Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 131 : ตอนที่ 20 เจ้าหญิงและผู้ช่วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    15 เม.ย. 54

*แก้คำผิดค่ะ

             ม่านสีเขียวทิ้งตัวบดบังทัศนียภาพยามค่ำคืนของชั้นเจ็ดบนคอนโดฯ หรูหรา เสียงแอร์เครื่องเล็กหวีดหวิวอยู่ท่ามกลางความสงบในห้องนอนสีครีมที่ตกแต่งด้วยเครื่องใช้ทันสมัย

                ชายหนุ่มผมน้ำตาลเจ้าของห้องนั่งอยู่หลังคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเครื่องโปรด รอบตัวเขามีกองเอกสารและหนังสือมากมายล้อมตัวอยู่ เลนส์ในกรอบแว่นสะท้อนภาพในหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นภาพตัวอักษรบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าที่เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วตามจังหวะการรัวคีย์บอร์ด ทันใดนั้นเสียงพ็อกเก็ตโฟนที่เขาวางไว้ข้างมือขวาก็ดังขึ้นขัดจังหวะการพิมพ์

                ตรู๊ด ตรู๊ด

                “สวัสดีครับท่านโรซาเลีย” แกรนด์รับสาย เขาทักทายอย่างสุภาพกับนายหญิง ดวงหน้าคมคายเบือนออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ พลางใช้มือถอดแว่นแล้วคลึงตัรงหว่างคิ้วคลายความปวดตา

                “แกรนด์เรื่องที่สืบไปถึงไหนแล้ว” เสียงปลายสายถาม

                “อ่า ครับผมติดตามความเคลื่อนไหวของท่านกรินเดลกับท่านมาร์คัสทุกฝีก้าวครับ ไม่ต้องห่วง” แกรนด์ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจเพื่อคลายความกังวลให้โรส

                “ดีแล้ว เดี๋ยวฉันจะเข้าไปที่วิริเดี้ยนพรุ่งนี้ ยังไงช่วยเตรียมรายงานความคืบหน้าไว้ให้ด้วยล่ะ เอิ่ม แล้วทำงานร่วมกับแฮกเซลไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม” จบคำถาม แกรนด์ก็กลั้วหัวเราะ ดวงตาสีใบไม้เริงระริก

                “ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะครับ”

                “ก็แฮกเซลดูท่าจะไม่ค่อยถูกกับเธอน่ะสิ เคยไปแกล้งแฮกเซลไว้ใช่ไหม” เสียงปลายสายเริ่มดุ บ่งว่าเจ้าหล่อนเริ่มเอาจริง แกรนด์จึงเบาเสียงหัวเราะลง

                “นิดหน่อยน่ะครับท่านโรซาเลีย ผมแค่อบรมรุ่นน้องที่โดดคาบกิจกรรมในฐานะรุ่นพี่ที่แสนดี”

                แกรนด์เคาะนิ้วบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะ เขาได้ยินเสียงปลายสายถอนใจเหมือนระอากับนิสัยของทั้งเขาและแฮกเซล

                “เธอน่ะก็ทำเกินไปจริงๆ แกรนด์ไปแกล้งแฮกเซลแบบนั้น ตอนนี้เธอกับแฮกเซลเลยเขม่นกันอยู่แบบนี้”

                “เห็นทีเจ้าหญิงจะเขม่นอยู่องค์เดียวน่ะสิครับ ผมไม่เคยไปเขม่นท่านเลย” แกรนด์ว่าไปตามจริง เขาไม่เคยคิดจะเขม่นเจ้าหญิงสักนิดเดียว กลับกันเจ้าหญิงรัชทายาทในสายตาของเขานั้น ช่างเป็นสตรีที่สูงค่า ทั้งเก่งกาจและน่ารักจนมิอาจบรรยายถูก

                เขายังจำได้อยู่เลยว่า พอเห็นชื่อของหล่อนในใบรายชื่อรุ่นน้องปีถัดไป เขาแทบจะเก็บความลิงโลดไว้ไม่อยู่ จากที่เคยแอบมองตอนที่หล่อนออกงานกับฝ่าบาท เขาจะได้เห็นคนที่ชื่นชอบอย่างใกล้ชิดแล้ว

                ทายาทนักธุรกิจนั่งนึกความหลังพลางยิ้มพราย

                “เอาเถอะอย่าทะเลาะกันมากทั้งคู่น่ะ แฮกเซลเขาอคติกับเธอเพราะเธอไปแกล้งเขา ทำดีกับเขาหน่อย เดี๋ยวเขาก็ดีเอง ถึงเธอจะขึ้นตรงกับฉัน แต่ต่อไป พอแฮกเซลขึ้นเป็นราชินี พวกเธอสองคนต้องทำงานร่วมกันนะเข้าใจไหม” ดัสเชสคนงามสั่งสอนลูกน้องคนสนิท กระแสเสียงของเธอเปี่ยมด้วยความอาทรดุจเสียงที่แม่พูดกับลูก ทำให้คนฟังรู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก

แม้จะถูกโรสดุ แต่ทุกครั้งแกรนด์จะตั้งใจฟังโรสพูดทุกถ้อยคำ ด้วยความเคารพแก่สตรีผู้นี้อย่างสูงสุด

“เข้าใจไหมแกรนด์” โรสถามย้ำ     

                “ครับ” แกรนด์ปรายตาไปมองกรอบรูปบนโต๊ะทำงานชั่วอึดใจ ก่อนเบนตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือหนาคว้าเมาส์มาเปิดแฟ้มที่ชื่อว่า รายงานความคืบหน้า ตรงไปที่เอกสารความเคลื่อนไหวของผู้ติดตาม

                “ดีแล้ว พรุ่งนี้เตรียมเอกสารรายงานให้พร้อมนะ แล้วก็นอนหลับพักผ่อนให้มากๆ ล่ะ ดูแลสุขภาพด้วย”

                “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ” แกรนด์อมยิ้มแก้มตุ่ย ชายหนุ่มเปิดแฟ้มเอกสารรายงานแล้วไล่สายตาอ่านตัวอักษร เพื่อสรุปใจความสำคัญในรายงานให้ขึ้นใจ ก่อนจะไปรายงานนายหญิงพรุ่งนี้

                “ท่านโรซาเลียก็ขอให้ฝันดีนะครับ” เขาพูดเพื่อจบการสนทนาทางพ็อกเก็ตโฟน จังหวะที่เขารอการบอกลาตามธรรมเนียมอยู่นั้น ชายหนุ่มก็วางพ็อกเก็ตโฟนลงข้างตัว แล้วรอให้อีกฝ่ายตัดสายไปเอง พลันโรสก็พูดประโยคสั้นๆ ที่ทำให้หัวใจของแกรนด์บีบรัดเจ็บปวด ดวงตาสีมรกตทอแสงหม่นด้วยสะอึกกับถ้อยคำของคนที่ดีพร้อมในใจเขา

“เช่นกันจ้ะ ฉันเชื่อใจเธอนะแกรนด์ เจอกันพรุ่งนี้ตอนบ่ายสามนะ”เสี้ยวนาทีสัญญาณพ็อกเก็ตโฟนทางฝั่งโรสก็ถูกตัดลง พร้อมๆ กับมือหนาของชายหนุ่มที่เคลื่อนเมาส์ไปปิดแฟ้มเอกสารรายงาน

                ชายร่างเล็กผ่อนลมหายใจ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เขาเบือนหน้ามองเวิ้งฟ้าราตรีของเมืองหลวงด้วยจิตใจว้าวุ่น ดวงตาที่เคยสดใสเหม่อลอยออกไปไกล ห้วงคำนึงกระหวัดถึงสตรีที่เพิ่งวางสายจบการสนทนากับเขา นายหญิงที่ครั้งหนึ่งเขาสัญญากับตัวเองว่าจะทำงานให้อย่างจงรัก

                สำหรับเขาแล้วท่านโรซาเลียเป็นคนที่งามทั้งกายและงามทั้งใจ เป็นคนที่เขาชื่นชมบูชา และเป็นผู้ที่เหมาะกับการที่เขาจะมอบความซื่อสัตย์ไว้ให้ในมือ

ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งที่เขามอบให้เธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อท่านโรซาเลียได้พิสูจน์ตัวแล้วว่าเป็นนายหญิงที่ควรค่าแก่การรับใช้ ยิ่งอยู่กับเธอเท่าไร แกรนด์ก็ยิ่งทุ่มเทความซื่อสัตย์และความภักดีให้ ยามสองสิ่งนั้นมารวมกันได้ที่ มันก็กลายเป็นความเชื่อใจระหว่างเขาและท่านโรซาเลีย

                แกรนด์เหล่ตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ จับจ้องที่แฟ้มรายงานความเคลื่อนไหวที่เป็นข้อมูลยังไม่ได้จัดเรียงเพื่อรายงาน ดวงตาของเขาไหวระริกยามเพ่งมองมัน ก่อนจะชายตาไปมองกรอบรูปบนโต๊ะทำงาน ผู้คนในภาพนั้นทำให้แกรนด์สูดหายใจลึก พลันชายหนุ่มก็ตัดสินใจได้

                ผู้ช่วยราชเลขาธิการกลั้นใจ เขาคลิกขวาที่เมาส์และกดที่ปุ่มลบทิ้ง เพื่อกำจัดข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ก่อนจะเอื้อมไปหยิบสมุดปกหนังสีน้ำตาลมากอดแนบอก ดั่งว่าเป็นของสำคัญยิ่งสำหรับเขา

                                                                                           ....................................

                หิมะสีขาวพร่างพรายลงมาไม่ขาดสาย สายลมแห่งเหมันต์กาลพัดรำเพยไม่ขาดสาย จนทุกคนต้องหาเสื้อตัวอุ่นๆ มาให้ใส่เพื่อป้องกันตัวเองจากความหนาวเย็นที่กัดกินจนถึงไขกระดูก และยิ่งพอออกเดินในข้างนอก คนบางคนถึงกับคว้าเสื้อมาใส่สามชั้นเลยทีเดียว

                “คุณแกรนด์”       

                เสียงหวานเรียกชายร่างเล็กผู้เดินถือแฟ้มเอกสารตรงทางเดินเชื่อมต่อในเขตพระราชฐาน เจ้าของเสียงสืบเท้าเข้ามาใกล้คนถูกเรียก ก่อนที่ฝ่ายชายจะหันมามองเธอเสียอีก

                “นี่จะคุณจะเอาเอกสารไปไหนหรือ” แฮกเซลทำตาดุ มองแฟ้มเอกสารสองสามแฟ้มในมือของแกรนด์

                “อ่า จะเอาไปเก็บที่คลังเอกสารพ่ะย่ะค่ะ” แกรนด์ตอบ “มันเป็นเอกสารเก่าแล้ว ได้เวลาจัดเข้าที่คลังเอกสารแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

                แฮกเซลทำท่าไม่เชื่อ เธอคว้าเอกสารมาเปิดไล่ๆ ดู ส่วนแกรนด์ก็ก้มหน้ามองเจ้าหญิงคนสวยผู้จู่ๆ มาก้าวก่ายงานของเขา และไม่ช้า เจ้าหญิงก็ตวัดตามองหน้าเขา ด้วยใบหน้าขึ้นสีนิด

                แกรนด์ไหวไหล่ เลิกคิ้วสูง “กระหม่อมบอกแล้วว่าเอกสารเก่า”

                “เก่าขนาดนี้แล้วทำไมไม่เอาไปเก็บเสียตั้งนานละ ตั้งสองปีแล้ว ทำงานใช้ไม่ได้เลย” แฮกเซลยัดแฟ้มนั้นใส่อ้อมแขนของแกรนด์เหมือนเดิม จากนั้นจึงสาวเท้าออกเดินนำเขา

                “กระหม่อมบอกแล้วว่าเอกสารเก่า กระหม่อมเอามันออกมาดูอะไรบางอย่าง ทำไมไม่ทรงเชื่อกระหม่อมบ้าง” เสียงตัดพ้อจากฝ่ายชายว่า

                อย่างกับว่าเขาทำตัวน่าเชื่อถือนักเนี่ยถ้าไม่มีอะไรปิดบังกันจริงๆ คราวก่อนก็ไม่น่าจะหนีจากการติดตามตัวของคนของเธอเลย แสดงว่าเขาต้องมีแผนอะไรในใจแน่ๆ

                แฮกเซลค่อนขอดในใจ หญิงสาวเดินตัวตรง คิดจะไปที่คลังเอกสารกับเขาเสียเลย ไหนๆ นี่ก็ใกล้จะถึงเวลานัดกับพี่โรสอยู่แล้ว และเขากับเธอก็ต้องไปพบพี่โรสด้วยกัน ก็ไปด้วยกันตั้งแต่ตอนนี้เลยก็แล้วกัน

                “ทำงานใช้ไม่ได้ ไม่รู้ตอนคัดเลือกผู้ช่วยทำไมพี่โรสถึงเลือกคุณ” แฮกเซลยังไม่หยุดต่อว่า เธอตวัดตาคมกริบมองคนแบกแฟ้มผู้เดินตามต้อยๆ “นอกจากชื่อแล้วไม่เห็นมีอะไรดีแล้ว แกรนด์แปลว่าความยิ่งใหญ่ ตัวคุณมันก็สูงกว่าฉันไม่กี่เซนเอง สักห้าเซนติเมตรได้มั้ง แล้วเอกสารเก่านี่ทำไมไม่จัดการให้เสร็จ งานเล็กแบบนี้ยังไม่รอด แล้วแบบนี้จะทำงานใหญ่ได้ไง ชื่อนี่ไม่เหมาะกับคุณจริงๆ อย่างคุณเนี่ยชื่อไมเนอร์จะดีกว่าเหมาะกว่าเสียอีก”

                ดูท่าเจ้าหญิงจะไม่ชอบขี้หน้าเขาเอามากๆ

                แกรนด์ถอนใจดังเฮือก จนไอสีขาวลอยละล่องออกจากปาก ดวงตาสีเขียวของเขาแสดงถึงความเหนื่อยหน่ายใจ

                “ชื่อ...ไมเนอร์เล็กไปหน่อยไหมพ่ะย่ะค่ะ” แกรนด์สืบเท้า พยายามเดินตีคู่เจ้าหญิงคนสำคัญ

                ไหนๆ เจ้าหญิงก็โยนระเบิดใส่เขาแล้ว ทำไมเขาไม่หยอกกลับบ้าง อารมณ์หม่นหมองในใจของเขาจะได้ทุเลาลง ก็แหมการทะเลาะกับเจ้าหญิงสำหรับเขาเป็นอะไรที่สนุกจะตายไป

                “ไม่หรอกเหมาะจะตาย” แฮกเซลยืนยันเสียงแข็ง

                “งั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมว่าแกรนด์น่ะเหมาะแล้ว เจ้าหญิงคงไม่ทรงทราบว่ากระหม่อมน่ะ...ใหญ่นะ” แกรนด์พูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจสุดกู่ ดวงตาสีเขียวที่เขาหลุบมองร่างบางก็แฝงเลศนัย เมื่อรวมกับรอยยิ้มที่กระตุกตรงมุมปาก แฮกเซลก็ถึงกับหน้าแดงก่ำ มือไม้พานแข็งไปหมด ในใจของแฮกเซลตอนนี้เต็มไปด้วยคำบริพาษที่มีให้ร่างผอมบางข้างกาย

                ทุเรศ ทะลึ่ง หยาบโลน บังอาจพูดแบบนี้กับเธอเหรอ!

                “ทุเรศที่สุดทำไมถึงได้กล้าพูดแบบนี้!” แฮกเซลกำหมัดแน่น ดวงตาสีอะเมทิสต์วาวโรจน์ “ฉันจะสั่งตัดลิ้นคุณ แล้วเอาไปให้อีกาในสวนกิน ดูสิยังคิดเรื่องแบบนี้ได้อีกไหม!

                “กระหม่อมพูดความจริงผิดตรงไหน เจ้าหญิงยังไม่เคยลองเลยนะพ่ะย่ะค่ะแล้วมาว่ากระหม่อมได้ไง” แกรนด์ยักคิ้วหลิ่วตา “ไม่ลองสักหน่อยเหรอ”

                “นาย!” แฮกเซลกัดฟันกรอด นิ้วเรียวจิกบนฝ่ามืออย่างแรง หวังระงับอารมณ์โกรธที่โหมกระหน่ำอยู่ในใจ ทว่าพอเขาพูดประโยคต่อมา หญิงสาวก็อ้าปากนิด อารมณ์โกรธที่มีอยู่แต่เดิม กลายเป็นความอายส่วนหนึ่ง อีกส่วนเปลี่ยนเป็นความแค้นที่เธอจดลงในบัญชีระหว่างเธอกับเขา

                “โธ่ลองแล้วจะติดใจ ใจของกระหม่อมน่ะกว้างใหญ่ดุจแม่น้ำ ไม่เชื่อลองไปดูบัญชีธนาคารของกระหม่อมสิ ทุกปีกระหม่อมจะบริจาคเงินช่วยเหลือผู้คนมากมาย ว่างๆ กระหม่อมก็ชอบไปช่วยเด็กๆ ที่บ้านเด็กกำพร้า แล้วแบบนี้ชื่อแกรนด์จะไม่เหมาะกับกระหม่อมได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ ลองไปทำการกุศลกับกระหม่อมสักครั้งสิ แล้วจะรู้ว่ากระหม่อมใจกว้างจะตาย” ดวงตาสีเขียวที่เมื่อกี้ฉายแววเจ้าเล่ห์ เปลี่ยนเป็นแววใสซื่อแบบที่แฮกเซลต้องยิ้มขัดตาทัพและรวบมือไว้ที่หน้าตัก ไม่อย่างนั้นถ้ามือเธอยังว่างอยู่ เธอต้องจิ้มตาเขาแทนแน่ๆ

                “คุณแกรนด์” แฮกเซลพูดลอดไรฟัน

                “พ่ะย่ะค่ะ” เสียงแกล้งซื่อว่า

                “ฉันไม่ยุ่งกับคุณแล้ว คุยกี่ทีก็ปวดหัว” แฮกเซลสะบัดหน้าหนี แต่ไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาให้ “สักวันฉันจะถอดหน้ากากของคุณออกมา ดูสิ ใต้ใบหน้าดูดีของคุณ มันจะความชั่วอะไรแฝงอยู่บ้าง”

                “ชั่ว” แกรนด์ขยับยิ้ม น้ำเสียงของเขากดต่ำ “ว่ากระหม่อมถึงเพียงนั้น”

                “ถ้าไม่ใช่ก็อย่าร้อนตัวสิคะคุณแกรนด์”

                “ไม่ได้ร้อนตัวพ่ะย่ะค่ะ เจ้าหญิง เพียงแต่อยากบอกว่าพระองค์ควรไปสนใจคนอื่นๆ ที่ชั่วมากกว่ากระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ ถึงกระหม่อมจะชั่ว ก็ชั่วแบบมีลิมิต”

                “แต่สำหรับฉัน คุณน่ะชั่วที่สุด คนที่สามารถทรยศความเชื่อใจของคนที่เชื่อมั่นในตัวเขาได้ ไม่มีอะไรจะชั่วช้าเทียบเท่าแล้ว!” แฮกเซลพูดเสียงเย็น ประสานตาสายตาเย็นเยียบกับแกรนด์ ดวงตาสีมรกตคู่ที่ดวงตาสีม่วงกำลังล้วงลึกดูสงบงันในภายนอก หากแต่ภายในกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ไหวดุจแผ่นดินจักทลาย ผืนฟ้าจักถล่ม

                “พี่โรสของฉันรักคุณมาก ถ้าคุณชั่วขนาดทรยศเธอได้ ฉันไม่เอาคุณไว้แน่ คุณแกรนด์ อย่านึกนะว่าฉันไม่มีหลักฐานเอาเรื่องที่คุณแอบหลบหนีการติดตามไปบอกพี่โรสไม่ได้ แล้วฉันจะรามือจากคุณ”

                “พระองค์ส่งคนลอบติดตามกระหม่อม” แกรนด์เผยยิ้มกว้างเห็นฟันขาวทุกซี่ เขาทำหน้าเหมือนกับแฮกเซลพลาดแล้วที่หลุดปากออกมา

                กระนั้น เจ้าหญิงกลับยิ้มเย็น มือเรียวจิ้มลงบนอกแกร่งของฝ่ายชาย

                “คุณเองก็รู้อยู่แล้วนี่เรื่องนี้ อย่าคิดว่าฉันหลุดปากออกมา ฉันตั้งใจพูดให้คุณได้ยิน” เรียวปากสีชาดขยับขึ้นลงเปล่งถ้อยคำชัดเจน “ต่อไปนี้เราจะเล่นกันตาต่อตาฟันต่อฟัน หน้าซึ่งหน้า ในเมื่อคนอย่างคุณมันลอบติดตามไม่ได้ ฉันก็จะไม่ติดตามแล้ว แต่จะสู้กันตรงๆ นี่แหละ”

                แกรนด์โคลงหัว เขามือหนาจับมือบางที่กำลังจิ้มอกออกห่างอย่างละมุนละม่อม ปากบางโปรยยิ้มให้หญิงสาว

                “เราพวกเดียวกันอย่าทำแบบนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

                แฮกเซลทำเสียงขึ้นจมูก ใช้มืออีกข้างจับมือของแกรนด์ออก แล้วดึงมือข้างที่เคยถูกเกาะกุมมากำตรงอก

                พลันแฮกเซลก็กล่าวคำมั่น

                “อย่าให้หน้ากากของคุณหลุดออกมาเชียว แกรนด์ ฮีมิล ไม่เช่นนั้นฉันจะกระชากมันไม่เหลือชิ้นดีแน่”

                ผู้ช่วยราชเลขาธิการแค่นหัวเราะ เขายกมือหน้าไล้หน้าตัวเอง ดวงตาสีเขียวประกายวาววับส่งสารท้าแด่เจ้าหญิง!

                “ถ้าคิดว่าหน้ากากของกระหม่อมกระชากง่ายถึงเพียงนั้น ก็ลองดูสิพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรอได้ทุกเมื่อ” แกรนด์ทิ้งท้าย ก่อนสาวเท้าเดินนำหน้าแฮกเซล ทิ้งให้เจ้าหญิงหรี่ตามองแผ่นหลังของอีกฝ่ายแล้วมาดหมายในใจ

                ช่างโอหังและหยิ่งผยองนัก แกรนด์ ฮีมิล

                คอยดูเถอะสักวันเธอจะเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของเขาออกมาให้หมดเปลือกเลย!

                ทันใดนั้น แกรนด์ก็ผินกายกลับมา พร้อมยิ้มกว้างออกแนว...ยั่วอารมณ์คนที่เส้นอารมณ์ใกล้จะขาด

                “รีบเดินมาเถอะพ่ะย่ะค่ะ เดินมากับกระหม่อมถึงตรงนี้ จะไปคลังเอกสารกับกระหม่อมมิใช่หรือ ขืนชักช้ากว่านี้ดอกไม้งามอย่างพระองค์จะแข็งหมด จะมาโทษว่ากระหม่อมทำพระองค์เป็นหวัดมิได้นะพ่ะย่ะค่ะ”

 

                คลังเอกสารเป็นตึกตึกหนึ่งที่สร้างแยกจากตึกหลังหลัก มันอยู่ห่างออกไปประมาณครึ่งกิโลเมตร มีลักษณะเป็นบ้านหลังเล็กสูงสองชั้น มีห้องทั้งหมดสิบห้องซึ่งแบ่งตามกรมที่มีอยู่ทั้งหมดสิบกรม คือ กรมคลัง กรมการค้าและเกษตร กรมต่างประเทศ กรมราชพิธี กรมเมือง กรมการศึกษา กรมทรัพยากร กรมโยธาธิการ กรมทหาร และกรมวัง ซึ่งตำแหน่งราชเลขาธิการจะสังกัดอยู่ในกรมวัง ทำหน้าที่ตรวจสอบประสานงานต่างๆ แทนองค์ราชา เป็นผู้ดูแลงานของกรมนั้นและทุกกรมจะต้องส่งรายงานประจำปีมาให้ทางราชเลขธิการตรวจสอบ

เอกสารที่ทางราชเลขาธิการได้ตรวจสอบจะถูกนำมาเก็บที่นี่เมื่อหมดวาระนั้นๆ

นอกจากตำแหน่งราชเลขธิการจะสังกัดในกรมวังแล้ว พวกเซเลสเกือบทั้งหมดก็สังกัดกรมวังเช่นกัน มีฉากบังหน้าเป็นบุคลากรในกรมวัง แต่ฉากหลังคือหน่วยที่ขึ้นตรงกับคำสั่งของราชเลขาธิการและองค์กษัตริย์ ยกเว้นพวกทหารที่มีรายชื่อสังกัดในกรมทหารในหน่วยเล็กๆ แต่สามารถเรียกตัวกลับมาช่วยงานเมื่อไรก็ได้

ครืด...

                เสียงบานประตูหนักเลื่อนเปิด เผยห้องเก็บเอกสารของกรมวังอันกว้างขวาง ในนั้นเรียงรายด้วยตู้หนังสือกว่าสิบชั้นและมีกลิ่นฝุ่นลอยเข้าจมูกของผู้เดินเข้ามาทั้งสองคน จนคนเป็นสตรีต้องหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูก หากฝุ่นผงนั้นหาได้ระคายจมูกของบุรุษไม่ เขาเดินไปเปิดสวิตซ์ไฟและออกเดินต่อทันที

                ตึก ตึก

                เสียงฝีเท้าที่เดินอย่างมั่นคงก้องกังวานในความเงียบงันเคล้าเสียงจามของหญิงสาว ร่างผอมบางของผู้ช่วยราชเลขาธิการสืบไปยังตู้เก็บเอกสารบุคลากรที่มีรายชื่อบุคลากรของกรมต่างๆ อยู่ แล้วนำแฟ้มเอกสารสองสามแฟ้มที่ตนหยิบมาเมื่อวันก่อนเก็บเข้าที่

                แฮกเซลมองแกรนด์อย่างเงียบๆ ภาพในคลองสายตาของเธอคือ ภาพชายหนุ่มไล่นิ้วไปตามสันแฟ้ม เหมือนหาอะไรบางอย่าง ก่อนจะหยิบแฟ้มบุคลากรขึ้นมาอีกแฟ้มจากตู้เก็บเอกสารบุคลากร เขาเปิดอ่านมันไล่สายตาดูในหน้ากระดาษ นานราวสิบนาทีเขาก็เก็บมันเข้าตู้หนังสืออีกครั้ง อาการนั้นยังความสงสัยให้แฮกเซลอย่างยิ่ง

                ทันใดนั้นเสียงของกระแทกบางอย่างก็ดังเรียกความสนใจจากเจ้าหญิง ทำให้เธอละสายตาจากแกรนด์ไปชั่วครู่

                “คุณอ่านแฟ้มบุคลากรของกรมต่างๆ ทำไม” หลังจากสงสัยอยู่นานหญิงสาวผมทองก็ถามขึ้นด้วยเสียงทรงอำนาจ เธอเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้ผินหน้ามามองเธอ

                “ดูจำนวนทหารครับปีนี้กรมคลังแจ้งว่ากรมต่างประเทศ กรมการค้าและการเกษตรและกรมทหารเบิกงบประมาณเพิ่ม อ้างว่ามีคนเพิ่มขึ้น ผมแค่อยากดูว่าเขาเบิกงบเพิ่มเพราะคนเยอะขึ้นจริงหรือเปล่า เลยมาดูตัวเลขของปีก่อนๆ” เสียงทุ้มตอบอย่างเรียบรื่นไม่มีพิรุธ หากแต่แฮกเซลไม่อาจวางใจได้ เธอปรายตามองสันแฟ้มที่เขาเพิ่งเก็บ

                มันคือรายงานจำนวนบุคลากรเมื่อปีก่อนทำไมเขาต้องเอารายงานบุคลากรของสองปีก่อนและปีก่อนออกมาดูด้วยนะ ไม่สิถ้าดูตามแฟ้มที่เขาถือมาจริงๆ เขาตรวจสอบจำนวนบุคลากรไล่หลังถึงสี่ปี!

                มันมีเหตุผลอะไรกันแน่

                “แต่ดูท่าฝ่ายทหารจะเพิ่มขึ้นจริงๆ นะครับ เพราะเปิดรับอัตราทหารเพิ่มนี่นาในปีสองปีมานี้ ส่วนกรมต่างประเทศก็เปิดรับนักทูตรุ่นใหม่มากขึ้น ส่วนกรมการค้าและการเกษตรคงจะเบิกไปสำรองเพื่อการค้าแน่ๆ ต้องไปแจ้งกรมคลังแล้ว” แกรนด์ไหวไหล่ “เอาละพ่ะย่ะค่ะไปกันเถอะจะบ่ายสามแล้ว เดี๋ยวท่านโรซาเลียมาจะคอยกระหม่อมกับพระองค์แย่”

                พูดจบ ชายหนุ่มก็ค้อมตัว ผายมือเชิญหญิงสาวก้าวออกไปจากห้องก่อน แม้กิริยามารยาทที่แกรนด์แสดงออกมาจะดูดีไม่มีที่ติ แต่แฮกเซลไม่ชอบใจเลย

                เจ้าหญิงหลับตาตั้งสติพยายามพูดจาดีๆ กับเขา และเริ่มออกเดินจากห้องเก็บเอกสารของกรมทหาร เธอเดินนำเขาไปเรื่อยๆ จนเดินมาถึงทางเชื่อมต่อด้านนอกอีกครั้ง หิมะยังคงตกไม่ขาดสายเช่นกันกับลมหนาวที่ยังพัดโหมไม่หยุด น่ากลัวว่าในเมืองการจราจรคงกำลังติดขัดเป็นแน่

                “น่ากลัวว่าท่านโรซาเลียอาจติดอยู่ในการจราจรเนอะพ่ะย่ะค่ะ” เสียงร่าเริงของคนด้านหลังส่งมาหาแฮกเซล 

                แฮกเซลกอดอกไม่ชอบใจที่เขาถือวิสาสะมาชวนเธอคุย

                “ฉันเกลียดนายตอนเวลาพูดราชาศัพท์ชะมัด มันเหมือนนายกำลังประชดฉันอยู่” เสียงตีรวนว่า

                “กระหม่อมมิได้ประชด กระหม่อมชื่นชมบูชาพระองค์จะตายไป” แกรนด์ยิ้มกว้าง เขาเร่งฝีเท้าไปเดินตีคู่กับรุ่นน้องในมหาวิทยาลัย “เจ้าหญิงออกจะเก่งกล้าสามารถในทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะด้านอักษรศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์ อ่อ ทำพระเนตรดุก็เก่งนะพ่ะย่ะค่ะ” ประโยคหลังแกรนด์พูดขึ้นหลังจากได้รับแววเนตรดุวาวจากร่างระหง ประกายในนัยน์ตาบ่งว่าเธอชักจะหมดความอดทนกับเขาเต็มทีแล้ว

                “อย่าเห็นว่าฉันเป็นรุ่นน้องคุณแล้วคุณจะมาตีสนิทกับฉันแบบนี้คุณแกรนด์ ความสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้องน่ะมันจบไปตั้งแต่เราเรียนจบแล้ว ตอนนี้มีแต่ความสัมพันธ์นายบ่าว บอกตามตรงฉันชังน้ำหน้าคุณจริงๆ”

                “โธ่ เจ้าหญิง” เสียงทุ้มแสร้งครวญ “ความสัมพันธ์ของรุ่นพี่รุ่นน้องมันไม่หมดไปง่ายๆ หรอกพ่ะย่ะค่ะ ตราบเท่าที่พระองค์ยังเป็นผู้จบคณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโอไร้อ้อน รุ่นหลังจากกระหม่อม”

                “ฉันบอกตามตรง คุณไม่ใช่รุ่นพี่ที่ฉันนับถือหรอก แม้คุณจะได้คะแนนสูงสุดของวิชาการเมืองเกือบทุกวิชา แต่นั่นล่ะทำให้ฉันระวังตัวจากคุณมากขึ้น คุณเล่นเกมการเมืองเก่ง”

                “ไม่จริงหรอกพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมน่ะแต่งนิยายเก่งกว่าความสามารถทั้งหมดที่กระหม่อมมีพ่ะย่ะค่ะ” เขามีท่าทีภาคภูมิใจมาก

                “งั้นคุณก็เป็นจอมโกหก และไม่แปลกเลยที่คุณจะแต่งนิยายเก่ง ในเมื่อบ้านคุณทำกิจการสิ่งพิมพ์ คุณย่อมเห็นนิยายดีๆ ผ่านตามามากมาย และคุณปลิ้นปล้อนเก่งแบบนี้ คุณย่อมแต่งเรื่องเก่งแน่นอน” แฮกเซลตอกกลับแกรนด์อย่างไม่คิดจะสงวนน้ำใจ ฉับพลันดวงตาสีม่วงก็เห็นความเจ็บปวดผ่านแวบในดวงตาสีเขียวมรกตของอีกฝ่าย แต่พอเธอกะพริบตามองอีกครั้ง อารมณ์ในแก้วตาของช่ายหนุ่มก็หายไป จนเธออยากคิดว่าคงตาฝาดไปเอง

                หากประกายตานั้นกลับตราตรึงอยู่ในห้วงความคิดของเธอ เจ้าหญิงรู้ดีว่านั่นคือความรู้สึกแท้จริงของแกรนด์ที่เขายอมปล่อยออกมาจากการควบคุมเสี้ยววินาที

                ถ้าเขาปล่อยให้อารมณ์จริงๆ หลุดออกมาแบบนี้ได้ แสดงว่าการกระชากตัวตันที่แท้จริงของเขาออกมาก็ไม่ใช่เรื่องยาก

                ระหว่างที่แฮกเซลกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก เธอและเขาก็เดินมาถึงทางแยกที่จะไปยังตึกหลังกับทางแยกออกไปยังประตูฝั่งตะวันออก ยามที่เท้าของเจ้าหญิงประทับลงตรงทางแยก แกรนด์ก็เปรยลอยๆ

                “นี่คงไม่ชอบหน้ากระหม่อมมากล่ะสิ”

                แฮกเซลเลิกคิ้ว เหลือบตามองเสี้ยวหน้าของคนข้างตัวที่กำลังเบนตามองทิวทัศนแห่งเหมันต์กาล เหมือนเขาพยายามจะไม่สนใจเธอ

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เธอคงตอบว่า...ใช่ อย่างเต็มปาก หากทว่าเมื่อเห็นความอาดูรในแก้วตาสีพฤกษ แฮกเซลก็พูดคำนั้นไม่ลง

แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่เขาก็แสดงความเจ็บปวดออกมาจริงๆ

จู่ๆ แกรนด์ก็ถอนใจดังเฮือก

“เกิดเป็นแกรนด์ ฮีมิล เนี่ยลำบากจริงๆ เลยเนอะ ว่างั้นไหมแฮกเซลหน้าดำ” ปากว่าพลางเอามือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้างด้วยท่วงท่าสบายๆ จงใจโยนระเบิดลูกย่อมๆ กระตุกเส้นอารมณ์ทีเริ่มสงบของเจ้าหญิงให้เต้นยิก แบบที่แฮกเซลแสยะยิ้มเหมือนจะอยากจะแยกเขี้ยว ความเห็นใจเปลี่ยนเป็นการคิดบัญชีแค้นทันที

เอาล่ะ เธอจะโยนความเห็นใจทิ้งไปให้หมด เธอกับหมอนี่มันต้องไม่กินเส้นกันทั้งชาติ!

                “ยังเป็นผู้ชายที่พูดเพ้อเจ้อไม่เปลี่ยนเลยนะคุณฮีมิล” เสียงฝีเท้าจากทางฝั่งตะวันออกดังขึ้นพร้อมกับเสียงทักทายของบุรุษร่างสูง ผมสีน้ำตาลเข้มตัดสั้น และดวงตาสีเพลิงดุดัน เขาสาวเท้าคู่มากับชายหนุ่มร่างสูงผอมอีกคน

                “พูดคนเดียวก็ได้ด้วย” ชายผมน้ำตาลที่มาใหม่ว่าพลางกอดอก ดวงตาสีเพลิงดุดันเพ่งมองใบหน้ากวนประสาทของแกรนด์เขม็ง บ่งถึงความไม่กินเส้นกันอย่างแรงของทั้งคู่

                “มิได้ท่านกรินเดล ผมคุยอยู่กับเจ้าหญิงต่างหาก” แกรนด์หลิ่วตาให้หัวหน้าหน่วนจู่โจมที่ 3 ของเซเลส ก่อนจะถอยออกมาเพื่อเผยร่างระหงของเจ้าหญิงผู้งดงาม ท่ามกลางเสียงกลั้วหัวเราะจากชายผมขาวร่างผอม

                พอกรินเดลเห็นร่างบอบบางของเจ้าหญิง เขาจึงรีบโค้งตัวคำนับตามราชประเพณี พลางเอ่ยขอโทษด้วยถ้อยคำสุภาพ

                “กระหม่อมขอประทานอภัยด้วยเจ้าหญิงที่ไม่เห็นพระองค์ก่อน จึงได้กระทำเสียมารยาท เงียบได้แล้วมาร์คัส นี่นายชักจะหัวเราะมากไปแล้วนะ” ประโยคหลังเขาหันไปเอ็ดชายผมขาวที่ยังหัวเราะไม่หยุด แม้จะอยู่ในท่าทำความเคารพรัชทายาทก็ตาม

                “ก็ฉันอุตส่าห์สะกิดนายแล้วว่าแกรนด์ไม่ได้อยู่คนเดียว นายก็ยังปากโพล่งออกไป เฮ้อ” มาร์คัสยืดตัวขึ้น แล้วสยายยิ้มให้แกรนด์กับแฮกเซล “หวังว่าเจ้าหญิงจะไม่ถือโทษความไร้สาระของพวกกระหม่อม”

                แฮกเซลส่ายหน้าเบาๆ ปรายตาสำรวจชายสองคนตรงหน้าที่ยืนอย่างสง่างามตรงหน้าเธอ

                มาร์คัส เซเลส หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการสืบข่าวและกรินเดล เซเลส หัวหน้าหน่วยจู่โจมที่ 3 ของเซเลส...ไม่คิดเลยว่าได้มาเจอที่นี่

                ตามปรกติแล้วแฮกเซลไม่ค่อยจะพบทั้งสองบ่อยนัก เพราะพวกเซเลสเป็นคนที่อยู่ในความดูแลของพี่โรส เธอไม่อยากไปก้าวก่ายงานของพี่ให้มากนัก จึงมองอยู่ห่างๆ ส่วนมากเธอจะเจอสองคนนี้ตามงานเลี้ยง หรือการประชุมประจำปีเท่านั้น

                แต่เธอไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่า สองคนนี้สนิทกันขนาดนี้ และเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เป็นสิ่งที่แกรนด์ควรรายงานด้วย แต่ทำไมไม่เห็นจะมีบอกไว้เลย!

                “สวัสดีคุณกรินเดลและคุณมาร์คัส ไม่ได้พบกันเสียนาน ตั้งแต่งานเลี้ยงฉลองวันก่อตั้งประเทศแอตแลนตาร์สินะคะ อากาศหนาวๆ แบบนี้จะไปไหนเหรอคะ” เสียงหวานถามอย่างมีไมตรีจิต สืบเท้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มสองคนมากขึ้น

                “อ่อ กระหม่อมจะไปเอาเอกสารที่กรมวังหน่อยพ่ะย่ะค่ะ เผอิญกรินเดลเสนอตัวมาเป็นเพื่อน” มาร์คัสตอบอย่างสุภาพ

                “เช่นนั้นเอง” แฮกเซลพยักหน้าน้อยๆ พลางคิดว่าเป็นข้ออ้างที่พอฟังขึ้น และไม่แปลกเท่าไรที่จะเจอมาร์คัสและกรินเดล ด้วยข้ออ้างมาเอาเอกสารของกรมวัง เนื่องจากกรมวังเป็นเพียงกรมเดียวเท่านั้นที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานแห่งนี้

                ถึงตรงนั้น เสียงฝีเท้าของชายร่างเล็กผมน้ำตาลก็สืบเข้ามายืนประชิดแฮกเซลจากทางด้านหลัง พอเขามายืนตรงนี้ สายตาของกรินเดลก็แข็งกร้าวขึ้นเหมือนเจอคนที่เกลียดน้ำหน้ามากๆ ความชิงชังแผ่ซ่านออกมาแบบที่แฮกเซลคิดว่าถ้าเธอถอยออกไป และบอกว่าจะไม่เอาเรื่องที่จะชกต่อในเขตพระราชฐาน กรินเดลคงกระโจนใส่แกรนด์แน่ๆ

                “นายนี่สร้างศัตรูไปทั่วเลยนะ” แฮกเซลงึมงำใส่คนข้างหลัง ฝ่ายแกรนด์ก็หัวเราะหึๆ

                “คนหน้าตาดีแบบกระหม่อมก็เป็นอย่างนี้แหละ” เขากระซิบตอบเจ้าหญิง

                หลงตัวเองเป็นที่หนึ่ง...

                “ช่วงนี้ทำงานเหนื่อยไหมคะทั้งสองคน เห็นว่าตอนนี้เซเลสกำลังขาดคนมาก” แฮกเซลเลิกสนใจคนหลงตัวเองและขี้โอ่ด้านหลัง เธอโยนคำถามไปใส่สองหนุ่มที่หมายจะล้วงข้อมูล

                “ก็ยังไม่ได้ขาดมากขนาดนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ แค่ตอนนี้คนเข้ามาแทนรุ่นเก่าไม่ค่อยมี ดีที่ช่วงปีที่ผ่านมาคนเกษียณน้อย เลยยังไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะงานสายข่าว ใช่ว่าจะมาจับแล้วทำได้เลย ต้องใช้เวลาฝึก พวกเก่าแต่เก๋าน่ะดีกว่า พวกใหม่แต่ทำอะไรไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ แต่ของกรินเดลอาจจะลำบากหน่อย เพราะเขาต้องใช้คนเยอะ”

                “แค่หน่วยจู่โจมเล็กๆ ไม่ได้ลำบากอะไรมาก เรื่องจำนวนทหาร ท่านคิวเลสน่าจะปวดหัวเรื่องนี้มากกว่ากระหม่อมเสียอีกพ่ะย่ะค่ะ” กรินเดลตอบเสียงหนักแน่น เขาเบนหน้าหนีพยายามไม่มองหน้าคู่อริ

                มาร์คัสสังเกตเห็นอาการนั้นของเพื่อน จึงล้วงนาฬิกาพกขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ตตัวยาว เขามุ่นคิ้วหนา ก่อนเงยหน้ามองเจ้าหญิงและแกรนด์

                “อ่ากระหม่อมกับกรินเดลต้องไปแล้วมิเช่นนั้นจะสาย”

                “เจ้าหญิงพวกเราก็ต้องไปแล้วเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ สองโมงสี่สิบแล้ว” จู่ๆ แกรนด์ก็โพล่งขึ้น ดวงตาสีเขียวของเขาประกายแย้มยิ้ม ยามมองหน้าโกรธเกรี้ยวของกรินเดล เหมือนชายหนุ่มพยายามจะยั่วยุอารมณ์ของหัวหน้าหน่วยจู่โจมที่ 3

                “กระหม่อมขอตัวก่อน” ว่าแล้วกรินเดลก็ค้อมตัวพร้อมกับมาร์คัสก่อนจะเดินจากไปไวราวกับพายุ เพียงชั่วอึดใจแฮกเซลก็เห็นเพียงร่างไหวๆ ของทั้งสองมุ่งหน้าไปทางกรมวัง

                “แล้วพบกันใหม่น้า” เสียงของแกรนด์ดังแหวกอากาศหนาวเหน็บ ร่างของกรินเดลสะดุ้งนิด เหมือนไม่อยากได้ยินเสียงของเจ้าหนุ่มคนนี้

                เฮ้อ คนบ้าอะไรถึงได้กวนคนได้เก่งขนาดนี้

                แฮกเซลเหนื่อยใจกับแกรนด์นัก หญิงกอดอก พร้อมกับหรี่ตาลง แล้วพูดเสียงเขียวกับแกรนด์ที่วันนี้ชักเล่นสนุกเกินไปแล้ว

                ขี้โอ่ หลงตัวเอง เล่นเป็นเด็กแบบนี้ ไม่รู้พี่โรสเอามาเป็นผู้ช่วยได้ยังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม เฮ้อ

                “ไปหาพี่โรสกันได้แล้วล่ะคุณแกรนด์ ฮีมิล”

                “พ่ะย่ะค่ะ แฮกเซลหน้าดำ” เสียงนุ่มเริงร่าว่า

                “...” ถึงตรงนี้ แฮกเซลถึงกับหลับตาข่มอารมณ์ไม่อยากต่อปากต่อคำกับแกรนด์อีกแล้ว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. #1306 reserection (@deva_dew) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 01:06
    ตาแกรนท์นี่ชักแหม่ง ๆ อะ  มันจะมีอะไรอีกไหมเนี่ย  โรซาเรียน่าสงสารตายเลย  แฮกเซลก็ตาต่อตาฟันต่อฟันจริง ๆ
    #1306
    0
  2. #1295 แมวคุง (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 22:19
    ชอบจัง แฮกเซลหน้าดำ ห้าๆๆๆๆ น่ารักอ่ะคู่นี้ >___<



    ปล. คิดถึงท่านฮาว์ลแล้วค่าาาาาาา T__T
    #1295
    0
  3. #1291 alittledog (@alittledog) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 17:56
     สองตอนรวดเลยหรอค่ะ
    จะว่าไปน่าสงสารคุณน้องนะค่ะ เป็นหวัดงอมแงม ขณะที่พี่สาวซนได้เรื่อยๆ
    สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้าด้วนะค่ะ
    #1291
    0
  4. #1288 som1313 (@som1313) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 13:18
    อ่า อัพสองตอนรวดเลยดีใจจังค่ะแล้วก้สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้าค่ะ อยากอ่านตอนอควาออกงานโรงเรียนเร็วๆจังเลยค่ะ
    #1288
    0
  5. #1287 nook (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 23:53
    ว้าว....อัพสองตอน สุขสันวันเกิดล่วงหน้านะคะ ของให้มีความสุขค่ะ
    #1287
    0
  6. #1286 neschan (@netsu) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 23:05
    แกรนด์เป็นคนทรยศรึเปล่าอ่ะ
    ถ้าใช่สงสัยว่าจะมีเหตุผลจำเป็นแน่ๆเลย
    #1286
    0
  7. #1283 PRanG Thai Circle (@mapringgang) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 20:39
    ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร
    อยากอ่านแต่บทหวานของอควากับเทรซ

    สงสัยว่าแกรนด์นี่มันต้องมีอะไรซักอย่างแน่เลย
    #1283
    0
  8. #1281 อัคนิรันดร์ (@quietear) (จากตอนที่ 131)
    วันที่ 15 เมษายน 2554 / 17:32
    อ่า...สองคนนี้คงต้องเจอเหตุอะไรแรงๆก่อนมั้งคะถึงจะเลิกกัดกัน - -;
    อืม...ไม่ใช่ว่าลำนำภูตานี่...จะมีเบื้องหลังอะไรประมาณ...ให้เฉพาะเชื้อพระวงศ์กับคู่หมั้นร้องนะคะ
    (ว่าเข้าไปนั่น...) แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็อยากจะเห็นหน้าเทรซจังเลย
    อย่าลืมไอริสนะคะ   เดี๋ยวพี่จะโดนฮาวล์เล่นเอา...
    ท่านเจ้ากรมยืนค้ำหัวพี่อยู่แน่ะ
    #1281
    0