Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 125 : ตอนที่ 14 เกมแมวจับหนู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    11 มี.ค. 54



                  สวัสดีค่ะทุกคนมาอัพซะดึกเลยทีเดียว เนื่องจากเพิ่งกลับถึงบ้าน ที่ทำงานกับบ้านก็ไกลกันพอสมควรค่ะ เลยมีสภาพเป็นเช่นนี้
                  สำหรับคู่ที่ปรากฏในตอนนี้ต้องยอมรับว่าเป็นคู่ที่เขียนสนุกมือที่สุดในภาค เพราะทั้งคู่ต้องชิงไหวชิงพริบกันตลอดเวลา ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายชนะกันแน่ มาตามดู เจ้าหญิงกับผู้ช่วยเลขากันด้วยนะคะ พูดกันจริงๆ คู่สามคู่ในนิยายเรื่องนี้ก็มีความสัมพันธ์ต่างกันไป ของเทรซกับอควาคือกึ่งเจ้านายกึ่งลูกน้อง ของรูฟัสกับแจสมินก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นของญาติ(ที่ไม่เกี่ยวทางสายเลือดจริงๆ) ของแฮกเซลกับแกรนด์นี้เรียกได้ว่าคู่ปรับ
                  สำหรับสัปดาห์การทำงานเต็มเวลาของเราสัปดาห์แรกรู้สึกเหนื่อยมากๆ และมีอะไรเกิดขึ้นมากมายเลยค่ะ มีอะไรหลายอย่างให้เราเรียนรู้ มันไม่เหมือนตอนทำพาร์ทไทม์หรือเรียนเลย เพราะเราต้องรับผิดชอบงานต่างๆ ที่ได้รับมาให้ลุล่วงตามเป้าหมาย แต่แม้จะทำงานแล้ว เราก็จะแต่งนิยายต่อไปค่ะ
              สัปดาห์นี้ขอโทษเพื่อนๆ ของดตอบเม้น แต่ได้โปรดเม้นเป็นกำลังใจให้เราสู้ชีวิตต่อไปด้วยค่ะ เม้นของทุกคนเหมือนน้ำทิพย์ชะโลมใจเรานะคะ ถ้าวิจารณ์นิยายด้วยจะรู้สึกอยากกอดเพื่อนๆ เลยค่ะ

                             ขอบคุณมากค่า สัปดาห์นี้ต้องขอไปมุดหัวในผ้าห่มก่อนนะคะ บายๆ ค่า
                             ปล. ตอนพิเศษจะปั่นให้เร็วที่สุดค่ะ และจะพยายามอัพนิยายวันศุกร์ให้ได้ค่า

                                                                    .....................................................

         
      ณ ยามสายของเมืองวิริเดี้ยน ในห้องทำงานอันกว้างใหญ่ของรัชทายาทแห่งแอตแลนตาร์ มีหญิงสาวผมทองคนหนึ่งกำลังทำหน้าเครียดกับข้อมูลที่ได้รับมาจากผู้ช่วย เธอก้มหน้าอ่านข้อมูลทั้งหมดอย่างถี่ถ้วน ต้องขอยอมรับล่ะว่า มันละเอียดดี แต่พอคิดถึงคนเอามาให้แล้ว อดจะอคติไม่ได้จริงๆ

                ไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมพี่โรสถึงฝากเรื่องทั้งหมดไว้ในมือของเขา

                เจ้าหญิงแฮกเซลเงยหน้าจากรายงานที่เพิ่งไปรับมาเมื่อวันก่อน เธอจะต้องอ่านเอกสารพวกนี้แล้วค่อยคัดกรองไปให้พี่โรสอีกที ไม่มีทางเสียล่ะที่เธอจะไว้ใจคนอย่างผู้ช่วยของพี่โรส

                ไม่ใช่ว่าเธอไปมีอคติกับเขามาตั้งแต่ตอนเรียนอย่างเดียว แต่เธอสั่งให้คนของเธอเฝ้าดูเขาไว้อีกด้วย และระยะนี้เธอก็พบว่าเขาชอบไปในที่แปลกๆ ตอนกลางคืน อย่างบาร์เหล้าโทรมๆ ในเขตอันตรายของเมืองวิริเดี้ยน ซึ่งคนเจ้าสำอางอย่างเขาไม่น่าจะไป มันต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ

                ไม่ทันสิ้นความคิด เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น และแล้วบานประตูก็เปิดออกด้วยฝีมือของชายหนุ่มที่แฮกเซลเพิ่งนินทาไปในใจ

                “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะเจ้าหญิง วันนี้กระหม่อมมีรายงานความคืบหน้ามาให้พ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มผมน้ำตาลยิ้มกว้าง ดวงตาสีเขียวของเขาประกายเป็นมิตร

                “สวัสดีคุณแกรนด์” แฮกเซลทักทายตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ มองชายหนุ่มสืบเท้าเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารสีดำ

                “นี่เป็นรายงานใหม่ล่าสุดพ่ะย่ะค่ะ”

“คุณนี่เก่งนะ เมื่อวานก็เพิ่งมาส่งรายงาน วันนี้ก็มาส่งอีกละ ทำยังไงถึงสืบได้ขนาดนี้ หรือว่าข้างในนี้มันจะเป็นแค่อะไรลอยๆ ที่คุณได้ยินมา” แฮกเซลพูดหยั่งเชิงชายหนุ่ม ซึ่งเห็นได้ชัดว่าสีหน้าของเขาขึ้งเคียดขึ้นทันควัน

“ตรัสอะไรโปรดให้เกียรติกระหม่อมบ้าง อย่างน้อยกระหม่อมก็เป็นรุ่นพี่ของพระองค์ปีหนึ่ง จำได้ไหม แฮกเซลหน้าดำ” ท้ายคำพูด เขาทำเสียงล้อเลียน แล้วยกมือป้ายบนหน้า เลียนแบบท่าทางที่เขาป้ายเขม่าบนหน้าเจ้าหญิงเมื่อหลายปีก่อน

“นี่คุณ!

“กิริยาไม่งามเลยนะพ่ะย่ะค่ะ ไม่ดีเลย” เขายังล้อต่อ

“นี่คุณไม่ให้เกียรติฉันเลยนะ!” แฮกเซลหรี่ตาดุ ขบฟันกรอด พออยู่ต่อหน้าเขาทีไร คนใจเย็นอย่างเธอต้องลุกเป็นไฟทุกที

“ก็พระองค์ไม่ให้เกียรติกระหม่อมก่อน พอแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอสงบศึก โปรดเปิดดูรายงานเถอะ” มือหนาผายออก เชิญให้เจ้าหญิงทรุดนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม พร้อมอ่านรายงานในมือ

แฮกเซลกวาดตาอ่านสิ่งที่เขานำมาให้ ก็พบว่ามันคือ รายงานความเคลื่อนไหนของมาร์คัสและกรินเดล ว่าที่ไหนมาบ้างในหนึ่งวัน ไปทำอะไร และใช้เวลานานเท่าใดในแต่ละที่

“คนเราย่อมต้องมีความเคลื่อนไหวทุกวัน การที่กระหม่อมมีรายงานให้พระองค์บ่อยๆ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรเลย อีกอย่างกระหม่อมคิดว่าจับตาดูว่าพวกเขาไปไหนน่าจะได้อะไรเพิ่มเติมขึ้นมาบ้าง” หนนี้แกรนด์อธิบายเป็นการเป็นงาน ไร้ซึ่งน้ำเสียงยียวน จึงพอทำให้แฮกเซลทนฟังเขาพูดได้บ้าง แต่ก็ยังมีน้ำโหอยู่

“อืม เป็นความคิดที่ดี” เธอชม

แต่ใช่ว่าจะเชื่อรายงานที่เขาเอามาให้ทั้งหมดหรอกนะ...

“แล้วพระองค์มีอะไรจะสั่งให้กระหม่อมทำอีกไหม ถ้าไม่มีกระหม่อมต้องขอตัวไปจัดการงานเอกสารที่คั่งค้างอยู่ก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มทำความเคารพด้วยอาการสุภาพทุกระเบียดนิ้ว ทั้งองศาในการโค้งคำนับ ทั้งถ้อยคำที่เรียบรื่น รวมถึงดวงตาสีเขียวที่เยือกเย็น ทว่าแฮกเซลกลับรู้สึกว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมาทั้งหมดตอนนี้ ช่วงกวนประสาทเธออย่างเหลือรับ

“ไม่มี ไปทำหน้าที่ของคุณต่อเถอะ” หญิงสาวตอบคำสั้น ก่อนก้มหน้าตรวจเอกสารที่เขาเอามาให้

แกรนด์โค้งคำนับอย่างสุภาพอีกครั้ง จากนั้นจึงพาร่างผอมของตนออกไปจากห้องทรงพระอักษรของเจ้าหญิงแฮกเซล ไม่นานหลังที่เขาออกไป คนที่อยู่ในห้องนั้นก็ละสายตาจากเอกสาร

                แฮกเซลยื่นมือไปกดปุ่มอินเตอร์โฟนบนโต๊ะทำงานต่อสายถึงเลขาฯ หน้าห้อง

                “มีอะไรให้หม่อมฉันรับใช้เพคะเจ้าหญิง” เสียงหวานของ วิคตอเรีย บอน เลขาฯ คนสนิทดังขึ้นตอบรับการเรียกหาของนายหญิง

                “เข้ามาพบฉันหน่อย”

                “ค่ะ” เลขาฯ สาวตอบรับ อึดใจต่อมาเธอก็เคาะประตูห้องแล้วพาร่างระหงของเธอด้าวเข้ามาในห้องที่ตกแต่งอย่างดี วิคตอเรียย่อตัวทำความเคารพเจ้าหญิงรัชทายาท ก่อนเผยยิ้มละไม รับกับดวงตาหลังกรอบแว่นที่ประกายระริก

                “ส่งคนตามไปรึยัง” แฮกเซลถาม หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอก
                “เพคะทันทีที่เขาย่างเท้าออกมาจากห้องพระอักษรของพระองค์เลย”

“ดีมาก บอกคนติดตามอย่าให้คลาดสายตาล่ะ” แฮกเซลสั่งสำทับ

“เพคะ”

 
                                                               ...................................................

ณ เวลาพลบค่ำ คนที่แฮกเซลสั่งให้ติดตามบัดนี้ขับรถยนต์ส่วนตัวออกจากพระราชวังแห่งแอตแลนตาร์ ตรงไปยังคอนโดฯ ที่พักส่วนตัวที่อยู่ใจกลางเมือง รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งฟิตเนส ไปรษณีย์ จึงถือว่าย่านที่เขาอาศัยอยู่นั้น เป็นย่านที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมากในการดำรงชีวิต

แต่ก็ไม่แปลกหรอก เพราะเขาคือ แกรนด์ ฮีมิล ทายาทเพียงคนเดียวของครอบครัวผู้นำเข้าสินค้าทางด้านอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์รายใหญ่ที่สุดของแอตแลนตาร์

สาเหตุเพียงสาเหตุเดียวที่แกรนด์ต้องเข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยราชเลขาธิการคือ เขามีพลังเสื่อมสลาย ซึ่งคาดเดาว่าสืบเชื้อสายมาจากแม่ซึ่งสืบสายเลือดของเซเลส

ดังนั้นตามตารางเวลาการทำงานของเขา หลังจากเลือกงานผู้ช่วยราชเลขาธิการ บางครั้งเขาต้องไปแวะที่บ้านใหญ่ เพื่อตรวจดูผลการดำเนินกิจการทุกเดือน และหลังจากนั้นชายหนุ่มจะกลับมาที่คอนโดฯ ซึ่งพอสักประมาณสองทุ่มเขาก็จะออกมาเที่ยวกลางคืน

เที่ยวกลางคืน...มันจะใช่อย่างนั้นจริงเหรอ

นี่เป็นคำถามหนึ่งของที่แฮกเซลเฝ้าถามตัวเอง ดูเผินๆ เหมือนแกรนด์จะเป็นชายหนุ่มสมัยใหม่ที่นิยมใช้ชีวิตให้คุ้มค่าตามใจ ทว่าพอสังเกตจากพฤติกรรมการทำงานของเขาที่เอาใจใส่ต่องานทุกรายละเอียด ทุ่มเทให้งาน และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ดูเหมือนแกรนด์จะเป็นคนหัวโบราณและอนุรักษ์นิยม สังเกตได้จากสูทที่เขาใส่ที่ต้องรีดเรียบทุกกระเบียด รวมถึงแนวคิดบางอย่างที่เขาวิพากษ์วิจารณ์ออกมาในการประชุม อาทิ คนสมัยใหม่ควรอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมของแอตแลนตาร์ไว้ เราควรตั้งงบประมาณเกี่ยวกับการศึกษาศิลปะวัตถุโบราณมากกว่านี้

คนแบบนี้หรือจะเที่ยวกลางคืน หรือเขาจะเอาแค่การเที่ยวกลางคืนมาเป็นฉากบังหน้า แต่ที่จริงไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การเที่ยว

คิดถึงตรงนี้ เจ้าหญิงคนเก่งที่นั่งรอฟังข่าวการเคลื่อนไหวของเจ้าคนน่าสงสัยก็กุมขมับอยู่ในห้องพักส่วนพระองค์

เธอส่งมือดีที่สุดของเธอในการสะกดรอยไป หวังว่าจะไม่พลาดอะไรนะ

ปิ๊บๆ

เสียงพ็อกเก็ตโฟนดังจากกำไลข้อมือทองคำประดับทับทิมดังขึ้น หญิงสาวกดตรงหลังเหลี่ยมทับทิม แล้วยกข้อมือขวาจรดกลีบปากอิ่ม

“รายงานมาเป้าหมายอยู่ที่ไหน”

“อยู่ที่ทำงานไปรษณีย์ที่เขตวินดี้ครับ” อีกฝ่ายรายงานด้วยคำธรรมดา เพื่อกันไม่ให้คนอื่นสงสัย

“ไปส่งของหรือไปรับของ” แฮกเซลถามรายละเอียด ถ้าเขาไปส่งของก็อาจเป็นไปได้ว่าอาจจะส่งข้อมูลให้อีกฝ่าย

“ไปรับของครับ ดูเหมือนจะเป็นพัสดุลงทะเบียน”

 
                                                                                      ...............................................

แกรนด์กำลังยืนต่อแถวยาวเหยียดของคนมารับพัสดุที่ไปรษณีย์ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่คนทำงานอย่างเขาต้องมารับพัสดุลงทะเบียนด้วยตัวเองหลังเลิกงาน เนื่องจากพอพัสดุส่งไปที่บ้านก็ไม่มีคนรอรับ พัสดุก็จะตีกลับมาที่ไปรษณีย์ในเขตของเขา และเขาต้องเอาใบฝากที่ปะไว้ที่ตู้ไปรษณีย์มารับพัสดุที่นี่

ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจนิด ก่อนเงยหน้าดูนาฬิกาติดผนังเรือนใหญ่ ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงสี่สิบห้าเขายังเหลือเวลาที่จะจัดการธุระส่วนตัวอีกประมาณชั่วโมงกว่า

ระหว่างที่คิด แถวของแกรนด์ก็ขยับร่นขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งพอเขารู้สึกตัว สายตาเขาก็ปะทะกับยิ้มหวานของพนักงานไปรษณีย์ ชายหนุ่มรีบยื่นให้รับพัสดุให้หล่อน

พนักงานไปรษณีย์เดินหายไปจากหลังเคาเตอร์ หลังจากที่แกรนด์รอสักพัก หญิงสาวคนนั้นก็กลับมาพร้อมพัสดุ เป็นกล่องห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาลอ่อนรูปร่างคล้ายหนังสือ

“นี่ค่ะพัสดุของคุณฮีมิล” พนักงานไปรษณีย์ยื่นกล่องพัสดุให้แก่ชายหนุ่มผมน้ำตาลที่ยืนอยู่หน้าเคาเตอร์

“ขอบคุณครับ” ชายผมน้ำตาลขยับยิ้มขอบคุณ ก่อนจะเดินออกมาจากแถว เปิดทางให้ผู้รับบริการคนต่อไปเข้ามาแทนที่

ดวงตาสีเขียวของชายหนุ่มจับจ้องห่อพัสดุห่อนั้นชั่วอึดใจ ก่อนจะเก็บมันเข้าไปในเสื้อสูทตรงช่องเก็บของ ร่างเล็กของเขาเดินด้วยท่วงท่าสบายๆ ตรงไปยังรถยนต์ที่ จังหวะนั้นเขาก็กดที่นาฬิกาข้อมือ และกดมันอีกหลายครั้ง ก่อนจะกรอกเสียงลงไป

“ได้รับของแล้ว” แกรนด์พูดกับคนปลายสายพ็อกเก็ตโฟน “อ่าเป็นต้นฉบับที่ผมรอมานานเลยล่ะ เดี๋ยวคืนนี้จะลองไปอ่านดู”

พลันชายหนุ่มก็เหลือบตาไปมองทางด้านหลังที่มีชายสองคนเดิมตามหลังมา แล้วเขาก็พูดกับคนในสายต่อ ด้วยทีท่าไม่สนใจอะไร

“ถ้ามีอย่างอื่นก็ส่งมาอีกล่ะ เดี๋ยวเงินค่าจ้างจะโอนให้ไปในวันศุกร์นี้ ขอบใจมาก” สิ้นคำแกรนด์ก็ตัดสายพ็อกเก็ตโฟน เขาเดินมาถึงที่รถพอดี เขาจึงหยิบกุญแจรถมาไขและพาตัวเองเข้าไปนั่งตรงที่คนขับ ชั่วอึดใจรถยนต์ขับงามก็แล่นออกจากที่ทำการไปรษณีย์ โดยมีรถยนต์สีดำอีกคันขับตามมาโดยทิ้งระยะห่างไว้ เพื่อไม่ให้คนถูกตามรู้สึกสงสัย

แกรนด์ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เขาฮัมเพลงกล่อมเด็กที่พวกคุณแม่มักจะร้องให้เด็กๆ ฟัง ขณะกลับรถกลับสู่ที่พักของเขา

                                                                                    .......................
                                

เวลา  20.00 น.

ร่างผอมของแกรนด์เดินลงมาจากคอนโดฯ หรูของเขา ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตน้ำตาลอ่อนลายริ้วและกางเกงยีนสีดำ ผมสีน้ำตาลเสยขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาเตรียมตัวจะออกไปเที่ยวกลางคืนอย่างที่ทำประจำ

“เป้าหมายกำลังจะออกจากที่พักแล้วครับ” คนติดตามรายงายเจ้านายที่กำลังรอฟังข่าว

“ดีมากตามไป” เสียงแฮกเซลออกคำสั่งดังมาจากโทรศัพท์ที่ติดตั้งในรถ “อย่าให้คลาดสายตาล่ะ”

“ครับ” จังหวะที่เขารับปากเจ้านาย เจ้าของรถยนต์ขคันงามก็ขับออกไปจากที่จอดรถคอนโดฯ ทำให้พวกเขาต้องรีบขับรถยนต์ตามออกไปโดยทิ้งระยะไว้ และเหมือนทุกครั้ง รถยนต์คันนี้เลี้ยวไปในแหล่งเสื่อมโทรมของวิริเดี้ยน ถ้าเป็นลูกคุณหนูก็ควรจะไปเที่ยวในสถานบันเทิงดีๆ ในย่านหรู แต่ทำไมเขาต้องไปที่บาร์เก่าๆ โทรมๆ ด้วย

แกรนด์จอดรถไว้ที่ซอกตกที่ห่างจากบาร์เก่าแห่งนั้นออกไปประมาณห้าร้อยเมตร ชายหนุ่มเดินทอดน่องเข้าไปในบาร์แห่งนั้น  โดยไม่มีทีท่ารังเกียจคนในถิ่นนั้นแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับหัวเราะครื้นเครง และรินเหล้าแจกจ่ายไปทั่วบาร์ที่มืดและมีแสงวาบๆ จากไฟดิสโก้ข้างบน รวมถึงเสียงเพลงป๊อบจากลำโพง สาวๆ พากันเดินมาขอให้เขาเลี้ยงเหล้า และแน่นอนคุณหนูกระเป๋าหนักอย่างเขาต้องทำตามคำขออยู่แล้ว

เป็นพฤติกรรมประจำที่คนติดตามสองคนได้เห็นและเริ่มเอือมกับนิสัยใช้เงินอย่างกับน้ำของเขา

พวกเขาเฝ้ามองผู้ช่วยราชเลขาธิการตรงเข้าไปในบาร์และสั่งจินมาดื่ม พร้อมพูดคุยอะไรบางอย่างกับบาร์เทนเดอร์ พลันร่างเล็กของเขาก็รายล้อมไปด้วยพวกนักเที่ยวกระเป๋าแห้งจนมิด ทำให้ทั้งคนติดตามสองคนไม่เห็นชายหนุ่มในชั่วอึดใจ และนาทีต่อมาเพลงฟังสบายๆ ก็เปลี่ยนเป็นเพลงที่น่าชวนให้เต้น จนนักเที่ยวเท้าไฟต้องออกมาเต้นกันให้สุดเหวี่ยง

จังหวะนั้นแกรนด์หายไปจากคลองสายตาอย่างสมบูรณ์

เห็นดังนั้นคนติดตามทั้งสองคนก็เห็นท่าไม่ดี จึงรีบเดินไปยังที่แกรนด์นั่ง โดยทำท่าเป็นพวกนักเที่ยวกระเป๋าแห้ง แต่เขาต้องตกใจมาก เพราะที่นั่งของแกรนด์ว่างเปล่า!

ทันใดนั้นร่างเล็กในชุดสีน้ำตาลลายริ้วก็โผล่ออกมาทางหางตา ร่างนั้นกำลังเดินออกจากร้านไปทางประตูหลัง พวกเขาจึงเริ่มวิ่งตามไปสู่ตรอกเงียบๆ ของย่านนั้น

“เฮ้ยหายไปไหนวะ!” คนติดตามที่เป็นหัวหน้าร้องลั่น เขากับลูกน้องวิ่งออกไปในตรอกที่เต็มไปด้วยหนูและคนจรจัด

ตรอกโล่งขนาดนี้ แล้วผู้ชายทั้งคนจะหายไปไหนได้!

 ขายาววิ่งออกมาจนพ้นตรอกจนเห็นร่างเล็กในผ้าคลุมยาวเดินอยู่บนทางเท้าด้วยท่าทางสั่นๆ เขาจึงรีบวิ่งไปตะครุบร่างนั้นไว้ และหันมามองกลับพบว่าเป็นหญิงสาวผมทองที่กำลังไอแค่กๆ และตัวสั่นด้วยอาการหวัด

“มีอะไรหรือคะ” เจ้าหล่อนก้มหน้าถาม พร้อมไออย่างแรง

“ปะเปล่าครับ พอดีจำคนผิด” เสียงเข้มตอบ พลางหันหน้าไปบอกลูกน้อง ทำท่าออกคำสั่งกับลูกน้องให้แยกกันหา เขาก้มหน้าขอโทษหญิงสาว ก่อนจะวิ่งเลยไปอีกทาง โดยไม่สนใจเจ้าหล่อนคนป่วยอีกเลย และพอร่างสูงของคนติดตามหายไปจากคลองสายตา แม่สาวคนนั้นก็เริ่มออกเดินเข้าตรงไปยังตึกร้างที่ลงกลอนไว้

พอไขกุญแจ แล้วเข้ามาสู่ตึกร้าง คลองสายตาของหญิงสาวคนนั้นก็เห็นรถยนต์สีเลือดหมูจอดอยู่กลางตึกราวกับรอคนมาขับ ร่างเล็กรีบเดินไปไขกุญแจรถคันนั้นทันที

ประตูรถเปิดออกพร้อมเสียงหัวเราะดังขึ้นในลำคอ

“หึๆๆๆๆๆๆๆ” มือขาวโผล่ออกมาจากผ้าคลุมหยาบ แล้วปลดผ้านั้นออกเผยเส้นผมสีทองที่สะท้อนล้อแสงจันทร์เพ็ญที่ส่องลอดหน้าต่างบานเล็กที่เรียงรายกัน

พึ่บ

เส้นผมสีทองเกลียวร่วงลงกองบนพื้นที่เกลื่อนด้วยฝั่นและขยะ เผยร่างเล็กในชุดกระโปรงสีมอซอ ไม่นานชุดนั้นก็ถูกปลดลงบนพื้นเช่นกัน จนร่างที่ยืนอยู่นั้นเหลือเพียงเสื้อสีน้ำตาลลายริ้ว กางเกงยีนสีดำ และเส้นผมสีน้ำตาลเท่านั้น

“แฮกเซล แฮกเซล คุณจะเป็นแมวแล้วให้ผมเป็นหนูงั้นเหรอ” แกรนด์พูดขณะเหวี่ยงตัวเข้าไปในที่นั่งคนขับ เขาติดเครื่องรถ แล้วเอี้ยวตัวไปกดรีโมทเปิดประตูหลังเป็นทางให้รถออก

มือของชายหนุ่มปรับเกียร์ ก่อนจะหักพวงมาลัยและเหยียบคันเร่งพาเจ้ารถคู่ใจทะยานออกไปในราตรี เขาก้มมองแผนที่จีพีเอสในตัวรถอันแสดงถึงสถานที่นัดหมายจริงๆ ก่อนปรายตาไปมองรูปภาพที่ตั้งไว้ตรงระดับสายตา

ในภาพนั้นเป็นภาพหญิงสาวผมทองหยักศกกำลังทำตาบูดบึ้งสุดขีด ด้วยถูกบังคับให้เต้นท่าประหลาด ทั้งๆ ที่หน้ายังเปื้อนเขม่าควันที่มีใครบางคนป้ายไว้เป็นหลักฐานแสดงความผิด

แกรนด์ขยับยิ้ม ดวงตาสีเขียวพราวด้วยแสงไฟถนนที่ส่องลงมา

“จะเล่นเกมจับหนูกับผมน่ะยังเร็วไปหลายปีนะครับ แฮกเซลหน้าดำ”

 
                                                                                          .........................

“ว่าไงนะหนีไปได้งั้นเหรอ!” แฮกเซลร้องลั่นหลังไปได้รับรายงานจากคนที่ส่งไปให้ติดตามแกรนด์ หญิงสาวกลอกตาไปมาอย่างสับสนอยู่ในห้องบรรทมของตัวเอง

หนีไปได้ยังไง หมอนั่นพรางตัวเก่งขนาดนั้นเชียวหรือ

“ถึงจะหนีไปได้ แต่ว่าการที่เขาหนีแสดงว่าทำผิดจริงนะครับ”

“ใช้เหตุผลนี้ไม่ได้หรอก อย่างหมอนั่นต้องแก้เกมว่า ไม่ได้หนี แค่เบื่อแล้วเดินออกไปเฉยๆ ผมไม่รู้ว่าถูกตามนี่ แล้วส่งคนมาตามผมทำไมครับ แบบนี้แน่ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นฝ่ายเรานี่สิต้องจนแต้มแทน” แฮกเซลทอดถอนใจ พลางนั่งลงบนเตียงใหญ่ ดวงตาสีม่วงฉายแววกลัดกลุ้ม

“ถ้างั้นจะให้ทำยังไงต่อครับ ตามต่อไหม”

“ไม่ต้องอีกฝ่ายรู้ตัวแล้วตามไปก็ไร้ประโยชน์ แค่คอยดูเป็นระยะก็พอ ไว้พอผ่อนการระวังตัวเมื่อไร ฉันจะให้สัญญาณลงมืออีกที แค่นี้นะ ไปพักได้แล้ว”

“ครับ”

แฮกเซลกดปุ่มตัดการสนทนา เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือ แล้วเสยผมที่ปรกหน้าไปด้านหลัง

แกรนด์ ฮีมิล รับมือยากกว่าที่เธอคิดไว้ แต่ก็อย่างที่ลูกน้องเธอพูด เขาต้องซ่อนอะไรไว้แน่ๆ แต่ทำไมเขาต้องทำแบบนี้ และมันจะเกี่ยวข้องกับพัสดุเมื่อเย็นหรือไม่ หรือเธอต้องเอาอำนาจส่วนตัวไปแทรกแซงการส่งของจากไปรษณีย์เพื่อตรวจของทุกชิ้นที่ส่งถึงเขา ซึ่งเธอไม่อยากเอาอำนาจไปใช้ในทางอย่างนั้น

แฮกเซลหรี่ตาลง ตวัดตามองกระดาษรายงานที่เขานำมาให้เธอวันนี้ ก่อนจะเดินไปหยิบมันขึ้นมาอ่านตรงจุดที่อ่านค้างไว้ มือเรียวของเธอสั่นเทา เมื่อคิดว่าถ้างานนี้เธอพลาดไป จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของหลานสาวเธอบ้าง ดังนั้นแฮกเซลจึงตั้งปณิธานไว้ในใจ

เธอต้องหาให้ได้ว่าเขาซ่อนอะไรเอาไว้!

 
                                                                              ..........................................

ภายในภัตตาคารหรูในโรงแรมระดับห้าดาว ร่างบางของแกรนด์ในชุดสูทสีดำกำลังจิบไวน์ขาว พลางทอดมองทิวทัศน์ของวิริเดี้ยนยามค่ำคืน ที่งดงามจากไฟตึกระฟ้าและไฟจากรถในถนนที่วิ่งไม่ขาดสาย

“อาหารมื้อนี้อร่อยไหมครับ คุณซิด” เขาส่งเสียงถามเพื่อนร่วมทานมื้อค่ำอย่างสุภาพ ทำให้ชายผมทองเงยหน้าขึ้นจากการตักสปาเก็ตตี้เข้าปาก

“อร่อยสิครับ แหมคุณแกรนด์เลี้ยงทั้งทีไม่อร่อยได้ไงครับ” ซิด เซเลสกล่าวกับเขา พลางยิ้มละไม “ทหารระดับล่างอย่างผมน่ะแค่ได้มาลิ้มรสอาหารแบบนี้ครั้งหนึ่งถือว่าเป็นบุญแล้วครับ”

“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ไว้วันหลังผมจะพามาอีกนะ” แกรนด์วางแก้วไวน์ แล้วกวักมือเรียกบริกรมารับรายการอาหารเพิ่ม ซึ่งเป็นของหวานล้างปาก

พอสั่งขนมเสร็จ เขาก็หันมาสนใจซิดต่อ หนนี้ซิดก้มหน้าลงไปล้วงของบางอย่างมาส่งให้เขา มันคือแผ่นซีดีแผ่นหนึ่งที่บรรจุข้อมูลที่แกรนด์ต้องการไว้

“นี่คือข้อมูลการเคลื่อนไหวของท่านหัวหน้ากรินเดลและท่านมาคัสในช่วงนี้ครับ ท่านผู้ช่วยราชเลขธิการ” ซิดพูด พลางยื่นมันมาให้แกรนด์

แกรนด์พยักหน้า เขารับมันมาและใส่ไว้ในช่องของเสื้อสูท

“การที่ยอมเป็นสายให้เราถือว่าคุณเสี่ยงมากนะครับในเรื่องนี้” เขาพูดกับซิดด้วยท่าทางจริงจัง

“ไม่เป็นไรเพื่อความมั่นคงของเซเลส ผมยอมทำทุกอย่าง” ซิดตอบกลับมา ดวงตาสีดำของเขาดูนิ่งสงบ สมกับเป็นคนที่ตัดสินใจมาดีแล้ว

พอได้ฟังแกรนด์ก็เบิกตานิด ก่อนหลับตาลง แล้วกล่าวเบาๆ ท่ามกลางเสียงไวโอลินที่บรรเลงขับคลอผู้คนในห้องอาหาร

“ขอบคุณมากครับ”

                                                                      .....................................................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1269 som1313 (@som1313) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 5 เมษายน 2554 / 13:27
    ใช่ๆแฮกเซลต้องคู่กะแกรนด์แน่ๆ
    #1269
    0
  2. #1250 Double_Up (@pleomax001) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 17:34
    เหมือนจะได้คู่อีกคู่แล้วนะเนี้ย 
    #1250
    0
  3. #1246 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 23:01
    ขิงกะข่า  โอ้ลันล๊าต้มยำแท้ ๆ คู่นี้
    #1246
    0
  4. #1235 อัคนิรันดร์ (@quietear) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 21:05
    ว้าว...คนแรก... ดูเหมือนแกรนด์จะทุ่มเทกับงานมากเลยนะคะเนี่ย แฮกเซลเองก็ช่างสังเกตไม่เบา...สมแล้วที่เป็นรัชทายาท สู้ๆนะคะพี่เรน่า รออยู่เสมอ แต่อย่าหักโหมนะคะ
    #1235
    0