต้าหัวเราะคิก

“จริงด้วย พอเห็นกันบ่อยๆ ก็ลืมไปเลย” อัลเพิ่งนึกออก “พูดถึงเรื่องนี้ การที่เธอใช้เวทมายาอยู่ตลอดนี่ มีปัญหาอะไรกับเจ้าตัวน้อยไหม”

“ไม่หรอกเพคะใช้พลังแค่ส่วนเดียวเอง” เรนาต้าวางมือลงบนท้องแบนราบของตน

“แล้วอยากได้ลูกเพศไหนล่ะ” อัลไล้มือกับหน้าท้องของเรนาต้าบ้าง

“รู้สึกว่าคงได้ลูกชายเพคะ สัมผัสของลูกที่ส่งมาหาหม่อมฉันบอกเช่นนั้น เป็นสัมผัสสายน้ำที่แข็งแกร่งและเข้มแข็งเพคะ”

“รู้เพศแล้วหรือ!” อัลอุทาน

“ยังไม่มั่นใจขนาดนั้นเพคะ แต่ค่อนข้างแน่ใจ” เรนาต้าผินหน้ามาสบกับอัล “หม่อมฉันจะตั้งชื่อให้ว่าเทเรซ อยากให้เขาสุภาพอ่อนโยนเหมือนอย่างที่พ่อเขาเป็นเพคะ”

“เทเรซชื่อดีนะ เรียกง่ายด้วย เรียกสั้นๆ ว่าเทรซก็ได้” อัลยิ้มกว้าง “จองตัวไว้เป็นองครักษ์ของลูกฉันไว้เลยนะ”

“เพคะ ได้ยินไหมเทเรซลูกแม่ องครักษ์ตัวน้อยของแม่” เสียงอ่อนโยนกระซิบบอกบุตรในครรภ์ “องค์ราชินีตั้งชื่อเล่นให้ลูกว่าเทรซแล้วด้วยนะ”

“ถ้าท่านฮันนิบาลรู้ว่าฉันกับเธอแอบตั้งชื่อให้ลูกนี่จะโกรธไหม บทท่านจะดุก็น่ากลัวนะ”

“ไม่หรอกเพคะ เขาใจดีกับหม่อมฉันจะตาย ว่าแต่ปล่อยให้สามีหม่อมฉันรับมือกับท่านมหาเวทรัตติกาลตั้งนานแล้ว มิไปดูหรือเพคะ”

“เอาน่าๆ ปล่อยให้ท่านฮันนิบาลรับมือไปนั่นแหละ เดเร็กไม่กล้าทำอะไรท่านฮันนิบาลหรอก เขานับถือกันและกันอยู่” อัลยิ้มชั่วร้าย “ฝากบอกท่านฮันนิบาลว่า ไว้ฉันจะเพิ่มเงินปลายปีให้นะ อิอิ”

 ..................................................

“ผมไม่รู้จริงท่านเดเร็ก” เสียงฮันนิบาลลอบถอนใจ หลังได้ยินเดเร็กซักอยู่หลายรอบว่ารู้ไหมอัลงอนอะไรเขา ตอนนี้ทั้งคู่กำลังนั่งคุยกันอยู่ในโรงอาหารขององครักษ์

“ขนาดท่านยังไม่รู้ คงไม่มีใครรู้” เดเร็กรู้สึกปวดหัว เขายกน้ำขึ้นดื่มหวังดับเส้นประสาทที่กำลังเต้นตุบๆ

“เรนาต้าคงรู้” ราชองครักษ์หนุ่มเปรย

“พวกผู้หญิง พวกเดียวกัน คงสนุกที่ได้แกล้งเรา” มหาเวทรัตติกาลเบ้หน้า

“จริงด้วย” ฮันนิบาลยิ้มแห้งๆ “เรนาต้าเองก็ชอบแกล้งนิดหน่อยเหมือนกัน”

“เยี่ยมจริงๆ ถ้าไม่รู้ว่างอนอะไรจะตามง้อได้ยังไง” เขาถอนใจยาว

ฮันนิบาลยิ้มอ่อนๆ เขาก้มหน้าจัดการขนมปังในมือ ก่อนจะเอะใจอะไรบางอย่าง เขาจึงพูดเบาๆ “วันนี้มีจดหมายส่งมาทางองค์ราชินี แถมวันก่อนท่านเซดริกยังโทรมา ผมได้ยินมาท่านเซดริกจะส่งรูปที่ไปฮันนิมูมาให้ น่าจะเป็นฉบับนี้”

เดเร็กเลิกคิ้วสูง พลันบทสนทนาของเขากับเธอในงานเลี้ยงแต่งงานของเซดริกก็ดังในโสต พร้อมภาพความจำที่แจ่มกระจ่าง

 

เดเร็กโรสในชุดเจ้าสาวสีขาวสวยจัง นายว่าฉันใส่ชุดขาวแบบนั้นจะสวยไหม ชุดแบบริเวเทียเป็นผ้าพลิ้ว แล้วศีรษะก็ประดับด้วยดอกไม้ นายว่าฉันจะเป็นไง”  อัลเปรย ทำตาหวานฉ่ำมาทางเขาที่กำลังดื่มน้ำส้ม

“คงสวยนะ”

“อยากเห็นฉันใส่เร็วๆ นี้ไหม ฉันว่าดอกมะลิน่าจะเข้ากับชุดนะ หอมดีด้วย เอ หรือดอกแก้วดี” หญิงสาวเอียงคอน่ารัก มองเขาที่กำลังหลุบตามองน้ำส้ม ความจริงเขาวางแผนขอแต่งงานไว้แล้วล่ะ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ทำหูทวนลมไปก่อนดีกว่า

“น้ำส้มขมไปหน่อย” เขาตัดบท ส่งผลให้หญิงสาวหยุดพูด พร้อมย่นจมูกใส่เขาอย่างน่ารัก

“...”

 

เอาล่ะ ตอนนี้เขาก็คิดออกว่าสาวเจ้างอนอะไร ไม่คิดเลยว่า แค่เขายืดเวลาขอแต่งงานออกไป จะทำให้อัลงอนขนาดนี้!

“ฉันรู้แล้วว่าอัลงอนอะไร” เสียงปลงอนิจจังว่า

“ก็ง้อสิ เดี๋ยวท่านก็หายงอนเอง” ฮันนิบาลยุ

“ง่ายขนาดนั้นก็ดีสิ” ชายหนุ่มพูดอย่างราวเห็นลางแห่งความยุ่งยากอยู่รำไร

                                                                    ......................................

และมันก็ยุ่งยากจริงๆ ดังคาด เมื่อองค์ราชินีหลีกเลี่ยงการพบหน้าเดเร็กในทุกกรณี ทำเอาขุนนางผู้ใหญ่อย่างดยุคอัสลานและผู้สำเร็จราชการอย่างลูเซีย งงกันไปเป็นทิวแถว และสุดท้ายคุณแม่คนเก่งก็ต้องจับว่าที่ลูกเขยมานั่งซักฟอกในห้องรับรอง

“เธอกับอัลทะเลาะอะไรกัน” มาถึงคุณแม่ก็จัดการยิงคำถามปั๊บ

“ไม่เชิงทะเลาะหรอก” เดเร็กตอบเสียงเบา “แค่งอน”

“งอน” ลูเซียทวน

“อืม อัลงอนฉันที่ฉันไม่ขอแต่งงานสักที ฉันเองก็พอรู้ว่าบอกอัลไว้จะแต่งงานตั้งแต่เธอจบใหม่ๆ จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่ได้แต่งเลย เธอคงน้อยใจ แต่มาคราวนี้ฉันเตรียมแหวนแต่งงานมาแล้วนะ จะมาขออยู่แล้ว”

“ก็ขอไปเลยสิ” ลูเซียเร่ง เอนหลังพิงพนักโซฟาสีขาว ดวงตาคู่สวยมองชายหนุ่มที่นั่งตัวงอไม่สง่างามเหมือนเคย

“อัลให้ฉันพูดด้วยที่ไหนล่ะ พอเห็นหน้าก็หนี เชิดใส่แล้ว งอนโหมดนี้คงต้องง้อกันนาน แต่ฉันร้อนใจนะลูเซีย ฉันอยากขออัลแต่งงานเร็วๆ”

“ฉันรู้ แต่ถ้าอัลหนีเธอเรื่อยๆ แบบนี้ คงไม่ได้คุยกันหรอก” ลูเซียเองก็เริ่มกลุ้มใจเหมือนกัน บทอัลงอนจริงๆ นี่ง้อยากแค่ไหนเธอรู้จักดี

“จริงสิ” จู่ๆ ลูเซียก็หันหน้ามาทางเดเร็ก “มีอยู่ที่หนึ่งที่อัลจะหนีเธอไม่ได้”

เดเร็กเงยหน้ามามองลูเซียที่กำลังยิ้มกริ่ม “ที่ไหนล่ะ”

“ท้องพระโรง ตอนออกว่าราชการในตอนเช้าไง เรื่องนี้ปล่อยฉันจัดการเอง เดี๋ยวฉันจะขอให้ดยุคอัชลานเบิกตัวเธอเข้าท้องพระโรง วางใจได้นะเดเร็ก ฉันต้องอยากให้เพื่อนรักได้แต่งงานกับคนดีๆ อยู่แล้ว ฝากดูแลลูกสาวฉันด้วยนะ”

เดเร็กยิ้มออก เมื่อได้ยินแผนการจากจอมวางแผนอย่างลูเซีย

“ขอบคุณมากลูเซีย ฉันสัญญาเลยว่าจะดูแลอัลอย่างดีที่สุด!

หลังจากนั้นลูเซียก็เชิญดยุคอัสลานมานั่งวางแผนกับเธอและเดเร็ก ตอนแรกท่านดยุคดูงุนงงที่จู่ๆ ก็ถูกลากมาเอี่ยวด้วย แต่พอเห็นสีหน้าทุกข์ร้อนจริงๆ ของว่าที่ยุคลากูลเลต และด้วยคิดถึงอนาคตของริเวเทียที่องค์ราชินีควรได้คู่ครองที่เหมาะสมกัน เขาก็ตกลงรับปากจะช่วยเหลือมหาเวทรัตติกาลคนเก่ง โดยอาสาจะเป็นคนไปเตี๊ยมกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนอื่นๆ เอง

การช่วยเหลือจากทางดยุคลากูลเยตทำให้มหาเวทรัตติกาลเริ่มเบาใจ และติดว่าอย่างไรเสียแผนคราวนี้คงสำเร็จแน่!

                                                      .............................................................

รุ่งขึ้น พวกขุนนางที่ได้เข้าร่วมแผนก็เดินทางมาเข้าเฝ้าองค์ราชินีตามหน้าที่เช่นทุกวัน แต่ละคนพยายามเก็บสีหน้าของตนใหม้มิดชิด ไม่ให้ดูตื่นเต้นมากเกินไป ทำให้บุคคลที่ยืนเรียงอยู่สองข้างทางภายในท้องพระโรง มีทีท่าแข็งคล้ายรูปปั้น

องค์ราชินีถึงกับขมวดคิ้วยามประทับนั่งบนบัลลังก์สีขาวงดงาม

“วันนี้พวกขุนนางเป็นอะไรกัน ดูสิยื่นแข็งทื่อเชียว คุณแม่มีความเห็นว่าอย่างไรคะ” อัลหันหน้าไปหาลูเซียที่นั่งบนเก้าอี้อยู่ทางด้านขวาเยื้องลงไปจากทางเธอ ลูเซียอมยิ้ม ปรายตามองดยุคอัสลานที่กำลังปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม

ลูเซียหัวเราะในใจ เมื่อคิดถึงภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น เธอคิดว่าที่พวกขุนนางเก็กกันขนาดนี้คงเพราะ พยายามกลั้นยิ้มอยู่

“สงสัยว่าวันนี้พวกขุนนางคงมีเรื่องน่าลำบากใจรายงานน่ะลูก ไม่มีอะไรหรอก” คิดเสร็จ จึงเบือนหน้าไปหาลูกสาวที่กำลังมุ่นคิ้วหนัก

“งั้นหรือ ท่านเอิร์ลเกรย์มีปัญหาหนักใจรายงานเราหรือเปล่า” องค์ราชินีผินหน้าไปหาเจ้ากรมคลังคนเก่ง ที่กำลังทำสีหน้าเรียบเฉย

เอิร์ลเกรย์สะดุ้งนิด ก่อนปั้นหน้าลำบากใจใส่องค์ราชินี

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาทปัญหาเรื่องการลดภาษีที่พระองค์ปรึกษากระหม่อมคราวก่อน ยังไม่ลงตัวเลย” ผู้คนร่วมแผนการหาทางเอาตัวรอดได้อย่างยอดเยี่ยม

“งั้นหรือ” เสียงหวานหนักใจ “เราไม่อยากให้ประชาชนเสียภาษีเกินควรเลย”

“แต่ท้องพระคลัง” เอิร์ลเกรย์แย้ง

“เรารู้ เอาเถอะเรื่องนี้ค่อยว่ากัน” องค์ราชินีแย้มยิ้มให้แก่ขุนนางทุกคน แล้วเริ่มต้นการออกว่าราชการตามปรกติ โดยไม่นึกสงสัยเลยว่า มีเรื่องอะไรรอเธออยู่ และพอการว่าราชการดำเนินไปจนเกือบเสร็จ ดยุคอัสลานก็เริ่มแผนการ

“ฝ่าบาท” ท่านดยุคเปรย

“มีอะไรหรือท่านดยุค” อัลระบายยิ้มงาม

“มีเรื่องชายผู้หนึ่งที่บัดนี้เดือดร้อนมาก เขามาขอความช่วยเหลือจากกระหม่อม พอกระหม่อมได้ฟังเห็นว่าด่วนเรื่องหนึ่งที่พระองค์ควรเร่งพิจารณา ได้โปรดเบิกตัวเขาเข้าเฝ้าด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นหรือ” อัลทำตาโต “ถ้าอย่างนั้นเชิญเขาเข้ามาได้เลย”

ดยุคอัสลานและลูเซียซ่อนยิ้มไว้ในหน้า ตอนที่มหาดเล็กขานเบิกตัวให้ชายคนนั้นเข้าเฝ้า และไม่นานร่างสูงในผ้าคลุมสีดำสนิทที่เดินเส้นทองก็ปรากฏตัวบนทางเดินในท้องพระโรง

อัลสูดหายใจลึก มองร่างสูงในชุดเสื้อคลุมที่ปกปิดทั้งตัว แม้กระทั่งใบหน้า

“ท่านมีเรื่องเดือดร้อนอันใดหรือ” องค์ราชินีถามด้วยเสียงอ่อนโยน “หมู่บ้านท่านทำการเกษตรไม่ได้หรือเกิดทุกขพิบัติภัยอันใดหรือไม่”

“กราบทูลองค์ราชินีความเดือดร้อนของกระหม่อมมิได้เกี่ยวกับคนผู้อื่น หากแต่เป็นความเดือดร้อนที่บังเกิดแก่กระหม่อมแต่เพียงผู้เดียว” เสียงต่ำลึกจากใต้ผ้าคลุมตอบ

“เช่นนั้นเกิดอะไรขึ้นกับท่าน” คิ้วเรียวสีฟ้าเลิกสูง

“กระหม่อมผิดสัญญากับคนผู้หนึ่งมา”

ผิดสัญญากับคนคนหนึ่ง...นั่นเป็นปัญหาร้ายแรงเชียวหรือ

อัลชักสงสัยในความแปลกของผู้เดือดร้อน เธอขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยซักต่อ

“แล้วท่านผิดสัญญากับท่านผู้ใดล่ะ” หากแต่คำถามนี้ชายผู้นั้นไม่ตอบ กลับกันเขาถามกล่าวต่อว่า

“กระหม่อมปล่อยให้คนคนนั้นคอยกระหม่อมมานานเหลือเกิน นับๆ ดูตั้งกี่ปีก็ไม่รู้ กระหม่อมรักเขามาก หากแต่สิ่งเดียวที่กระหม่อมหยิบยื่นให้เขามีเพียงให้ เขารอคอยกระหม่อมเท่านั้น บัดนี้เขาเลยไม่เหลียวแลกระหม่อม ฝ่าบาท โปรดช่วยกระหม่อมด้วย”

“เรื่องส่วนตัวชัดๆ” อัลงึมงำ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วยังไงเธอก็คงต้องช่วย “เราจะช่วยท่านสุดความสามารถก็แล้วกัน”

“เช่นนั้นโปรดพิจารณารายงานฉบับนี้ด้วย” ชายคนนั้นทูลหนังสือรายงานไว้เหนือหัว รอให้มหาดเล็กมาอัญเชิญไปถวายแก่องค์ราชินี

อัลรับรายงานนั้นมาอ่าน เธออ่านมันอย่างตั้งอกตั้งใจ ในรายงานฉบับนั้นเขียนถึงความรักของชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีต่อหญิงสาวคนหนึ่ง มันทั้งหวานซึ้งและอ่อนโยน จนอัลอดจะรู้สึกร่วมไปกับมันไม่ได้ พวงแก้มของเธอขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างคนเขินอาย ทว่าพออ่านประโยคสุดท้าย ดวงตาสีเพลิงก็โตเท่าไข่ห่าน เพราะมันเขียนไว้ว่า

...ได้โปรดแต่งงานกับกระหม่อม...

“เจ้า!” อัลตวาด “บังอาจนัก!

“ฉันเป็นคนพูดไม่เก่ง จึงได้แต่เขียนอธิบาย ไม่งั้นตอนที่เธอไปเรียนต่อฉันโทรศัพท์คุยกับเธอทุกวันแล้ว เธอน่าจะรู้ดีนะอัล ว่า” ชายคนนั้นปลดผ้าคลุมออก เผยดวงหน้ารูปไข่สีขาว ประดับเครื่องหน้าคมคาย ดวงตาสีเงินของชายหนุ่มเป็นประกาย ยามแย้มยิ้ม “เดเร็กของเธอพูดเรื่องแบบนี้ไม่เก่งหรอก”

“นาย” อัลร้องลั่น เกือบจะแหกปากดีว่าสำนึกถึงฐานะของตนได้ทัน “ทำไม”

ทำไมกล้าทำถึงขนาดนี้!

“ทำไม” เดเร็กเลิกคิ้ว

“เล่นอะไรอยู่เนี่ย!

“ไม่ได้เล่น แต่กำลังจริงจัง” เดเร็กทำสีหน้าเคร่งขรึม “ฉันกำลังขอเธอแต่งงาน”
                ต่อหน้าขุนนางชั้นสูงทุกคนเนี่ยนะ
!

อัลอยากจะลุกจากบัลลังก์ไปลากตัวคนก่อเรื่องมาชำระความ แต่พลันเธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากแม่ และพอปรายตามองหน้าขุนนางคนสนิทก็พบแต่รอยยิ้ม

อัลแทบจะหล่นจากบังลังก์ เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนตลบหลัง

นี่ทุกคนรวมหัวกัน!

“กระหม่อมบอกแล้วว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน” ดยุคอัสลานหัวเราะหึๆ “และสำคัญต่อบ้านเมืองเรามาก ฝ่าบาท ได้โปรดทรงพิจารณาเรื่องนี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“ได้โปรดทรงพิจารณาด้วย” ขุนนางทุกคนเอ่ยพร้อมกัน

องค์ราชินีได้แต่ทำหน้าเลิกลั่นหันขวาทีซ้ายที จนไม่สังเกตว่าชายหนุ่มผมดำเดินมายืนอยู่หน้าบัลลังก์ เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเธอและฉวยมือซ้ายของเธอมากุม

อัลหันหน้ามามองพุ่มผมสีดำยาวของคนรัก ก่อนทำหน้าเหลอ เมื่อเห็นเขาถอดแหวนหมั้นออกจากนิ้วเรียวของเธอ

นาย!

“ทำอะ...” อัลเอ่ยค้าง เมื่อเห็นว่าเขาล้วงแหวนอีกวงขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นแหวนทองคำขาวแกะสลักลวดลายอย่างงดงามและประดับด้วยอความารีนสีฟ้าอมเขียว

“นี่คิอแหวนแต่งงานของฉัน” เดเร็กยิ้ม “ฉันตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่ามางวดนี้จะขอเธอแต่งงาน แต่เธอดันงอนซะก่อน ไม่งั้นได้ขอไปตั้งหลายวันแล้ว”

อีตาบ้าอัลด่าในใจ

“แต่งงานกับฉันนะ”

พอได้ถึงถ้อยคำที่เฝ้ารอมานานแสนนาน หัวใจของอัลก็เต้นระรัว แก้มเนียนร้อนผ่าว พร้อมกับดวงตาสีเพลิงรื้นด้วยหยาดน้ำใส หญิงสาวกัดริมฝีปากขณะมองใบหน้าแต้มยิ้มของคู่หมั้น

“ปฏิเสธได้ไหมล่ะ” อัลย้อน เสียงสั่นเครือ

“ไม่ได้แล้ว เธอปฏิเสธไม่ได้ตั้งแต่ช่วยมังกรราตรีสีเงินที่สวนโนห์นวันนั้นแล้ว ดวงใจของฉัน ได้โปรด...” เดเร็กวิงวอน

อัลบุ้ยหน้าไปทางที่ว่างซ้ายมือของเธอ แล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

“เห็นที่ว่างนั่นไหม”

“อืม”

“มันคือที่ของนาย”

เดเร็กเลิกคิ้วสูง งุนงงกับท่าทางของหญิงสาว

“มันคือตำแหน่งที่ดยุคลากูลเนตจะต้องยืนเวลาราชินีออกว่าราชการ” อัลกระซิบ ใบหน้าแดงซ่าน “นายสัญญาไหมว่า นายจะเป็นดยุคลากูลเนต ผู้มีหน้าที่ต้องเคียงข้างราชินีในทุกเมื่อที่นางต้องการ ถ้านายรับปาก ตำแหน่งนี้จะเป็นของนาย”

เดเร็กขยับยิ้มอ่อน เขารู้ดีแก่ใจว่า ตำแหน่งดยุคลากูลเนตสำคัญแค่ไหน มันคือ ตำแหน่งที่คอยดูแลพื้นที่ส่วนราชวงศ์ทางเหนือของประเทศ คอยดูเรื่องการกุศล และเหนือสิ่งอื่นใด คือ ผู้ตำรงตำแหน่งนี้จะต้องเป็นสามีขององค์ราชินีแห่งริเวเทีย

อัลตอบตกลงแต่งงานกับเขาแล้ว...

“รับปากสิ ฉันจะเป็นดยุคลากูลเนตที่ดีแน่ๆ” เดเร็กตอบรับ

“งั้นตำแหน่งนี้ก็เป็นของนาย” ดวงตาสีแดงหวานฉ่ำ จนชายหนุ่มคนมองเริ่มอยากจะพาเจ้าของดวงนี้คู่นี้หนีไปให้พ้นสายตาประชาชีเสียจริงๆ และพอปากอิ่มละมุนเปล่งประโยคต่อมา เดเร็กก็คิดว่าเขาอยากพาเจ้าหล่อนออกจากท้องพระโรงนี้ทันที!

“รวมถึงตัวฉันเองด้วย ดูแลดีๆ ละเจ้ามังกรบ้า”

“แน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะไม่มีวันผิดสัญญากับเธออีก” เดเร็กกระชับมือบางแทนการให้คำมั่น ก่อนประทับริมฝีปากลงบนหลังมือนวลอย่างอ่อนโยนด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข

เขาจะดูเธอและประเทศนี้ที่เธอรักอย่างดีที่สุดแน่นอน...

                                                                         .................................................

                 สวัสดีค่ะ หลังจากตอนหลักจบไป อัลน้อยยังเรียนอยู่ปี 2 อยู่เลย ก็มาถึงตอนพิเศษที่รีเควสกันนะคะ เชื่อว่าหลายคนคงจะรอตอนพิเศษตอนต่อไปเพราะจะเป็นตอนแต่งงาน กิ้ววววว 
                 ขอนอกเรื่องนิดนึงค่ะ กำหนดโอนเรเซียใกล้จะหมดแล้วนะคะ หลังจากวันหมดกำหนดจะเปิดให้เช็ครายชื่อนะคะ แล้วก็ถ้าใครมีปัญหาโอนไม่ทันก็แจ้งเราทางเมล์ หรือนิยายหน้านี้ก็ได้ เพราะว่า หนังือพิมพ์ครั้งนี้ แล้วไม่รู้ว่าจะพิมพ์ครั้งต่อไปหรือไม่ พูดง่ายๆ ว่ากะพิมพ์ครั้งเดียวค่ะ ทุกอย่างอาจช้าไปนิดแต่เพื่อความชัวร์ของทุกฝ่ายนะคะ ^ ^
                  เอ้ามาคุยกันเถอะ
                  ความคิดเห็นที่ 983 ปลา : หายไปนานนะเธอ กลับมาก็ล้อพระเอกท่าเดียว
                  ความคิดเห็นที่ 984 neschan : คาดว่าเรื่องนี้ก็ทำหนังสือค่ะ แต่ว่าตอนนี้ต้องไล่ไปทีละเรื่องนะคะ อิอิ ขอบคุณที่ติดตามมาตลอดค่ะ ^ ^
             ความคิดเห็นที่ 985 ลัลลัลลา : ถ้ามีตอนพิเศษตอนนั้น คาดว่าส่วนใหญ่จะเป็ยตอนสตีฟวิ่งหนีน้องภรรยาที่กำลังเกหินปาหัวเขาค่ะ เบียทริกโหดแทนพี่สาว
           ความคิดเห็นที่ 986 อัคนิรันดร์ : คู่พระนางคู่นี้น่ารักอยู่แล้วจะน้องไคว์ท หวานใช่ไหมล่ะอิอิ ส่วนไอริส อ่า พี่ว่าจะไปปั่นสุดชีพละ ท่านฮาวล์ยืนขยับมือกร๊อบๆ อยู่ข้างหลัง โอ้ ไม่ๆๆๆ
           ความคิดเห็นที่ 988 brigitte-pat : รุ่นลูกรับรองว่านางเอกแสบมากค่ะ ดูตอนแรกก็รู้แล้ว
              ความคิดเห็นที่ 989 MaRia_SaFiNa : รุ่นลูกปวดหัวแค่ไหนต้องรอชมค่ะ
              ความคิดเห็นที่ 990 ยูยีนส์ O-O : หวานจนน้ำตาลขึ้นไหมคะ
              ความคิดเห็นที่ 993 nook : จะพยายามเขียนให้สนุกยิ่งขึ้นค่ะ!
              ความคิดเห็นที่ 995 alittledog : มาอัพตอนพิเศษให้แล้วค่ะ
              ความคิดเห็นที่ 996 Asgard : มาอัพให้แล้วค่า
              ความคิดเห็นที่ 997 ~Soul~ : แม้อัลจะไม่ได้เป็นตัวเอกภาค 4 แต่รับรองว่าเธอจะโผล่มาร่วมสนุกแน่นอน และหนูอควาเองก็น่ารักไม่น้อยกว่าแม่เลยค่ะ
              แล้วพบกันใหม่ค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1721 black_lone (@blueoffire) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2557 / 21:50
    บอกคำเดียว ฟิน มากมายจริงๆ
    เราอ่าน 3 ภาคจบภายใน 22 ชม.เลย(ใช้เวลาสองวันแหละแต่นับ ชม.เอา ฮา^^)
    ไรต์เก่งจังค่า
    #1721
    0
  2. #1661 may (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2557 / 22:53
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด น่ารักกกกกกกกอ่ะ

    ชอบเดเร็กกกกกกกกกกกกก
    #1661
    0
  3. #1517 chep (@hatariko) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 23:09
    อรายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #1517
    0
  4. #1127 Aaa (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 15 มกราคม 2554 / 20:21
    Greeeeeeeeeeeee!!!!!!!!!
    #1127
    0
  5. #1103 DawwyJung (@dawwyjung) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 19:04
    กรี๊ดดดดดดดดด

    เดคุงไม่เย็นชาเหมือนตอนแรกสักนิดอ่ะ

    เฮ้อ~ ลูกจะนิสัยยังไงเนี่ย

    ถ้าให้เดานิสัยคงออกไปทางอัลจังมากกว่าอ่ะนะ o.<
    #1103
    0
  6. #1009 PANG (@ganp) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 17:41
     หวานมาก 
    #1009
    0
  7. #1008 alittledog (@alittledog) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 21:19
    กรี๊ด น่ารัก แต่รุ้สึกว่าเดเร็กจะไม่ค่อยอายเลยนะค่ะ

    หลังจากเตี้ยมกันมาเป็นดิบดี

    หลังฉากน่าจะโดนไปหลายตุบอยู่เหมือนกันหลังจากทำสาวเจ้าอายเกิดเหตุ อิอิ
    #1008
    0
  8. #1007 ~SOUL SHADOW~ (@haruhi1) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 13:43

    > < โอ้วววจบไปแล้วตอนหนึ่ง รอตอนแต่งงานจ้า > < มาเร็วๆนะอยากให้มีตอนงานแต่งงานอ่ะ หวานจังนะ - -

    #1007
    0
  9. #1006 PRanG Thai Circle (@mapringgang) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 12:57
    อยากได้ตอนแต่งงานกะพาเจ้าตัวน้อยมาให้ดูน่ะคะ
    #1006
    0
  10. #1005 อัคนิรันดร์ (@quietear) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 11:27
    คิกๆๆ
    ค่ะ   หวานถูกใจ...เดเร็กทำไปได้   ถ้าเป็นไควท์มีหวังหลังจากนั้นได้มีเคลียร์อีกรอบแน่ๆ
    เอาแบบให้ลืมไม่ลงไปเลย!!!
    อืม...อัลก็พยายามเข้าแล้วกันนะคะ   ราชินีน้อยไม่ทำให้ใครผิดหวังอยู่แล้ว
    หึๆๆ   ฮาวล์ยืนหักมือแล้วน้า...พี่รีบปั่นโลด   เดี๋ยวไอริสจะขอให้ฮาวล์ฌาปนกิจพี่ทิ้งซะก่อน
    ไควท์ช่วยไม่ได้จริงๆนา
    ถ้าว่างๆพี่ไปหาไควท์ที่บันทึกจันทราหน่อยได้ไหมคะ?
    เหงาอ่ะ...ขอบคุณน้าค้า ^O^
    (โค้งงามๆหนึ่งที)
    #1005
    0
  11. #1004 MaRia_SaFiNa (@riotus) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 00:59
    แหม  เดเร็กก็นะ ทำไปด๊ายยยยย>///<
    อยากอ่านตอนมีลูกจัง
    ได้มิคะไรเตอร์*0*
    #1004
    0
  12. #1003 แมวคุง (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 23:59
    คอมเม้นหาย กริ๊ดต่อเอิ๊กก



    สมกับที่รอคอยค่ะ TT[]TT



    อยากเป็นอัลจัง >____<

    อยากอ่านต่อง่ะ แต่กว่าจะได้อ่านคงต้องรอสอบเส็รจก่อน T____T

    (นี่แอบชิ่งมาอ่านรวดเดียวเอิ๊ก)

    ว่าแต่เทรซนี่ใช่พระเอกภาคหน้าเปล่าเอ่ย -w-

    ปล. มีพิมพ์ผิดค่ะ เซดริก กับอัลแต่งงานกันได้ไง สยองน่าดู 55555

    ปล2 ทวงไอริสกับดั่งห้วงเหมันต์3 จ๊ะT^T
    #1003
    0
  13. #1002 แมวคุง กลับมาแว้วว (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 23:51
    กรี๊ดดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆ TT[]TT!!!!!!!!!!!!

    เดเร็คน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    กรี๊ดดดโฮกฮากไม่ไหวแล้วค่า >//////////
    #1002
    0
  14. #1001 The รัตติกาล (@worryar) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 23:28
    ขอแต่งงานได้น่ารักมั้กกกกมากกกก

    อิจฉาสุดดด เดเร็กโรแมนติก

    รอภาคลูกกกกนะเจ้าคะ
    #1001
    0
  15. #1000 neschan (@netsu) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 23:25
    แล้วจะรอเป็นหนังสือนะคะ
    ฮิฮิ น่ารักจริงๆน้าคู่นี้
    #1000
    0
  16. #999 กรณิกา (@konnika) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 22:55
    กรี๊ด ตอนแต่งงานหรือค่ะ

    อ๊าย อยากอ่านแล้วอ่ะ ต้องหวานมากแน่ๆ จะรอนะค่ะ
    #999
    0