Silver night อภินิหารมังกรราตรีสีเงิน (จบแล้ว พักการรีไรต์)

ตอนที่ 142 : ตอนที่ 31 เคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1911
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    17 มิ.ย. 54

             อัพซะดึกเลยวันนี้ ขอไม่ตอบเม้นท์ นะคะ เพราะจะไปปั่นดีแลนต่อ รู้สึกได้ถึงสายตาเย็นเยือกจากมังกรน้ำทิ่มแทงเป็นระยะๆ (นายไปฝึกมาจากเดเร็กหรือไงกัน...)

              ตอนนี้นิยายเรื่องนี้ก็ถึงจุดเข้มข้นแล้ว คอยดูกันค่ะว่าทุกคนจะพาตัวแจสมินและอควากลับมาได้ยังไง!

              อีกเรื่องคือ สัปดาห์นี้อัพสองตอน เพราะเป็นวันเกิดของน้องไอซ์ สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะ!

                                                                          ...................................................

                “แกรนด์เธอเคยมาบ้านพี่ชายกี่ครั้ง”

                เสียงถามจากดัชเชสเซเลสส่งถึงคนขับรถที่พาเธอมายังบ้านของหัวหน้าขบวนการ ระหว่างที่รอคำตอบโรสก็ออกปากถามสถานการณ์แก่หน่วยจู่โจมที่ซุ่มอยู่รอบบ้านหลังนั้นทางพ็อกเก็ตโฟน พอสอบถามกันจนเสร็จหญิงสาวก็วางสาย และพลันแกรนด์ก็พูดขึ้น

                “อ่า ประมาณเจ็ดครั้งครับ โดนจับโยนออกข้างนอกทุกรอบ”

                “แล้วรู้แปลนบ้านพี่ชายไหม”

                แกรนด์ถอนใจดังเฮือก

                “ท่านโรซาเลียครับ ถามเหมือนเจ้าหญิงเลย ผมน่ะอาจจะให้คนสืบเรื่องครอบครัวแต่ไม่ได้โรคจิตอยากไปรู้เห็นถึงแปลนบ้านนะครับ”

                “ก็เผื่อรู้” โรสยิ้มซุกซน “แฮกเซลบอกฉันว่าเธอชอบทำอะไรประหลาดๆ”

                “ใส่ความกันเข้าไปครับ ผมรู้แค่ว่าบ้านพี่เห็นมีสองชั้นน่ะ มีชั้นใต้ดินขนาดใหญ่อีกชั้น แต่ไม่รู้หรอกนะครับว่ามีกี่ห้อง แล้วนี่พอไปถึงเราจะโจมตีเลยใช่ไหมครับ แบบไม่ให้เขารู้ตัว”

                “ใช่แล้วล่ะแกรนด์ เราจะได้ลดการปะทะของทั้งสองฝ่าย” โรสตอบตามตรง ดวงตาสีชมพูเหลือบมองนิ้วชี้มือขวาที่ถือพวงมาลัย “แหวนนั่นเธอไม่ถอดหรือ”

                “หืม อ่อไม่ครับ ก็ท่านโรซาเลียให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดผมนี่นา ถ้าไม่เปิดเครื่องดักฟังกับเครื่องติดตามมันก็แหวนธรรมดา อีกอย่างผมชอบมรกต” แกรนด์พูดเสียงร่าเริง ปกปิดความเจ็บปวดของตนไว้จนมิด

                โรสระบายยิ้มเบือนหน้ามองภาพนอกกระจกรถ พลันเสียงพ็อกเก็ตโฟนก็ดังขึ้น มันเป็นเสียงข้อความเข้า โรสรีบเปิดหน้าปัดพ็อกเก็ตโฟนออกและกดอ่านข้อความ

                โรสนิ่งไปสักครู่ ก่อนออกคำสั่งกับแกรนด์ที่กำลังเอื้อมมือจะเปิดวิทยุฟังเพลง

                “เราต้องระงับคำสั่งโจมตีก่อนแกรนด์ แจสมินกับอควาถูกจับตัวไป”

                                                                                       ..........................

                ดวงตาสีน้ำเงินคู่งามลืมขึ้นท่ามกลางแสงตะวันเรื่อ เขารู้สึกเหมือนมีคนมากดตรงจุดชีพจรหลายจุด การกดนั้นเป็นไปด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ ในที่สุดชายหนุ่มก็ได้สติ เขาลืมตาขึ้นพร้อมหายใจออกอย่างติดขัดอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำเงินกลอกไปมาอย่างน่ากลัว

                “ทุกคนถอยไปครับ ผมจะขับเลือดให้ออกมาจากทวารปากเขา” เสียงคนกดจุดว่า พลันเขาก็กดตรงจุดนั้น ความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างพุ่งขึ้นในตัวปะทุขึ้นในร่างคนได้รับการรักษา ไม่นานเขาก็กระอักเลือดเสียออกมารวมทั้งพิษในกระแสเลือด

                หัวทุยสีดำพับลงกับอกอย่างอ่อนแรง พลันก็มีมือหนาของใครมาประคองตรงบ่าเขา พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนห่วงใย

                “เทรซลูก ลูกเป็นยังไงบ้าง”

                “ดีขึ้นแล้วครับพ่อ” เทรซลองหายใจเข้าออกเป็นจังหวะ ซบหน้าลงกับบ่ากว้าของพ่อ เขาปรือตามองชายผมแดงที่ถอยห่างออกไป บนเสื้อสีขาวสเว็ตเตอร์นั้นมีเลือดของเขาติดอยู่

                “ขอบคุณครับท่านรูฟัส”

                “ไม่เป็นไร แล้วนี่ดีขึ้นแล้วใช่ไหม” ว่าที่เดเมดลีนถาม ดวงตาสีน้ำเงินพิจารณามองสภาพขององครักษ์อีกครั้งอย่างที่หมอพึงทำ “พูดตามตรงว่าตอนตรวจอาการนาย นายโดนเล่นซะหนักเลยล่ะ ทั้งพิษสั่งอาการ ทั้งตอนกระแทกตามจุดชีพจรสำคัญๆ แสดงว่าคนที่เล่นงานนายต้องมีความรู้ทางกายวิภาคกับเรื่องยาพิษพอสมควรเลย ไม่สิต้องบอกว่ารู้ลึกมากต่างหาก ยาพิษสั่งอาการเป็นยาพิษที่ปรุงยากและมีส่วนผสมมากที่สุดชนิดหนึ่ง อีกทั้งต้องสละเลือดของตนลงไปเพื่อปรุงยานั่นด้วยและใช้เวทเฉพาะคุมอุณหภูมิไฟที่ปรุง ว่าไงดีละเป็นคนแบบที่ไม่ธรรมดา ไม่คิดว่ามีอยู่บนโลก อีกอย่างฉันก็นึกว่าจะกดจุดช่วยนายไม่ทันซะแล้ว”

                “ถ้ากดจุดช่วยไม่ทัน” เทรซถามค้าง เขาคิดต่อในใจ

จะเกิดอะไรขึ้น

                “นายจะหลับไปอย่างน้อยก็หนึ่งสัปดาห์ หลับเป็นเจ้าชายนิทราเลยล่ะ” รูฟัสตอบตามตรง “หนึ่งอาทิตย์เป็นเวลาที่มากโขสำหรับพวกคนร้ายที่จะกันไม่ให้นายไปช่วยอควาหรือแจสมิน”

                “แล้วทุกคนมาที่นี่ได้ยังไง” เทรซถาม และเขาก็ได้รับคำตอบ ยามเห็นตุ้มหูอความารีนของนายหญิงมือของดาร์เรน

                “พี่ทิ้งนี่ไว้ เราคิดว่าพี่คงทิ้งไว้ให้เราแกะรอยสัญญาณ ให้มารู้เรื่องและช่วยพี่เทรซ เพราะพี่กดตรงที่อความารีนสามครั้งเพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปหาท่านแม่และท่านพ่อ แต่น่าเสียดายที่เรามาช้าไป”

                “เจ้าหญิง” เทรซพูดเสียงสั่น

                เขาปกป้องเจ้าหญิงไว้ไม่ได้...

                “เป้าหมายมันไม่ใช่อควา ตอนนี้คงพอวางใจว่าน่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง” อัลเดินเข้ามาพร้อมกดตัดการสนทนาที่นาฬิการูปพ็อกเก็ตโฟนตรงมือซ้าย “ฉันส่งข้อความบอกโรสเรื่องนี้แล้ว อีกไม่นานเดเร็กกับเซดริกก็น่าจะมาถึง”

                “เราต้องไปช่วยเจ้าหญิงกับแจสมินนะครับ” เทรซทะลึ่งตัวขึ้นอย่างยากเย็นโดยมีพ่อคอยประคอง ดวงตาสีน้ำเงินประกายแสงเจิดจ้าราวกับบอกว่า ร่างกายบาดเจ็บแค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก

                พั่บ

                มือหนาข้างหนึ่งตบลงที่ไหล่หนา เร่งให้ร่างนั้นทรุดนั่งกับพื้น นาทีต่อมาร่างสูงผมดำก้าวออกมาจากหลุมดำ ตามด้วยชายผมเงินที่มีสีหน้าขึ้งเครียด

                “ร่างกายเธอไม่ไหวแล้วนะเทรซ ฉันแค่ตีเบาๆ ยังล้มพับ” เดเร็กดุ เขาทอดมองชายหนุ่มผู้ไม่เจียมสังขารตัวเองด้วยสายตาเย็นเยียบ “ก่อนต่อสู้ต้องประเมินกำลังของทั้งตนและศัตรู ฉันคิดว่าท่านฮันนิบาลคงเคยสอนเธอมาบ้างนะ”

                “ครับ” เทรซก้มหน้า “แต่ไม่ว่ายังไงผมต้องช่วยสองคนนั้นนะครับ”

                “คนที่บาดเจ็บเอาไปด้วยรั้งแต่จะเป็นตัวถ่วง เธอน่ะเพิ่งทำหน้าที่พลาดมาไม่ใช่หรือไง” มหาเวทรัตติกาลพูดเสียงเย็นชา ดวงตาสีเงินยวงแผ่ความเย็นออกมาจนทุกคนสันหลังวาบ ถ้าเป็นคนอื่นคงต้องหลบสายตาพิฆาตของเดเร็กไปแล้ว เทรซเองถ้าเป็นยามปรกติคงก้มหน้ายอมรับตามจริง แต่ในเวลานี้ เวลาที่เขาปล่อยให้เจ้าหญิงตกอยู่ในอันตราย ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาหวาดเกรงหรือคิดอะไรทั้งสิ้น นอกจากช่วยเจ้าหญิง!

                “แต่เพราะผมทำงานพลาด ผมจึงต้องแก้ไขมันด้วยตัวเองนะครับ!” องครักษ์แห่งเจ้าหญิงตอบเดเร็ก “ผมมั่นใจว่าผมจะทำตัวมีประโยชน์ได้”

                “ยังไงล่ะ” เซดริกกอดอก “สู้ก็ไม่ได้ ที่อยู่ของลูกกับหลานฉันเธอยังไม่รู้เรื่อง เธออยู่เฉยๆ ดีกว่า ไว้พวกฉันจะจัดการเอง”

                “ผมรู้นะครับที่อยู่น่ะ” เทรซพูดอย่างมั่นใจ

                พลันทุกคนก็มุ่งความสนใจมากที่องครักษ์หนุ่ม ผู้ค่อยๆ ยืนขึ้น เทรซกัดฟันสะกดอาการบาดเจ็บภายใน ก่อนกวาดตามองทุกใบหน้าในที่นั้น

                ชายหนุ่มก้มหัวคำนับ วินาทีนั้นเส้นผมสีดำก็เปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินไล่ตั้งแต่โคนจรดปลาย เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าที่แก้มขวามีตัวอักษรภาพอยู่

                “ตราบเท่าที่เจ้าหญิงอยู่กับแจสมิน ผมจะรู้ที่อยู่ของทั้งคู่” เขาว่า ยกมือขึ้นด้านหน้า ปากขมับร่ายเวทจนปรากฏวงเวทด้านล่างฝ่าเท้าของเขา วงเวทตอนแรกหดแคบอยู่ที่เคยปลายเท้า ก็พลันขยายวงออกล้อมร่างทุกร่างและกระจายออกจนไม่เห็นขอบวง ตัววงเวทหมุนวน และบังเกิดระลอกน้ำไหลเวทในวงเวทนั้น จนในที่สุดก็ปรากฏภาพร่างของหญิงสาวทั้งสองนอนหมดสติคู่กันอยู่บนเตียงใหญ่ ในห้องนอนห้องหนึ่ง

                อัลเบิกตากว้างเมื่อเห็นเวทนี้...เวทวารีสะกดรอย เวทที่บอกตำแหน่งของคนที่ติดตามโดยอาศัยความเชื่อมโยงของคนทั้งสอง ในกรณีนี้อัลคิดว่าองครักษ์คนนี้คงใช้เลือดในการผูกพันธะ เพราะมันเป็นสื่อที่จะให้พลังมากที่สุด และถ้าคิดจากที่เทรซผูกพันธะตัวแทนกับอควาไว้แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยหากเขาผูกพันธะนี้กับอควากับอีกหนึ่งพันธะ

นี่เป็นคำตอบว่าทำไมพอเธอส่งเทรซไปตามหาอควาที่เที่ยวเล่นซน ชายหนุ่มถึงตามไปเจอเจ้าหญิงน้อยทุกรอบ...

                “พวกเขาอยู่ที่บ้านเลขที่ 20/87 ถนนเพกาซัส เขตกรีนวิล เมืองวิริเดี้ยนครับ” เทรซพูด เขาหลับทำเพ่งสมาธิอีกครั้ง “อยู่ในห้องนอนทางปีกตะวันตกชั้นสอง

                พลันอัลก็โบกมือดับเวทติดตามของเทรซ เธอมองชายหนุ่มวูบลงในอ้อมแขนของพ่อ สีหน้าซีดเซียวจนเหมือนกระดาษ เขาใช้พลังเกินตัวเสียแล้ว

                “ดูเหมือนจะเป็นบ้านของกรินเดล เซเลสนะ ไม่ผิดตัวจากที่สงสัยเลย” เซดริกพูดลอดไรฟัน

องค์ราชินีเบือนหน้ามองดยุคลากูลเนต ดวงตาสีแดงและดวงตาสีเงินประสานกัน

“แค่นี้เปิดหลุมดำเคลื่อนย้ายได้ไหม”

                “ได้ รู้พิกัดจากเวทเมื่อกี้แล้ว ฉันจะรีบไปให้เร็วที่สุด” เดเร็กตอบ มือของเขาวาดหลุมดำหลุมหนึ่งขึ้นมา จากนั้นจึงเดินไปที่หลุมดำพร้อมกับเซดริก รูฟัสเองก็ทำท่าจะขอตามไป ซึ่งเดเร็กก็ไม่ห้ามอะไร

                “เดี๋ยว ให้เทเรซไปด้วย” อัลโพล่งขึ้น ดวงตาสีแดงจ้องแผ่นหลังของสามีไม่วางตา ทำให้เดเร็กชะงักกึก

                “เขาบาดเจ็บ” เสียงเย็นว่า

                “แต่เขาสมควรไป” อัลเลิกคิ้วสูง “ให้เขาไปด้วยนี่เป็นคำสั่ง”

                พอได้ยินคำสั่ง เทรซก็เดินเข้าไปหาเดเร็กอย่างรวดเร็ว เขาคำนับดยุคหนุ่มซึ่งทำให้เดเร็กต้องส่ายหัวอ่อนใจกับความดื้อดึง ก่อนจะเดินลงไปในหลุมดำบนพื้น ตามด้วยเซดริกและรูฟัส ส่วนเทรซเดินรั้งท้าย

                จังหวะที่องครักษ์หนุ่มจะเดินลงไป เสียงหวานขององค์ราณีก็กังวานชัด

                “ฉันชักสงสัยแล้วสิว่าเธอใช้เวทภูตผูกไว้กับลูกฉันกี่บท” อัลเปรยขึ้น เธอไม่ได้หวังให้คนโดนถามตอบคำถามนี้ หากแต่อยากให้ฉุดคิดบ้าง “เทรซ แม่ของเธอฝากเธอไว้กับฉันนะ เราสองคนเป็นเพื่อนรักกัน ฉะนั้นฉันไม่อยากเห็นเธอบาดเจ็บ ไม่ว่าเมื่อไรและไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงจำไว้ว่าการปกป้องมิได้หมายถึงต้องยอมตายแทนกัน”

                เทรซพยักหน้ารับ และแล้วเสียงกังวานขององค์ราชินีก็ดังขึ้นอีกครั้งยามที่ร่างของเขาโดนดูดลงหลุมดำเกือบมิดหัว จนอีกฝ่ายไม่อาจทราบว่าเขาได้ยินข้อความที่เธอพูดหรือไม่

                “แต่การปกป้องคือ การพยายามเอาชีวิตรอดออกมาร่วมกันต่างหาก”

                นัยน์ตาสีเพลิงมองพื้นหินที่เคยมีหลุมดำอยู่ บัดนี้มันกลับกลายเป็นเพียงพื้นหินทรายธรรมดาๆ เท่านั้น อัลถอนใจเบาๆ ปรายตามองตุ้มหูอความารีนในมือของลูกชาย

                “ท่านแม่จะทำอย่างไรต่อครับ”

                “ราชินีริเวเทียจะออกหน้ากับเรื่องนี้มากไม่ได้ มันจะส่งผลต่อทางการเมืองด้วย” อัลส่ายหน้าช้าๆ “เห็นทีแม่จะต้องเป็นฝ่ายสนับสนุนอยู่ข้างหลังเสียแล้ว”

                ดาร์เรนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แม้ในใจจะรู้สึกไม่สบายใจเท่าไรนัก

                                                                           .............................................

                แพขนตาหนากระพือขึ้นลงช้าๆ เพื่อปรับแสงในคลองจักษุ ไม่นานภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ชัดแจ่มกระจ่าง มันคือ เพดานฝ้าสีขาวของห้องขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อกวาดตามองไปรอบๆ เห็นการตกแต่งของห้องห้องนี้ หญิงสาวก็ลงมติว่ามันเป็นห้องนอนส่วนตัวของใครบางคน

                เส้นผมสีเงินของท่านหญิงระกับใบหน้าของหญิงสาวผมฟ้าที่นอนบนเตียงเดียวกัน ดวงตาสีชมพูมองใบหน้าหลับสติของพี่สาว ก่อนจะแย้มยิ้มบาง เมื่อรู้ว่าอควายังกอดเธอไม่ยอมปล่อย

                เปลือกตาบางของอควาเริ่มกะพริบ นาทีต่อมาดวงตาสีเงินก็ลืมขึ้นสบดวงตาสีชมพู

                “แจสมินเป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนรึเปล่า” คำถามแรกที่ดังจากปากเจ้าหญิงไม่ได้ห่วงตัวเองแม้แต่น้อย ทำเอาแจสมินน้ำตารื้น

                “ไม่เป็นอะไรค่ะ อควาล่ะ เจ็บมากไหม” แจสมินเม้มปาก

                อควาส่ายหัว ยกมือจับต้นแขนที่บาดเจ็บตอนนี้มันมีผ้าพันแผลพันไว้เรียบร้อย

 “ฉันเจ็บน่ะไม่เท่ากับเทรซโดนหรอก เห็นอาการตอนนั้นก็รู้ หมอนั่นคงเจ็บแทบตาย”

                แจสมินพยักหน้าเห็นด้วย เธอเอื้อมมือกอดพี่สาว ทั้งคู่กระซิบถามกันว่าจะเอายังไงต่อไปดี ปากท่านหญิงก็พร่ำบอกว่า...ท่านพี่ต้องมาช่วยๆ...กับอควาตลอด ตอนนั้นเองประตูห้องนอนก็เปิดออก เผยร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยเสื้อกั๊กลายหมากรุก เขาสวมกางเกงสเลคสีน้ำตาลเข้ม เครื่องแต่งกายทุกอย่างบ่งถึงความเป็นผู้ดี

                อควารีบลุกขึ้น เธอเอาตัวเองบังแจสมินพร้อมกับเผชิญหน้ากับผู้บุรุก หากแต่อีกฝ่ายกลับยิ้มละไม

                “รู้สึกตัวแล้วหรือครับ”

                แจสมินเยี่ยมหน้าออกมามองคนมาเยี่ยม เขาดูไม่คุ้นตาเลยเมื่อใส่ชุดนี้ ผมสีแดงถูกรวบไว้กลางหลัง รูปร่างก็สูงโปร่งไร้สัดส่วนโค้งเว้าและไม่มีหน้าอกอันแสดงถึงเพศหญิง

                แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่า ความจริง ซีบิล แคสเชอร์เป็นผู้ชาย!

                “นายสินะตัวสายสืบที่คอยรายงานความเคลื่อนไหวของเรา” อควาแยกเขี้ยวใส่ซีบิลไม่เหลือความเป็นมิตรแม้แต่น้อย “ฉันเองก็สงสัยเหมือนกันว่าต้องมีสายรายงานอยู่ใกล้ตัวเราแน่ แต่ไม่คิดเลยว่าคนคนนั้นจะปลอมตัวมา” พูดไปดวงตาสีเงินก็มีหยาดน้ำตาคลอเบ้า แก้วตาสีจันทราสะท้อนภาพชายหน้าสวยตรงหน้า

                แค่ผู้ชายปลอมตัวมาเป็นผู้หญิงยังไม่เท่าไร ยังพอรับได้ แต่ศัตรูปลอมตัวมาเป็นเพื่อนมาหัวเราะ มาคุยกับเธอ มายิ้มให้เธอนานหลายเดือน เธอรับไม่ได้!

                “นายน่ะรู้จักกับเบล แม็กกี้ อาร์ชิบอลมาก่อน เคยอยู่โรงเรียนเดียวกัน หรือว่านายปลอมตัวตั้งแต่ตอนนั้น ทำไมพวกนั้นถึงไม่รู้” เจ้าหญิงถาม

                ซิบิลขยับยิ้ม มองหญิงสาวทั้งสองอย่างขบขัน

                “ก็รู้จักกันตอนมัธยมศึกษาปีที่สาม เทอมปลาย ไม่แปลกหรอกครับที่จะไม่รู้ เพราะผมไปเรียนที่นั่นเพื่อขอแค่ใบจบการศึกษาภาคต้นในนามของนางสาวซีบิล แคสเชอร์”

                “นาย นายหลอกแม้กระทั่งเพื่อนสนิทนาย!” อควาประณาม

                “ครับ ผมหลอกพวกเขา แต่พวกเขาก็ไม่ใช่เพื่อนสนิทผมสักหน่อย ก็แค่คนที่ยื่นมือมารับผมเข้ากลุ่ม นึกว่าผมเป็นเพื่อน มันก็แค่นั้น” ซีบิลยกมือลูบคาง หรี่ตาลงจนน่ากลัว “ที่จริงความรู้ของผมน่ะ หากสอบเทียบก็คงเป็นระดับมหาวิทยาลัย และหากสอบเทียบในมหาวิทยาลัยเวทมนตร์เซพาตรา ผมก็คงจบการศึกษาสาขาปรุงยาไปเรียบร้อยแล้ว อาจได้เดเมดลีนขั้นต้นด้วยซ้ำ ใช่ความรู้ของผม มันไม่ได้เสมอกับคนทั่วไปในวัยเดียวกัน ก็เหมือนกับคุณนั่นแหละ อควาริน่า กัวมาริแนร์ เจ้าหญิงแห่งริเวเทีย”

                อควาสะอึกกับคำเรียกหานั้น

                “นะ นายรู้”

                “คิดว่าแผนนี้เขาวางกันมาเท่าไรแล้วครับเจ้าหญิง แผนนี้น่ะมีทั้งการสืบข่าวอย่างดี คิดหรือว่าพ่อของผมจะไม่สืบว่าใครเป็นญาติของแจสมินบ้าง” พูดจบดวงตาสีเขียวก็ชำเลืองมองดวงหน้าหวานของคนผมเงิน “แล้วก็พบว่าเครือญาติของเธอน่าสนใจจริงๆ เป็นทั้งญาติกับราชสกุลริเวเทีย และตัวเธอเองยังสืบเชื้อสายของแอตแลน”

                แจสมินทำตาโต เมื่อชายคนนี้พูดความลับของแม่

                “เรื่องนี้คนระดับสูงของเซเลสรู้กันหมดแหละครับว่า ดัชเชสเซเลสคนปัจจุบันคือ เจ้าหญิงผู้ไม่จารึกนามแห่งแอตแลน” ซีบิลผายมือ

                “แม้รู้ว่าท่านกลาดิโอลัสจะยื่นมือเข้ามาหากหลานสาวเขาเป็นอะไร นายก็ไม่หวั่นหรือไง” อควาถาม

                “ท่านตาต้องไม่อยู่เฉยแน่ค่ะ” แจสมินเอาบ้าง ดวงตาสีชมพูวาววับด้วยหยาดน้ำ

                ซีบิลปิดประตู เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้หญิงสาวทั้งสอง ดวงตาสีเขียวแย้มยิ้มจนอควาและแจสมินเกือบคลายความระวังตัว

                “ก็ไม่ได้จะเป็นอะไรมากสักหน่อยนี่ครับ แค่ขอเลือดไปประกอบพิธีอย่างเดียวเอง”

                “ฉันไม่ให้ค่ะ!” ท่านหญิงกำมือแน่น “คุณจะปลุกคำสาปเสื่อมสลายนั้นขึ้นมาหรือ คำสาปนั้นสมควรสูญไปแล้ว คำสาปที่น่ารังเกียจนั่นน่ะ!

                “แล้วเพราะคำสาปที่น่ารังเกียจนั่นไม่ใช่หรือที่ปกป้องราชวงศ์แอตแลนอยู่!” ซีบิลตวาด

                แจสมินนั่งเงียบไป ส่วนอควาหรี่ตาลง มองชายผมแดงที่ทำหน้าปั้นยาก เขาคงตกใจที่ตวาดท่านหญิงไปเมื่อครู่

                “แล้วนายอยากได้พลังนั้นมาอยู่กับตัวเหรอ คำสาปเสื่อมสลายน่ะ” เสียงหวานถามชายหนุ่ม

                “แน่นอนครับ”

                “แสดงว่านายยังไม่มี” อควายิ้มกว้าง ดวงตาสีเงินประกายวาววับ “งั้นเอาล่ะ!

                พูดจบอควาก็กางมือเรียกสายน้ำรุนแรงมาพุ่งใส่ซีบิล ชายหนุ่มโดนมันเข้าไปเต็มๆ เขาสำลักค่อกแค่กเปิดโอกาสให้อควาคว้ามือแจสมินแล้วพาวิ่งออกไปทางประตู เจ้าหญิงบังคับจิตไม่ให้น้ำนั้นหยุดโจมตีซีบิล เธอสามารถบังคับน้ำได้ไกลถึงห้าเมตร นั่นเพียงพอให้เธอหนี

                หากเสียงนี้ไม่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงน้ำไหล

                “อควาริน่าครับ ขาคุณไม่มีแรงเนื่องจากกลายเนื้อเป็นอัมพาต”

                “อะ” อควาร้อง ร่างของเธอเซถลากลิ้งขลุกๆ กับพื้น โดยดึงแจสมินล้มไปด้วย

                “อควาคะ อควา!” แจสมินเขย่าอควา เธอเห็นว่าอควาตีขาแรงๆ หลายครั้ง

                “ขาฉัน ขาฉันไม่รู้สึกอะไรเลยแจสมิน!” อควาร้องลั่น พลันเธอก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา ชายผมน้ำตาลร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินตรงมายังพวกเธอ พร้อมกับคนอีกหลายคน

                อควาพยายามยกขาแต่ไร้ผล ทันใดนั้นเสียงซีบิลก็ดังขึ้นอีกครั้ง

                “คุณอควาริน่าครับ ความดันโลหิตคุณต่ำจนหมดสติครับ”

                แล้วอควาก็หมดสติโดยสมบูรณ์

                                                                               .................................

                ซีบิลเดินออกมาจากห้องนอนโดยมีสภาพเนื้อตัวเปียกโชก ผมสีแดงเปียกลู่ใบหน้าหวานที่ปรกติชวนมองไม่วางตา แต่แจสมินกลับไม่อยากมองใบหน้าของซีบิลตอนนี้เลย ท่านหญิงค้อมตัวเหนืออควาดุจจะปกป้องร่างที่หมดสตินั้น ดวงตาสีชมพูประกายโกรธเกรี้ยวอย่างที่ซีบิลไม่เคยเห็นมาก่อน รังเกียจและโกรธเขาจากใจจริง

                “ตราบใดที่พิษยังขับจากร่างกายไม่หมด ร่างกายของพวกคุณก็จะมีอาการตามคำสั่งของผม หลังดื่มยาพิษพวกคุณยังไม่ได้เข้าห้องน้ำ เหงื่อก็ออกแค่นิดเดียว พิษยังอยู่ในตัวของคุณแน่ครับ แจสมินครับ ถ้าคุณไม่อยากให้อควาพิการตลอดชีวิตกรุณาหลีกครับ”

                พอแจสมินได้ฟังคำอธิบาย เธอก็กระถดตัวให้ซีบิลก้มลงพูดกรอกหูของพี่สาว ซึ่งเธอหวังว่าเขาจะบอกให้อควากลับมาเป็นปรกติ แข็งแรงดังเดิม

                “พ่อไม่คิดว่าเราจะจัดการอะไรอืดอาดแบบนี้ซีบิล” เสียงชายผมน้ำตาลว่า “แค่ไปเอาตัวลูกของโรซาเลียมา นานถึงเพียงนี้เลยหรือ”

                “มีเรื่องที่ต้องคุยนิดหน่อยครับ” เขาตอบ “ผมได้ยินว่าดัชเชสเซเลสล้อมที่นี่ไว้”

                ท่านแม่อยู่ที่นี่แล้วหรือคะ...แจสมินใจชื้นขึ้นมาก หลังได้ยินคำพูดของซีบิล

                “ล้อมก็ล้อมไป เรามีลูกของหล่อนกับหลานอยู่ไม่เป็นอะไรแน่นอน หล่อนไม่กล้าออกคำสั่งบุกเข้ามาในนี้สุ่มสี่สุ่มห้าแน่นอน”

                “มีแค่ลูกก็พอครับ ปล่อยอควาไปเถอะ” ซิบิลลองขอ

                “ไม่ มีตัวประกันสองคนย่อมดีกว่าคนเดียว” ผู้เป็นหัวหน้าใหญ่อธิบาย ก่อนจะออกคำสั่ง “จัดการเธอซะ”

                แล้วซีบิลก็หันมาทางแจสมิน เธอมองหน้าเขาอย่างตื่นๆ เขาพึ่งได้รับคำสั่งให้จัดการเธอ เขาจะทำอย่างไรกับเธอล่ะ!

                “หนังตาคุณหนักมากครับแจสมิน คงดีกว่าถ้าคุณจะหลับผักผ่อน” เสียงนุ่มของซีบิลว่า

                ไม่นะ...

แจสมินคิดได้แค่นั้น ก่อนที่ร่างของเธอจะล้มลงทับร่างของอควา ท่ามกลางสายตาของเหล่าศัตรูที่กระหยิ่มยินดีที่แผนการกำลังจะสำเร็จ

                “ซิบิลไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ” คนบอกกับลูกชาย “แล้วไปนั่งอ่านหนังสือในห้องต่อได้แล้ว”

                “แต่ว่าผมอยากเข้าพิธีด้วย” ซีบิลวอนขอ

                “ไม่ได้ เราไม่ได้มีความรู้สึก...เอิ่ม ที่สำคัญอย่างที่พ่อกับคนอื่นๆ มี ไปอาบน้ำ อ่านหนังสืออย่างที่เราชอบทำซะ ไว้เสร็จเรื่องคำสาปนั่นก็จะมาหาพลังของเราเอง เราก็เป็นเซเลสคนหนึ่งนะ ยังไงก็ได้อยู่แล้ว”

                พอสั่งลูกชายเสร็จ ชายร่างใหญ่หันไปออกคำสั่งกับผู้ติดตามคนหนึ่ง ชายคนนั้นคือ วิสเลอร์

                “พาลูกของโรซาเลียไปเปลี่ยนชุดแล้วพาไปห้องทำพิธี ส่วนเจ้าหญิงให้ไว้ห้องนี้ตามเดิม”

                “ครับท่านกรินเดล”

 

                โรสยืนละล้าละลังอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่สูงสองชั้นของ กรินเดล เซเลส ใจของเธออยากจะบุกเข้าไปในนั้นให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดอยู่ที่ลูกและหลานสาวอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้น หากพวกเขาจับเธอเป็นตัวประกันขึ้นมาจะทำอย่างไร

                ที่เลวร้ายที่สุดก็คือ พวกเขาอาจจะฆ่าอควาและแจสมิน จากที่โรสซักถามแกรนด์เกี่ยวกับนิสัยของกรินเดล เป็นไปได้สูงว่าเขาจะทำแบบนั้น

                “พี่เป็นคนยอมหักไม่ยอมงอ แม้จะทำผิดอยู่ แต่เขาก็จะเชื่อว่าตัวเองทำถูกเสมอ และไม่มีทางให้อะไรมาขวางได้ครับ แม้กระทั่งผู้ร่วมสายโลหิตอย่างผม”

                คำอธิบายของแกรนด์ขึ้นวนเวียนในหัวของโรส เธอหวั่นใจอยู่คนเดียวจนได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามา

                “คุณคิวเลส” โรสหันไปมองชายผมทองหยักศกที่เพิ่งเดินมาใหม่ พร้อมกับมาร์คัสและแกรนด์

                “ผมมารายงานว่าตอนนี้กองกำลังของเราพร้อมบุกทุกเมื่อครับดัชเชสเซเลส” คิวเลสเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันสมเป็นทหาร เขาคงอยากลงมือเต็มทีแล้ว

                “ส่วนผมเรียกท่านมาร์คัสมาที่นี่เพื่ออธิบายแปลนบ้านของพี่ เนื่องจากเขาเป็นคนที่ใกล้ชิดพี่ที่สุด” แกรนด์ผายมือไปยังชายผมขาว เขาคนนั้นค้อมหัวให้โรส

                “ขอโทษจริงๆ ครับท่านโรซาเลีย ผมไม่รู้ว่ากรินเดลจะทำเรื่องแบบนี้ ไม่งั้นคงห้ามเขาไปนานแล้ว ผมจะช่วยจนสุดกำลัง”

                โรสพยักหน้า

                “เรื่องแปลนบ้านล่ะ”

                “ผมวาดเรียบร้อยแล้วครับ เป็นภาพจากการปรึกษาของผมและคุณมาร์คัส” แกรนด์ยื่นให้ดู “รับรองว่าคราวนี้ไม่มีอะไรบิดเบือนแน่นอน”

                ดัชเชสคนเก่งยิ้มให้ผู้ช่วยของเธอ ดวงตาสีชมพูกวาดตามองแปลนบ้านในกระดาษแผ่นใหญ่ เสียงหวานพึมพำขึ้นว่า

                “คุณคิวเลสให้คนปิดทางออกทุกทางแล้วใช่ไหมคะ”

                “แน่นอนครับ พวกมันออกมาไม่ได้แน่นอน แต่เมื่อครู่ผมเห็นมีรถหลายคันแล่นเข้าไป คงเป็นผู้สมคบคิดกับกรินเดล”

                “พวกกรินเดลออกมาไม่ได้ พวกเราเองก็บุกไม่ได้เหมือนกัน ถ้าเขายังจับตัวลูกของหลานของท่านโรซาเลียไว้ ไม่นึกเลยว่าจะทำแบบนี้ เขาทำมากเกินไป จนผมเริ่มนึกว่าแท้จริงแล้วผมรู้จักเขาแน่ๆ หรือ ขนาดเรื่องที่มีน้องชายเขายังไม่เคยบอกผมเลย” มาร์คัสเหล่ตามองแกรนด์ เขาเพิ่งสังเกตว่าใบหน้าของแกรนด์คล้ายกับกรินเดลอยู่บ้าง แต่กรินเดลเหมือนพ่อ ส่วนแกรนด์คงเหมือนแม่มากกว่า คนจึงดูไม่ค่อยออก

                “เราคงต้องเสี่ยงบุก เราคงรอให้มีปาฏิหารย์ให้มีพวกเราไปโผล่ในคฤหาสน์หลังนั้นไม่ได้” คิวเลสพูดจริงจัง เขายืนตรงมองอาคารที่อยากจะบุกเข้าไปเต็มแก่ หากแต่ยังไม่ได้รับคำสั่ง

                พลังเสียงข้อความเข้าของพ็อกเก็ตโฟนก็ดังขึ้น โรสเปิดตลับสีทองออกและเห็นความข้อความที่ส่งมาจากเซดริก เป็นข้อความที่อาจจะเรียกได้ว่าปาฏิหารย์

...อยู่ในคฤหาสน์ของศัตรูแล้ว รอสัญญาณให้บุกแล้วบุกจากภายนอกทันที...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

1,838 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 มิถุนายน 2554 / 09:18
     พี่ชายของแกรน  นิสัยไม่ดีได้อีก เดี่ยวปั๊ด ถีบหน้าหงาย- -*
    #1418
    0